00:00:00 → 00:00:02จริงๆเนี่ยแบ่งเป็น 3 เรื่องแพทย์เป็น
00:00:02 → 00:00:04ห่วง
00:00:04 → 00:00:07ผู้ป่วยไม่รู้สึกอะไรเลยคือไม่เป็นห่วง
00:00:07 → 00:00:09เลยอันที่ 2 คือ
00:00:09 → 00:00:13แพทย์ไม่รู้สึกห่วงแต่ผู้ป่วยห่วงมากกลัว
00:00:13 → 00:00:16จะเป็นนู่นกลัวจะเป็นหนี้ผมพูดไปหมดแล้ว
00:00:16 → 00:00:21นะเราไปนั่งฟังดูบทก่อนๆนี้กลัวเป็นโรค
00:00:21 → 00:00:24เลื้อยแดงกลัวเป็นนะมีความคิดอยู่ในสมอง
00:00:24 → 00:00:27อยู่ตลอดเวลากลัวเป็นนู่นแล้วก็กลุ่มที่ 3
00:00:27 → 00:00:30คือแพทย์เองก็ไม่เป็นห่วงผู้ป่วยแทบจะไม่
00:00:30 → 00:00:35รู้ด้วยซ้ำแต่ยากเป็นห่วง
00:00:35 → 00:00:38สวัสดีครับเจอกันใหม่วันอาทิตย์กับ
00:00:38 → 00:00:41mindset health care Series ที่ทำให้
00:00:41 → 00:00:46เราช่วยให้เราหายป่วยได้มากขึ้นนอกจากการ
00:00:46 → 00:00:48วินิจฉัยและได้ยาที่ถูกต้องแล้วคือการ
00:00:48 → 00:00:51ปรับไมเสร็จของเราอาทิตย์นี้ก็ต่อจาก
00:00:51 → 00:00:53อาทิตย์ที่แล้วนะฮะเรามาดูกันว่า
00:00:53 → 00:00:56อยากหายป่วยจริงๆแล้วเราป่วยจริงหรือ
00:00:56 → 00:00:59เปล่าหรือญาติเราเป็นห่วงนะอาทิตย์ที่
00:00:59 → 00:01:01แล้วผมมาเล่าให้ฟังแล้วผมเกริ่นไปบ้างละ
00:01:01 → 00:01:02ว่า
00:01:02 → 00:01:05ในชีวิตจริงหมอจะเจอคนไข้ประมาณ 3 แบบก็
00:01:05 → 00:01:09คือแพทย์เป็นห่วงแต่ผู้ป่วยรู้สึกเฉยๆเลย
00:01:09 → 00:01:12ไม่เห็นมีอะไรเลยอันที่ 2 คือแพทย์ไม่รู้
00:01:12 → 00:01:14สึกอะไรเลยแต่ผู้ป่วยรู้สึกมากกลัวเป็น
00:01:14 → 00:01:16นู่นกลัวเป็นนี่
00:01:16 → 00:01:20กลุ่มที่ 3 คือกลุ่มที่ทั้งแพทย์เองก็รู้
00:01:20 → 00:01:22สึกไม่เห็นมีอะไรนี่ตรวจร่างกายแล้วซัก
00:01:22 → 00:01:25ประวัติแล้วไม่เจออะไรผู้ป่วยก็บอกก็ไม่
00:01:25 → 00:01:28เห็นมีอะไรเลยหมอก็แค่จาม 2-3 ครั้งแต่
00:01:28 → 00:01:32ลูกนี่แหละหลานนี่แหละที่เป็นห่วงกลัวมาก
00:01:32 → 00:01:35จะเป็นนู่นเป็นนี่แล้วพามาวันนี้เรามาคุย
00:01:35 → 00:01:39กันเรื่องเมื่อญาติเป็นห่วงหรือคนดูแล
00:01:39 → 00:01:41เป็นห่วงถ้าทำยังไง
00:01:41 → 00:01:44ก็เจตนาเหมือนกันนะครับอยากให้เราเข้าใจ
00:01:44 → 00:01:49มันเสร็จว่าเออมีแนวคิดอย่างนี้มีความรู้
00:01:49 → 00:01:52สึกอย่างนี้เพราะว่าถ้าสติมาปัญญาเกิดเรา
00:01:52 → 00:01:54ก็อาจจะหายป่วยได้นะครับไม่แปลกหรอกครับ
00:01:54 → 00:01:58บางทีเราเรารักพ่อแม่เราเรารักคนในบ้าน
00:01:58 → 00:02:03เรานะฮะพอเราอ่านเราเสพอะไรอย่างนี้พอเรา
00:02:03 → 00:02:05กลับไปดูญาติเราก็มีอาการอย่างนี้เรารีบ
