00:00:00 → 00:00:03คุณ
00:00:03 → 00:00:06แนทเสี้ยม you พ็อดคาสท์ป้องเฟิร์สเฮ้าส์
00:00:06 → 00:00:08[เพลง]
00:00:08 → 00:00:12ฟัง for Health cod Cash รายการที่จะ
00:00:12 → 00:00:15มาพูดคุยเรื่องราวของสุขภาพและแบ่งปัน
00:00:15 → 00:00:18ประสบการณ์จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในสาขา
00:00:18 → 00:00:20ต่างๆของคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัย
00:00:20 → 00:00:23เชียงใหม่
00:00:23 → 00:00:29เพราะสุขภาพที่ดีเริ่มได้จากตัวเรา
00:00:29 → 00:00:33สวัสดีค่ะขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ฟัง for
00:00:33 → 00:00:36Health พอดแคสต์รายการที่จะมาพูดคุย
00:00:36 → 00:00:38เรื่องราวของสุขภาพนะคะแล้วก็แบ่งปัน
00:00:38 → 00:00:41ประสบการณ์จากแพทย์เฉพาะทางในสาขาต่างๆ
00:00:41 → 00:00:44ของคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ค่ะ
00:00:44 → 00:00:47อยู่กับดิฉันฟ้าธัญลักษณ์สดสวยๆนัก
00:00:47 → 00:00:49ประชาสัมพันธ์คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัย
00:00:49 → 00:00:52เชียงใหม่พอดแคสต์นะคะก็เป็นอีกหนึ่งช่อง
00:00:52 → 00:00:55ทางที่คณะแพทย์มชจัดทำขึ้นเพื่อให้ผู้ที่
00:00:55 → 00:00:59ชื่นชอบในการฟังและรักในการดูแลสุขภาพนะ
00:00:59 → 00:01:02คะจะถ้าพูดถึงข้อมูลที่ถูกต้องในการดูแล
00:01:02 → 00:01:05ตัวเองและคนที่คุณรักค่ะผู้ฟังเค้าสำหรับ
00:01:05 → 00:01:08เรื่องที่เราจะมาพูดคุยกันนะคะเป็นเรื่อง
00:01:08 → 00:01:11ของ LG B T Q ค่ะปัจจุบันเรามักจะได้
00:01:11 → 00:01:15ยินคำว่า LG B T Q หรือกลุ่มคนที่มี
00:01:15 → 00:01:18ความหลากหลายทางเพศอยู่บ่อยครั้งในทางการ
00:01:18 → 00:01:20แพทย์นะคะบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ
00:01:20 → 00:01:23ไม่ได้เป็นโรคค่ะหรือมีความผิดปกติทางจิต
00:01:23 → 00:01:26ใจแต่อย่างใดนะคะแต่สำหรับปัญหาที่กลุ่ม
00:01:26 → 00:01:29LG B T Q นะคะต้องเผชิญสำคัญที่สุด
00:01:29 → 00:01:32ไม่ได้มีเพียงแค่มาทัฏฐานทางสังคมค่ะแต่
00:01:32 → 00:01:35ยังมีปัญหาในเรื่องการยอมรับจากคนใน
00:01:35 → 00:01:37ครอบครัวเนื่องจากคนกลุ่มนี้นะคะอาจจะ
00:01:37 → 00:01:40ต้องทำตามความหวังของพ่อแม่หรือต้องรักษา
00:01:40 → 00:01:42ชื่อเสียงของมูลตระกูลนะคะซึ่งเป็นเรื่อง
00:01:42 → 00:01:45ที่สวนทางกับผู้ที่อยู่ในกลุ่มความหลาก
00:01:45 → 00:01:48หลายทางเพศนะคะครอบครัวหรือคนรอบข้างเอง
00:01:48 → 00:01:51เนี่ยอาจยังขาดความรู้ความเข้าใจในตัวตน
00:01:51 → 00:01:55ค่ะหรือวิถีทางเพศของคนกลุ่มนี้นานๆนะวัน
00:01:55 → 00:01:57นี้เราจึงจะพูดคุยถึงเรื่องนี้กันเพื่อ
00:01:57 → 00:02:00ที่เราจะได้รู้จักและทำความเข้าใจนะคะกะ
00:02:00 → 00:02:02มีคำว่า LG B T Q หรือกลุ่มคนที่มี
00:02:02 → 00:02:05ความหลากหลายทางเพศค่ะเราจะมาพูดคุยกับ
00:02:05 → 00:02:08อาจารย์หมอนะคะว่าเพศทางเลือกเนี่ยถือว่า
00:02:08 → 00:02:11เป็นความผิดปกติหรือไม่และแนวทางสำหรับ
00:02:11 → 00:02:14ครอบครัวที่มีบุตรหลานเป็นกลุ่ม LG B T
00:02:14 → 00:02:17Q เนี่ยเขาต้องปฏิบัติตัวอย่างไรต้องทำ
00:02:17 → 00:02:19ความเข้าใจในเรื่องใดนะคะซึ่งอาจารย์หมอ
00:02:19 → 00:02:22เองก็พร้อมที่จะให้ข้อมูลกับผู้ฟังทุก
00:02:22 → 00:02:25ท่านแล้วนะคะขอต้อนรับผู้ช่วยศาสตราจารย์
00:02:25 → 00:02:28นายแพทย์อาวิรุฬอารมณ์อาจารย์ประจำภาค
00:02:28 → 00:02:30วิชาจิตเวชศาสตร์คณะแพทยศาสตร์
00:02:30 → 00:02:34มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ค่ะสวัสดีคะสวัสดี
00:02:34 → 00:02:37ครับถ้าวันนี้นะคะเป็นเรื่องที่น่าสนใจ
00:02:37 → 00:02:40มากๆเลยผู้ฟังหลายท่านเนี่ยรอคอย EP นี้
00:02:40 → 00:02:44มากเลยนะเพราะว่าในช่วงก็จะหลายปีนะที่
00:02:44 → 00:02:47ผ่านมาเนี่ยเราจะได้ยินคำว่า LG B T Q
00:02:47 → 00:02:49ค่ะก่อนอื่นตรงนี้อยากจะให้อาจารย์หมอ
00:02:49 → 00:02:53เล่าให้กับพวกเราฟังว่า LG B T Q หรือ
00:02:53 → 00:02:56ว่าความหลากหลายทางเพศเนี่ยหมายถึงอะไร
00:02:56 → 00:02:58ครับจริงๆตัวอักษรย่อนะครับมันเป็นตัว
00:02:58 → 00:03:01อักษรย่อภาษาอังกฤษเนอะรอพี่ที่มันก็จะ
00:03:01 → 00:03:05ย่อมาจากยัง LG B T Q เนี่ย L ก็คือ
00:03:05 → 00:03:08เลสเบี้ยนนะครับจีก็คือเก๋น้องบีก็คือ
00:03:09 → 00:03:12ไบเซ็กโชคนะครับทีก็คือทานเซนเดอร์แล้วก็
00:03:12 → 00:03:14คิวเนี่ยจะเป็นคำว่าคุยอ่ะหรือว่า
00:03:14 → 00:03:17questioning ก็ได้นะครับเนี่ยแต่ละคำมัน
00:03:17 → 00:03:20ก็จะมีความหมายที่แตกต่างกันออกไปนะครับ
00:03:20 → 00:03:23อย่างเช่นดูทีละกรุ๊ปก่อนละกันน้อง LG
00:03:23 → 00:03:26เนี่ยเลสเบี้ยนกับเกย์นะครับก็คือเป็น
00:03:26 → 00:03:29รสนิยมทางเพศที่มีความหลากหลายภาษาอังกฤษ
00:03:29 → 00:03:32เราจะใช้คำว่าไปโชว์เลนส์เทชั่นนะครับก็
00:03:32 → 00:03:36คือเรื่องความชอบที่ความชอบมันแต่ละคน
00:03:36 → 00:03:39เนี่ยมันมีความหลากหลายได้เหมือนกันชอบ
00:03:39 → 00:03:41กินข้าวนะครับบางคนชอบกินผัดกระเพราบางคน
00:03:42 → 00:03:44ชอบกินอาหารจืดมาคนชอบกินอาหารเค็มคือใน
00:03:45 → 00:03:48มุมมองในทางการแพทย์แน่เนาะต้องบอกว่าใน
00:03:48 → 00:03:52อดีตเนี่ยมันคือเคยถูกระบุโดยที่ตอนนั้น
00:03:52 → 00:03:55มันอาจจะเป็นด้วยความที่ความรู้หรือว่า
00:03:55 → 00:03:58ลักษณะงานวิจัยในมันยังไปไม่ถึงแล้วก็มัน
00:03:58 → 00:04:01เกิดความเข้าใจที่ค่าไม่เปลี่ยนไปแต่ลืม
00:04:01 → 00:04:04เนี่ยมันคืออยู่ในข้อบ่งชี้ในการวินิจฉัย
00:04:04 → 00:04:06ทางจิตเวชด้วยที่แต่ว่าในช่วงหลังๆนะครับ
00:04:06 → 00:04:10อ่ามันก็มีการศึกษาวิจัยที่มากขึ้นว่า
