00:00:00 → 00:00:02เมื่อลูกๆเริ่มรู้สึกว่าคุณพ่อคุณแม่หรือ
00:00:02 → 00:00:04ว่าผู้สูงอายุในบ้านเริ่มน้ำหนักเกินหรือ
00:00:04 → 00:00:07ว่าเริ่มอ้วนนะครับเราจะมีวิธีการบริหาร
00:00:07 → 00:00:10จัดการเรื่องอาหารการกินอย่างไรจะต้องกิน
00:00:10 → 00:00:13วันละกี่มื้อลดจำนวนอาหารได้หรือเปล่าและ
00:00:13 → 00:00:16ผู้สูงวัยสามารถทำ If ได้หรือไม่นี่คือ
00:00:16 → 00:00:18หัวข้อที่เราจะคุยกันในบุพการีที่เคารพใน
00:00:18 → 00:00:21วันนี้นะ
00:00:21 → 00:00:25ครับบางคนจะรู้สึกว่าพ่อแม่อ้วนแล้วถ้า
00:00:25 → 00:00:28เราจะต้องดูแลเรื่องอาหารหรือว่าลดน้ำ
00:00:28 → 00:00:33หนักเาเป็นไปได้มครับหคน
00:00:33 → 00:00:37ทำการลดน้ำหนักผมคิดว่าประชาชนทุกคนทำได้
00:00:37 → 00:00:39อยู่แล้วนะครับคือในการลดปริมาณการบริโภค
00:00:39 → 00:00:42อาหารแล้วสมมุติว่าผู้สูงอายุต้องการมา
00:00:42 → 00:00:44ควบคุมน้ำหนักเนี่ยน้ำหนักเขาจะลดได้เร็ว
00:00:44 → 00:00:48เหมือนคนอายุทั่วๆไปมครับผู้สูงอายุนี่
00:00:48 → 00:00:50ต้องกินมื้อไหนเยอะเป็นพิเศษจำเป็นต้อง
00:00:50 → 00:00:54กินครบ 3 มื้อมคนแก่ทำไได้ไหมครับผู้สูง
00:00:54 → 00:00:56อายุไม่ได้ลดน้ำหนักได้ได้ง่ายแต่ก็ไม่
00:00:56 → 00:01:02ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้
00:01:02 → 00:01:05บุพการีที่เคารพคู่มือการดูแลพ่อแม่ของคน
00:01:05 → 00:01:07เจนลูกถ้าชอบเนื้อหาแบบนี้ก็อย่าลืมกด
00:01:08 → 00:01:10Subscribe ไว้้ด้วยนะครับบุพการีที่
00:01:10 → 00:01:12เคารพคู่มือการดูแลพ่อแม่ของคน 7 ลูกวัน
00:01:12 → 00:01:14นี้เราจะคุยเรื่องของการกินนะครับแน่นอน
00:01:14 → 00:01:17ว่าเรื่องอาหารการกินกับเรื่องสุขภาพนี่
00:01:17 → 00:01:19มันก็เป็นเรื่องเดียวกันนะครับแต่สำหรับ
00:01:19 → 00:01:21ผู้สูงอายุบางท่านนะครับหรือเราดูแล
00:01:21 → 00:01:23สุขภาพของคุณพ่อคุณแม่ที่บ้านเนี่ยเราก็
00:01:23 → 00:01:25อาจจะรู้สึกว่าเออแล้วเราจะดูแลเรื่อง
00:01:25 → 00:01:27อาหารการกินของท่านอย่างไรบ้างเช่นช่วง
00:01:27 → 00:01:30นี้อาจจะเริ่มอ้วนไปเริ่มมีพุงนะครับครับ
00:01:30 → 00:01:33เริ่มที่จะต้องควบคุมอาหารการควบคุมอาหาร
00:01:33 → 00:01:36เอจะควบคุมอย่างไรเพื่อทำให้ไม่นำไปสู่
00:01:36 → 00:01:38เรื่องของการเกิดโรคอีกนะครับวันนี้คนที่
00:01:38 → 00:01:41น่าจะเหมาะสมที่สุดในการให้ความรู้ก็คือ
00:01:41 → 00:01:44คุณหมอนัทนะครับจากเพจหมอนัทโภชนาการและ
00:01:44 → 00:01:46ช่อง YouTube ดรนัทนิวทริชั่นนะครับ
00:01:46 → 00:01:48สวัสดีครับคุณหมอนัทสวัสดีครับพี่ประสา
00:01:48 → 00:01:50ครับเจอกันอีกรอบครับเจอกันอีกรอบครับตอน
00:01:50 → 00:01:52นี้แทบจะเป็นช่องคุณหมอนัทไปแล้วครับโอ
00:01:52 → 00:01:54ขอบคุณมากครับใครเป็นแฟนคุณหมอนัทอย่าลืม
00:01:54 → 00:01:56นะครับทักเข้ามานะครับจะได้รู้ว่าอยากจะ
00:01:56 → 00:01:59ชวนคุณหมอนัทมาคุยเรื่องอ่าโภชนาการ
00:01:59 → 00:02:01เรื่องอาหารการกินเรื่องสุขภาพกันบ่อยๆนะ
00:02:01 → 00:02:04ครับอนะครับเรื่องกินสำคัญมากเพราะว่า
00:02:04 → 00:02:07เวลาลูกๆดูแลสุขภาพคุณพ่อคุณแม่ก็จะ
00:02:07 → 00:02:09ซีเรียสเรื่องอาหารการกินเช่นตอนนี้เฮ้ย
00:02:09 → 00:02:11ทำไมพ่อเราเริ่มอ้วนเนาะพ่อเราเริ่มน้ำ
00:02:11 → 00:02:14หนักมากขึ้นบางคนก็อาจจะคิดว่าเอก็แก่
00:02:14 → 00:02:16แล้วก็คงจะต้องอ้วนล่ะมั้งหรืออะไรเงี้ย
00:02:16 → 00:02:18บางคนก็จะคิดแบบนี้นะครับเพราะฉะนั้นคำ
00:02:18 → 00:02:21ถามแรกเลยครับว่าเออพอเราอายุมากๆแล้ว
00:02:21 → 00:02:23เนี่ยเราจะดูแลเรื่องอาหารการกินให้มัน
00:02:24 → 00:02:27สมดุลสำหรับผู้สูงอายุอย่างไรบ้างได้
00:02:27 → 00:02:31อย่างไรบ้างครับครับจริงๆก็ก็ในช่วงระยะ
00:02:31 → 00:02:34สัก 5-10 ปีที่ผ่านมาเนี่ยเริ่มมีคนมอง
00:02:34 → 00:02:37ถึงเรื่องของเเรียกว่านาฬิกาชีวิตที่ภาษา
00:02:37 → 00:02:40อังกฤษเราเรียกว่า cadian rit มากขึ้นนะ
00:02:40 → 00:02:43ครับแปลกใจมครับว่าบางทีเราตื่นนอนปุ๊บ
00:02:43 → 00:02:45เนี่ยนะครับเราง่วงๆอยู่พอตื่นนอนพระ
00:02:45 → 00:02:48อาทิตย์ขึ้นเราก็สดชื่นเราก็ทำงานได้พอ
00:02:48 → 00:02:50กลางคืนเราปิดไฟสักพักนึงเดี๋ยวเราก็ง่วง
00:02:50 → 00:02:53ไปเองนะครับซึ่งปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์
00:02:53 → 00:02:55เชื่อว่าอันเนี้ยเขาเรียกว่าเป็นนาฬิกา
00:02:55 → 00:02:58ชีวิตนะครับซึ่งเกิดขึ้นกับสิ่งมีชีวิต
00:02:58 → 00:03:00ไม่ใช่แค่คนอยู่อยู่ในกับสัตว์สิ่งมี
00:03:00 → 00:03:04ชีวิตต่างๆมากมายที่มันเป็นไปตามการหมุน
00:03:04 → 00:03:06เวียนของตัวโลกเราอครับมันเหมือนนั้น
00:03:06 → 00:03:08อย่างเช่นดอกไม้บางทีอยู่ๆพอพระอาทิตย์ข
00:03:08 → 00:03:09มีจะบานขึ้นมาเองบางทีอะไรใช่มันก็มี
00:03:09 → 00:03:12เรื่องแสงความกดอากาศอุณหภูมิเข้ามา
00:03:12 → 00:03:16เกี่ยวข้องซึ่งปัจจุบันเราค้นพบว่ามันมี
00:03:16 → 00:03:18นาฬิกาชีวิตที่อยู่ในสมองเหมือนกันในบาง
00:03:18 → 00:03:20ตำแหน่งในสมองของเราที่เรียกว่า Super
00:03:20 → 00:03:23clastic นิคลอะไรประมาณนี้ครับเรียกง่าย
00:03:23 → 00:03:26ๆก็คือว่าเรามีนาฬิกาที่อยู่ในสมองเสร็จ
00:03:26 → 00:03:28แล้วเราก็มีนาฬิกาที่มันเชื่อมโยงกับสมอง
00:03:28 → 00:03:32ลงไปในอวัยวะต่างๆเช่นตับระบบการย่อยระบบ
00:03:32 → 00:03:35การดูดซึมครับเพราะฉะนั้นเตามหลักการ
00:03:35 → 00:03:38เบื้องต้นก็คือว่าพยายามที่จะใช้ชีวิตใน
00:03:38 → 00:03:40การกินออกกำลังให้มันสอดคล้องกับนาฬิกา
00:03:40 → 00:03:43ชีวิตของแต่ละคนด้วยอืครับอ่างั้นคำถามก็
00:03:43 → 00:03:46คือแล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่านาฬิกาชีวิต
00:03:46 → 00:03:48ของแต่ละคนเป็นยังไงนาฬิกาชีวิตของผมกับ
00:03:48 → 00:03:50คุณหมอนัทนี่เหมือนกันมั้ยอย่างเงี้ยฮะ
00:03:50 → 00:03:52โดยทั่วไปจากงานวิจัยเนี่ยเราค้นพบว่า
00:03:53 → 00:03:55นาฬิกาชีวิตก็เบื้องต้นก็พยายามจะสอด
00:03:55 → 00:03:58คล้องกับพระอาทิตย์ขึ้นพระอาทิตย์ตกเป็น
00:03:58 → 00:04:00เป็นหลักก่อนนะครับผมยกตัวอย่างอย่างกรณี
00:04:00 → 00:04:03แบบพอพระอาทิตย์ขึ้นเนี่ยโดยส่วนใหญ่งาน
00:04:03 → 00:04:05วิจัยก็จะพบว่าระบบการย่อยของเรามันก็จะ
00:04:05 → 00:04:08เหมือนถูกปลุกขึ้นมาอนะครับแล้วก็ในตอน
00:04:08 → 00:04:10เย็นเช่นเดียวกันแต่ว่าแต่ละคนก็จะมีราย
00:04:11 → 00:04:13ละเอียดที่แตกต่างกันนะครับแต่โดยทั่วไป
00:04:13 → 00:04:16ก็ยังยึดโยงอยู่กับสิ่งแวดล้อมก็คือพระ
00:04:16 → 00:04:18อาทิตย์ขึ้นพระอาทิตย์ตกนะครับทีนี้มันก็
00:04:18 → 00:04:21จะมีปัญหาอย่างเช่นว่าบางช่วงเวลาในบาง
00:04:21 → 00:04:24ประเทศมันมืดเร็วพวกเครับก็จะทำให้กระบวน
00:04:24 → 00:04:27การของนาฬิกาชีวิตมันเปลี่ยนไประบบการ
00:04:27 → 00:04:29ย่อยเปลี่ยนไปบางคนมีรายงานว่าทำให้เกิด
