00:00:00 → 00:00:02สวัสดีค่ะทุกคนกลับมาพบกับฟาและช่อง Blue
00:00:02 → 00:00:05Zone Thailand นะคะสัปดาห์นี้ค่ะฟาก็มี
00:00:05 → 00:00:07เรื่องราวสั้นๆนะที่เอามาแชร์เพื่อนๆ
00:00:07 → 00:00:10เนี่ยได้มาจากตัววารสารตัว Exercise and
00:00:10 → 00:00:13Sport Sign Reviews ค่ะฉบับ Volume
00:00:14 → 00:00:17ที่ 52 นะคะของเดือนตุลาคม 2024 ก็คือ
00:00:17 → 00:00:20ใหม่ล่าสุดเลยถามว่าหลายๆคนนอาจจะคุ้นๆ
00:00:20 → 00:00:24ว่าจริงๆฟ้าก็เอาหลายๆบทความจากตัววารสาร
00:00:24 → 00:00:26ฉบับเนี้ยมาเล่าให้ทุกคนฟังเพราะว่าฝา
00:00:26 → 00:00:28เนี่ยเป็นสมาชิกของ American college of
00:00:28 → 00:00:30sport Medicine เพราะว่าก็เป็นคนชอบชอบ
00:00:30 → 00:00:32ออกกำลังกายเนาะแล้วก็รู้ว่าสาเรื่องการ
00:00:32 → 00:00:34ออกกำลังกายเนี่ยมันอัปเดตตลอดเลยค่ะไม่
00:00:34 → 00:00:37ว่าจะเป็นเชิงสรีรวิทยาฮอร์โมนทำยังไงกับ
00:00:37 → 00:00:40ร่างกายของเราในเรื่องของการทานสารอาหาร
00:00:40 → 00:00:42โปรตีนมิ่งมันต้องเป็นเท่าไหร่ถึงจะพอพวก
00:00:42 → 00:00:45นี้เราก็พบว่ามันมีงานวิจัยที่อัปเดตสม่ำ
00:00:45 → 00:00:47เสมอถ้าเกิดว่าฟ้ายังคงใช้องค์ความรู้
00:00:47 → 00:00:49ตั้งแต่ที่เรียนจบมาเมื่อ 20 ปีที่แล้ว
00:00:49 → 00:00:51เนี่ยเอามานั่งเล่าให้ทุกคนฟังเนี่ยก็
00:00:51 → 00:00:53เรียกได้ว่าก็คงไม่ยุติธรรมกับทุกคนแน่
00:00:53 → 00:00:55นอนแล้วก็ทำให้ทุกคนเนี่ยเสียประโยชน์ไป
00:00:55 → 00:00:57ด้วยซึ่งในฉบับนี้นะคะจริงๆเนี่ยมีบทความ
00:00:57 → 00:01:00ที่น่าสนใจมากมายเลยแต่ว่าฟ้าไปสะดุดตา
00:01:00 → 00:01:02งานวิจัยฉบับหนึงค่ะที่เอามาตีพิมพ์แล้ว
00:01:02 → 00:01:04ฟ้าคิดว่าน่าสนใจมากทุกๆคนเนี่ยน่าจะเคย
00:01:04 → 00:01:06จำกันได้ว่าฟ้ามักจะพูดในเรื่องของการออก
00:01:06 → 00:01:08กำลังกายอยู่สม่ำเสมอเลยว่าเป็นสิ่งที่
00:01:08 → 00:01:11มันจำเป็นมากๆที่จะทำให้เรามีคุณภาพชีวิต
00:01:11 → 00:01:14ที่ดีแล้วก็มีอายุที่ยืนยาวเนาะซึ่งเราก็
00:01:14 → 00:01:16จะไปเน้นในเรื่องของ movement ใช่มั้ยคะ
00:01:16 → 00:01:19ในงานวิจัยฉบับนี้น่าสนใจมากค่ะเป็นงาน
00:01:19 → 00:01:21วิจัยที่ทำโดย 2 นักวิชาการนะคะนัก
00:01:21 → 00:01:25วิชาการ 2 ท่านท่านแรกเนี่ยชื่อคุณฮิโรมิ
00:01:25 → 00:01:27ทานากะค่ะและอีกท่านนึงเป็นอาจารย์ที่
