00:00:02 → 00:00:19[เพลง]
00:00:19 → 00:00:22สนับสนุนโดย True Corporation ชีวิตดี
00:00:22 → 00:00:25กว่าเมื่อมีกันและ
00:00:25 → 00:00:28[เพลง]
00:00:28 → 00:00:30กัน
00:00:30 → 00:00:33ไขมันพอกตับไม่อ้วนก็เป็นได้ทิ้งไว้
00:00:33 → 00:00:34เสี่ยงมะเร็ง
00:00:34 → 00:00:36[เพลง]
00:00:36 → 00:00:40ตับเปิดวิธีรักษาไขมันพอกตับโดยไม่ต้อง
00:00:40 → 00:00:42ใช้
00:00:42 → 00:00:46ยาอาหารช่วยลดไขมันพอกตับกินอะไรช่วยล้าง
00:00:47 → 00:00:50พิษติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ในรายการ TNN
00:00:51 → 00:00:54Health วัน
00:00:54 → 00:00:58นี้สวัสดีค่ะขอต้อนรับเข้าสู่รายการ tn
00:00:58 → 00:01:01And He เข้าถึงทุกสาระสุขภาพเสริมภูมิ
00:01:01 → 00:01:05คุ้มกันรู้ทันโรคไปกับ tn Health ค่ะและ
00:01:05 → 00:01:08ดิฉันหมอดาวแพทย์หญิงสัตว์ดาวจังวังกร
00:01:08 → 00:01:11แพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ครอบครัวพร้อม
00:01:11 → 00:01:14ที่จะรับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการพาคุณ
00:01:14 → 00:01:19ผู้ชมไปเข้าถึงทุกสาระสุขภาพกัน
00:01:19 → 00:01:24[เพลง]
00:01:24 → 00:01:28ค่ะสำหรับสัปดาห์นี้นะคะเราจะมาพูดถึงภัย
00:01:28 → 00:01:32เงียบที่ทำให้ประชาไทยนะคะร้อยละ 25 ถ
00:01:32 → 00:01:36ร้อยละ 30 เป็นกันนั่นก็คือภาวะไขมันพอก
00:01:36 → 00:01:39ตับภาวะไขมันพอกตับค่ะนับเป็นภาวะที่เป็น
00:01:39 → 00:01:43ภัยเงียบไขมันพอกตับเสี่ยงมะเร็งตับหลาย
00:01:43 → 00:01:46คนนะคะคงไม่ทราบได้ว่าไขมันพอกตับคืออะไร
00:01:46 → 00:01:51ไปฟังพร้อมๆกันค่ะทุกคนเสี่ยงจะมีภาวะไข
00:01:51 → 00:01:54มันพอกตับได้นะคะแม้ไม่อ้วนเพราะวิถี
00:01:54 → 00:01:57ชีวิตแบบคนเมืองโดยพบว่าคนที่อ้วนมีไขมัน
00:01:57 → 00:02:01พอกตับร้อยละ 60 และคนที่ไม่อ้วนนั้นมีไข
00:02:01 → 00:02:04มันพอกตับร้อยละ 19 ซึ่งภาวะโรคไขมันพอก
00:02:04 → 00:02:07ตับหรือ fatty liv disease นะคะเป็น
00:02:07 → 00:02:11กลุ่มของโรคที่เกิดจากการสะสมไขมันในตับ
00:02:11 → 00:02:14และเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดทำให้ผล
00:02:14 → 00:02:17การตรวจการทำงานของตับผิดปกติค่ะโรคนี้
00:02:17 → 00:02:20มักไม่ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดแต่บางครั้ง
00:02:20 → 00:02:23จะบ่งชี้ถึงปัญหาสุขภาพด้านอื่น
00:02:23 → 00:02:27ๆก่อนอื่นนะคะเรามารู้จักกันดีกว่าว่าโรค
00:02:27 → 00:02:30ไขมันพอกตับคืออะไร
00:02:30 → 00:02:34โรคไขมันพอกตับหมายถึงภาวะที่มีการสะสม
00:02:34 → 00:02:37ของไขมันซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปของไตร
00:02:37 → 00:02:40กิลด์ในเซลล์ตับกล่าวคือมีปริมาณน้ำตาล
00:02:40 → 00:02:43ส่วนเกินในร่างกายมากจนเกินความต้องการจน
00:02:43 → 00:02:46ตับจะนำไปสร้างเป็นไขมันในคนปกติระดับน้ำ
00:02:47 → 00:02:49ตาลจะถูกควบคุมโดยอินซูลินซึ่งผลิตมาจาก
00:02:49 → 00:02:53ตับอ่อนเมื่อน้ำตาลในเลือดสูงตับอ่อนจะ
00:02:53 → 00:02:56หลั่งอินซูลินออกมามากขึ้นโดยอินซูลินจะ
00:02:56 → 00:02:59ออกฤทธิ์ที่ตับกล้ามเนื้อและเซลล์ไขมัน
00:02:59 → 00:03:02เพื่อทำให้เกิดการสร้างน้ำตาลเกิดขึ้นใน
00:03:02 → 00:03:05ภาวะที่ดื้อต่ออินซูลินซึ่งอาจจะเกิดจาก
00:03:05 → 00:03:08กรมพรหรือจากพฤติกรรมที่ผิดเพี้ยนไปเช่น
00:03:08 → 00:03:11การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลหรือไขมัน
00:03:11 → 00:03:14มากเกินไปจะทำให้เซลล์ต่างๆไม่ตอบสนองต่อ
00:03:14 → 00:03:17อินซูลินทำให้ตับอ่อนต้องผลิตอินซูลิน
00:03:17 → 00:03:20เพิ่มมากขึ้นเพื่อรักษาระดับน้ำตาลใน
00:03:20 → 00:03:23เลือดให้คงที่เมื่อภาวะดื้อต่ออินซูลิน
00:03:23 → 00:03:26เพิ่มมากขึ้นอีกก็ยิ่งทำให้เกิดการสะสมไข
00:03:26 → 00:03:30มันขึ้นที่ตับและการสะสมไขมันที่ขึ้นที่
