00:00:00 → 00:00:03Single Being podcast about Living
00:00:03 → 00:00:07your Best Single Life โดยหมอผิง
00:00:07 → 00:00:12แพทย์หญิงธิดารุจิพัฒนกุล
00:00:12 → 00:00:14Single Being EP สุดท้ายของปีนี้หมอก็
00:00:14 → 00:00:18ขอรวบรวม podcast ตลอดปี 2023 ที่ฟังแล้ว
00:00:18 → 00:00:20ทำให้ชีวิตเนี่ยมีความสุขในสไตล์ของ
00:00:20 → 00:00:23Single Being นะคะซึ่งจะมี EP ไหนบ้าง
00:00:23 → 00:00:28นะคะเรามาติดตามฟังกันค่ะดีที่อยู่เดียว
00:00:28 → 00:00:34Presented by ให้รักดูแลชีวิตไทยประกัน
00:00:34 → 00:00:38ชีวิตสวัสดีคุณผู้ฟังค่ะขอต้อนรับทุกท่าน
00:00:38 → 00:00:40เข้าสู่ Single Being podcast ที่อยาก
00:00:40 → 00:00:43ให้คุณฟังแล้วรู้สึกสนุกแล้วก็มีความสุข
00:00:43 → 00:00:45ทุกครั้งที่เปิดฟังค่ะ Single Being EP
00:00:45 → 00:00:48สุดท้ายของปีนะคะก็เช่นเคยค่ะหมอก็จะขอ
00:00:48 → 00:00:52รวบร่วม podcast ตลอดปี 2023 นะคะเอาที่
00:00:53 → 00:00:55ฟังแล้วเนี่ยจะทำให้ชีวิตมีความสุขใน
00:00:55 → 00:00:57สไตล์ของ Single be กับพวกเรานะคะซึ่ง
00:00:58 → 00:01:01หมอก็อาจจะขอเริ่มต้นด้วย EP นึงที่หมอ
00:01:01 → 00:01:04ชอบพอสมควรคือ Ep ที่ 185 ค่ะซึ่งใน EP
00:01:04 → 00:01:07เนี้ยหมอก็จะไปถอดรหัสความสุขนะคจากราย
00:01:07 → 00:01:10งานดัชนีความสุขโลก 2022 นะคะเพื่อดูว่า
00:01:10 → 00:01:13ปัจจัยอะไรบ้างที่จริงๆแล้วมันมีงานวิจัย
00:01:13 → 00:01:16ทางวิทยาศาสตร์ว่าส่งผลกับความสุขของเรา
00:01:16 → 00:01:19เริ่มจากเรื่องแรกเลยก็คือเรื่องผลจากยีน
00:01:19 → 00:01:21หรือพันธุกรรมเนี่ยเชื่อมั้ยคะว่ามันมี
00:01:21 → 00:01:25ส่วนด้วยกับการมีความสุขหรือไม่มีความสุข
00:01:25 → 00:01:28จริงๆคนบางคนน่าอิจฉาค่ะคือเกิดมามียีน
00:01:28 → 00:01:32ที่พร้อมจะสุขงง่ายก็เพราะว่าคนบางคน
00:01:32 → 00:01:35เนี่ยเกิดมามียีนที่แบบพร้อมที่จะมีความ
00:01:35 → 00:01:38สุขง่ายกว่าคนอื่นโดยอิทธิพลของยีนเนี่ย
00:01:38 → 00:01:41มันมีประมาณ 40% ในขณะที่สิ่งแวดล้อมมัน
00:01:42 → 00:01:45มาประมาณ 60% นะครับดังนั้นเนี่ยบางคนก็
00:01:45 → 00:01:48อาจจะโชคดีมียีนที่สุขง่ายนะบางคนอาจจะ
00:01:48 → 00:01:50โชคไม่ดีไม่ได้มียีนความสุขง่ายแต่สิ่ง
00:01:50 → 00:01:52แวดล้อมก็มีส่วนดังนั้นความสุขของเรามัน
00:01:53 → 00:01:55ก็เลยเป็นผลจากทั้งพันธุกรรมของเราแล้วก็
00:01:55 → 00:01:58ทั้งสิ่งแวดล้อมที่เราอยู่ด้วยค่ะนอกจาก
00:01:58 → 00:02:01นี้นะคะดัชนีความสุขโลกเนี่ยพอเราถอดด
00:02:01 → 00:02:03รหัสเข้าไปอีกเนี่ยเค้าก็ยังมีปัจจัยอื่น
00:02:03 → 00:02:05ๆนะคะโดยเฉพาะในด้านของรายได้ซึ่งจริงๆ
00:02:06 → 00:02:08อ่ะเรามักจะเถียงกันประจำว่าการมีรายได้
00:02:08 → 00:02:11สูงรายได้ต่ำนะมันจะสำคัญกับความสุขมนะคะ
00:02:11 → 00:02:15ซึ่งเราไปฟังคำตอบกันค่ะความสุขในชีวิตคน
00:02:15 → 00:02:18เราอ่ะคือแน่นอนรายได้มีส่วนเนาะแต่มันจะ
00:02:18 → 00:02:21มีส่วนถึงจุดนึงที่ว่ารายได้พอที่จะมี