00:01:27 → 00:01:30ประเทศไทยของเราเองคือท่านอาจารย์รุนวัน
00:01:30 → 00:01:33สุขสมนะคะโดยหัวข้องานวิจัยค่ะคือ Impact
00:01:33 → 00:01:36of religion based my full Walking
00:01:36 → 00:01:39Meditation on cardiometabolic and
00:01:39 → 00:01:43mental Health คือผลกระทบนะที่เกิดขึ้น
00:01:43 → 00:01:47จากการที่มีการเดินออกกำลังกายแบบมีสติ
00:01:47 → 00:01:50อ่ะค่ะเหมือนที่เราในภาษาไทยภาษาพุทธของ
00:01:50 → 00:01:52เราก็คงเป็นการเดินจงกรมว่ามันมีผลต่อ
00:01:52 → 00:01:55สุขภาพใจของเราแล้วก็ในเรื่องของความ
00:01:55 → 00:01:58เสี่ยงของโรคหัวใจแล้วก็หลอดเลือดอย่างไร
00:01:58 → 00:02:02บ้างค่ะโดยคุณคุณฮิโร fumi ทานากะนะคะ
00:02:02 → 00:02:04ท่านเนี่ยทำงานอยู่ที่ Department of
00:02:04 → 00:02:06kinesiology and health education
00:02:06 → 00:02:09อยู่ที่ University of เกัมหาวิทยาลัย
00:02:09 → 00:02:11เทกซัสที่เมืองออสตินค่ะส่วนท่านอาจารย์
00:02:11 → 00:02:14ดรุณวันสุขสมเนี่ยท่านทำงานอยู่ที่
00:02:14 → 00:02:16faculty of sport Science หรือว่า
00:02:16 → 00:02:18เวชศาสตร์การกีฬานะคะคณะเวชศาสตร์การกีฬา
00:02:18 → 00:02:22ค่ะจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั่นเองค่ะใน
00:02:22 → 00:02:24เรื่องของการออกกำลังกายกับศาสนาเนี่ย
00:02:24 → 00:02:26เวลาบางทีพอเราเอามาพูดคู่กันหลายๆคนก็
00:02:26 → 00:02:29มักจะคิดว่าเอ้ยมันนคนละเรื่องกันเลยนะ
00:02:29 → 00:02:32แต่ถ้าเราไปดูหลักจุดประสงค์จริงๆค่ะทาง
00:02:32 → 00:02:34นักวิจัยท่านก็บอกว่าถ้าเราไปดูจริงๆนะ
00:02:34 → 00:02:36ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของศาสนาหรือว่า
00:02:36 → 00:02:38เรื่องของ Exercise เนี่ยสิ่งนึงที่มี
00:02:38 → 00:02:41เหมือนกันคือคนที่พยายามจะมุ่งไปทางศาสนา
00:02:41 → 00:02:44ไปฝึกทางศาสนาหรือว่าไปออกกำลังกายสิ่ง
00:02:44 → 00:02:47หนึ่งที่เขาต้องการคือต้องการจะกระตุ้น
00:02:47 → 00:02:49การพัฒนาของตัวเองค่ะเรียกว่าทำให้เกิด
00:02:49 → 00:02:52transformation นะไม่ว่าจะเป็นทางร่าง
00:02:52 → 00:02:54กายหรือว่าจิตใจเพราะฉะนั้นเนี่ยจริงๆ
00:02:54 → 00:02:56แล้วในเรื่องของการออกกำลังกายหรือว่าการ
00:02:56 → 00:02:59พยายามปฏิบัติตามหลักธรรมเนี่ยมีสิ่งนึง