00:02:05 → 00:02:08ขอตรวจก่อนเพื่อความสบายใจอันนี้เป็นอะไร
00:02:08 → 00:02:12ที่โอเคครับผมว่ามัน proactive ดีนะไม่
00:02:12 → 00:02:14ต้องรอให้ป่วยหนักนี่เห็นด้วยเลยครับเห็น
00:02:14 → 00:02:19ด้วยแต่แต่เมื่อไหร่ที่มันเป็นมากมันจะ
00:02:19 → 00:02:22เริ่มไม่ Healthy แล้วมันจะเริ่มเป็นเป็น
00:02:22 → 00:02:25อะไรที่มีความทุกข์ละเป็นมากในที่นี้หมาย
00:02:25 → 00:02:26ถึงว่า
00:02:26 → 00:02:32ลูกหลานเป็นห่วงหรือกังวลมากว่าพ่อแม่
00:02:32 → 00:02:36หรือญาติจะมีโรคอันตรายหรืออะไรครับดัง
00:02:36 → 00:02:41นั้นทุกอย่างจะต้องรีบหาตั้งแต่เนิ่นๆมา
00:02:41 → 00:02:45ดูตัวอย่างอย่างที่บอกนะว่าลองลองเปิด
00:02:45 → 00:02:48ความคิดเปิดมุมมองดู
00:02:48 → 00:02:51เจตนาของผมคือทำยังไงให้เรา
00:02:51 → 00:02:55มีสติทำยังไงให้เราอดทุกข์หรือหายป่วยได้
00:02:55 → 00:02:58นะครับถ้าคิดว่านี่คือหนึ่งในสาเหตุที่ทำ
00:02:58 → 00:02:59ให้เราทุกข์
00:02:59 → 00:03:03ลองฟังดู
00:03:03 → 00:03:07มีคุณลุงท่านหนึ่งเกษียณละเดิมทีอยู่การ
00:03:07 → 00:03:11ไฟฟ้าคุณลูกเนี่ยเป็นอาจารย์น่ารักมากอัน
00:03:11 → 00:03:17นี้ต้องชื่นชมเลยเขาดูแลพ่อแม่ดีมากคือคำ
00:03:17 → 00:03:20ว่ากตัญญูเนี่ยผมว่าอาจจะน้อยไปนะครับ
00:03:20 → 00:03:25เพราะทุ่มเทมากในการดูแลพ่อแม่ไม่ใช่แค่
00:03:25 → 00:03:28ใส่เงินอย่างเดียวเขาใส่ใจด้วยใส่กายด้วย
00:03:28 → 00:03:31นะ
00:03:31 → 00:03:36ทีนี้คุณพ่อท่านนี้มาปรึกษาเรื่องนะครับ
00:03:36 → 00:03:40ก็สุดท้ายก็รักษาจนแทบจะดีแต่สถานการณ์
00:03:40 → 00:03:45คือว่าลูกเนี่ยจะไวจะไวต่ออาการพ่อมาก
00:03:45 → 00:03:46เช่น
00:03:46 → 00:03:50เนี่ยหมอวันนี้พามาเพราะว่าเมื่อวานเนี่ย
00:03:50 → 00:03:57คุณพ่อจาม 3 ทีติดต่อกัน
00:03:57 → 00:03:59นั่งอยู่ห้องข้างๆ
00:03:59 → 00:04:03ได้ยินพ่อจำลุกขึ้นมาดูพรุ่งนี้ไปหาหมอ
00:04:03 → 00:04:08พ่อก็มองหน้าลูกพ่อแค่จามเฉยๆไม่ได้พ่อ
00:04:08 → 00:04:11เดี๋ยวไปให้หมอเขาตรวจก่อนมีอะไรหรือ
00:04:11 → 00:04:16เปล่ากลับมากำเริบอีกหรือเปล่าผมว่ามุม
00:04:16 → 00:04:19มองของลูกนะก็คือตรวจตั้งแต่เนิ่นๆเลย
00:04:19 → 00:04:23อย่ารอให้กำเริบแล้วเดี๋ยวรักษานานนะก็พา
00:04:23 → 00:04:24มา
00:04:24 → 00:04:28จะเห็นว่าพอมาเจอแพทย์ก็สักประวัติถ้า
00:04:28 → 00:04:31เกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้ตอนเย็นเป็นยังไง
00:04:31 → 00:04:35ทำอะไรอยู่อยู่ดีๆจากก็อาจจะตรงไปตรงมา
00:04:35 → 00:04:38อาจจะนั่งดูทีวีอาจจะช่วงนี้หน้าฝนอาจจะ
00:04:38 → 00:04:43มีคัดจมูกนิดหน่อยตามมา 3 ทีไม่รู้มีฝุ่น
