00:00:38 → 00:00:39สวัสดีค่ะ
00:00:39 → 00:00:42พบกับเราสองคน และรายการคุยกับหมออัจจิมานะคะ
00:00:42 → 00:00:44แน่นอน ใครที่เป็นแฟนรายการนี้
00:00:44 → 00:00:47รู้เลยว่าคุณต้องเป็นคนรักสุขภาพ
00:00:47 → 00:00:52และก็ใส่ใจในการหาความรู้ใหม่ๆ เพื่อมาดูแลตัวคุณเองแล้วก็คนในครอบครัวด้วย
00:00:52 → 00:00:55เดี๋ยวนี้เรื่องของการดูแลสุขภาพ นี่สำคัญมากเลยนะคะคุณหมอ
00:00:55 → 00:00:58คนยุคนี้เป็นพวกแบบตื่นตัว เรื่องนี้มากขึ้นนะคะคุณหมอ
00:00:58 → 00:01:03หมอว่าดีนะเพราะว่าการที่เรามีความรู้เยอะๆ มันก็ทำให้เราป้องกันโรคได้
00:01:03 → 00:01:08ว่าแต่ว่าวันนี้คุณหมอจะป้อนความรู้เรื่องเรื่องไหนให้พวกเราดีคะ
00:01:08 → 00:01:10ตอนของวันนี้เที่ยงจะคุยกันก็คือ
00:01:10 → 00:01:13เราจะคุยกันเรื่องของความสำคัญของน้ำ
00:01:13 → 00:01:13น้ำ
00:01:13 → 00:01:18จะดื่มยังไงถึงจะดีต่อสุขภาพ จะดื่มน้ำประเภทไหน จะดื่มแค่ไหน
00:01:18 → 00:01:19จะดื่มยังไง
00:01:19 → 00:01:23ตอนของเราก็คือ น้ำดื่ม ดื่มอย่างไรดี
00:01:30 → 00:01:32หมอชวนคุยช่วงที่ 1 ของเราวันนี้นะคะ
00:01:32 → 00:01:35ก็ยังคงต่อเนื่องเกี่ยวกับเรื่องของน้ำ
00:01:35 → 00:01:39เพราะว่าเรารู้ว่าน้ำเนี่ยสำคัญมากๆ ใช่มั้ยคะคุณหมอ
00:01:39 → 00:01:42เราจะเจาะลึกเกี่ยวกับเรื่องของน้ำดื่ม
00:01:42 → 00:01:44ควรจะดื่มยังไง
00:01:44 → 00:01:47ต้องมาทำความรู้จักถึงความสำคัญของน้ำกันก่อนค่ะคุณหมอขา
00:01:47 → 00:01:49คุณแนนน้ำนี่เป็นส่วนสำคัญ
00:01:49 → 00:01:53ที่ทำให้เมแทบอลิซึมในการทำงานของร่างกาย มันทำงานไปได้
00:01:53 → 00:01:55น้ำเป็นสารอาหารที่สำคัญ
00:01:55 → 00:01:584 ใน 5 ของน้ำหนักตัวของเรา
00:01:58 → 00:02:00เกือบจะทั้งหมดเลยน้ำหนักตัวของเราเนี่ย
00:02:00 → 00:02:02คือน้ำ
00:02:02 → 00:02:06คุณแนนลองคิดดูถ้าเราทานอาหาร ที่มันไม่มีน้ำอ่ะ
00:02:06 → 00:02:09มันจะเคลื่อนผ่านอะไรไปได้
00:02:09 → 00:02:13แล้วถ้าเราไม่มีน้ำอ่ะ มันจะออกมาย่อยอาหารได้ไหม
00:02:13 → 00:02:15แล้วเราก็จะไม่มีเหงื่อ
00:02:15 → 00:02:18แล้วไม่ว่าจะเหงื่อ จะอุจจาระ จะปัสสาวะ
00:02:18 → 00:02:22มันคือทางที่เราจะกำจัดสารพิษ
00:02:22 → 00:02:25ถ้าเราไม่มี นอกจากร่างกายจะทำงานไม่ได้แล้ว
00:02:25 → 00:02:27ร่างกายยังกำจัดสารพิษไม่ได้อีก
00:02:27 → 00:02:32เพราะฉะนั้นแล้วต้องถามถึงหน้าที่ของน้ำในร่างกาย ว่ามันช่วยอะไรบ้างคะคุณหมอ