00:04:29 → 00:04:32ภาวะซึมเศร้ามากขึ้นอะไรอย่าเงี้ยครับอ
00:04:32 → 00:04:34ครับแล้วอย่างกรณีแบบนี้ครับถ้าเอามาดูแล
00:04:34 → 00:04:36สุขภาพของคุณพ่อคุณแม่เราหรือแม้กระทั่ง
00:04:36 → 00:04:39อ่าดูแลสุขภาพของตัวเราเองด้วยที่อาจจะ
00:04:39 → 00:04:42เริ่มเข้าสู่ช่วงพีินี่แหละครับตัวนาฬิกา
00:04:42 → 00:04:44ชีวิตนี่เราจะเราจะเอามาปรับใช้หรือมาดู
00:04:44 → 00:04:47แลคุณพ่อคุณแม่เราได้ยังไงครับคือในใน
00:04:47 → 00:04:50เบื้องต้นนะครับก็เราเราต้องเรียนเรียน
00:04:50 → 00:04:52รู้จากนาฬิกาชีวิตโดยทั่วไปก่อนคือว่าเรา
00:04:52 → 00:04:54ตื่นมาเนี่ยโดยทั่วไปงานวิจัยก็จะบอกว่า
00:04:54 → 00:04:56การทานอาหารมื้อเช้าเนี่ยเป็นอาหารมื้อ
00:04:56 → 00:05:00สำคัญที่สุดของตัวร่างกายครับก็ค่อยๆมื้อ
00:05:00 → 00:05:02เที่ยงมื้อเย็นค่อยๆผ่องถ่ายลงนะครับสิ่ง
00:05:02 → 00:05:04เหล่านี้เนี่ยมัน Apply เพราะว่าอะไรครับ
00:05:04 → 00:05:07ผู้สูงอายุหลายๆคนนะครับอย่างคนใกล้ชิดผม
00:05:07 → 00:05:10เนี่ยเป็นเรียกว่าไม่รู้จะตื่นตอนเช้าทำ
00:05:11 → 00:05:12อะไรเพราะว่าไม่ได้มีกิจกรรมอะไรที่จะ
00:05:12 → 00:05:15ต้องทำใช่มั้ยครับเาก็จะตื่นสายทีนี้สิ่ง
00:05:15 → 00:05:17ที่เกิดขึ้นก็คือว่าเขาก็จะกินอาหารมื้อ
00:05:17 → 00:05:20แรกอาจจะเที่ยงเสร็จแล้วมื้อที่ 2 อาจจะ
00:05:20 → 00:05:22เย็นและอาหารมื้อเย็นของเขาจริงๆอาจจะ
00:05:22 → 00:05:25เป็น 21:00 นครับพวกเครับก็อาจจะส่งผลต่อ
00:05:25 → 00:05:28การควบคุมน้ำหนักระดับน้ำตาลหรือตัวโรค
00:05:28 → 00:05:31เบาหวานไขมันที่เคเป็นอยู่อย่างเงี้ยครับ
00:05:31 → 00:05:34คือกรณีแบบนี้นะครับคใๆก็จะต้องดูว่าเอ๊ย
00:05:34 → 00:05:37ทำไมไม่ได้กินเยอะแต่ว่าตัวโรคไม่ค่อยได้
00:05:37 → 00:05:40ดีขึ้นอาจจะมีความผิดปกติแบบนี้หรือไม่นะ
00:05:40 → 00:05:43ครับโดยงานวิจัยก็พบว่าพอพระอทิตย์ตกลงไป
00:05:43 → 00:05:46แล้วเนี่ยระบบการย่อยของเรามันจะเริ่ม
00:05:46 → 00:05:48น้อยลงนะครับแต่อาหารที่เรากินยังเหมือน
00:05:48 → 00:05:51เดิมนะครับหลายๆคนผู้สูงอายุหลายคนอ้าง
00:05:51 → 00:05:54ว่าเฮ้ยก็กินน้อยไม่ได้กินเยอะแต่ทำไมแบบ
00:05:54 → 00:05:57โรคเบาหวานไม่ได้ดีนะครับดังนั้นอาจจะ
00:05:57 → 00:05:59ต้องไปลองเจาะในประเด็นของนาฬิกาชีวิตว
00:05:59 → 00:06:02ตรงนี้ว่าเอ๊ะเป็นไปได้มั้ยเราเรากิน
00:06:02 → 00:06:04สะท้อนย้อนแย้งกับนาฬิกาของร่างกายก็คือ
00:06:04 → 00:06:07กินดึกเกินไปใช่มั้ยครับเราอาจจะลองปรับ
00:06:07 → 00:06:10ดูมว่าผลลัพธ์มันจะดีขึ้นมั้ยอะไรเงี้ย
00:06:10 → 00:06:12ครับเป็นกระบวนการปรับในแต่ละวันครับอ่า
00:06:12 → 00:06:14เรามาลองดูตามกิจกรรมของผู้สูงอายุครับ
00:06:14 → 00:06:16ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ตื่นเช้าอ่าคุณพ่อคุณ
00:06:16 → 00:06:19แม่ิทีเราจะเห็นว่าเตื่นเช้ามากเลยบางคน
00:06:19 → 00:06:215:00 6:00 นตื่นมาออกกำลังกายแล้วนะ
00:06:21 → 00:06:24ครับถ้าตามที่คุณหมอนัทบอกคือต้องดูจาก
00:06:24 → 00:06:26นาฬิกาชีวิตของแต่ละคนกรณีแบบนี้เขาตื่น
00:06:26 → 00:06:30เช้ามา 5:00 น 6:00 นอ่าการกินนี่ควรจะ
00:06:30 → 00:06:33ต้องเป็นอย่างไรครับควรจะเริ่มเลยมั้ย
00:06:33 → 00:06:36หรือไปออกกำลังกายก่อนหรือยังไงครับผมว่า
00:06:36 → 00:06:37อันนี้เป็นเป็นรายละเอียดจริงๆนะครับผู้
00:06:37 → 00:06:40สูงอายุจะตามมาด้วยอ่าอันดับแรกๆคือความ
00:06:40 → 00:06:43ดันกับเบาหวานอันนี้เต้องเช็คก่อนว่าเมี
00:06:43 → 00:06:45ความดันกับระดับน้ำตาลในเลือดตอนเช้าเป็น
00:06:45 → 00:06:48อย่างไรอันนี้ค่อยมาดีไซน์อย่างเช่นว่า
00:06:48 → 00:06:51ตอนตื่นนอนตอนเช้าน้ำตาลสัก 90 ซึ่งก็ถือ
00:06:51 → 00:06:53ว่าไม่ได้สูงใช่มั้ยครับจะไปออกกำลังกาย
00:06:53 → 00:06:56โดยการวิ่งหรือปั่นจักรยานหรือเดินเร็วๆ
00:06:56 → 00:07:01ในตอนเช้าอาจจะต้องมีการทานอะไรสักหน่อย
00:07:01 → 00:07:05เเป็นกหรือเป็นขักครับไม่ั้นระดับน้ำตาใน
00:07:05 → 00:07:09เลือดพออกกำลังกายเสร็ก็วูบก็จะต่ำครับ
00:07:09 → 00:07:11ขณะเดียวกันในผู้สูงุบางท่านนาฬิกาชีวิต
00:07:11 → 00:07:14เป็นลักษณะที่พอตื่นมาปุ๊บน้ำตาลสูงปรี๊ด
00:07:14 → 00:07:17น้ำตาลอาจจะไม่ได้ลงมาตั้งแต่เมื่อคืนออ
00:07:17 → 00:07:18แดงไม่เหมือนกันบางคนไม่เหมือนเหมือนใช่
00:07:18 → 00:07:21ครับลักษณะนี้เนี่ยอย่างที่ผมบอกว่า
00:07:21 → 00:07:24นาฬิกาชีวิตโดยภาพรวมของโลกมันก็เป็นแบบ
00:07:24 → 00:07:27นึงแต่ระบบการเผาขลานภายในของแต่ละคนที่
00:07:27 → 00:07:29อาจจะมีภาวะความเจ็บป่วยที่ไม่ไม่เหมือน
00:07:29 → 00:07:32กันก็เป็นแบบหนึ่งนะครับเพราะฉะนั้นต้อง
00:07:32 → 00:07:35มีการตรวจติดตามเป็นระยะอย่างกรณีที่ผู้
00:07:35 → 00:07:37สูงอายุตื่นมาปุ๊บน้ำตาลสูงอย่างเงี้ย
00:07:37 → 00:07:39ครับเราก็อาจจะเป็นลักษณะของการออกกำลัง
00:07:39 → 00:07:43กายในระดับแบบนึงที่เป็นอบิสั้นๆสัก 20-30
00:07:43 → 00:07:46นาทีก็จะทำให้ระดับน้ำตาลของผู้สูงอายุ
00:07:46 → 00:07:50ท่านนั้นเนี่ยลดลงก่อนก่อนที่จะทานอาหาร
00:07:50 → 00:07:53เช้าใช่มั้ยครับกลับกันก็คือสมมุติว่าทุก
00:07:53 → 00:07:56คนกินอาหารเช้าแล้วก็ไปออกกำลังกายในกรณี
00:07:56 → 00:07:57ของผู้สูงอายุที่น้ำตาลสูงอยู่แล้วก็จะ
00:07:58 → 00:08:00ยิ่งทำให้น้ำตาลสูงเข้าไปออ่านะครับมัน
00:08:00 → 00:08:03เป็นเหมือนการต่อยอดของน้ำตาลทำให้เควบ
00:08:03 → 00:08:06คุมน้ำตาลได้ค่อนข้างยากกรณีแบบนี้ก็อาจ
00:08:06 → 00:08:09จะต้องปรับก็คือว่าออกกำลังกายก่อนเบาๆ
00:08:09 → 00:08:11เสร็จแล้วค่อยมาทานก็ได้น้ำตาลก็จะปรับ
00:08:11 → 00:08:14ฐานลงนะครับอันนี้ก็จะเป็นวิธีการที่ทำ
00:08:14 → 00:08:17ให้เราไม่ต้องเพิ่มยารักษาเบาหวานของไขนะ
00:08:17 → 00:08:19ครับแต่ให้เขาลองกลับดูกลับดูจากอาหารดู
00:08:19 → 00:08:22ก่อนแสดงว่ามันตอบยากมากสิครับเวลามีคนมา
00:08:22 → 00:08:24ถามว่าฉันควรกินข้าวก่อนแล้วก็ไปออกกำลัง
00:08:24 → 00:08:27กายเบาๆหรือไปออกกำลังกายเบาๆก่อนแล้ว
00:08:27 → 00:08:29ค่อยกลับมากินข้าวมันแสดงว่ากรณีแบบนี้
00:08:29 → 00:08:32มันแล้วแต่คนเลยใช่ครับเอ่อเราพูดถึงตัว
00:08:32 → 00:08:34ความดันด้วยก็ก็เหมือนกันนะครับว่าบางคน
00:08:34 → 00:08:37เนี่ยตื่นเช้ามาความดันไม่ได้สูงนะครับ
00:08:37 → 00:08:40แล้วก็ถ้าเกิดสมมุติว่าเราไปออกกำลังกาย
00:08:40 → 00:08:415:00 นแล้วกว่าจะได้กินอาหารเช้า 99:00
00:08:42 → 00:08:45นใช่มั้ยครับบางคนอากาศพอร้อนๆความดันดีด
00:08:45 → 00:08:48ขึ้นก็อันตรายนะครับในบางคนก็บางคนก็จะ
00:08:48 → 00:08:50เลือกกินยาตั้งแต่ต้นเลยนะครับแต่ปัญหา
00:08:50 → 00:08:52ที่ตามมาก็คือว่าบางทีความดันมันต่ำเกิน
00:08:52 → 00:08:55ไปมันบูกเกินไปครับก็มีก็มีความอันตราย
00:08:55 → 00:08:57เหมือนกันเพราะฉะนั้นเบาหวานความดันเ่ะ
00:08:57 → 00:08:59เป็นเรื่องที่เราต้องมอนิเตอร์ดูอ่าในแต่
