00:00:00 → 00:00:02ม.ค
00:00:02 → 00:00:04โน้ท
00:00:04 → 00:00:15[เพลง]
00:00:17 → 00:00:21ผู้สนับสนุนโดย to help บริการส่งสุขภาพ
00:00:21 → 00:00:24ดีถึงที่ให้คุณปรึกษาหมอออนไลน์และบริการ
00:00:24 → 00:00:28ส่งยาถึงบ้าน
00:00:28 → 00:00:30[เพลง]
00:00:30 → 00:00:34โรคซึมเศร้าใกล้ตัวเรากว่าที่คิดผู้ป่วย
00:00:34 → 00:00:38โรคซึมเศร้าและจิตเภทปรับตัวสูงขึ้นพบผู้
00:00:38 → 00:00:42ป่วย 34 คนต่อประชากรหมื่นคน
00:00:42 → 00:00:45เราจะต้องสังเกตอาการผู้ป่วยโรคซึมเศร้า
00:00:45 → 00:00:49อย่างไรและควรทำตัวอย่างไรเมื่อคนใกล้ชิด
00:00:49 → 00:00:51เป็นโรคซึมเศร้า
00:00:51 → 00:00:54ดีหรือการฟังอย่างลึกซึ้ง this นิ่งจะ
00:00:55 → 00:01:00เป็นทางออกลดการสูญเสีย
00:01:00 → 00:01:04สวัสดีครับยินดีต้อนรับเข้าสู่รายการที่
00:01:04 → 00:01:07เอ็นเอ็นเฮลธรายการที่จะพาคุณไปไขข้อข้อง
00:01:07 → 00:01:11ใจทุกประเด็นสุขภาพกับผมอ๋อข้างในแพทย์
00:01:11 → 00:01:14อดิทัตตั้งสง่าครับ
00:01:14 → 00:01:17[เพลง]
00:01:17 → 00:01:21คำว่าสุขภาพจิตนี้นะครับก็คือสภาวะจิตใจ
00:01:21 → 00:01:24ของแต่ละบุคคลซึ่งสภาวะเนี่ยก็จะเปลี่ยน
00:01:24 → 00:01:27แปลงไปตามสิ่งแวดล้อมรอบตัวของคนคนนั้นนะ
00:01:27 → 00:01:30ครับในช่วงที่มีการระบาดของโรคทวิตสิค
00:01:30 → 00:01:33อ้าวเนี่ยบางทีจิตใจเราอาจจะหมกมุ่นอยู่
00:01:33 → 00:01:37กับตัวโลกนะครับหรือว่ามีความว้าเหว่จาก
00:01:37 → 00:01:40การเว้นระยะห่างทางสังคมรวมไปถึงการกังวล
00:01:40 → 00:01:43เรื่องของการเงินและก็เศรษฐกิจนะครับซึ่ง
00:01:43 → 00:01:46ปัจจัยทั้งหมดเนี้ยทำให้จิตใจของเราเนี่ย
00:01:46 → 00:01:49อาจจะปรับตัวไม่ทันกับสิ่งแวดล้อมทำให้
00:01:49 → 00:01:51เกิดความเครียดสะสม
00:01:51 → 00:01:54จะทำให้จำนวนผู้ป่วยโรคจิตเวชเพิ่มขึ้น
00:01:55 → 00:01:58อย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมาครับซึ่งในวัน
00:01:58 → 00:02:02นี้เราจะมาคุยกันถึงโรคจิตชนิดหนึ่งที่
00:02:02 → 00:02:05ส่งผลกระทบกับคนจำนวนมากแล้วก็เป็นที่พูด
00:02:05 → 00:02:09ถึงการเป็นวงกว้างเลยครับในสังคมไทยซึ่ง
00:02:09 → 00:02:12โรคจิตชนิดนี้ก็คือโรคซึมเศร้านะครับ
00:02:12 → 00:02:13คะ
00:02:13 → 00:02:17คุณผู้ชมหลายคนอาจจะคุ้นหูกับคำว่าโรคซึม
00:02:17 → 00:02:19เศร้าอยู่แล้วนะครับแต่คุณทราบหรือไม่ว่า
00:02:19 → 00:02:22โรคซึมเศร้าเนี่ยใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด
00:02:22 → 00:02:26จริงๆตัวคุณเองหรือว่าคนรอบข้างอาจจะ
00:02:26 → 00:02:29เริ่มส่งสัญญาณแสดงอาการของโรคซึมเศร้า
00:02:29 → 00:02:32แล้วก็เป็นได้ครับจากข้อมูลของกรมสุขภาพ
00:02:32 → 00:02:36จิตและสภาคณะกรรมการเขตฐกิจและสังคมแห่ง
00:02:36 → 00:02:40ชาติพบว่าตั้งแต่ปี
00:02:40 → 00:02:432558-2560 3 มีรายงานจำนวนผู้ป่วย
00:02:43 → 00:02:46จิตเวชที่เข้ารับบริการทั่วประเทศมีแนว
00:02:46 → 00:02:49โน้มเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าตัวในช่วง 6 ปี
00:02:49 → 00:02:53ที่ผ่านมาจาก 1.4 ล้านคนในปี 2558 เป็น
00:02:53 → 00:02:582.7 ล้านคนในปี 2563 ซึ่งสอดคล้องการกับ
00:02:58 → 00:03:01Google search index นะครับที่สามารถ
00:03:01 → 00:03:04สะท้อนสถานการณ์ล่าสุดจากตัวเลขแสดงถึง
00:03:04 → 00:03:07การสืบค้นโรคซึมเศร้าที่เพิ่มขึ้นอย่าง
00:03:07 → 00:03:10มากซึ่งคำค้นหาที่มีปริมาณมากที่สุด 2
00:03:10 → 00:03:13อันดับแรกก็คือฆ่าตัวตายดีและโรคซึมเศร้า
00:03:13 → 00:03:18ครับส่วนตั้งแต่ในช่วงปี 2560 ถึง 2564 3
00:03:18 → 00:03:21ครบว่าปริมาณการค้นหาคำว่าโรคซึมเศร้า
00:03:21 → 00:03:24เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าตัวในช่วง 4 ปีสุด
00:03:24 → 00:03:27ท้ายเลยทีเดียวครับแต่ตัวเลขนะครับจะเห็น
