00:00:00 → 00:00:02สวัสดีครับวันนี้เนี่ยผมจะมาพูดเกี่ยว
00:00:02 → 00:00:05ข้องกับเรื่องของเครื่องดื่มอย่างนึงซึ่ง
00:00:05 → 00:00:07ผมคิดว่าหลายคนน่าจะชอบมากเลยนะครับนั่น
00:00:07 → 00:00:11ก็คือชานมไข่มุกครับภาษาอังกฤษเราเรียก
00:00:11 → 00:00:14มันว่า Bubble Tea หรือ boba TE นะครับ
00:00:14 → 00:00:17แต่หลายคนนะครับก็คงจะไม่รู้นะครับว่าเอ๊
00:00:17 → 00:00:20ชาเนี่ยมันมีที่มาที่ไปอย่างไรนะครับมัน
00:00:20 → 00:00:22มีผลอะไรต่อสุขภาพของเรามยนอกจากเรื่อง
00:00:22 → 00:00:25น้ำตาลที่หลายๆคนก็คงจะทราบกันดีอยู่แล้ว
00:00:25 → 00:00:28นะครับงั้นวันนี้เนี่ยผมจะเล่าให้ฟังถึง
00:00:28 → 00:00:30รายละเอียดตั้งแต่ว่ามันทำมาได้ยังไงนะ
00:00:30 → 00:00:34ครับแล้วมันมีผลอะไรมยต่อร่างกายรวมทั้ง
00:00:34 → 00:00:36ถ้าเราจะกินมันให้ปลอดภัยหรือกินให้ได้
00:00:36 → 00:00:39พลังงานแคลอรีที่ไม่สูงจนเกินไปนั้นมันมี
00:00:39 → 00:00:42วิธีอย่างไรบ้างนะครับพบกับผมนะครับนาย
00:00:42 → 00:00:44แพทย์ธนีธนียวันเป็นอาจารย์แพทย์อยู่ที่
00:00:44 → 00:00:46ประเทศสหรัฐอเมริกาเชี่ยวชาญโรคปอดการ
00:00:46 → 00:00:49ปลูกถ่ายปอดและวิกฤตบำบัดนะครับสำหรับชา
00:00:49 → 00:00:52นมไข่มุกนะครับมันมีต้นกำเนิดมาจากประเทศ
00:00:52 → 00:00:56ไต้หวันครับแต่ก็มี 2 ทฤษฎีที่ออกมาค้าน
00:00:56 → 00:01:00กันว่าใครกันแน่ที่เป็นคนคิดค้นชานมไข่
00:01:00 → 00:01:03มุกนะครับเจ้าแรกที่ออกมาบอกว่าตัวเอง
00:01:03 → 00:01:07เป็นคนคิดค้นชานมไข่มุกก็คือร้านชาชื่อ
00:01:07 → 00:01:11ว่าชุนสุ่ยถังนะครับร้านนี้เนี่ยเขาก็บอก
00:01:11 → 00:01:13ว่าสมัยก่อนนะครับที่ไต้หวันเนี่ยจะ
00:01:13 → 00:01:16เสิร์ฟแต่ชาร้อนกาแฟร้อนแล้ววันนึงเจ้า
00:01:16 → 00:01:18ของร้านไปเที่ยวญี่ปุ่นครับเเจอว่าที่
00:01:18 → 00:01:21ญี่ปุ่นเนี่ยไม่มีแค่ชาร้อนกาแฟร้อนนะแต่
00:01:21 → 00:01:24มันมีการเสิร์ฟกาแฟเย็นด้วยเฮ้ยเค้าก็เลย
00:01:24 → 00:01:28เกิดไอเดียครับมาทำเป็นชาเย็นแทนที่จะ
00:01:28 → 00:01:32เป็นชาร้อนนะฮะฮะแล้วหลังจากที่เคทำชา
00:01:32 → 00:01:34เย็นขึ้นมาเนี่ยก็เป็นกระแสเลยครับที่
00:01:34 → 00:01:37ไต้หวันเนี่ยกระแสชาเย็นก็ตามมาไม่ใช่ชา
00:01:37 → 00:01:40เย็นของเหมือนประเทศไทยนะชาของชาของปกติ
00:01:40 → 00:01:43นั่นแหละครับแต่ทำเป็นแบบเย็นนะฮะทีนี้
00:01:43 → 00:01:46อยู่มาวันนึงครับเค้าก็เกิดอยากจะประชุม
00:01:46 → 00:01:51นะฮะลูกน้องทั้งหมดแล้วก็ผู้จัดการแล้ว
00:01:51 → 00:01:54เขาก็ไปเอาไข่มุกนี่แหละใส่เข้าไปในชาที่
00:01:54 → 00:01:57เป็นชาเย็นแล้วเติมนมด้วยปรากฏว่ามัน
00:01:57 → 00:02:00อร่อยคนก็ชอบหลังจากนั้นก็บูมกันเลยครับ
00:02:00 → 00:02:04นะส่วนทฤษฎีที่ 2 เนี่ยก็มีการอ้างว่าอีก
00:02:04 → 00:02:06ร้านหนึต่างหากล่ะที่เป็นคนคิดค้นชานมไข่
00:02:06 → 00:02:10มุกนะครับร้านนั้นมีชื่อว่าฮัหลินนะครับ
00:02:10 → 00:02:13ร้านฮัหลินทีเฮ้าส์นะครับร้านนี้เนี่ยเขา
00:02:13 → 00:02:16ก็บอกว่าเค้านั่นแหละเป็นคนคิดค้นแล้วก็
00:02:16 → 00:02:19ไอ้ตัวไข่มุกที่อยู่ข้างในเนี่ยตอนแรกมัน
00:02:19 → 00:02:22เป็นสีขาวที่เขาทำขึ้นมานะครับเค้าก็ใช้
00:02:22 → 00:02:25อ่าเหมือนเป็นขนมพื้นบ้านของทางไต้หวัน
00:02:25 → 00:02:28น่ะเป็นคนมาทำจนปัจจุบันเนี้ยก็ยังเถียง
00:02:28 → 00:02:30กันไม่จบว่าตกลง 2 ล้านนี้ร้านไหนเป็นคน
00:02:31 → 00:02:34คิดค้นกันขึ้นมาแน่นะครับแต่แน่นอนครับ
00:02:34 → 00:02:37กระแสของชานมไข่มุกเนี่ยมันดังมานานมากะ
00:02:37 → 00:02:39เริ่มผลิตตั้งแต่ครั้งแรกเนี่ยน่าจะ