00:03:30 → 00:03:32ตับมากขึ้นเรื่อยๆนั้นก็จะทำให้เกิดภาวะ
00:03:32 → 00:03:36ไขมันพอกตับขึ้นและที่สำคัญค่ะในยุคนี้
00:03:36 → 00:03:39ไม่มีน้ำตาลไหนที่จะอันตรายไปกว่าน้ำตาล
00:03:39 → 00:03:42ที่เรียกว่า High ุสค Cup หรือ
00:03:43 → 00:03:46hfcs ที่อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม
00:03:46 → 00:03:48นำมาใช้ปรุงแต่งผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่อง
00:03:48 → 00:03:51ดื่มสำเร็จรูปทั้งหลายอันเป็นสาเหตุใหญ่
00:03:51 → 00:03:56ที่นำไปสู่โรคไขมันพอกตับโดยสาเหตุของโรค
00:03:56 → 00:03:59ไขมันพอกตับนะคะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทค่ะ
00:03:59 → 00:04:02ประเภทแรกก็คือโรคไขมันพอกตับที่เกิดจาก
00:04:02 → 00:04:03การดื่ม
00:04:03 → 00:04:06แอลกอฮอล์ซึ่งเกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ใน
00:04:06 → 00:04:10ปริมาณที่มากเกินไปจนทำให้ตับทำงานได้ไม่
00:04:10 → 00:04:13เต็มประสิทธิภาพและเกิดการสะสมของไขมัน
00:04:13 → 00:04:16ที่ตับและประเภทที่ 2 ก็คือโรคไขมันพอก
00:04:16 → 00:04:20ตับที่ไม่ได้เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ซึ่ง
00:04:20 → 00:04:23เกิดขึ้นจากความผิดปกติของระบบการเผาผลาญ
00:04:23 → 00:04:27เช่นโรคอ้วนโรคเบาหวานโรคไขมันในเลือดสูง
00:04:27 → 00:04:30จนทำให้เกิดการสะสมไขมันอยู่ที่
00:04:31 → 00:04:34ตับแล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเรามีโรคไข
00:04:34 → 00:04:38มันพอกตับอันดับแรกค่ะคือการเจาะเลือดดู
00:04:38 → 00:04:42การทำงานของตับหรือฟังก์ชัน Test นะคะว่า
00:04:42 → 00:04:47มีค่าการอักเสบสูงกว่าปกติหรือไม่ในคนที่
00:04:47 → 00:04:50มีภาวะไขมันพอกตับอาจพบระดับน้ำตาลและ
00:04:50 → 00:04:54ระดับไขมันในเลือดที่สูงกว่าปกติร่วมด้วย
00:04:54 → 00:04:56นอกจากนี้นะคะยังมีการตรวจอัลตร้าซาวด์
00:04:56 → 00:05:00บริเวณช่องท้องจะพบว่าตับอาจมีขนาดโขึ้น
00:05:00 → 00:05:03และมีลักษณะขาวขึ้นเมื่อเทียบกับอวัยวะ
00:05:03 → 00:05:06ส่วนอื่นๆเช่นไตและม้ามการตรวจวัดไขมัน
00:05:06 → 00:05:10พอกตับโดยวิธีการสแกนด้วยเครื่องและ
00:05:10 → 00:05:13ไฟโบรสแกนเป็นการตรวจความยืดหยุ่นพร้อม
00:05:13 → 00:05:16กับประเมินไขมันที่สะสมอยู่ภายในเนื้อตับ
00:05:16 → 00:05:19เพื่อสำรวจความเสียหายของเนื้อเยื่อจาก
00:05:19 → 00:05:23การที่มีไขมันไปพอกตับในช่วงหน้านะคะเรา
00:05:23 → 00:05:26จะไปรู้กันว่าจะรักษาโรคไขมันพอกตับอย่าง
00:05:26 → 00:05:30ไรโดยไม่ใช้ยาติดตามได้ในรายการ TNN ช่วง
00:05:30 → 00:05:31หน้า
00:05:31 → 00:05:54[เพลง]
00:05:54 → 00:05:58ค่ะสนับสนุนโดยแอปหมอดีหมอประจำบ้านในมือ
00:05:58 → 00:06:01คุณ
00:06:01 → 00:06:03กลับเข้าสู่ช่วงที่ 2 ของรายการ TNN
00:06:03 → 00:06:06Health ค่ะสำหรับในสัปดาห์นี้นะคะเราจะ
00:06:06 → 00:06:09มารู้กันในเรื่องของโรคไขมันพอกตับค่ะและ
00:06:09 → 00:06:12ในช่วงนี้นะคะเราจะมาพบกับแพทย์ผู้เชี่ยว
00:06:12 → 00:06:15ชาญจากแอปหมอดีจะมาพูดคุยในเรื่องของโรค
00:06:15 → 00:06:21ไขมันพอกตับกัน
00:06:21 → 00:06:26[เพลง]
00:06:26 → 00:06:30ค่ะสวัสดีค่ะอาจารย์ขอเริ่มที่คำถามแรก
00:06:30 → 00:06:33เลยนะคะก็เป็นที่ทราบกันดีนะคะว่าอาการ
00:06:33 → 00:06:36ของโรคไขมันพอกตับเนี่ยค่ะจะไม่มีอาการใน
00:06:36 → 00:06:39ช่วงแรกแต่หากว่ามีการอักเสบของตับแล้ว
00:06:39 → 00:06:42และนำไปสู่ภาวะตับแข็งจะมีอาการอย่างไร
00:06:42 → 00:06:45บ้างคะอาจารย์ภาวะไขมันข้างสะสมในตับหรือ
00:06:45 → 00:06:48ไขมันพอกตับเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในสังคม
00:06:48 → 00:06:52ปัจจุบันรวมถึงสังคมในอนาคตด้วยนะคะซึ่ง
00:06:52 → 00:06:55ไขมันพอกตับเนี่ยก็เกิดจากการที่ตับเนี่ย
00:06:55 → 00:06:58มีปริมาณไขมันไปสะสมในตับที่มากเกินกว่า
00:06:58 → 00:07:01ปกติโดยทั่วไปแล้วเนี่ยหน้าที่ของตับหน้า