00:04:43 → 00:04:45มีอะไรหรือเปล่าแต่หลังจากนั้นก็โอเค
00:04:45 → 00:04:48แพทย์ก็ซักประวัติตรวจร่างกายแล้วโอเคไม่
00:04:48 → 00:04:51มีอะไรปลอดโรคจมูกก็ดียุบบวมไม่ได้บวมน่า
00:04:51 → 00:04:53เกลียด
00:04:53 → 00:04:58แต่ลูกเป็นห่วงแล้วทำไมมาโรงพยาบาลเหรอ
00:04:58 → 00:04:59[เพลง]
00:04:59 → 00:05:02คือลูกเขาโกรธกลัวว่าเดี๋ยวพ่อจะกลับมา
00:05:02 → 00:05:05กำเริบใหม่ก็เลยพามางั้นสถานการณ์นี้เป็น
00:05:05 → 00:05:09ยังไงให้ก็รู้สึกไม่น่าจะมีอะไรลูกก็รู้
00:05:09 → 00:05:12สึกคนไข้ก็รู้สึกไม่มีอะไรแต่ลูกชายกัน
00:05:12 → 00:05:16หมดนะสถานการณ์เช่นนี้ไม่มีอะไรครับก็
00:05:16 → 00:05:21โอเคแต่ถ้าผ่านไป 3 วันแต่สมมุติสมมุติ
00:05:21 → 00:05:25ผ่านไป 3 วันเราก็กังวลอยู่ตลอดเวลานั่ง
00:05:25 → 00:05:28มองพ่อแม่อยู่ตลอดเวลาเขาจะมีอาการอย่าง
00:05:28 → 00:05:30อื่นหรือเปล่ากังวลหรือเปล่าเราก็จะเป็น
00:05:30 → 00:05:31นู่นหรือเปล่า
00:05:31 → 00:05:35อันนี้จะทำให้เราลำบากอันนี้จะทำให้เรา
00:05:35 → 00:05:39ไม่สบายคือเราต้องยอมรับว่าบางทีโรค
00:05:39 → 00:05:40เรื้อรังอ่ะมันก็
00:05:40 → 00:05:44วัน 3 วันดีสี่วันร้ายได้โดยเฉพาะพวกโรค
00:05:44 → 00:05:46ภูมิแพ้ตามประกาศอะไรเงี้ยถึงแม้เรารักษา
00:05:46 → 00:05:49แล้วตามหลักในการรักษาโรคภูมิแพ้หรือโรค
00:05:49 → 00:05:53เรื้อรังเนี่ยแพทย์เขาจะช่วยใช้ยาให้มัน
00:05:53 → 00:05:56ประคองได้ดีที่สุดอาจจะไม่ใช่ 3 วันดีสี่
00:05:56 → 00:05:59วันร้ายอาจจะเป็น 6 วันดี 1 วันอะไรนะ
00:05:59 → 00:06:34หรือ
00:06:34 → 00:06:49[เพลง]
00:07:59 → 00:08:03เราจะได้ทำมาหากินแบบแบบจิตใจอิสระหน่อย
00:08:03 → 00:08:05ไม่งั้นวันๆเราเป็นห่วงพ่อแม่อยู่ตลอด
00:08:05 → 00:08:08เวลาเนี่ยมันก็ทำให้เราเดินหน้าลำบากผม
00:08:08 → 00:08:10เข้าใจนะมันเป็นงาน
00:08:10 → 00:08:15งานหนักนะดูแลคนคนนึงเนี่ยนะก็แต่ก็ขอ
00:08:15 → 00:08:19ชื่นชมนะครับว่าเราทุ่มเทให้กับพ่อแม่แต่
00:08:19 → 00:08:20เรา
00:08:20 → 00:08:24ต้องแยกให้ออกว่าเส้นที่มันแบ่งระหว่าง
00:08:24 → 00:08:28ความมากเกินหรือความพอดีคืออะไรนี่ผมเอง
00:08:28 → 00:08:30ก็ตอบไม่ได้หรอกครับแต่ว่าจากประสบการณ์
00:08:30 → 00:08:33ที่เราเห็นเราก็อยากจะบอกประมาณนี้เอาไป
00:08:33 → 00:08:35ใช้ได้กับหมอทุกคนเอาไปใช้ได้กับทุก
00:08:35 → 00:08:38สถานการณ์นะครับวันนี้หวังว่าคงเห็น
00:08:39 → 00:08:42ประโยชน์กับ topic นี้นะฮะแล้วเดี๋ยว
00:08:42 → 00:08:45อาทิตย์หน้าเจอกันใหม่สวัสดีครับ
00:08:45 → 00:08:53[เพลง]