00:03:27 → 00:03:29ได้ชัดเจนเลยว่าผู้ป่วยโรคจิตเวชเนี่ย
00:03:29 → 00:03:32เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดซึ่งนั่นก็เป็น
00:03:32 → 00:03:35สัญญาณบ่งบอกว่าโรคจิตเวชเนี่ยใกล้ตัวเรา
00:03:35 → 00:03:38มากขึ้นดูขี่ครับก่อนอื่นนะครับเรามาทำ
00:03:38 → 00:03:41ความรู้จักกับโรคซึมเศร้ากันก่อนพอเราได้
00:03:41 → 00:03:44ยินคำว่าโรคซึมเศร้าเนี่ยเรามาจะคิดถึง
00:03:44 → 00:03:47สภาวะอารมณ์นะครับเรื่องอารมณ์เศร้าที่
00:03:47 → 00:03:51อาจจะเกิดจากความสูญเสียหรือว่าความไม่พอ
00:03:51 → 00:03:54ใจอะไรบางอย่างซึ่งตามความเป็นจริงแล้วนะ
00:03:54 → 00:03:57ครับโรคซึมเศร้าเนี่ยต่างจากภาวะรมซึม
00:03:57 → 00:04:00เศร้าปกติธรรมดาเพราะว่าภาวะโรคซึมเศร้า
00:04:00 → 00:04:04เนี่ยเมื่อสถานการณ์รอบตัวเราคลี่คลายลง
00:04:04 → 00:04:07เราก็จะรู้สึกดีขึ้นใช่ไหมครับแต่ผู้ป่วย
00:04:07 → 00:04:10ที่เป็นโรคซึมเศร้าจะไม่เป็นแบบนั้นครับ
00:04:10 → 00:04:12นอกจากนี้
00:04:12 → 00:04:15ผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้ายังพบว่าภาวะ
00:04:15 → 00:04:18อาการซึมเศร้าของเขาเนี่ยส่งผลกระทบต่อ
00:04:18 → 00:04:21การใช้ชีวิตและการประกอบกิจวัตรประจำวัน
00:04:21 → 00:04:23อีกด้วยครับเดี๋ยวผมจะขอยกตัวอย่างเพิ่ม
00:04:23 → 00:04:26เติมนะครับว่าอารมณ์เศร้ากับโรคซึมเศร้า
00:04:26 → 00:04:29เนี่ยต่างกันอย่างไรคนที่มีอารมณ์เศร้า
00:04:29 → 00:04:32เมื่อรู้สึกเศร้านอนไปดูหนังเราอาจจะรู้
00:04:32 → 00:04:35สึกดีขึ้นใช่ไหมครับแต่คนที่เป็นโรคซึม
00:04:35 → 00:04:38เศร้าเนี่ยเขาจะไม่รู้สึกอยากจะออกไปดู
00:04:38 → 00:04:40หนังตั้งแต่เริ่มเลยนะครับไม่อยากจะออกไป
00:04:40 → 00:04:44ทำสิ่งที่ตัวเองชอบครับมีตัวอย่างนึงนะ
00:04:44 → 00:04:48ครับคนที่มีอาการซึมเศร้าเฉยๆอาจจะกินได้
00:04:48 → 00:04:51นอนได้ออกกำลังกายได้เป็นปกติแต่คนที่
00:04:52 → 00:04:55เป็นโรคซึมเศร้าจะมีปัญหาเรื่องการกินการ
00:04:55 → 00:04:58นอนและการใช้ชีวิตประจำวันครับทั้งนี้
00:04:58 → 00:05:01ทั้งนั้นอารมณ์เศร้าถ้าเป็นนานเกินไปและ
00:05:01 → 00:05:04ไม่ได้รับการช่วยเหลือที่เหมาะสมอาจจะนำ
00:05:04 → 00:05:07ไปสู่โรคซึมเศร้าได้ครับดังนั้นการเป็น
00:05:07 → 00:05:10โรคซึมเศร้าไม่ได้หมายความว่าคนที่เป็น
00:05:10 → 00:05:14อ่อนแอคิดมากพอดีเป็นคนไม่สู้ปัญหาแต่ที่
00:05:14 → 00:05:17เค้าเป็นนั้นเป็นเพราะตัวโลกครับถ้าคน
00:05:17 → 00:05:20กลุ่มนี้ได้รับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม
00:05:20 → 00:05:24โลกจะทุเลาลงเขาก็จะกลับมาเป็นผู้ที่มี
00:05:24 → 00:05:27จิตใจแจ่มใสพร้อมที่จะทำกิจวัตรประจำวัน
00:05:27 → 00:05:29ต่างๆได้เหมือนเดิมครับคนที่มีอารมณ์
00:05:29 → 00:05:32เศร้าเนี่ยอาจจะเป็นเป็นหายหายตามช่วง
00:05:32 → 00:05:35ระยะเวลานะครับแต่คนที่เป็นโรคซึมเศร้า
00:05:35 → 00:05:38เนี่ยอาการจะเป็นตลอดเลยเขาเหมือนจะคิด
00:05:38 → 00:05:41ย้ำอยู่อย่างนั้นนะครับโดยเฉพาะในกรณีที่
00:05:41 → 00:05:44ที่อาการเป็นมากกว่า 2 สัปดาห์ขึ้นไปอัน
00:05:44 → 00:05:46นี้เข้าข่ายเป็นโรคซึมเศร้าแน่นอนครับ
00:05:46 → 00:05:49แล้วโรคซึมเศร้ามีสาเหตุจากอะไรนะครับ
00:05:49 → 00:05:52ปัจจุบันเราเชื่อว่าโรคซึมเศร้าเนี่ยเป็น
00:05:52 → 00:05:55สาเหตุจากหลายๆปัจจัยมาสัมพันธ์กันหรือ
00:05:55 → 00:05:58ว่าจะเป็นเรื่องของกัมมะพันธุสภาวะทางจิต
00:05:58 → 00:06:01ใจเรื่องของการเลี้ยงดูรวมไปถึงปัจจัยทาง
00:06:01 → 00:06:04ชีวภาพเช่นสารสื่อประสาทในสมองครับเรามา
00:06:04 → 00:06:07ดูกันทีละข้อเลยนะครับเรื่องแรกก็คือ
00:06:07 → 00:06:10เรื่องกัมมะพันธุกัมมะพันธุพบว่าสัมพันธ์