00:07:01 → 00:07:04ที่นึงที่สำคัญเลยก็คือการสะสมไขมันเก็บ
00:07:04 → 00:07:07เอาไว้มาเป็นพลังงานสำรองในร่างกายของเรา
00:07:07 → 00:07:11ให้เอามาใช้ในภาวะฉุกเฉินแต่หากมีการสะสม
00:07:11 → 00:07:14ไขมันที่มากเกินไปโดยทั่วไปถ้ามากกว่า
00:07:14 → 00:07:175-10 per ของน้ำหนักตับเนี่ยก็จะก่อให้
00:07:17 → 00:07:20เกิดภาวะที่เราเรียกว่าภาวะไขมันข้างสะสม
00:07:20 → 00:07:25ในตับได้ซึ่งหากตับมีปริมาณไขมันไปสะสม
00:07:25 → 00:07:27มากเกินไปเนี่ยก็จะก่อให้เกิดภาวะตับ
00:07:27 → 00:07:30อักเสบถ้าเราปล่อยให้ตับอักเสบมากขึ้น
00:07:30 → 00:07:34เรื่อยๆก็จะเกิดภาวะเกิดพังผืดสะสมในตับ
00:07:34 → 00:07:37ได้และท้ายที่สุดก็จะเกิดภาวะที่เรียกว่า
00:07:37 → 00:07:39ตับแข็งซึ่งก็จะเพิ่มความเสี่ยงของการ
00:07:39 → 00:07:42เกิดมะเร็งตับโดยทั่วไปแล้วเนี่ยคนนไข้
00:07:42 → 00:07:47ที่มาหาหมอด้วยเรื่องภาวะไขมันข้างสะสมใน
00:07:47 → 00:07:50ตับเนี่ยส่วนใหญ่เลยไม่มีอาการคนไข้เนี่ย
00:07:50 → 00:07:54มักจะมาทราบก็ต่อเมื่อไปตรวจสุขภาพแล้วก็
00:07:54 → 00:07:57ตรวจเจอว่ามีค่าตับอักเสบอาจจะเล็กๆน้อยๆ
00:07:57 → 00:08:00หรือว่าไปอัลตร้าซาวตับแล้วก็เจอว่ามี
00:08:00 → 00:08:04ภาวะไขมันสะสมอยู่ที่ตับนะคะเพราะฉะนั้น
00:08:04 → 00:08:07โดยทั่วไปมักไม่มีอาการแต่หากระยะเวลาของ
00:08:07 → 00:08:10โรคเป็นมากขึ้นคนไข้เริ่มมีภาวะตับอักเสบ
00:08:10 → 00:08:13อันเนี้ยเขาอาจจะมีอาการแบบไม่จำเพาะเจาะ
00:08:13 → 00:08:17จงได้เช่นอาจจะมีอาการเบื่ออาหารอ่อน
00:08:18 → 00:08:21เพลียเหมือนกับไม่มีแรงหรือว่ามีอาการ
00:08:21 → 00:08:24ลักษณะของจุกแน่นบริเวณใต้ชายโครงขวาได้
00:08:24 → 00:08:27แต่หากตัวโรคเป็นมากขึ้นแล้วะกลายเป็นตับ
00:08:27 → 00:08:31แข็งอันนี้อาจจะเกิดอาการที่เกิดจากภาวะ
00:08:31 → 00:08:35แทรกซ้อนของภาวะตับแข็งได้ค่ะเช่นตัว
00:08:35 → 00:08:38เหลืองตาเหลืองปัสสาวะสีเข้มขึ้นหรือมี
00:08:38 → 00:08:41ลักษณะของขาบวมมีท้องโตขึ้นจากการที่มี
00:08:41 → 00:08:45สารน้ำในท้องหรือมีภาวะซึมสับสนจากการที่
00:08:45 → 00:08:49มีของเสียคั่งในร่างกายค่ะอาจารย์ขาทำไม
00:08:49 → 00:08:53คนผอมถึงเป็นไขมันพอกตับได้คะก่อนอื่นคง
00:08:53 → 00:08:56ต้องทราบก่อนว่าใครใครบ้างที่มีความ
00:08:56 → 00:08:59เสี่ยงต่อการที่จะเกิดภาวะคั่งสะสมในใน
00:08:59 → 00:09:02ตับต้องแบ่งเป็น 2 กลุ่มกลุ่ม 2 กลุ่ม
00:09:02 → 00:09:04เนี่ยที่จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะ
00:09:04 → 00:09:07ข้างสะสมในตับคือกลุ่มที่ 1 คือกลุ่มที่
00:09:07 → 00:09:10สัมพันธ์กับการดื่มแอลกอฮอล์คือคนที่ดื่ม
00:09:10 → 00:09:13แอลกอฮอล์ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานอันนี้
00:09:13 → 00:09:15ก็จะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดภาวะไขมัน
00:09:15 → 00:09:20คั่งสะสมในตัส่วนในกลุ่มที่ 2 คือกลุ่ม
00:09:20 → 00:09:22ที่ไม่ได้สัมพันธ์กับแอลกอฮอล์นะคะก็จะ
00:09:22 → 00:09:25ได้แก่กลุ่มไหนบ้างก็คือกลุ่มคนไข้ที่ได้
00:09:25 → 00:09:29รับยาบางอย่างเช่นได้รับยาฮอร์โมนยาคลุม
00:09:29 → 00:09:33บางชนิดหรือว่าได้ยากลุ่มเคมีบำบัดพวกนี้
00:09:33 → 00:09:36ก็อาจจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะไข
00:09:36 → 00:09:39มันข้างสะสมในตับได้ส่วนอีกกลุ่มนึงซึ่ง
00:09:39 → 00:09:42อันนี้เป็นกลุ่มที่สำคัญที่สุดในปัจจุบัน
00:09:42 → 00:09:46ก็คือกลุ่มที่มีการเผาผลาญพลังงานในร่าง
00:09:46 → 00:09:49กายที่ผิดปกติไปที่เรียกว่ากลุ่มคนไข้ที่
00:09:49 → 00:09:52เป็นกลุ่มภาวะดื้อต่ออินซูลินหรือเรียก
00:09:52 → 00:09:56ว่ากลุ่มที่มี insulin resistance กลุ่ม
00:09:56 → 00:09:58นี้คือกลุ่มอะไรก็คือภาวะ insulin
00:09:58 → 00:10:01resistance เนี่ยก็ต้องบอกว่าในคนทั่วไป
