00:00:00 → 00:00:00อย่ากินหวาน
00:00:00 → 00:00:01อย่ากินมัน
00:00:01 → 00:00:02อย่ากินเค็ม
00:00:02 → 00:00:03อย่ากินของผัด ของทอด
00:00:03 → 00:00:04แล้วฉันจะกินอะไร
00:00:04 → 00:00:06รู้สึกทําไม่ได้นะครับ
00:00:06 → 00:00:07อันนั้นเป็นวิธีการตัด
00:00:07 → 00:00:09การกินนี่มันลิงก์ กับความสุขของผู้คน
00:00:09 → 00:00:11ตอนนี้หมอจะใช้วิธีการที่เรียกว่า
00:00:11 → 00:00:13positive nutrition ครับ
00:00:13 → 00:00:13คือสอนเขาว่า
00:00:13 → 00:00:14ควรจะต้อง
00:00:14 → 00:00:16กินอะไรมาก่อนเป็นอันดับแรก
00:00:16 → 00:00:17แล้วพอเรากินอันนี้
00:00:17 → 00:00:18ที่มันมีประโยชน์เข้าไปแล้วครับ
00:00:18 → 00:00:20ส่วนที่มันไม่มีประโยชน์
00:00:20 → 00:00:21มันจะน้อยลงอัตโนมัติ
00:00:21 → 00:00:22โดยที่เราไม่ต้องเอาหัวไปคิด
00:00:22 → 00:00:24ว่าเราจะไม่กินอะไรดี
00:00:24 → 00:00:25ผลก็จะรู้สึกว่า
00:00:25 → 00:00:26หูยยย มันกินได้
00:00:42 → 00:00:43ถ้าเรานิสัยดี
00:00:43 → 00:00:44เราก็จะกินดี
00:00:44 → 00:00:45พอเรากินดีปุ๊บ
00:00:45 → 00:00:46สุขภาพเราก็จะดี
00:00:46 → 00:00:47ง่าย ๆ แค่นั้นเอง
00:00:47 → 00:00:48นิสัยดีนี่ ก็คือ
00:00:48 → 00:00:50เราต้องรู้ว่าเรา
00:00:50 → 00:00:51ควรจะต้องกินอะไร
00:00:51 → 00:00:53เมื่อไหร่ อันนี้ เรียกว่านิสัยดี
00:00:53 → 00:00:53การกินนี่
00:00:53 → 00:00:55มันลิงก์กับความสุขของผู้คน
00:00:55 → 00:00:56เวลาเรากินมีความสุขไหม
00:00:56 → 00:00:57มีความสุข
00:00:57 → 00:00:58เป็นนิสัยที่เราไม่ได้
00:00:58 → 00:01:00คํานึงถึงอนาคตมากกว่า
00:01:00 → 00:01:01ว่าถ้าเรากินแบบนี้
00:01:01 → 00:01:04แล้วเราจะมีปลายทางชีวิตแบบไหน
00:01:04 → 00:01:05ถ้าเกิดว่าเราไม่ได้คิดถึงจุดนั้นอะ
00:01:05 → 00:01:06อันนี้ หมอว่าไม่ดี
00:01:06 → 00:01:07แต่ถ้าเราคิดไว้แล้วนะ
00:01:07 → 00:01:10ว่าเราอยากจะมีอายุ 60 ปี
00:01:10 → 00:01:11แล้วมีสุขภาพยังไง
00:01:11 → 00:01:12แล้วเราเลือกกินตามนี้
00:01:12 → 00:01:14ตามที่วางแผนไว้
00:01:14 → 00:01:15อันนี้เป็นนิสัยที่ดี
00:01:15 → 00:01:16อย่างเช่นเรา
00:01:16 → 00:01:17กินอาหารที่ดีเนาะ
00:01:17 → 00:01:18เราก็จะมีสุขภาพที่ดี
00:01:18 → 00:01:19แต่ถ้าเราอะ
00:01:19 → 00:01:20ไม่กินแบบพวกของหวานเลย
