00:00:00 → 00:00:03คุณ
00:00:03 → 00:00:06แนทเสี้ยม you พ็อดคาสท์ป้องเฟิร์สเฮ้าส์
00:00:06 → 00:00:08[เพลง]
00:00:08 → 00:00:12ฟัง for Health cod Cash รายการที่จะ
00:00:12 → 00:00:15มาพูดคุยเรื่องราวของสุขภาพและแบ่งปัน
00:00:15 → 00:00:18ประสบการณ์จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในสาขา
00:00:18 → 00:00:20ต่างๆของคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัย
00:00:20 → 00:00:22เชียงใหม่
00:00:22 → 00:00:23[เพลง]
00:00:23 → 00:00:27เพราะสุขภาพที่ดีเริ่มได้จากตัวเรา
00:00:27 → 00:00:29[เพลง]
00:00:29 → 00:00:33สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณผู้ฟังทุกท่านเขาต้อน
00:00:33 → 00:00:35รับทุกท่านเข้าสู่ฟัง for Health
00:00:35 → 00:00:38พอดแคสต์รายการที่จะมาพูดคุยเรื่องราว
00:00:38 → 00:00:40สุขภาพนะคะแล้วก็แบ่งปันประสบการณ์จาก
00:00:40 → 00:00:43แพทย์เฉพาะทางในสาขาต่างๆของคณะ
00:00:43 → 00:00:46แพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ค่ะอยู่
00:00:46 → 00:00:49กับดิฉันฟ้าธัญลักษณ์สดสวยๆนัก
00:00:49 → 00:00:51ประชาสัมพันธ์คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัย
00:00:51 → 00:00:52เชียงใหม่
00:00:52 → 00:00:55พอดแคสต์นะคะก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่คณะ
00:00:55 → 00:00:58แพทย์มชจัดทำขึ้นเพื่อให้ผู้ที่ชื่นชอบใน
00:00:58 → 00:01:01การฟังและรักในการดูแลสุขภาพนะคะจะได้
00:01:01 → 00:01:04เข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องในการดูแลตัวเอง
00:01:04 → 00:01:07และคนที่คุณรักค่ะเรื่องที่จะมาพูดคุยกัน
00:01:07 → 00:01:11เป็นเรื่องของโรคความดันโลหิตสูงค่ะโรค
00:01:11 → 00:01:14ความดันโลหิตสูงนะถือว่าเป็นภัยเงียบ
00:01:14 → 00:01:17เนื่องจากโรคนี้นะคะจะไม่มีสัญญาณเตือน
00:01:17 → 00:01:20หรืออาการแสดงออกที่ชัดเจนทำให้เรานั้น
00:01:20 → 00:01:22อาจจะไม่ได้ตระหนักถึงความอันตรายของโลก
00:01:22 → 00:01:25นะคะหากปล่อยให้ตนเองมีภาวะความดันโลหิต
00:01:25 → 00:01:27สูงเป็นระยะเวลานานโดยที่ไม่ได้รับการ
00:01:27 → 00:01:32รักษาที่ถูกต้องทำให้เกิดโรคและภาวะแทรก
00:01:32 → 00:01:35ซ้อนต่างๆซึ่งพฤติกรรมการทานอาหารนะคะ
00:01:35 → 00:01:37เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญเลยค่ะที่ทำให้เกิด
00:01:37 → 00:01:41โรคความดันโลหิตสูงดังนั้นการแก้ปัญหาที่
00:01:41 → 00:01:44ดีที่สุดนะคะต้องแก้ที่ต้นต่อค่ะด้วยการ
00:01:44 → 00:01:48ปรับพฤติกรรมการทานลดการทานอาหารที่มีรส
00:01:48 → 00:01:50ชาติเค็มจัดหาเราก็ดื่มอัลกอฮอล์นให้น้อย
00:01:50 → 00:01:54ลงหรือว่างดไปเลยได้ยิ่งดีนะคะรวมถึงของ
00:01:54 → 00:01:56ทอดของมันด้วยค่ะแล้วก็หันมาทานอาหาร
00:01:56 → 00:01:59เพื่อสุขภาพนะคะเพียงเท่านี้ก็ช่วยลดความ
00:01:59 → 00:02:01เสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูงได้
00:02:01 → 00:02:04แล้วค่ะแล้วเราจะกินยังไงล่ะคะให้ห่างไกล
00:02:04 → 00:02:08จากโรคความดันโลหิตสูงซึ่งวันนี้นะคะผู้
00:02:08 → 00:02:10ที่จะมาให้ข้อมูลกับเรานะคะทานเป็นนัก
00:02:10 → 00:02:14โภชนาการจากงานโภชนาการโรงพยาบาลมหาราช
00:02:14 → 00:02:18นครเชียงใหม่ขอต้อนรับคุณนฤมิตบ้านคุ้ม
00:02:18 → 00:02:22นักโภชนาการงานโภชนาการโรงพยาบาลมหาราช
00:02:22 → 00:02:25นครเชียงใหม่คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัย
00:02:25 → 00:02:29เชียงใหม่ค่ะสวัสดีปีใหม่ค่ะสวัสดีปีใหม่
00:02:29 → 00:02:33ครับคุณฟ้าถ้าคุณเคนคะวันนี้ก็เป็นอีก
00:02:33 → 00:02:36ครั้งนึงนะคะที่คุณเคนมาให้ความรู้กับผู้
00:02:36 → 00:02:39ฟังนะคะเป็นเรื่องของโรคความดันโลหิตสูง
00:02:39 → 00:02:43แล้วเราจะกินยังไงให้ห่างไกลจากโลกนี้นะ
00:02:43 → 00:02:46คะคุณเคนทาก่อนอื่นค่ะอยากจะรู้คำว่า
00:02:46 → 00:02:49สถิติผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงทั่วโลก
00:02:49 → 00:02:51ของเรารวมถึงจังหวัดเชียงใหม่เองมากน้อย
00:02:51 → 00:02:56แค่ไหนคะครับจากรายงานล่าสุดนะครับของ
00:02:56 → 00:02:58องค์การอนามัยโลกหรือ w h o นะครับได้
00:02:58 → 00:03:01ทำร่วมกับฟิล์ม The Car Race ลอนดอนนะ
00:03:01 → 00:03:04ครับได้ตีพิมพ์เอ้อปีที่แล้วนะครับพบว่า
00:03:04 → 00:03:06ทั่วโลกเนี่ยมีผู้ป่วยเป็นโรคความดัน
00:03:06 → 00:03:11โลหิตสูงถึง 1000 3 ล้านลายครับ 1000 3
00:03:11 → 00:03:14ล้านรายใช่ครับเป็นตัวเลขที่สูงมากเลยใช่
00:03:14 → 00:03:17ไหมครับให้ค่ะและสำหรับจังหวัดเชียงใหม่
00:03:17 → 00:03:19ของเรานะครับล่าสุดครับจากรายงานของสำนัก
00:03:19 → 00:03:22งานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่เขตสุขภาพ
00:03:22 → 00:03:26ที่ 1 นะครับประจำปี
00:03:26 → 00:03:292561-2564 3 นะครับพบว่าผู้ป่วยความดัน
00:03:29 → 00:03:34โลหิตสูงเนี่ยมีทั้งสิ้นนะครับ 2 แสนราย
00:03:34 → 00:03:39โหแค่จังหวัดเชียงใหม่นะคะใช่ครับซึ่ง 50
00:03:39 → 00:03:40เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยนี้นะครับหรือว่า
00:03:40 → 00:03:43ครึ่งนึงเกือบ 1 แสนรายเนี่ยนะครับก็เป็น
00:03:43 → 00:03:47กลุ่มที่ไม่สามารถควบคุมระดับความดัน
00:03:47 → 00:03:50โลหิตได้ครับได้ฟังถึงสถิติเนี่ยไม่ใช่
00:03:50 → 00:03:52เรื่องไกลตัวแล้วเนี่ยจังหวัดเชียงใหม่
00:03:52 → 00:03:55ของเราก็มีสถิติผู้ป่วยเป็นจำนวนมากใช่
00:03:55 → 00:03:59ครับแล้วอย่างนี้ค่ะเราอยากจะทำให้ตัวเรา
00:03:59 → 00:04:02นั้นไม่เป็นหนึ่งในคุณอยากจะทำตัวเองให้
00:04:02 → 00:04:05ห่างไกลจากโรคนี้เราสามารถทำได้ไหมคะทำ
00:04:05 → 00:04:08ได้ครับง่ายๆเลยนะครับก็คือควรจะมันตรวจ
00:04:08 → 00:04:12วัดความดันโลหิตเป็นประจำนะครับอ่ะเช็ค
00:04:12 → 00:04:15ให้เป็นเรื่องปกติชายครับก็คือสำหรับ
00:04:15 → 00:04:18กลุ่มคนไปทำงานครับอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้น
00:04:18 → 00:04:20ไปปัจจุบันนะครับควรจะมีการตรวจสุขภาพ
00:04:20 → 00:04:24ประจำปีแล้วก็มันวัดความดันนะครับหาตัว
00:04:24 → 00:04:27ลุควัด BP นะครับเป็นประจำเนาะคุณเคนหายา
00:04:28 → 00:04:30ให้กินเส้นเล่าให้เราฟังข่าวว่าโรคความ
00:04:30 → 00:04:32ดันโลหิตสูงเนี่ยมันน่ากลัวขนาดไหนเป็น
00:04:32 → 00:04:35ภัยเงียบนะเนี่ยอะไรครับเลยว่าเราเป็นโรค
00:04:35 → 00:04:38นี้อยู่ซึ่งอาจจะนำไปสู่โรคที่รุนแรงขึ้น
00:04:38 → 00:04:41จริงๆแล้วนะครับนอนโลกความเดาเหตุสูง
00:04:41 → 00:04:44เนี่ยเป็นภัยเงียบที่ผู้ป่วยมักจะไม่รู้
00:04:44 → 00:04:46ตัวจะมารู้ตัวอีกทีกว่าจะเกิดเป็นโรคแทรก
00:04:46 → 00:04:49ซ้อนต่างๆตามมาแล้วสำหรับความดันเหตุสูง
00:04:49 → 00:04:52เนี่ยก็เป็นโรคที่จะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน
00:04:52 → 00:04:57ไม่ว่าจะเป็นโรคผัวใจและหลอดเลือดโรคหลอด
