00:00:00 → 00:00:03This Is Thai PBS podcast View the
00:00:03 → 00:00:05world vi The
00:00:05 → 00:00:09Voice เคยได้ยินโรคคาโรชิยคะตัวคาเเนี่ย
00:00:09 → 00:00:14แปลว่ามากเกินไปโรเเนี่ยแปลว่าการทำงานชิ
00:00:14 → 00:00:19คือความตายค่ะรวมกันก็คือคาโรชิคือทำงาน
00:00:19 → 00:00:22จนตายคือถ้าเราสามารถจัดการความเครียดได้
00:00:22 → 00:00:25เนี่ยมันก็จะไม่มีปัญหากรณีที่เกิดปัญหา
00:00:25 → 00:00:27ก็คือเขาไม่สามารถจัดการความเครียดที่
00:00:27 → 00:00:30เกิดขึ้นกับตัวเขาได้ถ้ามีความเครียดเกิด
00:00:30 → 00:00:33ขึ้นแล้วร่างกายเราไม่สามารถจัดการกับ
00:00:33 → 00:00:36ความเครียดได้ก็จะเกิดผลกับระบบใหญ่ๆ 2
00:00:36 → 00:00:39ระบบก็คือหัวใจแล้วก็หลอดเลือด
00:00:39 → 00:00:43สมองฟังทุกเรื่องสุขภาพอัปเดตทุกโรคไทย
00:00:43 → 00:00:47ฟังรายการโรงหมอกับดิฉันสุรีพรวงสถิตพร
00:00:47 → 00:00:49ค่ะ This Is PS
00:00:50 → 00:00:52podcast สวัสดีค่ะคุณผู้ฟังค่ะขอต้อนรับ
00:00:52 → 00:00:56เข้าสู่รายการโรงหมอทางไทย PBS พสค่ะวัน
00:00:56 → 00:00:58นี้เรามาพบกันเช่นเคยนะคะวันนี้มีเรื่อง
00:00:58 → 00:01:01ที่น่าสนใจค่ะกับคำถามที่ว่ามีจริงหรือทำ
00:01:01 → 00:01:05งานจนตายนะคะก็เดี๋ยววันนี้มาหาคำตอบกัน
00:01:05 → 00:01:07กับแพทย์หญิงชีวรัตน์ปราสานแพทย์ชำนาญการ
00:01:07 → 00:01:10พิเศษโรงพยาบาลนพรัตนราชธานีค่ะสวัสดีค่ะ
00:01:10 → 00:01:13คุณหมอคะสวัสดีค่ะพี่ลีค่ะวันนี้คุยกัน
00:01:13 → 00:01:16เนี่ยเป็นเรื่องที่ต้องบอกว่าถ้าเกิดว่า
00:01:16 → 00:01:19ในคนที่อยู่ในวัยทำงานนะคะอาจจะต้องแบบ
00:01:19 → 00:01:21ตั้งใจฟังกันเลยทีเดียวสำหรับหัวข้อในวัน
00:01:22 → 00:01:24นี้กับคำถามที่ว่ามีจริงหรือทำงานจนตาย
00:01:24 → 00:01:27อันเนี้ยเป็นคำถามที่เอ่อจริงๆต้องบอกว่า
00:01:27 → 00:01:32ก่อนหน้านี้เคยมีคำพูดอย่าว่าไม่มีหรอกทำ
00:01:32 → 00:01:35งานจนตายอ่ะไม่มีใครเค้าเป็นกันขนาดนั้น
00:01:35 → 00:01:37หรอกนะคะแต่ปัจจุบันไม่รู้ว่าเป็นอย่าง
00:01:37 → 00:01:40นี้ไมก็ต้องถามคุณหมอว่ามีจริงมั้ยที่ทำ
00:01:40 → 00:01:44งานจนถึงขั้นอืเสียชีวิตอย่างนี้เลยค่ะก็
00:01:44 → 00:01:47มีจริงนะคะอย่างเคสที่เกิดเป็นข่าวเมื่อ
00:01:47 → 00:01:51เร็วๆนี้นะคะก็มีคนที่ทำงานระยะเวลานาน
00:01:51 → 00:01:54กว่าปกตินะคะทำให้เกิดมีความผิดปกติใน
00:01:55 → 00:01:58ร่างกายแล้วก็เสียชีวิตไปนะคะซึ่งจริงๆ