00:02:39 → 00:02:43ประมาณปี 198 กว่าๆนะ 1986 1988 แถว
00:02:43 → 00:02:45เนี้ยฮะยังไม่ชัดเจนว่าตกลงแล้วออกมาจาก
00:02:45 → 00:02:49ร้านไหนนะครับแต่ว่าก็ประมาณนี้จนกระทั่ง
00:02:49 → 00:02:52ตอนนี้นะครับกระแสมันดังฉุดไม่อยู่และถึง
00:02:52 → 00:02:55ขั้นมีวัน National Bubble TE Day เลย
00:02:55 → 00:02:58นะครับก็คือวันที่ 30 เมษายนของทุกปีจะ
00:02:58 → 00:03:02ถือว่าเป็นวันชานมไข่มุกแห่งชาติของที่
00:03:02 → 00:03:04ไต้หวันเลยนะครับมีการตั้งขึ้นมาขนาดนั้น
00:03:05 → 00:03:06เลยนะ
00:03:06 → 00:03:10ฮะแล้วไม่เพียงแค่นั้นครับรสชาติของตัว
00:03:10 → 00:03:12ไข่มุกเนี่ยก็มีการเปลี่ยนแปลงไปหลาย
00:03:12 → 00:03:16ครั้งรวมทั้งผิวสัมผัสนะครับความเด้งดึ๋
00:03:16 → 00:03:19ของมันเนี่ยทางไต้หวันเขาก็จะมีคำศัพท์
00:03:19 → 00:03:22ของความเด้งอย่างเงี้ยเรียกว่าคิวตัว
00:03:22 → 00:03:25อักษรคิวนี่แหละเขาจะเวลาเคี้ยวเข้าไปเรา
00:03:25 → 00:03:28มันรู้สุกคิวๆดีคิวๆนี่คือมันจะนิ่มๆดึ๋ๆ
00:03:28 → 00:03:31เหมือนแบบลูกชิ้นหมูเด้งอะไรเงี้ยฮะก็
00:03:31 → 00:03:32ประมาณนั้นเป็นความรู้สึกอย่างนึ่งซึ่ง
00:03:33 → 00:03:35ไต้หวันนะครับเขาก็ทำผมก็มีเพื่อนไต้หวัน
00:03:35 → 00:03:38นะครับแล้วเขาก็ทำชานมไข่มุกกินเองที่
00:03:38 → 00:03:41บ้านได้ด้วยนะฮะอันนี้ก็แสดงให้เห็นถึง
00:03:41 → 00:03:44ว่าทางไต้หวันเนี่ยเขาให้ความสำคัญกับ
00:03:44 → 00:03:47เรื่องนี้มากขนาดไหนนะครับอ่ะแต่ทีนี้มา
00:03:47 → 00:03:51ดูดีกว่าว่าแล้วไอ้ตกลงนะครับตัวไข่มุก
00:03:51 → 00:03:54เนี่ยเค้าทำมายังไงกันแน่นะครับก็ต้องตอบ
00:03:54 → 00:03:57ว่ามันเริ่มมาจากรากของพืชชนิดหนึ่งชื่อ
00:03:57 → 00:04:01ว่าคาานะครับเค้าทำบดมันออกมาเป็นแป้งนะ
00:04:01 → 00:04:03ครับพอมันได้เป็นแป้งเนี่ยแป้งตัวนี้จะ
00:04:03 → 00:04:06เรียกว่าเป็นทิก้า starch นะครับแล้วพอ
00:04:06 → 00:04:09ได้แป้งมาเ้าก็เติมน้ำเข้าไปปั้นมันเป็น
00:04:09 → 00:04:11ก้อนนะครับก็แล้วแต่ขนาดที่เราอยากได้
00:04:11 → 00:04:14ส่วนใหญ่ก็ประมาณซักมีมีตั้งแต่แบบเล็กๆ
00:04:14 → 00:04:16เล็กจิ๋วไปเลยจนกระทั่งประมาณ 8 มมอย่าง
00:04:17 → 00:04:19ที่เรากินกันทั่วๆไปเนี่ยก็ประมาณ 8 มลม
00:04:19 → 00:04:22นะครับเส้นผ่านศูนย์กลางนะครับแล้วพอ
00:04:22 → 00:04:25เสร็จปุ๊บเนี่ยเค้าก็ต้มอีกทีนึงให้มัน
00:04:25 → 00:04:29เป็นนิ่มๆนะฮะแล้วก็มีการเติมสีเติมกลิ่น
00:04:29 → 00:04:31ครับคาราเมลเติมน้ำตาลอะไรเข้าไปนะครับ
00:04:31 → 00:04:34ไซรับต่างๆเพื่อที่จะให้มันอร่อยเพิ่มมาก
00:04:34 → 00:04:36ขึ้นนะครับดังนั้นอันเนี้ยเราจะเห็นได้
00:04:36 → 00:04:40ว่ามันมีน้ำตาลนะครับอาจจะมีสีสันมี
00:04:40 → 00:04:42คาราเมลมีอะไรขึ้นมาอีกเยอะแยะเลยนะครับ
00:04:42 → 00:04:44แล้วถ้าให้ความร้อนมากเกินไปเนี่ยบางที
00:04:44 → 00:04:47มันก็เกิดเป็นสารที่มันมีปัญหาได้เช่นสาร
00:04:47 → 00:04:50กร่อมมะเร็งบางตัวนะครับถ้าต้มจนเกินไปนะ
00:04:50 → 00:04:54ครับแต่ก็ไม่หยุดเพียงแค่นั้นครับเพราะ
00:04:54 → 00:04:58ว่าถ้าเราอยากจะเก็บไอ้ตัวไข่มุกเนี่ยให้
00:04:58 → 00:05:01นานๆนะโดยที่มันไม่เสียไปซะก่อนมันไม่มัน
00:05:01 → 00:05:04ไม่เละไปซะก่อนนะครับเค้าก็จะมีกระบวนการ
00:05:04 → 00:05:08ครับใช้สารอลูมิเนียมอ่าอลูมิเนียมที่เรา
00:05:08 → 00:05:11เจอนะอลูมิเนียมฟอยล์นะอลูมิเนียมต่างๆ
00:05:11 → 00:05:13เนี่ยก็จะเป็นสารที่อ่าเราใช้กันนะครับ
00:05:13 → 00:05:17ถ้าบางคนก็ใช้ตัวสารส้มเลยนี่แหละนะมันจะ
00:05:17 → 00:05:20ทำให้ตัวไข่มุกเนี่ยนะครับมีความคงทนมี