00:04:10 → 00:04:12สิ่งเหล่านี้มันไม่ใช่ความผิดปกติมันเป็น
00:04:12 → 00:04:15เพียงความหลากหลายของคนเท่านั้นเองอย่าง 2
00:04:15 → 00:04:19ตัวแรกเนี่ย lc a Lesbian กับเกรง as
00:04:19 → 00:04:21เรียนก็หมายถึงบุคคลที่รู้สึกว่าตัวเอง
00:04:21 → 00:04:25ชอบเพศหญิงเป็นผู้หญิงน้องรู้สึกหรือผู้
00:04:25 → 00:04:29หญิงที่ชอบผู้หญิงด้วยกันเกย์ก็คือคนที่
00:04:29 → 00:04:31รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ชายที่ชอบผู้ชาย
00:04:31 → 00:04:34ด้วยกันนะครับที่เนี้ยต่อมาเนี่ยสองอัน
00:04:34 → 00:04:36นี้มันก็กลายเป็นความปกติเป็นความหลาก
00:04:36 → 00:04:39หลายแบบนึงที่จริงๆคนเรามันจะชอบใครก็ได้
00:04:39 → 00:04:43ค่ะครับทีนี้เวลาที่จะอธิบายทาง LG B T
00:04:43 → 00:04:46Q เนี่ยมันอาจจะยากพอมันแบ่งเป็นคำๆปุ๊บ
00:04:46 → 00:04:50มันอาจจะทำให้เข้าใจได้ได้ยากขึ้นนิดนึง
00:04:50 → 00:04:52นะครับขออธิบายแบบนี้แล้วกันว่าเวลาที่
00:04:52 → 00:04:56เราจะพูดถึงเรื่องความหลากหลายเนี่ยสองคำ
00:04:56 → 00:04:58หลักๆที่มันเยอะกว่านี้นะครับ 2 คำหลักๆ
00:04:58 → 00:05:01ที่เราจะพูดถึงก็คืออีก 2 เซนเด้อ
00:05:01 → 00:05:04Identity คืออัตลักษณ์ทางเพศกับสองก็คือ
00:05:04 → 00:05:07sex show n เตชั่นก็คือรสนิยมทางเพศ
00:05:07 → 00:05:09ที่บอกไปเมื่อกี้ว่าอย่างเลสเบี้ยนกับเกม
00:05:09 → 00:05:13อันถือว่าเป็นรสนิยมทางเพศเอาคำว่าจน
00:05:13 → 00:05:15เลือดเอ็นติตี้ก่อนละกันเนาะจะได้เรียนนิ
00:05:15 → 00:05:18ตี้นะครับมันหมายถึงว่าคนคนนั้นเขารู้สึก
00:05:18 → 00:05:22ว่าตัวเค้าเองอ่ะสังกัดค่ายไหนในโลกใบนี้
00:05:22 → 00:05:26เอาจริงๆก็หนึ่งด้วยว่าบนโลกใบนี้มันถูก
00:05:26 → 00:05:30หล่อๆมาด้วยสิ่งแวดล้อมที่เป็นชายและหญิง
00:05:30 → 00:05:33เป็นสองขั้วแบบนี้มาเนิ่นนานเนอะค่ะเอ่อ
00:05:33 → 00:05:35อย่างห้องน้ำมันยังมีห้องน้ำชายห้องน้ำ
00:05:35 → 00:05:38หญิงหลายอย่างครับหรือว่าแบบชื่ออะไรนะ
00:05:38 → 00:05:40ครับคือทั่วโลกทั้งโลกให้มันถูกรอมาด้วย
00:05:40 → 00:05:43อาการที่มีแค่สองเพศเท่านั้นแต่ว่า
00:05:43 → 00:05:46Concept ใหม่ๆหรือว่าการรับรู้ตัวตนของ
00:05:46 → 00:05:49มนุษย์เนี่ยบางทีมันไม่ได้มีแค่นี้ลองคิด
00:05:49 → 00:05:52สภาพว่าถ้ามันเป็นเส้นเนาะเป็นเส้นเส้น
00:05:52 → 00:05:55หนึ่งที่ซ้ายสุดเป็นความรู้สึกว่าตัวเอง
00:05:55 → 00:05:59เป็นชายมากๆ 100 เต็มที่เลยถ้ามีคะแนน
00:05:59 → 00:06:03เต็มเอามาให้ร้อยเลยด้านขวาเป็นคะแนนเต็ม
00:06:03 → 00:06:04100 500 ว่าฉันรู้สึกว่าฉันเป็นผู้หญิง
00:06:04 → 00:06:07เป็นความรู้สึกภายในนะครับโดยที่ตัด
00:06:07 → 00:06:10เรื่องของเรื่องของความรู้สึกทางเพศความ
00:06:10 → 00:06:13ชอบตัดเรื่องของร่างกายที่ได้มาออกไป
00:06:13 → 00:06:16เนี่ยอันนี้จะหมายถึงตัวเขาเองรู้สึกว่า
00:06:16 → 00:06:19เขาอยู่ตรงไหนซึ่งคนเราอยู่ตรงไหนของเส้น
00:06:19 → 00:06:22ก็ได้ไม่ได้แปลว่าเลยนะคะเออวันนี้อยู่
00:06:22 → 00:06:25ตรงไหนของเครื่องก็ได้เขาเนี้ยก็จะรู้สึก
00:06:25 → 00:06:27ว่าตัวเค้าเองอยู่ที่จุดกึ่งกลางระหว่าง
00:06:27 → 00:06:29ความเป็นชายและความเป็นหญิงก็ได้หรือบาง
00:06:29 → 00:06:33คนอาจจะบอกว่าเขาไม่ได้อยู่บนเส้นนี้เขา
00:06:33 → 00:06:36รู้สึกว่าโลกนี้ไม่ได้มีแค่สองเพศอันนี้
00:06:36 → 00:06:39ครับมันก็เชิญคำใหม่ๆที่ก็จะเรียกว่าแบบ
00:06:39 → 00:06:41กลุ่มมีเขาเขาอาจจะนิยามตัวเองว่าเป็นนอน
00:06:41 → 00:06:44ไบนารี่ข้าคือคนเราเนี่ยมันอยู่ตรงไหนของ
00:06:44 → 00:06:46เส้นก็ได้หรือก็เลือกที่จะไม่อยู่บนเส้น
00:06:46 → 00:06:49นี้ก็ได้อันนี้ก็คือเป็นคำนิยามของ gender
00:06:49 → 00:06:52Identity ซึ่งมันก็จะนำมาสู่ตัวย่อที่
00:06:52 → 00:06:56ถามถึงนะครับอย่างตัวย่อของตัวที่นะครับ
00:06:56 → 00:07:00ทีคือทาน sender ทานเซนเดอร์นะครับที่
00:07:00 → 00:07:04จริงเนี่ยแค่การรับรู้ตัวเองกับเพศที่
00:07:04 → 00:07:08กำเนิดมันไม่ไปด้วยกันแค่เนี้ยมันก็ถือ
00:07:08 → 00:07:11ว่าคนคนนี้เป็นกลุ่มคนที่เขาเป็นมีความ
00:07:11 → 00:07:14หลากหลายทาง gender Identity หรือ
00:07:14 → 00:07:16อัตลักษณ์ทางเพศแล้วก็คือร่างกายสมบูรณ์
00:07:16 → 00:07:19นะร่างกายเป็นผู้ชายเนาะแต่ว่าใจเขารู้
00:07:19 → 00:07:23สึกว่าใจเขาจะออกไปทางหญิงซัก 80% ชายสัก
00:07:23 → 00:07:2520 อย่างนะครับคือคือมันแค่มันไม่ตรงแค่
00:07:25 → 00:07:28เนี้ยเราก็อาจจะใช้คำว่าทานเจนเดอร์ในการ
00:07:28 → 00:07:32ระบุได้แล้วพี่แต่ว่าทางเซนเตอร์ในนิยาม
00:07:32 → 00:07:35ที่เราคุ้นเคยมาทำไมถึงว่ามีการเปลี่ยน
00:07:35 → 00:07:37แปลงข้ามที่ด้วยเช่นข้ามเพศด้วยการใช้
00:07:37 → 00:07:40ฮอร์โมนทางเพศด้วยการผ่าตัดแบบนั้นก็อีก
00:07:40 → 00:07:42แบบนึงคือก็เป็นทางเซนเตอร์อยู่แต่ว่า
00:07:42 → 00:07:44ระดับของทางซินเดอร์แต่ละคนก็จะมีความแตก
00:07:44 → 00:07:48ต่างกันนะครับอันนี้ก็จะเป็นนิยามที่เวลา
00:07:48 → 00:07:52อ่าอัตลักษณ์ทางเพศกับเพศที่ได้มาตอนเกิด
00:07:52 → 00:07:57มีจุ่มมุจิมิน้อยเนี่ยตอนเด็กๆเนี่ยมันก็
00:07:57 → 00:08:00ได้มาแบบนั้นนะเพราะฉะนั้นเนี่ยมันก็จะมี
00:08:00 → 00:08:02มีหลากหลายเกิดขึ้นถ้ามันไม่ไม่ตรงกันค่ะ
00:08:02 → 00:08:05อ่าสั้นออกกำลังจะบอกให้ผู้ฟังเข้าใจว่า
00:08:05 → 00:08:09เราจะไม่ได้ใช้คำว่าเพศที่เกิดคู่มาเนี่ย
00:08:09 → 00:08:11เป็นตัวกำหนดในความรู้สึกของเรานั่นเอง
00:08:11 → 00:08:14ใช่ครับคือมันอาจต้องบอกทีว่ามันอาจจะไม่
00:08:14 → 00:08:18ตรงค่ะคนตรงตรงแค่นั้นเองแต่ต้องต้องเข้า
00:08:18 → 00:08:22ใจว่าบนโลกใบนี้มันมีความหลากหลายที่อ่ะ