00:04:57 → 00:05:00เลือดสมองโรคเบาหวาน
00:05:00 → 00:05:03พวกมันในเลือดสูงเป็นต้นเนาะค่ะสำหรับคน
00:05:03 → 00:05:06ที่ไม่ได้เจ็บป่วยเป็นโรคนี้อยากจะมีการ
00:05:06 → 00:05:09ดูแลตัวเองปัจจัยอะไรที่ทำให้เราห่างไกล
00:05:09 → 00:05:12จากโลกนี้หรือเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้บ้าง
00:05:12 → 00:05:15คะปัจจัยหรือพฤติกรรมความเสี่ยงที่ทำให้
00:05:15 → 00:05:18เกิดโรคความดันโลหิตสูงได้นะครับก็จะแบ่ง
00:05:18 → 00:05:20ออกเป็น 2 กลุ่มนะครับกลุ่มนึงก็คือ
00:05:20 → 00:05:23ปัจจัยที่เราไม่สามารถแก้ไขหรือว่าปรับ
00:05:23 → 00:05:26เปลี่ยนได้นั่นก็คืออายุที่เพิ่มมากขึ้น
00:05:26 → 00:05:29ค่ะ 2 ก็คือกัมมะพันธุจีเนติกนะครับ
00:05:29 → 00:05:31สุวรรณพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เราสามารถ
00:05:31 → 00:05:34ควบคุมหรือว่าปรับเปลี่ยนได้ก็จะเริ่ม
00:05:34 → 00:05:36ตั้งแต่การใช้ชีวิตนะครับน้องอ่าในประจำ
00:05:36 → 00:05:41วันเนาะรวมไปถึงการสูบบุหรี่นะครับค่ะ
00:05:41 → 00:05:46ภาวะความเครียดสินใจอารมณ์นะครับการ
00:05:46 → 00:05:48บริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์นะครับ
00:05:48 → 00:05:52รวมไปถึงน้ำหนักตัวเกินหรือว่าโรคอ้วนนะ
00:05:52 → 00:05:55ครับก็ล้วนแต่เป็นพฤติกรรมเสี่ยงใช่ๆครับ
00:05:55 → 00:05:58หาซื้อวันนี้ที่เราจะมาพูดคุยใครเราเชิญ
00:05:58 → 00:06:01นะพัฒนาการนะพูดโฟมก็เลยก็คือเรื่องของ
00:06:01 → 00:06:04การรับประทานอาหารนั่นเองนะคะแล้วการรับ
00:06:04 → 00:06:07ประทานอาหารแบบไหนคะที่เหมาะสมทำให้เรา
00:06:07 → 00:06:11ห่างไกลจากโรคความดันโลหิตสูงค่ะครับจริง
00:06:11 → 00:06:13ๆแล้วครับหลักการของการรับประทานอาหาร
00:06:13 → 00:06:18สำหรับคนที่ยังไม่เป็นโรคความดันเหตุสูง
00:06:18 → 00:06:21นะครับก็จะต้องย้อนกลับมาเลยก็คือการ
00:06:21 → 00:06:24บริโภคอาหารตามหลักทองโภชนาการนั่นเอง
00:06:24 → 00:06:27ครับซึ่งเราเคยได้พูดกดคุยกันในรายการ
00:06:27 → 00:06:30ครั้งก่อนมาแล้วค่ะนะครับเราไปถึงหลักการ
00:06:30 → 00:06:32บริโภคอาหารสองหนึ่งก็คือการบริโภคอาหาร
00:06:32 → 00:06:36จันทร์อาหารเพื่อสุขภาพนะครับ 9 นิ้วนะ
00:06:36 → 00:06:39ครับแบ่งจานอาหารออกเป็น 4 ส่วนเท่าๆกัน
00:06:39 → 00:06:42นะครับโดยที่สองส่วนจะต้องเป็นผักใบสี
00:06:42 → 00:06:45ต่างๆนะครับแล้วก็หนึ่งส่วนสี่ของจานก็
00:06:45 → 00:06:46เป็นข้าวกล้องข้าวซ้อมมือข้าว
00:06:46 → 00:06:49ไรซ์เบอร์รี่เป็นต้นแล้วก็ส่วนสุดท้ายของ
00:06:49 → 00:06:52จานนะครับว่าจะเป็นโปรตีนคุณภาพดีไขมัน
00:06:52 → 00:06:55ต่ำอย่างเช่นเนื้อปลาไข่ขาวอกไก่เป็นต้น
00:06:55 → 00:06:58นะครับเพียงทานตามหลักของโภชนาการฮะก็
00:06:58 → 00:07:02ห่างไกลจากโลกและแน่นอนครับค่ะเราถ้าพูด
00:07:02 → 00:07:05ถึงสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิต
00:07:05 → 00:07:08สูงแล้วควรรับประทานแบบไหนคะครับจริงๆ
00:07:08 → 00:07:11แล้วนะครับการรับประทานอาหารน้อยรูปแบบ
00:07:11 → 00:07:13ของการรับประทานอาหารเพื่อควบคุมโรคความ
00:07:13 → 00:07:16ดันโลหิตสูงนะครับทุกคนอาจจะเคยได้ยิน
00:07:16 → 00:07:19ผ่านหูมาว่า Dash Diet Dash Diet เป็น
00:07:19 → 00:07:21ยังไงบ้างค่ะ That's Drive S นะครับก็
00:07:21 → 00:07:26เป็นตัวย่อนะครับถ้ามาจากคำว่าตัว D dog
00:07:26 → 00:07:30พิมพ์ใหญ่นะคะท่านก็เป็นตัวเองแล้วก็ตัว S