00:06:10 → 00:06:12กับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าโดยเฉพาะผู้ทั่วไป
00:06:12 → 00:06:15ที่มีอาการซึมเศร้าเป็นแล้วไม่หายสักทีนะ
00:06:15 → 00:06:18ครับข้อที่ 2 นะครับก็คือปัจจัยทางด้าน
00:06:18 → 00:06:21ชีวภาพในผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าพบว่า
00:06:21 → 00:06:25มีความผิดปกติของสารสื่อประสาทในสมองก็
00:06:25 → 00:06:28เฉพาะสารในกลุ่มที่โรนินและก็น้อยปีหน้า
00:06:28 → 00:06:32ฟินนอกจากนี้ยังพบว่าเซลล์ที่รับสารสื่อ
00:06:32 → 00:06:34ประสาทเหล่านี้มีความผิดปกติด้วยครับ
00:06:34 → 00:06:38ปัจจุบันชื่อว่าเป็นความบกพร่องในการควบ
00:06:38 → 00:06:41คุมประสานงานร่วมกันมากกว่าที่จะเป็นความ
00:06:41 → 00:06:45ผิดปกติของระบบใดระบบหนึ่งยาที่ใช้รักษา
00:06:45 → 00:06:48โรคซึมเศร้าก็ออกฤทธิ์โดยการปรับสมดุลของ
00:06:48 → 00:06:52สารเคมีเหล่านี้ครับข้อที่ 3 ลักษณะนิสัย
00:06:52 → 00:06:56บางคนมีแนวคิดที่ทำให้ตนเองซึมเศร้าเช่น
00:06:56 → 00:06:59มองตัวเองในแง่ลบหรือมองเห็นแต่ความบก
00:06:59 → 00:07:03พร่องของตัวเองรวมไปถึงมองโลกในเนี่ยร้าย
00:07:03 → 00:07:05หรือมองคนอื่นในแง่ร้ายเป็นต้นนะครับ
00:07:05 → 00:07:08บุคคลเหล่านี้เนี่ยเมื่อเผชิญกับ
00:07:08 → 00:07:12สถานการณ์ที่กดดันเช่นตกงานหรือยาล้างและ
00:07:12 → 00:07:14ก็มีแนวโน้มที่จะเกิดอาการซึมเศร้าได้
00:07:14 → 00:07:17ง่ายครับก็อย่างที่พูดไปนะครับว่าโรคซึม
00:07:17 → 00:07:19เศร้าเนี่ยไม่ได้มีสาเหตุจากปัจจัยใด
00:07:19 → 00:07:22ปัจจัยหนึ่งเท่านั้นก็คล้ายๆกับเวลาที่
00:07:22 → 00:07:25เราเป็นโรคไข้หวัดนะครับพลังกายของเราใน
00:07:25 → 00:07:28แข็งแรงดีและเรารับเชื่อเวลาเข้ามานั่ง
00:07:28 → 00:07:30กายเราก็ไม่ติดเชื้อกับเวลาไต้หวันนะครับ
00:07:30 → 00:07:34ในทางเดียวกันถ้าเกิดว่าเรามีสุขภาพจิตใจ
00:07:34 → 00:07:37ที่แข็งแรงดีเมื่อไหร่จะเจอกับปัจจัย
00:07:37 → 00:07:39กระตุ้นหรือว่ามีสิ่งเปลี่ยนแปลงในชีวิต
00:07:39 → 00:07:43โอกาสที่เราจะพัฒนาโรคซึมเศร้าก็น้อยครับ
00:07:43 → 00:07:46ในกลุ่มคนที่มีสภาพจิตใจที่ค่อนข้างอ่อน
00:07:46 → 00:07:49แอเมื่อไหร่ที่เจอการเปลี่ยนแปลงในชีวิต
00:07:49 → 00:07:52ก็มีโอกาสที่จะมีอาการซึมเศร้าแล้วก็
00:07:52 → 00:07:55พัฒนาเป็นโรคซึมเศร้าได้เช่นกันครับใน
00:07:55 → 00:07:58ช่วงหน้าหมอจะพาไปดูว่ามีอาการและการแสดง
00:07:58 → 00:08:02อะไรที่ใช้สังเกตในตัวเราแล้วก็คนรอบข้าง
00:08:02 → 00:08:04ว่ามีความเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้าแล้วรึยัง
00:08:04 → 00:08:12ติดตามชมช่วงหน้านะครับอ่ะ
00:08:12 → 00:08:24ม.ค
00:08:24 → 00:08:26และก็เข้าสู่ช่วงที่ 2 ของ T N Health
00:08:26 → 00:08:29สระผมหมอกั้งในแพทย์อดิทัตตั้งสง่านะครับ
00:08:29 → 00:08:32ก็ช่วงที่แล้วเราคุยกันถึงเรื่องโรคซึม
00:08:32 → 00:08:36เศร้าคืออะไรในช่วงนี้ผมจะพาไปคุยเรื่อง
00:08:36 → 00:08:39อาการและการแสดงที่เราจะนำมาสังเกตตัวเอง
00:08:39 → 00:08:41แล้วก็คนรอบข้างว่าเราเป็นโรคซึมเศร้า
00:08:41 → 00:08:43แล้วหรือยังครับ
00:08:43 → 00:08:46จริงๆแล้วผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าเนี่ย
00:08:46 → 00:08:48จะมีลักษณะอาการที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
00:08:48 → 00:08:51ค่อนข้างมากนะครับไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยน
00:08:51 → 00:08:53แปลงเรื่องของจิตใจเรื่องของอารมณ์
00:08:53 → 00:08:56พฤติกรรมและก็มีการเปลี่ยนแปลงทางกายด้วย
00:08:57 → 00:09:00ซึ่งการสังเกตตัวเองนะครับว่าเราเข้าข่าย
00:09:00 → 00:09:03จะเป็นโรคซึมเศร้าแล้วหรือยังซึ่งเป็น
00:09:03 → 00:09:05เทคนิคที่หมอเนี่ยก็ใช้วินิจฉัยคนไข้ที่
00:09:05 → 00:09:08เป็นโรคซึมเศร้าครับเมื่อไหร่ก็ตามที่เรา