00:02:32 → 00:02:34คุณแนนเวลาร้อนเนี่ย เกิดอะไรขึ้น
00:02:34 → 00:02:35ออกมาเป็นเหงื่อ
00:02:35 → 00:02:40น้ำทำหน้าที่ในการควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย
00:02:40 → 00:02:45ผิวถ้าไม่มีน้ำเกิดอะไรขึ้น แห้ง
00:02:45 → 00:02:48ถ้าตาไม่มีน้ำเกิดอะไรขึ้น ก็แห้ง
00:02:48 → 00:02:52หรือแม้กระทั่งข้อ ถ้าไม่มีน้ำเนี่ยโอ้โห คุณแนนลองคิดดู
00:02:52 → 00:02:55ปวดก๊อบแก๊บก๊อบแก๊บ เหมือนคนแก่ๆเขาเดิน
00:02:55 → 00:02:59มันจะเดินไม่ได้เลย เพราะความหล่อลื่นมันหายไป
00:02:59 → 00:03:02ในอวัยวะภายในของร่างกายเราก็มีน้ำ
00:03:02 → 00:03:04ในการทำงานของลำไส้ก็ต้องใช้น้ำ
00:03:04 → 00:03:07อันนั้นพูดถึงน้ำในร่างกาย ที่มีคุณประโยชน์มากมาย
00:03:07 → 00:03:09คุณหมอบอกเราขาดน้ำไม่ได้เลย
00:03:09 → 00:03:14แต่ถ้าพูดถึงน้ำที่เราต้องรับประทานเข้าไปทุกวัน หรือว่าน้ำดื่ม
00:03:14 → 00:03:16การดื่มน้ำนี่มันช่วยอะไรบ้างคะคุณหมอขา
00:03:17 → 00:03:20มันก็ช่วยทำให้ร่างกายเราทำงานได้ปกติ
00:03:20 → 00:03:24ช่วยลดอาการเครียด ช่วยลดกลิ่นปาก
00:03:24 → 00:03:27ช่วยชะลอความแก่ มันเยอะมากค่ะคุณแนน
00:03:27 → 00:03:28นับข้อดีและไม่ถ้วนเลย
00:03:28 → 00:03:30เยอะมากอ่ะ ช่วยในการลดน้ำหนักก็ได้
00:03:31 → 00:03:33จริงๆน้ำเนี่ยก็มาจากหลายแห่งส่วนใหญ่
00:03:33 → 00:03:36ก็ที่เราจะดื่มๆกันอยู่ ก็จะมีน้ำประปา
00:03:36 → 00:03:41น้ำดื่มบรรจุขวด น้ำกลั่น หรือว่าจะเป็นน้ำต้ม
00:03:41 → 00:03:44น้ำกรอง น้ำแร่
00:03:44 → 00:03:48อันนี้ก็คืออันที่เราใช้ดื่มกันอยู่ประจำ
00:03:48 → 00:03:54ในน้ำดื่มบรรจุขวดเองเนี่ย บางทีก็ต้องดูว่าเป็นน้ำที่ผ่านกระบวนการกลั่นแบบไหน
00:03:54 → 00:03:55หรือกรองแบบไหน
00:03:55 → 00:03:57แต่ถ้าทำให้น้ำบริสุทธิ์เกิน
00:03:57 → 00:04:00ยกตัวอย่างเช่น เอาน้ำกลั่นมาดื่ม
00:04:00 → 00:04:03ไม่มีแร่ธาตุอะไรทั้งสิ้นนะคะที่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย
00:04:03 → 00:04:06ถ้าเราดื่มบ่อยๆร่างกายก็ไม่ได้รับและธาตุ
00:04:06 → 00:04:07ก็ไม่ดี
00:04:07 → 00:04:09รวมถึงน้ำแร่
00:04:09 → 00:04:12เพราะน้ำแร่เนี่ย เราพบว่าเป็นน้ำที่ผ่านการกรองธรรมชาติ
00:04:12 → 00:04:16น้ำแร่จะมีแร่ธาตุที่เป็นส่วนประกอบอยู่มาก
00:04:16 → 00:04:18อย่างเช่นจะเป็นกลุ่มพวกแคลเซียม
00:04:18 → 00:04:21เป็นกลุ่มพวกโซเดียม ฟอสฟอรัส
00:04:21 → 00:04:29แต่ถ้าดื่มมากๆเนี่ย บางทีเราจะมีแร่ธาตุบางตัวในร่างกายสูงเกินปกติก็ได้เหมือนกัน