00:10:01 → 00:10:05ปกติค่ะเวลาที่ระดับน้ำตาลในเลือดของเรา
00:10:05 → 00:10:08เนี่ยจะถูกควบคุมนะคะได้จากฮอร์โมนที่เรา
00:10:08 → 00:10:11เรียกว่าอินซูลินซึ่งฮอร์โมนอินซูลิน
00:10:11 → 00:10:14เนี้ยจะถูกผลิตจากตับอ่อนดังนั้นเมื่อ
00:10:14 → 00:10:17ระดับน้ำตาลในร่างกายเราสูงขึ้นตับอ่อนก็
00:10:17 → 00:10:20จะผลิตอินซูลินออกมาเพิ่มมากขึ้นตัว
00:10:20 → 00:10:22อินซูลินจะไปออกฤทธิ์ตามเซลล์ต่างๆของ
00:10:22 → 00:10:26ร่างกายเช่นเซลล์ตับเซลล์กล้ามเนื้อเพื่อ
00:10:26 → 00:10:30ดึงเอาน้ำตาลไปใช้ในตับเนี่ยน้ำตาลส่วน
00:10:30 → 00:10:32ที่เกินก็จะเปลี่ยนไปเป็นไขมันแล้วไปพอก
00:10:32 → 00:10:35ในตับเพราะฉะนั้นกลุ่มคนไข้ที่มีภาวะดื้อ
00:10:35 → 00:10:37ต่ออินซูลินเนี่ยเซลล์อื่นๆเนี่ยเขาจะไม่
00:10:37 → 00:10:41ตอบสนองต่ออินซูลินนะคะพอมีภาวะดื้อต่อ
00:10:41 → 00:10:43อินซูลินตับอ่อนก็ต้องสร้างอินซูลินขึ้น
00:10:43 → 00:10:46มาเพิ่มมากขึ้นพอสร้างเพิ่มมากขึ้นหน้า
00:10:46 → 00:10:49ที่หลักก็ตับเนี่ยก็จะต้องเปลี่ยนน้ำตาล
00:10:49 → 00:10:52ที่มันเพิ่มมากขึ้นนะคะเปลี่ยนไปเป็นไข
00:10:52 → 00:10:55มันที่พอกอยู่ในตับดังนั้นเนี่ยกลุ่มคน
00:10:55 → 00:10:57ไข้ที่มีภาวะดื้อต่ออินซูลินก็จะเพิ่ม
00:10:57 → 00:11:00ความเสี่ยงต่อการเกิดเกิดภาวะไขมันขั่ง
00:11:00 → 00:11:05สะสมในตับแล้วใครบ้างที่มีโอกาสเกิดภาวะ
00:11:05 → 00:11:08ที่เรียกว่าภาวะดื้อต่ออินซูลินนะภาวะ
00:11:08 → 00:11:11อินซูลินพบได้ในกลุ่มที่ 1 พันธุกรรมดัง
00:11:11 → 00:11:14นั้นถามว่าคนผอมเป็นภาวะไขมันข้างตับได้
00:11:15 → 00:11:18ไมเป็นได้ถ้าเขามีพันธุกรรมที่มีความสุ่ม
00:11:18 → 00:11:21เสี่ยงต่อการเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินนอก
00:11:22 → 00:11:24จากนี้เนี่ยภาวะดื้อต่ออินซูลินยังพบได้
00:11:24 → 00:11:26จากนอกจากเมื่อกี้พันธุกรรมใช่มต่อไปเป็น
00:11:26 → 00:11:29พฤติกรรมพฤติกรรมบางอย่างจะเพิ่มความ
00:11:29 → 00:11:32เสี่ยงต่อการเกิดภาวะดื้ออินซูลินเช่น
00:11:32 → 00:11:35พฤติกรรมการกินที่ไม่ถูกต้องการรับประทาน
00:11:35 → 00:11:39อาหารจำพวกไขมันที่มากเกินไปการรับประทาน
00:11:39 → 00:11:42อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเช่นข้าวแป้งน้ำ
00:11:42 → 00:11:46ตาลที่มากเกินไปจนเกิดภาวะอ้วนก็จะเกิด
00:11:46 → 00:11:48ภาวะที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะ
00:11:48 → 00:11:51ดื้อต่ออินซูลินได้สุดท้ายเนี่ยภาวะดื้อ
00:11:51 → 00:11:54อินซูลินยังพบได้บ่อยในคนไข้ที่เป็นภาวะ
00:11:55 → 00:11:57อ้วนลงพุงที่เราเรียกว่า metabolic
00:11:57 → 00:12:00Syndrome กลุ่มเหล่านี้ก็จะได้แก่่กลุ่ม
00:12:00 → 00:12:05คนไข้ที่มีภาวะเส้นรอบพุงที่มากกว่าปกติ
00:12:05 → 00:12:09ปกติเพศชายเราเอาที่เกิน 90 ซมผู้หญิงเรา
00:12:09 → 00:12:14เอาที่ 80 ซมดังนั้นเนี่ยคนผอมตัวผอมแต่
00:12:14 → 00:12:17ถ้าเส้นรอบพุงเกินอันเนี้ยก็อาจจะเพิ่ม
00:12:17 → 00:12:20ความเสี่ยงต่อการเกิดมีภาวะดื้อต่อ
00:12:20 → 00:12:22อินซูลินและก่อให้เกิดภาวะไขมันพอกตับได้
00:12:22 → 00:12:24นอกจากนี้ก็อาจจะพบในกลุ่มคนแข่ที่เป็น
00:12:24 → 00:12:29เบาหวานความดันแล้วก็ไขมันในเลือดสูงคน
00:12:29 → 00:12:31อ้วนน่ะเป็นได้อยู่แล้วไขมันคั่งสะสมใน
00:12:31 → 00:12:35ตับแต่คนผอมก็มีโอกาสที่จะเป็นภาวะคั่ง
00:12:35 → 00:12:39สะสมในตับได้จากตัวพันธุกรรมเองหรือถ้าคน
00:12:39 → 00:12:43ผอมนั้นตัวผอมแต่ว่าถ้าพุงเอ่อมีระดับพุง
00:12:43 → 00:12:46ที่มากกว่าเกณฑ์ตามปกติที่ควรจะเป็นก็
00:12:46 → 00:12:48เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะไขมันข้าง
00:12:48 → 00:12:52ตับได้ค่ะอาจารย์คะและการดำเนินโรคของโรค
00:12:52 → 00:12:56ไขมันพอกตับนั้นแบ่งได้เป็นกี่ระยะคะภาวะ
00:12:56 → 00:12:59ไขมันค้างสะสมในตับหรือไขมันพอกตับเนี่ย