00:01:58 → 00:02:01แล้วมันอาจจะมีเหตุปัจจัยหลายอย่างไม่ว่า
00:02:01 → 00:02:03จะเป็นโรคประจำตัวหรือว่าเรื่องของระยะ
00:02:03 → 00:02:06เวลาการทำงานหรือความเครียดต่างๆเข้ามา
00:02:06 → 00:02:09เกี่ยวข้องด้วยค่ะค่ะก็แสดงว่าคือจริงๆ
00:02:09 → 00:02:11แล้วถ้าเป็นในเนื้องานอาจจะไม่ใช่เป็น
00:02:11 → 00:02:13เรื่องของเนื้องานแต่มันอาจจะมีปัจจัย
00:02:13 → 00:02:17เสี่ยงที่เกิดขึ้นกับตัวเราแต่เราไม่รู้
00:02:17 → 00:02:20ใช่ค่ะอืก็อาจจะเป็นไปได้ด้วยปัจจัยหลาย
00:02:20 → 00:02:24อย่างซึ่งเดี๋ยวต้องถามคุณหมอก่อนว่าคือ
00:02:24 → 00:02:29การทำงานจนตายที่มันเกินเกินไปเนี่ยมัน
00:02:29 → 00:02:33ต้องเกินไปขนาดไหนอย่างแบบบางคนทำงานได้
00:02:33 → 00:02:37อึดถึทนเหมือนกันนะแต่บางคนอาจจะแบบอ้าก็
00:02:37 → 00:02:39ได้ในระดับนี้เลยอย่าเงี้ยมันมันมันมีตัว
00:02:39 → 00:02:41อะไรที่จะบอกได้มั้คะว่าเอ้ยคำว่าเกินไป
00:02:41 → 00:02:44เนี่ยมันต้องขนาดไหนค่ะพี่รีเคยได้ยินโรค
00:02:44 → 00:02:48คาโรชิมั้คะคาโรชิใช่ค่ะมันเป็นชื่อแบบ
00:02:48 → 00:02:50ญี่ปุ่นมากใช่ค่ะมันมาจากประเทศญี่ปุ่น
00:02:50 → 00:02:55เลยค่ะตัวคาเเนี่ยคือแปลว่ามากเกินไปโ
00:02:55 → 00:03:00เนี่ยแปลว่าการทำงานชิคือความตายค่ะรวม
00:03:00 → 00:03:05กันก็คือคาโรชิค่ะคือทำงานจนตายโอหนี่ตรง
00:03:05 → 00:03:08แปลตรงตัวมากเลยแตรงตัวเลยค่ะแต่ว่าจริงๆ
00:03:08 → 00:03:10แล้วเนี่ยเอ่อมันมาจากประเทศญี่ปุ่น
00:03:11 → 00:03:14เนื่องจากคนญี่ปุ่นเนี่ยทำงานเย็นแล้วก็
00:03:14 → 00:03:17ไม่เลิกแล้วก็ทำต่อโไปเรื่อยๆนะคะแล้วก็
00:03:17 → 00:03:20มีการเอ่อเสียชีวิตเกิดขึ้นเขาก็เลย
00:03:20 → 00:03:24บัญญัติโรคนี้ขึ้นมานะคะสำหรับการทำงาน
00:03:24 → 00:03:28ที่ยาวนานกว่าปกติคำว่าปกติก่อนระยะเวลา
00:03:28 → 00:03:31การทำงานปกติที่เหมาะสมเนี่ยจะอยู่ที่ 5
00:03:31 → 00:03:35วันต่อสัปดาห์ค่ะค่ะ 8 ชมงต่อวันหรือรวม
00:03:35 → 00:03:39แล้วเนี่ยประมาณ 40 ชมต่อสัปดาห์เขาบอก
00:03:39 → 00:03:43ว่าถ้าคนเราเนี่ยทำงานเกิน 60 ชั่วโมงต่อ
00:03:43 → 00:03:47สัปดาห์จะเริ่มมีผลผิดปกติกับร่างกายละอื
00:03:47 → 00:03:52เดี๋ยวๆๆขออนุญาตนับเวลาก่อนในสัดาที่มี
00:03:52 → 00:03:54ทำเกินมั้ยอะไรอย่างเงี้ยไม่แต่คือบางคน
00:03:54 → 00:03:58เราเข้าใจวิถีว่าด้วยความที่เต้องทำ OT
00:03:58 → 00:04:01มากขึ้นเพื่อที่จะแบบว่าอล่ะมันมีเรื่อง
00:04:01 → 00:04:03ของการเลี้ยงชีพในครอบครัวเรื่องของ