00:04:29 → 00:04:35เราอาจจะต้องแบบว่าดื่มสลับ น้ำแร่บ้าง น้ำกรองธรรมดาบ้าง
00:04:35 → 00:04:37อีกอันนึงคือน้ำประปา
00:04:37 → 00:04:41สมัยก่อนเราจะรู้สึกว่าน้ำประปาเอามาต้มก่อน แล้วค่อยมาดื่ม
00:04:41 → 00:04:44หรืออุ้ย สมัยก่อนดื่มน้ำฝน
00:04:45 → 00:04:48ปัจจุบันนี้ไม่ได้แล้วนะ น้ำฝนเนี่ย
00:04:48 → 00:04:51น้ำฝนนี่เอาทุกอย่างมารวมกันหมด
00:04:51 → 00:04:55สารพิษทั้งหลาย สารฝุ่นละอองอะไรที่อยู่ในบรรยากาศของเราทั้งหลาย
00:04:55 → 00:04:58ก็แล้วก็มาผ่านการกรอง
00:04:58 → 00:05:00แล้วการกรองก็มีหลายแบบเหมือนกัน
00:05:00 → 00:05:02อย่างเช่นใช้พวกสารกรองพวกคาร์บอน
00:05:02 → 00:05:05พวกนี้ก็จะกองพวกตะกอน กลิ่น สี คลอรีนออก
00:05:05 → 00:05:07หรือสารกรองในกลุ่มของเรซิน
00:05:07 → 00:05:10พวกนี้ก็อาจจะช่วยในการกรองหินปูนออก
00:05:10 → 00:05:14หรือลดความกระด้างในน้ำ และก็ดูดซับสีได้ดี
00:05:14 → 00:05:17แต่ถ้าเกิดเป็นไส้กรองส่วนเซรามิค พวกนี้ก็กรองเชื้อโรค
00:05:17 → 00:05:20หรือพวก Reverse osmosis หรือน้ำ RO
00:05:20 → 00:05:23พวกนี้ดีก็คือมัน เอาพวกสารพิษ เอาพวกโลหะ
00:05:23 → 00:05:26อะไรที่เป็นมณฑลละภาคใหญ่ๆในน้ำได้เป็นอย่างดี
00:05:26 → 00:05:27มันเอาแร่ธาตุไปด้วย
00:05:27 → 00:05:31เพราะนั้นพวกนี้ก็อาจจะดื่มนานๆก็ขาดแร่ธาตุนะคะ
00:05:31 → 00:05:34หรือน้ำกรองพวก UV พวกนี้ก็ฆ่าเชื้อโรค
00:05:34 → 00:05:36ผ่าน Ultra Violet
00:05:36 → 00:05:40งั้นก็ลีว่าพวกนี้เนี่ย ฉันไม่มีเชื้อโรคหรือไม่มีแบคทีเรียเหลืออยู่
00:05:40 → 00:05:43งั้นเราก็จะดูว่าน้ำกรองที่เราเลือกทาน
00:05:43 → 00:05:44เราจะเลือกทานแบบไหน
00:05:44 → 00:05:47มีอีกอย่างนึงคุณหมอ ตอนนี้อยู่ในกระแสมากๆ
00:05:47 → 00:05:49น้ําผสมวิตามิน
00:05:49 → 00:05:51อันนี้ดีจริงไหมคะคุณหมอ
00:05:51 → 00:05:54โอ้โห เมืองนอกนี่เยอะมาก
00:05:54 → 00:05:56ก็จะเป็นน้ำดื่มที่บวกวิตามินเข้าไป
00:05:56 → 00:05:58พวกนี้เขาก็จะผสมวิตามินเข้าไปหลายอย่าง
00:05:58 → 00:06:01อย่างเช่นอาจจะเป็นวิตามินบี B1 B3 B6
00:06:01 → 00:06:03หรือบางทีก็ผสมพวก Folic Acid
00:06:03 → 00:06:09หรือสมัยนี้เขาก็จะมีแบบที่คุณกดผง ใส่เข้าไปในน้ำดื่ม
00:06:09 → 00:06:11ที่มีขายในบ้านเรา
00:06:11 → 00:06:13แล้วก็ คุณก็จะได้รับวิตามินเข้าไป
00:06:13 → 00:06:18แต่ว่าจริงๆแล้วเนี่ยวิตามินที่ผสมอยู่ในพวกนี้ มันปริมาณไม่เยอะ