00:08:22 → 00:08:25เพศที่เกิดมาตอนเด็กๆกับสิ่งที่เค้ารู้
00:08:25 → 00:08:28สึกภายในใจรู้สึกถึงตัวตนตัวเองไม่น่าจะ
00:08:28 → 00:08:30ไม่ได้ตรงกันก็ได้เท่านั้นเองครับวันนี้
00:08:30 → 00:08:33อาจจะมีมานานแล้วก็ได้แน่นอนแต่เราก็
00:08:33 → 00:08:35เพิ่งมีการศึกษาวิจัยมาเรื่อยจนถึงยุค
00:08:35 → 00:08:37ปัจจุบันเนี่ยที่โลกที่ว่าเปิดกว้างมาก
00:08:37 → 00:08:41ขึ้นครับทำให้เรามีความเข้าใจถึงกลุ่มคำ
00:08:41 → 00:08:44ว่า LG B T Q มากขึ้นครับใช่ค่ะพี่ตาล
00:08:44 → 00:08:47หัวเล่าให้ฟังฟังเพลินว่าเพื่อนชื่อว่า
00:08:47 → 00:08:49คุณฟังเองเนี่ยก็ต้องคิดตามแล้วก็มองใน
00:08:49 → 00:08:52มุมที่กว้างขึ้นกว่าเดิมอย่างเส้นที่แบ่ง
00:08:52 → 00:08:54คำว่าหญิงกับชายอ่ะค่ะครับพอมาถึงวันนี้
00:08:54 → 00:08:56เราได้คุยกับอาจารย์หมอเราอาจจะไม่อยู่บน
00:08:56 → 00:09:00เส้นนี้ก็ได้ใช่ครับเป็นคำที่รู้สึกก็ได้
00:09:00 → 00:09:03ว่าแต่ละคนก็มีคำถามกับตัวเองมาตลอดอ่ะ
00:09:03 → 00:09:05ค่ะมันเป็นเรื่องส่วนบุคคลนะคือมันอยู่
00:09:05 → 00:09:09ที่เขารู้สึกว่าเขาอยู่ตรงไหนนะคะค่ะๆถ้า
00:09:09 → 00:09:12มาถึงตรงนี้หาอาจารย์หมอคะสำหรับเพศทาง
00:09:12 → 00:09:14เลือกเองที่เขาเลือกที่ว่าเขาจะเป็นทาง
00:09:14 → 00:09:17ไหนจะไปทางไหนเนี่ยอาจจะไม่ตรงกับเพศตั้ง
00:09:17 → 00:09:20แต่กำเนิดเนี่ยถือว่าตัวเค้าเองผิดปกติ
00:09:20 → 00:09:23ไหมคะเน้นย้ำอีกทีนอนจริงเมื่อกี้ก็พูด
00:09:23 → 00:09:25อะไรบ้างคือความหลากหลายมันไม่ใช่ความผิด
00:09:25 → 00:09:28ปกติในเรื่องของทางการแพทย์ก็มองก็ไม่ใช่
00:09:28 → 00:09:31บอกว่าไม่ใช่เรื่องที่ผิดปกตินะครับย้อน
00:09:31 → 00:09:33กลับไปนิดนึงในเรื่องของความชอบเหมือนกัน
00:09:33 → 00:09:36ความชอบๆ Lesbian gay bisexual คือใบชน
00:09:36 → 00:09:39ชอบได้ทั้งสองเพศเลยนะลืมคนอ่ะตอนนี้ว่า
00:09:39 → 00:09:41เป็นแผนเซ็กโชว์คือชอบได้หมดไม่ว่าจะเป็น
00:09:41 → 00:09:44แบบไหนเลยนะครับคือพวกนี้ก็ไม่ใช่ความผิด
00:09:44 → 00:09:47ปกติเป็นความหลากหลายอีกเช่นกันคือมัน
00:09:47 → 00:09:50อยู่ที่ว่าตอนนั้นชอบอะไรล่ะที่ที่มัน
00:09:50 → 00:09:52เปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละช่วงชีวิตด้วยเช่น
00:09:52 → 00:09:54ช่วงชีวิตนี้อาจจะชอบแบบนี้ค่ะช่วงชีวิต
00:09:54 → 00:09:57เวลาผ่านไปก็จะชอบอีกแบบหนึ่งหรือบางคนอะ
00:09:57 → 00:10:00ตัวคิวนะครับที่บอกว่าเป็นครูใหญ่โอเค
00:10:00 → 00:10:02เนี่ยก็อาจจะรู้สึกว่าเขายังไม่อยากเลือก
00:10:02 → 00:10:05เขาอยากจะปล่อยฟรีแบบนี้ไปก่อนแบบยังไม่
00:10:05 → 00:10:07ต้องไปตั้งคำถามอะไรกับมันเยอะนะครับมัน
00:10:07 → 00:10:10ก็เป็นเป็นความหลากหลายอีกแบบนึงเหมือน
00:10:10 → 00:10:13กันนะเนี้ยความหลากหลายเหล่าเนี้ยผมถึง
00:10:13 → 00:10:16ใช้คำว่าความหลากหลายค่ะไม่ได้บอกว่ามัน
00:10:16 → 00:10:19เป็นความผิดปกติจะมีเพียงแค่ 1 ภาวะเท่า
00:10:19 → 00:10:21นั้นที่เราก็ไม่ได้มองว่ามันเป็นความผิด
00:10:21 → 00:10:23ปกติเพียงแต่ว่ามันเป็นภาวะที่จำเป็นที่
00:10:23 → 00:10:26จะต้องได้รับขั้นตอนอ่าเกี่ยวกับการดูแล
00:10:26 → 00:10:30ที่เฉพาะมากขึ้นนะคะเป็นภาวะครับห้องใจใน
00:10:30 → 00:10:33เพศสภาพค่าหรือว่าภาษาอังกฤษก็จะเรียกว่า
00:10:33 → 00:10:36gender dysphoria ก็คือการที่ตัวเขาเอง
00:10:36 → 00:10:38รู้สึกว่าอัตลักษณ์ทางเพศของเขาคือสิ่ง
00:10:38 → 00:10:40ที่เขารู้สึกข้างในอ่ะมันไม่ตรงกับเพศ
00:10:40 → 00:10:44กำเนิดและเขารู้สึกว่าอยากจะเอาออกมากๆ
00:10:44 → 00:10:47เช่นเวลาที่เข้าสู่วัยรุ่นเนาะค่ะร่างกาย
00:10:47 → 00:10:50มันก็จะเปลี่ยนแปลงไปเช่นผู้ชายก็อาจจะ
00:10:50 → 00:10:53เริ่มเสียงแตกอะไรนะครับหรือว่าแบบดูมี
00:10:53 → 00:10:56กล้ามเนื้อมากขึ้นตามจะมีละราะพวกเนี้ย
00:10:56 → 00:10:59เวลาที่ที่ตัวเขาเองรู้สึกว่าตัวเค้าเป็น
00:10:59 → 00:11:01ผู้หญิงคะค่ะไหนก็เป็นผู้หญิงแต่ร่างกาย
00:11:01 → 00:11:03มันเปลี่ยนไปเป็นแบบชายแล้วเขารู้สึก
00:11:03 → 00:11:07ทรมานกับมันมากๆบางทีก็ทำให้อ่าความรับ
00:11:07 → 00:11:09ผิดชอบหรือว่าความสามารถในการจัดการตัว
00:11:09 → 00:11:11เองจัดการอารมณ์อันเปลี่ยนแปลงไปอ่าแบบ
00:11:11 → 00:11:14นี้ครับอาจจะเข้าข่ายว่าต้องดูแลแบบคนที่
00:11:14 → 00:11:18มีภาวะคับข้องใจนเทศสภาพค่ะอันนี้ก็จะ
00:11:18 → 00:11:20เป็นคนอื่นคำที่แปลกใหม่เช่นกันนะครับ
00:11:20 → 00:11:23ครับก็เรื่องน้องวัยรุ่นหลายๆคนนะที่ได้
00:11:23 → 00:11:25มาฟังอาจารย์หมอวันเนี้ยอาจจะกำลัง
00:11:25 → 00:11:28ประเมินตัวเองไปด้วยน่ะค่ะว่าเราอยู่ใน
00:11:28 → 00:11:32จุดไหนหรือว่าตอนนี้เราต้องการที่ปรึกษา
00:11:32 → 00:11:33หรือเปล่าเขาอย่างที่บอกว่าร่างกายมัน
00:11:33 → 00:11:36เติบโตขึ้นตามวัยและเป็นช่วงวัยรุ่นเนี่ย
00:11:36 → 00:11:40ร่างกายก็มีการเปลี่ยนแปลงแน่นอนแต่จิตใจ
00:11:40 → 00:11:43ของเราเนี่ยก็ยังมีความรู้สึกอีกแบบนึง
00:11:43 → 00:11:46มันเหมือนอะไรที่ค่อนข้างขัดแย้งในตัวเอง
00:11:46 → 00:11:49อ่ะค่ะครับตรงนี้มันจึงเป็นเรื่องที่
00:11:49 → 00:11:52สำคัญที่จะต้องทำความเข้าใจตัวเองซึ่งการ
00:11:52 → 00:11:55ที่จะมางี้ใครสักคนนึงมาบอกเราเนี่ยน่าจะ
00:11:55 → 00:11:58ยากนะคะจานหมอคะถ้าเราไม่เลือกที่จะเปิด
00:11:58 → 00:12:03ใจคุยกับใครสักคนนึงโป้ขาต้องหาจุดสำคัญ
00:12:03 → 00:12:05อีกจุดหนึ่งก็คือคนที่จะเห็นความเปลี่ยน
00:12:05 → 00:12:07แปลงเหล่านี้ได้ค่อนข้างเยอะก็คือคนใน
00:12:07 → 00:12:12ครอบครัวค่ะน้องเพราะว่าอ่าจะเป็นพ่อแม่
00:12:12 → 00:12:14หรือว่าคนที่ดูแลครับจะเป็นคนแรกๆเลยครับ
00:12:14 → 00:12:20ที่เห็นว่าอ๋อเขาอาจจะรู้สึกไม่ไม่ค่อย