00:08:59 → 00:09:03ละคนอีกอันนึงก็คือว่าผู้สูงอายุแต่ละคน
00:09:03 → 00:09:06เนี่ยมีอย่างที่ผมบอกว่าแพทเทิร์นการกิน
00:09:06 → 00:09:08การกระจายตัวของอาหารในแต่ละมื้อไม่
00:09:09 → 00:09:11เหมือนกันนะครับในผู้สูงอายุเราพบว่าบาง
00:09:11 → 00:09:14คนมีปัญหาก็คือตื่นเช้าน้ำตาลไม่ได้สูง
00:09:14 → 00:09:17แต่ว่าพอทานอาหารมื้อแรกน้ำตาลขึ้นปี๊ด
00:09:17 → 00:09:20แล้วน้ำตาลลงไม่ค่อยดีเพราะว่าร่างกายไม่
00:09:20 → 00:09:22ค่อยได้ขยับหรือกล้ามเนื้อไม่ค่อยได้อ่า
00:09:22 → 00:09:26ทำงานในการดูดซึมน้ำตาลนะครับก็น้ำตาลก็
00:09:26 → 00:09:27ไม่ค่อยได้ลงเสร็จแล้วพอมื้อเที่ยงก็สูง
00:09:27 → 00:09:31ขึ้นไปอีกมื้อเย็นก็สูงขึ้นไปอีกกกรณีแบบ
00:09:31 → 00:09:34ลักษณะแบบเนี้ยครับการออกกำลังกายที่เป็น
00:09:34 → 00:09:37การออกกำลังกายหลังอาหารในแต่ละมื้อก็จะ
00:09:37 → 00:09:40ช่วยทำให้ปรับฐานน้ำตาลของเขาลงมาได้หรือ
00:09:40 → 00:09:42อีกในหนึ่งก็จะบอกได้ว่าบางคนออกกำลังกาย
00:09:43 → 00:09:46เช้าก็ดีแต่บางคนเนี่ยระดับน้ำตาลหรือน้ำ
00:09:47 → 00:09:49หนักหรือความดันของเขาไม่ค่อยได้ดีเท่า
00:09:49 → 00:09:51ไหร่ในช่วงระหว่างวันการออกกำลังกาย
00:09:51 → 00:09:55ระหว่างวันหรือตอนเย็นก็อาจจะดีสำหรับเา
00:09:55 → 00:09:57ในการที่จะทำให้เขาควบคุมระดับน้ำตาลได้
00:09:57 → 00:09:59ดีขึ้นครับถ้าเรียกว่าเป็นนฬิกาชีวิตแต่
00:09:59 → 00:10:02ละคนก็จะอเราเรียกมาเกาชีวิตได้มั้ยเราจะ
00:10:02 → 00:10:03บอกว่าแสดงว่าแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน
00:10:03 → 00:10:05เพราะฉะนั้นแต่ละคนมันมีรายละเอียดเล็กๆ
00:10:05 → 00:10:08น้อยๆที่ที่ไม่เหมือนกันครับเพราะฉะนั้น
00:10:08 → 00:10:10จะให้มาตอบว่าควรกินก่อนไปออกกำลังกาย
00:10:10 → 00:10:12หรือออกกำลังกายเสร็จกลับมากินมากินมันจะ
00:10:12 → 00:10:15ตอบยากใช่ครับมันมีงานวิจัยบอกว่าแบบช่วง
00:10:15 → 00:10:17เวลาที่ออกกำลังกายดีที่สุดอาจจะเป็นช่วง
00:10:17 → 00:10:20แบบแดดอ่อนๆตอนเช้าเพื่อรับวิตามินดีหรือ
00:10:20 → 00:10:22อะไรก็ตามใช่มั้ยครับแต่มันก็ไม่ได้ตรง
00:10:22 → 00:10:25กับทุกๆคนเสมอไปเพราะว่าแต่ละคนมีโรคที่
00:10:25 → 00:10:28แตกต่างกันออย่างเงี้ยอครับอ้าวถัดไปครับ
00:10:28 → 00:10:30คุณหมอแล้วพูดสสูงอายุนี่ต้องกินมื้อไหน
00:10:30 → 00:10:34เยอะเป็นพิเศษจำเป็นต้องกินครบ 3 มื้อมย
00:10:34 → 00:10:36หรือบางคนบอกอายุมากแล้วไม่ได้ไปทำอะไร
00:10:36 → 00:10:39มากอยู่บ้านอย่างเดียว 2 มื้อก็พอเราควร
00:10:39 → 00:10:41มีวิธีการคิดยังไงครับเรื่องนี้ผมว่า
00:10:41 → 00:10:43เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญนะครับก็คือผู้
00:10:43 → 00:10:46สูงอายุโดยทั่วไปทานได้น้อยอยู่ะนะครับ
00:10:46 → 00:10:48แล้วเก็จะเลือกทานที่เขาชอบอย่างเช่นการ
00:10:48 → 00:10:52ทานน้ำ้ำผลไม้หรืออะไรพวกเครับฉะนั้นผม
00:10:52 → 00:10:54ว่าสิ่งสำคัญก็คือการทาน 3 มื้อยังเป็น
00:10:54 → 00:10:57พื้นฐานหลักของคนไทยอยู่นะครับเพียงแต่
00:10:57 → 00:11:00ว่าถ้าเกิดว่าบอกว่าเคตื่นเช้า 5:00 น
00:11:00 → 00:11:04แล้วเขาก็นอนเหมือนคนปกติก็คือนอนสัก
00:11:04 → 00:11:0720:00 นอะไรเงี้ยครับการทาน 3 มื้อก็ยัง
00:11:07 → 00:11:09เป็นพื้นฐานที่สำคัญของทุกๆวัยอยู่แล้วนะ
00:11:09 → 00:11:12ครับเพียงแต่ว่าเขาอาจจะทานได้ทีละนิดที
00:11:12 → 00:11:14ละหน่อยอันเงี้ก็เป็นก็เป็นส่วนหนึ่งนะ
00:11:14 → 00:11:17ครับแต่ว่าอย่างไรก็ตามก็คือว่าในบาง
00:11:17 → 00:11:19ครั้งเนี่ยในแต่ละวันก็อาจจะทานไม่เหมือน
00:11:19 → 00:11:22กันอย่างเช่นบางทีวันนี้เป็นวันหยุดตื่น
00:11:22 → 00:11:24สายหน่อยทาน 10 นบางทีเที่ยงก็อาจจะยัง
00:11:24 → 00:11:27อิ่มอยู่แล้วก็อาจจะค่อยไปทานอีกทีตอน
00:11:27 → 00:11:3016:00 นมันก็เป็นแนวปฏิบัติเเรียกว่า
00:11:30 → 00:11:33เป็นฟาติแบบธรรมชาติคือการอดอาหารตาม
00:11:33 → 00:11:36ธรรมชาติของผู้สูงวัยก็สามารถทำได้นะครับ
00:11:36 → 00:11:39แต่สิ่งที่สำคัญมากๆเลยก็คือโปรตีนอผู้
00:11:39 → 00:11:42สูงอายุมักจะมีปัญหาเรื่องการกินโปรตีน
00:11:42 → 00:11:46ไม่เพียงพอนะครับเนื้อสัตว์ไข่ไก่กุ้ง
00:11:46 → 00:11:50หมึกหอยพวกเยครับที่มันค่อนข้างเหนียว
00:11:50 → 00:11:52เคี้ยวค่อนข้างยากกลืนลำบากผู้สูงอายุก็
00:11:52 → 00:11:55จะเลือกที่จะทานน้อยลงหรือบางทีได้รับคำ
00:11:55 → 00:11:57แนะนำจากแพทย์บอกว่าเฮ้ยอย่ากินเนื้อ
00:11:57 → 00:11:58สัตว์เยอะอย่ากินเนื้อสัตว์เยอะเดี๋ยวตาย
00:11:58 → 00:12:01พังอ่าร
00:12:01 → 00:12:05ไครับก็จะเริ่มจำัดอาหเป็นบางบางอย่างที
00:12:05 → 00:12:07นี้ประเด็นปัญหาก็คือว่าโปรตีนในร่างกาย
00:12:07 → 00:12:10เนี่ยมันจะดูดซึมได้ไม่มากในแต่ละวันนะ
00:12:10 → 00:12:13ครับเพราะงั้นเวลาที่เรากินโปรตีนไม่ถึง
00:12:13 → 00:12:16เนี่ยคือไม่ใช่ว่ากินโปรตีนเช้าแล้วจบเลย
00:12:16 → 00:12:18นะครับร่างกายมันจะดูดซึมโปรตีนได้ไม่
00:12:18 → 00:12:20ค่อยมากดังนั้นมีความจำเป็นที่จะต้อง
00:12:20 → 00:12:24กระจายการกินแหล่งโปรตีนในแต่ละมื้อให้
00:12:24 → 00:12:27มันเพียงพอด้วยเหมือนกันหือว่าเรากินแค่
00:12:27 → 00:12:29มื้อเช้ามื้อเที่ยงไม่ได้กินตอนนั้นเนี่ย
00:12:29 → 00:12:31มันก็จะเป็นจุดที่โปรตีนไม่เพียงพอร่าง
00:12:31 → 00:12:34กายอาจจะสลายโปรตีนมาสร้างเป็นพลังงานก็
00:12:34 → 00:12:37ก็เป็นไปได้ครับครับต้องต้องกินเฉลี่ยดัง
00:12:37 → 00:12:39นั้นโปรตีนเนี่ยเป็นสิ่งสำคัญมากๆเลยว่า
00:12:39 → 00:12:41ไม่สามารถกินวันละมื้อได้จะต้องมีการ
00:12:41 → 00:12:45กระจายเพื่อให้มั่นใจว่าร่างกายสามารถจะ
00:12:45 → 00:12:47ได้โปรตีนเพียงพอกับการซ่อมแซมส่วนที่สึก
00:12:47 → 00:12:50หรอในผู้สูงวัยครับแล้วเห็นคุณหมอนัมักจะ
00:12:50 → 00:12:53พูดถึงบ่อยๆถึงมื้อสุดท้ายว่าอย่าอย่ากิน
00:12:53 → 00:12:56เยอะจะกินหนักจนเกินไปไอ้มื้อสุดท้ายนี่
00:12:56 → 00:12:59ควรจะกี่ชั่วโมงก่อนนอนครับจริงๆไม่ไม่มี
00:12:59 → 00:13:01study ชัดเจนแต่ว่าก็มีคำแนะนำของกูรู
00:13:01 → 00:13:05หลายๆคนนะฮะว่าจริงๆแล้วการกินในช่วง 8-10
00:13:05 → 00:13:08ช่วโมงเป็นช่วงเวลาที่มีความเหมาะสมกับ
00:13:08 → 00:13:11ระบบการเผาผลาญในร่างกายนะครับ 8-10 ช่ม
00:13:11 → 00:13:13หมายความว่าเหมือนเราเข้างานเลยนะฮะก็คือ
00:13:13 → 00:13:16บางคนตื่น 6:00 นก็กิน 18:00 นแล้วก็จะ
00:13:16 → 00:13:21อาจจะจบที่เ่อ 16:00 นนะครับ 800 น 16 น
00:13:21 → 00:13:236:00 นอะไรพวกนี้ครับเค้าเพบว่าเราเจอ
00:13:23 → 00:13:26ปัญหาในบุคลากรทางการแพทย์หรือคนที่ทำงาน
00:13:26 → 00:13:30เป็นกะเยอะมากนะครับถามว่าทำไมบุคลากร
00:13:30 → 00:13:32หรือว่าคนที่ต้องทำงานเป็นกะไม่ว่าจะอยู่
00:13:32 → 00:13:35ในปั๊มน้ำมันหรือที่ไหนก็ตามร่างกายอาจจะ
00:13:35 → 00:13:38แบบนอนไม่เพียงพอวันไหนที่ต้องกะดึกนะฮะ