00:06:18 → 00:06:21คือถ้าคุณจะดื่ม คุณก็ต้องใช้ดื่มในปริมาณมาก
00:06:21 → 00:06:24ที่จะให้ได้ผลในการบรรเทาอาการต่างๆ
00:06:24 → 00:06:27หรือรักษาโรค หรือป้องกันโรค หรืออะไรทั้งหลายแหล่
00:06:27 → 00:06:29อันนึงที่ดังกว่านั้นคุณ คือน้ำด่าง
00:06:29 → 00:06:30น้ำด่างแม่แนนก็ดื่มค่ะคุณหมอ
00:06:30 → 00:06:34น้ำด่าง เพราะว่าจริงๆแล้วเนี่ยตัวน้ำด่างเอง
00:06:34 → 00:06:37ก็คือน้ำดื่มที่มีค่าความเป็นด่าง
00:06:37 → 00:06:40ซึ่งมีแร่ธาตุต่างๆที่ร่างกายต้องการอยู่มาก
00:06:40 → 00:06:43อย่างเช่นอาจจะมีพวกแคลเซียม โซเดียม แมกนีเซียม
00:06:43 → 00:06:45หรือว่ากลุ่มโพแทสเซียมอยู่นะ
00:06:45 → 00:06:46เขาทำได้หลายวิธี
00:06:46 → 00:06:48อาจจะมีการผ่านพวกกระแสไฟฟ้าเข้าไป
00:06:48 → 00:06:51แล้วก็ทำให้เกิดมีการแตกตัวของโมเลกุล
00:06:51 → 00:06:54คราวนี้น้ำด่างส่วนใหญ่โมเลกุลเล็ก
00:06:54 → 00:06:57เพราะฉะนั้นเวลาที่ร่างกายจะเอาไปใช้ ใช้ได้ดีกว่า
00:06:58 → 00:07:04เรารู้ว่าน้ำ เราใช้ในการดีท็อก คือใช้กระบวนการขจัดสารพิษของร่างกาย
00:07:04 → 00:07:07เพราะนั้นถ้าสมมุติว่าน้ำมันแทรกซึมไปในเซลล์ต่างๆได้
00:07:07 → 00:07:12มันก็จะสามารถช่วยในกระบวนการ Detoxification หรือว่าการขับของเสียออกจากร่างกาย
00:07:12 → 00:07:14ได้ดีกว่า
00:07:15 → 00:07:18ถามว่าน้ำด่างดีไหม ดีเพราะจริงๆแล้วเนี่ย
00:07:18 → 00:07:21คุณแนนรู้ไหมมันมีการวิจัย
00:07:21 → 00:07:24ซึ่งพบว่าร้อยละ 99 ของคนที่เป็นโรค
00:07:24 → 00:07:26หรือร่างกายที่มีโรคเนี่ย
00:07:26 → 00:07:31มีสภาวะความเป็นกรด มากกว่าสภาวะปกติ ถึงเป็นพันเท่า
00:07:31 → 00:07:33แล้วมันทำให้พวกตัวร้ายต่างๆเนี่ย
00:07:33 → 00:07:35มันสามารถเจริญเติบโตได้ดี
00:07:35 → 00:07:39ไม่ว่าจะเป็นเนื้องอก หรือไม่ว่าจะเป็นมะเร็งทั้งหลาย
00:07:39 → 00:07:43เซลล์ปกติเนี่ย มีค่าความกรดด่างอยู่ประมาณสัก 7
00:07:43 → 00:07:47เมื่อไหร่ก็ตามที่เป็นเซลล์ไม่ได้หรือว่าเซลล์ร้าย
00:07:47 → 00:07:51ถ้าเซลล์ร้ายเจอค่าความเป็นด่าง สักเกิน 7.5 เป็นต้นไป
00:07:51 → 00:07:52ตาย
00:07:52 → 00:07:55อันนี้คือเขาได้รางวัล Nobel Prize
00:07:55 → 00:07:58ตั้งแต่ปี 2474 นู่นแหนะ
00:07:58 → 00:08:03ซึ่งพบว่าภาวะความเป็นกรดของร่างกายทำให้เกิดโรค
00:08:03 → 00:08:06เจอผลอย่างนี้ ดิฉันรีบซื้อน้ำด่างมาทานเลยค่ะ
00:08:06 → 00:08:08มันน่าจะเป็นจากอันนี้ น่าจะเป็นงานวิจัยอันนี้