00:12:20 → 00:12:23ตรงกับร่างกายที่เขาเกิดมาผมเชื่อว่าหลาย
00:12:23 → 00:12:27ครอบครัวหินค่ะเพราะว่าหลายครอบครัวก็รู้
00:12:27 → 00:12:30รู้และกำลังพยายามที่จัดการอยู่มันก็มีคำ
00:12:30 → 00:12:33ถามมีครับว่าเออแล้วยังไงเราจะต้องดูแล
00:12:33 → 00:12:37ใช่ไหมเราก็ต้องดูแลอาจจะเป็นเด็กๆนะครับ
00:12:37 → 00:12:40เหลือจะเป็นวัยรุ่นหรือจริงๆไม่จำกัดอยู่
00:12:40 → 00:12:43แค่นั้นนะคนเราในบางทีมาเรียนรู้ตัวเอง
00:12:43 → 00:12:46ตอนที่อายุแบบเยอะมากขึ้นแล้ว 30 40 50
00:12:46 → 00:12:50ก็ได้คือคือมันเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาใน
00:12:50 → 00:12:53ตลอดช่วงชีวิตของเราให้นี้อะอย่างแรกเลย
00:12:53 → 00:12:56นะครับก็ต้องแสดงความยินดีที่เราผ่านมา
00:12:56 → 00:12:59เจอพอดแคสต์นี้ถ้าได้ฝากอ่าเพราะว่าเพราะ
00:12:59 → 00:13:03ว่าก็จะได้คือการเริ่มต้นเรียนรู้ว่าอ๋อ
00:13:03 → 00:13:05ความหลากหลายมันมีหลากหลายแบบนี้ได้ด้วย
00:13:05 → 00:13:08อันนี้ก็เป็นทางหนึ่งละว่าหนึ่งก็คือเรา
00:13:08 → 00:13:12ต้องมีความรู้ก่อนว่าสิ่งนี้มันถูกนิยาม
00:13:12 → 00:13:15ยังไงแต่ถ้าเป็นทางการแพทย์นิยามแบบนี้
00:13:15 → 00:13:17ถ้าเป็นนิยามทั้งสังคมญาติยังไงอะไรนะ
00:13:17 → 00:13:21ครับอาจจะต้องหาความรู้เพิ่มว่าอ้อสิ่ง
00:13:21 → 00:13:23นี้มันมีที่มาที่ไปหรือว่ามันมีความหลาก
00:13:23 → 00:13:26หลายอย่างไรได้บ้างคะนี้อันที่หนึ่งเนาะ
00:13:26 → 00:13:30อันที่สองคือเป็นคำพูดที่อยากจะพูดด้วยดี
00:13:30 → 00:13:33กว่าครับคือถ้าสมมุติว่าคุณพ่อคุณแม่เป็น
00:13:33 → 00:13:36นักมุมของคุณพ่อคุณแม่และกันหนอที่อ่า
00:13:36 → 00:13:39เริ่มจะเห็นแล้วว่าลูกๆมีอาจจะมีความหลาก
00:13:39 → 00:13:41หลายโดยเฉพาะเรื่องความหลากหลายทางเพศ
00:13:41 → 00:13:43เนี่ยสิ่งที่จะเกิดขึ้นในความรู้สึกนะ
00:13:43 → 00:13:45ครับมันเป็นไปได้มากคุณพ่อคุณแม่อาจจะรู้
00:13:45 → 00:13:51สึกว่ามันผิดหวังมีได้นะข้ารู้สึกว่าไม่
00:13:51 → 00:13:53สบายใจรู้สึกเป็นห่วง
00:13:53 → 00:13:56มันเกิดขึ้นได้หมดความรู้สึกด้านลบนะครับ
00:13:56 → 00:14:01เพราะว่าผมชื่อว่าส่วนนึงเนี่ยแต่ถ้าถ้า
00:14:01 → 00:14:03อยู่ในยุคนึงน้องคุณพ่อคุณแม่ในยุคเนี่ย
00:14:03 → 00:14:06ก็จะเป็นคุณพ่อคุณแม่ที่เติบโตมากับสิ่ง
00:14:06 → 00:14:08แวดล้อมแบบหนึ่งค่ะซึ่งเขาอาจจะมองว่า
00:14:08 → 00:14:11ความหลากหลายทางเพศเนี่ยตอนนั้นมันเป็น
00:14:11 → 00:14:14ความผิดปกติอยู่ณตอนนั้นค่ะถือว่ามันอาจ
00:14:14 → 00:14:17จะทำให้ลูกเนี่ยมีโอกาสที่จะเจอสิ่งแวด
00:14:17 → 00:14:20ล้อมที่ไม่ค่อยดีคือในยุคของเขานั้นอายุ
00:14:20 → 00:14:23ของคุณพ่อคุณแม่ครับเพราะฉะนั้นเนี้ยไม่
00:14:23 → 00:14:25แปลกเวลาที่คุณพ่อคุณแม่เขาจะรู้สึกไม่ดี
00:14:25 → 00:14:29เวลาที่เห็นลูกในวัยนี้เขาเกิดเอ่อมี
00:14:29 → 00:14:31พฤติกรรมบางอย่างที่เขาสงสัยว่าสงสัยก็มี
00:14:31 → 00:14:34ความหลากหลายทางเพศน่ะค่ะก็เห็นใจครับอัน
00:14:34 → 00:14:37นึงก็คือต้องบอกว่าเข้าใจมากๆเลยเพราะว่า
00:14:37 → 00:14:39สิ่งแวดล้อมที่คุณพ่อคุณแม่เจอมามันไม่
00:14:39 → 00:14:42เหมือนกันแต่ไม่เหมือนยุคที่เด็กๆหรือวัย
00:14:42 → 00:14:45รุ่นโซมาในยุคนี้เพราะฉะนั้นเนี่ยความ
00:14:45 → 00:14:48กังวลเกิดขึ้นได้ทีนี้เมื่อยอมรับความ
00:14:48 → 00:14:51กังวลของตัวเองได้อ่าอาจจะต้องลองดูเพิ่ม
00:14:51 → 00:14:55เติมว่าตกลงมาสิ่งที่กังวลน่ะคือจากความ
00:14:55 → 00:14:57กังวลด้านไหนกันแน่
00:14:57 → 00:15:03เช่นความกังวลโอ๊ยลูกจะอยู่ได้ไหมในอนาคต
00:15:03 → 00:15:06ถ้าสมมติว่าลูกไม่มีไม่มีไม่มีลูกเนี่ย
00:15:06 → 00:15:09สมมติไม่มีลูกแล้วจะอยู่ยังไงแก่ไปแล้ว
00:15:09 → 00:15:13ลูกจะอยู่ยังไงอ่ะซึ่งอันนี้มันก็ในโลก
00:15:13 → 00:15:15ปัจจุบันเนี่ยมันก็ค่อนข้างเปิดกว้างแล้ว
00:15:15 → 00:15:18ว่าเอาถ้าสมุดกังวลเรื่องนี้จริงๆลองไปหา
00:15:18 → 00:15:21ข้อมูล 4 เทคโนโลยีการจัดการมีบุตรใน
00:15:21 → 00:15:23บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศเนี่ยมันไป
00:15:23 → 00:15:27ไกลถึงไหนแล้วนะครับหรือว่าจริงๆถ้าตัว
00:15:27 → 00:15:31ของดูเนี่ยมีความสามารถที่จะดูแลตัวเอง
00:15:31 → 00:15:34ได้และเขาอยากจะมีอ่าเขาอยากจะมีลูกนะ
00:15:34 → 00:15:36สมมุติอยากจะมีลูกอยากจะรับเบียร์ใครสัก
00:15:36 → 00:15:39คนมันก็เป็นไปได้เพราะฉะนั้นเนี่ยจริงๆมา
00:15:39 → 00:15:41ดูดีๆคำว่าไอ้ความกังวลเนี้ยในปัจจุบัน
00:15:41 → 00:15:45มันมีทางทางที่ไปได้มากขึ้นแล้วหรือเปล่า
00:15:45 → 00:15:49บางคนเนี่ยความรู้สึกที่จะเจอได้บ่อยใน
00:15:49 → 00:15:52ผู้ปกครองหรือว่าคนดูแลก็จะรู้สึกผิดค่ะ
00:15:52 → 00:15:54คือในยุคนึงเนี่ยก็จะเชื่อว่าลูกเนี่ย
00:15:54 → 00:15:58เป็นผลผลิตของพ่อแม่เขาก็จะรู้สึกผิดว่า
00:15:58 → 00:16:01การที่ลูกเตะออกมาด้วยความหลากหลายทางเพศ
00:16:01 → 00:16:03เป็นเพราะว่าเขาเลี้ยงอะไรเขาทำอะไรผิด
00:16:03 → 00:16:08หรือเปล่าลูกถึงเป็นแบบนี้ซึ่งก็ให้ให้
00:16:08 → 00:16:11ยืนยันได้เลยว่าจากการศึกษาเนี่ยมันไม่
00:16:11 → 00:16:15ได้มีหลักฐานที่มีนัยยะสำคัญว่าการเลี้ยง
00:16:15 → 00:16:18ดูของพ่อแม่จะนำไปสู่การที่ลูกเป็นแบบนี้
00:16:18 → 00:16:22ค่ะมันมันเป็นโดยหลายๆปัจจัยมันไม่ได้แบบ
00:16:22 → 00:16:24ตัดใจเดียวเท่านั้นค่ะคือมันเป็นปัจจัย
00:16:24 → 00:16:28ทางด้านทั้งด้านในร่างกายปัจจัยคือมัน
00:16:28 → 00:16:30เยอะครับเพราะฉะนั้นเนี่ยมันบอกยากมากว่า
00:16:30 → 00:16:33คนคนนี้พี่เติบโตมาด้วยความหลากหลายทาง
00:16:33 → 00:16:35เพศเนี่ยมันเป็นเพราะว่าพ่อแม่ทำอะไรไม่
