00:00:52 → 00:00:53สวัสดีค่ะ
00:00:53 → 00:00:57ได้เวลามาเจอะเจอกันอีกครั้งนึงกับรายการคุยกับหมออัจจิมานะคะ
00:00:57 → 00:01:00ขอต้อนรับคุณผู้ชมแฟนรายการของเราทุกคนเลย
00:01:00 → 00:01:00ค่ะ
00:01:00 → 00:01:04เชื่อมั่นว่าตอนนี้มานั่งเฝ้ารอคุณหมอกันแล้วนะคะ
00:01:04 → 00:01:06ซึ่งวันนี้คุณหมอบอกว่าน่าสนใจอีกแล้ว
00:01:06 → 00:01:07ใช่
00:01:08 → 00:01:10เอาไว้สำหรับคนที่ไม่อยากป่วย
00:01:10 → 00:01:13แล้วถ้าเราไม่อยากป่วยมันต้องยุ่งยากในการดูแลตัวเองไง
00:01:13 → 00:01:14ง่ายนิดเดียวคุณแนน
00:01:14 → 00:01:15ง่าย
00:01:16 → 00:01:17ขอให้ทำเถอะ
00:01:18 → 00:01:20งั้นวันนี้มาดูเคล็ดลับในการดูแลตัวเอง
00:01:20 → 00:01:21ค่ะ
00:01:21 → 00:01:26สำหรับใครที่ใครที่ไม่อยากป่วยจริงๆเนี่ยเอาไปดูแลตัวเองและคนที่คุณรักในครอบครัวได้เลย
00:01:26 → 00:01:29อยากรู้ว่ามีเคล็ดลับอะไรบ้างรอติดตามกันและกันนะคะ
00:01:30 → 00:01:36คุณผู้ชมค่ะเรื่องที่เราจะคุยกันในหมอชวนคุยวันนี้เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องดูนะคะคุณหมอ
00:01:36 → 00:01:36ใช่
00:01:36 → 00:01:41เพราะคุณหมอตั้งชื่อตอนเอาไว้ว่าเรื่องของคนไม่อยากป่วย
00:01:41 → 00:01:43จริงคุณหมอค่ะไม่มีใครอยากป่วย
00:01:43 → 00:01:44ไม่มีใครอยากป่วย
00:01:44 → 00:01:46ไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ
00:01:46 → 00:01:49เพราะฉะนั้นใครไม่อยากป่วยต้องดูรายการเรานะคะ
00:01:49 → 00:01:51เริ่มต้นคำถามแรกคุณหมอคะ
00:01:51 → 00:01:56ทำไมคนที่เดินตามท้องถนนเนี่ยเราจะเห็นบางคนแข็งแรงจังเลย
00:01:56 → 00:02:01แต่บางคนขยันป่วยจังเลยอะไรที่ทำให้แต่ละคนแข็งแรงและป่วยไม่เท่ากันล่ะคะคุณหมอ
00:02:01 → 00:02:03ทั้งๆที่บางทีวัยเดียวกันด้วยซ้ำไป
00:02:03 → 00:02:05มันเป็นเรื่องของภูมิต้านทาน
00:02:06 → 00:02:10ภูมิคุ้มกันหรือภูมิต้านทานของร่างกายมนุษย์แต่ละคนเนี่ยไม่เหมือนกัน
00:02:12 → 00:02:17ซึ่งจริงๆแล้วเนี่ยหมอว่าที่สำคัญคือมันขึ้นการดูแลสุขภาพของแต่คน
00:02:17 → 00:02:21ใช่ว่าคุณดูแลสุขภาพตัวเองดีมากน้อยแค่ไหน
00:02:21 → 00:02:24แล้วก็อันนึงก็คือเรื่องของกรรมพันธุ์
00:02:25 → 00:02:32ในคนที่มีภูมิคุ้มกันที่ถ่ายทอดมาจากพ่อแม่ไม่ดีลูกจะไม่แข็งแรง
00:02:32 → 00:02:32ค่ะ
00:02:32 → 00:02:35ถ้าสมมติว่าได้มาจากพ่อแม่ดีร่างกายก็จะแข็งแรง
00:02:36 → 00:02:40แต่ว่าอย่างไรก็ดีเนี่ยคุณแนนกรรมพันธุ์เนี่ยมันแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น
00:02:40 → 00:02:41ค่ะ
