00:00:00 → 00:00:03เราจะมาพูดคุยกันเรื่องโรคฮิคิโคโมริค่ะ
00:00:03 → 00:00:07ภาวะตัดขาดแยกตัวจากสังคมและในช่วงนี้นะ
00:00:07 → 00:00:09คะเราได้รับเกียรติจากอาจารย์หมอค่ะจาก
00:00:09 → 00:00:14แอปพลิเคชันหมอดีอาจารย์คะสวัสดี
00:00:14 → 00:00:23[เพลง]
00:00:23 → 00:00:26ค่ะอาจารย์คะขอเริ่มที่คำถามข้อแรกเลยนะ
00:00:26 → 00:00:30คะอะไรคือสาเหตุในการเกิดโรคคิๆโคโมริคะ
00:00:30 → 00:00:33แล้วทำไมในประเทศญี่ปุ่นคนถึงเป็นกันเยอะ
00:00:33 → 00:00:36คะก็อาจจะด้วยเรื่องของสภาพทางสังคมของ
00:00:36 → 00:00:39ประเทศญี่ปุ่นนะคะอย่างที่ทราบกันอยู่ว่า
00:00:39 → 00:00:41ความกดดันในเรื่องของวัฒนธรรมของประเทศ
00:00:41 → 00:00:44เขาที่มีความเป็นค่อนข้างเป็นระเบียบสูง
00:00:44 → 00:00:47นะคะแล้วก็เรื่องของวัฒนธรรมการทำงานที่
00:00:47 → 00:00:50ค่อนข้างจะมีความกดดันสูงอาจจะมีความผิด
00:00:50 → 00:00:54พลาดไม่ได้นะคะก็ทำให้อ่าคนที่ต้องอาศัย
00:00:54 → 00:00:56อยู่ในวัฒนธรรมในสังคมนี้เนี่ยต้องรับแรง
00:00:56 → 00:01:00กดดันก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงมากขึ้นค่ะ
00:01:00 → 00:01:02อาจารย์คะแล้วสำหรับในประเทศไทยเองโรค
00:01:02 → 00:01:06ฮิคิโคโมรินี้น่าเป็นห่วงหรือไม่คะสำหรับ
00:01:06 → 00:01:09อุบัติการณ์การเกิดในประเทศไทยนะคะตอนนี้
00:01:09 → 00:01:12ก็ยังไม่พบรายงานการเกิดอาการฮิคิโคโมริ
00:01:12 → 00:01:15ในประเทศไทยนะคะก็ต้องบอกว่าสถานการณ์ตอน
00:01:15 → 00:01:17นี้ยังไม่ได้น่าเป็นห่วงเท่าไหร่นะคะแต่
00:01:17 → 00:01:21ว่าก็อาจจะต้องเฝ้าระวังติดตามกันอยู่นะ
00:01:21 → 00:01:24คะอาจารย์ขาแล้วใครที่เป็นกลุ่มเสี่ยงที่
00:01:24 → 00:01:28จะเป็นโรคฮิคิโคโมริคะกลุ่มเสี่ยงนะคะตอน
00:01:28 → 00:01:31เนี้ยก็มีรายงานว่ากลุ่มเสียงที่พบได้
00:01:31 → 00:01:34เนี่ยส่วนใหญ่ก็จะเป็นในกลุ่มของวัยรุ่น
00:01:34 → 00:01:37นะคะไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ตอนต้นนะคะแล้วก็จะ
00:01:37 → 00:01:41พบในเพศชายได้มากกว่าเพศหญิงนะคะแล้วก็จะ
00:01:41 → 00:01:44เป็นคนที่อาศัยอยู่ในวัฒนธรรมในสังคมที่
00:01:44 → 00:01:49มีลักษณะค่อนข้างกดดันนะคะแล้วก็บางคน
00:01:49 → 00:01:51เนี่ยถ้าเกิดว่าเป็นเด็กอ่ะค่ะก็อาจจะ
00:01:51 → 00:01:54เติบโตมาในลักษณะการเลี้ยงดูที่พ่อแม่อาจ
00:01:54 → 00:01:56จะมีการ Over protect นะคะหรือว่าให้