00:16:35 → 00:16:38ดีหลักค่ะนำสิ่งที่ตรงนี้มาเป็นเหมือนจุด
00:16:38 → 00:16:42รู้สึกในใจว่าเราเลี้ยงเขาได้ไม่ดีหรือ
00:16:42 → 00:16:45เปล่าใช่ฉันลงเนี่ยอาจารย์หมอกำลังจะเล่า
00:16:45 → 00:16:49ให้ฟังว่าไม่มีตัวนิใจหรือหลักฐานอะไรที่
00:16:49 → 00:16:52บอกว่ามาจากการเลี้ยงดูของคุณพ่อคุณแม่นะ
00:16:52 → 00:16:55คะตรงนี้มันนำไปสู่การยอมรับจริงๆเรื่อง
00:16:55 → 00:16:58ที่ 1 ก็คือความคาดหวังของตัวพ่อแม่เอง
00:16:58 → 00:17:01กับส่วนลูกนะคะก็เหมือนมีความคาดหวังว่า
00:17:01 → 00:17:04เขาจะอยู่ยังไงแล้วพอมีการคาดหวังเกิด
00:17:04 → 00:17:07ขึ้นมันน่าจะมีบางอย่างที่เป็นแรงกดดัน
00:17:07 → 00:17:11แน่นอนค่ะที่ทำให้ตัวของลูกเองก็ไม่อยาก
00:17:11 → 00:17:15ทำให้ครอบครัวผิดหวังเลยค่ะตรงนี้คิดว่า
00:17:15 → 00:17:18ทุกครอบครัวแล้วก็สถานครอบครัวที่มีบุตร
00:17:18 → 00:17:21หลานนะมีเรื่องของ LG B T Q หรือว่า
00:17:21 → 00:17:24ความหลากหลายทางเพศเนี่ยครับเราเลือกที่
00:17:24 → 00:17:28จะอยู่กับความไม่อิสระอ่ะเนาะเขาเรียกว่า
00:17:28 → 00:17:32ต้องเก็บความรู้สึกพวกนี้ไว้ไม่ได้มีสละ
00:17:32 → 00:17:36ทั้งความคิดหรือการแสดงออกอยากจะอยู่ใน
00:17:36 → 00:17:39ฐานะลูกที่เป็นลูกที่ดีให้พ่อแม่รู้สึก
00:17:39 → 00:17:42ภูมิใจในตัวเขาอีกนะค่ะแต่ถามว่าเขามี
00:17:42 → 00:17:46ความสุขไหมตรงนี้ก็อาจจะไม่ใช่ความสุขของ
00:17:46 → 00:17:50เขาเช่นกันค่ะคือต้องบอกว่าแล้วแต่คน
00:17:50 → 00:17:53เหมือนกันคือบางคนเนี่ยบางบ้านพูดอย่าง
00:17:53 → 00:17:55นี้ดีกว่านะบางครั้งบางบ้านการเปิดเผย
00:17:55 → 00:17:58หรือว่าการใช้ชีวิตสนะมากขึ้นมันก็จะส่ง
00:17:58 → 00:18:01ผลเสียก็ได้ในบ้านนั้นมีการเลือกที่จะบอก
00:18:01 → 00:18:05แค่บางคนหรือว่าเปิดเผยกับคนที่เขารู้สึก
00:18:05 → 00:18:08สบายใจที่จะเปิดเผยอันนี้เป็นสิทธิ์ของ
00:18:08 → 00:18:11แต่ละคนครับเพราะฉะนั้นเนี่ยเขาจะช่างอาจ
00:18:11 → 00:18:14จะต้องชั่งน้ำหนักเกงในคนที่รู้สึกว่าตัว
00:18:14 → 00:18:16เองมีความหลากหลายทางเพศแล้วแล้วยังไม่
00:18:16 → 00:18:19ไม่อยากบอกหรือไม่อยากเปิดเผยกับใครเป็น
00:18:19 → 00:18:22สีครับไม่เปิดเผยก็ได้ค่ะถ้าเรายังโอเค
00:18:22 → 00:18:26อยู่แต่ทีนี้ถ้าสิ่งแวดล้อมอันเปิดมาก
00:18:26 → 00:18:28ขึ้นน้องหมายถึงว่าคุณพ่อคุณแม่ยุคเงี้ย
00:18:28 → 00:18:30ผมเชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ก็จะเรียนรู้
00:18:30 → 00:18:32เรื่องเหล่านี้มากขึ้นเรียนรู้ถึงความ
00:18:32 → 00:18:37หลากหลายของของเรื่องตัวตนมากขึ้นอ่าเวลา
00:18:37 → 00:18:39ที่เด็กๆเขารับรู้ว่าตรงนี้เป็นพื้นที่
00:18:39 → 00:18:42ปลอดภัยครับคือทำให้บ้านเป็นพื้นที่ปลอด
00:18:42 → 00:18:46ภัยที่จะพูดหรือว่าที่จะเรียนรู้กันค่ะ
00:18:46 → 00:18:49แบบนี้มันจะนำไปสู่ผลลัพธ์ทางสุขภาพจิต
00:18:49 → 00:18:53ที่ดีกว่าถังพ่อแม่หรือว่าคนดูแลและตัว
00:18:53 → 00:18:55เด็กในวัยรุ่นเองหรือแม้กระทั่งอาจจะโต
00:18:55 → 00:18:58กว่านั้นก็ได้นะค่าเพราะฉะนั้นเนี่ยสำคัญ
00:18:58 → 00:19:01คือเต็มพื้นที่ที่บ้านเนี่ยเป็นพื้นที่
00:19:01 → 00:19:04ที่ใกล้ชิดกับบุคคลที่สุดล็อคไม่ว่าจะ
00:19:04 → 00:19:07เป็นที่ไหนหรือว่าถ้าอาจจะไม่ใช่บ้านใกล้
00:19:07 → 00:19:09ถนนว่าเขาอะไรอยู่ในสังคมอีกแบบนึงที่อ่า
00:19:09 → 00:19:12ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่หรือว่าอะไรเงี้ยอะ
00:19:12 → 00:19:14คือคนที่อยู่ใกล้ชิดนะครับถ้ารู้สึกปลอด
00:19:14 → 00:19:17ภัยอ้ะมันก็จะรู้สึกว่าเออเรื่องที่พูด
00:19:17 → 00:19:21ได้ค่ะพอได้พูดว่าอาจารย์หมอนะคะเรารู้
00:19:21 → 00:19:24สึกวันนี้เป็นวันที่โชคดีมากๆเลยค่ะนั่ง
00:19:24 → 00:19:26น้องหลายคนที่กำลังฟังพอดแคสต์อยู่เนี่ย
00:19:26 → 00:19:30เขาอาจกำลังหาคำตอบให้กับตัวเองว่าเขาผิด
00:19:30 → 00:19:33ปกติหรอเขาแตกต่างหรอแล้วเขาควรจะทำยังไง
00:19:33 → 00:19:36เพื่อที่จะเป็นลูกที่คุณพ่อคุณแม่ให้รู้
00:19:36 → 00:19:39สึกผิดไม่รู้สึกผิดหวังในตัวเขาแต่วันนี้
00:19:39 → 00:19:42พอเรามาพูดคุยในมุมของอาจารย์หมอเล่าให้
00:19:42 → 00:19:45ฟังนะคะเราไม่ได้มองแค่มุมสำหรับคนที่
00:19:45 → 00:19:47เป็นลูกไม่อยากทำให้พ่อแม่ผิดหวังครับ
00:19:47 → 00:19:50สำหรับคนที่เป็นพ่อแม่ก็อยากจะเข้าใจลูก
00:19:50 → 00:19:53มากขึ้นและทำให้ลูกเนี่ยมีชีวิตที่มีความ
00:19:53 → 00:19:56สุขแล้วก็เป็นตัวของตัวเองแล้วเหมือนที่
00:19:56 → 00:19:59บ้านน่ะเป็นที่ปลอดภัยในตรงนี้เราได้มา
00:19:59 → 00:20:02พูดคุยกับคุณหมอนะอยากจะขอข้อมูลที่สำคัญ
00:20:02 → 00:20:05มากๆค่ะเป็นเรื่องของแนวทางปฏิบัติสำหรับ
00:20:05 → 00:20:09ครอบครัวไหนที่เขามีบุตรหลานเนี่ยเป็น
00:20:09 → 00:20:11กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศตรงนี้
00:20:11 → 00:20:14อาจารย์หมออยากจะแนะนำหรือให้ข้อมูลกับ
00:20:14 → 00:20:18ครอบครัวยังไงบ้างคะก็จะกี้ก็อุดคุยไปบาง
00:20:18 → 00:20:21ส่วนแล้วนะว่าหาข้อมูลค่าครับ 2 ก็คือ
00:20:21 → 00:20:24สร้างพื้นที่ปลอดภัยนะครับสามก็คือเรียน
00:20:24 → 00:20:28รู้ถึงความคาดหวังของตัวเองว่าจริงความ
00:20:28 → 00:20:30คาดหวังนี่มันมันคือความคาดหวังอะไรกัน
00:20:30 → 00:20:34แน่คาดหวังให้เขาอยู่สบายคาดหวังว่าเขาจะ
00:20:34 → 00:20:38ต้องอ่ะไม่ลำบากในอนาคตคือฟังดูไม่แก่จะ
00:20:38 → 00:20:42เห็นว่าจริงๆอยากให้มันดีต่อกันคือเป็น
00:20:42 → 00:20:45ความปรารถนาดีต่อการทั้งคู่ถ้ารู้ก็ไม่
00:20:45 → 00:20:47ได้อยากเป็นรูปที่ทำให้พ่อแม่ผิดหวังพ่อ
00:20:47 → 00:20:49แม่ก็ไม่ได้อยากจะทำให้ลูกรู้สึกไม่สบาย
00:20:49 → 00:20:52ใจค่ะเพราะแม่ก็อยากให้ลูกอยู่สบายอยู่