00:13:38 → 00:13:40จะรีบนอนเพื่อจะได้มีแรงก็ก็นอนไม่หลับ
00:13:41 → 00:13:43อะไรเงี้ยครับระบบการกินก็เปลี่ยนแปลงไป
00:13:43 → 00:13:46เช่นคือเวลาเหนื่อยมากๆพอลงเวรซัก 18:00
00:13:46 → 00:13:49นก็ต้องกินกินเสร็จแล้วก็นอนนอนเสร็จแล้ว
00:13:49 → 00:13:51ก็ต้องตื่นเงี้ยครับมันจะมีกระบวนการที่
00:13:51 → 00:13:54ทำให้นาฬิกาชีวิตมันมันรวนแล้วเรามีข้อ
00:13:54 → 00:13:57มูลชัดเจนว่าคนเหล่านี้เนี่ยมีโอกาสที่จะ
00:13:57 → 00:13:59ป่วยในระยะยาวได้อนี้ก็เป็นตัวออย่างนึง
00:13:59 → 00:14:03นะฮะก็คือว่าเวลาเราชิฟชิเวลาการทำงานก็
00:14:03 → 00:14:06ส่งผลให้เราป่วยได้แต่ถ้าพูดถึงเวลาปกติ
00:14:06 → 00:14:08ผมคิดว่าพระอาทิตย์ขึ้นพระอาทิตย์ตกดิน
00:14:09 → 00:14:10เนี่ยก็ควรจะเป็นช่วงเวลาที่เราทานแล้วก็
00:14:10 → 00:14:13ควรจะหยุดทานหยุดทานแล้วอแต่ว่าถ้าเรามี
00:14:13 → 00:14:16วัตถุประสงค์ที่จะควบคุมอะไรบางอย่างการ
00:14:16 → 00:14:19ทำให้เวลามื้อสุดท้ายสั้นลงก็อาจจะทำให้
00:14:19 → 00:14:21เราเข้าถึงเป้าหมายได้ง่ายขึ้นครับแทนที่
00:14:21 → 00:14:23จะไปกินมื้อสุดท้ายตอน 18:00 นพระอาทิตย์
00:14:23 → 00:14:25ลื่มตกหรือสัก 19:00 นก็ควรถอยมาสักอาจจะ
00:14:25 → 00:14:28จบสิทักัก 16 น 5:00 นอะไรแบบนี้ใช่มั้ย
00:14:28 → 00:14:30ฮะมันก็เป็นการทดลองนะฮหลายๆคนยึดติดกับ
00:14:30 → 00:14:34ตัวเวลามากเกินไปแต่จริงๆก็คือมันเป็นการ
00:14:34 → 00:14:37เหลื่อมเวลาทำให้เราย่อยสลายอาหารได้
00:14:37 → 00:14:40อย่างสมบูรณ์มากขึ้นนะครับก็บางคนก็ไม่
00:14:40 → 00:14:42ต้องมากมายครับ 18:00 นก็เลื่อนมาเป็น
00:14:42 → 00:14:4417:00 นลองดูซิว่าผลลัพธ์มันเป็นอย่างไร
00:14:44 → 00:14:48อแล้วค่อยๆปรับไปครับบางคนจะรู้สึกว่าพ่อ
00:14:48 → 00:14:52แม่อ้วนแล้วไม่ต้องกินมื้อเย็นชวนทำไคนแก
00:14:52 → 00:14:55ทำ If ได้มครับผมว่ามันเป็นวิถีชีวิตของ
00:14:55 → 00:14:58มนุษย์อยู่แล้วนะครับในเรื่องของการทำไ
00:14:58 → 00:15:00เราตื่นมาเดเด็กๆตั้งแต่เกิดแรกเกิดวัน
00:15:00 → 00:15:04แรกเราก็ดื่มนมพอหลับเสร็จแล้วเราก็เราก็
00:15:04 → 00:15:06ทำ If โดยธรรมชาติอยู่แล้วเพราะงั้นมัน
00:15:06 → 00:15:08เป็นวิถีชีวิตของคนทุกคนโดยทั่วไปอยู่
00:15:08 → 00:15:10แล้วครับเพราะฉะนั้นถ้าถามว่าคุณพ่อคุณ
00:15:10 → 00:15:13แม่ทำ If ได้มผมว่ามันเป็นเรื่องปกติที่
00:15:13 → 00:15:16ทำได้เพียงแต่ต้องมองวัตถุประสงค์การทำไ
00:15:16 → 00:15:20ก่อนว่าเวลาเรามีคุณพ่อคุณแม่สูงวัยแล้ว
00:15:20 → 00:15:23เนี่ยเค้าเดินได้คล่องตัวเคอ้วนในขณะที่
00:15:24 → 00:15:26จำกัดชีวิตประจำวันเ้าหรือไม่แล้วจำเป็น
00:15:27 → 00:15:30ที่จะต้องทำ If ฝืนขนาดไหนนะฮเพราะผู้สูง
00:15:30 → 00:15:32อายุมีโรคหลายหลายอย่างถ้าเกิดว่าอดอาหาร
00:15:32 → 00:15:35มากๆเข้าอาจจะมีปัญหาโรคกระเพาะหรือมี
00:15:35 → 00:15:37ปัญหาการไม่สุขสบายได้อันนั้นก็ต้องเป็น
00:15:37 → 00:15:40เคส by Case ใช่มั้ยครับแต่ถ้าแบบ
00:15:40 → 00:15:42อาทิตย์นึงสักวัน 2 วันเราลองที่จะออก
00:15:42 → 00:15:45กำลังกายตอนเย็นแล้วก็ยังไม่หิวก็ลองที่
00:15:45 → 00:15:48จะกินเบาๆสัดส่วนเบาๆอย่างเช่นน้ำเต้าหู้
00:15:48 → 00:15:51ซะหน่อยแล้วก็นอนผมว่ามันก็เป็นไปได้อ่า
00:15:51 → 00:15:54ครับฮแสดงว่าต้องกรณีนี้ก็แล้วแต่คนเลยนะ
00:15:54 → 00:15:56ฮแล้วแต่ผู้สูงอายุเลยว่าคนไหนเหมาะคนไหน
00:15:57 → 00:15:59ไม่เหมาะนะครับผมว่าทุกคนลองทำได้เพียง
00:15:59 → 00:16:02แต่อย่ามาทำฝืนจนกระทั่งแบบว่าวันนึงไม่
00:16:02 → 00:16:05กินอะไรเลยไม่กิน 24 ช่มอะไรอย่าเงี้ย
00:16:05 → 00:16:07ครับผมว่าโดยตามเป้าหมายในระยะยาวบางคน
00:16:07 → 00:16:10อาจจะตั้งเป้าหมายที่ที่ไกลเกินตัวอย่าง
00:16:10 → 00:16:13เช่นว่าเราจะได้ยินบอกว่าเอ้ยถ้าอดอาหาร
00:16:13 → 00:16:15แล้วเนี่ยชีวิตคุณจะยืนยาวขึ้นเพราะระบบ
00:16:15 → 00:16:18การเผลาผลาญไมโทคอนเดรียหรืออะไรต่างๆที่
00:16:18 → 00:16:22มันเป็นเรื่องทางทฤษฎีมันดีขึ้นแต่ใน
00:16:22 → 00:16:24ชีวิตความเป็นจริงก็อาจจะไม่ได้จำเป็น
00:16:24 → 00:16:27ขนาดนั้นดังนั้นผมมองว่ากินบ้างอดบ้าง
00:16:27 → 00:16:30แล้วให้ชีวิตมันมีคความสุขอันนั้นจำเป็น
00:16:30 → 00:16:33มากกว่าอืๆอ๋อดูเราดูเรื่องชีวิตมีความ
00:16:33 → 00:16:34สุขนี่ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญมากกว่ามาก
00:16:35 → 00:16:37กว่าที่จะมานั่งห่วงว่าอุยฉันอ้วนชั้นน้ำ
00:16:37 → 00:16:39หนักเยอะแล้วอย่าเงี้ยคุณหมอใช่ครับเพราะ
00:16:39 → 00:16:43ว่าชีวิตเราก็ยังต้องเดินกับสิ่งที่เราทำ
00:16:43 → 00:16:46ในแต่ละวันอยู่นะฮั้นถ้าเกิดว่าสมมุติว่า
00:16:46 → 00:16:49เราอ้วนอยู่เราก็อดอดบ้างมันก็มันก็เป็น
00:16:49 → 00:16:52เรื่องปกติที่เราสามารถทำได้ใช่มั้ยครับ
00:16:52 → 00:16:54เพราะว่าสมมุติว่าเราไม่ได้หิวแต่ว่าเรา
00:16:54 → 00:16:57ก็ตอนเย็นบอกไม่ได้อยากกินอะไรแต่ว่าไป
00:16:57 → 00:17:02กินขนมกินตัวซองกินคุกกี้มันก็ดูไม่ได้
00:17:02 → 00:17:04โลจิกเท่าไหร่ใช่มั้ยครับผมก็เลยมองว่า
00:17:04 → 00:17:07เอ่อจริงๆแล้วถ้าเราแบบวันไหนเรากินเยอะ
00:17:07 → 00:17:09เช่นเมื่อวานเราไปกินเลี้ยงมามากแล้ววัน
00:17:09 → 00:17:13นี้ขอแบบเอ่อลดทอนจะได้กินแคลอรี่น้อยลง
00:17:13 → 00:17:16ผมว่าก็เป็นเรื่องที่ทำได้นะครับแต่ผมจะ
00:17:16 → 00:17:18เห็นคุณพ่อคุณแม่หรือผู้สูงอายุหลายๆท่าน
00:17:18 → 00:17:22นะเช่นอ้าเราอายุมากแล้วไม่ไม่กินมากก็
00:17:22 → 00:17:25แล้วกันเย็นๆขอเป็นผลไม้เบาๆก็พออะไร
00:17:25 → 00:17:28อย่างเงี้นะฮะจริงๆแล้วกันแบบไม่กินอาหาร
00:17:28 → 00:17:32เย็นแต่ว่าตอนเย็นกินผลไม้แทนกินส้มกิน
00:17:32 → 00:17:34อะไรอย่างงี้แทนมันมีผลยังไงบงครับบางคน
00:17:34 → 00:17:37บอกโอหมันจะยิ่งเป็นตัวทำให้น้ำตาลขึ้น
00:17:37 → 00:17:41เลยแหละคือคือผมมองว่าจริงๆแล้วตามหลัก
00:17:41 → 00:17:45เนี่ยเรายึดหลักแบบผลไม้กินผลไม้ล้างปาก
00:17:45 → 00:17:47อันนี้เป็นสิ่งที่เราได้ยินในบรรพบุรุษ
00:17:47 → 00:17:50อยู่แล้วนะครับแต่การที่ในสมัยก่อนผลไม้
00:17:50 → 00:17:52อาจจะไม่ได้มีหลากหลายเนาะแต่สมัยนี้
00:17:52 → 00:17:56เนี่ยซื้อตรงไหนก็ได้ร้านสะดวกซื้อก็มีนะ
00:17:56 → 00:17:59ครับเพราะฉะนั้นมันก็มีโอกาสที่เราเราจะ
00:17:59 → 00:18:02กินในสิ่งที่มันเ่อไม่ได้เป็นมื้ออาหาร
00:18:02 → 00:18:04แต่ว่ากินแบบกินเล่นไปเรื่อยๆอย่างเงี้ย
00:18:04 → 00:18:07ครับมันก็ต้องตอบว่าก็ไม่ได้ผิดที่จะทาน
00:18:07 → 00:18:10ผลไม้ทานเบาๆเพราะสุดท้ายแคลอรี่โดยภาพ
00:18:10 → 00:18:13รวมมันก็อาจจะน้อยเพียงแต่ว่าถ้าหลายๆคน
00:18:14 → 00:18:16มีความ sensitive กับอาหารในกลุ่มของ
00:18:16 → 00:18:18ผลไม้ซึ่งส่วนใหญ่เป็นน้ำตาลค่อนข้างมาก
00:18:18 → 00:18:22เช่นสับปะรดเป็นส้มพวกนี้ครับก็จะส่งผล