00:02:21 → 00:02:24ปัจจัยพื้นฐานได้แล้วอะไรต่างๆแล้วอ่ะ
00:02:24 → 00:02:27แล้วบางทีระหว่างแบบรวยปานกลางกับรวยมากๆ
00:02:27 → 00:02:29อ่ะความสุขในชีวิตอาจจะไม่ได้ต่างกันละนะ
00:02:29 → 00:02:31คะดังนั้นเนี่ยก็ต้องเข้าใจว่ารายได้มี
00:02:31 → 00:02:34ส่วนแต่ว่าไม่ใช่ว่าเป็นคำตอบทั้งหมดคำ
00:02:34 → 00:02:37ตอบต่อมาก็คือเรื่องของ Social support
00:02:37 → 00:02:40คำถามที่เขาถามก็คือคุณคิดว่าถ้าคุณเดือด
00:02:40 → 00:02:42ร้อนเนี่ยคุณมีเพื่อนหรือครอบครัวที่
00:02:42 → 00:02:44พร้อมจะมาช่วยเสมอมอันนี้เป็นคำถามที่เขา
00:02:44 → 00:02:46ใช้ประเมินเรื่องของ Social support นะ
00:02:46 → 00:02:49คะหรือการมีเครือข่ายทางสังคมที่ช่วย
00:02:49 → 00:02:51เหลือเราปัจจัยต่อมาคือเรื่องของสุขภาพ
00:02:51 → 00:02:54แน่นอนถ้าใครที่มีปัญหาสุขภาพก็อาจจะไม่
00:02:54 → 00:02:56ได้มีความสุขในชีวิตเท่าไหร่ต่อมาคือ
00:02:56 → 00:02:59เรื่องของอิสระเสรีภาพในการตัดสินใจใน
00:02:59 → 00:03:01ชีวิตซึ่งเรื่องเมันเหมือนเป็นนามธรรมแต่
00:03:01 → 00:03:04จริงๆมันมีความสำคัญมากนะการที่คนเราจะมี
00:03:04 → 00:03:07อิสระหรือไม่มีอิสระในการเลือกที่จะตัด
00:03:07 → 00:03:10สินใจว่าวันนี้ฉันจะใส่ชุดไหนฉันจะทำผม
00:03:10 → 00:03:14ยังไงต่อมาคือเรื่องของความใจกว้างเขาก็
00:03:15 → 00:03:17จะถามว่าเดือนที่แล้วเนี่ยคุณได้มีการ
00:03:17 → 00:03:21บริจาคหรือว่าทำงานอาสาสมัครอะไรบ้างมย
00:03:21 → 00:03:24คือเขามองว่าคนที่มีความสุขเนี่ยจะมีเวลา
00:03:24 → 00:03:26ที่จะคิดถึงในการที่จะซัพพอร์ตหรือให้คน
00:03:26 → 00:03:28อื่นและในทางกลับกันการที่เราได้เป็นคน
00:03:28 → 00:03:30ที่รู้จักที่จะให้ให้คนอื่นเนี่ยมันก็ส่ง
00:03:30 → 00:03:33ผลให้เรามีความสุขเช่นกันแล้วก็การที่
00:03:33 → 00:03:35ประชากรรู้สึกว่าประเทศไม่มีการ
00:03:35 → 00:03:37คอร์รัปชันก็เกี่ยวข้องกับความสุขเช่นกัน
00:03:37 → 00:03:39ก็คือเรารู้สึกว่าเราอยู่ในประเทศที่แบบ
00:03:39 → 00:03:42เออมันแบบโปร่งใสนะคะมีความเชื่อมั่นใน
00:03:42 → 00:03:44รัฐบาลก็เกี่ยวข้องกับความสุขในชีวิตเช่น
00:03:44 → 00:03:47กันแล้วก็อีกสิ่งนึงที่เป็นเทรนด์ของความ
00:03:47 → 00:03:50สุขที่สำคัญมากอ่ะก็คือเรื่องของความที่
00:03:50 → 00:03:53เรารู้สึกว่าชีวิตเนี่ยมีความสงบมีความ
00:03:53 → 00:03:57สมดุลนะคะแล้วก็มีฮาร์โมนีเค้าพบว่ามัน
00:03:57 → 00:04:00ค่อนข้างจะสัมพันธ์กับความรู้สึกพึงพอใจ
00:04:00 → 00:04:03ในชีวิตมากๆก็คือถ้าชีวิตเราสงบชีวิตเรา
00:04:03 → 00:04:06สมดุลน่ะเราก็จะรู้สึกพึงพอใจกับชีวิตอีก
00:04:06 → 00:04:09เรื่องนึงที่น่าสนใจคือเรื่องคู่นะคะแต่
00:04:09 → 00:04:11เรื่องคู่เนี่ยหมอเอามาจากการสำรวจในคน
00:04:11 → 00:04:14ไทยเลยนะคะน่าสนใจมากๆโดยหมอได้เชิญคุณ
00:04:14 → 00:04:18แม้วพิชาภาจาก Crow about มาดูว่าถ้าเรา
00:04:18 → 00:04:22ไปสำรวจถามคนไทยประมาณ 900 คนนะคะแล้วถอด