00:09:08 → 00:09:12มีอาการมากกว่า 5 ใน 9 ข้อนี้ซึ่งอาการ
00:09:12 → 00:09:15ที่มีเนี่ยจะต้องมีข้อ 1 หรือข้อ 2 ร่วม
00:09:15 → 00:09:17ด้วยและอาการทั้งหมดเป็นนานมากกว่า 2
00:09:17 → 00:09:20สัปดาห์อันนี้คุณมีความเสี่ยงที่จะเป็น
00:09:20 → 00:09:23โรคซึมเศร้าควรที่จะพบจิตแพทย์เพื่อหาแนว
00:09:23 → 00:09:26ทางการรักษาต่อไปครับอาการได้นะครับก็คือ
00:09:26 → 00:09:29อารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปบางคนอาจจะรู้สึก
00:09:29 → 00:09:34ว่ามีความรู้สึกเศร้าคนขู่ต้องให้ง่ายขี้
00:09:34 → 00:09:37น้อยใจนะครับบางคนนะครับอาจไม่มีอารมณ์
00:09:37 → 00:09:40เศร้าชัดเจนแต่อาจจะมาด้วยความรู้สึกว่า
00:09:40 → 00:09:43ไม่แจ่มใสจิตใจหม่นหมองๆหรือบางคนอาจจะ
00:09:43 → 00:09:46รู้สึกเบื่อหน่ายไม่อยากทำสิ่งที่ตนเอง
00:09:46 → 00:09:49เคยอ่างทำอยู่บางคนอาจจะมาด้วยความรู้สึก
00:09:49 → 00:09:53หงุดหงิดง่ายฉุนเฉียวมีลักษณะการได้หลาย
00:09:53 → 00:09:56แบบเลยครับความคิดเปลี่ยนไปมองอะไรก็รู้
00:09:56 → 00:09:59สึกแย่ไปหมดไม่มีใครช่วยอะไรได้ไม่เห็น
00:09:59 → 00:10:03ทางออกมองอนาคตไม่เห็นสมาธิในการทำงาน
00:10:03 → 00:10:06เนี่ยลดลงลงลืมง่ายโดยเฉพาะกระเบื้องใหม่
00:10:06 → 00:10:10ๆจิตใจอาจจะเหม่อลอยบ่อยทำให้ทำงานอะไรก็
00:10:10 → 00:10:13ไม่สำเร็จนะครับบางคนอาจจะรู้สึกว่าดู
00:10:13 → 00:10:15โทรทัศน์ตั้งนานแล้วไม่รู้เรื่องอ่าน
00:10:15 → 00:10:18หนังสือได้จบไม่ถึงหน้าส่งหน้าก็จะมียัง
00:10:18 → 00:10:21พบว่าประสิทธิภาพในการทำงานเนี่ยก็จะลดลง
00:10:21 → 00:10:25ทำงานผิดถูกๆอาการแอบถ่ายอย่างแรกที่พบ
00:10:25 → 00:10:28บ่อยก็คือเรื่องของคนไข้จะมีอาการอ่อน
00:10:28 → 00:10:31เพลียรู้สึกไม่มีแรงมีปัญหาเรื่องของการ
00:10:31 → 00:10:34กินไม่ว่าจะเป็นการกินที่มากเกินไปหรือ
00:10:34 → 00:10:37ว่าน้อยเกินไปนกคนอาจจะมีน้ำหนักลดลงค่อน
00:10:37 → 00:10:40ข้างเยอะปัญหาเรื่องการนอนหลับมาควรจะ
00:10:40 → 00:10:43เข้านอนหลับยากหรือว่าลำดับตื่นๆหรือบาง
00:10:43 → 00:10:46คนอาจจะรู้สึกว่าหลับเยอะมากก็เป็นได้นะ
00:10:46 → 00:10:48ครับข้อสำคัญกับคนรอบข้างในจะเปลี่ยนไป
00:10:48 → 00:10:52ผู้ป่วยจะดูไม่ค่อยได้เริงไม่จันทร์ใส่
00:10:52 → 00:10:55เหมือนเมื่อก่อนมาคนอาจจะเก็บตัวเงียบไม่
00:10:55 → 00:11:0004 กับใครและการโรคจิตซึ่งจะพบในคนที่มี
00:11:00 → 00:11:03อาการซึมเศร้าแบบรุนแรงนะครับนอกจากจะมี
00:11:03 → 00:11:06อาการซึมเศร้ามากแล้วเนี่ยยังพบว่ามี
00:11:06 → 00:11:08อาการลงผิดหรืออาการประสาทหลอนร่วมด้วย
00:11:08 → 00:11:13รู้สึกท้อแท้หมดหวังกับชีวิตจนบางคนเนี่ย
00:11:13 → 00:11:16กลายเป็นคนที่ไม่มั่นใจในตัวเองจะตัดสิน
00:11:16 → 00:11:19ใจอะไรก็ลังเลไปหมดรู้สึกว่าตัวเองเนี่ย
00:11:19 → 00:11:22ได้ความสามารถไม่มีคุณค่าเป็นภาระแก่คน
00:11:22 → 00:11:26อื่นแต่ถ้าทานที่ย่าแล้วก็เพื่อนๆเนี่ยก็
00:11:26 → 00:11:28ยินดีจะช่วยเหลือนะครับความรู้สึกว่าตัว
00:11:28 → 00:11:31เองไร้ค่าเนี่ยอาจจะทำให้ผู้ป่วยคิดถึง
00:11:31 → 00:11:35เรื่องของการตายอยู่บ่อยๆต่อมาเนี่ยก็ไม่
00:11:35 → 00:11:37ใช่คิดเรื่องการตายอย่างเดียวแต่ว่าเริ่ม
00:11:37 → 00:11:40วางแผนที่จะฆ่าตัวตายร่วมด้วยซึ่งในช่วง
00:11:40 → 00:11:43นี้เนี้ยหากมีเหตุการณ์มากระทบกระเทือน
00:11:43 → 00:11:46จิตใจก็อาจจะทำให้เกิดอารมณ์ชั่ววูบแล้ว
00:11:46 → 00:11:48ก็ทำร้ายตัวเองได้ครับเมื่อทราบวิธี
00:11:48 → 00:11:51สังเกตอาการของโรคซึมเศร้ากันไปแล้วนะ
00:11:51 → 00:11:54ครับต่อไปหมอจะขอพูดถึงเรื่องของการรักษา
00:11:54 → 00:11:57นะครับการรักษาโรคซึมเศร้าเนี่ยทำได้ง่าย
00:11:57 → 00:12:01ก็คือการใช้ยาร่วมกับการใช้จิตบำบัดครับ