00:02:41 → 00:02:43ที่เหลือส่วนใหญ่เลย
00:02:43 → 00:02:44พฤติกรรม
00:02:44 → 00:02:47ใช่มันขึ้นอยู่กับว่าคุณดูแลสุขภาพตัวเองยังไง
00:02:47 → 00:02:50ขึ้นกับพฤติกรรมของการดูแลสุขภาพของคุณเอง
00:02:51 → 00:02:54ร่างกายมนุษย์เนี่ยจริงเๆขามีระบบภูมิคุ้มกันอยู่แล้ว
00:02:54 → 00:02:55ค่ะ
00:02:55 → 00:02:59เพื่อไม่ให้ตัวเองป่วยแต่คนที่ป่วยอยู่บ่อยๆ
00:02:59 → 00:02:59ค่ะ
00:03:00 → 00:03:02ไปเที่ยวด้วยกันตัวเองติดหวัดคนอื่นไม่ติดเนี่ย
00:03:02 → 00:03:07นั่นแสดงว่าสุขภาพร่างกายหรือภูมิคุ้มกันร่างกายของคุณอาจจะมีปัญหา
00:03:07 → 00:03:08ค่ะ
00:03:08 → 00:03:11เพราะว่าร่างกายมนุษย์ภูมิคุ้มกันถือเป็นทหารเลย
00:03:11 → 00:03:11ค่ะ
00:03:11 → 00:03:15ที่คอยป้องกันเพราะว่าเชื้อโรคมันเยอะมาก
00:03:15 → 00:03:18งั้นถ้าทหารของเราเนี่ยอ่อนแอ
00:03:18 → 00:03:24มันก็จะเป็นตัวที่ทำให้เราสามารถที่จะสัมผัสกับสารกระตุ้นภูมิต้านทาน
00:03:24 → 00:03:29หรือสัมผัสกับเชื้อโรคต่างๆ หรือปล่อยให้มีการทำลายของเซลล์เม็ดเลือดขาว
00:03:29 → 00:03:33ซึ่งเป็นทหารของเราเนี่ยให้มันเสียไปแล้วก็ทำให้เราในเกิดปัญหาหรือเกิดโรคได้
00:03:33 → 00:03:40หรือเผลอๆคุณอาจจะกลายไปเป็นโรคภูมิเพี้ยนหรือภาวะที่มันมีความผิดปกติ
00:03:40 → 00:03:42ของการตอบสนองของภูมิต้านทานเราได้
00:03:42 → 00:03:43ค่ะ
00:03:43 → 00:03:48เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่าเราป่วยบ่อยๆหรือเราเป็นอย่างที่หมอพูดเมื่อสักครู่เนี่ย
00:03:48 → 00:03:49ต้องมาหาแล้วว่า
00:03:50 → 00:03:55มันเกิดอะไรขึ้นแล้วภูมิคุ้มกันร่างกายของเราเนี่ยมันเสียหายตรงไหน
00:03:55 → 00:03:56มันตรวจได้หรอคะ
00:03:56 → 00:03:57คือตรวจได้
00:03:58 → 00:03:59ค่ะ
00:03:59 → 00:04:03ก่อนที่จะไปตรวจเนี่ยคุณต้องรู้ก่อนว่าไอระบบภูมิต้านทานร่างกายของคุณ
00:04:03 → 00:04:04ค่ะ
00:04:04 → 00:04:05มันเป็นแบบไหนบ้าง
00:04:05 → 00:04:06ทำงานยังไง
00:04:06 → 00:04:07ใช่ ใช่
00:04:07 → 00:04:10ซึ่งจริงแล้วเนี่ยระบบภูมิคุ้มกันร่างกายของเราเนี่ย
00:04:10 → 00:04:14มันเริ่มตั้งแต่ภูมิคุ้มกันแบบที่ไม่จำเพาะเจาะจง
00:04:14 → 00:04:15ยกตัวอย่างเช่น
00:04:15 → 00:04:15ค่ะ
00:04:15 → 00:04:16ผิวหนังของเรา
00:04:16 → 00:04:17ค่ะ
00:04:17 → 00:04:21ผิวหนังถือเป็นด่านป้องกันการติดเชื้อด่านแรกเลย
00:04:23 → 00:04:28หรืออย่างเวลาที่เรามีแผลเขาบอกว่าคุณจะต้องพยายามดูแลแผลนี้ให้ดี
00:04:28 → 00:04:32เพื่อว่าป้องกันเพื่อไม่ให้มีเชื้อโรคเข้าไปหรือกระดูกเอง