00:04:22 → 00:04:25รหัสว่าความสุขของคน 900 คนเนี่ยอะไรเป็น
00:04:25 → 00:04:27ปัจจัยบ้างโดยเฉพาะในเรื่องคู่ครองเนี่ย
00:04:27 → 00:04:30มีผลมากน้อยแค่ไหนเราเป็นไปฟังคำตอบกัน
00:04:30 → 00:04:33ค่ะสำหรับบางคนที่รู้สึกว่าชีวิตตัวเอง
00:04:33 → 00:04:35ไม่มีความสุขเลยแล้วบางทีอ่ะแม้ว่ามัน
00:04:35 → 00:04:38เป็นเยอะกับคนโสดจะชอบบอกว่าฉันไม่มีความ
00:04:38 → 00:04:40สุขเลยเพราะฉันโสดแน่ๆเลยแล้วคิดว่าการมี
00:04:40 → 00:04:43คู่เนี่ยมันอาจจะเป็นหนทางแก้ในเรื่องนี้
00:04:43 → 00:04:46แต่ก็จะบอกว่าบางทีอ่ะอาจจะต้องคิดลึก
00:04:46 → 00:04:49กว่านั้นนิดนึงแล้วก็เพราะว่าเรื่องการมี
00:04:49 → 00:04:51คู่มันแทบจะไม่ได้อยู่ในสมการใดๆที่เรา
00:04:51 → 00:04:55คุยกันในวันนี้เลยอ่ะใช่อ๋อแล้วก็จะมีอีก
00:04:55 → 00:04:57กลุ่มนึงที่รู้สึกว่ามีความสุขแล้วดิ่ง
00:04:57 → 00:05:00เรารู้สึกว่ามาซว่ามันแก้ไม่ได้ก็ฉันไม่
00:05:00 → 00:05:02มีความสุขแบบนี้ค่ะแม้ว่ามันก็เป็นเรื่อง
00:05:02 → 00:05:04ของการปรับไมคเซว่าจริงๆแล้วมันแก้ได้นะ
00:05:04 → 00:05:07วบกลับมาที่ 2 เรื่องแรกก่อนคุณพอใจใน
00:05:07 → 00:05:10เรื่องของฐานะทางการเงินของตัวเองหรือยัง
00:05:10 → 00:05:12ถ้าไม่พอใจแล้วเรื่องอะไรหรอที่ไม่พอใจ
00:05:12 → 00:05:15เพราะมีหนี้สินหรออืหรือว่ามีความกังวล
00:05:15 → 00:05:17ว่าเอ้ยถ้าเกิดฉุกเฉินฉันป่วยไปแล้วฉัน
00:05:17 → 00:05:19ต้องทำยังไงก็อาจจะพยายามปิดความเสี่ยงใน
00:05:19 → 00:05:22เรื่องนั้นเช่นอ๋อซื้อประกันมั้ยถ้าเกิด
00:05:22 → 00:05:25ซื้อประกันแล้วอันเนี้ยคุณก็จะสบายใจขึ้น
00:05:25 → 00:05:27ดังนั้นค่อยๆแก้ไปทีละเปราะค่ะความสุขมัน
00:05:27 → 00:05:31จะค่อยๆเพิ่มมาในหลส่วนอ่ะอเรื่องชีวิตก็
00:05:31 → 00:05:34เรื่องนี้เป็นเรื่องยากถามว่าทำยังไงให้
00:05:34 → 00:05:37รู้สึกพึงพอใจกับชีวิตตัวเองเหมือนหลักๆ
00:05:37 → 00:05:40อ่ะมันคือการใช้เวลากับตัวเองแทนที่จะ
00:05:40 → 00:05:43โฟกัสข้างนอกแล้วก็เทียบว่าเอ๊ะคนอื่นเขา
00:05:43 → 00:05:45ดูรวยคนอื่นเขาดูมีความสุขจังเลยทำไมเรา
00:05:45 → 00:05:48ไม่มีความสุขแต่ว่าเหมือนมวนกลับมาที่ตัว
00:05:48 → 00:05:51เองแล้วดูว่าในวันนี้เราไม่พอใจกับชีวิต
00:05:51 → 00:05:54ตัวเองในด้านไหนหรออืด้านไหนที่ชัดเจนเลย
00:05:54 → 00:05:57อย่างเช่นว่าโอไม่พอใจที่อ้วนอืไม่พอใจใน
00:05:57 → 00:05:59รูปร่างตัวเองนนะมันคือการแก้ไขในเรื่อง
00:05:59 → 00:06:02นั้นหรือเปล่าอือฮึแทนที่จะไปดิ่งในความ
00:06:02 → 00:06:05ไม่มีความสุขของตัวเองอ่ะค่ะมันก็น่าจะ
00:06:05 → 00:06:08ค่อยๆแก้ไปเหมือนแก้ pule โอเคแต่เราจะ
00:06:08 → 00:06:10รู้จักความสุขแล้วเนี่ยนะคะเราต้องรู้จัก
00:06:10 → 00:06:13ตัวที่เป็นตัวบ่อนทำลายความสุขค่ะซึ่ง
00:06:13 → 00:06:16จริงๆแล้วในชีวิตประจำวันของเราเนี่ยบาง
00:06:16 → 00:06:18ทีอ่ะมันไม่ได้มีความเครียดอะไรที่เป็น
00:06:18 → 00:06:20ความเครียดใหญ่โตนะแต่มันมีความเครียด