00:01:20 → 00:01:21แล้วเราไม่มีความสุข
00:01:21 → 00:01:23คุณจะมีชีวิต 80 ปีไปทําไม
00:01:23 → 00:01:25ใช่ไหมครับ มันต้องบาลานซ์กัน
00:01:25 → 00:01:25ถ้าเลี่ยงเลยนะ
00:01:25 → 00:01:28ก็จะเป็นพวก ของแปรรูปทั้งหมดเลยครับ
00:01:28 → 00:01:29อย่างเช่น
00:01:29 → 00:01:31ขนมซอง ๆ แบบนี้เนาะ
00:01:31 → 00:01:32หรือว่าเป็นพวกน้ำตาล
00:01:32 → 00:01:34น้ำมัน พวกนี้ แปรรูปขั้นสุด
00:01:34 → 00:01:35หรือว่าพวกแบบ
00:01:35 → 00:01:36ที่กระตุ้นมะเร็งเลยนะ
00:01:36 → 00:01:38ที่มีการวิจัยชัดเจนเลย
00:01:38 → 00:01:40พวกแฮม หมูยอ เบคอน พวกนี้
00:01:40 → 00:01:41เนื้อสัตว์แปรรูป
00:01:41 → 00:01:42อันนี้ควรเลี่ยงเลยครับ
00:01:42 → 00:01:44ฉะนั้น คุณต้องเลือกของดี ๆ เข้าไปก่อน
00:01:44 → 00:01:45แล้วของไม่ดีน้อย ๆ
00:01:45 → 00:01:48ให้มันพอชุ่มชื้นหัวใจบ้างนะครับ
00:01:48 → 00:01:50ก็จะเป็นการบาลานซ์ชีวิตที่ดีครับ
00:01:53 → 00:01:54ก็คือทําไมเราต้องดูแลสุขภาพ
00:01:54 → 00:01:56บางคนก็คิดถึงคนอื่น ๆ เนาะ
00:01:56 → 00:01:58เขาถึงมีแรงบันดาลใจเนาะ
00:01:58 → 00:01:59จริงอย่างที่หมอพูดไปเนาะว่า
00:01:59 → 00:02:01ภาพในใจของคุณสําคัญที่สุด
00:02:01 → 00:02:03วันนี้ภาพในใจของคุณแม่หมอ
00:02:03 → 00:02:04ก็คือลูก
00:02:04 → 00:02:05วันนี้เขาอยากให้ลูก
00:02:05 → 00:02:06ใช้ชีวิตได้ตามปกติ
00:02:06 → 00:02:08เขาเลยลุย เพื่อดูแลสุขภาพ
00:02:08 → 00:02:10วันนี้ถ้าภาพในใจ ของคุณมีคนที่คุณรักอยู่
00:02:10 → 00:02:12หมอว่าการทําเพื่อเขาอะ
00:02:12 → 00:02:13ก็คุ้มค่านะ
00:02:13 → 00:02:14ในการเลือกอาหารสุขภาพ
00:02:14 → 00:02:16สักมื้อหนึ่งต่อสัปดาห์
00:02:16 → 00:02:17สักมื้อหนึ่งต่อวัน
00:02:17 → 00:02:19จะดีสําหรับคนรอบข้างของคุณ
00:02:19 → 00:02:19คนที่คุณรัก
00:02:19 → 00:02:21เราหาภาพในใจเราไม่เจอนะครับ
00:02:21 → 00:02:23เราทําเหตุให้ดีครับ
00:02:23 → 00:02:24ผลลัพธ์จะดีเสมอ
00:02:24 → 00:02:26หมอพูดกับคนไข้เสมอนะว่า
00:02:26 → 00:02:27คุณไม่ต้องกังวลหรอก
00:02:27 → 00:02:29ว่าคุณจะขึ้นสวรรค์ หรือลงนรก
00:02:29 → 00:02:30ถ้าเกิดคุณทําเหตุให้ดี
00:02:30 → 00:02:31ทําตัวให้ดี
00:02:31 → 00:02:32อยู่ในศีล ในธรรม
00:02:32 → 00:02:33ปฏิบัติธรรม
00:02:33 → 00:02:34เราขึ้นสวรรค์แน่นอน
00:02:34 → 00:02:35โดยเราไม่ต้องกังวลเลย