00:04:32 → 00:04:35อย่างเช่นกระดูกกะโหลกศีรษะซึ่งเป็นตัวปกป้องสมองของคุณ
00:04:35 → 00:04:41มีทั้งเยื่อหุ้มสมองมีทั้งตัวกระดูกเนี่ยเขาก็จะปกป้องไม่ให้สมองของเราเนี่ยติดเชื้อได้ง่าย
00:04:41 → 00:04:45กับกลุ่มนึงคือกลุ่มที่เป็นสารคัดหลั่งต่างๆซึ่งอยู่ในอวัยวะต่างๆ
00:04:45 → 00:04:46ค่ะ
00:04:46 → 00:04:50ซึ่งเป็นตัวเสริมคุ้มกันของร่างกายได้อย่างดีมากๆ
00:04:50 → 00:04:53ยกตัวอย่างเช่นในทางเดินลมหายใจ
00:04:53 → 00:04:56เราก็จะมีพวกเยื่อบุในส่วนของระบบทางเดินหายใจ
00:04:57 → 00:05:02ซึ่งสารคัดหลั่งที่หลั่งออกมาเนี่ยก็จะช่วยจัดการกับเวลาที่มันมีเชื้อโรคเข้ามา
00:05:02 → 00:05:07ให้มันออกไปไม่ให้มันเข้าในร่างกายมันก็จะเป็นด่านแรกที่ป้องกันเรา
00:05:07 → 00:05:13กลุ่มสารคัดหลั่งทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นน้ำตา น้ำลาย น้ำดี น้ำย่อย เมือก
00:05:13 → 00:05:17พวกนี้ที่เราคิดว่ามันเป็นสิ่งสกปรกที่เป็นสารคัดหลั่งจริงจัง
00:05:17 → 00:05:23แต่ว่าจริงๆแล้วเนี่ยมันมีคุณสมบัติที่สำคัญที่เป็นตัวเหมือนทหารป้องกันด่านแรกเลย
00:05:23 → 00:05:29แถมบางทีเนี่ยมันจะประกอบไปด้วยเอนไซม์นะที่มีสารต่างๆที่ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
00:05:29 → 00:05:32กับอีกกลุ่มหนึ่งที่สำคัญก็คือแบคทีเรีย
00:05:32 → 00:05:32ค่ะ
00:05:32 → 00:05:35เพราะว่าโพรไบโอติกหรือแบคทีเรียตัวดีเนี่ย
00:05:35 → 00:05:40ถือเป็นส่วนที่สำคัญในการเพิ่มภูมิต้านของร่างกาย
00:05:40 → 00:05:41ค่ะ
00:05:41 → 00:05:43ถ้าคุณมีความบกพร่องของแบคทีเรียตัวดี
00:05:44 → 00:05:49แบคทีเรียตัวที่ไม่ดีซึ่งเดิมมันเคยอยู่ในร่างกายเรามันจะกลายเป็นทั่วทันที
00:05:49 → 00:05:50เพราะมันจะถูกเพิ่มจำนวนขึ้น
00:05:50 → 00:05:53เพราะฉะนั้นเขาถึงบอกว่าคุณต้องมีแบคทีเรียท้องถิ่นที่ดี
00:05:53 → 00:05:57เพราะว่าไอแบคทีเรียท้องถิ่นหรือ Normal Flora เนี่ยหรือกลุ่มของแบคทีเรีย
00:05:57 → 00:06:02โพรไบโอติกส์เนี้ยมันเป็นแบคทีเรียตัวสำคัญที่เพิ่มพูนต้านทานของร่างกาย
00:06:02 → 00:06:03ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ที่ไหน
00:06:03 → 00:06:04ค่ะ
00:06:04 → 00:06:05อยู่ที่ผิวหนังอยู่ที่ลำไส้ใหญ่
00:06:06 → 00:06:11งั้นการรับประทานยาปฏิชีวนะแบบที่ไม่จำเป็นหรือการรับประทานยาปฏิชีวนะ
00:06:11 → 00:06:15ทำให้แบคทีเรียตายบางทีมันก็ฆ่าหมดฆ่าไปด้วย
00:06:15 → 00:06:18ใช่แล้วก็ทำให้ไอแบคทีเรียก่อโรคมันเจริญเติบโตขึ้นมาได้
00:06:19 → 00:06:22อันนี้คือแบบกันภูมิคุ้มกันร่างกายแบบที่ไม่จำเพาะ