00:06:20 → 00:06:23เล็กๆเป็นความเครียดซ่อนเร้นที่สะสมในทุก
00:06:23 → 00:06:26ๆวันที่เราเรียกว่าไมคร stress นะคะหมอ
00:06:26 → 00:06:28อยากให้ทุกคนเนี่ยได้ลองทำความรู้จักว่า
00:06:28 → 00:06:32ไมครสสคืออะไรเพื่อที่จะหาไมโครสในชีวิต
00:06:32 → 00:06:35นะคะแล้วก็รู้วิธีที่จะรับมือกับมันค่ะ
00:06:35 → 00:06:38ไมโครสเนี่ยคือความเครียดเล็กๆจิ๋วๆเลย
00:06:38 → 00:06:42ความเครียดซ่อนเร้นที่เราเองก็เจอทุกวัน
00:06:42 → 00:06:45แต่เราอ่ะก็ไม่รู้ว่ามันเครียดนะคะมัน
00:06:45 → 00:06:47เหมือนเป็นความเครียดที่แบบมาๆไปๆมาเร็ว
00:06:48 → 00:06:50ไปเร็วไม่รู้ตัวนะหรือว่าบางทีเราก็รู้
00:06:50 → 00:06:52แหลว่าเอมันก็เครียดนะเจออย่างงี้แต่ว่า
00:06:52 → 00:06:55เราก็ไม่ได้คิดว่ามันจะมาเป็นประเด็นสาระ
00:06:55 → 00:06:58สำคัญอะไรกับชีวิตกับสุขภาพเราซึ่งอาจจะ
00:06:58 → 00:07:01เป็นความเครียดที่แบบเกิดขึ้นจากเหตุที่
00:07:01 → 00:07:04คุ้นชินนะอย่างเช่นเนี่ยหมอขับรถบนถนน
00:07:04 → 00:07:06พระราม 3 บ่อยบ้านหมออยู่แถวพระราม 3
00:07:06 → 00:07:09เนาะความเครียดนึงของคนพระราม 3 ก็คือว่า
00:07:09 → 00:07:13ถนนมันแบบปุปะปุมปัเอ๊ะขับๆอยู่ก็ตึ้ง
00:07:13 → 00:07:16เอ๊ะรถจะพังมยอะไรอย่างเงี้ยนะคะก็เป็น
00:07:16 → 00:07:19ความเครียดคุ้นชินมากเลยของคนพระราม 3 นะ
00:07:19 → 00:07:21หรือว่าแบบความเครียดแบบเห็ดคุ้นชินอยู่ๆ
00:07:21 → 00:07:24แบบเจ้านายโทรมาหาแต่เช้าสั่งงานอะไรต่าง
00:07:24 → 00:07:26ๆอะไรอย่าเงี้ยจริงๆแล้วอ่ะเนื่องจากความ
00:07:26 → 00:07:29เครียดเล็กๆน้อยๆในชีวิตประจำวันนะที่เรา
00:07:29 → 00:07:31จะเจอเนี่ยมันมักจะเป็นสิ่งที่เราสะสาง
00:07:31 → 00:07:35ได้นะแต่บางครั้งเนี่ยมันก็เกิดการสะสมนะ
00:07:35 → 00:07:37คะเช่นวันนี้เช้ามาเจออันนี้อีกแป๊บนึง
00:07:37 → 00:07:41เจออันนั้นมันสะสมไปเรื่อยๆระหว่างวันออม
00:07:41 → 00:07:44ทบต้นทบดอกไปเรื่อยๆในที่สุดเนี่ยมันก็
00:07:44 → 00:07:47เกิดปัญหาขึ้นมาทั้งกับสุขภาพกายแล้วก็
00:07:47 → 00:07:51สุขภาพใจแล้วเราจะสู้กับไมโครสยังไงนะคะ
00:07:51 → 00:07:55เขาก็พบว่าวิธีการก็คือ 1 เราต้องหัดเซโน
00:07:55 → 00:07:59นะหัดที่จะพูดไม่แบบเออไม่เอาไม่รับทำไม่
00:07:59 → 00:08:03ทันหัดที่จะพูดเนกับคนที่ทำให้เราเกิด
00:08:03 → 00:08:05ความเครียดขึ้นอย่าตอบ Yes ไปทุกอย่าง
00:08:05 → 00:08:08แล้วก็กลับมาเครียดกับตัวเอง 2 ก็คือ Say
00:08:09 → 00:08:10No to distraction นะคะคือต้องยอมรับ
00:08:11 → 00:08:13ว่าทุกวันเนี้ยบางทีเราก็จะมีอะไรที่ทำ
00:08:13 → 00:08:15ให้เราแบบ distract หรือว่าไม่สามารถ
00:08:15 → 00:08:19โฟกัสได้เช่นตั้งใจจะเขียนบทความนี้ให้
00:08:19 → 00:08:21เสร็จแต่ว่าเดี๋ยวก็จะมี LINE ตืดึ่งตื
00:08:21 → 00:08:23ดึ่งมามันก็จะเกิด distraction โทรศัพท์
00:08:24 → 00:08:27ก็เข้ามาสุดท้ายเราก็รับนู่นทำนี่แล้วก็
00:08:27 → 00:08:29ทำสิ่งที่ตั้งใจจะทำให้เสร็จก็เกิดเป็น
00:08:29 → 00:08:32micr stress ขึ้นดังนั้นเนี่ยเนกับ