00:02:59 → 00:03:01ที่มันเหมือนกันคือเป็นไปเพื่อที่คนที่
00:03:01 → 00:03:04เข้าหาเนี่ยต้องการที่จะมีการเติบโตแล้ว
00:03:04 → 00:03:07ก็พัฒนาตัวเองนั่นเองค่ะซึ่งในงานวิจัยนะ
00:03:07 → 00:03:10คะคุณฮิโรฟูมิเนี่ยเนื่องจากทำที่เท็กซัส
00:03:10 → 00:03:12ใช่มั้ยคะก็จะทำในกลุ่มประชากรที่เป็นคน
00:03:12 → 00:03:15แอฟริกันอเมริกันค่ะที่เท็กซัสส่วนตัวทาง
00:03:15 → 00:03:17อาจารย์ดรุณวรรณเนี่ยท่านก็จะไปศึกษาใน
00:03:18 → 00:03:20กลุ่มคนที่นับถือศาสนาพุทธที่ประเทศไทย
00:03:20 → 00:03:23ค่ะแล้วก็เกริ่นก่อนว่าทำไมเนี่ยท่านถึง
00:03:23 → 00:03:25เลือกทำงานวิจัยนี้นะคะก็น่าสนใจมากบอก
00:03:25 → 00:03:28ว่าถ้าเราไปดูเนี่ยจริงๆแล้วเนี่ยในแต่ละ
00:03:28 → 00:03:31ศาสนาเนี่ยมีการสอดแทรกในเรื่องของการดู
00:03:31 → 00:03:34แลสุขภาพของตนเองอยู่ในเกือบทุกศาสนาเลย
00:03:34 → 00:03:37ค่ะยกตัวอย่างเช่นจากคำสอนของท่านศาสดา
00:03:37 → 00:03:40มูฮัมหมัดนะคะที่เรียกว่าฮาดิสนะคะท่าน
00:03:40 → 00:03:43ศาสดามูฮัมหมัดได้กล่าวว่า a Stronger
00:03:43 → 00:03:46believer is better than a Weak
00:03:46 → 00:03:48believer ค่ะก็คืออยากจะให้ผู้ที่ติดตาม
00:03:48 → 00:03:51ช่วยในคำสอนของท่านเนี่ยเป็นคนที่มี
00:03:51 → 00:03:53เรื่องสุขภาพกายใจแข็งแรงค่ะนอกจากนั้น
00:03:53 → 00:03:56แล้วถ้าไปดูประวัติของท่านศาสดานะคะเา
00:03:56 → 00:03:59กล่าวว่าท่านศาสดามูฮัมหมัดเนี่ยก็ได้มี
00:03:59 → 00:04:02ส่วนร่วมในการวิ่งแข่งขันหรือว่าการเอ่อ
00:04:02 → 00:04:05เล่นมวยปล้ำรวมถึงการเดินอยู่กับเอ่อผู้
00:04:05 → 00:04:09เค้าเรียกว่าเป็นคียนอยู่เป็นประจำค่ะนอก
00:04:09 → 00:04:12จากนั้นเนี่ยในทางศาสนาคริสต์นะคะก็จะมี
00:04:12 → 00:04:14คำสอนที่กล่าวเสมอว่าร่างกายของคนที่นับ
00:04:14 → 00:04:17ถือศาสนาคริสต์เนี่ยเปรียบเสมือน Temple
00:04:17 → 00:04:20Of Holy Spirit เป็นที่อยู่เป็นเหมือน
00:04:20 → 00:04:22ร่างเป็นโบสถ์อันศักดิ์สิทธิ์อ่ะค่ะเพราะ
00:04:22 → 00:04:24ฉะนั้นเนี่ยก็ต้องรักษาดูแลร่างกายของตน
00:04:24 → 00:04:27เนี่ยให้ดีแล้วก็สะอาดนะคะนอกจากนั้นค่ะ
00:04:27 → 00:04:30ที่น่าสนใจค่ะท่านศาสดาของของชาวยิวนะคะ
00:04:30 → 00:04:34เรียกว่าเมสนะคะซึ่งเอ่อท่านเอ่อเมนส