00:12:01 → 00:12:03ซึ่งแน่นอนว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้า
00:12:03 → 00:12:07เมื่อได้รับการรักษาก็จะกลับมาเป็นคนปกติ
00:12:07 → 00:12:10สามารถทำงานและก็ใช้ชีวิตประจำวันได้
00:12:10 → 00:12:13เหมือนคนปกติครับแต่ก่อนที่ผู้ป่วยจะไปพบ
00:12:13 → 00:12:16แพทย์นะครับมีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากๆ
00:12:16 → 00:12:20นั่นก็คือการสนับสนุนจากเพื่อนแล้วก็
00:12:20 → 00:12:22ครอบครัวหรือว่า Social support ครับ
00:12:22 → 00:12:26ซึ่งในวันนี้คุณหมอจะมาขอแนะนำวิธีการรับ
00:12:26 → 00:12:29ฟังผู้ป่วยกลุ่มที่เป็นโรคซึมเศร้าซึ่ง
00:12:29 → 00:12:32นั่นก็คือการรับฟังอย่างลึกซึ้งหรือว่า
00:12:32 → 00:12:35this นี่นั่นเองครับในคนปกติเมื่อต้อง
00:12:35 → 00:12:38เผชิญปัญหาเรื่องเครียดเนี่ยก็จะสามารถจะ
00:12:38 → 00:12:42คิดหาทางออกได้ด้วยตัวของเขาเองนะครับแต่
00:12:42 → 00:12:44ในผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าเนี่ยมีความ
00:12:44 → 00:12:47จำเป็นอย่างมากที่เขาจะต้องมีคนคอยรับฟัง
00:12:47 → 00:12:51แล้วก็หาทางออกควบคู่ไปกับเขาเพื่อจะทำ
00:12:51 → 00:12:54ให้เขารู้สึกว่าเขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว
00:12:54 → 00:12:56แล้วก็ยังมีคุณค่าในการที่จะมีชีวิตอยู่
00:12:56 → 00:12:59ครับการฟังอย่างลึกซึ้งหรือว่าดีหรือนิ่ง
00:12:59 → 00:13:03ก็คือการฟังที่เราไม่เอาตัวเราหรือความ
00:13:03 → 00:13:07คิดของเราไปตัดสินเป็นการฟังที่เราให้
00:13:07 → 00:13:09ความสำคัญกับผู้ที่อยู่ข้างหน้าเรานะครับ
00:13:09 → 00:13:13เป็นการฟังที่เราพยายามเน้นให้เราเข้าใจ
00:13:13 → 00:13:17ความคิดแล้วก็ความรู้สึกของคนที่กำลังพูด
00:13:17 → 00:13:20อยู่ครับโดยที่เจตนาและความรู้สึกของผู้
00:13:20 → 00:13:23พูดอาจไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกันอยู่
00:13:23 → 00:13:26กับสิ่งที่เขาพูดออกมาก็ได้เช่นกัน
00:13:26 → 00:13:30ดังเช่นกรณีของเป้อารักษ์ที่ได้เปิดเผย
00:13:30 → 00:13:34กับสมาคมสะมาริตันแห่งประเทศไทยรับฟังทุก
00:13:34 → 00:13:37เรื่องด้วยใจถึงเรื่องราวการสูญเสียจาก
00:13:37 → 00:13:41การฆ่าตัวตายกับการรับฟังที่จะเปลี่ยน
00:13:41 → 00:13:44ชีวิตของพวกเขาสิ่งที่ผมรู้ในวันนี้ว่า
00:13:44 → 00:13:47แบบการฟังอย่างเดียวไม่ให้ไม่ให้คำแนะนำ
00:13:47 → 00:13:50ในมันช่วยได้มากกว่านี้เพราะผัวที่ผ่านมา
00:13:50 → 00:13:52เด็กเพื่อนเพื่อนเราอะไรมาแล้วก็จะหาทาง
00:13:52 → 00:13:55แก้ให้ไม่เป็นไรมึงเดี๋ยวก็ดีขึ้นเฮ้ยไม่
00:13:55 → 00:13:58ต้องคิดมากหรอกไอ้นี้เจอกันกินข้าวกันเลย
00:13:58 → 00:14:01เนี่ยผมตอบผิดพลาดมากมันไม่น่าจะเรียกว่า
00:14:01 → 00:14:03เป็นความผิดพลาดนะคะมันเรียกว่าความไม่
00:14:03 → 00:14:07รู้ซึ่งหลักการของการฟังอย่างลึกซึ้งจะ
00:14:07 → 00:14:10ช่วยสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยพื้นที่ที่
00:14:10 → 00:14:13เลือกเฟื้อต่อการเปิดเผยและเข้าใจทำให้
00:14:13 → 00:14:16เกิดความสัมพันธ์ที่ดีและการเรียนรู้ได้
00:14:16 → 00:14:18แล้วก็อยู่กับการฟังคนที่อยู่ข้างหน้า
00:14:18 → 00:14:21เท่านั้นครับซึ่งบางครั้งนะครับการฟัง
00:14:21 → 00:14:24อย่างลึกซึ้งเนี่ยไม่ได้หมายหูฟังเฉพาะ
00:14:24 → 00:14:27ตัวเนื้อหาที่พูดกันจะบอกอย่างเดียวแต่
00:14:27 → 00:14:31เราต้องฟังไปถึงเจตนาของผู้พูดแล้วก็จะ
00:14:31 → 00:14:33ฟังไปถึงความรู้สึกของผู้พูดว่าเขารู้สึก
00:14:33 → 00:14:36ยังไงขณะที่กำลังพูดอยู่ครับส่วนในช่วง
00:14:36 → 00:14:39หน้านะครับหมอมีคำแนะนำว่าอะไรที่ควรทำ
00:14:39 → 00:14:42ไม่ควรทำเมื่ออยู่กับผู้ป่วยที่เป็นโรค
00:14:42 → 00:15:03ซึมเศร้าติดตามชมในช่วงหน้าครับ