00:02:35 → 00:02:36การกินก็เช่นเดียวกันครับ
00:02:36 → 00:02:37ถ้าเรานี่
00:02:37 → 00:02:40ทําหลัก <font color=#F8981DFF>3</font> อ <font color=#F8981DFF>2</font> ส <font color=#F8981DFF>1</font> น ไปละ
00:02:40 → 00:02:42อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์
00:02:42 → 00:02:44ไม่เสพ ไม่สูบ เนาะ
00:02:44 → 00:02:45นอนหลับดี มีความสุข
00:02:45 → 00:02:46กินอาหารดี
00:02:46 → 00:02:47เหตุดีครับ
00:02:47 → 00:02:48คุณไม่ต้องกังวลเลยว่า
00:02:48 → 00:02:49สุขภาพคุณจะดี หรือแย่
00:02:49 → 00:02:51สุขภาพคุณดีแน่นอนครับ
00:02:54 → 00:02:55"อ" แรก นะครับ
00:02:55 → 00:02:55ก็คือ "อาหาร"
00:02:55 → 00:02:57ให้เลือกอาหารธรรมชาติ
00:02:57 → 00:02:58เข้าไปในร่างกายก่อน
00:02:58 → 00:02:59ให้เขาเป็นสัดส่วนที่
00:02:59 → 00:03:00มากที่สุดก่อน
00:03:00 → 00:03:01หลังจากนั้น
00:03:01 → 00:03:03ค่อยไปกินอะไรก็ได้ตามที่คุณชอบ
00:03:03 → 00:03:04ก็จะมีความสุขด้วยเนาะ
00:03:04 → 00:03:04บาลานซ์ชีวิต
00:03:04 → 00:03:05อาหารธรรมชาติครับ
00:03:05 → 00:03:06หมอแบงค์เรียกเขาว่า
00:03:06 → 00:03:07"อาหารต้นทาง"
00:03:07 → 00:03:08นิยามของอาหารต้นทางนี้
00:03:08 → 00:03:09แปลมาจากภาษาอังกฤษ
00:03:09 → 00:03:11ที่ชื่อว่า whole foods ครับ
00:03:11 → 00:03:12ก็คือเป็นอาหารจาก
00:03:12 → 00:03:14พืชที่ไม่ผ่านกระบวนการแปรรูป
00:03:14 → 00:03:15ผักได้ทุกชนิดครับ
00:03:15 → 00:03:16ผลไม้ทุกชนิด
00:03:16 → 00:03:18เห็ดมีเป็นร้อย ๆ ชนิดเลย
00:03:18 → 00:03:19สมุนไพรต่าง ๆ
00:03:19 → 00:03:20มีมากมายครับ
00:03:20 → 00:03:22ก็เลือกอาหารกลุ่มนี้เข้าไปก่อน
00:03:22 → 00:03:23ถ้าใครนึกเมนูไม่ออก
00:03:23 → 00:03:25หมอมีช่อง "ครัว food doctor" นะครับ
00:03:25 → 00:03:27ให้ไปดูเมนูได้
00:03:27 → 00:03:28ฟรีเลยนะครับ
00:03:28 → 00:03:29เป็นไอเดียเมนูอาหาร
00:03:29 → 00:03:31แค่คุณกินน้ำถูกต้องนี่
00:03:31 → 00:03:33เชื่อไหม ลดน้ำหนักไปแล้ว 2 โล กว่า ๆ
00:03:33 → 00:03:35คนทั่วไปอะ กินน้ำไม่ถูกนะ
00:03:35 → 00:03:36เลยลดน้ำหนักไม่ได้
00:03:36 → 00:03:38ในหนึ่งวัน ผู้หญิงควรต้องดื่มน้ำ
00:03:38 → 00:03:392 ลิตรขึ้นไปครับ
00:03:39 → 00:03:40ผู้ชาย 3 ลิตรขึ้นไป
00:03:40 → 00:03:41เอาแค่นี้ก่อน