00:04:03 → 00:04:06เศรษฐกิจด้วยอ่ะนะแต่ว่าเมื่อกี้คุณหมอ
00:04:06 → 00:04:08ว่ามันมีสัญญาณที่เป็นตัวที่อาจจะบอกได้
00:04:08 → 00:04:11ว่าเออมันเกินไปจริงๆนะถ้ามันเกิน 60
00:04:12 → 00:04:15ชั่วโมงบางคนอาจจะแบบว่ายังพอไหวอยู่แรกๆ
00:04:15 → 00:04:17อาจจะยังไหวอย่างนี้หรือเปล่าแล้วก็แบบ
00:04:17 → 00:04:21ใช่สักระยะนึงค่ะก็จริงๆแล้วเนี่ยมันก็มี
00:04:21 → 00:04:24หลายปัจจัยนะคะคือถ้าเราสามารถจัดการความ
00:04:24 → 00:04:28เครียดได้เนี่ยมันก็จะไม่มีปัญหาบางคนเา
00:04:28 → 00:04:31สามารถทำงานควบคู่ไปกับชีวิตประจำวันได้
00:04:31 → 00:04:33โดยปัจจุบันเนี้ยมันจะมีคำว่า work Flow
00:04:33 → 00:04:36เกิดขึ้นค่ะคือเขาทำงานเสาร์อาทิตย์ก็ทำ
00:04:36 → 00:04:38งานคือเขาสนุกกับงานเขาสามารถทำได้อันนี้
00:04:38 → 00:04:41ก็ไม่มีปัญหาแต่ว่ากรณีที่เกิดปัญหาก็คือ
00:04:41 → 00:04:44เขาไม่สามารถจัดการความเครียดที่เกิดขึ้น
00:04:44 → 00:04:47กับตัวเขาได้อืค่ะโดยปกติเวลาที่เราเกิด
00:04:48 → 00:04:51ความเครียดอ่ะค่ะสมองของเราอ่ะค่ะจะหลั่ง
00:04:51 → 00:04:57ฮอร์โมนพวกอ่าอิฟนอินขึ้นมาค่ะทำให้เกิด
00:04:57 → 00:05:00ความผิดปกติของหลอดเลือดนะคะไม่ว่าจะเป็น
00:05:00 → 00:05:03หลอดเลือดหัวใจจหรือว่าหลอดเลือดสมองอื
00:05:03 → 00:05:06อีกส่วนหนึ่งก็คือต่อมใต้สมองเราอ่ะค่ะจะ
00:05:06 → 00:05:09หลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมาทำให้เกิดการ
00:05:09 → 00:05:13สร้างน้ำตาลสูงขึ้นมีความเสี่ยงของโรคเบา
00:05:13 → 00:05:16หวานสรุปแล้วก็คือถ้ามีความเครียดเกิด
00:05:16 → 00:05:19ขึ้นแล้วร่างกายเราไม่สามารถจัดการกับ
00:05:19 → 00:05:22ความเครียดได้ก็จะเกิดผลกับระบบใหญ่ๆ 2
00:05:22 → 00:05:26ระบบก็คือหัวใจแล้วก็หลอดเลือดสมองค่ะอ
00:05:26 → 00:05:30โอ้โหแค่คำว่าความเครียดใช่่ค่ะอมันมัน
00:05:30 → 00:05:32ยากจริงๆนะในการที่จะขจัดความเครียดอ่ะ
00:05:32 → 00:05:34มันมันมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เกิดความ
00:05:34 → 00:05:37เครียดแหละบวกกับงานที่ต้องทำมากขึ้นหนัก
00:05:37 → 00:05:41ขึ้นมันก็ส่งผลใช่ใช่ค่ะทีเมันก็จะมี
00:05:41 → 00:05:44สัญญาณเตือนค่ะพี่รีว่าเ่อเมื่อไหร่ที่
00:05:44 → 00:05:48เราเริ่มมีอาการผิดปกติเช่นถ้าเกี่ยวกับ
00:05:48 → 00:05:51ระบบหลอดเลือดสมองก็เริ่มจะมีอาการเช่น
00:05:51 → 00:05:54อ่านอนตื่นขึ้นมาะก็มีอาการเวียนศีรษะ
00:05:54 → 00:05:58หน้ามืดอ่อนเพลียค่ะถ้าอาการของโรคหัวใจ