00:04:34 → 00:04:38เนี่ยก็จะมีชีวิตอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 12
00:04:38 → 00:04:40นะคะท่านก็มีคำกล่าวว่าฟ้าว่าน่าสนใจมาก
00:04:40 → 00:04:43เลยท่านกล่าวว่า whoever is always
00:04:44 → 00:04:47seated ใครก็ตามที่นั่งอยู่เป็นประจำนะ
00:04:47 → 00:04:49คะ and does No physical Exercise
00:04:49 → 00:04:52และไม่ออกกำลังกายเลย even If He eats
00:04:52 → 00:04:56Only Healthy Food ถึงแม้ว่าเขาจะทาน
00:04:56 → 00:04:58อาหารเอ่อมีประโยชน์ต่อสุขภาพ and
00:04:58 → 00:05:01follows medic Advice and ทำตามคำแนะ
00:05:01 → 00:05:05นำของแพทย์นะคะ will always be sickly
00:05:05 → 00:05:08and Weak ก็จะยังคงป่วยแล้วก็อ่อนแอ
00:05:08 → 00:05:10อยู่เสมอค่ะกลับมาถึงศาสนาพุทธของเราค่ะ
00:05:10 → 00:05:13เาก็กล่าวอ้างว่าในศาสนาพุทธเนี่ยเราก็จะ
00:05:13 → 00:05:16มีการเดินอยู่แล้วนะคะซึ่งควบคู่ไปกับการ
00:05:17 → 00:05:19ฝึกสติที่เราเรียกว่าการเดินจงกรมเนี่ย
00:05:19 → 00:05:22เขาบอกว่าท่านศาสดาหรือว่าพระพุทธเจ้า
00:05:22 → 00:05:24เนี่ยก็ได้กล่าวไว้เวลาท่านบอกกับเหล่า
00:05:24 → 00:05:27สาวกว่าพระสงฆ์เอ๋ยประโยชน์ในการเดิน
00:05:27 → 00:05:30จงกรมเนี่ยมี 5 อย่างด้วยกันนะคะอย่างแรก
00:05:30 → 00:05:32เลยทำให้เราเนี่ยพร้อมในการที่จะเดินทาง
00:05:32 → 00:05:35ในระะเอ่อในระยะยาวหรือว่าระยะไกลที่เป็น
00:05:35 → 00:05:38long Journey อย่างที่ 2 เนี่ยทำให้มี
00:05:38 → 00:05:41ความพร้อมในการที่จะฝึกสมาธิพร้อมที่จะทำ
00:05:41 → 00:05:43Meditation อย่างที่ 3 ช่วยให้ไม่ค่อย
00:05:43 → 00:05:46เป็นโรคมี Little disease นะคะอย่างที่ 4
00:05:46 → 00:05:49เนี่ยทำให้การย่อยเป็นไปด้วยดีค่ะ What's
00:05:50 → 00:05:52eaten drunk sho and Taste Goes
00:05:52 → 00:05:54through proper digestion และอันสุด
00:05:54 → 00:05:57ท้ายนะคะลักษณะการเดินต่างๆเหล่าเก็จะทำ
00:05:57 → 00:06:00ให้ผลจากการทำเอ่อทำสมาธิแล้วก็ต่อมีผล
00:06:00 → 00:06:02ต่อสุขภาพเนี่ยเขาเรียกว่ามีผลยั่งยืนใน
00:06:02 → 00:06:05ระยะยาวนี้ก็เป็นประโยชน์จากการเดินจงกรม
00:06:05 → 00:06:07ที่มีการกล่าวถึงอยู่ในศาสนาพุทธค่ะโดย
00:06:07 → 00:06:09ทางอาจารย์ดรุณวรรณนะคะในงานวิจัยที่ท่าน
00:06:10 → 00:06:13ทำเนี่ยท่านก็เลยไปคัดกรองค่ะกลุ่มของ