00:01:56 → 00:01:59ความปกป้องลูกมากจนเกินไปจนทำให้เด็กคน
00:01:59 → 00:02:02นั้นเนี่ยมีลักษณะที่พึ่งพิงพ่อแม่นะคะ
00:02:02 → 00:02:05หรือว่าอาจจะพอสืบทราบไปประวัติในอดีต
00:02:05 → 00:02:08เนี่ยก็พบว่าเคยผ่านการถูกกดดันการถูกคาด
00:02:08 → 00:02:11หวังการถูกบุลลี่นะคะแล้วก็ไม่ได้รับความ
00:02:11 → 00:02:14ช่วยเหลือหรือคนบางกลุ่มเนี่ยอาจจะมีความ
00:02:14 → 00:02:16ผิดปกติทางจิตเวชบางอย่างนะคะอย่างเช่น
00:02:16 → 00:02:20เป็นโรคจิตเภทนะคะโรคซึมเศร้านะคะโรควิตก
00:02:20 → 00:02:23กังวลโรคกลัวการเข้าสังคมก็เป็นอีกปัจจัย
00:02:23 → 00:02:26เสี่ยงที่ทำให้เกิดอาการฮิคิโคโมริได้ค่ะ
00:02:26 → 00:02:29อาจารย์ขาแล้วอาการของโรคฮิคิโคโมริเป็น
00:02:29 → 00:02:32อย่างไรคะจริงๆอาการที่เข้าข่าย
00:02:32 → 00:02:35ฮิคิโคโมรินะคะถ้าตามเกณฑ์วินิจฉัยเนี่ย
00:02:35 → 00:02:37มันก็จะมีอยู่ 3 ข้อด้วยกันนะคะข้อแรกก็
00:02:37 → 00:02:41คือมีเรื่องของพฤติกรรมการแยกตัวออกจาก
00:02:41 → 00:02:44สังคมที่ค่อนข้างชัดเจนนะคะข้อ 2 เนี่ย
00:02:44 → 00:02:47อาการพฤติกรรมที่เกิดขึ้นเนี่ยเป็นลักษณะ
00:02:47 → 00:02:49ที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องนะคะเป็น
00:02:49 → 00:02:52อย่างน้อยเวลา 6 เดือนแล้วก็ข้อ 3 เนี่ย
00:02:52 → 00:02:55พฤติกรรมตรงเนี้ยมันเริ่มส่งผลกับตัวเค้า
00:02:55 → 00:02:58นะคะอาจจะทำให้ไม่สามารถไปทำงานได้สูญ
00:02:58 → 00:03:01เสียฟังก์ชันในการใช้ชีวิตบางอย่างนะคะ
00:03:01 → 00:03:04หรือว่าการสัมพันธภาพปฏิสัมพันธ์กับคนรอบ
00:03:04 → 00:03:07ข้างเนี่ยเปลี่ยนแปลงไปค่ะอาจารย์คะแล้ว
00:03:07 → 00:03:11โรคฮิคิโคโมริเนี่ยต่างจากคนที่ชอบแค่
00:03:11 → 00:03:14เก็บเนื้อเก็บตัวอย่างไรบ้างคะก็ถ้าเกิด
00:03:14 → 00:03:17ว่าเป็นคนที่ชอบเก็บตัวนะคะโดยทั่วไปก็
00:03:17 → 00:03:21อาจจะรู้สึกว่าตัวเค้าเนี่ยยังไม่ชอบเข้า
00:03:21 → 00:03:24สังคมนะการเข้าสังคมเนี่ยมันเป็นความรู้
00:03:24 → 00:03:27สึกที่แบบมันทำให้เกิดความอึดอัดแต่ว่าก็
00:03:27 → 00:03:30ไม่ใช่ว่าเข้าไม่ได้เลยนะคะก็ยังก็ยังพอ
00:03:30 → 00:03:33ไปได้บ้างแต่ว่าอาจจะหลีกเลี่ยงในบางสถาน
00:03:33 → 00:03:36ที่นะคะแต่ว่าคนที่มีอาการฮิคิโคโมริ
00:03:36 → 00:03:39เนี่ยจะเป็นในลักษณะของการแยกตัวเองปิด