00:20:52 → 00:20:55แล้วเพราะฉะนั้นเนี้ยจะเห็นว่าจริงๆ
00:20:55 → 00:20:58เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ผูกโยงความความ
00:20:58 → 00:21:02รู้สึกความรักที่ก็คือมากๆเลยนะครับเพราะ
00:21:02 → 00:21:05ฉะนั้นเนี่ยถ้าความรักเนี้ยมันเจือไปด้วย
00:21:05 → 00:21:08ความกังวลด้วยมันก็จะมาแบบรูปแบบหนึ่งอ้ะ
00:21:08 → 00:21:11เพื่อนเนี้ยการเรียนรู้ความกังวลว่าไอ้
00:21:11 → 00:21:14สิ่งที่กังวลอ่ะตกลงในโลกปัจจุบันมันจริง
00:21:14 → 00:21:19ๆอยู่ไหมค่ะค่าหรือว่ามันจริงอ่ะจริงใน 40
00:21:19 → 00:21:21ปีที่แล้วแต่แบบวันนี้มันอาจจะไม่จริง
00:21:21 → 00:21:24แล้วก็ได้เลยนะครับคือคือมันอาจจะต้องใช้
00:21:24 → 00:21:27ข้อมูลในการที่จะช่วยกันสร้างพื้นที่ปลอด
00:21:27 → 00:21:31ภัยสำหรับสำหรับเรื่องนี้แบบที่บอกอ่าอีก
00:21:31 → 00:21:34อันนึงที่อาจจะต้องฝากเรื่องฝากกับ
00:21:34 → 00:21:37ครอบครัวครับคือจริงๆเรื่องเทพเป็นเรื่อง
00:21:37 → 00:21:40เป็นเรื่องหนึ่งเท่านั้นถ้าในชีวิตของลูก
00:21:40 → 00:21:44มันคนเรามันไม่ได้มีเรื่องนี้เรื่องเดียว
00:21:44 → 00:21:47ค่ะเออคนคนเราหนึ่งคนนั่นอาจจะต้องมี
00:21:47 → 00:21:50เรื่องสังคมความสัมพันธ์กับเพื่อนอ่ามี
00:21:50 → 00:21:54เรื่องความสำเร็จทางการงานอาชีพหรือว่ามี
00:21:54 → 00:21:57เรื่องความสำเร็จด้านอื่นๆที่คนๆนึงเนี่ย
00:21:57 → 00:22:01มันมีหลายด้านมากๆเพราะถ้าเงียบถ้าพูดถึง
00:22:01 → 00:22:05เรื่องเพศอย่างเดียวเนี่ยสิ่งที่ผมคิดว่า
00:22:05 → 00:22:08จะเป็นประโยชน์คือการสนับสนุนให้เขาค้นหา
00:22:08 → 00:22:11และเรียนรู้ตัวเองครับคือคุยได้เพราะ
00:22:11 → 00:22:14สร้างขึ้นที่ปลอดภัยได้ปุ๊บเนี่ยเอ่อให้
00:22:14 → 00:22:16เขาเรียนรู้ก่อนว่าเออการใช้ชีวิตแบบนี้
00:22:16 → 00:22:20แบบในอนาคตเขามองตัวเองยังไงอะไรเนี่ย
00:22:20 → 00:22:23หรือว่าให้ปัจจุบันถ้าบ้านไหนสามารถพูด
00:22:23 → 00:22:26คุยเรื่องเรื่องแฟนได้โดยที่ลูกไม่อึดอัด
00:22:26 → 00:22:28เรื่องความชอบของลูกได้เลยที่ร่วงไม่ติด
00:22:28 → 00:22:30ตามเนี่ยครับมันก็จะเป็นลานที่ดีเราว่า
00:22:30 → 00:22:32เวลาที่เขามีความเดือดร้อนด้านความ
00:22:32 → 00:22:35สัมพันธ์อาจจะเป็นในรูปแบบในหลายอย่างและ
00:22:35 → 00:22:38รูปแบบเพื่อรูปแบบอื่นๆเนี้ยเขาก็จะกลับ
00:22:38 → 00:22:41มาหาคนที่เขาไว้ใจเธอจะเป็นที่บ้านซึ่ง
00:22:41 → 00:22:45มันจะเป็นโอกาสที่ที่ดีและใช้วิธีการฟัง
00:22:45 → 00:22:50ก่อนและถามอ่าคุณพ่อคุณแม่ยุคหลายๆยุคและ
00:22:50 → 00:22:56ยุคแหละจะถนัดถนัดสอนโดยโดยสัญชาตญาณของ
00:22:56 → 00:22:59พ่อแม่สถานอัศศอนะครับแต่ว่าอาจจะลอง
00:22:59 → 00:23:02เปลี่ยนก็จะได้ครับเหลี่ยนว่าเอ๊ะแล้วลูก
00:23:02 → 00:23:05คิดยังไงเรื่องนี้หรือว่าเวลาที่อาจจะมี
00:23:05 → 00:23:07เห็นดูหนังก็ได้ปัจจุบันมีน้ำเยอะมากเลย
00:23:08 → 00:23:10เนาะละครซีรีย์ไรเงี้ยครับถ้าดูทำเดียว
00:23:10 → 00:23:13กันได้ดูด้วยกันแล้วมีตัวละครอะไรที่เป็น
00:23:13 → 00:23:16เรื่องของความหลากหลายทางเพศหรือเรื่อง
00:23:16 → 00:23:20อื่นก็ได้นะชวนคุยสิแต่เออลูกเห็นตัวนี้
00:23:20 → 00:23:22แล้วแบบคนนี้หรือว่าคนนี้เขาเป็นยังไง
00:23:22 → 00:23:22บ้าง
00:23:22 → 00:23:26อะไรแบบนี้ครับคือถ้าจะเป็นวิธีที่ที่ชัด
00:23:26 → 00:23:29เจนเนี่ยผมคิดว่าการชวนคุยเรื่องนี้โดย
00:23:29 → 00:23:34ใช้สื่อก็ได้ค่ะถ้ามันอาจจะทำให้ตัวลูก
00:23:34 → 00:23:36หรือเด็กรู้สึกสบายใจมากขึ้นที่จะพูด
00:23:36 → 00:23:38เพราะไม่ใช่เรื่องของตัวเองค่ะอะไรแบบนี้
00:23:38 → 00:23:41เป็นเทคนิคหนึ่งนะครับก็จะดีมากๆเลยที่
00:23:41 → 00:23:43ที่ได้พูดคุยเรื่องนี้กันแล้วก็อย่าลืม
00:23:44 → 00:23:46ว่าอย่างที่บอกไม่ใช่เรื่องเดียวคือว่า
00:23:46 → 00:23:48ถ้าจะถามเรื่องอื่นๆด้วยก็จะดีและอยากให้
00:23:48 → 00:23:52มองคนคนนึงในหลายๆมิติไม่ใช่ว่าเรื่องนี้
00:23:52 → 00:23:54ทำให้รู้สึกผิดหวังแล้วก็จะปักใจแต่
00:23:54 → 00:23:56เรื่องนี้โดยที่ไม่มองเรื่องอื่นของลูก
00:23:56 → 00:24:00เลยนะคะขาเพราะว่าปัจจุบันนะคะ
00:24:00 → 00:24:02จะเอาเองก็ได้เห็นกลุ่มคนที่มีความหลาก
00:24:02 → 00:24:04หลายทางเพศประสบความสำเร็จในหน้าที่การ
00:24:04 → 00:24:09งานแล้วก็เป็นคนนึงที่สามารถสร้างความ
00:24:09 → 00:24:12ภูมิใจให้คนในครอบครัวได้คุณพ่อคุณแม่เขา
00:24:12 → 00:24:16เองก็ภูมิใจในตัวเขาสังคมก็ยอมรับและก็
00:24:16 → 00:24:19เป็นเหมือนจุดที่ทำให้น้องๆวัยรุ่นหรือ
00:24:19 → 00:24:22ว่าคนที่มีความหลากหลายทางเพศค่ะกล้าที่
00:24:22 → 00:24:26จะรหัสที่จะยอมรับในสิ่งที่เราเป็นตรงนี้
00:24:26 → 00:24:29ค่ะได้ปัจจุบันเราเห็นเยอะมากขึ้นนะคะจะ
00:24:29 → 00:24:31เนาะเค้าสื่อต่างๆนะคะหรือคนที่มีชื่อ
00:24:31 → 00:24:34เสียงประสบความสำเร็จหรือว่าความสามารถ
00:24:34 → 00:24:38ของเขาที่โดดเด่นจะทำให้คำว่าเรื่องเพศ
00:24:38 → 00:24:42อย่างถูกแยกออกไปเลยเรามองเขาที่ความ
00:24:42 → 00:24:45สามารถของเขาความรักที่ที่เหมือนศิลปินคน
00:24:45 → 00:24:48นึงนะค่ะครับอย่างแฟนคลับเนี่ยอาจจะมอง
00:24:48 → 00:24:51ข้ามเรื่องของเรื่องเพศไปเลยเราชื่นชอบใน
00:24:51 → 00:24:54ผลงานของเขาภูมิใจในตัวเขาและมองเห็นว่า
00:24:54 → 00:24:58เค้าก็ยังเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับคนรอบ
00:24:58 → 00:25:02ข้างได้รู้สึกก็ดีนะคะพอได้เจอบทความหรือ
00:25:02 → 00:25:04ว่าสื่อต่างๆออนไลน์ในเรื่องเกี่ยวกับ
00:25:04 → 00:25:07เรื่องพวกที่นี้นะค่ะค่ะก็จะทำให้เรามอง
00:25:07 → 00:25:10กว้างขึ้นนะคะไม่ได้จำกัดให้เรื่องเพศ