00:05:58 → 00:06:02เริ่มต้นก็คือแน่นหน้าอกเจ็บหน้าอกค่ะ
00:06:02 → 00:06:04หรือว่ามีอาการเหนื่อยง่ายกว่าปกติอันนี้
00:06:04 → 00:06:06จะเป็นสัญญาณเตือนและว่าร่างกายเราเริ่ม
00:06:06 → 00:06:10จะไม่ไหวแล้วก็อาจจะทำให้อ่ามีอาการผิด
00:06:10 → 00:06:14ปกติมากขึ้นได้ถ้าเราไม่รีบไปวินิจฉัย
00:06:14 → 00:06:17รักษาที่โรงพยาบาลค่ะก็ต้องย้อนกลับมาดู
00:06:17 → 00:06:21ว่าเอ่อสาเหตุอะไรที่ทำให้มีอาการแบบนี้
00:06:21 → 00:06:24เช่นทำงานนานเกินไปหรือเปล่าหรือว่าเรา
00:06:24 → 00:06:27อาจจะมีความผิดปกติของร่างกายอยู่เดิม
00:06:27 → 00:06:31แล้วบวกกับทำงานระยะเวลานานมากขึ้นมีความ
00:06:31 → 00:06:34เครียดสะสมเพิ่มขึ้นก็ทำให้ร่างกายเรามี
00:06:34 → 00:06:37การทำงานของฮอร์โมนในร่างกายที่ผิดปกติอื
00:06:37 → 00:06:40เหมือนที่อธิบายไปเมื่อสักครู่อ่ะค่ะค่ะ
00:06:40 → 00:06:42ซึ่งอันเนี้ยมันไม่ได้จำกัดอยู่ที่ว่าอ่า
00:06:42 → 00:06:45ต้องจะเป็นในคนอายุเยอะๆเพราะว่าอันนี้
00:06:45 → 00:06:48เท่าฟังเท่าที่ฟังดูเนี่ยอันแหละทุกคนมี
00:06:48 → 00:06:50ความเครียดแต่ว่าปัจจัยความเสี่ยงที่
00:06:50 → 00:06:52เพิ่มมากขึ้นอาจจะแบบคนมีโรคประจำตัวแล้ว
00:06:52 → 00:06:551 2 คนที่เอ๊ะอายุมากๆหรือเปล่าอะไร
00:06:55 → 00:06:57เงี้จริงๆมันไม่ใช่คนอายุน้อยๆก็มีความ
00:06:57 → 00:06:59เสี่ยงได้เหมือนกันเพียงแต่ว่าคิดว่าตัว
00:06:59 → 00:07:04เองยังร่างกายไว้อยู่ยังแบบทำงานได้อยู่
00:07:04 → 00:07:06อะไรอย่างงี้ด้วยเนาะค่ะซึ่งความเครียด
00:07:06 → 00:07:09จากงานมันเกิดจากหลายส่วนไม่ว่าจะเป็น
00:07:09 → 00:07:12ระยะเวลาการทำงานที่นานเกินไป 60 ชั่วโมง
00:07:12 → 00:07:16ต่อสัปดาห์โดยที่ไม่มีเวลาพักเลยนะคะ 2
00:07:16 → 00:07:19ก็อาจจะเป็นเรื่องของภาระงานที่มันมาก
00:07:19 → 00:07:22เกินไปแต่ว่าคนๆนั้นเขาอาจจะเ่อความ
00:07:22 → 00:07:25สามารถอาจจะยังไม่ถึงทำให้มีความเครียด
00:07:25 → 00:07:29เกิดขึ้นค่ะกดดันอย่างเงี้เนาะใช่เรื่อง
00:07:29 → 00:07:32ของระยะเวลาที่กำหนดในการส่งงานอาจจะสั้น
00:07:33 → 00:07:36เกินไปกับภาระงานค่ะก็ทำให้เกิดมีความ
00:07:36 → 00:07:39เครียดเกิดขึ้นได้เหมือนกันค่ะคือมี
00:07:39 → 00:07:41ปัจจัยหลายอย่างแต่ว่าเมื่อไหร่ที่มีความ
00:07:41 → 00:07:43เครียดเกิดขึ้นแล้วร่างกายเราเนี่ยจะมี
00:07:43 → 00:07:46การหลั่งฮอร์โมนออกมาในร่างกายแล้วถ้าเรา