00:08:08 → 00:08:13ถึงทำให้มีกระแสน้ำดังออกมาสัก 10 20 ปีที่ผ่านมา
00:08:13 → 00:08:15และนอกจากนี้ก็ยังมีงานวิจัยอีก
00:08:15 → 00:08:18ที่เขาพบว่าว่าอย่างคนที่เป็นโรคกรดไหลย้อน
00:08:18 → 00:08:21คนที่เป็นโรคมีการอักเสบของหลอดอาหาร
00:08:21 → 00:08:24โรคที่มันมีการค้นของกรดขึ้นมา
00:08:24 → 00:08:30เขาพบว่าคนที่ดื่มน้ำด่าง มันสามารถที่จะยับยั้งน้ำย่อยที่มีความเป็นกรด
00:08:30 → 00:08:33ที่ทำให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อ เยื่อบุพวกนี้
00:08:33 → 00:08:35สามารถรักษาได้
00:08:35 → 00:08:40คือคุณต้องมีค่าความเป็นด่างในน้ำสูงถึง 8.8
00:08:40 → 00:08:45อันนี้มันสามารถที่จะทำการรักษาได้เลย จากแค่น้ำดื่มอย่างเดียว
00:08:45 → 00:08:49นี่แหละเราได้รู้จักประเภทของน้ำ ไปในหลายๆประเภทแล้วนะคะ
00:08:49 → 00:08:52แล้วก็ประโยชน์ของเขา ที่ส่งผลต่อร่างกายของเราเนี่ย
00:08:52 → 00:08:53มีอะไรกันบ้าง
00:08:53 → 00:08:56ไม่มีเหตุผลใดเลยที่เราจะไม่ดื่มน้ำค่ะคุณผู้ชม
00:08:56 → 00:09:00แต่เราจะดื่มอย่างไรให้ได้ประโยชน์ และมีผลดีกับเรามากที่สุด
00:09:00 → 00:09:04พักสักครู่ช่วงหน้ากลับมาตามกันต่อค่ะ
00:09:14 → 00:09:17กลับมาคุยกันต่อในช่วงที่ 2 ของหมอชวนคุยนะคะ
00:09:17 → 00:09:22ช่วงนี้ของรายการเราสนับสนุนโดย Ortisine ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมดูแลรูปร่าง
00:09:22 → 00:09:24อยากผอมต้องดื่มน้ำ
00:09:24 → 00:09:27คุณหมอบอกว่าหนึ่งในเคล็ดลับก็คือต้องดื่มน้ำ
00:09:27 → 00:09:29ที่นี้ตามหัวข้อของเราเลยล่ะค่ะ
00:09:29 → 00:09:33ดื่มน้ำเนี่ย ดื่มอย่างไรดีถึงจะได้ประโยชน์ที่สุดคะคุณหมอ
00:09:33 → 00:09:36ก็ต้องไม่ดื่มน้ำที่เจือปน
00:09:36 → 00:09:39สิ่งที่ไม่ดีทั้งหลาย ไม่ดื่มน้ำที่เจือปนสารเคมี
00:09:39 → 00:09:42พวกนี้จะไปส่งผลต่อการทำงานของฮอร์โมน
00:09:42 → 00:09:45ส่งผลต่อเมตาบอลิซึมของร่างกาย
00:09:45 → 00:09:47ทำให้เกิดเป็นโรคตับ โรคไต โรคมะเร็ง
00:09:47 → 00:09:49ในกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งในลำไส้ใหญ่
00:09:49 → 00:09:54เพราะว่าบางทีมันเอามาพร้อมกับยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลง
00:09:54 → 00:09:56ทำให้การทำงานของร่างกายผิดปกติไป
00:09:56 → 00:10:00การทำงานของฮอร์โมนผิดปกติ การเผาผลาญอาหารผิดปกติ
00:10:00 → 00:10:03การทำงานของอวัยวะสืบพันธุ์ผิดปกติ ทั้งหมดเลย