00:15:03 → 00:15:06ยินดีต้อนรับกลับเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของ
00:15:06 → 00:15:09รายการที่เอ็นเฮลธกับผมอ๋อข้างในแพทย์
00:15:09 → 00:15:12อดิทัตตั้งใส่อะครับช่วงที่แล้วเราคุยกัน
00:15:12 → 00:15:15ไปถึงเรื่องของประโยชน์ของการฟังอย่างลึก
00:15:15 → 00:15:18ซึ้งหรือว่าดีดิสนีย์ในช่วงนี้นะครับหมอ
00:15:18 → 00:15:22จะมาขอแนะนำเรื่องสีที่ควรทำสิ่งที่ไม่
00:15:22 → 00:15:24ควรทำเมื่อเราอยู่กันผู้ป่วยที่เป็นโรค
00:15:24 → 00:15:27ซึมเศร้ารวมไปถึงวิธีการที่ทำให้เราปลอด
00:15:27 → 00:15:31ภัยจากโรคซึมเศร้าติดตามชมเลยครับเรื่อง
00:15:31 → 00:15:33เป็นที่ 4 ที่ควรทำเมื่อเราอยู่กับผู้
00:15:33 → 00:15:36ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้านะครับข้อแรกเรา
00:15:36 → 00:15:39ต้องแนะนำผู้ป่วยให้มองเห็นคุณค่าในตัว
00:15:39 → 00:15:43เองเสมอครับเพราะว่าสิ่งที่สำคัญไม่แพ้ยา
00:15:43 → 00:15:46รักษาโรคซึมเศร้าก็คือการที่ผู้ป่วยโรค
00:15:46 → 00:15:49ซึมเศร้าเห็นคุณค่าของตัวเองซึ่งจะทำให้
00:15:49 → 00:15:52เขาเนี่ยมีกำลังใจที่จะใช้ชีวิตแล้วก็ไม่
00:15:52 → 00:15:54มีความรู้สึกที่จะอย่าทำร้ายตัวเองครับ
00:15:54 → 00:15:58สิ่งที่ควรทำข้อที่ 2 นะครับก็คือชวนให้
00:15:58 → 00:16:00ผู้ป่วยออกมาทำกิจกรรมครับไม่ว่าจะเป็น
00:16:00 → 00:16:04การออกกำลังกายเล่นเกมทำงานอดิเรกหัตถการ
00:16:04 → 00:16:08ต่างๆนะครับพบกิจกรรมพวกนี้เนี่ยนอกจากจะ
00:16:08 → 00:16:11ทำให้ร่างกายหลั่งสารที่เราธนินออกมาอย่า
00:16:11 → 00:16:14ทำให้ร่างกายหลั่งสาร indole ซินซึ่งเป็น
00:16:14 → 00:16:17สารแห่งความสุขและทำให้คนไข้มีอาการที่ดี
00:16:17 → 00:16:20ขึ้นได้ครับสิ่งที่ควรทำข้อที่สารนะครับ
00:16:20 → 00:16:23ก็คือฟังด้วยความตั้งใจและก็มีถ้าต.คๆ
00:16:23 → 00:16:28สบายๆไม่ขยันค่ะยอมไม่ตัดสินใจแทนนั่นก็
00:16:28 → 00:16:30เป็นเพราะว่าผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเนี่ยมัน
00:16:30 → 00:16:33จะมีความคิดว่าตัวเองเป็นที่น่ารำคาญหรือ
00:16:33 → 00:16:37เป็นภาระให้คนอื่นอยู่แล้วดังนั้นการจะ
00:16:37 → 00:16:40ให้ผู้ป่วยพูดคุยระบายความรู้สึกเราต้อง
00:16:40 → 00:16:43ทำให้เขารู้สึกว่ามีคนอยากจะรับฟังพวกเขา
00:16:43 → 00:16:47เราจะไม่กดดันไม่ตัดสินเขาสร้างความไว้
00:16:47 → 00:16:51วางใจและก็บรรยากาศสบายๆให้ผู้ป่วยเล่า
00:16:51 → 00:16:53สิ่งที่อยากพูดออกมาอย่างเต็มที่เพราะใน
00:16:53 → 00:16:56บางครั้งเขาอาจมีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง
00:16:56 → 00:17:00หรืออยากตายหากว่ามีคนรอบข้างมีโอกาสได้
00:17:00 → 00:17:04รับฟังก็จะสามารถป้องกันเหตุร้ายที่อาจ
00:17:04 → 00:17:06เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงทีครับสำหรับสิ่ง
00:17:06 → 00:17:10ที่ไม่ควรทำนะครับข้อแรกอย่าบอกตัดครับ
00:17:10 → 00:17:14อยากให้คนไข้ไปเข้าวัดไปฟังธรรมโดยที่เรา
00:17:14 → 00:17:17ไม่รับฟังเขาเลยนะครับเพราะจะทำให้คนไข้
00:17:17 → 00:17:19รู้สึกว่าเขาอยู่ตัวคนเดียวไม่มีคนรับฟัง
00:17:19 → 00:17:23เขามาโค้ชอายุรู้สึกว่าเขาเป็นภาระและก็
00:17:23 → 00:17:26เป็นน่ารำคาญที่จะทำให้เขารู้สึกอยากจะทำ
00:17:26 → 00:17:29ร้ายตัวเองแล้วก็การซึมเศร้าจะแย่ลงได้
00:17:29 → 00:17:31ครับสิ่งที่ไม่ควรทำข้อที่สองนะครับคือ
00:17:31 → 00:17:34อย่าทำเป็นไม่ได้ยินหรือไม่อยากพูดเมื่อ
00:17:34 → 00:17:38ผู้ป่วยพูดถึงการอยากตายหลายๆคนเนี่ยที่
00:17:38 → 00:17:41ว่าการพูดคุยถึงเรื่องการฆ่าตัวตายกับผู้
00:17:41 → 00:17:44ป่วยโรคซึมเศร้าอาจเป็นแนวโน้มให้ผู้ป่วย
00:17:44 → 00:17:47อยากทำแต่ในความเป็นจริงแล้วหากผู้ป่วย
00:17:47 → 00:17:51เอ่ยถึงการอยากตายและคนใกล้ตัวกับมีท่าที