00:03:41 → 00:03:43ถ้าน้ำเราถึงปุ๊บนี่
00:03:43 → 00:03:44เราจะไม่อยากไปกินของหวาน
00:03:44 → 00:03:46ที่เราเดินไปร้านของหวานนี่
00:03:46 → 00:03:47แล้วเราอยากกินจังเลย
00:03:47 → 00:03:48แปลว่าน้ำเราไม่ถึงนะ
00:03:48 → 00:03:49ถ้าเราเอาแค่นี้ก่อน
00:03:49 → 00:03:51เราจะลดแคลอรี่จากของหวานได้แล้ว
00:03:51 → 00:03:52โดยที่หมอไม่ต้องห้าม
00:03:52 → 00:03:53"อ" ที่ 2 ครับ คือ
00:03:53 → 00:03:54"ออกกําลังกาย" เนาะ
00:03:54 → 00:03:56สําหรับใครที่รู้สึกว่าเหนื่อย
00:03:56 → 00:03:57ไม่อยากไปออกเป็น SESSION นะครับ
00:03:57 → 00:03:591 ชั่วโมง โอ้ยมันเหนื่อยมากเลยหมอ
00:03:59 → 00:04:01ก็ขยับตัวมากขึ้น
00:04:01 → 00:04:02คุณก็ลดโรค ลงไปได้ครึ่งหนึ่งแล้วนะ
00:04:02 → 00:04:05อย่างที่เรา นั่งฟังคลิปหมอแบงค์อยู่อย่างนี้
00:04:05 → 00:04:05ลุกขึ้นมา
00:04:05 → 00:04:06exercise นะครับ
00:04:06 → 00:04:08ก็จะลดโรคได้แล้ว
00:04:08 → 00:04:10ขอให้คุณขยับตัวมากขึ้นเท่านั้นเอง
00:04:10 → 00:04:11"อ" ที่ 3
00:04:11 → 00:04:12"อารมณ์" ต้องดีครับ
00:04:12 → 00:04:14อารมณ์ส่งผลกับสุขภาพทั้งหมดเลย
00:04:14 → 00:04:16วันนี้งานวิจัยชัดเจนแล้วครับว่า
00:04:16 → 00:04:17ถ้าคุณอารมณ์ดีอะ
00:04:17 → 00:04:19เซลล์เม็ดเลือดขาวของคุณ
00:04:19 → 00:04:20จะต่อสู้เก่ง
00:04:20 → 00:04:23เขาจะสู้กับพวกเซลล์มะเร็งได้ดีมาก ๆ
00:04:23 → 00:04:24ภูมิคุณเพิ่มขึ้น
00:04:24 → 00:04:25ภูมิแพ้ลดลง
00:04:25 → 00:04:26ซึมเศร้าลดลง
00:04:26 → 00:04:27พัฒนาจิตใจไปด้วยครับ
00:04:27 → 00:04:28อารมณ์จะดี
00:04:28 → 00:04:30ก็วิธีง่าย ๆ ตามเพจเกลาครับ
00:04:30 → 00:04:32อารมณ์คุณก็จะดีนะครับ
00:04:32 → 00:04:33อันถัดมา
00:04:33 → 00:04:34"ไม่เสพ" แล้วก็ "ไม่สูบ" เนาะ
00:04:34 → 00:04:36นาน ๆ ที อ่า
00:04:36 → 00:04:37นาน ๆ สักครั้งหนึ่ง
00:04:37 → 00:04:38อาทิตย์ละครั้งนี้ โอเคนะครับ
00:04:38 → 00:04:41แต่ถ้าทุกวันก็ ทําลายสุขภาพเนาะ
00:04:41 → 00:04:42ให้หลีกเลี่ยงนะครับ
00:04:42 → 00:04:43"น" สุดท้ายก็คือ
00:04:43 → 00:04:44การนอนนะครับ
00:04:44 → 00:04:46วิธีการนอนให้ดีก็คือ
00:04:46 → 00:04:476 ถึง 8 ชั่วโมง
00:04:47 → 00:04:49แล้วแต่บุคคลนะครับ
00:04:49 → 00:04:50ไม่กําหนดชั่วโมง
00:04:50 → 00:04:51วิธีจะดูได้ไงว่าเรานี้