00:18:22 → 00:18:24ต่อการควบคุมโรคของตัวเบาหวานได้เหมือน
00:18:24 → 00:18:26กันอ่าเพราะอย่าลืมว่าถ้าเรากินเฉพาะ
00:18:26 → 00:18:29ผลไม้ท้องว่างอยู่เนี่ยเนี่ยร่างกายมันมี
00:18:29 → 00:18:32โอกาสที่จะดูดซึมสารอาหารได้สูงอืเปรียบ
00:18:32 → 00:18:36เทียบกับการที่เราทานอาหารมื้อใหญ่ไปก่อน
00:18:36 → 00:18:39แล้วในท้องมันเต็มไปด้วยสารอาหารต่างๆ
00:18:39 → 00:18:41แล้วเราค่อยตบด้วยผลไม้ล้างปากเงี้ยครับอ
00:18:41 → 00:18:45อผลกระทบต่อตัวโรคหรือระดับน้ำตาลความดัน
00:18:45 → 00:18:48มันแตกต่างกันเลยนะครับออเหรอฮะนะฮะเพราะ
00:18:48 → 00:18:50ฉะนั้นก็ต้องต้องมองในประเด็นตรงนี้ด้วย
00:18:50 → 00:18:53ว่าถ้าไม่ได้อยากทานอะไรแล้วก็ทานของทาน
00:18:53 → 00:18:55เล่นเผลอๆมากกว่าทานอาหารหลักอย่างเงี้ย
00:18:55 → 00:18:58ครับก็อาจจะเป็นปัญหาครับอืนี่ผมนี่เป็น
00:18:58 → 00:19:00คนี้ครับบางทีผมไม่ได้ไม่ได้ทานมื้อเย็น
00:19:00 → 00:19:03แต่บางทีแบบได้ส้มว่ายเจ้ามาอะไรเงี้ยแม่
00:19:03 → 00:19:06ส่งมาผมก็อ้าจัดซะ 3-4 ลูกบางทีก็ไม่ได้
00:19:06 → 00:19:09กานมืเย็นแสดงว่ากรณีนี้อาจจะไม่ไม่ค่อย
00:19:09 → 00:19:11ดีใช่มั้ยครับคุณหมอเอ่อผมมองว่ามันก็ได้
00:19:11 → 00:19:15ใหญ่อาหารจากผลไม้แต่ว่ามันก็มองลึกไป
00:19:15 → 00:19:17กว่านั้นก็คือว่าถ้าในผลไม้ส่วนใหญ่ก็จะ
00:19:17 → 00:19:20มีน้ำตาลสูงถ้าเรามีปัญหาในเรื่องของตัว
00:19:20 → 00:19:23น้ำตาลแล้วเราทำการกินแบบนี้เป็นประจำ
00:19:24 → 00:19:26เป็นประจำอย่างเงี้ยครับอบางทีเดี๋ยวเบา
00:19:26 → 00:19:29หวานมันมาอออครับครับแต่กลับกันก็คือว่า
00:19:29 → 00:19:31สมมุติว่าเราไปออกกำลังกายด้วยการปั่น
00:19:32 → 00:19:34จักรยานเราเริ่มเหนื่อยแล้วเราจะเติมน้ำ
00:19:34 → 00:19:36เกลือแร่หรือว่าผลไม้เป็นส้มเหมือนที่พี่
00:19:36 → 00:19:40ประสานทานเมื่อกี้มันก็ยังเป็นการอะไรฮะ
00:19:40 → 00:19:43เอ่อรักษาสมดุลระหว่างขาเข้ากับขาออกได้
00:19:43 → 00:19:46ดีในระดับนึงอ่าอย่างเงี้ยมันก็ต้องหา
00:19:46 → 00:19:48โอกาสเช่นถ้ากินปุ๊บอ่ะงั้นเดี๋ยวขอเดิน
00:19:48 → 00:19:50หน่อยนึงมันก็ยังช่วยให้การเผาผลาญมันดี
00:19:50 → 00:19:55ขึ้นกันอครับๆแล้วอย่างกรณีกลับมาที่ตัว
00:19:55 → 00:19:57ลูกๆที่ดูแลคุณพ่อคุณแม่นี่แหละครับแล้ว
00:19:57 → 00:20:01ถ้าสมมุติว่าเริ่มเห็นว่าคุณพ่อเริ่มอ่า
00:20:01 → 00:20:03อะไรอายุมากขึ้นแต่ว่าน้ำหนักก็เริ่มเยอะ
00:20:03 → 00:20:07ขึ้นละเริ่มแบบมีพุงอะไรฮะเพราะว่าไม่ได้
00:20:07 → 00:20:11ทำงานประจำละเริ่มเห็นเขาเริ่มอ้วนการจะ
00:20:11 → 00:20:14เริ่มต้นชวนเขาลดน้ำหนักหรือว่าอย่างน้อย
00:20:14 → 00:20:18รักษาน้ำหนักให้มันคงที่นี่เราจะต้องเรา
00:20:18 → 00:20:20สามารถจัดการอีกได้หรือเราต้องปรึกษา
00:20:20 → 00:20:23แพทย์หรือว่าต้องยังไงบ้างมั้ยครับผมว่า
00:20:23 → 00:20:25ในเบื้องต้นทุกคนมีสิทธิ์ที่จะปรับปรับ
00:20:25 → 00:20:27ตัวเองตามสิ่งที่เขากินในแต่ละวันได้อยู่
00:20:27 → 00:20:29แล้วนะครับครับทีนี้ถ้าเกิดว่าบอกว่าคุณ
00:20:29 → 00:20:32พ่อคุณแม่เราอ้วนเนี่ยแล้วทำให้เขาคเจ็บ
00:20:32 → 00:20:35เข่าทำให้เขาไม่กล้าที่จะเดินหรือว่าทำ
00:20:35 → 00:20:37ให้เขาลิมิการใช้ชีวิตของแต่ละวันเนี่ยผม
00:20:37 → 00:20:39ว่าอนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่จำเป็นที่จะ
00:20:39 → 00:20:41ต้องหันมามองแล้วว่าการลดน้ำหนักมีความ
00:20:41 → 00:20:44จำเป็นหรือไม่อย่างไรนะครับทีนี้กรณีการ
00:20:44 → 00:20:47ลดน้ำหนักผมคิดว่าลองทำในสิ่งที่ประชาชน
00:20:47 → 00:20:50ทุกคนทำได้อยู่แล้วนะครับคือในการลด
00:20:50 → 00:20:53ปริมาณการบริโภคอาหารซึ่งผมคิดว่าตามหลัก
00:20:53 → 00:20:55การในบ้านทุกคนรู้อยู่แล้วครับว่าคุณพ่อ
00:20:55 → 00:20:57คุณแม่เรากินอะไรที่มันเกินความจำเป็นไป
00:20:57 → 00:21:00บ้างอแต่ถ้ามองย้อนมาถึงตัวนาฬิกาชีวิต
00:21:00 → 00:21:02อย่างเงี้ยครับก็อาจจะมีการลองปรับเช่น
00:21:02 → 00:21:05ง่ายๆก็คือว่าถ้าเขามีน้ำหนักที่เกิน
00:21:05 → 00:21:07เนี่ยการปรับช่วงเวลาในการทานอย่างเช่น
00:21:07 → 00:21:11เอ่อทานดึก 19:00 น 18:00 นแล้วลองปรับมา
00:21:11 → 00:21:14ทานสัก 16:00 นนะครับอาทิตย์นึงสัก 2 วัน
00:21:14 → 00:21:17อย่างเงี้ยครับเอ่อบางทีเดือนนึงก็อาจจะ
00:21:17 → 00:21:19ได้เห็นน้ำหนักที่ลดลงประมาณสักครึ่ง - 1
00:21:19 → 00:21:23กกรโดยไม่ยากมากนักถามว่าเปลี่ยนเยอะมั้ย
00:21:23 → 00:21:24ก็ไม่ได้เปลี่ยนเยอะเปลี่ยนแค่ช่วงเวลา
00:21:24 → 00:21:27การทานในบางวันแบบนี้ก็อาจจะเป็นโอกาส
00:21:27 → 00:21:30เป็นทางนึงในการที่จะลองทำดูที่บ้านก็ได้
00:21:30 → 00:21:32นะครับครับอย่างอย่าสมมุติถ้าเราเริ่มต้น
00:21:32 → 00:21:35ทำแล้วมันอาจจะทยอยลดเช่นลดลงสัก 1 กล
00:21:35 → 00:21:38หรือ 1 กครึ่งเราทำต่อเนื่องแบบนี้ไปมัน
00:21:38 → 00:21:40มันจะลดต่ออีกมั้ยฮะครับมันก็จะลดต่อใน
00:21:40 → 00:21:43ระดับนึงแต่อาจจะไม่ได้มากมายนักนะครับ
00:21:43 → 00:21:45เพราะว่าสมการเราเปลี่ยนแค่ช่วงเวลาทาน
00:21:45 → 00:21:48เล็กๆน้อยๆทีนี้ในกรณีที่เกิดสมมุติว่าทำ
00:21:48 → 00:21:51แล้วได้ผลแต่ว่ามันก็นิ่งเราก็อาจจะมอง
00:21:51 → 00:21:54อย่างเช่นว่าวันเสาร์วันอาทิตย์นะครับ
00:21:54 → 00:21:57เอ่อตื่นสายหน่อยแล้วก็แบบ 9:00 น 10:00
00:21:57 → 00:22:00นก็เป็นเป็นไปได้หรือไม่ที่บางทีเขอาจจะ
00:22:00 → 00:22:03ทานแค่ 2 มื้ออย่างเช่นทาน 99:00 น 10:00
00:22:03 → 00:22:05นเสร็จแล้วก็ไปทานอีกทีนึงอาจจะ 14 1600
00:22:05 → 00:22:09นก่อนนอนอย่างเงี้ยครับ 14:00 นแบบลักษณะ
00:22:09 → 00:22:12แบบนี้ก็จะเป็นการอดอาหารแบบธรรมชาตินะ
00:22:12 → 00:22:14ครับซึ่งโดยเฉลี่ยก็พลังงานก็จะหายไป
00:22:14 → 00:22:17ประมาณ 5-6 100 แคลอรีในแต่ละมื้อเพราะ
00:22:17 → 00:22:19ว่าเหลือแค่ 2 มื้อนะครับสมมุติอาทิตย์
00:22:19 → 00:22:22นึงทำ 2 วันอย่างเช่นอาทิตย์ทำวันนึง
00:22:22 → 00:22:25อังคารทำวันนึงมันก็ดูไม่ตึงมากใช่มั้ย
00:22:25 → 00:22:28ครับเดือนนึงก็จะหายไปประมาณสัก 4 5,000
00:22:28 → 00:22:30แคลอออันนี้ก็จะเป็นน้ำหนักที่ลดลงประมาณ
00:22:30 → 00:22:331 กกเหมือนกันโห 45,000 แคลอรี่ได้กล
00:22:33 → 00:22:35เดียวเองเหรอฮะก็ก็ก็คืออาทิตย์นึงเราทำ 2
00:22:35 → 00:22:38วันครับแล้วเราทำไปสักเดือนนึงอ่าใช่มั้ย
00:22:38 → 00:22:41ครับคือลักษณะการปรับของตัวผู้สูงวัยเรา
00:22:41 → 00:22:44คิดว่าเราอย่าไปปรับเยอะมากนะครับทำให้
00:22:44 → 00:22:47มันเป็นธรรมชาติใช่มั้ยครับถ้ามองว่ามัน
00:22:47 → 00:22:49เป็นคือธรรมชาติเนี่ยจะบอกว่าเมื่อกี้กิน
00:22:49 → 00:22:52เร็วกว่าเดิม 2 ช่วโมงแล้วก็ปรับอันนี้
00:22:52 → 00:22:56ที่ทำสัปดาห์ละ 2 วันแบบนี้ก็มี 2 กลต่อ
00:22:56 → 00:22:58เดือนนะฮะออ 2 กต่อเดือน 6 เดือนที่ 10
00:22:58 → 00:23:02กลนะครับออโอแสดงว่าเดือนแรกสมมุติเดือน