00:08:32 → 00:08:35distraction หัดที่จะปิด Notification
00:08:35 → 00:08:37โทรศัพท์บ้างปิดเสียงมือถือบ้างมันก็จะ
00:08:37 → 00:08:42ช่วยให้ไมโครสลดลงข้อ 2 อย่าทำให้คนอื่น
00:08:42 → 00:08:45เครียดคือบางครั้งเนี่ยเรามีความเครียด
00:08:45 → 00:08:48สะสมเล็กๆมากลับมาบ้านรถติดสิ่งที่ทำคือ
00:08:48 → 00:08:51อะไรคือก็ทำแบบทำน้ำเสียงไม่ดีใส่แฟนทำ
00:08:51 → 00:08:54ให้แฟนเองก็เกิดไมโคร stress ขึ้นไปๆมาๆ
00:08:54 → 00:08:57มันก็กลายเป็น fighting คือทะเลาะกันนะ
00:08:57 → 00:08:59ดังนั้นเนี่ยเค้าว่าถ้าเราแผ่แล้วรัศมี
00:08:59 → 00:09:02ความเครียดของเราไปให้คนข้างๆค่ะคนข้างๆ
00:09:02 → 00:09:04เขาจะแผ่รัศมีความเครียดกลับมาให้เราเช่น
00:09:04 → 00:09:07กันสถานการณ์จะยิ่งแย่ลงดังนั้นพยายาม
00:09:07 → 00:09:09อย่าไปแผ่รัศมีความเครียดให้กับคนอื่น
00:09:09 → 00:09:13อย่าทำคนอื่นเครียดข้อ 3 ค่ะหัดลอยตัว
00:09:13 → 00:09:16เหนือปัญหาค่ะเกิดปัญหาอะไรเล็กๆน้อยๆ
00:09:16 → 00:09:18ขึ้นมาก็หัดลอยตัวเหนือปัญหาขึ้นมาเช่น
00:09:18 → 00:09:22ขับไปปึ๊บรถติดอุ๊ยตัดสินใจแบบเลี้ยวผิด
00:09:22 → 00:09:24ว่ะถ้าไปอีกทางนะมันจะต้องเร็วกว่าแน่เลย
00:09:24 → 00:09:27แทนที่จะไปเครียดไมโครสกับเรื่องนั้นเรา
00:09:27 → 00:09:30ก็ลอยตัวเหนือปัญหาอ้าไม่เป็นไรเนาะอย่าง
00:09:30 → 00:09:34มากก็ช้าไปกว่าเดิม 15-20 นาทีเปิดเพลง
00:09:34 → 00:09:37ฟังอะไรก็ได้หัดที่จะลอยตัวเหนือปัญหากับ
00:09:37 → 00:09:40ความเครียดเล็กๆน้อยๆเหล่านี้พอรู้ตัวว่า
00:09:40 → 00:09:42เฮ้ยเราเกิดเรื่องนี้ขึ้นปุ๊บเรากำลัง
00:09:42 → 00:09:45ไมโครสอยู่ว่ะให้ลอยตัวเหนือปัญหาขึ้นมา
00:09:45 → 00:09:48ค่ะมันก็จะช่วยได้นอกจากศิลปะการเข้าใจ
00:09:49 → 00:09:51ความสุขการเข้าใจความเครียดแล้วอีกศิลปะ
00:09:51 → 00:09:54นึงที่จะทำให้ชีวิตมีความสุขได้คือศิลปะ
00:09:54 → 00:09:57ของการพักค่ะมีเรื่องนึงที่น่าสนใจค่ะก็
00:09:57 → 00:10:00คือเรื่องของการพักแบบ ep Play นะคะ
00:10:00 → 00:10:02อันเนี้ยถ้าใครยังไม่เคยฟังเนี่ยอยากให้
00:10:02 → 00:10:06ลองฟังแล้วนำไปฝึกใช้ดูนะคะมาจาก Ep ที่
00:10:06 → 00:10:09228 ที่หมอว่าด้วยเรื่องของเรสกลยุทธ์
00:10:09 → 00:10:13พักแบบคนประสบความสำเร็จค่ะ Display หมาย
00:10:13 → 00:10:16ถึงอะไรหมายถึงว่าเราจะต้องมีกิจกรรมอะไร
00:10:16 → 00:10:19บางอย่างงานอิเกบางอย่างที่ทำให้เราเนี่ย
00:10:20 → 00:10:22challeng สำหรับเราพอสมควรคือมันท้าทาย
00:10:22 → 00:10:26นะให้เราต้องแบบคิดวิเคราะห์อะไรต่างๆนะ
00:10:26 → 00:10:28แต่ในขณะเดียวกันเ่ะมันไม่ได้เครียดแล้ว
00:10:28 → 00:10:31เราอ่ะอมีแพชชั่นหรือมีความชอบในสิ่งนั้น
00:10:31 → 00:10:34ๆนะแล้วก็เวลาเราทำสิ่งนั้นเนี่ยเราก็แบบ
00:10:34 → 00:10:36ลืมความเครียดหรือคลายความเครียดไปได้ก็
00:10:36 → 00:10:40คือ Deep Play สนุกไปกับมันได้ซึ่งทุกคน
00:10:40 → 00:10:43เนี่ยควรที่จะมี de Play หรือ Favorite