00:05:20 → 00:05:23ความเด้งนะครับแล้วก็ไม่เสียง่ายไม่เละ
00:05:23 → 00:05:25ง่ายนะครับนี่ก็เป็นสิ่งหนึ่งซึ่งเจอได้
00:05:25 → 00:05:29นะครับแต่อีกอย่างนึงซึ่งสมัยก่อนเจอแต่
00:05:29 → 00:05:31ตอนเนี้ยไม่ค่อยเจอแล้วเพราะว่ามันถือว่า
00:05:31 → 00:05:35ผิดกฎหมายนั่นก็คือศา bx ครับอ่า bx ถ้า
00:05:35 → 00:05:38อยู่ในประเทศไทยเนี่ยเด็กๆก็จะเคยโดนสอม
00:05:38 → 00:05:40แล้วว่าลูกชิ้นที่ใส่บอแรกมันจะเป็นลูก
00:05:40 → 00:05:44ชิ้นที่เด้งได้นะมันกรอบมันเด้งดึ๋นะครับ
00:05:44 → 00:05:46แต่ว่ามันเป็นสารที่มีปัญหาต่อร่างกาย
00:05:46 → 00:05:48ครับเกิดพิษต่างๆขึ้นมามากมายดังนั้น
00:05:48 → 00:05:51เนี่ยทุกประเทศเขาก็เลยแบนไม่ให้ใช้ตัว
00:05:51 → 00:05:57สารบอแรกอีกต่อไปแล้วถ้าเราไปเอาตัวเนี่ย
00:05:57 → 00:06:00ไข่มุกมาจากที่ที่ใดที่หนึ่งที่เราไม่รู้
00:06:00 → 00:06:03ที่มาที่ไปนะครับคุณก็ต้องระวังไว้ด้วย
00:06:03 → 00:06:05เพราะว่าของพวกนั้นก็คือแปลว่าไม่ได้ถูก
00:06:05 → 00:06:08การควบคุมโดยกฎหมายจริงมั้ยครับอ่านั่น
00:06:08 → 00:06:11น่ะคือปัญหาใหญ่เลยนะทีนี้พอเรารู้แล้ว
00:06:11 → 00:06:15ว่าไอ้ตัวโบบ้าหรือไอ้ไข่มุกเนี่ยมันทำ
00:06:15 → 00:06:19ยังไงแล้วในแก้วแกหนึ่งมันมีอะไรอยู่ใน
00:06:19 → 00:06:22นั้นบ้างแน่นอนนะครับปกติเรากินเราก็คง
00:06:22 → 00:06:24ไม่กินแก้วเล็กๆคนส่วนใหญ่ชอบกินแก้วใหญ่
00:06:24 → 00:06:28ๆสะใจแบบ 16 ออนไปเลยนะฮะก็จะมีตัวชานะ
00:06:28 → 00:06:31ครับชาเนี่ยก็หลากหลายนะครับแล้วแต่ว่า
00:06:31 → 00:06:33ใครจะเติมชาอะไรเดี๋ยวนี้มันก็มีชาทุก
00:06:33 → 00:06:38ประเภทตั้งแต่ชาไทยชาจัสมินชาจีนชาอู่หลง
00:06:38 → 00:06:41เยอะแยะไปหมดนะครับโฮจิฉะอะไรเงี้ยนะฮะก็
00:06:41 → 00:06:44แล้วแต่ว่าคนชอบอะไรแล้วก็เติมนมเข้าไปใน
00:06:44 → 00:06:47นั้นนะครับหลังจากเติมนมก็ไม่พอก็จะมีการ
00:06:47 → 00:06:50เติมไอ้ตัวไข่มุกเข้าไปแล้วก็ความหวานก็
00:06:50 → 00:06:53อาจจะมีการเติมน้ำเชื่อมน้ำตาลนะครับดัง
00:06:53 → 00:06:57นั้นทั้งหมดเนี่ยมันมีอะไรที่เราต้องรู้
00:06:57 → 00:07:00ว่ามันมีผลต่อสุขภาพบ้างเพราะว่าข้อแรก
00:07:00 → 00:07:04ล่ะครับผลดีที่มีแน่ๆดีต่อใจครับมันอร่อย
00:07:04 → 00:07:06นะครับอย่างผมกินเี่ผมก็ชอบมากนะมันอร่อย
00:07:06 → 00:07:08มากเลยนะฮะแล้วถ้าจะให้ไม่กินมันเลยก็รู้
00:07:08 → 00:07:11สึกอืยังไงยังไงอยู่ใช่มั้ยครับแต่ทีนี้
00:07:11 → 00:07:13เนี่ยเราก็ต้องมาเข้าใจก่อนนะครับว่ามัน
00:07:13 → 00:07:16มีผลเสียอะไรต่อร่างกายไหมเพราะผมรู้เลย
00:07:16 → 00:07:18นะครับว่าเด็กๆสมัยก่อนเนี่ยไม่มีใครรู้
00:07:18 → 00:07:22หรอกครับว่าไอ้เนี่ยมันไม่ดีมันกินแล้ว
00:07:22 → 00:07:24มันมีปัญหามันกินแล้วมันมีน้ำตาลหรือมี
00:07:24 → 00:07:26สารอย่างอื่นปนเปื้อนนะครับเด็กทุกคนน่ะ
00:07:26 → 00:07:28สมัยผมตอนเด็กๆผมก็คิดว่าเออชายนมไข่มุก
00:07:28 → 00:07:31เนี่ยมันไม่ได้มีปัญหาอะไรจากสุขภาพหรอก
00:07:31 → 00:07:34เราก็กินไปดีกว่าอร่อยดีใช่มยฮะเหมือนกับ
00:07:34 → 00:07:36ขนมอย่างอื่นทั่วไปเนี่ยก็เอ้อมันก็อร่อย
00:07:36 → 00:07:40ดีมันไม่น่ามีปัญหาแต่ลองมาดูครับชานมไข่
00:07:40 → 00:07:44มุกเนี่ยแก้วนึงนะครับโดยประมาณเนี่ยมี
00:07:44 → 00:07:46แคลอรี่ประมาณ 300 กิล
00:07:46 → 00:07:49แคลอรีแล้วบางยี่ห้อถ้าเรามีการเติมความ
00:07:49 → 00:07:52หวานนะครับหรือเรากินขนาดเยอะหรือไอ้ตัว
00:07:52 → 00:07:55ไข่มุกเนี่ยมีการเสริมพวกน้ำตาลอะไรเข้า
00:07:55 → 00:07:57ไปเยอะเนี่ยนะครับมันอาจจะสูงถึงเกือบ