00:23:02 → 00:23:05เดือนแรกถ้าเราทำแบบนี้มันดัดลดได้ 2 กล
00:23:05 → 00:23:07ถัดไปเดือนที่ 2 สมมติมันมันจะลดน้อยลง
00:23:07 → 00:23:09มันจะลดน้อยลงเพราะว่าร่างกายก็จะเริ่ม
00:23:09 → 00:23:11เริ่มอ่าเข้าใจแล้วมันจะเหมือนมันมัน
00:23:11 → 00:23:14เหมือนร่างกายมันปรับนาฬิกาชีวิตปรับฐาน
00:23:14 → 00:23:16ปรับฐานว่าอ๋ออันนี้มีมีลักษณะการกินน้อย
00:23:17 → 00:23:19ลงใช่มั้ยครับปกติแล้วในช่วง 3 เดือนแรก
00:23:19 → 00:23:23เนี่ยคือช่วงนาทีทองที่คนไข้จะน้ำหนักลด
00:23:23 → 00:23:25ลงหรือน้ำตาลลดลงได้เร็วหลังจากนั้น
00:23:25 → 00:23:27ธรรมชาติมันก็จะน้อยลงพอมันน้อยลงเนี่ย
00:23:27 → 00:23:30สิ่งที่เราต้องทำก็คือพอเราเบาขึ้นเราก็
00:23:30 → 00:23:33จะต้องมีกิจกรรมทางกายมากขึ้นหรือสร้าง
00:23:33 → 00:23:35ระเบียบวินัยมากขึ้นอะไรอย่างเงี้ยบางคน
00:23:35 → 00:23:38ก็บอกว่าออทำแล้วเออก็ก็โอเคนะก็จะกลาย
00:23:38 → 00:23:42เป็นคนที่ทาน 2 มื้อก็คือทานเ่าสายๆก็ทาน
00:23:42 → 00:23:44เย็นๆแล้วก็สกิมื้อเที่ยงอครับอย่างเงี้ย
00:23:44 → 00:23:47ครับพอทำเริ่มไปสักพักนึงสิ่งที่ตามมาคือ
00:23:47 → 00:23:50ความดันลดลงน้ำหนักลดลงเข่าดีขึ้นเขาก็
00:23:50 → 00:23:53อาจจะมีการก้าวเดินที่มีประสิทธิภาพมาก
00:23:53 → 00:23:56ขึ้นน้ำหนักก็จะเริ่มลงต่อเนื่องจากการ
00:23:56 → 00:23:59ปรับของแต่ละคนอ่าครับใช่เพราะผมเห็นบาง
00:23:59 → 00:24:01ครอบครัวลูกกๆอยากชวนคุณพ่อคุณแม่ไปออก
00:24:01 → 00:24:05กำลังกายนะครับแต่ว่าปัญหาก็คือว่าพ่อแม่
00:24:05 → 00:24:07นี่น้ำหนักตัวอาจจะเริ่มเยอะอาจจะมีอาการ
00:24:07 → 00:24:09เจ็บเข่าเขาก็เลยรู้สึกว่าโหชวนไปออก
00:24:10 → 00:24:13กำลังกายฉันก็ยิ่งปวดเข่าหนักเข้าไปอีกงๆ
00:24:13 → 00:24:15แสดงว่าเราเริ่มต้นจากการอ่าบริหารจัดการ
00:24:15 → 00:24:17เรื่องอาหารก่อนเพื่อให้น้ำหนักลดแล้ว
00:24:17 → 00:24:19ค่อยไปออกกำลังกายก็ได้ใช่มั้ยครับผมให้
00:24:19 → 00:24:21ความสำคัญกับเรื่องอาหารก่อนเลยนะครับ
00:24:21 → 00:24:24เพราะว่าสมมุติว่าเราอย่างเราเวลานับ
00:24:24 → 00:24:26นาฬิกาสมาร์ท Watch เนี่ยเวลาเราวิ่ง 1
00:24:26 → 00:24:28กลเนี่ยมันก็จะเผาผ่านได้ประมาณสัก 80
00:24:28 → 00:24:31แควอันนี้คือข้าวทับพีเดียวเองนะครับ
00:24:31 → 00:24:33เพราะฉะนั้นในกรณีที่ผู้สูงอายุไปเดิน
00:24:33 → 00:24:38เพื่อให้อะไรฮะไม่ล้มเพื่อให้การทรงตัวดี
00:24:38 → 00:24:40ไปเดินได้อากาศไปเดินได้เห็นผู้คนจะได้มี
00:24:40 → 00:24:44จิตใจดีแล้วก็ทำให้เหนื่อยนิดนึงจะได้นอน
00:24:44 → 00:24:47หลับถ้าเป้าหมายแค่นั้นพอแค่นั้นก็พอแต่
00:24:47 → 00:24:49ถ้าเป้าหมายเพื่อการลดน้ำหนักเนี่ยผมว่า
00:24:49 → 00:24:52อาจจะต้องประเมินก่อนว่าน้ำหนักตั้งต้น
00:24:52 → 00:24:55เนี่ยเอ่อน่าจะลดลงในระดับนึงก่อนมั้ย
00:24:55 → 00:24:57เพราะไม่อย่างนั้นแล้วการเดินเนี่ยอาจจะ
00:24:57 → 00:25:00ไม่ได้สามารถทำให้ควบคุมตัวน้ำำตาลหรือ
00:25:00 → 00:25:03น้ำหนักได้ได้ดีเท่ากับตอนที่เขาลงไปน้ำ
00:25:03 → 00:25:06หนักลงไปบ้างแล้วอะไรเงี้ยครับอ่าครับแต่
00:25:06 → 00:25:07ทั้งนี้ทั้งนั้นมันสามารถที่จะเริ่มต้น
00:25:08 → 00:25:09จากอาหารก่อนได้เพราะว่าถ้าสมมุติว่าบาง
00:25:09 → 00:25:11ทีน้ำหนักไม่ลดบางทีคนก็ไม่อยากไปออก
00:25:11 → 00:25:15กำลังกายก็ถ้าคิดว่าเราประเมินอาหารแล้ว
00:25:15 → 00:25:20คิดว่ามีโอกาสที่จะสามารถถึงเป้าในการควบ
00:25:20 → 00:25:22คุมอาหารได้เราก็ควรแนะนำเรื่องอาหารก่อน
00:25:22 → 00:25:25อืเพราะว่าอาหารทำได้ง่ายแค่เปลี่ยนวิธี
00:25:26 → 00:25:28คิดเปลี่ยนวิธีการกินถูกมั้ยครับครับครับ
00:25:28 → 00:25:30แล้วอย่างที่เราดูแลคุณพ่อคุณแม่เนี่ยนะ
00:25:30 → 00:25:34ครับถ้าบอกว่าเราอยากจะให้เขาลดน้ำหนัก
00:25:34 → 00:25:35ต่อเนื่องไปหรือว่าอยากจะให้เรู้สึกว่า
00:25:35 → 00:25:38เอออยากจะให้แบบพูดง่ายๆไม่ไม่อยากให้
00:25:38 → 00:25:41อ้วนขนาดนี้อยากจะให้ผอมลงกว่านี้อีกสัก
00:25:41 → 00:25:44นิดนึงไงงฮะกรณีแบบนี้เราจะใช้วิธีการวัด
00:25:44 → 00:25:47ยังไงครับว่าเอ้ยมันสมดุลกับเขาแล้วมันจะ
00:25:47 → 00:25:50ใช้วิธีการวัดแบบหนุ่มสาวทั่วๆไปมั้ครับ
00:25:50 → 00:25:53กรณีแบบนี้ผมคิดว่าคงคงจะไม่ไม่สามารถวัด
00:25:53 → 00:25:55แบบคนทั่วไปเนาะแต่ว่าสิ่งนึงที่เรา
00:25:55 → 00:25:58ประเมินก็คือความกระฉับกระเฉงของตัวผู้
00:25:58 → 00:26:01สูงวัยเนาะผมมองว่าเค้าไม่อยากไปไหนเพราะ
00:26:01 → 00:26:04เคเคอาจจะมองว่าเป็นภาระนะครับร่างกายไม่
00:26:04 → 00:26:06ค่อยกระฉับกระเฉงเดินแล้วอุ้ยอ้ายหรือว่า
00:26:06 → 00:26:08นั่งรถเข็นอย่างเงี้ยครับผมว่าโดยตัว
00:26:08 → 00:26:11เบื้องต้นมองง่ายๆก่อนก็ได้ว่าเค้ารู้สึก
00:26:11 → 00:26:14ว่าเสื้อผ้าเค้าเล็กลงมั้ยรู้สึกว่าเ้า
00:26:14 → 00:26:18มั่นใจขึ้นหรือว่าเดินไปกระฉับกระเฉงเดิน
00:26:18 → 00:26:21ได้ไกลขึ้นเหนื่อยน้อยลงผมว่านั่นคือเป้า
00:26:21 → 00:26:24หมายที่สำคัญแต่จะมองว่าคุณพ่อคุณแม่จะ
00:26:24 → 00:26:28ต้องผอมเพรียวเลยเนี่ยผมว่าคงแล้วแต่คน
00:26:28 → 00:26:30ครับแล้วแต่ผู้สวยวิธีคิดของแต่ละคนนะ
00:26:30 → 00:26:33ครับอย่างคุณพ่อคุณแม่ผมอายุสัก 80 แล้ว
00:26:33 → 00:26:36อย่างเงี้ยครับอวิธีคิดก็จะแตกต่างกัน
00:26:36 → 00:26:39ครับนะฮะว่าจะทำให้เขาผอมจนถึงขั้นจุดที่
00:26:39 → 00:26:43เขาจะไปวิ่งลงงานวิ่งหรือว่าไปวิ่งที่สวน
00:26:43 → 00:26:45ก็คงจะไม่ได้มองแบนั้นใช่มั้ยแล้วอายุเา
00:26:46 → 00:26:48สัก 80 เนี่ยเรามองว่าถ้าเขาแข็งแรงขนาด
00:26:48 → 00:26:51นั้นถ้าเกิดไปวิ่งคนเดียวอันตรายล้มเป็น
00:26:51 → 00:26:53ลมไปจะทำยังไงอะไรอย่าเงี้ยครับฉะนั้นก็
00:26:54 → 00:26:56ต้องตั้งเป้าร่วมกันว่าแบบอยากไปจนถึงจุด
00:26:56 → 00:26:59ไหนแต่ผมว่าหลักการสำคัญคือให้ร่างกาย
00:26:59 → 00:27:02คล่องตัวก็พอแล้วอ่าครับๆแสดงว่ามันต้อง
00:27:02 → 00:27:04มีเป้าหมายแบบใหม่จะไปเอาเป้าหมายแบบคน
00:27:04 → 00:27:06หนุ่มสาวอะไรเงี้ยไปจับไปจับกับเาอาจจะ
00:27:06 → 00:27:08ไม่เหมาะนะครับก็ถ้าเขาอยากก็อันนี้อีก
00:27:08 → 00:27:11เรื่องนึงแต่ถ้าเแต่แต่โดยทั่วไปผมว่าไม่
00:27:11 → 00:27:14ได้ไม่มีความจำเป็นขนาดนั้นครับๆแล้ว
00:27:14 → 00:27:17สงสัยครับแล้วสมมุติว่าเราผู้สูงอายุ
00:27:17 → 00:27:19ต้องการมาควบคุมน้ำหนักเนี่ยน้ำหนักเขาจะ
00:27:19 → 00:27:23ลดได้เร็วเหมือนคนอายุทั่วๆไปมั้ยครับเออ
00:27:23 → 00:27:25ผมเพราะบางทีคนอาจจะไม่มีไม่มีกำลังใจบอก
00:27:25 → 00:27:28เอ๊ฉันก็เชื่อลูกแล้วนะกินน้อยลงแล้วนะ
00:27:28 → 00:27:30น้ำหนักมันก็ไม่ได้ลดลงสักทีอะไรอย่าง
00:27:30 → 00:27:33เงี้ยคือผมว่าน้ำหนักถ้าเรานึกภาพพี่
00:27:33 → 00:27:37ประสานพูดนะฮะนึกภาพเหมือนน้ำหนัก 80 ก็
00:27:37 → 00:27:39เป็นเรื่องนึงน้ำหลัก 100 นก็เป็นเรื่อง
00:27:39 → 00:27:42นึง 120 ก็เป็นอีกเรื่องนึงนะฮะต้องมอง