00:04:51 → 00:04:52นอนหลับเพียงพอ
00:04:52 → 00:04:53วันถัดมาครับ
00:04:53 → 00:04:55เรารู้สึกง่วง ๆ เพลีย ๆ หรือเปล่า
00:04:55 → 00:04:57เรามีแรงทํางาน เรามีแรงออกกําลังกายไหม
00:04:57 → 00:04:59ถ้าเราสามารถทําฟังก์ชันนี้
00:04:59 → 00:05:00ได้ทั้งวันนะครับ
00:05:00 → 00:05:01แปลว่าคุณนอนพอ
00:05:01 → 00:05:03อาจจะ 5 ชั่วโมงก็ได้ 6 ชั่วโมง
00:05:03 → 00:05:04หาชั่วโมงที่ดีที่สุด
00:05:04 → 00:05:06สําหรับตัวคุณเองนะครับ
00:05:09 → 00:05:10คือเกลือนี่นะ
00:05:10 → 00:05:11มันส่งผลกับ
00:05:11 → 00:05:12เรียกว่าทุกระบบของเราเลยดีกว่า
00:05:12 → 00:05:14จริง ๆ แล้ว เกลือน่ะ
00:05:14 → 00:05:16มันเหมือนเป็น ผู้ร้ายฉากหลัง
00:05:16 → 00:05:17คือเวลาเรากินเกลือเข้าไปนี่
00:05:17 → 00:05:18ไม่มีแคลอรี่ใช่ไหม
00:05:18 → 00:05:19คนก็เลยรู้สึกว่า
00:05:19 → 00:05:21เฮ้ย กินเกลือก็ไม่ได้รับแคลอรี่เพิ่ม
00:05:21 → 00:05:22แต่เขาจะไปทําให้เรา
00:05:22 → 00:05:24กินมากขึ้นโดยไม่รู้ตัวครับ
00:05:24 → 00:05:25หมอยกตัวอย่างเช่น
00:05:25 → 00:05:26หมอมีเฟรนช์ฟรายส์ธรรมดา
00:05:26 → 00:05:28กับเฟรนช์ฟรายส์โรยเกลือ
00:05:28 → 00:05:29เราจะกินอันไหนเยอะกว่ากัน
00:05:29 → 00:05:31แน่นอน ใช่ไหม
00:05:31 → 00:05:32เราอาจจะตายจาก
00:05:32 → 00:05:33อย่างอื่นที่มากับเกลือ
00:05:33 → 00:05:34แล้วมีงานวิจัยหนึ่งนะ
00:05:34 → 00:05:37เขาบอกว่าเพียงคุณลดเกลือแค่วันละ
00:05:37 → 00:05:38ครึ่งช้อนชา
00:05:38 → 00:05:40สามารถ ลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ
00:05:40 → 00:05:41ลงได้ 30 เปอร์เซ็นต์
00:05:41 → 00:05:43โอ้โห
00:05:43 → 00:05:45ฉะนั้นสมควรที่เราจะลดโซเดียมลง
00:05:45 → 00:05:45แต่ว่าโซเดียมนี่
00:05:45 → 00:05:47ไม่ได้อยู่แค่ในเกลือนะ
00:05:47 → 00:05:48อาจจะอยู่ในพวก
00:05:48 → 00:05:48ผงชูรส
00:05:48 → 00:05:49อาจจะอยู่ในพวกผงชูรส เค้ก เบเกอรี่ ของทอด ผงฟู อะ
00:05:49 → 00:05:49เค้ก เบเกอรี่
00:05:49 → 00:05:50ของทอด
00:05:50 → 00:05:51ผงฟู อะ
00:05:51 → 00:05:53เพราะว่าตัวองค์ประกอบทางเคมี
00:05:53 → 00:05:54เขามีคําว่าโซเดียม
00:05:54 → 00:05:55หมอนี่เวลาสอนคนไข้คือ
00:05:55 → 00:05:57ก๋วยเตี๋ยวกินได้ ปรุงได้นะ
00:05:57 → 00:05:58แต่อย่าซดน้ำหมด
00:05:58 → 00:06:00แค่นั้นเอง