00:07:57 → 00:08:011,000 กิโลแคลอรีเลยก็ได้นะครับถ้าพูด
00:08:01 → 00:08:03อย่างเงี้ยบางคนก็ไม่เห็นภาพเอ๊ะ 300 ก
00:08:03 → 00:08:06แคลอรี่มันคืออะไรนะครับเอาง่ายๆคุณวิ่ง
00:08:06 → 00:08:08ด้วยความเร็วปานกลางสักชั่วโมงนึงอ่ะเอ้ย
00:08:08 → 00:08:11สักครึ่งชั่วโมงคุณจะวิ่งได้ 300 กิ
00:08:11 → 00:08:14แคลอรี่ถ้าคุณเร่งไปกว่านั้นก็โอเคอาจจะ
00:08:14 → 00:08:16วิ่งแค่ 20 นาทีก็ได้ 300 กิแคลอรี่นะ
00:08:17 → 00:08:20ครับแต่ถ้า 1,000 นึงล่ะโน่นคุณวิ่งไปเลย
00:08:20 → 00:08:25ครับ 10 กว่ากิโลคุณถึงจะเผาผลาญหมด 1,000
00:08:25 → 00:08:28กิแคลอรี่นะครับดังนั้นเนี่ยสิ่งที่คุณจะ
00:08:28 → 00:08:31ต้องรู้เลยก็คือคือปริมาณแคลอรี่ในชานม
00:08:31 → 00:08:35ไข่มุกเนี่ยมันสูงมากๆนะครับที่สำคัญ
00:08:35 → 00:08:38แคลอรี่เกือบทั้งหมดมันมาจากน้ำตาลครับ
00:08:38 → 00:08:41น้ำตาลล้วนๆเลยนะฮะดังนั้นคนที่เป็นเบา
00:08:41 → 00:08:45หวานคนที่เป็นโรคอ้วนนะครับก็จะมีปัญหา
00:08:45 → 00:08:48จากการที่ได้รับน้ำตาลพวกนี้เข้าไปในร่าง
00:08:48 → 00:08:50กายได้นะครับคนที่มีไขมันพอกตับคนที่มี
00:08:50 → 00:08:54ไตรกิลด์สูงน้ำตาลพวกเนี้ยมันก็ถ้ามันมี
00:08:54 → 00:08:56ความเยอะเกินไปมันก็จะเปลี่ยนแปลงไปเป็น
00:08:56 → 00:08:59ไตรกีสาายในร่างกายเราไปสะสมตามที่ต่างๆ
00:08:59 → 00:09:02ได้แล้วก็ก่อโรคต่างๆขึ้นมานะครับดังนั้น
00:09:02 → 00:09:05เราต้องรู้ก่อนว่าไอ้น้ำตาลพวกเนี้ยมันมี
00:09:05 → 00:09:08ปัญหาได้นะครับแต่ก็ไม่เพียงแค่นั้นครับ
00:09:08 → 00:09:12เมื่อตะกี้ผมบอกแล้วใช่มั้ยครับว่ามันมี
00:09:12 → 00:09:16อลูมิเนียมได้อยู่ในนั้นนะครับอลูมิเนียม
00:09:16 → 00:09:19เนี่ยนะครับถ้ามันมีปริมาณที่เยอะเกินมัน
00:09:19 → 00:09:22ก็จะก่อโรคต่างๆเช่นเอ่อเยอะเกินนี่ไม่
00:09:22 → 00:09:24ได้หมายความว่าท่านได้รับจากการกินแก้วนึ
00:09:25 → 00:09:27นะเยอะไม่ไม่เยอะนะครับไม่เยอะแต่ถ้าเกิด
00:09:27 → 00:09:29กินแก้วนึงอ่ะประจำกินทุกวันแบเป็น
00:09:29 → 00:09:31พนักงานออฟฟิศลงมาตอนพักก็ต้องมาซื้อไอ้
00:09:31 → 00:09:34เนี่ยกินทุกพักเลยอย่างเงี้ยไอย่างเงี้มี
00:09:34 → 00:09:36โอกาสเกินได้นะครับเกินแล้วการได้
00:09:36 → 00:09:39อลูมิเนียมเกินไปในร่างกายเกิดอะไรขึ้น
00:09:39 → 00:09:42ข้อแรกนะครับมันสามารถเข้าสู่สมองของเรา
00:09:42 → 00:09:45ได้แล้วก็มีความเกี่ยวข้องกับการเสื่อม
00:09:45 → 00:09:48ของระบบประสาทอาจจะเจอความเสื่อมทางระบบ
00:09:48 → 00:09:51ประสาทจนถึงขั้นมีอัลไซเมอร์มีพิสันมี
00:09:51 → 00:09:54ปัญหาทางด้านความคิดความจำความอ่านก็ได้
00:09:54 → 00:09:57นะครับอันนี้คือหนึ่งในปัญหาที่เรารู้ว่า
00:09:57 → 00:10:01มันสามารถทำให้เกิดปัญหากับระบบประสาทได้
00:10:01 → 00:10:05ต่อมามันสามารถทำให้กระดูกของเรามีปัญหา
00:10:05 → 00:10:09ได้ครับนะฮะมันขัดขวางกระบวนการที่กระดูก
00:10:09 → 00:10:12น่ะมันจะต้องเสริมแร่ธาตุพวกแคลเซียมอ่า
00:10:12 → 00:10:14ฟอสฟอรัสแมกนีเซียมอะไรเข้าไปในตัวกระดูก
00:10:14 → 00:10:17เนี่ยอลูมิเนียมจะไปขัดขวางกระบวนพวกนี้
00:10:17 → 00:10:20นะครับทำให้ทางกระดูกของเราเนี่ยมีเกิด
00:10:20 → 00:10:24กระดูกบางได้นะครับกระดูกบางหรือถ้ามัน
00:10:25 → 00:10:27มันแย่มากๆก็แย่ได้เลยนะครับแล้วกระดูก
00:10:27 → 00:10:29บางนี่ไม่ใช่กระดูกบางธรรมดานะครับครับ
00:10:29 → 00:10:32มันเป็นกระดูกบางแบบปวดได้ด้วยนะครับอ่า
00:10:32 → 00:10:34เป็นเป็นปวดได้ด้วยนะฮะนี้ก็คือเป็นสิ่ง
00:10:34 → 00:10:37ที่เราต้องรู้ถ้าเรากินมันระยะยาวนะครับ