00:12:59 → 00:13:03แบ่งได้ใหญ่ๆเป็น 4 ระยะนะคะระยะที่ 1 ก็
00:13:03 → 00:13:07คือมีไขมันไปสะสมในตับแต่ว่ายังไม่ก่อให้
00:13:07 → 00:13:10เกิดการอักเสบระยะที่ 2 คือพอมีไขมันค้าง
00:13:10 → 00:13:13สะสมในตับมากขึ้นมากขึ้นเป็นระยะเวลาที่
00:13:13 → 00:13:17นานขึ้นก็จะก่อให้เกิดการอักเสบที่เกิด
00:13:17 → 00:13:20ขึ้นในตับหากการอักเสบนั้นเนี่ยเป็นระยะ
00:13:20 → 00:13:22เวลาที่ต่อเนื่องนานเกิน 6 เดือนอันนี้จะ
00:13:22 → 00:13:26เรียกว่าภาวะตับอักเสบเรืรำส่วนระยะที่ 3
00:13:27 → 00:13:30ก็คือเมื่อมีการอักเสบในเซตับเซลล์บาง
00:13:30 → 00:13:32ส่วนอาจจะเริ่มตายเซลล์ตับบางส่วนเริ่ม
00:13:32 → 00:13:37ตายก็จะมีกระบวนการของร่างกายผลิตเอ่อเขา
00:13:37 → 00:13:40เรียกว่าพังผืดเข้ามาแทรกตรงเซลล์ที่ตาย
00:13:40 → 00:13:43ในเนื้อตับทำให้เกิดภาวะพังผืดเกิดขึ้นใน
00:13:43 → 00:13:46เซลล์ตับซึ่งอันนี้เราจะเรียกว่าระดับที่
00:13:46 → 00:13:493 ส่วนระดับสุดท้ายคือระดับที่ 4 เมื่อ
00:13:49 → 00:13:53มีพังผืดมากขึ้นมากขึ้นในเรื่อยๆในเซลล์
00:13:53 → 00:13:55ตับเพิ่มความเสี่ยงที่ทำให้ตับนั้นกลาย
00:13:55 → 00:13:57เป็นตับแข็งแล้วเมื่อไหร่เป็นตับแข็งก็จะ
00:13:57 → 00:14:00เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับตามมา
00:14:00 → 00:14:04ได้ค่ะแล้วโรคไขมันพอกตับรักษาได้อย่างไร
00:14:04 → 00:14:07คะการรักษาไขมันพอกตับจริงๆแล้วต้องบอก
00:14:08 → 00:14:08ว่าใน
00:14:08 → 00:14:12ปัจจุบันยังไม่มียาในการรักษาภาวะไขมัน
00:14:12 → 00:14:16พอกตับโดยตรงเป็นการรักษาโดยอ้อมทั้งสิ้น
00:14:16 → 00:14:20อย่างเช่นยากลุ่มที่เพิ่มความไวต่อ
00:14:21 → 00:14:24อินซูลินนะคะพวกนี้เราก็จะใช้ในคนไข้ที่
00:14:24 → 00:14:28เป็นเบาหวานนะคะหรือว่ายากลุ่มที่จะลดไข
00:14:28 → 00:14:32มันในเลือดลดความดันในเลือดนะคะแต่ทั้ง
00:14:32 → 00:14:35นี้ทั้งนั้นเนี่ยหากกระบวนการของไขมันพอก
00:14:35 → 00:14:37ตับเป็นมากขึ้นจนเกิดภาวะตับอักเสบอันนี้
00:14:37 → 00:14:40เราอาจจะมียาที่ช่วยลดการอักเสบในตับที่
00:14:40 → 00:14:42เราเรียกว่าแนิออกซินแต่เป็นการรักษาทาง
00:14:42 → 00:14:46อ้อมเราไม่สามารถใช้ยาไปลดปริมาณไขมันใน
00:14:46 → 00:14:49ตับได้โดยตรงในปัจจุบันนอกจากนี้หากระยะ
00:14:50 → 00:14:53การดำเนินของโรคเข้าสู่ภาวะตับแข็งเป้า
00:14:53 → 00:14:55หมายของการรักษาเนี่ยเป็นการควบคุมภาวะ
00:14:55 → 00:14:59ตับแข็งให้ไม่เป็นมากขึ้นและรักรักษาภาวะ
00:14:59 → 00:15:02แทรกซ้อนของการเกิดภาวะตับแข็งเช่นอาจมี
00:15:03 → 00:15:06การให้ยาขับปัสสาวะถ้าคนไข้มีอาการขาบวม
00:15:06 → 00:15:10มีน้ำในท้องหรือว่าท้องมารมีการให้ยาลด
00:15:10 → 00:15:12ความดันบางชนิดเพื่อไปลดความดันหลอดเลือด
00:15:12 → 00:15:17โป่งพองในหลอดอาหารหรือมีการให้ยาระบาย
00:15:17 → 00:15:21เพื่อช่วยในการขับของเสียออกจากร่างกายนะ
00:15:22 → 00:15:25คะแต่ถึงในนั้นพอเมื่อระยะเวลาการดำเนิน
00:15:25 → 00:15:29โรคผ่านไปเรื่อยๆจนภาวะตับเข้าเข้าสู่ตับ
00:15:29 → 00:15:32แข็งระยะสุดท้ายหรือมะเร็งตับก็อาจจะมี
00:15:32 → 00:15:35การรักษาที่เรียกว่าการผ่าตัดเปลี่ยนตับ
00:15:35 → 00:15:38ได้ซึ่งการผ่าตัดเปลี่ยนตับเนี่ยก็ต้อง
00:15:38 → 00:15:41บอกว่าเป็นการผ่าตัดที่ค่อนข้างซับซ้อนนะ
00:15:41 → 00:15:44คะแล้วก็อาจจะมีผลข้างเคียงภายหลังการผ่า
00:15:44 → 00:15:47ตัดได้ดังนั้นเนี่ยในกลุ่มคนไข้เหล่านี้
00:15:47 → 00:15:50เนี่ยก็คงจะต้องมาประเมินถึงประโยชน์ความ
00:15:50 → 00:15:54จำเป็นหรือว่าผลแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้น
00:15:54 → 00:15:57ซึ่งอันนี้อาจจะต้องพิจารณาเป็นรายๆไปและ
00:15:57 → 00:16:00ท้ายที่สุดเลยหลักการและหัวใจที่สำคัญที่
00:16:00 → 00:16:04สุดของการรักษาภาวะไขมันคั่งสะสมในตับ
00:16:04 → 00:16:07อย่างที่บอกไปแล้วว่ายาไม่ใช่ตัวที่สำคัญ