00:10:03 → 00:10:07นี่คือสารเคมีที่มาจากอุตสาหกรรม ที่เจือปนมากับแหล่งน้ำ
00:10:09 → 00:10:11อีกอันนึงคือโลหะหนัก
00:10:11 → 00:10:15อย่างที่บอกบางทีเราต้มน้ำ นึกว่าน้ำต้มดี
00:10:15 → 00:10:20ก็ต้มน้ำช่วยฆ่าเชื้อโรคจริง ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียจริง
00:10:21 → 00:10:24แต่ถ้าสมมุติว่ามีโลหะหนัก
00:10:24 → 00:10:26หรือสารพิษบางตัวที่ละลายอยู่ในน้ำ
00:10:26 → 00:10:28การต้มไม่ได้ทำให้หายไป
00:10:28 → 00:10:32แต่การต้มทำให้มันเข้มข้นขึ้นไป
00:10:32 → 00:10:34เพราะว่าน้ำต้มแล้วก็เป็นไอ ระเหิดออกไป
00:10:34 → 00:10:38แต่ว่าอะไรที่มันเหลืออยู่ กลายเป็นโลหะหนักเข้มข้นขึ้นอีก
00:10:38 → 00:10:43ถ้าคุณใช้วัสดุต้มน้ำ กาต้มน้ำที่ไม่ดี
00:10:43 → 00:10:47คุณก็เพิ่มโลหะหนักขึ้นไป
00:10:47 → 00:10:50จริงๆแล้วพวกโลหะหนักหลายๆตัว มันมีผลต่อความจำ
00:10:50 → 00:10:54มีผลต่อกลุ่มโรคพวกอัลไซเมอร์
00:10:54 → 00:10:56ตะกั่ว ปรอทพวกนี้
00:10:56 → 00:11:00ก็ส่งผลต่อเรื่องของระบบความจำ ทำให้ความจำไม่ดี ความจำเสื่อม
00:11:00 → 00:11:04หรืออาจจะทำให้มีพวกระบบประสาททำงานผิดปกติได้
00:11:04 → 00:11:08ตามัวหรือมองไม่ชัดอะไรพวกนี้ได้
00:11:08 → 00:11:10หรือมีปวดท้อง ท้องเสียได้
00:11:10 → 00:11:14ถ้าเป็นในกลุ่ม Cadmium ก็เหมือนกัน อาจจะมีผลต่อไต
00:11:14 → 00:11:16ทำให้ไตวาย นอกเหนือจากความจำเสื่อมและ
00:11:16 → 00:11:22แล้วทำให้ความดันโลหิตสูง ทำให้จะมีปัญหาเรื่องของผิวหนังอักเสบได้
00:11:22 → 00:11:26เหล็ก กลายเป็นว่าถ้ารับเหล็กเข้าไปสะสมในร่างกายมากๆ
00:11:26 → 00:11:31เกิดผลเสียต่อร่างกาย มีผลต่อเรื่องระบบการทำงานของหลอดเลือด
00:11:31 → 00:11:33ความดันโลหิตลดลง หลอดเลือดแข็งตัวช้า
00:11:33 → 00:11:38Manganese ทองแดง พวกนี้ไปมีผลต่อการทำงานของเม็ดเลือด
00:11:38 → 00:11:40หรืออาจจะส่งผลต่อการทำงานของตับ
00:11:40 → 00:11:42ทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับพวกระบบประสาทได้
00:11:42 → 00:11:44หรือระบบทางเดินอาหารได้
00:11:44 → 00:11:47มันมีน้ำดื่มอีกอันนึงที่อันตรายเหมือนกัน
00:11:47 → 00:11:49น้ำดื่มที่อยู่ในขวดพลาสติก
00:11:50 → 00:11:54ขวดพลาสติกเนี่ยเวลาที่มันผ่านความร้อน
00:11:54 → 00:11:57อย่างเช่นเวลาขนส่ง ผ่านความร้อนนะ
00:11:57 → 00:12:00หรือบางทีกระทบกระแทก มีบุบ
00:12:00 → 00:12:05แล้วมันทำให้มีการหลุดผ่านของสาร ที่ใช้ทำขวดพลาสติกออกมา