00:10:37 → 00:10:42อย่างที่ 3 ครับคือมันจะทำให้เกิดโลหิต
00:10:42 → 00:10:45จางได้อ่าอลูมิเนียมเทำให้เกิดโลหิตจางนะ
00:10:45 → 00:10:47ครับถ้าเป็นทางการแพทย์เราก็จะบอกว่า
00:10:47 → 00:10:50โลหิตจางมันมีการแบ่งตามขนาดของเม็ดเลือด
00:10:50 → 00:10:54นะครับใหญ่นะครับขนาดปกติและขนาดเล็กนะ
00:10:54 → 00:10:58ครับขนาดเล็กเนี่ยเป็นขนาดที่เราเรียกว่า
00:10:58 → 00:11:01microcytic อนีเมียไมโครคือเล็ก cic คือ
00:11:01 → 00:11:03ไตคือเซลล์นะครับไมคร site microcytic
00:11:03 → 00:11:05ก็คือเซลล์เล็กนะครับอนีเมียก็แปลว่า
00:11:05 → 00:11:08โลหิตจางนะครับถ้าเราได้รับอลูมิเนียม
00:11:08 → 00:11:12เป็นระยะเวลานานนะครับมันจะทำให้เราเกิด
00:11:12 → 00:11:15โลหิตจางชนิดเม็ดเลือดแดงเล็กและโดยทั่ว
00:11:15 → 00:11:18ไปเวลาเราเจอโลหิตจางชนิดเม็ดเลื่องแดง
00:11:18 → 00:11:21เล็กเนี่ยเรามักจะคิดถึง 2 โรคหลักๆโรค
00:11:21 → 00:11:25แรกซีเมียครับโรคที่ 2 ขาดธาตุเหล็กครับ
00:11:25 → 00:11:28นะแต่ว่าเวลาเราดูสไลด์เนี่ยเราจะรู้เลย
00:11:28 → 00:11:31ว่าโอ๊ยเนี่ยมันไม่ใช่ซีเมนแน่ๆนะครับหมอ
00:11:31 → 00:11:34เจะดูเป็นนะครับก็ตัดออกไปได้อ่ะแต่ถ้า
00:11:34 → 00:11:36เกิดว่ามันเป็นธาตุเหล็กล่ะมันแยกกันไม่
00:11:36 → 00:11:40ออกครับกับพิษจากอลูมิเนียมระยะเรื้อรัง
00:11:40 → 00:11:43ทีนี้แหละครับส่วนใหญ่เนี่ยถ้าเราเจอเมเล
00:11:43 → 00:11:46แดงขนาดขนาดเล็กแล้วเราไปตรวจดูธาตุเหล็ก
00:11:46 → 00:11:48ทุกอย่างจะปกติหมดครับคุณให้ธาตุเหล็ก
00:11:48 → 00:11:51เสริมเข้าไปมันก็ไม่หายครับงั้นบางคน
00:11:51 → 00:11:53เนี่ยเคยมาสอบถามผมว่าเอ๊ะเราเป็นโลหิต
00:11:53 → 00:11:56จางเราจะต้องกินอะไรเราจะต้องกินอ่า
00:11:56 → 00:11:58วิตามินตัวไหนเสริมต้องกินธาตุเหล็กมั้ย
00:11:58 → 00:12:01กินโฟเลตมมั้ยนะครับกินวิตามิน B12 มั้ย
00:12:01 → 00:12:04มันถึงจะหายลงอจางผมก็ต้องบอกว่าคุณต้อง
00:12:04 → 00:12:06รู้ก่อนว่าทำไมมันถึงเป็นครับไม่ฉะนั้น
00:12:06 → 00:12:08เนี่ยคุณกินไปก็อาจจะมีโอกาสไม่หายอะไร
00:12:08 → 00:12:12เลยก็ได้นะครับอย่างกรณีได้อลูมิเนียม
00:12:12 → 00:12:15เยอะเกินไปเนี่ยก็คุณกินธาตุเหล็กกิน
00:12:15 → 00:12:17วิตามิน B 122 กินโฟดกินทุกอย่างไม่มี
00:12:17 → 00:12:19ทางหายครับคุณต้องหยุดอลูมิเนียมไปเท่า
00:12:19 → 00:12:21นั้นแหละต้องหยุดไประยะเวลานานๆเลยมันก็
00:12:21 → 00:12:24ขึ้นอยู่กับว่าคุณสะสมในร่างกายของคุณมา
00:12:24 → 00:12:25นานเท่าไหร่นะ
00:12:25 → 00:12:29ครับแล้วก็คนที่มีความเสี่ยงสูง
00:12:29 → 00:12:33กับการดื่มชานมไข่มุกเข้าไปมากๆนอกเหนือ
00:12:33 → 00:12:36จากพวกที่เป็นเบาหวานไขมันพอกตับโรคอ้วน
00:12:36 → 00:12:39อะไรพวกนี้แล้วนะฮะโรคไต
00:12:39 → 00:12:44ครับถามว่าทำไมถ้าคุณบังเอิญไปได้ตัวไข่
00:12:44 → 00:12:46มุกที่มันมีกระบวนการทำที่มันมีปนเปื้อน
00:12:46 → 00:12:49อลูมิเนียมนะครับคนที่เป็นโรคไตเนี่ยมัน
00:12:49 → 00:12:52จะขับอลูมิเนียมออกไม่ค่อยได้เพราะว่า
00:12:52 → 00:12:54อลูมิเนียมจะต้องขับออกทางไตครับแล้วถ้า
00:12:54 → 00:12:56มันมีปัญหาโรคไตอยู่แล้วเนี่ยมันขับไม่
00:12:56 → 00:12:59ออกดังนั้นปัญหาเมื่อตะกี้ที่พูดเป็นทั้ง
00:12:59 → 00:13:02หมดเนี่ยเช่นอ่ามีปัญหาต่อสมองนะครับมี
00:13:02 → 00:13:04ปัญหาต่อระบบเลือดมีปัญหาต่อระบบกระดูก
00:13:04 → 00:13:07มันจะยิ่งเป็นง่ายขึ้นแล้วคนที่เป็นโรคไต
00:13:07 → 00:13:09เนี่ยมันเป็นโรคทางกระดูกง่ายขึ้นอยู่
00:13:09 → 00:13:12แล้วด้วยตัวมันเองนะครับอ่าผมก็เคยพูดไว้