00:07:46 → 00:07:48ไม่สามารถจัดการความเครียดได้มันก็จะเกิด
00:07:48 → 00:07:51ความผิดปกติกับร่างกายหลักๆก็คือหัวใจ
00:07:51 → 00:07:54แล้วก็สมองค่ะอค่ะโอ้โหความเสี่ยงสูงมาก
00:07:54 → 00:07:57ลองประเมินนตัวเองดูค่ะคุณผู้ฟังเพราะว่า
00:07:57 → 00:08:01เราไม่รู้ว่าตอนนี้คุณผู้ฟัง้านไหนมีภาวะ
00:08:01 → 00:08:03ที่ทำงานหนักจนเกินไปหรือเปล่านะคะซึ่ง
00:08:03 → 00:08:07แต่ละคนก็อาจจะรู้สึกว่าบางทีแค่สิ่งที่
00:08:07 → 00:08:10ทำอยู่มันก็เยอะแล้วแต่ว่ามันอาจจะมีความ
00:08:10 → 00:08:13กดดันหรือว่าเรื่องของระยะเวลาในการทำงาน
00:08:13 → 00:08:15ที่เข้ามายิ่งทำให้เราเกิดความเครียดมีั้
00:08:15 → 00:08:19คะที่แบบเราเครียดโโดยไม่รู้ตัวในในในแต่
00:08:19 → 00:08:22ละวันแบบเราคิดว่าเอ๊ะก็ปกติดีจริงๆแล้ว
00:08:22 → 00:08:26มันมีภาวะนี้อยู่ข้างในค่ะจริงๆแล้วความ
00:08:26 → 00:08:28เครียดเนี่ยทุกคนเกิดได้นะคะถ้าความ
00:08:28 → 00:08:30เครียดอยู่ในระดับแบบเล็กน้อยที่เรา
00:08:30 → 00:08:33สามารถควบคุมได้มันจะเป็นผลดีกับเราด้วย
00:08:33 → 00:08:36ซ้ำทำให้เราเนี่ยทำงานมีประสิทธิภาพมาก
00:08:36 → 00:08:40ขึ้นมีความ Active มากขึ้นค่ะทุกคนมีความ
00:08:40 → 00:08:42เครียดอยู่แล้วแหละในการทำงานอ่าแต่ว่า
00:08:42 → 00:08:45ถ้าเครียดเยอะเกินไปจนไม่สามารถจัดการ
00:08:45 → 00:08:48ความเครียดของตัวเองได้เช่นอ่าทำให้มี
00:08:48 → 00:08:52อาการเ่อปวดศีรษะเนี่ยค่ะหรือว่ารู้สึก
00:08:52 → 00:08:53ว่ามัน
00:08:54 → 00:08:57อ่าตึงเครียดคิดอะไรไม่ออกจัดการความ
00:08:57 → 00:08:59เครียดตัวเองไม่ได้อันเนี้ยก็คือจะไปไม่
00:08:59 → 00:09:03เป็นผลดีละค่ะค่ะเออมันก็อยู่ข้างในอ่ะนะ
00:09:03 → 00:09:06บางทีไม่รู้ตัวว่าตัวเองเครียดหรือว่ามี
00:09:06 → 00:09:09อะไรซ่อนอยู่โรคอาจจะอยู่ข้างในเพราะว่า
00:09:09 → 00:09:11คุณผู้ฟังต้องนึกภาพตามว่าไม่ได้บอกว่าพอ
00:09:11 → 00:09:14ไปทำงานปุ๊บแล้วก็เกิดภาวะความกแล้วมันมี
00:09:14 → 00:09:17อาการทันทีมันไม่ใช่มันต้องมีระยะเวลาใน
00:09:17 → 00:09:22การสะสมสะสมมาเรื่อยๆบางคนอาจจะเอ่อกดดัน
00:09:22 → 00:09:25เรื่องนั้นเรื่องนี้เครียดเก็บไว้ไม่ได้
00:09:25 → 00:09:28มีการระบายออกหรืออะไรอย่างเงี้ยมันมัน
00:09:28 → 00:09:30ใช้ระยะเวลเวลาอยู่เหมือนกันเนาะแต่ว่า
00:09:30 → 00:09:33ระยะเวลาของแต่ละคนก็ไม่เท่ากันอีกเราไม่
00:09:33 → 00:09:35สามารถบอกว่าได้ว่าความเครียดของคนคนนี้