00:12:05 → 00:12:08สารกลุ่มพวกนี้เป็น Xenoestrogens
00:12:08 → 00:12:13Xenoestrogens หมายถึงสารเคมีที่ ที่ออกฤทธิ์เหมือนกับฮอร์โมนเอสโตรเจน
00:12:13 → 00:12:17ซึ่งกลายเป็นว่าทำให้เราได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนออกไปมากๆ
00:12:17 → 00:12:19อย่างเช่นที่อยู่ในพวกขวดพลาสติก
00:12:19 → 00:12:21อยู่ในกล่องโฟม ที่เดี๋ยวนี้เขารณรงค์กัน
00:12:21 → 00:12:23ไม่ใช้กล่องโฟมในการใส่สารอาหาร
00:12:23 → 00:12:28เวลากล่องโฟมโดนความร้อน ก็ไม่ต่างอะไรกับขวดพลาสติกที่บรรจุน้ำ
00:12:28 → 00:12:30แล้วก็ผ่านความร้อนเยอะๆเหมือนกัน
00:12:30 → 00:12:34พวกนี้ก็ทำให้มีการหลุดของสาร Xenoestrogens ออกมา
00:12:34 → 00:12:36ซึ่งพวกนี้เป็นสารก่อมะเร็ง
00:12:36 → 00:12:38น่ากลัวจังเลยอ่ะ
00:12:38 → 00:12:41ไม่ใช่ว่า เอ้อ เขาได้รับการแนะนำว่าให้ดื่มน้ำ
00:12:41 → 00:12:44เราก็จะดื่มน้ำอะไรก็ได้ มันไม่ใช่แบบนั้นเลยนะคะคุณหมอขา
00:12:44 → 00:12:47เพราะฉะนั้นก็คือต้องเลือกน้ำที่สะอาด
00:12:47 → 00:12:51ปลอดภัย และก็ต้องดื่มในปริมาณที่เหมาะสมด้วยใช่ไหมคะ
00:12:51 → 00:12:53คือควรจะดื่มน้ำสะอาดแหละ
00:12:53 → 00:12:56อย่างที่เราคุยกันตอนต้นว่า กรองแบบไหน อะไร ยังไง
00:12:56 → 00:12:59ผ่านการกรองในแบบที่เราต้องการ
00:12:59 → 00:13:02อันที่ 2 ไม่ดื่มน้ำที่มีการตกแต่งสารมากเกินไป
00:13:02 → 00:13:05หรือบางทีดื่มพวกน้ำโซดา
00:13:05 → 00:13:10ก็ต้องระวังนะคะ หรือเราต้องรู้จักที่จะควบคุมแร่ธาตุ
00:13:10 → 00:13:11ในน้ำที่เราดื่ม
00:13:11 → 00:13:13บางทีถ้าเราดื่มน้ำที่ผสมเกลือแร่
00:13:13 → 00:13:16เราอาจจะได้รับโซเดียมสูงเกินไปก็ได้
00:13:16 → 00:13:18ทำให้เสียสมดุลก็ได้
00:13:18 → 00:13:20ถ้าจะดื่มน้ำที่ผสมเกลือแร่ หรือดื่มน้ำแร่
00:13:20 → 00:13:27ก็ต้องมั่นใจว่าน้ำแร่ที่มาเนี่ย ไม่มีการเจือปนเชื้อโรค
00:13:27 → 00:13:31น้ำแร่ที่มาเนี่ยมีแหล่งผลิตที่มันแน่นอน
00:13:31 → 00:13:32เชื่อถือได้
00:13:32 → 00:13:36หรือถ้าจะน้ำเติมวิตามิน น้ำใส่อะไรเข้าไปเนี่ย
00:13:36 → 00:13:41อ่านนิดนึง ว่ามันมีส่วนประกอบของเกลือแร่ ที่อยู่ในน้ำเนี่ยมากน้อยแค่ไหน
00:13:41 → 00:13:43อีกอันหนึ่งก็คือเรื่องของอุณหภูมิ
00:13:43 → 00:13:46ก็เป็นอะไรที่แบบคน เอ๊ะ น้ำเย็นไม่ดี นู่นนี่นั่น
00:13:46 → 00:13:50แต่จริงๆแล้วนะที่ดีที่สุดก็คือ ดื่มนาทีเท่ากับอุณหภูมิร่างกาย