00:17:51 → 00:17:54ต่อต้านหรือทำเป็นไม่สนใจเพื่อให้ผู้ป่วย
00:17:54 → 00:17:57เลิกคิดหรือมีคำพูดทำนองว่าอย่าคิดมาก
00:17:57 → 00:18:01อย่าคิดอะไรบ้าๆนะครับจะทำให้ผู้ป่วยยิ่ง
00:18:01 → 00:18:04สึกแย่ลงแล้วก็คิดว่าเราเนี่ยไม่อยากรับ
00:18:04 → 00:18:07ฟังสิ่งที่เขารู้สึกคับข้องใจและสิ่งที่ 5
00:18:07 → 00:18:11ทำข้อสุดท้ายนะครับอย่าไปกดดันอย่าไปเร่ง
00:18:11 → 00:18:14รัดผู้ป่วยห้ามพูดว่าเมื่อไหร่จะดีขึ้น
00:18:14 → 00:18:17หรือว่าหายได้แล้วเพราะจะทำให้ผู้ป่วย
00:18:17 → 00:18:20เนี่ยกดดันแล้วก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระ
00:18:20 → 00:18:22เป็นที่น่ารำคาญกับเพื่อนแล้วก็ครอบครัว
00:18:22 → 00:18:26ที่จะอ่ะค่ะนกเขาแย่ลงได้ครับนอกจากนี้นะ
00:18:26 → 00:18:29ครับหมอยังมีคำแนะนำในการดูแลผู้ป่วยโรค
00:18:29 → 00:18:32ซึมเศร้าจากนายแพทย์อภิชาติจริยาวิลาศ
00:18:32 → 00:18:36โฆษกกรมสุขภาพจิตมาฝากกันอีกด้วยครับครับ
00:18:36 → 00:18:40ถ้าเกิดว่าตอนนี้เรามีคนแก่เฝ้านะครับ
00:18:40 → 00:18:43อันดับ 1 นะครับเราหาข้อมูลความรู้ก่อน
00:18:43 → 00:18:45ขึ้นต้นเลยว่าจริงและโรคซึมเศร้าคืออะไร
00:18:45 → 00:18:49ออกเลยคนเนี้ยตบเห็ดพอรู้แล้วตกใจนะครับ
00:18:49 → 00:18:52ทำอะไรไม่ถูกแล้วก็อาจจะไปคุยกับเขาหรือ
00:18:52 → 00:18:55เป็นจัดการไปดูแลเขาในรูปแบบที่เราเข้าใจ
00:18:55 → 00:18:57ว่าเป็นความเศร้าที่เราเคยผ่านมาขณะนี้
00:18:57 → 00:18:59อาจจะทำให้เกิดปัญหาได้นะครับเพราะว่า
00:18:59 → 00:19:03ราคาเนี่ยกันที่จะดูแลเขาแบบซึมเศร้าแบบ
00:19:03 → 00:19:05ทะลุเท่ากับคนปกติอาจจะไม่เกิดกับการดูแล
00:19:05 → 00:19:09คนที่ชาวแบบซึมเศร้าแล้วหาข้อมูลความรู้
00:19:09 → 00:19:11ก่อนตั้งสติก่อนหรือว่าเราพร้อมจะเข้าไป
00:19:11 → 00:19:14ช่วยเหลือแค่ไหนถ้าเกิดเรายังไม่ความตอน
00:19:14 → 00:19:16นี้หาคนอื่นเข้ามาช่วยปรึกษาคนอื่นก่อนก็
00:19:16 → 00:19:19ได้นะครับเพราะว่าถ้าหลบคุมอารมณ์ตัวเอง
00:19:19 → 00:19:21ไม่ได้ดูแลตัวเองยังไม่พบเมย์เดี๋ยวเราก็
00:19:21 → 00:19:24จะช่วยหนูได้ลำบากนะครับแต่ถ้าเราตั้งสติ
00:19:24 → 00:19:27ได้เราหาข้อมูลได้แล้วเราดีความเข้าใจดี
00:19:27 → 00:19:30ว่าตั้งแต่ตีพอแล้วเนี่ยเข้าไปรับฟังเค้า
00:19:30 → 00:19:32ไปเข้าไปเองบอกความเป็นห่วงเป็นใยเขาเขา
00:19:32 → 00:19:35ค่อยๆเคลื่อนเอาให้ไปหาหมอตามนัดนะครับ
00:19:35 → 00:19:37หรือบางทีอาจจะรอมีการพูดคุยกับเขาก็รู้
00:19:37 → 00:19:40ว่ามันระหว่างพระรักษาเนี่ยก็นี้อยู่
00:19:40 → 00:19:42กษัตริย์อะไรหรือเปล่าเพราะว่าเลยซ้ำเจอ
00:19:42 → 00:19:45ว่าคนบางคนเนี่ยอยากไปรักษาแต่ว่าไปหรือ
00:19:45 → 00:19:47ถูกไปเป็นหรือไปลำบากเพราะว่าเขาไม่สบาย
00:19:47 → 00:19:50อยู่เนี่ยอาการเราเข้าไปช่วยเหลือในการ
00:19:50 → 00:19:52เข้าไปหาหมอได้ตอบเรื่องเนี้ยอันนี้สำคัญ
00:19:52 → 00:19:55มากจะช่วยได้เยอะเลยนะครับหรือบางกรณีอาจ
00:19:55 → 00:19:57จะไม่อยากไปหาหมอว่ามีความเชื่อที่ติดว่า
00:19:57 → 00:20:00เป็นคนเข้าใจว่าเราไปหาหมอเนี่ยโดยจะต้อง
00:20:00 → 00:20:04เป็นภาระให้คนอื่นเอาเข้าใจหรือโรคจิตถ้า
00:20:04 → 00:20:07เราเข้าใจเลือกแล้วเราสามารถยืนยันอธิบาย
00:20:07 → 00:20:09ให้ตัวคนไข้ซ้ำได้ว่าโลกนี้มันเป็นโรคที่
00:20:09 → 00:20:12ไกลโอกาสเป็นได้บ่อยอยู่แล้วนะครับแล้วก็
00:20:12 → 00:20:15สามารถรักษาหายได้เป็นเรื่องน่าเกลียดน่า
00:20:15 → 00:20:18กลัวแต่ประกันใดเมื่อไม่สบายก็รักษาให้
00:20:18 → 00:20:20หายได้หรือที่ดีที่สุดนะครับก็ให้ข้อมูล
00:20:20 → 00:20:23ที่ถูกต้องแล้วก็ไปเป็นเพื่อนเขาแล้วก็จะ
00:20:23 → 00:20:26ช่วยเขาดูแลเรื่องตังค์กินยาต่อที่นั่น
00:20:26 → 00:20:28แล้วก็รับฟังเขาเวลาที่เค้าไปเลือกไม่
00:20:28 → 00:20:30เป็นสบายใจหรือมีเรื่องอ้ำตันใจเนี่ยเรา