00:07:30 → 00:07:32สิงคโปร์แล้วก็ S ฮ่องกงครับ That Drive
00:07:32 → 00:07:36S นะครับซึ่งก็ย่อมาจากไดเอสตอรี่ App
00:07:36 → 00:07:39purchases Stop to ให้พระ tension แปล
00:07:39 → 00:07:42เป็นไทยง่ายเลยก็คือแนวทางการบริโภคอาหาร
00:07:42 → 00:07:46เพื่อควบคุมโรคความดันโลหิตสูงนะครับอ่า
00:07:46 → 00:07:50ค่ะแนวทางการบริโภคเป็นยังไงบ้างคะเรื่อง
00:07:50 → 00:07:53จริงแล้วการบริโภคเดรสไซส์ S นะครับก็คือ
00:07:53 → 00:07:57จะต้องรับประทานอาหารในรูปของ High Fiber
00:07:57 → 00:08:00รูปแบบที่มีกากใยสูง
00:08:00 → 00:08:03เนื้อหาซึ่งถ้าดูตามหลักธงโภชนาการที่เคย
00:08:03 → 00:08:05คุยกันไปแล้วนะครับเนาะเราควรจะต้อง
00:08:05 → 00:08:09บริโภคผักและผลไม้ด้วยที่เน้นในเรื่องของ
00:08:09 → 00:08:14ผักใบนะครับให้ได้วันละ 6-8 ส่วนต่อวันนะ
00:08:14 → 00:08:18ครับแล้วควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทไหนคะ
00:08:18 → 00:08:20สำหรับกลมอาหารที่จะต้องหลีกเลี่ยงใน
00:08:20 → 00:08:23กลุ่มของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงก็คือ
00:08:23 → 00:08:26กลุ่มอาหารที่มีโซเดียมเกลือโซเดียมแฝง
00:08:26 → 00:08:29ค่ะนะครับซึ่งกลุ่มอาหารพวกนี้นะครับหลัก
00:08:29 → 00:08:33ๆเลยแน่นอนครับมันก็จะอยู่ในอาหารที่ที่
00:08:33 → 00:08:38มาจากเครื่องปรุงรสมีการปรุงรสจัดนะครับ
00:08:38 → 00:08:41สำหรับคนไข้หรือว่าผู้ป่วยโรคความดัน
00:08:41 → 00:08:43โลหิตสูงเนี่ยที่ควรหลีกเลี่ยงเลยเนาะแต่
00:08:43 → 00:08:46เราก็จะเป็นพวกเกลือแกงถ้าตามหลักของธง
00:08:46 → 00:08:48โภชนาการนะครับที่เราเคยกล่าวกันไว้ว่า
00:08:48 → 00:08:51วันนึงเนี่ยเราจะบริโภคโซเดียมนะครับมี
00:08:51 → 00:08:54ความจะเกิน 2,000 กรัมต่อวันใช่ไหมคะแต่
00:08:54 → 00:08:58สำหรับผู้ป่วยแล้วเนี่ยคุณหมอจะจำกัดให้
00:08:58 → 00:09:01น้อยกว่านั้นก็คือไม่เกินวันอีก 1, 500
00:09:01 → 00:09:06mg น้อยลงกว่าใช่แล้วปกติใช่ครับหรือว่า
00:09:06 → 00:09:09คนที่มีความดันโลหิตสูงอยู่มากๆเนี่ยอาจ
00:09:09 → 00:09:12จะต้องจำกัดน้อยลงไปอีกนะครับคุณฟ้าอาจจะ
00:09:12 → 00:09:16ถึง 1000 หรือ 500 มิลลิกรัมก็ลดลงใช่
00:09:16 → 00:09:21แล้วรุนแรงของลอกใช่ครับค่ะพอฟังแบบนี้นะ
00:09:21 → 00:09:24คะ 2,000 มาฟังดูๆตั้งเยอะนะไม่ถึงหรอก
00:09:24 → 00:09:27แต่จริงๆแล้วนะครับน้องอ่ะแต่ที่แน่เลย
00:09:27 → 00:09:29เกินแน่นอนเหรอครับน้องก็คือจริงๆแล้วนะ
00:09:30 → 00:09:33ครับในเกลือแกงเกลือป่นทั่วไปนะครับเนาะ 1
00:09:33 → 00:09:37ช้อนชาก็จะมีปริมาณโซเดียมอยู่
00:09:37 → 00:09:402000-2004 400 มิลลิกรัมละโอ้เกินแล้ว
00:09:40 → 00:09:43ใครแล้วดังนั้นเอาง่ายๆเลยนะครับสำหรับ
00:09:43 → 00:09:48ผู้ป่วยเนี่ยก็ไม่ควรจะเติมเกลือแกงเพิ่ม
00:09:48 → 00:09:52ค่าในจานอาหารของตนเองต้องระวังเลยใช่
00:09:52 → 00:09:54ต้องใช้คำว่างดหรือว่าหลีกเลี่ยงไปเลยนะ
00:09:54 → 00:09:58ครับรวมไปถึงเครื่องปรุงรสนะครับโดยเฉพาะ
00:09:58 → 00:10:02น้ำปลาอ่าก็น้ำปลาเนี่ยคุณฟ้าถ้าคิดง่าย
00:10:02 → 00:10:06เลยนะครับก็คือน้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะหรือ 3
00:10:06 → 00:10:11ช้อนชาค่ะก็จะมีปริมาณโซเดียมอยู่ 2000
00:10:11 → 00:10:15mg เช่นกันเพราะฉะนั้นวันหนึ่งเราทานได้
00:10:15 → 00:10:18อย่างคนปกติที่ไม่ป่วยเลยนะคะ 1 ช้อนโต๊ะ
00:10:18 → 00:10:23ต่อวันชายแล้วสำหรับผู้ป่วยที่มีความรุน