00:10:43 → 00:10:46hobb หรือกิจกรรมที่ทำแล้วแบบไหลลื่นไป
00:10:46 → 00:10:48กับมันอย่างมีความสุขเนี่ยอย่างน้อยสัก
00:10:48 → 00:10:50อย่าง 2 อย่างแล้วเราพยายามทำมันในวัน
00:10:50 → 00:10:53หยุดให้ได้ทุกสัปดาห์นะคะการฟ Play ก็จะ
00:10:53 → 00:10:55เป็นอีกหนึ่งในกลยุทธ์ที่จะทำให้คุณพัก
00:10:56 → 00:10:58ได้อย่างมีคุณภาพแล้วทำงานวันจันทร์ได้
00:10:58 → 00:11:02อย่างมีประสิทธิภาพนะคะและศิลปะสุดท้ายนะ
00:11:02 → 00:11:05คะที่จะทำให้คุณเนี่ยมีความสุขกับชีวิต
00:11:05 → 00:11:08ตลอดปีหน้าได้ก็คือเรื่องของศิลปะในการ
00:11:08 → 00:11:10รักตัวเองให้เป็นนะคะซึ่งต้องเข้าใจว่า
00:11:10 → 00:11:13รักตัวเองเนี่ยต่างจากการหลงตัวเองนะคะ
00:11:13 → 00:11:15ถ้าคุณรักตัวเองเป็นแต่ไม่ใช่หลงตัวเอง
00:11:15 → 00:11:18เนี่ยชีวิตจะมีความสุขง่ายขึ้นมากค่ะลอง
00:11:18 → 00:11:21ฟังเรื่องราวดีๆนี้นะคะจาก Ep ที่ 194
00:11:21 → 00:11:24Self Love 101 รักตัวเองยังไงให้ชีวิต
00:11:24 → 00:11:28มีความสุขค่ะอยากชัวร์นะคะงั้นเรามาฝึก
00:11:28 → 00:11:31เริ่มรักตัวเองกันนะคะเดี๋ยวจะพูดเป็นข้อ
00:11:31 → 00:11:34ๆแล้วกันเนาะข้อที่ 1 ก็คือฝึกคุยกับตัว
00:11:34 → 00:11:39เองแล้วก็รับฟังตัวเองค่ะอือันนี้พี่ทำ
00:11:39 → 00:11:41ออเยี่ยมเลยค่ะแล้วเป็นไงบ้างคะพี่ผิงได้
00:11:41 → 00:11:44ประโยชน์อะไมเวลาคุคุยกับตัวเองเวลาขับรถ
00:11:44 → 00:11:46อะไรอย่างงี้แล้วเราก็แบบมีพูดคุยกับตัว
00:11:46 → 00:11:48เองอย่างงั้นหรือเปล่าคะหรือว่าต้องคุย
00:11:48 → 00:11:50แบบคุยมากกว่านั้นอีกคุยกับตัวเองเผินๆก็
00:11:51 → 00:11:54ได้นะคะแต่ว่าเราจะรู้สึกว่ามันแบบได้ผล
00:11:54 → 00:11:56มากขึ้นน่ะแล้วสัมผัสด้วยใจเนี่ยก็คือเรา
00:11:56 → 00:12:00อาจจะต้องคุยไปในระดับลึกหน่อยเช่นคุยใน
00:12:00 → 00:12:04ช่วงเงียบๆคุยแบบฟังใจตัวเองจริงๆอ่ะค่ะ
00:12:04 → 00:12:07ไม่ใช่คุยไปด้วยความคิดเหมือนเอาความคิด 2
00:12:07 → 00:12:11อย่างมาถกเถียงกันอะไรอย่างเงี้ยนะคะแต่
00:12:11 → 00:12:15ว่าฟังแบบฟังจากใจเราจริงๆอ่ะอ๋ออืต่อไป
00:12:15 → 00:12:20ข้อ 2 นะคะก็คือฝึกให้อภัยตัวเองอ่าโอเค
00:12:20 → 00:12:23อันนี้พี่เป็นเป็นอโอเคก็คือเวลาบางทีเรา
00:12:23 → 00:12:26ทำพลาดเนาะมันก็อาจจะแบบมีโมเมนต์ที่โกรธ
00:12:26 → 00:12:28ตัวเองแล้วก็เฮ้ยไม่เป็นไรนะจริงๆก็ทำมา
00:12:28 → 00:12:30เยอะแล้วนะดีแล้วแหละอะไรอย่างเงี้ย
00:12:30 → 00:12:32เดี๋ยวเอาใหม่เอาใหม่ตั้งเป้าใหม่อย่าง
00:12:32 → 00:12:34งี้ป่ะประมาณนี้มั้ยค่ะใช่ความหมายมันออก
00:12:34 → 00:12:36จะ Positive นะให้ภัยตัวเองไม่ได้หมาย
00:12:36 → 00:12:39ความว่าเหมือนให้ท้าตัวเองอะไรแบบนี้แบบ
00:12:39 → 00:12:43ให้อภัยตัวเองว่าเฮ้ยฉันพยายามแล้วเนาะทำ
00:12:43 → 00:12:46เต็มที่คนเราก็ผิดพลาดได้นะคะมันจะไป
00:12:46 → 00:12:49สัมพันธ์กับข้อ 3 ก็คือฝึกเห็นอกเห็นใจ
00:12:49 → 00:12:53ตัวเองก็คือฝึกเห็นใจตัวเองมากกว่าที่จะ