00:06:13 → 00:06:16เอ่อคนที่ชอบไปปฏิบัติธรรมนะคะส่วนใหญ่จะ
00:06:16 → 00:06:19เป็นเอ่อผู้หญิงค่ะที่มีอายุอยู่ในช่วง
00:06:19 → 00:06:22อายุ 60-90 ปีนะคะให้เอ่อมาเข้ารับการทด
00:06:22 → 00:06:26ลองโดยการเดินเนี่ยในการทำจงกรมเนี่ยก็จะ
00:06:26 → 00:06:29ให้เดินโดยเวลาคู่ไปกับการแกว่งแขนด้วยนะ
00:06:29 → 00:06:33คะโดยที่เวลาหายใจเข้าสวิง up ก็จะท่อง
00:06:33 → 00:06:36ว่าพุแล้วตอนที่แกว่งแขนโลงหายใจออกก็จะ
00:06:36 → 00:06:38ท่องว่าโถก็จะเดินไปด้วยแกว่งแขนไปด้วย
00:06:38 → 00:06:41แกว่งแขนขึ้นพุดแกว่งแขนลงหายใจออกโทรทำ
00:06:41 → 00:06:44อย่างนี้ไปด้วยในขณะที่เดินนะคะซึ่งระยะ
00:06:44 → 00:06:47เวลาที่ทำนะคะในช่วงเอ่อก็จะแบ่งเป็น 2
00:06:47 → 00:06:50ระยะค่ะในช่วงสัปดาห์ที่ 1-6 ค่ะซึ่งช่วง
00:06:50 → 00:06:52สัปดาห์ที่ 1-6 เนี่ยก็จะเป็นช่วงที่ฝึก
00:06:52 → 00:06:54แต่แกว่งแขนเปล่าๆเท่านั้นเพื่อให้เค้า
00:06:54 → 00:06:56เรียกว่าไม่ไปกระตุ้นเอ่อการทำงานของหัว
00:06:56 → 00:06:59ใจมาก intensity หรือว่าความเข้มข้นเนี่ย
00:06:59 → 00:07:00ก็จะได้อัตราการเต้นของหัวใจอยู่แค่
00:07:00 → 00:07:03ประมาณ 20-3 19% เป็น mind เอ่อ
00:07:03 → 00:07:06intensity สำหรับการออกกำลังกายในช่วง 6
00:07:06 → 00:07:08สัปดาห์แรกค่ะและ 6 สัปดาห์หลังค่ะก็จะ
00:07:08 → 00:07:10เพิ่มความเข้มข้นขึ้นมาโดยการให้มีการถือ
00:07:10 → 00:07:12ขวดน้ำด้วยนะคะเพื่อให้ฮารท Rate เนี่ย
00:07:12 → 00:07:15มันเพิ่มสูงขึ้นในขณะที่เดินจงกรมไปด้วย
00:07:15 → 00:07:16ก็จะได้ heart rate intensity เนี่ย
00:07:16 → 00:07:20อยู่ที่ 40-50 per ของอัตราการเต้นของ
00:07:20 → 00:07:22หัวใจสูงสุดค่ะแล้วพอจบ 12 สัปดาห์นะคะก็
00:07:22 → 00:07:25มีการตรวจร่างกายแล้วก็ตรวจเลือดค่ะผลออก
00:07:25 → 00:07:28มาน่าสนใจมากเลยค่ะทุกคนเราพบว่านะคะ
00:07:28 → 00:07:31ระดับของคอเลสเตอรอลค่ะไขมันไม่ดีที่
00:07:31 → 00:07:34เรียกว่าไตรกลีเซอไรด์นะคะตัวค่าโปรตีน
00:07:34 → 00:07:36ที่บ่งบอกถึงการอักเสบแล้วก็เพิ่มความ
00:07:36 → 00:07:37เสี่ยงของโรคหัวใจที่เราเรียกว่า C
00:07:37 → 00:07:40reactive โปนแล้วก็เรื่องความยืดหยุ่น
00:07:40 → 00:07:42ของหลอดเลือดนะคะที่เราเรียกว่า fmd คือ