00:10:23 → 00:10:27แรงของโลกก็ลดลงลดถูกต้องครับอาจจะทาน้ำ
00:10:27 → 00:10:31ปลาได้แค่ 1 ส่วน 4 ช้อนโต๊ะต่อวันจาก
00:10:31 → 00:10:33นั้นก็เลยไม่แปลกเลยนะครับสำหรับผู้ป่วย
00:10:33 → 00:10:36ความดันโลหิตสูงค่ะที่มานอนพักรักษาตัว
00:10:36 → 00:10:40อยู่ในโรงพยาบาลถ้าสังเกตในใบคำสั่งอาหาร
00:10:40 → 00:10:44หรือว่าบัตรอาหารไดเอท Order ของตัวเองนะ
00:10:44 → 00:10:49ครับน้อยขาดอาหารถ้าเขียนคำว่าโลซอ Diet
00:10:49 → 00:10:52แน่นอนรสชาติของอาหารจะเป็นยังไงครับคุณ
00:10:52 → 00:10:56ฟ้าคิดว่าซื่อจืดเลยถูกต้องครับอาจจะไม่
00:10:56 → 00:11:00ถูกปากเนาะเพราะว่าเมื่อถูกจำกัดด้วยของ
00:11:00 → 00:11:02เดรสชาติก็ระวังในเรื่องโซเดียมถูกต้อง
00:11:02 → 00:11:05ครับคุณฟ้ารสเค็มนี่คือตัดออกไปได้เลย
00:11:05 → 00:11:08ต้องตอนนี้ค่ะผู้ฟังที่ผู้ป่วยนะคะผู้
00:11:08 → 00:11:11ป่วยโรคความดันโลหิตสูงเราอาจจะเป็นใน
00:11:11 → 00:11:14ช่วงของจะยะเริ่มต้นนะค่ะยังไม่ได้มีความ
00:11:14 → 00:11:17รุนแรงของโรคครับตรงนี้สามารถปรับเปลี่ยน
00:11:17 → 00:11:20ที่กรรมของตัวเองได้นะคะแล้วก็เชื่อว่าจะ
00:11:20 → 00:11:22มีบางท่านที่อาจจะยังไม่เคยตรวจสุขภาพ
00:11:22 → 00:11:26ประจำปีหรือว่าไปพบแพทย์เลยไม่ทราบค่ะว่า
00:11:26 → 00:11:28ตัวเองเป็นโรคนี้อยู่ใช่ครับทั้งวันนึง
00:11:28 → 00:11:31เรามีอาการหรือเอฟเฟคแล้วถึงจะใช่หมออีก
00:11:31 → 00:11:34ทีนึงใช่ครับเพราะว่าส่วนใหญ่แล้วเนี่ย
00:11:34 → 00:11:37ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงนะครับมันเป็นภัย
00:11:37 → 00:11:41เงียบครับมันจะไม่รู้ตนเองใช่อ่ะค่ะก็น่า
00:11:41 → 00:11:45กลัวนะคะเราที่เป็นภัยเงียบนะคะเพราะ
00:11:45 → 00:11:48ฉะนั้นนะคะเราก็ทราบแล้วว่ากฎที่สำคัญเลย
00:11:48 → 00:11:53คือเรื่องของการลดรสชาติเค็มออกไปใช่ค่ะ
00:11:53 → 00:11:56และยังมีอีกไหมคะที่ต้องระมัดระวังค่ะ
00:11:56 → 00:12:00ครับก็ในเรื่องของอาหารแปรรูปก็ต่างครับ
00:12:00 → 00:12:03ก็จะมีในเรื่องของปริมาณโซเดียมที่แฝงมา
00:12:03 → 00:12:06อาหารแปรรูปต่างๆน้อยส่วนใหญ่แล้วถ้าเรา
00:12:06 → 00:12:10นึกถึงแล้วถ้าเป็นอาหารคาวนึกถึงถ้าไส้
00:12:10 → 00:12:15กรอกแฮมเบคอนซึ่งยอมอูยองซึ่งสุขต้องมี
00:12:15 → 00:12:18ครับกินไงก็เป็นยกตัวอย่างอาหารที่ผ่าน
00:12:18 → 00:12:21การแปรรูป process Food ทุกชนิดเลยนะ
00:12:21 → 00:12:25ครับก็จะมีเกลือโซเดียมค่อนข้างสูงนะครับ
00:12:25 → 00:12:28เนาะอ่าทางที่ดีนะครับก่อนที่เราจะซื้อ
00:12:28 → 00:12:30หรือว่าเลือกบริโภคเนี่ยอาจจะต้องสังเกต
00:12:30 → 00:12:34ฉลากโภชนาการค่ะนอกมากๆเลยใช่ครับเพราะ
00:12:34 → 00:12:37ฉะนั้นนะคะที่ต้องระวังเลยก็คือซื้ออาหาร
00:12:37 → 00:12:40แปรรูปเข้าบ้านใช่ค่ะอ่านฉลากโภชนาการให้
00:12:40 → 00:12:43ดีนะใครที่ทั้งวันเลยส้มหรือเปล่าผสมกับ
00:12:43 → 00:12:45ผู้ป่วยที่เราดูแลอยู่ไหมหรือว่าตัวเรา
00:12:45 → 00:12:48เองนะครับแล้วก็ไม่เองก็จะต้องควบคุมแล้ว
00:12:48 → 00:12:51แหละเพราะว่าจริงได้ฟังแบบเนี้ยโซเดียม
00:12:51 → 00:12:53แค่วันละ 1 ช้อนโต๊ะเนี่ยคิดว่าเกินล่ะ
00:12:53 → 00:12:57ค่ะในเนื้อหาที่กินอาหารตามสั่งหรือส้มตำ
00:12:57 → 00:13:01หรือเมนูที่มีรถจากคะใช่ครับความรสชาติ
00:13:01 → 00:13:03เค็มเนี่ยมันโซเดียมแสงมาแน่นอนแน่นอน
00:13:03 → 00:13:06ครับน้องไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของภูมิชูรส
00:13:06 → 00:13:10ใช่ไหมคะถ้าแล้วก็มีปลาร้าน้ำปลาร้าคือ
00:13:10 → 00:13:13โซเดียมสูงแน่นอนครับนอกจากนี้ก็จะมีกุ้ง
00:13:13 → 00:13:16แห้งด้วยนะครับถ้ากุ้งแห้งก็โซเดียมสูง
00:13:16 → 00:13:20เช่นกันได้ค่อนข้างสูงนะครับของอร่อยทั้ง
00:13:20 → 00:13:24นั้นเราจะมีหน้าเป็นส้มตำปูปลาร้าเห็นใช่
00:13:24 → 00:13:27ไหมครับก็จะมีปูดองในจานส้มตำเนี่ยมีหลาย
00:13:27 → 00:13:30อย่างเลยนะคะที่โซเดียมสูงใช่ครับแล้วก็
00:13:30 → 00:13:34รวมไปถึงน้ำพริกอ้ะต่างๆของบ้านเรานะครับ
00:13:34 → 00:13:37เนาะแต่ว่าอย่างคนไทยเองเนี่ยด้วยลักษณะ
00:13:37 → 00:13:40การรับประทานมากจะต้องมีน้ำพริกน้ำปลาใช่
00:13:40 → 00:13:44ครับเข้ามาในเมนูอาหารผัดต้องราดเติม
00:13:44 → 00:13:47เพิ่มความเค็มเข้ามาได้ก็เป็นพฤติกรรมที่
00:13:47 → 00:13:50เสี่ยงเหมือนกันถ้าในระยะความเสี่ยงเลย
00:13:50 → 00:13:53ครับในด้านของเรื่องโรคความดันโลหิตสูง
00:13:53 → 00:13:56ไอ้ค่ะแต่วันนี้ค่ะคุณฟังหลายท่านได้มา
00:13:56 → 00:14:00ฟังพอดแคสต์แล้วนะคะก็ตับเปลี่ยนใหม่นอก
00:14:00 → 00:14:02จากนี้เรายังต้องระวังในเรื่องอะไรอีก
00:14:02 → 00:14:04บ้างไหมคะอันนี้เรื่องของการดื่มเครื่อง
00:14:04 → 00:14:09ดื่มแอลกอฮอล์ครับถ้าสำคัญเลยในครั้งก่อน
00:14:09 → 00:14:12นะครับน้องเราเคยพูดถึง 5 1 ลิง Standard
00:14:12 → 00:14:15เนาะ 1 drink มาตรฐานนะครับสำหรับคนทั่ว
00:14:15 → 00:14:17ไปไม่ว่าจะเป็นเพศหญิงเพศชายนะครับน้อง
00:14:17 → 00:14:20วันนึงก็หมดแล้วก็แก้ไว้ก็คือไม่เกิน 2
00:14:20 → 00:14:23แก้วก้านค่ะ 2 แก้วเก้าถ้าเป็นไวน์ขาว
00:14:23 → 00:14:26ไวน์แดงนะครับแล้วก็ถ้าเป็นเบียร์นะครับ
00:14:26 → 00:14:30เบียร์ก็คือไม่เกิน 2 กระป๋องนะครับขนาด
00:14:30 → 00:14:33ปกตินะครับค่ะไม่ใช่เบียร์กระป๋องใหญ่
00:14:33 → 00:14:37หรือ 1 ขวดเบียร์ยี่ห้อต่างๆค่ะคือเหมาะ
00:14:37 → 00:14:40สมใน 1 วันแล้วใช่ไม่ควรจะเกิน 700
00:14:40 → 00:14:44มิลลิลิตรต่อบ้านชายครับแล้วก็ถ้าเป็น
00:14:44 → 00:14:49วิสกี้เหล้าขาวเหล้าแดงนะคะไม่ควรจะเกิน 1
00:14:49 → 00:14:55ขวดยาคูลท์หรือ 80 ถึง 90 มิลลิลิตรต่อ
00:14:55 → 00:14:58วันเพราะพูดถึงขวด Yahoo และนึกออกใส่ขา
00:14:58 → 00:15:01สั้นเจนเห็นภาพเลยเนาะนะเธอคือคนปกติทั่ว
00:15:01 → 00:15:05ไปที่ไม่ใช่ผู้ป่วยนะครับอะไรงดได้ก็ดี
00:15:05 → 00:15:08กว่าชายสำหรับผู้ป่วยแล้วอ่ะอาจจะต้องลด
00:15:08 → 00:15:11ปริมาณลงไปจากนั้นอีกครับไอ้นี่คือขึ้น
00:15:11 → 00:15:14ว่าเป็นผู้หัวความนะรถอ่ะเฮ้อผู้ป่วยที่
00:15:14 → 00:15:17รับประทานยาความคุมความดันโลหิตแล้วดี
00:15:17 → 00:15:21กว่าถูกต้องค่ะกับประสบการณ์และกันน็อคผม
00:15:21 → 00:15:24ได้มีโอกาสดูแลผู้ป่วยกลุ่มโรค ncd ทั้ง
00:15:24 → 00:15:27หมดไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวานนะครับใครมาใน
00:15:27 → 00:15:30เลือดสูงความดันโลหิตสูงนะคะพบว่าปัจจัย
00:15:30 → 00:15:33สำคัญเลยนะครับก็คือการบริโภคอาหารนี่
00:15:33 → 00:15:36แหละครับถ้าเราสามารถควบคุมการกินของเรา
00:15:36 → 00:15:39ให้ถูกต้องและเหมาะสมตามนักกำหนดอาหาร
00:15:39 → 00:15:43หรือนักโภชนาการแนะนำนะครับเนาะก็จะ
00:15:43 → 00:15:48สามารถลดการกินยาได้การกินมีผลสำคัญอย่าง
00:15:48 → 00:15:52มากทำให้ห่างไกลจากโรคเพียงแค่การปรับการ
00:15:52 → 00:15:55กินอย่างถูกต้องครับการรักษาเป็นอะไรที่