00:09:35 → 00:09:38เอ่อของแต่ละคนเนี่ยหรือว่าเป็นตัวกลาง
00:09:38 → 00:09:42ค่าตัวกลางว่าทำงานมา 10 ปีมีความเสี่ยง
00:09:42 → 00:09:45นะอะไรขนาดนั้นมันก็ไม่ใช่ใช่ค่ะเพราะว่า
00:09:45 → 00:09:48มันมีปัจจัยทั้งปัจจัยส่วนบุคคลปัจจัย
00:09:48 → 00:09:53องค์กรอค่ะค่ะอืไม่แต่ว่าคุณหมอคือความ
00:09:53 → 00:09:56ที่เราเรามองภาพนะคะอย่างอย่าการทำงานใน
00:09:56 → 00:09:59ในบ้านเราเองหรือเทียบกับต่างประเทศอ่ะ
00:09:59 → 00:10:01อย่างญี่ปุ่นก็ได้อันนี้ที่ที่ทราบมาคือ
00:10:01 → 00:10:04ญี่ปุ่นเค้าทำงานกันแบบจริงจังอ่ะเคเมี
00:10:04 → 00:10:07ความจริงจังกับชีวิตสูงมากอ่ะนะคะทำงาน
00:10:07 → 00:10:11แบบที่คุณหมอบอกว่าอ่ะในเวลาของเขาคละ
00:10:11 → 00:10:14แล้วยังทำ OT ต่อหรืออะไรอย่าเงี้ยมันดู
00:10:14 → 00:10:16เหมือนของเราอาจจะไม่ได้แบบเค้าเรียกอะไร
00:10:16 → 00:10:18หนักหรือว่ามีความเสี่ยงเท่ากับเค้ามั้ย
00:10:18 → 00:10:22อืมก็ขึ้นอยู่กับอาชีพนะคะอือาชีพที่มี
00:10:23 → 00:10:25ความเสี่ยงในเมืองไทยเนี่ยมองว่าจะเป็น
00:10:25 → 00:10:30ที่เข้ากะเข้าเวรคเช่นพวกพนักงานในโรงงาน
00:10:30 → 00:10:32ค่ะค่ะหรือว่าแม้แต่ในกลุ่มบุคลากรการ
00:10:32 → 00:10:36แพทย์เองอ่ะค่ะค่ะก็จะต้องมีการเข้ากะ
00:10:36 → 00:10:40หมุนหมุนเวียนการทำงานแต่ว่าจำนวนคนเนี่ย
00:10:40 → 00:10:43มันไม่ได้เยอะขนาดนั้นทำให้เราต้องทำงาน
00:10:43 → 00:10:47วนแบบมากขึ้นเวลาพักน้อยลงค่ะอันนี้ก็มี
00:10:47 → 00:10:50ผลเหมือนกันถึงแม้ว่าความเครียดหรือความ
00:10:50 → 00:10:53รับผิดชอบในงานอาจจะไม่ไม่เท่ากับในของ
00:10:53 → 00:10:57ประเทศญี่ปุ่นในในแต่ละอาชีพมันมีอ่า
00:10:57 → 00:11:00บริบทไม่เหมือนกันน่ะนะคะค่ะแต่ว่าถ้าถ้า
00:11:00 → 00:11:02ด้วยระยะเวลาการทำงานตรงเนี้ยมองว่าค่อน
00:11:02 → 00:11:06ข้างเสี่ยงในงานเข้ากะเนี่ยค่ะของคนไทยนะ
00:11:06 → 00:11:09คะส่วนอาชีพอื่นๆที่มีความเสี่ยงอีกก็คือ
00:11:09 → 00:11:12งานที่ต้องมีความรับผิดชอบสูงค่ะค่ะก็แค่
00:11:12 → 00:11:15อ่าเช่นบุคลากรการแพทย์เองเนี่ยแหละค่ะ
00:11:15 → 00:11:19หรือว่าจะเป็นกลุ่มผู้บริหารค่ะหรือคนที่
00:11:19 → 00:11:22มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบหลายอย่างค่ะค่ะ
00:11:22 → 00:11:25อันนี้ก็จะมีความเครียดเกิดขึ้นได้ง่าย
00:11:25 → 00:11:29ค่ะอืแต่จริงๆนะก็ต้องบอกว่าได้ยินคำนี้บ
00:11:29 → 00:11:33มากขึ้นคือ 1 คนนต้องทำได้หลายๆหน้าที่