00:07:42 → 00:07:45Flow mediate dilatation เนี่ยพบว่า
00:07:45 → 00:07:48ค่าต่างๆดีขึ้นค่ะในกลุ่มที่มีการเดินออก
00:07:48 → 00:07:51กำลังกายพร้อมกับทำสมาธิหรือว่าจงกรมไป
00:07:51 → 00:07:53ด้วยมากกว่ากลุ่มที่แค่เดินอย่างเดียวใน
00:07:53 → 00:07:55intensity ที่เท่ากันค่ะนอกจากนั้นแล้ว
00:07:55 → 00:07:58เนี่ยในกลุ่มที่ทำจงกรมนะคะพบว่าเวลาไป
00:07:58 → 00:08:00วัดคะแนนเป็นเป็นสกอร์ที่เขาเรียกว่า
00:08:00 → 00:08:02depress สกอสกอวัดความเสี่ยงที่จะเป็น
00:08:02 → 00:08:05โรคซึมเศร้าค่ะในกลุ่มที่เดินจงกลมเนี่ย
00:08:05 → 00:08:07คะแนนนความเสี่ยงโรคซึมเศร้าเนี่ยก็ต่ำลง
00:08:07 → 00:08:10นะคะต่ำกว่าแล้วก็ตัวฮอร์โมนที่เกี่ยวกับ
00:08:10 → 00:08:12ความเครียดคือตัวคอร์ติซอลนี่ก็ลดลงด้วย
00:08:12 → 00:08:15ค่ะในกลุ่มที่มีการเดินจงกรมรวมไปถึงค่า
00:08:15 → 00:08:18สารเคมีตัวนึงที่เราเรียกว่าอิิิซึ่งตัว
00:08:18 → 00:08:20นี้มันมักจะสูงขึ้นเวลาร่างกายมีการ
00:08:20 → 00:08:23อักเสบค่าตัวนี้ก็พบว่าลดลงเช่นกันใน
00:08:23 → 00:08:25กลุ่มที่มีการเดินจงกรมค่ะซึ่งทางผู้
00:08:26 → 00:08:28ศึกษาทำงานวิจัยเก็ได้อธิบายว่าปกติแล้ว
00:08:28 → 00:08:30เนี่ยเราอาจจะแบ่งเหมือนที่เวลาฟ้าพูดมา
00:08:30 → 00:08:32ตลอดเลยในเรื่องของ Lifestyle Medicine
00:08:32 → 00:08:35หรือว่าเวชศาสตร์วิถีชีวิตเราจะมีเป็น 2
00:08:35 → 00:08:37pill ใน 6 พิล pill นึงก็คือเรื่องของ
00:08:37 → 00:08:39พวกเขาเรียกว่าการจัดการกับความเครียดนะ
00:08:39 → 00:08:42คะซึ่งเราก็จะไปแปลเป็นเรื่องของการทำ
00:08:42 → 00:08:44mindfulness หรือว่าการฐานฝึกสติในขณะ
00:08:44 → 00:08:46ที่อีกขานึงก็คือในเรื่องของ physical
00:08:46 → 00:08:49activity หรือออกกำลังกายนั่นเองแต่ว่า
00:08:49 → 00:08:52การเดินจงกรมเนี่ยคือการควบเอาทั้งเรื่อง
00:08:52 → 00:08:54ของการมีกิจกรรมทางกายคือ physical
00:08:54 → 00:08:56activity มารวบเข้ากับเรื่องของการฝึก
00:08:56 → 00:08:59สติด้วยซึ่งเราก็พบว่าผลประโยชน์ที่ได้
00:08:59 → 00:09:02ค่ะค่ะ 1 คือพอมันมีการฝึกเรื่องของสติ
00:09:02 → 00:09:04เข้ามาด้วยเนี่ยผลประโยชน์ก็คือทำให้ไอ้
00:09:04 → 00:09:06ตัวระบบประสาทอัตโนมัติที่กระตุ้นเรื่อง
00:09:06 → 00:09:09ความเครียดของเราเนี่ยมันเเรียกว่าโทน