00:06:22 → 00:06:25อันนี้เป็นกลไกภูมิคุ้มกันของร่างกายโดยทั่วไป
00:06:25 → 00:06:26ค่ะ
00:06:26 → 00:06:29อีกกลุ่มที่สำคัญก็คือแบบจำเพาะเจาะจง
00:06:29 → 00:06:29ค่ะ
00:06:29 → 00:06:34อย่างเช่นมันจำเพาะเจาะจงต่อชื้อแบคทีเรีย จำเพาะเจาะจงกับเชื้อไวรัส
00:06:34 → 00:06:35ค่ะ
00:06:35 → 00:06:38ในเวลาที่ได้รับแบคทีเรียเข้าไป
00:06:38 → 00:06:44สิ่งที่ร่างกายทำก็คือไอตัวเชื้อโรคมันจะกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาว
00:06:44 → 00:06:49ในบริเวณที่มีการติดเชื้อเม็ดเลือดขาวเนี่ยมันเป็นด่านสำคัญของร่างกาย
00:06:49 → 00:06:54ที่มันจะปล่อยสารอักเสบออกมานะไปเพื่อไปทำลายเชื้อนะคะ
00:06:54 → 00:06:58แล้วก็ในขณะเดียวกันที่มันปล่อยสารเสร็จไปทำลายเชื้อเนี่ย
00:06:58 → 00:07:00ร่างกายมันจะจดจำเชื้อในเม็ดขาวด้วย
00:07:00 → 00:07:06ต่อไปถ้าได้เชื้อตัวเดิมอีกมันก็สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายเนี่ย
00:07:06 → 00:07:09เข้ามาจัดการกับเชื้อโรคเหล่านี้ได้นะคะ
00:07:10 → 00:07:16ส่วนถ้าเกิดว่าเป็นเวลาที่มีเชื้อไวรัสเข้ามาร่างกายก็จะสร้างภูมิคุ้มกันเหมือนกัน
00:07:16 → 00:07:19สารภูมิคุ้มกันเหมือนที่เราตรวจกันในตอนCOVID-19
00:07:19 → 00:07:20ค่ะ
00:07:20 → 00:07:23เวลาเข้ามาปุ๊บร่างกายจะมีการสร้างสารภูมิต้านทาน
00:07:23 → 00:07:29แบบเต็มก่อนนะในช่วงการติดเชื้อช่วงแรกออกมาแล้วก็จะลดระดับลง
00:07:29 → 00:07:31หลังจากนั้นก็จะเป็นแบบจี่ซึ่งจะอยู่นานกว่า
00:07:31 → 00:07:36อันนี้ก็คือร่างกายเนี่ยจะใช้สารต้านหรือสารภูมิต้านทานอันเนี้ย
00:07:36 → 00:07:42ร่วมกับการทำงานของเม็ดเลือดขาวบางชนิดซึ่งจะมีความจำเพาะเจาะจงในการฆ่าไวรัส
00:07:42 → 00:07:47แล้วก็จะมีตัวเม็ดเลือดขาวซึ่งสามารถจะมาเก็บกินเชื้อไวรัสนี้ได้ด้วย
00:07:47 → 00:07:53อีกกลุ่มหนึ่งก็คือเป็นกลุ่มพวกที่ต่อต้านปรสิตสมมุติเราได้รับปรสิต เข้าไป
00:07:53 → 00:07:59ร่างกายก็จะมีการสร้างสารบางชนิดออกมาจากเลือดขาวซึ่งมันก็จะอยู่ตามพวกเยื่อบุต่างๆ
00:07:59 → 00:08:03และกระตุ้นเม็ดเลือดขาวชนิดที่จำเพาะต่อพวกปรสิตนี้ออกมา
00:08:03 → 00:08:08แล้วทำให้มันสร้างสารออกไปทำลายมันหรือว่าไปทำให้เกิดปฏิกิริยามัน
00:08:08 → 00:08:12ทำให้เกิดการอักเสบเพื่อต่อต้านสารปรสิตเหล่านี่
00:08:13 → 00:08:16คือฟังคุณหมอเล่าแล้วแบบรู้สึกแบบร่างกายเราเจ๋งนะคะ
00:08:16 → 00:08:17ใช่
00:08:17 → 00:08:20จริงๆแล้วเอาถ้าเกิดเรารักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงเนี่ย