00:13:12 → 00:13:14แล้วในคลิปเรื่องโรคไตเรื้อรังนะครับถ้า
00:13:15 → 00:13:17ใครจำไม่ได้ก็ลองกลับไปฟังดูนะครับเพราะ
00:13:17 → 00:13:19ว่าโรคไตเนี่ยมันมีปัญหาตั้งแต่การผลิต
00:13:19 → 00:13:21วิตามินดีเรื่องของแคลเซียมเรื่องของอะไร
00:13:21 → 00:13:24หลายๆอย่างนะครับก็ทำให้กระดูกมันมีแนว
00:13:24 → 00:13:27โน้มที่จะแย่อยู่แล้วนะฮะถ้าเจอปัญหา
00:13:27 → 00:13:31เรื่องนี้เข้าไปอีกเนี่ยก็นะครับแย่เลยนะ
00:13:31 → 00:13:33ดังนั้นคนที่เป็นโรคไตนะครับก็ต้องระมัด
00:13:33 → 00:13:36ระวังอย่าดื่มชานมไข่มุกมากขนาดนั้นนะฮะ
00:13:36 → 00:13:39บางคนก็สอบถามอโรคไตมี 5 ระยะระยะไหนที่
00:13:39 → 00:13:42ดื่มไม่ได้คือเมื่อไหร่ก็แล้วแต่ที่คุณ
00:13:42 → 00:13:45เริ่มต้นระยะที่ 3 เป็นต้นไปแล้วเนี่ย
00:13:45 → 00:13:47ต้องมีความระมัดระวังมากกว่านะครับเพราะ
00:13:47 → 00:13:49ว่าระยะที่ 1 กับ 2 เนี่ยส่วนใหญ่มันจะ
00:13:49 → 00:13:50ไม่ค่อยมีปัญหาอะไรเท่าไหร่หรอกถ้าเราดู
00:13:51 → 00:13:53แลตัวเองดีๆมันก็ไม่ได้กลายไปเป็นระยะ 3
00:13:53 → 00:13:55และระยะ 4 หรือ 5 นะครับดังนั้นอันเนี้ย
00:13:55 → 00:13:59ก็ต้องบอกไว้ให้ชัดเจนก่อนว่ามันมีปัญญหา
00:13:59 → 00:14:03อะไรได้บ้างนะครับสำหรับชานมไข่มุกอ่ะเรา
00:14:03 → 00:14:07รู้แล้วแหละว่ามันมันไม่ดียังไงแต่มัน
00:14:07 → 00:14:11อร่อยอ่ะมันอร่อยเราจะมีวิธีกินมันยังไง
00:14:11 → 00:14:16ให้ปลอดภัยไนะครับประการแรกเลยนะฮะถ้าเรา
00:14:16 → 00:14:20จะกินของหวานส่วนตัวผมผมก็มีวิธีบางอย่าง
00:14:20 → 00:14:23ของตัวเองเหมือนกันคือผมจะเลือกกินหลัง
00:14:23 → 00:14:27จากออกกำลังกายครับถามว่าทำไมแล้วบางคนก็
00:14:27 → 00:14:29บอกว่าอุ๊ยเสียดายอุตส่าห์ไปออกกำลังกาย
00:14:29 → 00:14:31เบิร์นมาตั้งหลายแคลอรี่เนี่ยต้องกินชานม
00:14:31 → 00:14:34ไข่มุกเข้าไปก็เหมือนกับไอ้เมื่อกี้ไม่
00:14:34 → 00:14:37ได้ทำอะไรเลยสิอืมันก็ใช่ส่วนหนึ่งนะครับ
00:14:37 → 00:14:40แต่อะไรรู้มยครับเวลาที่เราออกกำลังกาย
00:14:40 → 00:14:42เยอะๆเนี่ยครับโดยเฉพาะเวลาที่เราเล่นเวท
00:14:42 → 00:14:45หนังๆเนี่ยสิ่งที่เกิดขึ้นนะครับหลังจาก
00:14:45 → 00:14:47ที่เราออกกำลังกายเสร็จเนี่ยช่วงนั้นนี่
00:14:47 → 00:14:48แหละมันจะเป็นช่วงที่กล้ามเนื้อต้องการ
00:14:48 → 00:14:52น้ำตาลสูงที่สุดแล้วมันก็จะมีช่องทาง
00:14:52 → 00:14:55อย่างนึงเราเรียกว่าเป็น gul 4 นะครับ GR
00:14:55 → 00:14:594 นะครับเป็น glucose Transporter 4
00:14:59 → 00:15:01มันเป็นช่องให้น้ำตาลผ่านไอ้ช่องเนี้ยจะ
00:15:01 → 00:15:04มีปริมาณมากๆมากเยอะเลยแหละหลังจากที่เรา
00:15:04 → 00:15:07ออกกำลังกายเสร็จใหม่ๆดังนั้นเนี่ยน้ำตาล
00:15:07 → 00:15:08ที่เรากินเข้าไปแล้วดูดซึมเข้าสู่กระแส
00:15:08 → 00:15:10เลือดน่ะมันจะผ่านช่องทางเเข้าไปในกล้าม
00:15:10 → 00:15:13เนื้อได้ดีมากขึ้นแล้วส่วนน้ำตาลที่มัน
00:15:13 → 00:15:16ยังหลงเหลืออยู่ในอ่าระดบเลือดของเรา
00:15:16 → 00:15:18เนี่ยมันก็จะไปกระตุ้นอินซูลินซึ่งบางคน
00:15:18 → 00:15:20ไม่ชอบอินซูลินบอกเฮ้ยกระตุ้นอินซูลิน
00:15:20 → 00:15:21เดี๋ยวเราจะเป็นเบาหวานอะไรขนาดนั้นหรือ
00:15:21 → 00:15:24เปล่าจะดื้ออินซูลินหรรือเปล่าอ่าแต่
00:15:24 → 00:15:27สำหรับคนที่เล่นเวทนะครับเล่นกล้ามก็คงจะ
00:15:27 → 00:15:30เคยได้ยินนักกล้ามบางคนทำไมฉีดอินซูลิน
00:15:31 → 00:15:33เออน้ากล้ามเไม่ได้เป็นเบาหวานนะครับแต่
00:15:33 → 00:15:37ก็ฉีดอินซูลินฉีดทำไมเพราะว่าอินซูลิน
00:15:37 → 00:15:39เนี่ยมันทำให้กล้ามเนื้อมันมีขนาดโตขึ้น