00:25:10 → 00:25:12อย่างที่อาจารย์หมอพยายามจะเล่าให้เราฟัง
00:25:12 → 00:25:16นะคะด้วยตัวอย่างที่คนนึงมีหลายมุมไงไม่
00:25:16 → 00:25:18ถึงว่าอย่างทิพย์อย่างที่บอกนะครับคนเรา
00:25:18 → 00:25:21มีหลายด้านเพราะฉะนั้นเนี่ยเวลาที่ด้าน
00:25:21 → 00:25:26นึงมีทางไปต่อได้มันก็น่าสนับสนุนเนาะโดย
00:25:26 → 00:25:27ที่เรื่องไม่อยากให้เรื่องนี้มาเป็น
00:25:27 → 00:25:30อุปสรรคในการที่จะไม่สนับสนุนเรื่องอื่นๆ
00:25:30 → 00:25:32นี่คือประเด็นที่ที่ผมอยากจะพูดคุยมาฝาก
00:25:32 → 00:25:34แต่ในมุมกลับการเนาะผมอยากให้มองนะครับ
00:25:34 → 00:25:38อ่าไม่ได้แปลว่าการมีความหลากหลายทางเพศ
00:25:38 → 00:25:41แล้วมันจะสนับสนุนให้มีผลสำเร็จมากขึ้นนะ
00:25:41 → 00:25:45มันก็ยังมีอีกหลายพื้นที่อีกหลายพื้นที่
00:25:45 → 00:25:48ที่เพลงทลายทำให้เป็นเรื่องหนึ่งแต่ว่า
00:25:48 → 00:25:51เขาก็มีสิทธิ์ที่จะทำไม่ถูกได้บางทีเนี่ย
00:25:51 → 00:25:54เขาเลือกทางเดินอะไรที่มันอาจจะไม่ได้มี
00:25:54 → 00:25:57ผลดีกับกับชีวิตเขาเท่าไหร่และเขาก็เรียน
00:25:57 → 00:26:00รู้ว่าอันนี้มันไม่ดีเลยอ่ะพี่
00:26:00 → 00:26:02อีกมุมหนึ่งข้ามมันไม่ได้ประสบความสำเร็จ
00:26:02 → 00:26:05ก็ไม่เป็นไรนะค่ะคือมันก็เป็นเรื่องที่
00:26:05 → 00:26:08มนุษย์คนนึงจะเจอได้มนุษย์คนนึงอาจจะ
00:26:08 → 00:26:12เซลล์ได้ในสังคมเนี่ยจะเป็นมองว่าโอ้แม่
00:26:12 → 00:26:15ชีวิตชิลต้องโดดเด่นอะไรงั้นขึ้นจริงๆไม่
00:26:15 → 00:26:18เสมอไปคือก็จะมีบางพื้นที่ที่เขาก็ยังวน
00:26:18 → 00:26:21เวียนกับกับสิ่งที่เขาเลือกอยู่ก็มีซึ่ง
00:26:21 → 00:26:24อยากจะพูดเพราะว่ามันทีเราก็จะต้องให้
00:26:24 → 00:26:26โอกาสได้ว่าแบบเอ่อเขาก็กำลังเรียนรู้
00:26:26 → 00:26:29อยู่อะไรเงี้ยโดยที่ไม่มีได้ต้องค้นการ
00:26:29 → 00:26:32ความช่วยเหลือบางอย่างเพิ่มเติมก็ก็เป็น
00:26:32 → 00:26:34ได้นะครับคือในมุมกลับกันในอีกด้านหนึ่ง
00:26:34 → 00:26:37น้องจะเธอเราอาจจะมองแต่คนที่ประสบความ
00:26:37 → 00:26:41สำเร็จคะชั้นอ๋ออ๋อคะมองว่าอุ้มเขาเป็น
00:26:41 → 00:26:43กลุ่มคนที่มีความหาญทางเพศและเขาประสบ
00:26:43 → 00:26:45ความสำเร็จเข้าไปได้ไกลขนาดนั้นแล้วทำไม
00:26:45 → 00:26:49เราถึงอย่างนั้นเนี่ยแบบนี้นั่นเองซึ่ง
00:26:49 → 00:26:52จริงๆถึงไม่จำเป็นก็เป็นชีวิตคนธรรมดาคน
00:26:52 → 00:26:55นึงได้ไม่ดีไม่ดีใต้หมดเลยครับแต่ก็ต้อง
00:26:55 → 00:26:58มีความสุขใช่ไหมคะไม่มีความสุขก็ได้นะ
00:26:58 → 00:27:01สงสัยนิดนึงค่ะมีหลายคนมาจะพูดว่าจะเป็น
00:27:01 → 00:27:04อะไรก็ได้ระวังจะเห็นแบบคุณพ่อคุณแม่หรือ
00:27:04 → 00:27:08คนมักจะพูดคำนึงที่บวกมากว่าจะเป็นอะไรก็
00:27:08 → 00:27:11ได้ขอแค่เป็นคนดีและมีความสุขอย่างเงี้ย
00:27:11 → 00:27:15ความสุขเนี่ยคือตัวชี้วัดตามสบความสำเร็จ
00:27:15 → 00:27:17ในการใช้ชีวิตหรือเปล่าคะในมุมมองของ
00:27:17 → 00:27:19อาจารย์หมอตอนนี้ความเห็นส่วนตัวน้องชาย
00:27:19 → 00:27:24ค่ะในคอมไม่ไม่เสมอไปไม่สมุดไปเนี่ยมัน
00:27:24 → 00:27:28มันสะท้อนถึงความคาดหวังใช่ค่ะมันเป็นคำ
00:27:28 → 00:27:30พูดที่สะท้อนถึงความคาดหวังของพ่อแม่และ
00:27:30 → 00:27:34สังคมนะครับว่าก็เป็นอะไรก็เป็นขอให้เป็น
00:27:34 → 00:27:36คนดีแล้วเป็นคนไม่ดีอ่ะคนเราอ่ะมันไม่ได้
00:27:36 → 00:27:40มีดีทุกด้านค่ะไม่ได้มีแย่ทุกด้านอยู่
00:27:40 → 00:27:44แล้วครับถ้าในมุมมองของผมก็คือว่ามนุษย์
00:27:44 → 00:27:47มันเป็นอะไรที่กลมๆนะมันมีหลายๆด้านหลาย
00:27:47 → 00:27:50มิติเพราะฉะนั้นโอเคการที่ดีเรายอมรับเขา
00:27:50 → 00:27:53ในแบบที่เขาดีค่ะด้านที่อาจจะไม่ค่อยดี
00:27:53 → 00:27:56เท่าไหร่อ่ายอมรับก่อนละโอเคมันมีหน้าที่
00:27:56 → 00:27:59ไม่ดีรวมถึงตัวเองด้วยนะจะต้องยอมรับว่า
00:27:59 → 00:28:01อะเราก็มีหน้าก็ดีเหมือนกันเพียงแต่ว่า
00:28:01 → 00:28:04อยู่ที่ตัวเขาเองเลยว่าเขาอยากออกจากตรง
00:28:04 → 00:28:07นั้นไหมล่ะค่ะแต่ถ้าส่งรู้สึกว่ามุ่งนี้
00:28:07 → 00:28:11มันดูแล้วแหละว่ามันไม่ดีอยากออกมาความ
00:28:11 → 00:28:15ช่วยเหลือจะเข้าไปได้แค่ไหนอันนี้ก็ก็
00:28:15 → 00:28:19อยู่ที่คุณกะว่าใครที่บุญเก่าว่าโอเคเดิม
00:28:19 → 00:28:21น่ะแต่ดั้งแต่เดิมเนี่ยพื้นที่ปลอดภัยของ
00:28:21 → 00:28:24เขาว่าจะเป็นในบ้านนอกบ้านร้องของเพื่อน
00:28:24 → 00:28:27ของที่ทำงานมันมีมากแค่ไหนความช่วยเหลือ
00:28:27 → 00:28:30ที่จะเข้าไปได้มันเกี่ยวแค่ไหนค่ะคือใน
00:28:30 → 00:28:32มุมมองของผมเนี้ยความหลากหลายทางที่เป็น
00:28:32 → 00:28:35เรื่องหนึ่งค่ะแต่มันไม่ได้จะต้องมาผูก
00:28:35 → 00:28:37ติดว่าเป็นคนดีเป็นคนไม่ดีเป็นคนมีความ
00:28:37 → 00:28:40สุขเป็นคนไม่มีความสุขคนเรามันเปลี่ยน
00:28:40 → 00:28:44แปลงตลอดเวลาครับก็ไม่มีใครที่จะสุขทุก
00:28:44 → 00:28:48วันทุกไปทั้งวันนะคะถูกล่ะก็ไม่มีใครที่
00:28:48 → 00:28:52จะทุกๆเรื่องมันอาจารย์หมอก็มานานจะพูด
00:28:52 → 00:28:54ถึงเรื่องอารมณ์ความรู้สึกของเราทุกคนไม่
00:28:54 → 00:28:58ว่าจะเพศไหนเช่นกันเราทุกคนต่างก็ถูกได้
00:28:58 → 00:29:02แล้วก็สู่ได้แต่ก็คงโน้ทถึงขั้นดิ่งยิง
00:29:02 → 00:29:06ยาวมีแบบนั้นก็ต้องปรึกษากันแกหรอกน่ะคือ
00:29:06 → 00:29:07ถ้ามีแบบถึงแบบนั้นเนี่ยมันก็จะเป็น
00:29:07 → 00:29:10เรื่องอาจจะเป็นโรคทางจิตเวชที่เราจะต้อง
00:29:10 → 00:29:12มาได้คุยกันว่าเอ๊ะมันจะต้องรักษาเป็น
00:29:12 → 00:29:16เรื่องเป็นราวหรือเปล่าค่ะครับซึ่งย้ำอีก
00:29:16 → 00:29:18ครั้งนึงค่ะในประเทศไทยเราคะอาจารย์หมอคะ
00:29:18 → 00:29:21พบจิตแพทย์เนี่ยถือว่าเป็นความผิดปกติไหม
00:29:21 → 00:29:25กลัวจังเลยกลัวการไปเจอคุณหมอในเรื่องของ