00:09:09 → 00:09:11หรือว่าการทำงานของมันเนี่ยลดลงนะคะก็เลย
00:09:11 → 00:09:14มีผลทำให้ค่าที่วัดความเครียดที่เราเรียก
00:09:14 → 00:09:16ว่า HRV หรือว่าตัวฮอร์โมนคอร์ติซอลเนี่ย
00:09:16 → 00:09:19ลดลงในขณะเดียวกันพอทำควบคู่กับการเดินไป
00:09:19 → 00:09:21ด้วยนะคะก็เลยอาจจะทำให้สมรถภาพทางหัวใจ
00:09:21 → 00:09:24เนี่ยดีขึ้นแล้วก็เลยส่งผลให้ไอ้พวกค่า
00:09:24 → 00:09:26การอักเสบต่างๆพอมันลดลงไม่ว่าจะเป็น
00:09:26 → 00:09:28เรื่องความแข็งตัวของหลอดเลือดลดลงการ
00:09:28 → 00:09:31ขยายตัวของหลอดเลือดดีขึ้นก็เลยทำให้ภาพ
00:09:31 → 00:09:33รวมออกมาแล้วเนี่ยช่วยลดความเสี่ยงของโรค
00:09:33 → 00:09:36หัวใจและหลอดเลือดได้ค่ะแต่ความท้าทาย
00:09:36 → 00:09:38อย่างนึงก็คือพอเราใช้คำว่าเป็นการเดินจง
00:09:38 → 00:09:40กลมเนาะแล้วก็ท่องพุทโธเนี่ยมันก็อาจจะมี
00:09:40 → 00:09:44เา้าเรียกว่าบาเรียหรือว่าตัวจำกัดอาจจะ
00:09:44 → 00:09:47ทำให้ศาสนาอื่นเนี่ยไม่สามารถมาออกได้ค่ะ
00:09:47 → 00:09:49ทางผู้เขียนก็เลยแนะนำว่าจริงๆแล้วไม่
00:09:49 → 00:09:52จำเป็นต้องท่องพุทโธก็ได้เพราะสุดท้าย
00:09:52 → 00:09:53แล้วมันก็คือการฝึกสติระหว่างการเคลื่อน
00:09:53 → 00:09:57ไหวนั่นเองเราจะต้องเป็นีัใน G ช่วงที่
00:09:57 → 00:10:00แกว่งแขนขึ้นซตอนที่ออกแขนออกหรือว่าเป็น
00:10:00 → 00:10:04เยแล้วก็ซูหรือว่าอาจจะใช้เป็นท่านเป็นคำ
00:10:04 → 00:10:06เอ่อนับถือศาสดาเป็นเวลาแกว่งแขนขึ้นก็
00:10:06 → 00:10:09เป็นอันแล้วเวลาแกว่งแขนลงก็เป็นลอก็เป็น
00:10:09 → 00:10:12อลออย่างนี้ไปก็ได้ค่ะหรือว่าเป็นคำใดก็
00:10:12 → 00:10:15ได้ที่เราอาจจะเลือกใช้ในการที่จะดึงให้
00:10:15 → 00:10:17มีการดึงสติควบคู่ไปกับการเคลื่อนไหวของ
00:10:17 → 00:10:19ร่างกายซึ่งประกอบไปด้วยการก้าวเดินรวมไป
00:10:20 → 00:10:22ถึงกแกว่งแขนด้วยและเวลาที่เราอยากทำให้
00:10:22 → 00:10:25มันหนักขึ้นเนี่ยแทนที่จะไปเพิ่มเรื่อง
00:10:25 → 00:10:27สปีดให้มันไวขึ้นเพราะยิ่งเราเพิ่มสปีด
00:10:27 → 00:10:30ให้ไวขึ้นสติของเราเนี่ยก็ก็จะยิ่งตามไม่
00:10:30 → 00:10:32ทันเาก็เลยบอกว่างั้นเราก็เพิ่ม intensity
00:10:32 → 00:10:35ให้มันหนักขึ้นโดยการเพิ่มน้ำหนักที่มือ
00:10:35 → 00:10:37ในช่วงที่จะแกว่งแขนอาจจะใช้เป็นถุงทราย
00:10:37 → 00:10:39หรือว่าขวดน้ำแทนก็ได้แล้วก็ข้อดีที่น่า