00:06:00 → 00:06:01ก็กินพออร่อย
00:06:01 → 00:06:02ก็จะแฮปปี้เนาะ
00:06:05 → 00:06:07คือแนวคิดของหมอนะ
00:06:07 → 00:06:08กินเวลาไหนดีนี่
00:06:08 → 00:06:09มันเป็นศาสตร์หนึ่ง
00:06:09 → 00:06:11ที่บอกว่าเราควรจะกินเช้าดี
00:06:11 → 00:06:12หรือว่ากินเย็นดี
00:06:12 → 00:06:13ในทางปฏิบัตินะครับ
00:06:13 → 00:06:16ดีที่สุดสําหรับร่างกายมนุษย์เรา
00:06:16 → 00:06:17ร่างกายเราถูกออกแบบมา
00:06:17 → 00:06:18ให้กินตอนพระอาทิตย์ขึ้นครับ
00:06:18 → 00:06:20แล้วก็พระอาทิตย์ตกไม่ให้กินแล้ว
00:06:20 → 00:06:22เพราะตาเรา อะ มองไม่เห็นเนาะ
00:06:22 → 00:06:23สมัยก่อนถ้าเราอยู่ในถ้ำ
00:06:23 → 00:06:25แล้วเราออกหากินตอนพระอาทิตย์ตก
00:06:25 → 00:06:26เกิดอะไรขึ้นฮะ
00:06:26 → 00:06:27เราโดนล่า
00:06:27 → 00:06:28เราโดนล่าใช่ไหม
00:06:28 → 00:06:30มนุษย์ก็เลยเห็น
00:06:30 → 00:06:31ผลไม้สุก ๆ
00:06:31 → 00:06:33แดง ๆ ขึ้นมาตามต้น
00:06:33 → 00:06:35ตอนพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว
00:06:35 → 00:06:37เพราะนั้น เวลาที่ดีที่สุดคือช่วงต้นวัน
00:06:37 → 00:06:38แต่ถ้าคุณทําไม่ได้
00:06:38 → 00:06:39ไม่เป็นไรเลย
00:06:39 → 00:06:40กินเมื่อไหร่ดี
00:06:40 → 00:06:42ยังไม่สําคัญเท่า
00:06:42 → 00:06:43กินอะไรดี
00:06:43 → 00:06:44คุณใส่ของที่ดีอะ
00:06:44 → 00:06:45ไม่ว่าใส่เมื่อไหร่
00:06:45 → 00:06:46มันก็ดีเสมอ
00:06:46 → 00:06:47โอเคไหม
00:06:47 → 00:06:48ต่อให้คุณกินดี
00:06:48 → 00:06:49มื้อเช้าสําคัญสุด
00:06:49 → 00:06:50แต่กินไม่ดี
00:06:50 → 00:06:51ไม่มีทางออกมาดี
00:06:51 → 00:06:52เพราะนั้นอย่าไปซีเรียสครับ
00:06:52 → 00:06:54ถ้าเป็นคนไม่กินมื้อเช้า
00:06:54 → 00:06:55ก็ไปกินกลางวันก็ได้นะครับ
00:06:55 → 00:06:56แต่เลือกของดี ๆ ก่อน
00:06:56 → 00:06:58แค่นั้นเองนะครับ
00:07:01 → 00:07:02ไอเอฟนะครับ
00:07:02 → 00:07:04วันนี้อินฟูลเอนเซอร์เยอะมาก
00:07:04 → 00:07:05ความรู้เยอะมากในอินเทอร์เน็ต
00:07:05 → 00:07:07และไอเอฟ มีเป็นสิบ ๆ สูตรเลย
00:07:07 → 00:07:10บางคนก็บอกอดจํานวนเท่านี้ดี
00:07:10 → 00:07:12หรือว่าอดสูตรนี้ดีนะครับ
00:07:12 → 00:07:15กิน 5 วันไม่กิน 2 วันดีไหมหมอ
00:07:15 → 00:07:17หรือว่ากินวันหนึ่ง ไม่กินอีกวันหนึ่งดีไหม
00:07:17 → 00:07:18สลับวันนะครับ