00:08:20 → 00:08:23ระบบต่างๆเนี่ยมันมีภูมิต้านทานมีภูมิคุ้มกันให้เราหมดแล้ว
00:08:23 → 00:08:24ถูกค่ะ
00:08:24 → 00:08:27เพียงแต่ว่าเราเนี่ยไปสร้างปัจจัยที่ทำให้ภูมิคุ้มกันมันไม่แข็งแรงเอง
00:08:27 → 00:08:28ถูกใช่
00:08:28 → 00:08:31อย่างที่คุณบอกก็คือพฤติกรรมนี่แหละอาจจะมีกรรมพันธุ์นิดหน่อย
00:08:32 → 00:08:35เพราะฉะนั้นแล้วถ้าเกิดเราฟังให้เรารู้สึกว่าคุณหมอคะ
00:08:35 → 00:08:39แล้วทุกวันนี้เนี่ยร่างกายเรามีภูมิคุ้มกันที่ดีที่แข็งแรงพอแล้วหรือยัง
00:08:39 → 00:08:41มันจะมีวิธีการตรวจหาไหมคะ
00:08:41 → 00:08:45ตรวจโดยทั่วไปเขาก็จะมีตัวเลือดซึ่งก็จะเป็นการตรวจความสมบูรณ์ของกลุ่มเม็ดเลือด
00:08:45 → 00:08:50กับอีกอันก็คือตรวจการทำงานของเม็ดเลือดขาวแบบเฉพาะเจาะจงขึ้นไป
00:08:50 → 00:08:54ก็คือจะวิเคราะห์พวกกันทำงานของเม็ดเลือดขาวได้ดีขึ้นก็คือเฉพาะลงไป
00:08:55 → 00:08:57ที่จะมาเสริมภูมิต้านทานเพื่อป้องกันการเกิดโรค
00:08:57 → 00:08:59เพราะเราจะพบว่าบางทียกตัวอย่างเช่น
00:08:59 → 00:09:02ในกลุ่มคนไข้ที่มีปัญหาเรื่องภูมิต้านทานอย่างกลุ่มคนไข้ HIV
00:09:02 → 00:09:03ค่ะ
00:09:03 → 00:09:08เขาก็จะตรวจตัวกลุ่มพวกนี้เป็นประจำเพื่อจะดูว่าภูมิคุ้มกันของคุณเป็นยังไง
00:09:08 → 00:09:12คุณจะต้องได้รับการดูแลอะไรพิเศษหรือเปล่านะคะ
00:09:12 → 00:09:15กับอีกกลุ่มหนึ่งที่สำคัญคือการตรวจระดับวิตามินดี
00:09:15 → 00:09:20วิตามินดีเนี่ยเป็นวิตามินที่สำคัญที่ช่วยเสริมสร้างการพัฒนาของเซลล์
00:09:20 → 00:09:23ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเซลล์
00:09:23 → 00:09:27ช่วยพัฒนาระบบการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
00:09:27 → 00:09:30แล้วที่สำคัญคือมันช่วยต่อสู้กับเชื้อโรคทุกชนิด
00:09:30 → 00:09:31ทุกอย่าง
00:09:31 → 00:09:32ใช่ค่ะ
00:09:32 → 00:09:37มาตรวจเลือดตรวจหาระดับวิตามินดีอันนี้ก็จะได้รู้ว่าเรามีภูมิต้านทานที่แข็งแรงหรือไหม
00:09:38 → 00:09:40แต่ถ้าเรารู้สึกว่าด้วยพฤติกรรมฉัน
00:09:40 → 00:09:41ด้วยกรรมพันธุ์ฉัน
00:09:41 → 00:09:45ฉันว่าฉันไม่มีแล้วแน่ๆเลยงั้นช่วงหน้ากลับมาติดตามกันดีกว่าค่ะ
00:09:45 → 00:09:50ว่าเราจะมีวิธีการเสริมภูมิต้านทานให้แข็งแรงเพื่อจะได้ห่างไกลจากการเจ็บป่วยได้ยังไงบ้าง
00:09:50 → 00:09:51พักสักครู่ค่ะ
00:09:51 → 00:09:51ค่ะ
00:09:53 → 00:09:54ช่วงที่ 2ของหมอชนคุยค่ะ
00:09:54 → 00:09:59ช่วงนี้สนับสนุนโดยออติซินผลิตภัณฑ์อาหารเสริมดูแลรูปร่าง
00:10:00 → 00:10:05คุณหมอบอกเสมอคนที่รูปร่างดีรูปร่างสมส่วนมันสะท้อนถึงการมีสุขภาพที่ดีด้วย