00:15:55 → 00:15:58ดีขึ้นราบรื่นมากใช่ส่งผลทำให้คุณภาพ
00:15:58 → 00:16:02ชีวิตของผู้ป่วยอุ้ยดีขึ้นดีขึ้นได้ฟัง
00:16:02 → 00:16:05แบบนี้แล้วนะคะสำคัญมากบางคนอาจจะไปโฟกัส
00:16:05 → 00:16:08ที่การออกกำลังกายค่ะออกกำลังกายหนักกิน
00:16:08 → 00:16:11หนักแต่งานพอได้คุยกันในมุมของนัก
00:16:11 → 00:16:13โภชนาการนะคะมุมมองนักพัฒนาการคุณเพ็ญก็
00:16:13 → 00:16:16ไม่ยอมให้พวกเราฟังว่าการกินนี่แหละสำคัญ
00:16:16 → 00:16:21เพราะใน 1 วันนะเรากินตั้ง 3 มื้อหรืออาจ
00:16:21 → 00:16:23จะมากกว่านั้นอีกใช่ครับว่าคนนี้มีมือ
00:16:23 → 00:16:27ว่างด้วยเนอะใช่ขาวนี้รหัสถึงเป็นเรื่อง
00:16:27 → 00:16:29ที่สำคัญมากๆเครียดมาพูดคุยกับผู้ฟังกัน
00:16:29 → 00:16:33นะคะขานอกจากนี้ค่ะคุณเคนถ้าในมุมของนัก
00:16:33 → 00:16:36พัฒนาการมีเคล็ดลับอะไรมาฝากผู้ฟังบ้าง
00:16:36 → 00:16:39ไหมคะถึงเรื่องวิธีการในการลดโซเดียมใน
00:16:39 → 00:16:42มื้ออาหารค่ะเบื้องต้นเลยนะครับส่วนใหญ่
00:16:42 → 00:16:44แล้วที่แนะนำให้กับผู้ป่วยความดันโลหิต
00:16:44 → 00:16:47สูงนะครับก็จะแนะนำในเรื่องของการปรุงรส
00:16:47 → 00:16:50ครับอาจจะต้องลดความเค็มจากที่เคยกินรส
00:16:50 → 00:16:53จัดรสจัดจ้านเอ้ออ่อนเค็มลงมาครึ่งนึงนะ
00:16:53 → 00:16:57ครับจากที่เคยทานหรือจากที่เคยตักราดใน
00:16:57 → 00:16:59จานอาหารของตนเองนะครับอ่ะสมมุติว่าเรา
00:16:59 → 00:17:02เคยอ่าใส่อยู่ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะใช่ไหม
00:17:02 → 00:17:04ครับก็อาจจะต้องลดเหลือเท่าไหร่ดีครับคุณ
00:17:04 → 00:17:08ฟ้า 1 ช้อนชาเยอะใช่ไหมคะอ่าประมาณนี้ยัง
00:17:08 → 00:17:11พอได้ครับนอนอ่าแล้วก็ถือว่าเป็นการเริ่ม
00:17:11 → 00:17:14ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมละค่ะเหมือนเอาชนะใช้
00:17:14 → 00:17:17ตัวเองเป็นวันละนิดวันละหน่อยใช่ครับอ่า
00:17:17 → 00:17:21ก็คือรถจากที่ 1 ช้อนโต๊ะเป็น 1 ช้อนชา
00:17:21 → 00:17:25อย่างนี้ก็ดีมากแล้วนะครับอ่ะแล้วก็นอก
00:17:25 → 00:17:27เหนือจากนี้นะครับนอนในเรื่องของการเป็น
00:17:27 → 00:17:32ทานปิ้งย่างชาบูบุฟเฟ่ต์หมูกระทะคนก็จะ
00:17:32 → 00:17:35ชอบทานน้ำจิ้มใช่ไหมครับก็คือไม่ควรจะ
00:17:35 → 00:17:38บริโภคเกิน 1 ถ้วยน้ำจิ้มนะครับตอน 1
00:17:38 → 00:17:42ครั้งปริมาณโซเดียมจะได้ไม่เกินนะครับนอก
00:17:42 → 00:17:45เหนือจากนี้นะครับก็จะมีขนมกรุบกรอบพะแนก
00:17:45 → 00:17:49ต่างๆอาจจะต้องมีการสังเกตน้องอ่ะฉลาก
00:17:49 → 00:17:52โภชนาการนะครับที่อยู่ด้านหลังซองหรือ
00:17:52 → 00:17:55เดี๋ยวนี้มันจะมีฉลากหวานมันเค็ม gda นะ
00:17:55 → 00:17:58ครับน้องอยู่ด้านหน้าซองสังเกตได้ง่ายนะ
00:17:58 → 00:18:01ครับดูปริมาณเกลือแต่พอดีเยี่ยมว่ามีเกิน
00:18:01 → 00:18:05500 ถึง 1,000 กรัมหรือเปล่าถ้าเกินเรา
00:18:05 → 00:18:08มักจะเห็นว่าเขาให้แบ่งทางกี่มื้อใช่เลย
00:18:08 → 00:18:12ครับใช่ปกติขนมเนาะยี่ห้อดังน้องมันฝรั่ง
00:18:12 → 00:18:15ทอดกรอบอย่างเงี้ยถุงละ 20 หรือว่า 30
00:18:15 → 00:18:18บาทจริงๆแล้วนอนตามคำแนะนำเนี่ยเค้าบอก
00:18:18 → 00:18:22ว่าต้องแบ่งทาน 3-4 ครั้งหรือไม่ก็สามคน
00:18:22 → 00:18:25หนึ่งถูกต้องทาหน้าจากนี้ยังมีอะไรอีกไหม
00:18:25 → 00:18:30คะและก็หัวใจสำคัญเลยนะครับน้อก็คือการ
00:18:30 → 00:18:33ชิมอาหารก่อนปรุงรสทุกครั้งได้ก๋วยเตี๋ยว
00:18:33 → 00:18:38มา 1 ชามได้สุกขี้มา 1 ชามชิมก่อนใช่จะ