00:07:18 → 00:07:19ถ้าฟังหมอแบงค์วันนี้
00:07:19 → 00:07:20เอาไปแค่ 2 ข้อพอแล้ว
00:07:20 → 00:07:22จบหลักสูตรไอเอฟเลย
00:07:22 → 00:07:23ข้อแรกคือ
00:07:23 → 00:07:24ไม่ว่าคุณจะกินเมื่อไหร่
00:07:24 → 00:07:25ขอให้กินเป็นมื้อ
00:07:25 → 00:07:26ไม่กินจุกจิก
00:07:26 → 00:07:27ทุกอย่างขอให้จบในมื้อครับ
00:07:27 → 00:07:29ไม่ว่าคุณภาพจะดีหรือไม่ดีนะ
00:07:29 → 00:07:30จบในมื้อ
00:07:30 → 00:07:33นอกมื้อ ไม่ควรกินเนาะ
00:07:33 → 00:07:34ช่วงกินต้องกิน
00:07:34 → 00:07:35ช่วงไม่กินต้องไม่กินเนาะ
00:07:35 → 00:07:36ข้อแรกครับ
00:07:36 → 00:07:37ข้อที่ 2 คือ
00:07:37 → 00:07:39นอกมื้อนี่
00:07:39 → 00:07:40เนี่ย กินได้น้ำเปล่า
00:07:40 → 00:07:43ชา กาแฟดํา แค่นั้น
00:07:43 → 00:07:45ไม่ว่าคุณจะกิน 3 มื้อหรือ 2 มื้อนะ
00:07:45 → 00:07:46กินเลยตามสบาย
00:07:46 → 00:07:47ตามไลฟ์สไตล์เนาะ
00:07:47 → 00:07:49ไอเอฟแค่กินในมื้อครับ
00:07:49 → 00:07:49แล้วก็ไม่จําเป็น
00:07:49 → 00:07:51ต้องนับเวลาให้เคร่งเครียด
00:07:51 → 00:07:52ไอเอฟที่ดีที่สุด
00:07:52 → 00:07:54คือไอเอฟที่ทําให้เราไม่เครียด
00:07:54 → 00:07:56ไม่รบกวนชีวิตประจําวันเรา
00:07:56 → 00:07:57วันนี้สะดวก 9 โมงก็
00:07:57 → 00:07:59จบในมื้อ 9 โมง
00:07:59 → 00:08:00วันนี้ 9 โมงยังไม่หิวเลย
00:08:00 → 00:08:01ไปกินเที่ยงจบ
00:08:01 → 00:08:03ร่างกายเราแต่ละวันไม่เหมือนกัน
00:08:03 → 00:08:04เราอยู่ในห้องแอร์
00:08:04 → 00:08:05อยู่ในนี้
00:08:05 → 00:08:08เรากินน้ำไม่เท่ากันอยู่แล้ววันหนึ่ง
00:08:08 → 00:08:08จะไปบอกว่า
00:08:08 → 00:08:10ต้องแปดแก้วทุกวัน
00:08:10 → 00:08:10เป็นหุ่นยนต์หรอ
00:08:10 → 00:08:11ไม่ใช่นะครับ
00:08:11 → 00:08:12เราต้องปรับได้
00:08:12 → 00:08:13ต้องสังเกต
00:08:13 → 00:08:15ร่างกายเราทุกคนไม่เหมือนกันเลย
00:08:15 → 00:08:16ต่อให้เราคํานวณโปรตีนนะ
00:08:16 → 00:08:17คํานวณแคลอรี่
00:08:17 → 00:08:191 เราทําตามนั้นไม่ได้
00:08:19 → 00:08:19แล้วเราเครียด
00:08:19 → 00:08:21เราต้องชั่งทุกอย่างที่เรากิน
00:08:21 → 00:08:22ไม่ใช่ชีวิตละ
00:08:22 → 00:08:24เราต้องมีความสุขในการกิน
00:08:24 → 00:08:25มีความสุขในการใช้ชีวิต
00:08:25 → 00:08:26เอาเวลาคิดเรื่องอื่น
00:08:26 → 00:08:28อย่าไปคิดเรื่องกินเยอะ