00:27:42 → 00:27:44ว่าผู้สูงอายุไม่ได้สูงมากนะครับถ้าเกิด
00:27:44 → 00:27:47หนักแบบเยอะๆมากๆเนี่ยการลดน้ำหนักก็ไม่
00:27:47 → 00:27:50ได้ง่ายเพราะว่าเบื้องต้นก็คือมันเหมือน
00:27:50 → 00:27:53เป็นเหมือนภูเขาน้ำแข็งที่การเคลื่อนตัว
00:27:53 → 00:27:56การเดินก็ยากกิจกรรมในแต่ละวันก็เหมือน
00:27:56 → 00:27:58กับว่ามันมันน้อยด้วยด้วยอลักษณะโครง
00:27:58 → 00:28:01สร้างของร่างกายนะครับเพียงแต่ว่ามอง
00:28:01 → 00:28:04อย่างเงี้ครับว่าเค้ามีการทานอาหารอะไร
00:28:04 → 00:28:08ที่เป็นอุปสรรคในการลดน้ำหนักแค่ไหนแล้ว
00:28:08 → 00:28:11เราพอปรับได้แค่ไหนอย่างนี้มากกว่าผู้สูง
00:28:11 → 00:28:15อายุหลายๆคนก็อาจจะเป็นการทานของสแน็ค
00:28:15 → 00:28:18เล่นๆในแต่ละวันโดยที่จะทานอาหารมื้อหลัก
00:28:18 → 00:28:21ไม่ไม่ได้มากมายพวกนี้การปรับเนี่ยอาจจะ
00:28:21 → 00:28:23ทำให้สามารถลดน้ำหนักได้ค่อนข้างเร็วนะ
00:28:23 → 00:28:26ครับในขณะเดียวกันอย่างที่บอกว่าตอนต้น
00:28:26 → 00:28:29การทำความเข้าใจเหมือนกันว่าครับการกินยา
00:28:29 → 00:28:31ที่เป็นเช้ากลางวันเย็นแล้วต้องกินอาหาร
00:28:31 → 00:28:34ก็จะเป็นอุปสรรคในการควบคุมอาหารของคนไข้
00:28:34 → 00:28:37จำนวนนึงเพราะว่าถ้าเกิดว่าเาบอกว่าเ้า
00:28:37 → 00:28:39ไม่ได้หิวแต่ว่าจำเป็นต้องกินอันนี้ก็
00:28:39 → 00:28:41ต้องเป็นการบริหารจัดการยาเพื่อให้มันสอด
00:28:41 → 00:28:44คล้องกับการกินเได้เหมือนกันนะครับอครับ
00:28:44 → 00:28:46ผู้สูงอายุไม่ได้ลดน้ำหนักได้ได้ง่ายแต่
00:28:46 → 00:28:48ก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้นะครับเพราะว่า
00:28:48 → 00:28:53หลายๆคนก็อาจจะมีการติดขนมเ่อผลไม้แล้วก็
00:28:53 → 00:28:55เครื่องดื่มอะไรอย่าเงี้ใช่เพว่าพอคนผม
00:28:55 → 00:28:58สังเกตคนอายุมากๆแล้วชอบจะชอบกินของหวาน
00:28:58 → 00:29:01มากขึ้นผมว่าแล้วแต่คนเลยจริงๆนะครับแต่
00:29:01 → 00:29:03ว่าเพราะทุกแต่ละคนจะมีระเบียบวินัยใน
00:29:03 → 00:29:06ชีวิตที่แตกต่างกันผู้สูงอายุที่มาเจอที่
00:29:06 → 00:29:09คลินิกที่ศิริราชเองผมมองว่าหลายๆคนก็จะ
00:29:09 → 00:29:12มี discipline มีการดูแลตัวเองที่เขาไม่
00:29:12 → 00:29:14อยากเป็นภาระแล้วเขาก็อยากแข็งแรงบางคน
00:29:14 → 00:29:17อายุ 80 กว่าโูแข็งแรงมากเลยเดินมาแบบ
00:29:17 → 00:29:20ทะมัดทะแมงเรานึกว่าประมาณ 70 ต้นๆก็มีนะ
00:29:20 → 00:29:23ครับแต่บางคนก็ก็อย่างที่บอกว่าแต่ละคนเ
00:29:23 → 00:29:26วางแผนชีวิตเาแตกต่างกันไปอาจจะเลี้ยง
00:29:26 → 00:29:29หลานอาจจะสบายใจอาจจะมารู้สึกว่าแบบนี้เ
00:29:29 → 00:29:31มีความสุขแล้วก็ก็แต่ละคนก็ไม่ไม่เหมือน
00:29:31 → 00:29:36กันอือครับจริงๆแล้วแสดงว่าการดูแลเรื่อง
00:29:36 → 00:29:38อาหารการกินสำหรับผู้สูงอายุถ้าลูกๆต้อง
00:29:38 → 00:29:43มาดูแลก็คือบางทีก็อาจจะตึงไปมากก็ไม่ดี
00:29:43 → 00:29:46หย่อนไปมากก็ไม่ดีใช่ครับในตามหลักการของ
00:29:46 → 00:29:48การดูแลผู้สูงอายุมีแชปเตอร์นึงที่เขียน
00:29:48 → 00:29:50ไว้บอกว่าเราอ่ะจำกัดตัวเลือกให้กับผู้
00:29:50 → 00:29:54สูงอายุมากจนจนเไม่มีตัวเลือกในการทานใช่
00:29:54 → 00:29:57ๆๆพอเไม่มีตัวเลือกในการทานน่ะเก็ต้องไป
00:29:57 → 00:30:01เลือกอะไรอะไรที่หาได้ง่ายครับน้ำขนมอะไร
00:30:01 → 00:30:04ที่ซื้อได้แอบซื้อได้หรือว่าอาจจะอาจจะ
00:30:04 → 00:30:07คล้ายๆกับว่าหาได้ง่ายเพราะว่าลูกๆก็ซื้อ
00:30:07 → 00:30:10มาให้หลานๆทานที่บ้านผู้สูงอายุก็มักก็
00:30:10 → 00:30:13อ้าเหลือแล้วฉันก็ทานก็แจมด้วยอย่างเงี้ย
00:30:13 → 00:30:16ครับแต่พอเราต้องมองย้อนก่อนว่าเมื่อเขา
00:30:16 → 00:30:19มาถึงบ้านปลายในวัยเกษียณอายุของเขาแล้ว
00:30:19 → 00:30:22เนี่ยการจำกัดอาหารมากจนเกินไปอาจจะไม่
00:30:22 → 00:30:25ได้จำเป็นครับนะครับในขณะเดียวกันการ
00:30:25 → 00:30:28เพิ่มตัวเลือกในการทานอยู่บ้างโดยที่ทาน
00:30:28 → 00:30:30ได้บ้างไม่ใช่ว่าทานไม่ได้เนี่ยอันนี้
00:30:30 → 00:30:33สำคัญพอทำให้ตัวเลือกเขามากขึ้นเขาก็จะหา
00:30:33 → 00:30:36อาหารในการทานได้ง่ายขึ้นซึ่งอาหารเหล่า
00:30:36 → 00:30:39นั้นอาจจะทำให้เขาคกินแล้วอยู่ท้องไงใช่
00:30:39 → 00:30:41มั้ยครับแต่พอเกินไม่อยู่ท้องเนี่ยมันก็
00:30:41 → 00:30:44ไม่แปลกที่เขาจะกินขนมหรือผลไม้หรือว่า
00:30:44 → 00:30:46เค้กต่างๆที่เดี๋ยวนี้ก็คือไปตรงไหนก็หา
00:30:46 → 00:30:48ซื้อได้ใช่ๆใช่เพราะผมเห็นบางทีลูกๆก็
00:30:49 → 00:30:51ห่วงก็บางทีไปจำกัดอาหารบ้างหรืออะไร
00:30:51 → 00:30:54เงี้ยหรืออาจจะบอกว่าพอสมมุตินะเคยเป็นขา
00:30:54 → 00:30:56หมูเคยเป็นของโปรดเงี้ยบางทีเรู้สึกว่า
00:30:56 → 00:30:59ไม่เอาแล้วไม่ให้กินแล้วอุมากขึ้นแสดง
00:30:59 → 00:31:00กรณีแบบนี้เราต้องไปดูเหมือนกันใช่มั้ยฮะ
00:31:00 → 00:31:03ว่าไม่ให้มันดูตึงจนเกินไปมันคือการเ่า
00:31:03 → 00:31:06flexibility ของการดูแลผู้สูงวัยเนาะถ้า
00:31:06 → 00:31:09เป็นเป็นเราถ้าเราถึงวัยนั้นผมเชื่อว่า
00:31:09 → 00:31:11เราก็ต้องการ flexibility บ้างคำถามคือ
00:31:11 → 00:31:15ว่าเรากินสมมุติว่าขาวหมูกินข้าวมันไก่
00:31:15 → 00:31:17ได้บ้างมยกินได้สิครับเพราะว่ามันก็คือ
00:31:17 → 00:31:20วิถีชีวิตการกินของคนไทยแต่ว่าถ้าเกิดเรา
00:31:20 → 00:31:23กินเป็นประจำอันนั้นคือตัวปัญหานะครับ
00:31:23 → 00:31:25สิ่งสำคัญก็คือมองอย่างยกตัวอย่างที่ผม
00:31:25 → 00:31:29เจอบ่อยๆคือน้ำพริกผักลวกจิ้มแล้วไข่ต้ม
00:31:29 → 00:31:31ครับอันนี้คือวิถีชีวิตคนไทยเลยถามว่าไข่
00:31:31 → 00:31:34ต้มกินได้มั้ยกินได้เพราะมันอยู่ในลักษณะ
00:31:34 → 00:31:36ของการกินผักกินผลไม้กินกินอะไรที่อยู่ใน
00:31:36 → 00:31:39สำรับใช่มั้ยครับจะให้ไปกินอย่างอื่นก็คง
00:31:39 → 00:31:42จะไม่ได้แต่้าถ้าบอกว่าไปกินเช่นเป็นทอง
00:31:42 → 00:31:45หยิบทองหยอดฝอยทองทั้งๆที่มีไข่เหมือนกัน
00:31:45 → 00:31:48แต่ว่ามันก็มีน้ำตาลปริมาณสูงก็จะไม่ได้
00:31:48 → 00:31:52ฉะนั้นมองภาพรวมของสำรับมองภาพรวมของเวลา
00:31:52 → 00:31:55ที่ทานอืนะฮะความถี่ที่ทานผมว่านี่คือ
00:31:55 → 00:31:57เรื่องสำคัญมากๆครับก็ต้องคู่กันไปนะครับ
00:31:57 → 00:32:01ดูอาหารปริมาณอาหารเวลาที่ทานอ่าอันนี้
00:32:01 → 00:32:03ต้องดูประกอบกันไปใชใช่ถ้าเกิดบอกว่า
00:32:03 → 00:32:05เดือนนึงเอ่อ 2 สัปดาห์กินครั้งนึงผมว่า
00:32:05 → 00:32:08ก็ไม่แปลกเป็นเราเราก็คงจะทำแบบเดียวกัน
00:32:08 → 00:32:11ใช่มั้ยครับแต่โดยภาพรวมของแต่ละสัปดาห์
00:32:11 → 00:32:14ยังทานอาหารในลักษณะที่มัน Healthy ผมว่า
00:32:14 → 00:32:17อนี้สำคัญแต่ถ้าแบบอันนี้ไม่ได้เหมือนเรา
00:32:17 → 00:32:19จับผิดพ่อแม่ตลอดเวลาเลยใช่ๆผมคิดว่า
00:32:19 → 00:32:21ประเด็นนี้สำคัญเพราะว่าที่เมื่อกี้คุณ
00:32:21 → 00:32:24หมอนั้นพูดคือพยายามชวนเราดูภาพรวมแต่ถ้า