00:15:39 → 00:15:43ได้ครับนมันเป็นสารประเภทอนาบอลิคชนิด
00:15:43 → 00:15:46หนึ่งที่ทำให้อวัยวะต่างๆมีขนาดใหญ่ขึ้น
00:15:46 → 00:15:48รวมทั้งกล้ามเนื้อนี้ด้วยนะครับทีนี้
00:15:48 → 00:15:51เนี่ยถ้าเราไปกระตุ้นอินซูลินหลังจากที่
00:15:51 → 00:15:54เราเล่นเวทมาใหม่ๆเนี่ยสำหรับผมนะข้อแรก
00:15:54 → 00:15:56มันเอาน้ำตาลเข้าไปในเซลล์กล้ามเนื้อได้
00:15:56 → 00:15:58เร็วมากขึ้นอยู่แล้วด้วยตัวมันเองข้อที่ 2
00:15:58 → 00:16:00ก็คือมีการกระตุ้นอินซูลินทำให้กล้าม
00:16:00 → 00:16:02เนื้อของเรามีโอกาสโตมากขึ้นได้แต่ทั้ง
00:16:02 → 00:16:05หมดที่ผมพูดมาเนี่ยยังเป็นแค่ทฤษฎีที่ผม
00:16:05 → 00:16:08คิดขึ้นมาแล้วก็จากการที่เข้าใจในเรื่อง
00:16:08 → 00:16:10ระบบกลไกของร่างกายมากๆเท่านั้นเองผมก็
00:16:10 → 00:16:13เลยทำแบบนี้นะครับแล้วก็อย่างน้อยไปกิน
00:16:13 → 00:16:15หลังจากที่เราออกกำลังกายเสร็จมันก็ดี
00:16:15 → 00:16:17กว่าการที่คุณกินแล้วก็ไม่ออกกำลังกายเลย
00:16:17 → 00:16:21แน่ๆนะครับอ่ะอันนี้ประการแรกนะประการที่
00:16:21 → 00:16:252 แน่นอนว่าควรจะลดความถี่ในการกินถ้า
00:16:25 → 00:16:28คุณกินทุกวันอ่ะมันมีปัญหาแน่ๆมันสะสมใน
00:16:28 → 00:16:30ร่างกายการที่คุณไม่ได้กินทุกวันเช่นคุณ
00:16:30 → 00:16:33กินอาทิตย์ละครั้งนึงเนี่ยมันดียังไงนอก
00:16:33 → 00:16:36เหนือจากการที่คุณจะลดปริมาณแคลอรี่ลด
00:16:36 → 00:16:40ปริมาณสารต่างๆที่มันไม่ดีมันมีอีกอย่าง
00:16:40 → 00:16:43นึงครับมันเหมือนคุณให้รางวัลชีวิตตัวเอง
00:16:43 → 00:16:45ทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมาในคุณไม่ได้กินเลยนะ
00:16:45 → 00:16:49ครับคุณอดทนคุณต้องฝ่าฟันความยากลำบากคุณ
00:16:49 → 00:16:51อยากกินมันมากๆแล้วสุดท้ายมาถึงวันที่คุณ
00:16:51 → 00:16:53ให้รางวัลตัวเองคุณกินมันเข้าไปมันจะรู้
00:16:54 → 00:16:55สึกเหมือนว่าไอ้ชานมไข่มุกเนี่ยอื้อหือ
00:16:55 → 00:16:57มันเป็นสุดยอดมันได้รางวัลที่อย่างดีแต่
00:16:57 → 00:16:59คุณลองคิดดูสิครับถ้าคุณได้รางวัลแบบ
00:17:00 → 00:17:02เนี้ยทุกวันไปเรื่อยๆเนี่ยสักวันนึงคุณก็
00:17:02 → 00:17:05ต้องเบื่อนะครับสักวันนึงคุณก็ต้องกินมัน
00:17:05 → 00:17:072 แก้วเพราะแก้วเดียวมันไม่ได้ให้ความ
00:17:07 → 00:17:11รู้สึกมีรางวัลขนาดนั้นแล้วสักวันนึงคุณ
00:17:11 → 00:17:13ก็อาจจะต้องเติมอะไรเข้าไปในนั้นนะน้ำตาล
00:17:13 → 00:17:17ขอเพิ่มเลยจากหวาน 25% ขอเป็นหวาน 125%
00:17:17 → 00:17:19ไปเลยอย่างเงี้ยบางคนก็จะกลายเป็นแบบนั้น
00:17:19 → 00:17:23ขึ้นมานะครับอ่ะประการที่ 3 สิ่งที่คุณทำ
00:17:23 → 00:17:28ได้นะครับคือลองเลือกลองเลือกร้านที่คุณ
00:17:28 → 00:17:30สามารถปรับเปลี่ยนของที่อยู่ข้างในได้นะ
00:17:30 → 00:17:33ครับอ่าถ้าช้าแล้วคุณอยากจะใส่นมเข้าไป
00:17:33 → 00:17:35คุณก็ลองเลือกนมชนิดอื่นที่ไม่ใช่นม
00:17:35 → 00:17:37ธรรมดาเพราะว่านมธรรมดามันก็มีไขมันอยู่
00:17:37 → 00:17:39ในนั้นนะมีแคลอรีอยู่ในนั้นนะฮะถ้าคุณ
00:17:39 → 00:17:41เป็นนมพืชนมอะไรสักอย่างเนี่ยโอเคมันอาจ
00:17:41 → 00:17:44จะไม่ได้อร่อยเท่านะแต่ว่ามันก็จะมีความ
00:17:44 → 00:17:49อ่าดีต่อสุขภาพมากขึ้นหน่อยส่วนไอ้ตัวไข่
00:17:49 → 00:17:52มุกเนี่ยคุณสามารถเลือกไข่มุกชนิดอื่นได้
00:17:52 → 00:17:55นะครับที่มีแคลอรีต่ำเช่นไข่มุกที่มาจาก
00:17:55 → 00:17:59ตัวผงบุกนะครับมันก็จะทำผงบุกมาเป็นเป็น
00:17:59 → 00:18:02เม็ดไข่มุกเหมือนกันตัวเนี้ยก็จะแคลอรี่
00:18:02 → 00:18:05ต่ำนะครับต่อมาที่แคลอรี่ต่ำอีกอันนึงก็