00:10:05 → 00:10:05ค่ะ
00:10:05 → 00:10:09และเฉพาะอย่างยิ่งเลยคือห้ามปล่อยเองอ้วนเพราะอ้วนเป็นโรค
00:10:09 → 00:10:10ใช่แล้ว
00:10:10 → 00:10:12ไม่อยากอ้วนออติซินดูแลคุณได้นะคะ
00:10:12 → 00:10:16แอบขายของนิดนึงนะคะอ่ะมาคุยกันต่อคุณหมอค่ะ
00:10:16 → 00:10:21เมื่อกี้เราทราบแล้วว่าร่างกายเรามีกลไกมหัศจรรย์เหลือเกินกับการสร้างภูมิต้านทาน
00:10:21 → 00:10:22ค่ะ
00:10:22 → 00:10:27แต่บางคนเนี่ยมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงมั้งอ่อนแอมั้งก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย
00:10:27 → 00:10:34แต่ถ้าดูรายการเราช่วงนี้นี่ดูแลตัวเองยังไงให้แข็งแรงแล้วก็ห่างไกลจากการเจ็บป่วยคุณหมอค่ะ
00:10:34 → 00:10:38จริงๆแล้ว Back To The basic คุณแนนคุณกินอยู่หลับนอนยังไง
00:10:38 → 00:10:44เพราะว่าอันนี้มันเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อภูมิต้านทานของร่างกาย
00:10:44 → 00:10:47อย่างที่บอกว่า Back To The basic มาที่การรับประทานอาหาร
00:10:47 → 00:10:47ค่ะ
00:10:47 → 00:10:51การรับประทานอาหารนะถ้าคุณรับประทานอาหารที่ครบ 5 หมู่
00:10:52 → 00:10:56ร่างกายมีพลังงานมากพอที่จะไปต่อสู้ที่จะไปซ่อมแซม
00:10:57 → 00:11:02เวลาร่างกายมันมีการอักเสบหรือมีปัญหาอีกหนึ่งก็คือเรื่องของการออกกำลังกาย
00:11:02 → 00:11:04การออกกำลังกายเนี่ยต้องเป็นอะไรที่ทำสม่ำเสมอ
00:11:05 → 00:11:08มันก็ช่วยกระตุ้นทำให้ระบบไหลเวียนเลือดในร่างกายดีขึ้น
00:11:08 → 00:11:13ช่วยทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวต่างๆเนี่ยมันมีการทำงานดีขึ้นแข็งแรงดีขึ้น
00:11:13 → 00:11:18จัดการกับเชื้อโรคได้ดีขึ้นกว่าเดิมแล้วก็การออกกำลังกายยังเป็นตัว ที่ช่วย Detox
00:11:18 → 00:11:24เอาสารพิษสิ่งต่างๆที่ไม่ดีออกจากร่างกายแล้วก็แถมยังทำให้เราคลายความเครียด
00:11:24 → 00:11:29คลายความวิตกกังวลมันก็ช่วยทำให้ร่างกายทำงานดีขึ้น
00:11:29 → 00:11:34คือไม่ต้องนานคือคุณไม่ต้องเสียเวลากับกำลังกายมากขอแค่ 30 นาที
00:11:35 → 00:11:40ออกกำลังกายให้ต่อเนื่องเหมาะสมไม่ต้องมากแต่ขอให้ถี่ทำให้เป็นประจำ
00:11:40 → 00:11:40ใช่
00:11:40 → 00:11:41ต่อไป
00:11:41 → 00:11:42นอน
00:11:42 → 00:11:43พักผ่อน
00:11:43 → 00:11:46พักผ่อนให้หลับให้สนิทอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง
00:11:46 → 00:11:47ค่ะ
00:11:47 → 00:11:51สำคัญมากเพราะว่าการนอนเป็นการทำให้ต่อมหมวกไตฟื้น
00:11:51 → 00:11:52ค่ะ
00:11:52 → 00:11:54ต่อมหมวกไตเป็นตัวจ่ายพลังงาน