00:12:53 → 00:12:56ตัดสินตัวเองตำหนิตัวเองแล้วก็วิจารณ์ตัว
00:12:56 → 00:13:01เองในทางลบโอเคแล้วแล้วข้อต่อไปก็ข้อ 4
00:13:01 → 00:13:05นะคะก็คือฝึกขอบคุณตัวเองอืนะคะเช่นแบบ
00:13:06 → 00:13:11ขอบคุณนะที่เธอทำงานหนักอืขอบคุณที่อดทน
00:13:11 → 00:13:15นะอย่างเงี้ยเป็นต้นน่ะค่ะพี่ๆอืค่ะอัน
00:13:15 → 00:13:18นี้พี่ก็ทำอยู่บ้างนะแต่มันควรบ่อยแค่ไหน
00:13:18 → 00:13:22อ่ะน้องอิ่มโออันนี้มันก็ไม่มีตายตัวนะคะ
00:13:22 → 00:13:24หรือแบบเวลาเราท้อก็นึกขอบคุณตัวเองขึ้น
00:13:24 → 00:13:27มาอย่างงี้เหรออืใช่หรือไม่งั้นอิ่มว่าก็
00:13:27 → 00:13:30ลองแบบทบทวนในแต่ละวันก็ได้ค่ะเช่นเรามี
00:13:30 → 00:13:34สิ่งอะไรดีๆบ้างเนาะในวันนี้ที่เกิดขึ้น
00:13:34 → 00:13:37แล้วเราก็ขอบคุณตัวเองในแต่ละวันนี้ก็ได้
00:13:37 → 00:13:41ค่ะข้อ 5 ต่อไปค่ะก็คือเหมือนสร้างพาเวอร
00:13:42 → 00:13:45หรือว่าพลังให้ตัวเองอืมทำยังไงเหมือน
00:13:45 → 00:13:48อย่างงี้บางทีเราอาจจะเจออะไรเน็ดเหนื่อย
00:13:48 → 00:13:51หรือว่าเครียดใช่่มั้ยคะอือฮึมาทั้งวันมา
00:13:51 → 00:13:54ตลอดสัปดาห์แบบเนี้ยเราอาจจะรู้สึกว่าโอ
00:13:54 → 00:13:58เราหมดพลังอย่างงี้นะวิธีทำที่จะทำให้
00:13:58 → 00:14:01เหมือนมีพาเวอรกลับมาสู่ตัวเราก็คือลอง
00:14:01 → 00:14:06มองหาบางสิ่งบางอย่างที่เราอ่ะสามารถจัด
00:14:06 → 00:14:10การสามารถควบคุมมันได้เช่นแบบเรื่องเนี้ย
00:14:10 → 00:14:13เราทำสำเร็จนะเราก็จะรู้สึกว่าเฮ้ยเรามี
00:14:13 → 00:14:15พาเวอรนี่นาเรามีพลังตรงนั้นเราก็จะรู้
00:14:15 → 00:14:18สึกว่าพอเราพลังมากขึ้นใช่มั้ยคะอือฮึเรา
00:14:18 → 00:14:21ก็จะรู้สึกว่าเราอ่ะรักตัวเองมากขึ้นต่อ
00:14:21 → 00:14:25ไปข้อ 6 ก็คืออาจจะลองหาแบบหาเป็นคำหา
00:14:25 → 00:14:28เป็นประโยคหรือว่าเป็นเหมือนแบบคติพจน์
00:14:28 → 00:14:32อย่างเงี้ยค่ะที่มาบอกกับตัวเราเองอในแนว
00:14:32 → 00:14:35ว่าเรารักตัวเองเราชื่นชมตัวเองหรือเรา
00:14:35 → 00:14:38เห็นคุณค่าตัวเองนะยกตัวอย่างเช่นแบบคำ
00:14:38 → 00:14:41พูดเช่นแบบเฮ้ยเธอเป็นคนพิเศษนะอย่าง
00:14:41 → 00:14:44เงี้ยหมายถึงพูดชมตัวเองใช่มั้ยอืใช่
00:14:44 → 00:14:47ทำนองนั้นหรืออาจจะไม่ชมก็ได้เป็นเหมือน
00:14:47 → 00:14:50แบบยืนยันน่ะคอนเฟิร์มอ่ะว่าเราแบบเฮ้ย
00:14:50 → 00:14:53เราดีนะอะไรอย่างงี้นะคะข้อ 7 ก็คือเป็น
00:14:53 → 00:14:56Self Love Exercise ก็คือออกกำลังกาย
00:14:56 → 00:15:00แล้วก็แบบออกทุกวันเนาะหรือว่าอส
00:15:00 → 00:15:04อดยเขียนสิ่งดีๆของตัวเองในแต่ละวันเช่น 3
00:15:04 → 00:15:07สิ่งดีๆที่ฉันพบในแต่ละวันมีอะไรบ้างแบบ
00:15:07 → 00:15:11เนี้ยค่ะอืก็คือเขียนคิดเชิงบวกในเรื่อง
00:15:11 → 00:15:13ของตัวเองแล้วเขียนลงไปใช่มคะใช่เหมือนหา
00:15:13 → 00:15:15ข้อดีการที่ฝึกอย่างเงี้ยมันก็จะทำให้เรา
00:15:15 → 00:15:19แบบเลือกมองบวกมากกว่าลบค่ะเนาะเพราะ
00:15:19 → 00:15:22ชีวิตคนเรามันก็มีทั้งบวกและลบใช่มยคะอือ
00:15:22 → 00:15:25ฮึแต่ว่าคนส่วนนึงคือเขาเรือกมองแต่ลบอ่ะ