00:20:30 → 00:20:33เป็นผู้ฟังที่ดีแล้วก็รับฟังอันนี้ก็ช่วย
00:20:33 → 00:20:36ได้มากเลยนะครับสุดท้ายนี้นะครับหมอก็มี
00:20:36 → 00:20:39ข้อแนะนำ 7 ประการจากคู่มือป้องกันความ
00:20:39 → 00:20:43เศร้าของกรมสุขภาพจิตมาฝากกันครับข้อที่ 1
00:20:43 → 00:20:46นะครับก็คือเราต้องหัดยอมรับตัวเองหัด
00:20:46 → 00:20:51เรียนรู้สำรวจตัวเองยอมรับข้อดีและข้อ
00:20:51 → 00:20:54เสียของเราสมเมื่อไหร่ที่มีสถานะการ
00:20:54 → 00:20:56เปลี่ยนแปลงไปเนี่ยเราจะสามารถดับหมื่น
00:20:56 → 00:20:59ได้ดีครับข้อที่ 2 นะครับคนร้อยเยอะๆครับ
00:20:59 → 00:21:01เมื่อไหร่ที่เรามีความทุกข์ก็ต้องหาทาง
00:21:01 → 00:21:05ออกนะครับมันไปเจอเพื่อนบ้างอ่านหนังสือ
00:21:05 → 00:21:07ที่เราชอบทางกิจกรรมที่เราชอบเพราะว่าการ
00:21:07 → 00:21:10หัวเราะเนี่ยทำให้หลั่งสารความสุขมาก็จะ
00:21:10 → 00:21:13เป็นเกราะป้องกันโรคซึมเศร้าได้ครับข้อ
00:21:13 → 00:21:17สามระบายความรู้สึกเราควรจะเรียนรู้หา
00:21:17 → 00:21:20วิธีปลดปล่อยความรู้สึกเศร้าโกรธที่วาง
00:21:20 → 00:21:23หรือว่าเสียใจออกมาข้อที่สี่การออกกำลัง
00:21:23 → 00:21:26กายนะครับเนื่องจากการออกกำลังกายช่วย
00:21:26 → 00:21:30เพิ่มระดับสารเคมีซีโรโทนินในสมองรวมถึง
00:21:30 → 00:21:32เพิ่มการหลั่งสารเอ็นโดรฟินซึ่งเป็นสาร
00:21:32 → 00:21:35แห่งความสุขทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายแล้วก็
00:21:35 → 00:21:38อารมณ์ดีขึ้นข้อ 5 นะครับออกไปเที่ยวบ้าน
00:21:38 → 00:21:42โครงการเดินทางท่องเที่ยวเนี่ยเป็นยาดี
00:21:42 → 00:21:45สำหรับคนที่มีภาวะซึมเศร้าเปลี่ยนไปสู่
00:21:45 → 00:21:48สิ่งแวดล้อมใหม่ๆที่สดใสมีพลังมากขึ้นได้
00:21:49 → 00:21:52พบเห็นสิ่งใหม่ๆวัฒนธรรมใหม่ๆผู้คนใหม่ๆ
00:21:52 → 00:21:54สิ่งเหล่านี้แหละครับจะช่วยให้เราผ่อน
00:21:54 → 00:21:57คลายความเครียดแล้วก็คลายความเศร้าได้ดี
00:21:57 → 00:22:00ข้อที่ 6 ก็หางานอดิเรกพังนะครับเมื่อ
00:22:00 → 00:22:03ไหร่ที่เรามีความเครียดสะสมอยู่นานเนี่ย
00:22:03 → 00:22:05ออกไปทำอย่างอื่นบ้างนะครับไม่ว่าจะเป็น
00:22:05 → 00:22:09การรูต้นไม้ว่ารูปเดือนร้องเพลงและข้อที่
00:22:09 → 00:22:117 ข้อสุดท้ายนะครับก็คือ Positive
00:22:11 → 00:22:15Thinking เราต้องมองโลกในแง่ดีเพราะเรา
00:22:15 → 00:22:17จะช่วยลดการวิตกกังวลได้อย่างแน่นอนครับ
00:22:17 → 00:22:20เราต้องเดินแต่การปรับมุมมองของเราให้
00:22:20 → 00:22:24เป็นแง่บวกมองสถานการณ์รอบๆแต่ตอนนี้ดี
00:22:24 → 00:22:28รวมไปถึงมองคนรอบตัวเราในแง่ดีมันชื่นชม
00:22:28 → 00:22:31คนอื่นถ้าเกิดว่าทำได้นะครับจะทำให้ชีวิต
00:22:31 → 00:22:34คุณมีความสุขมากขึ้นอย่างแน่นอนครับก่อน
00:22:34 → 00:22:37จากกันไปนะครับหมอขอเน้นย้ำว่าโรคซึม
00:22:37 → 00:22:40เศร้าเนี่ยเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ถ้า
00:22:40 → 00:22:44เราหมั่นสังเกตอาการของตัวเราแล้วก็คนรอบ
00:22:44 → 00:22:46ข้างเราอย่างสม่ำเสมอเมื่อไหร่ที่เราส่ง
00:22:47 → 00:22:50สัญญาณของโรคซึมเศร้าแล้วก็ควรที่จะได้
00:22:50 → 00:22:53รับการรักษาอย่างทันท่วงทีครับ
00:22:53 → 00:22:56และทั้งหมดนี้ก็คืออาการที่ n-health
00:22:56 → 00:22:59ประจำสัปดาห์นี้ครับสัปดาห์หน้าพบกับผม
00:22:59 → 00:23:03อ๋อก้างนายแพทย์อดิทัตตั้งสง่าได้ใหม่ทุก
00:23:03 → 00:23:07วันเสาร์เวลา 15:00 นทาง TNN ช่อง 16
00:23:07 → 00:23:10สวัสดีครับ
00:23:10 → 00:23:13สนับสนุนโดย True Health บริการส่ง
00:23:13 → 00:23:16สุขภาพดีถึงที่ให้คุณปรึกษาหมอออนไลน์และ
00:23:16 → 00:23:22บริการส่งยาถึงบ้าน
00:23:22 → 00:23:27ม.ค
00:23:27 → 00:23:35[เพลง]
00:23:35 → 00:23:39
00:23:39 → 00:23:45ม.ค
00:23:45 → 00:23:48ป.ล