00:10:39 → 00:10:42สนใจจากงานวิจัยนี้นะคะฟาวชี้ให้เราเห็น
00:10:42 → 00:10:44ความสำคัญอย่างนึงค่ะว่ากิจกรรมทางกายที่
00:10:44 → 00:10:47ดีเนี่ยมันควรจะเป็นกิจกรรมที่ทุกคนทำได้
00:10:48 → 00:10:50ทุกวันแล้วก็ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตามถ้า
00:10:51 → 00:10:53เรามีข้อจำกัดว่ากิจกรรมทางกายเนี่ยย
00:10:53 → 00:10:55จำเป็นจะต้องทำเฉพาะเวลาไปฟิตเนสเท่านั้น
00:10:55 → 00:10:57ไปที่ยิมเท่านั้นเนี่ยมันก็จะทำให้เค้า
00:10:57 → 00:11:00เรียกว่าบั่นทอนหรือว่าลดโอกาสที่เราจะทำ
00:11:00 → 00:11:02ได้ตามเป้าหมายที่เราตั้งไว้นั่นเองค่ะ
00:11:02 → 00:11:05ทั้งหมดก็เป็นเรื่องราวสั้นๆที่น่าสนใจใน
00:11:05 → 00:11:07สัปดาห์นี้ที่ฟ้านำมาฝากนะคะเพราะฉะนั้น
00:11:07 → 00:11:09ถ้าเกิดว่าท่านไหนนะช่วงที่เราอาจจะกำลัง
00:11:09 → 00:11:11ป่วยอยู่หรือว่าไม่มีเวลาไปออกกำลังกาย
00:11:11 → 00:11:14ลองทำการเดินแบบฝึกสติไปด้วยคล้ายๆกับ
00:11:14 → 00:11:16เดินจงกรมนะคะก้าวไปด้วยหายใจเข้าแกว่ง
00:11:16 → 00:11:19แขนขึ้นพุดหายใจออกแล้วก็ท่องว่าโทรหรือ
00:11:19 → 00:11:21จะเป็นคำว่าหมูตอนแกว่งแขนขึ้นแล้วก็
00:11:21 → 00:11:24แกว่งแขนลงก็เป็นเด้งเป็นหมูเด้งหมูเด้ง
00:11:24 → 00:11:26ไปเรื่อยๆก็ได้เช่นกันค่ะก็ยังไงก็อยาก
00:11:26 → 00:11:29ให้ทุกคนเนี่ยพยายามให้เวลาให้ความรักกับ
00:11:29 → 00:11:31ตัวเองโดยการออกกำลังกายนะคะเพราะว่าเป็น
00:11:31 → 00:11:33เรื่องที่สำคัญมากๆและที่สำคัญค่ะสัปดาห์
00:11:33 → 00:11:35นี้ตอนที่เทปนี้ออกเนี่ยน่าจะเป็นวัน
00:11:35 → 00:11:39พฤหัสบดีก็คิดว่าเพื่อนๆหลายๆท่านน่าจะ
00:11:40 → 00:11:42ได้มีโอกาสเห็นเทปที่มีโอกาสไปสัมภาษณ์
00:11:42 → 00:11:44ที่รายการ Just curious ที่ช่อง Live
00:11:44 → 00:11:47doot นะคะกับเอ่อพี่โจ้ธนาเทียนอัจฉริยะ
00:11:47 → 00:11:49นะคะก็ดีใจมากๆที่ได้มีโอกาสไปคุยกับพี่
00:11:49 → 00:11:52โจ้ก็ถ้าท่านไหนยังไม่ได้ไปติดตามก็ฝากไป
00:11:52 → 00:11:54ติดตามด้วยค่ะเป็นเรื่องราวสนุกๆเกี่ยว
00:11:54 → 00:11:56กับสุขภาพเช่นกันและสัปดาห์หน้าจะมี
00:11:56 → 00:11:58เรื่องราวที่น่าสนุกสนานเรื่องไหนที่ฟ้า
00:11:58 → 00:12:00จะนำมาฝากเพื่อนๆก็อย่าลืมติดตามนะคะ
00:12:00 → 00:12:04ขอบคุณมากๆค่ะ