00:13:50 → 00:13:53ที่เขาพูดว่าน้ำอุณหภูมิห้องปกติ
00:13:53 → 00:13:57อุณหภูมิห้อง ใช่ เพราะว่าร่างกายจะได้ไม่ต้องไปปรับอุณหภูมิอีกแล้ว
00:13:57 → 00:14:00เอาไปก็เอาไปใช้ในการเมตาบอลิซึม หรือเผาผลาญอาหารได้เลย
00:14:00 → 00:14:03อีกอันหนึ่งก็คือเวลาที่ควรและไม่ควรดื่มน้ำ
00:14:04 → 00:14:07ตื่นนอนอย่างที่บอกตอนแรก ควรเลย ดื่มเลย
00:14:07 → 00:14:10เพราะว่าตลอดทั้งคืนอดมาแล้ว
00:14:10 → 00:14:14อันที่ 2 พอเราดื่มไปปุ๊บมันกระตุ้นการทำงานของลำไส้
00:14:14 → 00:14:15เข้าห้องน้ำเลย
00:14:15 → 00:14:20ถูก พอลำไส้ทำงานปุ๊บ เราก็จะได้มีการขับถ่าย
00:14:20 → 00:14:24ถ้าจะดื่มก่อนแล้วทานอาหารก็อย่างน้อยก็ควรจะก่อนสัก 15-30 นาที
00:14:24 → 00:14:26แล้วก็หลังรับประทานไปแล้ว 45 นาที
00:14:26 → 00:14:29แล้วก็อีกเวลาหนึ่งก็คือก่อนนอนไม่ควรดื่มมาก
00:14:29 → 00:14:32เพราะงั้นเราจะทำให้เรานอนไม่หลับ เพราะเราต้องตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำ
00:14:33 → 00:14:34ง่ายๆ ไม่ยากเลย
00:14:34 → 00:14:36ใช่ๆๆ
00:14:36 → 00:14:39อีกกรณีนึงคือคนที่มีการเสียเหงื่อ คือเล่นกีฬา
00:14:39 → 00:14:42พวกนี้ก็อาจจะต้องดีที่สุดคือจิบน้ำ เป็นระยะระยะ
00:14:42 → 00:14:44ไม่ควรที่จะดื่มแบบรวดเดียวเยอะๆ
00:14:44 → 00:14:49วันนี้นี่คือเรื่องใกล้ตัวมากๆที่หลายคน อาจจะไม่ค่อยได้ใส่ใจรายละเอียดนะคะ
00:14:49 → 00:14:54วันนี้คุณหมอจะเจาะลึกให้เราได้ทำความรู้จักกับน้ำดื่มเยอะแยะหลากหลายประเภท
00:14:54 → 00:14:58ที่สำคัญคือรู้กันไปแล้วว่าเราควรจะดื่มอย่างไร
00:14:58 → 00:15:02ดื่มตอนไหนเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด กับสุขภาพของทุกๆคนนั่นเองนะคะ
00:15:02 → 00:15:05ครั้งหน้าคุณหมอชวนเราคุยเรื่องอะไรอีก
00:15:05 → 00:15:07ก็ต้องกลับมาติดตามรายการคุยกับหมออัจจิมาแบบนี้
00:15:07 → 00:15:09ส่วนใครอยากจะติดตามเนื้อหารายการ
00:15:09 → 00:15:11ทุกเรื่องราว ทุกโรคนะคะ
00:15:11 → 00:15:15สามารถเข้าไปดูกันได้ใน YouTube Channel ของเรานะคะ
00:15:15 → 00:15:17เสิร์ชชื่อการคุยกับหมออัจจิมา
00:15:17 → 00:15:21อย่าลืมกด Subscribe และก็กดกระดิ่ง Ring My Bell ตอนใหม่ๆเอาไว้ด้วย
00:15:21 → 00:15:24Subscribe ค่ะ กด Subscribe
00:15:24 → 00:15:26วันนี้หมดเวลาแล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้านะคะ
00:15:26 → 00:15:27คุณหมอและแนน ลาไปก่อน
00:15:27 → 00:15:29สวัสดีค่ะ