00:03:39 → 00:03:42กั้นตัวเองออกจากสังคมนะคะเป็นการพาตัว
00:03:42 → 00:03:46เองเข้าไปอยู่ในเซฟโซนนะคะอาจจะเป็นใน
00:03:46 → 00:03:50บ้านนะคะหรือว่าในห้องนอนส่วนตัวนะคะหรือ
00:03:50 → 00:03:53บางคนเนี่ยอาจจะมีลักษณะที่ต่อต้านสังคม
00:03:53 → 00:03:56นะคะอย่างเช่นถ้าเกิดว่ามีใครที่พยายาม
00:03:56 → 00:03:58ที่จะเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวหรือว่าในเซฟ
00:03:58 → 00:04:01โซนของคนคคนนั้นเนี่ยเขาก็จะรู้สึกว่าอาจ
00:04:01 → 00:04:03จะมีพฤติกรรมต่อต้านจนถึงบางรายเนี่ยอาจ
00:04:03 → 00:04:08จะมีการทำร้ายหรือว่าทำร้ายร่างกายนะคะคน
00:04:08 → 00:04:11ที่พยายามเข้ามาช่วยเหลือได้ค่ะอาจารย์คะ
00:04:11 → 00:04:14แล้วโรคฮิคิโคโมรินั้นจะรักษาได้อย่างไร
00:04:14 → 00:04:18บ้างคะค่ะวิธีการรักษานะคะก็จะรักษาทั้ง
00:04:18 → 00:04:21ตัวผู้ป่วยนะคะแล้วก็ตัวครอบครัวควบคู่
00:04:21 → 00:04:25กันไปด้วยนะคะในส่วนของครอบครัวเนี่ยอาจ
00:04:25 → 00:04:27จะเริ่มจากที่บางครอบครัวเนี่ยอาจจะรู้
00:04:27 → 00:04:30สึกอายนะคะที่มีคนค้าหรือว่ามีผู้ป่วย
00:04:30 → 00:04:33ฮิคิโคโมริอยู่ในบ้านนะคะทำให้ครอบครัวเย
00:04:34 → 00:04:36อาจจะเลือกที่จะปิดกั้นหรือว่ารู้สึกว่า
00:04:36 → 00:04:38การที่มีคนไข้คนเนี้ยอยู่อ่ะมันเป็นตาบาป
00:04:38 → 00:04:42ของเขาการที่เราให้เขาได้รับความรู้นะคะ
00:04:42 → 00:04:45แล้วก็ให้ทางครอบครัวทางครอบครัวเนี่ยได้
00:04:45 → 00:04:48พูดคุยกับจิตแพทได้พูดคุยกับนักจิตวิทยา
00:04:48 → 00:04:50เนี่ยก็จะช่วยให้เขามีความรู้ความเข้าใจ
00:04:50 → 00:04:53ในเรื่องของอาการฮิคิโคโมริได้มากขึ้นค่ะ
00:04:53 → 00:04:56ส่วนตัวผู้ป่วยเองนะคะอย่างแรกเลยก็คือ
00:04:56 → 00:04:59อาจจะต้องรู้ว่าอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น
00:04:59 → 00:05:02เนี่ยมันเป็นจากโรคร่วมทางจิตเวทอื่นๆ
00:05:02 → 00:05:04หรือเปล่านะคะโรคร่วมที่มีอาการคล้ายกัน
00:05:04 → 00:05:07ได้ก็อาจจะอย่างเช่นเรื่องของโรคจิตเภทนะ
00:05:07 → 00:05:09คะคนไข้ก็บางบางรายเนี่ยอาจจะมีลักษณะการ
00:05:10 → 00:05:13แยกตัวออกจากสังคมได้เหมือนกันนะคะหรือ
00:05:13 → 00:05:16ว่าโรคซึมเศร้านะคะหรืออาจจะมีเรื่อง
00:05:16 → 00:05:18เรื่องของโรควิตกกังวลโรคกลัวการเข้า
00:05:18 → 00:05:21สังคมคนไข้กลุ่มนี้เนี่ยก็อาจจะอ่ามี
00:05:21 → 00:05:24เรื่องของการที่เข้าไปอยู่ในที่ที่คนเยอะ