00:11:33 → 00:11:37ใช่ค่ะซึ่งก็แบบว่าบางทีมันมันไม่น่าทำ
00:11:37 → 00:11:40ได้ขนาดนั้นน่ะข้อจำกัดของแต่ละคนมีความ
00:11:40 → 00:11:42สามารถของแต่ละคนมีแต่ว่าไม่ได้เหมือยว่า
00:11:42 → 00:11:44เราจะต้องเป็น multitasking ขนาดนั้นแบบ
00:11:44 → 00:11:46ว่าเป็นมนุษย์ที่ต้องมีความหลากหลายอยู่
00:11:46 → 00:11:49ในตัวเองกันขนาดนั้นนะคะแต่ว่ายังไงก็ตาม
00:11:49 → 00:11:53เนี่ยพอเรารู้ว่าเราเริ่มแบบไม่ไหวละที่
00:11:53 → 00:11:56ร่างกายเราเตือนมาอะไรเงี้ยความเหนื่อย
00:11:56 → 00:11:58ล้าความแบบตื่นมาแล้วแบบมึนงงหรืออะไร
00:11:58 → 00:12:00อย่างเงี้ยแล้วมันยังมีปัดไอ้ตัวอื่นอีก
00:12:00 → 00:12:03มมคะที่บอกแล้วบางทีเราไม่ค่อยสังเกตตัว
00:12:03 → 00:12:06เองเราคิดว่าอาจจะแบบเออสงสัยเมื่อคืนนอน
00:12:06 → 00:12:09ดึกไปมั้งนอนไม่พอหรืออะไรอย่างเงี้มาก
00:12:09 → 00:12:11เราจะไปคิดอย่างอื่นมากกว่าจะไม่ได้คิด
00:12:11 → 00:12:14ว่ามันมีอะไรแฝงอยู่ในตัวเรา
00:12:14 → 00:12:19อืค่ะจริงๆก็เอ่อเราอาจจะต้องกลับมาดูอ่ะ
00:12:19 → 00:12:21นะคะว่าสาเหตุที่เรามีอาการอย่างเงี้ย
00:12:21 → 00:12:24เป็นจากอะไรมันเป็นสัญญาณเตือนในร่างกาย
00:12:24 → 00:12:27เราละไม่ว่าจะเป็นอ่านอนไม่หลับหรือว่าจะ
00:12:27 → 00:12:29เป็นตื่นมาแล้วเวียนศีษะนะมืดหรือเริ่มมี
00:12:30 → 00:12:31อาการแน่นหน้าอกเหนื่อยง่ายกว่าปกติอัน
00:12:31 → 00:12:34นี้ต้องกลับมาสังเกตละอันแรกที่อยากให้ดู
00:12:34 → 00:12:38ก่อนก็คือเอ่อผลตัวสุขภาพประจำปีมีความ
00:12:38 → 00:12:41ผิดปกติอะไรหรือเปล่าค่ะถ้ามีความผิดปกติ
00:12:41 → 00:12:46ก็ต้องรีบไปวินิจฉัยแล้วก็รักษารับยาค่ะ 2
00:12:46 → 00:12:50เราพักผ่อนไม่พอจริงๆหรือเปล่าค่ะเวลาการ
00:12:50 → 00:12:53นอนของเราเนี่ยกี่ชั่วโมงตื่นขึ้นมาแล้ว
00:12:53 → 00:12:56ยังปวดศีรษะอะไรหรือเปล่าอันเนี้ยค่ะหรือ
00:12:56 → 00:12:59ว่าระหว่างวันเริ่มมีอาการง่วงกว่าปกติ
00:12:59 → 00:13:01ทั้งที่นอนพอแล้วอันนี้ก็อาจจะเกิดจาก
00:13:01 → 00:13:04ภาวะนอนกรนได้รับออกซิเจนในสมองไม่เพียง
00:13:04 → 00:13:08พอก็มีได้ค่ะออ่าอันเนี้ยลองดูก่อนเรื่อง
00:13:08 → 00:13:11โรคประจำตัวแล้วก็การพักผ่อนของตัวเองสุด
00:13:11 → 00:13:15ท้ายค่ะลองดูเรื่องของงานของเราอ่ะค่ะว่า
00:13:15 → 00:13:18เรามีความเครียดจากงานด้วยหรือเปล่าเช่น
00:13:18 → 00:13:22อ่าเราเก็บเรื่องงานกลับมาคิดที่บ้านหรือ
00:13:22 → 00:13:27เปล่านะคะมีอาการนอนไม่หลับหรือเปล่านะคะ