00:08:28 → 00:08:29ก็กินของดีจบ
00:08:29 → 00:08:31แล้วก็ไปคิดเรื่องอื่น
00:08:34 → 00:08:35อ๋อ สําหรับคนที่
00:08:35 → 00:08:36เขาคิดว่า
00:08:36 → 00:08:37ช่วงนี้ทํางานหาเงินก่อน
00:08:37 → 00:08:39สุขภาพค่อยไปดูแลนะครับ
00:08:39 → 00:08:41จริง ๆ เขาคิดแบบนี้ไม่ผิดนะ
00:08:41 → 00:08:43ถ้าเขาวางแผนชีวิตแบบนั้นไว้แล้ว
00:08:43 → 00:08:44เขายอมรับความเสี่ยงได้
00:08:44 → 00:08:46หมอให้เกียรติเขาในการ
00:08:46 → 00:08:47ในการตัดสินใจชีวิตเขาเอง
00:08:47 → 00:08:48แต่ถ้าเกิดเขาอะ
00:08:48 → 00:08:49ไม่ได้วางแผนไว้ก่อนเลยว่า
00:08:49 → 00:08:51ภาพชีวิตจะเป็นอย่างไรนะ
00:08:51 → 00:08:52อันนี้ผิดนะครับ
00:08:52 → 00:08:53ในความรู้สึกหมอ
00:08:53 → 00:08:54หมอมีอาจารย์หมอคนหนึ่งนะครับ
00:08:54 → 00:08:56เป็นหมอสมองผ่าตัด
00:08:56 → 00:08:57เขาบอกแบงค์
00:08:57 → 00:08:58เอ็งจะมีชีวิตแบบ
00:08:58 → 00:09:0090 ปีแบบไม่มีความสุขไปทําไม
00:09:00 → 00:09:02เขาบอกหมอแบงค์แบบนี้นะครับ
00:09:02 → 00:09:02เขาบอกว่า
00:09:02 → 00:09:04เขานี่ใช้ชีวิตถึง 60
00:09:04 → 00:09:05กินเหล้ากินไรนี้ มีความสุข
00:09:05 → 00:09:06ก็พอแล้ว
00:09:06 → 00:09:07แต่เขาวางแผนไว้แล้วนะว่า
00:09:07 → 00:09:09ถ้าเขาเกิดโรคหลอดเลือดสมอง
00:09:09 → 00:09:10เกิดโรคมะเร็ง
00:09:10 → 00:09:11เขารับได้
00:09:11 → 00:09:12รับได้กับความเสี่ยงนั้น
00:09:12 → 00:09:13ที่เขาวางแผนไว้
00:09:13 → 00:09:15ผมก็ อืม อาจารย์ก็
00:09:15 → 00:09:16คิดไว้แล้วอะ
00:09:16 → 00:09:17แล้วเขาก็รับความเสี่ยงแล้วด้วย
00:09:17 → 00:09:18วางแผนไว้แล้ว
00:09:18 → 00:09:19เราก็...
00:09:19 → 00:09:21เราก็ให้เกียรติในชีวิตเขา
00:09:21 → 00:09:21เพราะฉะนั้น
00:09:21 → 00:09:23ตัดสินใจแบบไหนไม่มีผิดครับ
00:09:23 → 00:09:26แต่โลกจะให้ในสิ่งที่คู่ควรกับเราเสมอ
00:09:26 → 00:09:27ถ้าเราวางแผนไว้แล้วนะ
00:09:27 → 00:09:29แล้วเราบอกครอบครัวไว้แล้วนะ
00:09:29 → 00:09:30ว่าเราอาจจะเสี่ยงแบบนี้
00:09:30 → 00:09:32แต่เรายังแฮปปี้กับแบบนี้อยู่
00:09:32 → 00:09:33เขาเห็นภาพปลายทางแล้ว
00:09:33 → 00:09:34เขาเลือกแล้วครับ
00:09:34 → 00:09:36เราไม่มีทางไปเปลี่ยนเขาได้
00:09:36 → 00:09:38เขาอาจจะแฮปปี้แบบนั้นนะ
00:09:38 → 00:09:41แต่เขาเลือกแล้วอะ