00:18:05 → 00:18:09จะเป็นตัววาดอาหางจระเข้แล้วก็ตัวเฉาก๊วย
00:18:09 → 00:18:123 อันเนี้ยมันมันต่ำเรียงลำลำดับนะบุก
00:18:12 → 00:18:16เนี่ยต่ำสุดแน่ๆนะครับแล้วก็อ่าลองลงมา
00:18:16 → 00:18:19ที่มีแคลอรีสูงกว่านั้นนิดนึงนะครับก็
00:18:19 → 00:18:23เป็นตัวอโลเวราก็คือตัวอ่าว่านหางจระเข้
00:18:23 → 00:18:25ถ้าสูงขึ้นมาอีกหน่อยนึงก็จะเป็นเรื่อง
00:18:25 → 00:18:27ของเฉาก๊วยแล้วแต่ก็แน่นอนครับบางคนก็จะ
00:18:27 → 00:18:29บอกว่าอจะไปรู้ได้ว่าร้านเคเติมน้ำตาลลง
00:18:29 → 00:18:31ไปในนั้นหรือเปล่าอันนี้ก็ตอบไม่ได้แล้ว
00:18:31 → 00:18:33ครับแต่ว่าถ้าเค้าไม่เติมน้ำตาลเนี่ยมัน
00:18:33 → 00:18:36ก็เรียงตามนี้ในเรื่องของแคลอรีที่เรามี
00:18:36 → 00:18:38นะครับอ่าอันนี้เป็นสิ่งที่เราทำ
00:18:38 → 00:18:42ได้แต่เราไม่มีทางรู้นะครับว่าถ้าเรา
00:18:42 → 00:18:45เลือกไข่มุกแบบดั้งเดิมเนี่ยมันจะมีการ
00:18:45 → 00:18:48เติมผสมอลูมิเนียมเข้ามาเท่าไหร่ตอบไม่
00:18:48 → 00:18:52ได้เลยนะอ่าแต่โอเคถ้าดีที่สุดแล้วเรายัง
00:18:52 → 00:18:54อยากจะกินอีกแล้วเราไม่อยากจะได้อะไรพวก
00:18:54 → 00:18:57นี้เลยคุณทำเองเลยครับคุณทำเองที่บ้านคุณ
00:18:57 → 00:18:59ต้มไข่มุกเองคุณจะได้รู้ว่าคุณไม่ต้องใส่
00:18:59 → 00:19:01อลูมิเนียมคุณทำเสร็จใหม่ๆแล้วก็เออเอาไป
00:19:01 → 00:19:04ใส่ในชาของคุณคุณก็เลือกนมเองได้เลือกชา
00:19:04 → 00:19:07เองได้นะครับถ้าเกิดบางคนไปเจออ้าวโออัน
00:19:07 → 00:19:11นี้มันชาชาไทยหืส้มเลยมันมีสาร Sunset
00:19:11 → 00:19:13Yellow ที่ผมเล่าไปแล้วใช่มั้ยฮะถ้าคุณ
00:19:13 → 00:19:15กินเยอะๆอ่ามีปัญหาอีกนะครับแต่ที่นี้คุณ
00:19:15 → 00:19:18ทำเองคุณก็เลือกชาไทยที่มันไม่ส้มได้ใช่
00:19:18 → 00:19:21มยครับคุณก็เลือกชาทุกอย่างที่คุณอยากได้
00:19:21 → 00:19:24คุณเอาชาตัวไหนมาที่คุณรู้ว่าแหล่งที่มา
00:19:24 → 00:19:26มันเป็นยังไงนะครับไม่มีสารปนเปื้อนแน่ๆ
00:19:27 → 00:19:29นะครับไม่มีโลหะหนักแน่ๆอ่ะคุณเลือกของ
00:19:29 → 00:19:32คุณเองเลยอันเนี้ยปลอดภัยที่สุดแล้วแหละ
00:19:32 → 00:19:34เท่าที่ผมจะคิดได้อันนั้นถ้าคุณจะกินจริง
00:19:34 → 00:19:37ๆนะแล้วก็แน่นอนครับการเติมน้ำตาลเข้าไป
00:19:37 → 00:19:39ในนั้นก็เป็นการเพิ่มเติมแคลอรีให้กับ
00:19:39 → 00:19:42ร่างกายของคุณเองนะนั้นก็ต้องระวังในส่วน
00:19:42 → 00:19:46นี้นะครับงั้นอันนี้คือทั้งหมดของชานมไข่
00:19:46 → 00:19:48มุกนะครับที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์
00:19:48 → 00:19:51กับหลายๆคนที่คิดจะกินมันต่อไปนะครับหรือ
00:19:51 → 00:19:54ว่าอยากจะกินแต่ว่าตอนนี้น้ำหนักตัวเยอะ
00:19:54 → 00:19:56แล้วจะทำยังไงดีกินยังไงให้ให้มันได้
00:19:56 → 00:19:59ประโยชน์นะครับแล้วก็คนที่เป็นโรคตคนที่
00:19:59 → 00:20:01มีเบาหวานไขมันสูงอะไรพวกเอาจจะต้องมี
00:20:01 → 00:20:05ความระมัดระวังในการดื่มชานงไขมุกบ่อยๆนะ
00:20:05 → 00:20:08ครับอ่าโอเควันนี้ผมก็หวังว่าพวกนี้จะ
00:20:08 → 00:20:11เป็นประโยชน์กับหลายๆคนนะครับเรารู้ที่มา
00:20:11 → 00:20:13ที่ไปมันมายังไงแล้วนะครับมาจากไต้หวัน
00:20:13 → 00:20:16อะไรอย่างเงี้ยนะฮะแล้วก็รู้ด้วยอีกซ้ำไป
00:20:16 → 00:20:19นะครับว่าเอ่อมีวันที่ 30 เมษายนดันเป็น
00:20:19 → 00:20:23วันชานมไข่มุกแห่งชาติโอ้โหอันนี้แบบดูผม
00:20:23 → 00:20:25ก็เพิ่งเคยได้ยินอันนี้แต่ตลกดีเหมือนกัน
00:20:25 → 00:20:27นะครับโอเควันนี้ก็เท่านี้แล้วกันนะครับ
00:20:27 → 00:20:29ถ้าใครมีอะไรสงสัยก็สสอบถามมานะครับ
00:20:29 → 00:20:33ขอบคุณมากครับสวัสดีครับ