00:16:07 → 00:16:10ที่สุดแต่ตัวที่สำคัญที่สุดคือการลดน้ำ
00:16:10 → 00:16:14หนักการปรับพฤติกรรมแล้วก็การควบคุมอาหาร
00:16:14 → 00:16:17ค่ะอาจารย์คะสำหรับคนที่เป็นระยะเริ่มต้น
00:16:17 → 00:16:21ของโรคไขมันพอกตับนั้นการรักษาโดยไม่ใช้
00:16:21 → 00:16:25ยาทำได้อย่างไรบ้างคะโอเคค่ะจริงๆแล้วการ
00:16:25 → 00:16:27หัวใจอย่างที่กล่าวไปแล้วว่าหัวใจสำคัญ
00:16:27 → 00:16:30ของการรักษาภาวะไขมันข้างสะสมในตับคือการ
00:16:30 → 00:16:33ปรับพฤติกรรมและการดูแลสุขภาพองค์รวมจริง
00:16:33 → 00:16:36ๆแล้วเราใช้ได้ในทุกระยะของการรักษาภาวะ
00:16:36 → 00:16:40ข้างสะสมไขไขมันข้างสะสมในตับได้เลยนะ
00:16:40 → 00:16:43งั้นหลักการก็คือ 1 คือสำคัญที่สุดคือการ
00:16:43 → 00:16:47ลดน้ำหนักนะคะการลดน้ำหนักเนี่ยเป้าหมาย
00:16:47 → 00:16:49คืออยากให้ลดน้ำหนักให้ได้ประมาณครึ่ง
00:16:49 → 00:16:53กิโลกถึง 2 กกต่อเดือนนะคะโดยเป้าหมาย
00:16:53 → 00:16:57อยากให้ให้ลดให้ได้สัก 7 -10% ของน้ำ
00:16:57 → 00:16:59หนักตัวตั้งต้นในระระยะเวลา 6 เดือนค่อยๆ
00:16:59 → 00:17:02ลดค่อยเป็นค่อยไปเราไม่มีความจำเป็นต้อง
00:17:02 → 00:17:04ลดเลยทันทีค่อยเป็นค่อยไปลดอย่างต่อ
00:17:04 → 00:17:08เนื่องนะคะให้ได้สัก 7-10 เพในช่วงระยะ
00:17:08 → 00:17:11เวลา 6 เดือนแน่นอนการลดน้ำหนักทำไม่ได้
00:17:11 → 00:17:15ถ้าไม่ควบคุมอาหารค่ะการควบคุมอาหารจึง
00:17:15 → 00:17:19เป็นการรักษาที่สำคัญมากๆถือว่ามากที่สุด
00:17:19 → 00:17:22เลยก็ได้ในพการรักษาภาวะไข่มันพอกตับ
00:17:22 → 00:17:25อาจารย์คะและสำหรับคนที่ยังมีสุขภาพแข็ง
00:17:25 → 00:17:29แรงทั่วไปค่ะอาหารอะไรที่ดีต่อตับค่ะ
00:17:29 → 00:17:32อาหารอะไรที่เราควรจำเป็นต้องกินหรือว่า
00:17:32 → 00:17:34เลี่ยงอ่ะนะคะงั้นอาหารที่ควรเลี่ยงก็คือ
00:17:34 → 00:17:37อาหารที่มีพลังงานสูงโดยเฉพาะอาหารที่มี
00:17:37 → 00:17:40ไขมันในเลือดสูงอาหารที่กลุ่ม
00:17:40 → 00:17:45คาร์โบไฮเดรตสูงเช่นกลุ่มข้าวแป้งน้ำตาล
00:17:45 → 00:17:48พวกเนี้ยควรหลีกเลี่ยงนะคะนอกจากนี้เนี่ย
00:17:48 → 00:17:50ก็อาจจะเพิ่มปริมาณของโปรตีนชนิดดีเช่น
00:17:51 → 00:17:53โปรตีนจากปลาเพิ่มมากขึ้นเพิ่มอาหารที่มี
00:17:53 → 00:17:57กากใยเช่นผักเพิ่มมากขึ้นนะคะนอกจากนี้
00:17:57 → 00:18:00เนี่ยการลดน้ำหนักนอกจากการควบคุมอาหาร
00:18:00 → 00:18:03แล้วก็คงจะต้องควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย
00:18:03 → 00:18:06ด้วยนะคะการออกกำลังกายที่แนะนำก็จะเป็น
00:18:06 → 00:18:09การออกกำลังกายอย่างน้อยให้ได้สัก
00:18:09 → 00:18:1430-45 ครั้ง 30-45 นาทีต่อครั้งโดยอยาก
00:18:14 → 00:18:18ให้ทำสม่ำเสมอสัปดาห์นึงสัก 4-5 ครั้งอัน
00:18:18 → 00:18:22นี้ก็จะเป็นอีกวิธีนึงในการรักษาภาวะไข
00:18:22 → 00:18:26มันพอกตับนอกจากนี้สิ่งที่ควรปฏิบัติเลย
00:18:26 → 00:18:29ในกลุ่มคนไข้ที่มีภาวะค้างสะสมในตับก็คือ
00:18:29 → 00:18:33การหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์รวมทั้งไม่
00:18:33 → 00:18:36ไม่แนะนำให้ซื้อยารับประทานกินเองไม่ว่า
00:18:36 → 00:18:39จะเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอาหารเสริมยา
00:18:39 → 00:18:43สมุนไพรเพราะพวกนี้อาจจะมีความเสี่ยงต่อ
00:18:43 → 00:18:47การเกิดภาวะตับอักเสบได้ค่ะค่ะขอบพระคุณ
00:18:47 → 00:18:49อาจารย์หมอนะคะที่มาให้ความรู้ความเข้าใจ
00:18:49 → 00:18:52ในเรื่องของโรคไขมันพอกตับกันไม่เพียง
00:18:52 → 00:18:54เท่านี้ค่ะ TNN Health ช่วงหน้าจะพาคุณ
00:18:54 → 00:18:58ผู้ชมไปรู้ว่าอาหารอะไรที่ดีต่อสุขภาพของ
00:18:58 → 00:19:01ของตับช่วยลดโรคไขมันพอกตับติดตามได้ใน
00:19:01 → 00:19:04รายการ TNN He ช่วงหน้า
00:19:04 → 00:19:26[เพลง]
00:19:26 → 00:19:30ค่ะกลับเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของรายการ TNN
00:19:30 → 00:19:32Health กันนะคะเป็นที่ทราบกันดีค่ะว่า