00:32:24 → 00:32:26เราดูจับเราดูเป็นมื้อๆบางทีเราจะอรู้สึก
00:32:26 → 00:32:29ว่าโอโหทำไมพ่อแม่ชอบอะไรนะขัดใจเราอะไร
00:32:29 → 00:32:32อย่างเงี้ยใช่มฮะเพราะดูเป็นมื้อๆไปอาจจะ
00:32:32 → 00:32:34แหมทำไมบอกว่าไม่ให้กินยังจะกินอีกแล้ว
00:32:35 → 00:32:36อะไรเงี้นะฮะเพราะว่ามันก็เหมือนมนุษย์
00:32:36 → 00:32:39เหมือนพวกเราคนนึงนะครับก็คือว่าการ
00:32:39 → 00:32:42flexible การการยืดยืดหยุ่นทำให้ประสบ
00:32:42 → 00:32:45ความสำเร็จในระยะยาวได้ซึ่งอันนี้ผมก็ใช้
00:32:45 → 00:32:48กับทุกๆคนสิ่งแวดล้อมครอบครัวอะไรพวกเย
00:32:48 → 00:32:50ครับก็พยายามยืดหยุ่นกับทุกๆคนใช่ครับๆ
00:32:50 → 00:32:53สุดท้ายนะครับอยากให้หมอนัให้คำแนะนำอีก
00:32:53 → 00:32:55นิดนึงนะครับว่าในกรณีที่ผู้สูงอายุ
00:32:55 → 00:32:57ต้องการที่จะลดน้ำหนักนั้นจะต้องทำอย่าง
00:32:57 → 00:33:00ไรใครับครับผมคิดว่าสามารถทำได้นะครับก็
00:33:00 → 00:33:03จะมีหลักการเราวๆสัก 3-4 ข้อคือ 1 คือเรา
00:33:03 → 00:33:06ปรับในเรื่องของเวลาในการทานนะครับปรับ
00:33:06 → 00:33:08เล็กปรับน้อยในการทานอย่างเช่นว่าตื่น
00:33:08 → 00:33:11เช้ามาทานอาหารแล้วก็หรือตอนเย็นกินทาน
00:33:11 → 00:33:13เร็วกว่าเดิมสักชั่วโมง 2 ชั่วโมงอันนี้
00:33:13 → 00:33:16ก็จะเป็นวิถีการที่สามารถที่จะเป็นเริ่ม
00:33:16 → 00:33:18ต้นว่าสามารถจะทำให้ผู้สูงอายุทธทำได้
00:33:18 → 00:33:20ง่ายแล้วอาจจะส่งผลต่อน้ำหนักหรือน้ำตาล
00:33:20 → 00:33:23ในเลือดหรือความดันอันนี้ก็เป็นไปได้อ
00:33:23 → 00:33:25แล้วอย่างอย่างกรณีมื้อสุดท้ายนี่ควรห่าง
00:33:25 → 00:33:27จากตอนเข้านอนสักเท่าไหร่กี่ชั่วโมงดีฮะ
00:33:27 → 00:33:29จริงๆตามหลักก็คือประมาณ 3-4 ชั่วโมงนะ
00:33:29 → 00:33:31ครับเพื่อให้ร่างกายมันย่อยอย่างสมบูรณ์
00:33:31 → 00:33:35ที่สุดนะครับ 2 ก็เป็นอันเรื่องของสเดนึม
00:33:35 → 00:33:38หรือว่านาฬิกาชีวภาพแต่ละคนตื่นนอนมาโดย
00:33:38 → 00:33:40ทั่วไปงานวิจัยก็บอกอยู่แล้วครับว่าทาน
00:33:40 → 00:33:43อาหารมื้อเช้าก็นจะเป็นมื้อหลักแล้วค่อยๆ
00:33:43 → 00:33:45ผ่องถ่ายให้น้อยลงจนถึงมื้อสุดท้ายที่เรา
00:33:45 → 00:33:48ใกล้จะนอนก็ควรจะเป็นมื้อที่น้อยลงซึ่ง
00:33:48 → 00:33:51มันแตกต่างจากวัฒนธรรมไทยพอสมควรแต่ก็ลอง
00:33:51 → 00:33:54ปฏิบัติดูเพราะว่ามันก็ไม่ได้ยากเย็นอนะ
00:33:54 → 00:33:56ครับข้อที่ 3 ก็อาจจะเป็นเรื่องของการทำ
00:33:56 → 00:33:58intermittent fasting หรือในทางการ
00:33:58 → 00:34:00แพทย์เรียกว่า Time restricted eating
00:34:00 → 00:34:03คือเป็นการจำกัดช่วงเวลาในการทานอยู่บ้าง
00:34:03 → 00:34:06ซึ่งโดยทั่วไปผู้สูงอายุวันหยุดเสาร์
00:34:06 → 00:34:08อาทิตย์ทานกับครอบครัวก็อาจจะตื่นสาย
00:34:08 → 00:34:11หน่อยแล้วก็อาจจะเว้นทานมื้อเช้า 99:00 น
00:34:11 → 00:34:1210:00 นแล้วก็เว้นมื้อเที่ยงแล้วก็ทาน
00:34:12 → 00:34:15อีกทีมื้อเย็นอันนี้ก็จะเป็นกระบวนการที่
00:34:15 → 00:34:18ทำให้พลังงานลดลงนะครับก็จะช่วยทำให้เรา
00:34:18 → 00:34:20สามารถควบคุมน้ำหนักหรือตัวโรคได้เพราะ
00:34:20 → 00:34:22ว่าหายไปมื้อหนึ่งก็หายไป 1 ใน 3 ของพลัง
00:34:22 → 00:34:25งานในแต่ละวันอใช่มครับแต่ว่าสุดท้ายข้อ
00:34:25 → 00:34:28สุดท้ายก็คือแต่ละคนจะต้องมีการปรับไปตาม
00:34:28 → 00:34:30วิถีชีวิตที่เรียกว่า Personal Life
00:34:30 → 00:34:33nutrition Personal Diet ของแต่ละคน
00:34:33 → 00:34:35ด้วยเหมือนกันเพราะแต่ละคนกินไม่เหมือน
00:34:35 → 00:34:38กันพันธุกรรมไม่เหมือนกันโรคไม่เหมือนกัน
00:34:38 → 00:34:40ดังนั้นจำเป็นที่จะต้องมองแล้วก็ปรับไป
00:34:41 → 00:34:44เรื่อยๆแล้วก็ตรวจติดตามทั้งทางการแพทย์ห
00:34:44 → 00:34:46หรือว่าครอบครัวตรวจติดตามไปด้วยว่าทำไป
00:34:47 → 00:34:49แล้วมันได้ผลดีหรือไม่อย่างไรอืครับครับ
00:34:49 → 00:34:51เอาล่ะครับผมสำหรับผมว่าน่าจะเป็น
00:34:51 → 00:34:53ประโยชน์มากๆสำหรับลูกๆนะครับเพราะว่า 1
00:34:53 → 00:34:54คือเราอาจจะไม่ได้ลงในรายละเอียดแต่ผมว่า
00:34:54 → 00:34:58มันได้ในหลักการใหญ่ๆเช่นกินอะไรช่วงเวลา
00:34:58 → 00:35:00แบบไหนอะไรแบบเนี้ยก็ก็ถือว่าเป็นเรื่อง
00:35:00 → 00:35:02สำคัญและที่สำคัญคือมองภาพรวมถ้าไม่งั้น
00:35:02 → 00:35:06เดี๋ยวรักมากห่วงมากกลายเป็นจับผิดกลาย
00:35:06 → 00:35:08เป็นบังคับบางทีมันก็ตึงกันไปนะครับใช่
00:35:08 → 00:35:10ครับก็อยากจะสรุปอย่างงี้ครับว่าอย่าง
00:35:10 → 00:35:13อย่างเราพูดถึงตอนต้นนาฬิกาชีวิตเนี่ยคือ
00:35:13 → 00:35:16หลายคนบอกพูดแบบว่าเอ้ยตื่นเช้ามาให้กิน
00:35:16 → 00:35:19แบบนี้ตื่นนอนเย็นให้กินแบบนี้หรือบางที
00:35:19 → 00:35:22เวลาอดอาหารให้ให้อดเช้าจะได้กินเที่ยง
00:35:22 → 00:35:24กับเย็นอย่างเงี้ยครับมันไม่มีสูตรกรณี
00:35:24 → 00:35:28ตายตัวอือนะครับเพียงแต่ว่าเอ่อแต่ละคนจะ
00:35:28 → 00:35:31ต้องปรับไปบนพื้นฐานคือทำแล้วมันไม่ได้ผล
00:35:31 → 00:35:33ก็ต้องไปนั่งทบทวนว่ามันเกิดปัญหาอะไร
00:35:33 → 00:35:36แล้วก็ค่อยๆลองปรับไปอืครับส่วนหนึ่งก็
00:35:36 → 00:35:39คือฟังคุณหมอด้วยแล้วก็ต้องมาดูตัวเรา
00:35:39 → 00:35:41ด้วยนะครับว่าว่าตัวเรานี่มันเหมาะกับ
00:35:41 → 00:35:44อะไรมันไม่มันต้องเหมือนกึ่งๆเทอมนะครับห
00:35:44 → 00:35:45นั้นมันจะต้องปรับไปตลอดเวลาครับมันไม่มี
00:35:46 → 00:35:48สุตสำเร็จที่ใครบอกว่าอันนี้ทำแล้วดีแล้ว
00:35:48 → 00:35:51ก็ดีสำหรับทุกคนมันไม่มันไม่ได้มีเพราะ
00:35:51 → 00:35:54ว่าทุกคนมีสิ่งที่เกิดมากับตัวคือยีนแต่
00:35:54 → 00:35:58ละคนมีวิถีชีวิตที่ถูกปรับครับมีบุคลิก
00:35:58 → 00:36:00ที่ถูกปรับในการใช้ชีวิตในแต่ละคนเพราะ
00:36:00 → 00:36:02ฉะนั้นทุกคนต้องปรับครับใช่เพราะแต่
00:36:02 → 00:36:03เดี๋ยวนี้มันก็สิ่งที่มันน่ากลัวคือบางที
00:36:03 → 00:36:06ข้อมูลมันเยอะบางทีเราก็จะไปเสิร์ชข้อมูล
00:36:06 → 00:36:09แล้วก็ไปดูตามที่เขาแนะนำมาแล้วเราก็ยึด
00:36:09 → 00:36:11ว่าเอ๊อันนั้นก็จะเหมาะกับเราบางทีมันก็
00:36:11 → 00:36:13อาจจะต้องไปลองต้องไปดูด้วยเหมือนกันว่า
00:36:13 → 00:36:15มันเหมาะกับเราจริงหรือเปล่านะฮะก็ต้องหา
00:36:15 → 00:36:18ข้อมูลฟังแล้วก็อะไรที่มันไม่ได้ยากไม่
00:36:18 → 00:36:21ได้อันตรายก็นำไปปฏิบัติปฏิบัติเสร็จถ้า
00:36:21 → 00:36:23มันไม่ได้ผลเราไม่รู้จะทำยังไงก็ต้องหา
00:36:23 → 00:36:26ผู้เชี่ยวชาญอ่าหรือว่าหาผู้รอบรู้อะไร
00:36:26 → 00:36:28เงี้ยครับครับเอาล่ะครับวันนี้ขอบพระคุณ
00:36:28 → 00:36:30คุณบอนัทมากครับเผื่อเดี๋ยวมีโอกาสเชิญมา
00:36:30 → 00:36:32อีกนะครับครับยินดีครับแประจำของเรา
00:36:32 → 00:36:36ขอบพระคุณครับสวัสดีครับขอบคุณ
00:36:36 → 00:36:41[เพลง]
00:36:41 → 00:36:45ครับบุพการีที่เคารพคู่มือการดูแลพ่อแม่
00:36:45 → 00:36:47ของคนเจนลูกถ้าชอบเนื้อหาแบบนี้ก็อย่าลืม
00:36:47 → 00:36:52กด Subscribe ไว้ด้วยนะครับ