00:05:24 → 00:05:26ๆหรือว่าการที่ได้พูดคุยกับคนเนี่ยมัน
00:05:26 → 00:05:29สร้างความอึดอัดใจสร้างความไม่สุขสบายทาง
00:05:29 → 00:05:31กายให้กับเคก็ทำให้คนไข้กลุ่มนี้เนี่ย
00:05:31 → 00:05:34เลือกที่จะปลีกตัวออกมาหรือบางทีมันก็จะ
00:05:34 → 00:05:37มีเรื่องของโรคบุคลิกภาพผิดปกติบางอย่าง
00:05:37 → 00:05:39อย่างเช่นบุคคลิกภาพแยกตัวหรือว่าชื่อ
00:05:39 → 00:05:42ภาษาอังกฤษว่า skis personality
00:05:42 → 00:05:45disorder นะคะก็จะมีอาการคล้ายกันได้นะ
00:05:45 → 00:05:48คะซึ่งถ้าเกิดว่าพบว่ามีโรคร่วมทางจิตเวท
00:05:48 → 00:05:51เนี่ยก็จะให้การรักษาโรคทางจิตเวทร่วม
00:05:51 → 00:05:54ด้วยนะคะอาจจะเป็นการให้ยาเป็นหลักนะคะ
00:05:54 → 00:05:56ร่วมกับการทำจิตบำบัดทีเนี้ยมันก็จะมีคน
00:05:57 → 00:06:00ไข้บางคนที่ไม่ได้เป็นโรครร่วมทางจิตเวท
00:06:00 → 00:06:02มีอาการฮิคิโคโมริเพียวเลยเขาก็จะเรียก
00:06:02 → 00:06:06ว่า Primary ฮิคิโคโมรินะคะในแนวทางการ
00:06:06 → 00:06:08รักษาเนี่ยก็จะเน้นที่การทำจิตบำบัดเป็น
00:06:08 → 00:06:11หลักค่ะซึ่งการทำจิตบำบัดเนี่ยก็จะมีทั้ง
00:06:11 → 00:06:15การจิทำจิตบำบัดรายบุคคลนะคะอาจจะเป็นการ
00:06:15 → 00:06:18ส่งเสริมเรื่องของการ Social skill นอก
00:06:18 → 00:06:20เหนือจากการทำจิตบำบัดแบบรายบุคคลนะคะก็
00:06:20 → 00:06:23จะมีการทำจิตบำบัดแบบกลุ่มนะคะซึ่งตรงนี้
00:06:24 → 00:06:26เนี่ยมันก็จะเหมือนเป็นการให้คนที่มี
00:06:26 → 00:06:28อาการคล้ายๆกันเนี่ยเข้ามาพูดเข้ามาคุย
00:06:28 → 00:06:31กันตรงนี้เนี่ยเนี่ยก็จะมีประโยชน์ในแง่
00:06:31 → 00:06:33ของการส่งเสริมเรื่องของ Social skill
00:06:33 → 00:06:36เรื่องของการปฏิสัมพันธ์ในสังคมให้กับคน
00:06:36 → 00:06:40ไข้ได้ค่ะอาจารย์คะเราจะมีวิธีในการ
00:06:40 → 00:06:44สังเกตคนรอบข้างรวมถึงตัวเราเองว่าเรามี
00:06:44 → 00:06:46ความเสี่ยงในเรื่องของโรคฮิคิโคโมริได้
00:06:47 → 00:06:50อย่างไรบ้างคะอันดับแรกเลยก็ถ้าเราเริ่ม
00:06:50 → 00:06:53สังเกตเห็นว่าคนรอบข้างคนใกล้ตัวเนี่ย
00:06:53 → 00:06:57เริ่มมีอาการแยกตัวนะคะไม่พูดไม่จาไม่
00:06:57 → 00:06:59ค่อยคุยกับใครเก็บตัวเงียบเงียบอยู่ใน
00:06:59 → 00:07:03ห้องอันเนี้ยก็อาจจะเป็นสัญญาณนึงละนะคะ
00:07:03 → 00:07:06หรือว่าถ้าเกิดเป็นตัวของเราเองเราเริ่ม