00:11:54 → 00:11:57ต่อมหมวกไตเป็นตัวควบคุมการหลั่งฮอร์โมนในร่างกาย
00:11:57 → 00:12:01ต่อมหมวกไตเป็นตัวช่วยกระตุ้นระบบภูมิต้านทาน
00:12:01 → 00:12:04เพราะฉะนั้นเราต้องเสริมการทำงานต่อมหมวกไตโดยการนอนหลับ
00:12:05 → 00:12:06ความเครียด
00:12:06 → 00:12:06ค่ะ
00:12:06 → 00:12:09มนุษย์นี้เลี่ยงไม่ได้ความเครียดยิ่งทำอะไรเยอะความเครียดก็ยิ่งเยอะ
00:12:09 → 00:12:10ค่ะ
00:12:10 → 00:12:15ก็ตื่นเช้ามาจะทำจิตใจให้มันสบายอาจจะสมาธิสัก 15นาที
00:12:15 → 00:12:17ก่อนนอนสมาธิสัก 15นาที
00:12:18 → 00:12:20เพราะจริงๆแล้วผลการวิจัยเยอะมากนะคะ
00:12:20 → 00:12:23ว่ามันช่วยในการเพิ่มระดับฮอร์โมนที่ช่วยเสริมภูมิต้าน
00:12:24 → 00:12:25ช่วยให้ต่อมหมวกไตได้พัก
00:12:26 → 00:12:28ช่วยในการป้องกันมะเร็งด้วย
00:12:28 → 00:12:30นั้นคือสาเหตุที่เดี๋ยวนี้ฝรั่งดูสิคุณแนน
00:12:30 → 00:12:31ค่ะ
00:12:31 → 00:12:32นั่งสมาธิกันเยอะมาก
00:12:32 → 00:12:37นอกจากนี้ถ้าไม่อยากทำอะไรแล้วไปหาหมอแล้วกัน
00:12:37 → 00:12:42หมอก็ช่วยได้แต่ว่าคุณต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตด้วยนะ
00:12:42 → 00:12:45ในสิ่งที่เราทำได้ป้องกันได้ก็วัคซีน
00:12:45 → 00:12:46ค่ะ
00:12:46 → 00:12:49อย่างที่เรารอว่าเมื่อไหร่COVID-19จะมีวัคซีนมาสักที
00:12:49 → 00:12:53เพราะว่าวัคซีนก็เป็นตัวหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นภูมิต้านทานร่างกายให้มีการจดจำ
00:12:53 → 00:12:58ก็จะได้มีตัวภูมิต้านทานออกมาจัดการกับเชื้อโรคเหล่านี้
00:12:58 → 00:13:00เราก็จะได้ไม่เป็นอะไรนะคะ
00:13:00 → 00:13:06นอกจากนี้แล้วเนี่ยถ้าอาจจะช่วยให้คุณมีภูมิต้านทานดีขึ้น
00:13:06 → 00:13:08เช่นอาจจะให้วิตามินเช่นกลุ่มวิตามินดี
00:13:08 → 00:13:09ค่ะ
00:13:09 → 00:13:14D3มีการศึกษามากมายว่าช่วยในเรื่องของการดูแลเรื่องของภูมิคุ้มกัน
00:13:14 → 00:13:16นอกจากอาหารเสริมในกลุ่มวิตามินดีนะคุณแนน
00:13:16 → 00:13:19ก็ยังมีอาหารเสริมที่ช่วยทำให้ร่างกายลดการอักเสบ
00:13:19 → 00:13:22คือกลุ่มพวกสารต้านอนุมูลอิสระทั้งหลายนะคะ
00:13:22 → 00:13:26แล้วก็อีกกลุ่มนึงก็คืออาจจะใช่พวกโอเมก้า3นะคะ
00:13:26 → 00:13:29เพื่อช่วยในการลดการอักเสบของร่างกาย
00:13:29 → 00:13:33แล้วก็ตัวที่สำคัญที่หลายๆคนอาจจะลืมไว้ว่ามันเกี่ยวข้องมาได้ใง
00:13:33 → 00:13:36ก็คือรับประทานโพรไบโอติกซึ่งเป็นจุลินทรีย์ตัวดี
00:13:36 → 00:13:41อย่าลืมว่าจุลินทรีย์ที่ดีในระบบของร่างกายในส่วนของลำไส้เนี่ย