00:18:38 → 00:18:41ต้องมีการชิมรสชาติก่อนก่อนที่จะปรุงอะไร
00:18:41 → 00:18:45เพิ่มเข้าไปไม่ว่าจะเป็นความเค็มความหวาน
00:18:45 → 00:18:49ค่าความมันต้องชิมก่อนนะครับมาเคยค่อยๆ
00:18:49 → 00:18:51ปรับพฤติกรรมบางอย่างนะคะเรื่องนี้เป็น
00:18:51 → 00:18:54เรื่องที่ควรให้ความสำคัญนะคะชิมก่อนลุง
00:18:54 → 00:18:57เขาจะเอาเรื่องธรรมดาๆแต่ในความเป็นจริง
00:18:57 → 00:19:00หลายคนปรุงตามนิสัยที่เคยชินใครถ้าชอบแบบ
00:19:00 → 00:19:04ปรุงตามความเคยชินแต่รสชาติละร้านก็ไม่
00:19:04 → 00:19:07ได้เหมือนกันต้องครับจะแบบมีความเค็มอยู่
00:19:07 → 00:19:10แล้วได้เราเราจอมติดว่าจะต้องตักน้ำปลา
00:19:10 → 00:19:13เพิ่มเท่าไหร่ในงานน้องชายชนะนะคะเราคิด
00:19:13 → 00:19:16ว่าเป็นเรื่องเล็กๆนะเค้าชิมก่อนปรุงชิม
00:19:16 → 00:19:18ก่อนปรุงแล้วห่างไรจากโรคความดันโลหิตสูง
00:19:18 → 00:19:22แล้วถ่ายครับแล้วก็เรื่องของการดื่มน้ำ
00:19:22 → 00:19:25ค่าน้ำสะอาดนะครับจะต้องลืมให้ได้อย่าง
00:19:25 → 00:19:29น้อยวันละ 2 ลิตรขึ้นไป 2-3 ลิตรนะครับก็
00:19:29 → 00:19:32ถึง 3 L ชายถ้าก็มาถึงช่วงสุดท้ายของราย
00:19:32 → 00:19:35การแล้วค่ะในมุมมองของนักพัฒนาการนะคะ
00:19:35 → 00:19:37อยากจะให้คุณเคนฝากอะไรถึงผู้ฟังที่กำลัง
00:19:37 → 00:19:41ฟังพอดแคสต์อยู่ค่ะครับก็เราสามารถปรับ
00:19:41 → 00:19:43เปลี่ยนพฤติกรรมหรือว่าหยุดพฤติกรรม
00:19:43 → 00:19:45เสี่ยงการเกิดโรคความดันเหตุสูงนะคะไม่
00:19:45 → 00:19:48ว่าจะเป็นการสูบบุหรี่นะครับความเครียด
00:19:48 → 00:19:51การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นะครับรวมไป
00:19:51 → 00:19:54ถึงการที่เรามีภาวะน้ำหนักตัวเกินหรือว่า
00:19:54 → 00:19:57โรคอ้วนนะครับแล้วก็สำคัญสุดเลยก็คือการ
00:19:57 → 00:20:01บริโภคอาหารที่มีเกลือโซเดียมที่สูงเป็น
00:20:01 → 00:20:04เรื่องที่สำคัญมากๆเลยทรายครับเรียกว่า
00:20:04 → 00:20:07กิจสวนะมันเป็นสิ่งที่เราต้องพบเจอทุกวัน
00:20:07 → 00:20:11ใช่ซ้ำๆเป็นระยะยาวนั่นเองนะคะวันนี้โชค
00:20:11 → 00:20:14ดีมากๆค่ะคือนักพัฒนาการมาพูดคุยถึงข้อ
00:20:14 → 00:20:16มูลที่สำคัญนะคะในเรื่องของการบริโภค
00:20:17 → 00:20:20อาหารกับพวกเราค่ะเมื่อทั้งหมดแล้วค่ะขอ
00:20:20 → 00:20:24ขอบคุณคุณนฤมิตบ้านคุ้มนักโภชนาการงาน
00:20:24 → 00:20:27โภชนาการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
00:20:27 → 00:20:29ธนะพัฒน์ทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
00:20:29 → 00:20:34ค่ะสวัสดีคะสวัสดีครับและขอขอบคุณผู้ฟัง
00:20:34 → 00:20:37ทุกท่านที่อยู่ในการตรงนี้ค่ะนอกจากนี้นะ
00:20:37 → 00:20:40คะผู้ฟังยังสามารถติดตามข่าวสารของคณะ
00:20:40 → 00:20:43แพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้อีก
00:20:43 → 00:20:46หลายช่องทางค่ะไม่ว่าจะเป็นบนเว็บไซต์
00:20:46 → 00:20:49Facebook YouTube Twitter ธนากำ
00:20:49 → 00:20:53Instagram พอดแคสต์เพียงพิมพ์คำที่ช่อง
00:20:53 → 00:20:57ค้นหาว่า med.cmu นะคะ m e d cmu
00:20:57 → 00:21:00เพียงเท่านี้ค่ะก็จะมีข้อมูลกับการดูแล
00:21:00 → 00:21:04สุขภาพอีกมากมายเลยค่ะสำหรับวันนี้นะคะ
00:21:04 → 00:21:06ต้องลาทุกท่านไปก่อนครั้งหน้าจะเป็น
00:21:06 → 00:21:09เรื่องอะไรอย่าลืมติดตามกันต่อนะคะสวัสดี
00:21:09 → 00:21:13ค่ะเสี่ยงอยู่พอ Cash ฟังเฟิร์สเฮ้าส์
00:21:13 → 00:21:20เพราะสุขภาพที่ดีเริ่มได้จากตัวเราเอง