00:07:06 → 00:07:09รู้สึกว่าตัวเราเองเนี่ยเริ่มที่จะไม่
00:07:09 → 00:07:12ค่อยอยากคุยกับใครรู้สึกว่าอยู่คนเดียว
00:07:12 → 00:07:16สบายใจกว่าหรือการที่เราไปอยู่ในสังคมการ
00:07:16 → 00:07:19พบเจอผู้คนทำให้เรารู้สึกว่าเรารู้สึกอึด
00:07:19 → 00:07:21อัดหรือเราไม่รู้สึกเป็นรู้สึกว่าแบบ
00:07:21 → 00:07:23เหมือนเราไม่เป็นส่วนหนึงของสังคมนั้นอัน
00:07:24 → 00:07:26นี้ก็อาจจะเป็นสัญญาณแรกเริ่มซึ่งสัญญาณ
00:07:26 → 00:07:28แรกเริ่มตรงเนี้ยไม่ได้หมายความว่าจะเป็น
00:07:28 → 00:07:31อาการของคิโคโมริเสมอไปนะคะอาจจะเป็นความ
00:07:31 → 00:07:35ผิดปกติอื่นๆทางจิตเวชได้นะคะยังไงก็แนะ
00:07:35 → 00:07:38นำว่าปรึกษาแพทย์นะคะหรือว่านักจิตวิทยา
00:07:38 → 00:07:41ค่ะเพื่อให้การวินิจฉัยให้ความช่วยเหลือ
00:07:42 → 00:07:45กันนะคะอาจารย์ขาแล้วโรคฮิคิโคโมริเนี่ย
00:07:45 → 00:07:48มีวิธีป้องกันอย่างไรคะวิธีป้องกันถ้า
00:07:48 → 00:07:51เกิดว่าเป็นตัวเราเองนะคะอันดับแรกเลยก็
00:07:51 → 00:07:55เวลาที่มีปัญหาหรือว่ามีความอึดอัดคับ
00:07:55 → 00:07:58พ้องใจเนี่ยก็อาจจะมีใครสักคนนึงนะคะที่
00:07:58 → 00:08:03เราไว้ใจสามารถพูดคุยรับฟังปัญหาได้นะคะ
00:08:03 → 00:08:06อีกอย่างนึงคือก็คือลดความกดดันที่มีต่อ
00:08:06 → 00:08:09ตัวเองลงนะคะการฟังแบบ open การฟังแบบ
00:08:09 → 00:08:12เปิดที่รับฟังโดยไม่ตัดสินก็เป็นการช่วย
00:08:12 → 00:08:15ได้นะคะอีกส่วนนึงพ่อแม่เนี่ยก็สามารถสอน
00:08:15 → 00:08:19ลูกๆได้ค่ะว่าจริงๆแล้วอ่ะความผิดพลาด
00:08:19 → 00:08:21หรือว่าความไม่สมหวังเนี่ยมันเป็นเรื่อง
00:08:21 → 00:08:25ธรรมดาของชีวิตนะคะแต่ว่าการที่เราผิด
00:08:25 → 00:08:27พลาดไปแล้วแทนที่เราจะโทษตัวเองเนี่ยเรา
00:08:27 → 00:08:30อาจจะเลือกกิบเอาความผิดพลาดนั้นน่ะ
00:08:30 → 00:08:33มาเรียนรู้ว่าแล้วเราได้เรียนรู้อะไรจาก
00:08:33 → 00:08:35ความผิดพลาดครั้งนี้แล้วในครั้งต่อไปเรา
00:08:35 → 00:08:38สามารถไปต่อได้หรือปรับปรุงแก้ไขได้ยังไง
00:08:38 → 00:08:42บ้างค่ะขอบคุณนะคะสำหรับการรับชมรายการ
00:08:42 → 00:08:45TNN Health ค่ะและอย่าลืมค่ะกด
00:08:45 → 00:08:48Subscribe กดไลคกดแชร์ในทุกช่องทาง
00:08:48 → 00:08:52ออนไลน์ของ TNN ช่อง 16 ค่ะเพื่อที่จะไม่
00:08:52 → 00:08:55พลาดการรับชมรายการสดคลิปวีีดีโอที่น่าสน
00:08:55 → 00:09:00ใจของทาง TNN นะคะ