00:13:41 → 00:13:45เป็นตัวด่านสำคัญที่ช่วยในเรื่องของภูมิคุ้มกันของร่างกายด้วย
00:13:45 → 00:13:48ส่วนการเสริมภูมิต้านทานร่างกายแบบอื่นๆ
00:13:48 → 00:13:51อย่างเช่นการใช้โอโซนบำบัดนะ
00:13:51 → 00:13:54ซึ่งอันนี้ก็ในต่างประเทศเขาก็มีการพูดถึงนะคะ
00:13:54 → 00:13:59ว่าการใช้การเสริมโอโซนบำบัดเนี่ยจะช่วยในเรื่องของการต้านกลุ่มของเชื้อโรคต่างๆ
00:14:00 → 00:14:02ไม่ว่าจะเป็นเชื้อแบคทีเรียเชื้อไวรัสเชื้อโรคต่างๆ
00:14:02 → 00:14:08แต่ว่าเนื่องจากว่าอันนี้เป็นเป็นเรื่องของการแพทย์ในกลุ่มที่เป็นการแพทย์ทางเลือก
00:14:08 → 00:14:12เพราะฉะนั้นเราก็อาจจะต้องปรึกษาแพทย์ถ้าเราอยากจะทำอันนี้
00:14:12 → 00:14:14ลองดูสิว่าเราทำได้ไหม
00:14:14 → 00:14:14ค่ะ
00:14:14 → 00:14:18หรืออาจจะส่งผลต่อโรคประจำตัวของเราอยู่รึเปล่า
00:14:18 → 00:14:24แต่ว่าที่สำคัญก็คือการดูแลภูมิคุ้มกันร่างกายการเสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย
00:14:24 → 00:14:26เพราะฉะนั้นถ้าคุณไม่อยากป่วย
00:14:26 → 00:14:28ถ้าคุณไม่อยากพึ่งหมอ
00:14:28 → 00:14:31คุณก็ต้องจัดการหาวิธีดูแลตัวเองนะ
00:14:31 → 00:14:36เพื่อที่จะเสริมระบบภูมิคุ้มกันร่างกายของคุณให้แข็งแรงอยู่ตลอด
00:14:36 → 00:14:36ค่ะ
00:14:36 → 00:14:39แค่นั้นเองด้วยวิธีเบสิคที่คุณหมอบอกไปนะคะ
00:14:39 → 00:14:42อย่ารอให้ป่วยแล้วค่อยเปลี่ยนพฤติกรรม
00:14:42 → 00:14:43ใช้
00:14:43 → 00:14:46แต่เราควรจะปรับพฤติกรรมดูแลตัวเองวันนี้เพื่อเสริมภูมิต้านทาน
00:14:46 → 00:14:47ถูกค่ะ
00:14:47 → 00:14:50ให้เราห่างไกลจากโรคจะได้ไม่ป่วยนั่นเองนะคะ
00:14:50 → 00:14:50ใช่ค่ะ
00:14:50 → 00:14:53วันนี้ได้ความรู้เยอะเลยแล้วมันจะดีมากๆ
00:14:53 → 00:14:56ถ้าคุณผู้ชมนำคำแนะนำของคุณหมอไปปฏิบัติตามนะคะ
00:14:56 → 00:14:56ค่ะ
00:14:56 → 00:15:00เราก็จะได้แข็งแรงแล้วก็ห่างไกลจากทุกโรคนั่นเองนะคะ
00:15:00 → 00:15:04ดูรายการของเราก็จะได้เคล็ดลับดีๆแบบนี้ในการดูแลสุขภาพนะคะ
00:15:04 → 00:15:06อย่าลืมไปลงมือทำกันด้วยกันแล้วกันเนาะ
00:15:06 → 00:15:08วันนี้ก่อนจะจากกันค่ะอยากฝากคุณผู้ชม
00:15:08 → 00:15:13ช่วยกด like กด Subscribe กดสั่นกระดิ่งรอกันนิดนึงนะคะที่ YouTube Channel
00:15:13 → 00:15:17รายการคุยกับหมออัจจิมามีทุกๆตอนที่นำเสนอไป
00:15:17 → 00:15:17ค่ะ
00:15:17 → 00:15:19ตอนใหม่ๆก็มากันทุกสัปดาห์เลยนะคะ
00:15:19 → 00:15:23จะได้มาอัพเดทเรื่องราวดีๆในการดูแลสุขภาพกันนะคะ
00:15:23 → 00:15:24วันนี้คุณหมอและแนนลาไปก่อนนะคะ
00:15:24 → 00:15:26สวัสดีค่ะ