00:19:32 → 00:19:35โรคไขมันพอกตับนั้นเป็นภัยเงียบดังนั้น
00:19:35 → 00:19:38จำเป็นอย่างยิ่งเลยค่ะที่เราจะต้องดูแล
00:19:38 → 00:19:41สุขภาพด้วยตัวเราเองและริเริ่มด้วยการรับ
00:19:41 → 00:19:43ประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของตับจะเป็น
00:19:43 → 00:19:46อย่างไรบ้างนั้นติดตามได้เลยค่ะสิ่งที่
00:19:46 → 00:19:49ต้องรู้คือแม้ปัจจุบันยังไม่มียารักษาโรค
00:19:49 → 00:19:52ไขมันพอกตับแต่สามารถใช้วิธีการปรับ
00:19:52 → 00:19:55เปลี่ยนพฤติกรรมโดยการรับประทานอาหารที่
00:19:55 → 00:19:58มีประโยชน์ออกกำลังกายสม่ำเสมอพบพบแพทย์
00:19:58 → 00:20:02เป็นประจำเพื่อติดตามการดำเนินของโรคโดย
00:20:02 → 00:20:05อาหารที่ช่วยลดภาวะไขมันพอกตับได้คือ 1
00:20:05 → 00:20:08อาหารที่อยู่ในรูปแบบของคาร์โบไฮเดรตเชิง
00:20:08 → 00:20:12ซ้อนเช่นข้าวกล้องขนมปังโฮวควีนัวหรือ
00:20:12 → 00:20:16ธัญพืชชนิดต่างๆ 2 ผักผลไม้ที่มีใยอาหาร
00:20:17 → 00:20:21สูงและไม่มีรสชาติที่หวานจัด 3 โปรตีนและ
00:20:21 → 00:20:24ไขมันดีไขมันโอเมก้า 3 ได้แก่ปลาทะเลน้ำ
00:20:24 → 00:20:28ลึกรวมไปถึงไก่ถั่วชนิดต่างๆ
00:20:28 → 00:20:31ทั้งนี้มีคำแนะนำเพิ่มเติมนะคะว่าในแต่ละ
00:20:31 → 00:20:34มื้อค่ะเราควรรับประทานอาหารให้ได้สัด
00:20:34 → 00:20:37ส่วนที่เหมาะสมโดยในรอยละ 50 นั้นควรจะ
00:20:37 → 00:20:40เป็นผักและโปรตีนค่ะโดยพฤติกรรมการกิน
00:20:40 → 00:20:42อาหารของคนในปัจจุบันนะคะไม่ว่าจะเป็นการ
00:20:42 → 00:20:46กินของทอดของมันรวมถึงอาหารที่แปรรูปแล้ว
00:20:46 → 00:20:49ก็อาหารกลุ่มที่เป็นของหวานนั้นนะคะจะทำ
00:20:49 → 00:20:52ให้การทำงานของตับนั้นด้อยลงและเกิดภาวะ
00:20:52 → 00:20:55ตับอักเสบด้วยเหตุนี้เองค่ะการเลือกรับ
00:20:55 → 00:20:57ประทานอาหารที่เหมาะสมที่ดีต่อตับจึง
00:20:57 → 00:21:00จำเป็นเป็นอย่างยิ่งค่ะสำหรับอาหารตามราย
00:21:00 → 00:21:03การเหล่านี้นะคะถ้าหากเรารับประทานจะช่วย
00:21:03 → 00:21:07ให้ตับทำงานได้ดีขึ้นและแนะนำว่าควรจะ
00:21:07 → 00:21:09เพิ่มอาหารเหล่านี้เข้าไปในชีวิตประจำวัน
00:21:09 → 00:21:12ของเราด้วยอาหารเหล่านี้ได้แก่ 1
00:21:12 → 00:21:15กระเทียมกระเทียมนั้นจะมีสารอีซีนและ
00:21:15 → 00:21:18ซีลีเนียมอยู่ซึ่งสารทั้ง 2 ชนิดนี้มี
00:21:18 → 00:21:22ส่วนประกอบในการช่วยในการทำงานของตับค่ะ 2
00:21:22 → 00:21:26เกีบฟุดรวมถึงผลไม้ตระกูลส้มการดื่มน้ำ
00:21:26 → 00:21:29เกีบฟุดครั้นสดๆวันละ 1 แก้วจะช่วย
00:21:29 → 00:21:32กระตุ้นการผลิตของเอนไซมที่ช่วยในการล้าง
00:21:32 → 00:21:35พิษในตับและช่วยชะล้างสารก่อมะเร็งและสาร
00:21:35 → 00:21:39พิษอื่นๆ 3 บีทรูทและแครอทผักทั้ง 2 ชนิด
00:21:39 → 00:21:42นี้เต็มไปด้วยลาวนอยและเบต้าแคโรทีน
00:21:42 → 00:21:45ปริมาณที่สูงการรับประฐานหัวบีรูทและแครอ
00:21:45 → 00:21:47จะช่วยกระตุ้นและส่งเสริมการทำงานโดยรวม
00:21:47 → 00:21:51ของตับได้ 4 ชาเขียวชาเขียวจัดเป็น
00:21:51 → 00:21:54เครื่องดื่มที่คู่ควรกับตับค่ะเพราะในชา
00:21:54 → 00:21:57เขียวอุดมไปด้วยคาเทชินสารต้านอนุมูล
00:21:57 → 00:22:00อิสระสารนี้เป็นที่รู้กันดีนะคะว่าช่วยใน
00:22:00 → 00:22:04การทำงานของตับ 5 ผักใบเขียวนับเป็นอาหาร
00:22:04 → 00:22:07ที่เป็นมิตรในการล้างพิษตับค่ะเพราะผักใบ
00:22:07 → 00:22:09เขียวสามารถรับประทานได้ทั้งแบบดิบและแบบ
00:22:09 → 00:22:13สุกหรือแบบคันน้ำก็ยังได้อะโวคาโดเป็น
00:22:13 → 00:22:16ผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารอาหารค่ะช่วยให้
00:22:16 → 00:22:19ร่างกายผลิตกลูต้าไทโอนซึ่งเป็นสารสำคัญ
00:22:19 → 00:22:22ที่ช่วยให้การทำงานของตับในการกำจัดสาร
00:22:22 → 00:22:25พิษที่เป็นอันตรายได้ดีขึ้น 7 Apple
00:22:25 → 00:22:28Apple จะมีส่วนประกอบของเพชรทินอยู่มาก
00:22:28 → 00:22:31ซึ่งช่วยในการชำระล้างและกำจัดสารพิษออก