00:29:25 → 00:29:28จิตทวีเฮ็ดจังเลยครั้งนี้อยากให้อาจารย์
00:29:28 → 00:29:31หมอเล่าให้กับผู้ฟังที่กำลังฟังพอดแคสต์
00:29:31 → 00:29:33อยู่ในค่ะครับการมาพบจิตแพทย์เนี่ยใน
00:29:33 → 00:29:36ปัจจุบันผมชื่อว่าเปิดหน้าขึ้นและคือมัน
00:29:36 → 00:29:39อาจจะมีในยุคนึงที่เขารู้สึกว่าเป็นตรา
00:29:39 → 00:29:42บาปเป็นการโดนตีตราในชีวิตว่าเป็นคนไข้
00:29:42 → 00:29:45จิตเวชอะไรเนี่ยซึ่งซึ่งในปัจจุบันเนี่ย
00:29:45 → 00:29:48พบมากขึ้นแล้วนะคะว่าบางทีมีความเครียด
00:29:48 → 00:29:50บางทีมีความรู้สึกไม่ดีกับบางอย่างและมัน
00:29:50 → 00:29:53จัดการได้อย่างเนี่ยคนก็พยายามที่จะเข้า
00:29:53 → 00:29:56ถึงบริการทางจิตเวชมาขึ้นค่ะซึ่งเป็นซึ่ง
00:29:56 → 00:29:58เป็นสิ่งดีนะครับแล้วก็มันเป็นสัญญาณ
00:29:58 → 00:30:02หนึ่งว่าการให้ที่สำคัญของสุขภาพจิตเนี่ย
00:30:02 → 00:30:05มันอยู่ในทุกพื้นที่และนะครับที่แพทย์
00:30:05 → 00:30:08เป็นแค่ส่วนเล็กๆส่วนหนึ่งที่เราจะช่วย
00:30:08 → 00:30:11การจริงๆบุคลากรทางจิตเวชอีกหลายน้อคุณ
00:30:11 → 00:30:15พยาบาลจิตเวชนะครับนักจิตวิทยาหรือว่านัก
00:30:15 → 00:30:18กิจกรรมบำบัดนักสังคมสงเคราะห์นั่งที่เรา
00:30:18 → 00:30:20ทำงานกันเป็นทีมเพราะฉะนั้นเนี่ยหลายๆ
00:30:20 → 00:30:22ปัญหาเนี่ยแพ้อาจจะไม่เก่งแล้วอาจจะต้อง
00:30:23 → 00:30:26ใช้ทีมคนอื่นๆนะครับแต่ถ้าสมมติที่คนอื่น
00:30:26 → 00:30:28ๆแล้วคนนี้สงสัยจะต้องได้ยาอะไรก็จะไป
00:30:28 → 00:30:31นาทีติดกับแผนและต้องเอามาดูเป็นผู้ป่วย
00:30:31 → 00:30:34ในผู้ป่วยนอกอะไรไหมซึ่งขั้นตอนเนี่ยมัน
00:30:34 → 00:30:37มีมันมีของมันมันมีเกณฑ์ในการที่จะดูแลใน
00:30:37 → 00:30:40แต่ละคนไม่เหมือนกันนะคะเพราะฉะนั้นเนี่ย
00:30:40 → 00:30:43อยากให้มองว่ามันเป็นความไม่สบายแบบนึง
00:30:43 → 00:30:46ค่ะบางคนไม่สบายมาเป็นหวัดเป็นหวัดเนี่ย
00:30:46 → 00:30:49บางมดบางคนก็หายเองถูกไหมครับแต่บางคน
00:30:49 → 00:30:51เป็นหวัดที่มันไม่หายเองนะมันเป็นซ้ำๆ
00:30:51 → 00:30:55เป็นบ่อยๆอาบอาจจะเกิดเพราะว่าเพราะว่า
00:30:55 → 00:30:58มันมีลักษณะผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน
00:30:58 → 00:31:00เนี่ยสมบูรณ์นะคะเป็นมกรุงเทพกับโรคทาง
00:31:00 → 00:31:02กายเนาะที่มันเป็นบ่อยเพราะว่าภูมิคุ้ม
00:31:02 → 00:31:05กันมันไม่ดีอย่างเงี้ยก็เหมือนกันครับคือ
00:31:05 → 00:31:08โรคทางจิตเวชก็เหมือนกันถ้าสมุดว่ามันแย่
00:31:08 → 00:31:11ขนาดที่ว่าโอ้มันต้องใช้ยาใช้อะไรช่วย
00:31:11 → 00:31:13เนี่ยมันก็จะเป็นเพราะว่ามันเป็นโรคที่
00:31:13 → 00:31:16ค่อนข้างความรู้ในมันเยอะแต่ถ้าบางคน
00:31:16 → 00:31:19เนี่ยผ่านไปอาจจะมีคนช่วยสะกิดสักหน่อย
00:31:19 → 00:31:20นึง
00:31:20 → 00:31:23จบละ 1 เรื่องสำหรับ 1 เดือนนี้ที่ผ่านมา
00:31:23 → 00:31:25ที่บรรทุกมาทั้งหมดเอ่อมันดีขึ้นไม่ค่อยๆ
00:31:25 → 00:31:29ดีขึ้นใน2เดือน3เดือนแบบนี้มันก็อาจจะ
00:31:29 → 00:31:32เป็นลักษณะของความไม่สบายใจที่หายเองได้
00:31:32 → 00:31:37ค่ะเราได้เข้าใจถึงเรื่องอารมณ์ของตัวเอง
00:31:37 → 00:31:40มากขึ้นเลยนะคะสำหรับพอดแคสต์ EP นี้ค่ะ
00:31:40 → 00:31:44รู้สึกฟังเพลินมากๆเลยเราได้เนื้อหาที่ดี
00:31:44 → 00:31:46มากๆค่ะอาจารย์หมอคะเชื่อว่าจะเป็น
00:31:46 → 00:31:49ประโยชน์กับหุ้มคนฟังอย่างแน่นอนไม่ว่าจะ
00:31:49 → 00:31:51เป็นครอบครัวที่มีบุตรหลานเป็นกลุ่มที่มี
00:31:51 → 00:31:54ความหลากหลายทางเพศหรือตัวบุคคลเองที่
00:31:54 → 00:31:57กำลังอยู่ในความสับสนความรู้สึกผิดหรือ
00:31:58 → 00:32:01เปล่าความรู้สึกกับแตกต่างจะเอาเนี้ยค่ะ
00:32:01 → 00:32:04ได้มาฟังพอร์ตแค่ตัวนี้นะคะจะเป็นอีก
00:32:04 → 00:32:09หนึ่งกำลังใจค่ะที่ทำให้มีแรงขับดันที่จะ
00:32:09 → 00:32:11มีแรงขับการวิทยุชีวิตอยู่ต่อได้เลยค่ะ
00:32:11 → 00:32:14อาจารย์หมอคะถ้าพูดถึงขนาดนั้นน่ะครับผม
00:32:14 → 00:32:17ว่าอะที่มันเป็นได้ขนาดนั้นเพราะว่าเรา
00:32:17 → 00:32:21รู้สึกว่ามีคนที่พยายามจะเข้าใจมีพื้นที่
00:32:21 → 00:32:23ที่แม้แต่ตัวเราก็รู้สึกว่าเราต้องทำความ
00:32:23 → 00:32:26เข้าใจกับตัวเองมากขึ้นแล้วก็มีคนอื่นๆ
00:32:26 → 00:32:28ที่เขารู้สึกว่าเฮ้ยเขาอยากเข้าใจอ่ะถ้า
00:32:28 → 00:32:31มันเป็นคนนั้นคนรอบข้างแล้วเราสามารถเป็น
00:32:31 → 00:32:35คนที่พยายามจะเข้าใจในความเป็นไปเป็นมา
00:32:35 → 00:32:38ของมนุษย์คนหนึ่งได้ครับมันก็จะมันก็จะคง
00:32:38 → 00:32:40จะช่วยให้รู้สึกอยากมีชีวิตอยู่ต่อได้
00:32:40 → 00:32:44อะไรแบบที่ที่ว่าขับค่าวันนี้หมดเวลาแล้ว
00:32:44 → 00:32:46ค่ะต้องขอบพระคุณอาจารย์หมอมากๆนะคะ
00:32:46 → 00:32:49สำหรับเนื้อหาและข้อมูลดีๆในวันนี้ค่ะ
00:32:49 → 00:32:52สวัสดีค่ะครับและขอขอบคุณผู้ฟังทุกท่าน
00:32:52 → 00:32:56ที่อยู่ด้วยกันตรงนี้ค่ะนอกจากนี้นะคะผู้
00:32:56 → 00:32:59ฟังยังสามารถติดตามข่าวสารของคณะ
00:32:59 → 00:33:01แพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยจะไปเชียงใหม่ได้
00:33:01 → 00:33:04อีกหลายช่องทางค่ะไม่ว่าจะเป็นบนเว็บไซต์
00:33:04 → 00:33:08Facebook YouTube Twitter ธนากำ
00:33:08 → 00:33:11Instagram ถอด Cash เพียงพิมพ์คำที่ช่อง
00:33:11 → 00:33:15ค้นหาว่า med.cmu นะคะ m e d cmu
00:33:15 → 00:33:18เพียงเท่านี้ค่ะก็จะมีข้อมูลเกี่ยวกับการ
00:33:18 → 00:33:22ดูแลสุขภาพอีกมากมายเลยค่ะสาระวันนี้นะคะ
00:33:22 → 00:33:25ต้องลาทุกท่านไปก่อนครั้งหน้าจะเป็น
00:33:25 → 00:33:27เรื่องอะไรอย่าลืมติดตั้งนั้นต่อนะคะ
00:33:27 → 00:33:31สวัสดีค่ะเสี่ย You Port cash for
00:33:31 → 00:33:34First House เพราะสุขภาพที่ดีเริ่มได้
00:33:34 → 00:33:38จากตัวเราเอง