00:15:25 → 00:15:27เป็นหลักอ่ะมันก็จะทำให้ชีวิตแบบไม่มี
00:15:27 → 00:15:31ความสุขอือืข้อ 8 ก็คือฝึกเหมือนฝึกรักคน
00:15:31 → 00:15:35อื่นให้เป็นอ้าค่ะค่ะมันก็จะแบบเฮ้ยพอเรา
00:15:35 → 00:15:38รักคนอื่นเป็นใช่มยเราก็เออรักตัวเองมาก
00:15:38 → 00:15:41ขึ้นอือ่าเราต้องรักตัวเองเราถึงจะให้คน
00:15:41 → 00:15:44อื่นได้แบบเนี้ยค่ะอิ่มว่ามันก็จะช่วยแบบ
00:15:45 → 00:15:48ทำให้เราเนี่ยห่างไกลจากความเห็นแก่ตัวอื
00:15:48 → 00:15:52มากขึ้นเรื่อยๆเรื่อยๆนะคะข้อ 9 ก็คือเรา
00:15:52 → 00:15:55อาจจะฝึกนั่งสมาธิเ้าเรียกว่ามันอาจจะมี
00:15:55 → 00:15:58แบบเขาเรียกว่า Self Love Meditation
00:15:58 → 00:16:00อะไรเงี้ยเงี้แต่ถ้าพูดง่ายๆก็คือเหมือน
00:16:00 → 00:16:03แบบเราอาจจะนั่งสมาธิหรือเราอาจจะไม่เชิญ
00:16:03 → 00:16:06สมาธิก็ได้เราอาจจะแค่แบบหลับตาอยู่เงียบ
00:16:06 → 00:16:10ๆกับตัวเองเข้าไปสำรวจในใจของตัวเอง
00:16:10 → 00:16:15เชื่อมโยงกับใจเรานะคะเชื่อมโยงกับข้อดี
00:16:15 → 00:16:19สิ่งดีๆหรือทรัพยากรทางบวกในตัวเราที่เรา
00:16:19 → 00:16:23มีค่ะมันจะทำให้แบบเรารู้สึกว่าเฮ้ยเรามี
00:16:23 → 00:16:26คุณค่าเรามีความนับถือตัวเองมากขึ้นแล้ว
00:16:26 → 00:16:29มันก็ทำให้เรารู้สึกเหมือนแบบมีพพังเพิ่ม
00:16:29 → 00:16:31ขึ้นนะคะพี่พิงเหมือนแบบเฮ้ยเหมือนมีพลัง
00:16:31 → 00:16:34ชีวิตเพิ่มขึ้นอือฮึอ่ะซึ่งต้องลองทำดู
00:16:34 → 00:16:36ซึ่งอิ่มเคยลองทำมาแล้วแล้วมันรู้สึกแบบ
00:16:36 → 00:16:40นั้นจริงๆนะคะอืออดีเลยค่ะหวังว่า podcast
00:16:41 → 00:16:44EP นี้นะคะจะรวบรวมศิลปะของการใช้ชีวิต
00:16:44 → 00:16:46อย่างมีความสุขนะคะทำให้คุณผู้ฟังฟังแล้ว
00:16:46 → 00:16:49รู้สึกดีมากขึ้นรู้สึกมีความสุขก่อนจะไป
00:16:49 → 00:16:51เริ่มต้นปีใหม่ด้วยกันค่ะสุดท้ายนี้นะคะ
00:16:51 → 00:16:56หมอก็อยากให้ทุกคนสุขภาพดีมีความสุขทั้ง
00:16:56 → 00:16:59กายทั้งใจนะคะแล้วก็มีมีเวลาที่จะได้ดูแล
00:16:59 → 00:17:03ตัวเองนะคะมีวินัยในการดูแลตัวเองตลอดปี
00:17:03 → 00:17:06หน้านะคะแล้วก็ที่สำคัญที่สุดมีเวลาที่จะ
00:17:06 → 00:17:08ได้ฟัง podcast นะคะแล้วก็มีเวลาให้กับ
00:17:08 → 00:17:12ความรักให้รักดูแลชีวิตในทุกๆวันนะ
00:17:12 → 00:17:15คะแล้วก็ปีหน่า sle beeing ก็ยังอยู่
00:17:15 → 00:17:17เหมือนเดิมนะคะในทุกช่องทางที่ฟังนะคะใคร
00:17:17 → 00:17:20อยากติดชมหรืออยากนำเสนออะไรใหม่ๆอยากให้
00:17:20 → 00:17:22หมอหยิบยื่นอะไรมาคุยใน podcast นะคะก็
00:17:22 → 00:17:25คอมเมนต์บอกกันได้เลยนะคะขอบคุณทุกคนที่
00:17:25 → 00:17:29ติดตามฟังกันมาในทุก ep ค่ะสวัสดีปีใหม่
00:17:29 → 00:17:33ค่ะ Single Being podcast about
00:17:33 → 00:17:36Living your Best Single Life โดย
00:17:36 → 00:17:41หมอผิงแพทย์หญิงธิดารุจิพัฒนกุล
00:17:41 → 00:17:46ดีที่อยู่เดียว Presented by ให้รักดูแล
00:17:46 → 00:17:50ชีวิตไทยประกัน
00:17:50 → 00:17:53ชีวิต