00:22:31 → 00:22:34ไปจากระบบในการย่อยอาหารและในทางกลับกัน
00:22:34 → 00:22:38ก็ช่วยทำให้ตับทำงานกำจัดสารพิษได้ดีขึ้น
00:22:38 → 00:22:41นั่นเอง 8 น้ำมันมะกอกน้ำมันมะกอกรวมไป
00:22:41 → 00:22:44ถึงน้ำมันกัญชงและน้ำมันเมล็ดลินินซึ่ง
00:22:44 → 00:22:46นับว่ามีประโยชน์อย่างยิ่งในการทำงานของ
00:22:46 → 00:22:50ตับค่ะโดยน้ำมันเหล่านี้จะให้ไขมันดีที่
00:22:50 → 00:22:52ช่วยในการดูดซับสารพิษที่เป็นอันตรายจาก
00:22:52 → 00:22:55ร่างกายซึ่งเป็นการลดภาระการทำงานของตับ
00:22:55 → 00:22:58ได้อีกทางแต่ก็ต้องระมัดระวังกันรับ
00:22:58 → 00:23:01ประทานที่มากเกินควรด้วยนะคะ 9 ธัญพืชทาง
00:23:01 → 00:23:05เลือกถ้าอาหารของคุณประกอบไปด้วยข้าวสาลี
00:23:05 → 00:23:08แป้งขาวหรือธัญพืชมาตรฐานอื่นๆตอนนี้อาจ
00:23:08 → 00:23:11จะต้องเปลี่ยนเป็นธัญพืชทางเลือกค่ะเช่น
00:23:11 → 00:23:15ควีนัวข้าวฟ้างหรือบักหวีดหรือธัญพืชที่
00:23:15 → 00:23:18ไม่ได้ผ่านการขัดสีนั่นเองก็จะยิ่งช่วยใน
00:23:18 → 00:23:22การทำงานของตับได้ค่ะ 10 ผักตระกูลกะหล่ำ
00:23:22 → 00:23:25บรอกโคลี่รวมไปถึงดอกกะหล่ำนะคะเป็นแหล่ง
00:23:25 → 00:23:28ของกลูโคสินทซึ่งช่วยสนับสนุนในการทำงาน
00:23:29 → 00:23:31ของเอนไซมที่อยู่ในตับโดยเอนไซมตาม
00:23:31 → 00:23:34ธรรมชาติเหล่านี้จะช่วยชะล้างสารก่อ
00:23:34 → 00:23:37มะเร็งและสารพิษอื่นๆออกจากร่างกายนอกจาก
00:23:37 → 00:23:40นี้การรับประทานผักตระกูลนี้ยังช่วยลด
00:23:40 → 00:23:42ความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งด้วยค่ะเป็น
00:23:42 → 00:23:45อย่างไรกันบ้างค่ะคุณผู้ชมกับอาหารที่เรา
00:23:45 → 00:23:49นำมาฝากเพื่อช่วยในการทำงานของตับแต่ที่
00:23:49 → 00:23:52ดีที่สุดก็คือการลดละเลิกสิ่งที่เป็นพิษ
00:23:52 → 00:23:55ต่อตับย่อมทำให้ตับเราแข็งแรงอย่างที่สุด
00:23:55 → 00:23:59ค่ะและขอบคุณคุณผู้ชมนะคะที่ติดตามรับชม
00:23:59 → 00:24:03รายการ tn Health มาจนถึงช่วงเวลานี้ค่ะ
00:24:03 → 00:24:07และอย่าลืมนะคะติดตามรับชมรายการ t&h ได้
00:24:07 → 00:24:12เป็นประจำทุกวันเสาร์เวลาดี 15 นถึง
00:24:12 → 00:24:1715:30 นที่นี่ TNN ช่อง 16 ไม่เพียงเท่า
00:24:17 → 00:24:20นี้ค่ะสามารถติดตามรับชมรีรันได้ทุกบ่าย
00:24:20 → 00:24:21วันจันทร์
00:24:21 → 00:24:271430 นถ 15:00 นและเอาใจคนตื่นเช้าวัน
00:24:27 → 00:24:32เสาร์นะคะ 6:00 น- 6:30 นไม่เพียงเท่านี้
00:24:32 → 00:24:35ค่ะสำหรับท่านที่ต้องการรับชมรายการย้อน
00:24:35 → 00:24:38หลังนะคะสามารถติดตามรับชมได้ทางช่อง
00:24:38 → 00:24:41YouTube แต่ถ้าท่านใดค่ะอยากจะชมรายการ
00:24:41 → 00:24:44สดค่ะ Facebook TNN Health และ tiktok
00:24:44 → 00:24:48TNN Health ค่ะและถ้าท่านนะคะติดใจใน
00:24:48 → 00:24:51เรื่องของความสุขสนุกสนาน TNN Health ก็
00:24:51 → 00:24:54มีสาระดีๆผ่านช่องทาง tiktok TNN help
00:24:54 → 00:24:58เช่นเดียวกันและถ้าหากอยากมีคุณหมอหออยู่
00:24:58 → 00:25:01ใกล้ตัวใกล้ใจท่านค่ะไม่ยากเลยนะคะหยิบ
00:25:01 → 00:25:03โทรศัพท์มือถือของท่านขึ้นมาค่ะเข้าไปใน
00:25:03 → 00:25:08LINE แอปพลิเคชันพิมพ์ @s TNN h e a
00:25:08 → 00:25:12l t @t nn Health ค่ะหรือใช้วิธี
00:25:12 → 00:25:15ง่ายกว่านั้นก็คือการสแกน QR Code ที่
00:25:15 → 00:25:18มุมจอด้านล่างเพียงเท่านี้ท่านก็จะมีคุณ
00:25:18 → 00:25:22หมออยู่ใกล้ตัวใกล้ใจท่านแล้วค่ะเพื่อที่
00:25:22 → 00:25:25จะเข้าถึงทุกสาระสุขภาพเสริมภูมิคุ้มกัน
00:25:25 → 00:25:27รู้ทันโรคไปด้วยกันนะคะอย่าลืมกดไลกกด
00:25:28 → 00:25:30แชร์กด Subscribe เป็นกำลังใจให้หมอดาว
00:25:30 → 00:25:34และทีมงาน TNN กันและสำหรับวันนี้หมอดาว
00:25:34 → 00:25:37และทีมงาน tn and Health ต้องขอตัวลาไป
00:25:37 → 00:25:40ก่อนค่ะสวัสดี
00:25:40 → 00:25:56[เพลง]
00:25:56 → 00:25:59ค่ะ
00:25:59 → 00:26:02y