00:13:27 → 00:13:30หรือว่าเริ่มมีวิธีวิีการที่จัดการกับ
00:13:30 → 00:13:33ความเครียดในงานไม่ได้อ่าไม่สามารถที่จะ
00:13:33 → 00:13:37ทิ้งเรื่องงานได้ในเวลาส่วนตัวหรือว่ายัง
00:13:37 → 00:13:41คิดตลอดค่ะอ่าปกติคนเราเนี่ยจะจัดการความ
00:13:41 → 00:13:43เครียดโดยอ่ะอยู่กับครอบครัวหรือหา
00:13:43 → 00:13:46กิจกรรมยามว่างทำค่ะค่ะแต่ว่าถ้าเราไม่
00:13:46 → 00:13:49สามารถเอ่อจัดการกับความเครียดของตัวเอง
00:13:49 → 00:13:52ได้จากเรื่องงานอันนี้ก็ต้องกลับมาดูแล้ว
00:13:52 → 00:13:54ว่าภาระงานมันเยอะหรือว่าความสามารถเรา
00:13:54 → 00:13:58อาจจะไม่ถึงกับงานที่ทำอาจจะต้องมีการ
00:13:58 → 00:14:01ปรับลักษณะองานหรือว่าอ่ามีการปรับเรื่อง
00:14:01 → 00:14:04ระยะเวลาการทำงานหรือเปล่าอ่ะค่ะค่ะโอค
00:14:04 → 00:14:07หลายอย่างหลายปัจจัยบางทีอาจจะไม่ได้เกิด
00:14:07 → 00:14:09ขึ้นจากเราอย่างเดียวนะอาจจะเกิดขึ้นจาก
00:14:09 → 00:14:12เอ่อตัวเนื้องานหรือว่าแบบใชค่ะในองค์กร
00:14:12 → 00:14:15นั้นๆหรืออย่าเงี้ยก็เป็นปัจจัยแต่บาง
00:14:15 → 00:14:17อย่างเราก็ควบคุมไม่ได้นะคุณหมอเนาะใช่
00:14:17 → 00:14:21ค่ะออันนี้ก็เก็บไว้ในฐานที่เข้าใจนะคะ
00:14:21 → 00:14:23แต่ว่าอย่างไรก็ตามแหละเชื่อว่าหลายคนก็
00:14:23 → 00:14:26มีความรับผิดชอบในในในหน้าที่ที่ตัวเอง
00:14:26 → 00:14:29ต้องทำอ่ะนะคะเพราะว่าอาจจะต้องด้วย
00:14:29 → 00:14:31ปัจจัยหลายอย่างแต่ว่าคือเราต้องหาเวลา
00:14:31 → 00:14:35แล้วแหละเนาะในการที่จะแบบบานตัวเองหรือ
00:14:35 → 00:14:37ว่าแบบทำให้ตัวเองรู้สึกว่าขจัดความ
00:14:38 → 00:14:39เครียดออกไปให้ได้เพราะว่าปัจจัยหลัก
00:14:39 → 00:14:41เนี่ยดูเหมือนจะเป็นเรื่องของความเครียด
00:14:41 → 00:14:45เลยใช่มั้ยคะที่มันทำให้เกิดอะไรต่างๆที่
00:14:45 → 00:14:50ร่างกายฟ้องออกมาและเอ่อแล้วก็อาจจะมีโรค
00:14:50 → 00:14:53แทรกซ้อนอยู่แล้วเราไม่ค่อยตรวจสุขภาพอ่ะ
00:14:53 → 00:14:57บางคนอาจจะทำงานจนละเลยเรื่องของสุขภาพ
00:14:57 → 00:15:00ของตัวเองอ่ะค่ะใช่ๆแล้วก็ไปเน้นเรื่อง
00:15:00 → 00:15:02ของอ่าโรคไม่ติดต่อเรื้อรังส่วนมากเนาะ
00:15:02 → 00:15:04เราก็จะอาลืมเป็นเรื่องของความเครียด
00:15:04 → 00:15:07สภาวะทางจิตใจเอ้ยแต่จริงๆจิตใจมันก็มี
00:15:07 → 00:15:10ส่วนเนาะใช่ค่ะในการทำงานแบบบางทีอาจจะ
00:15:10 → 00:15:12แบบว่าไม่ได้อยากทำงานนี้แล้วอ่ะอยากจะ
00:15:12 → 00:15:19แบบออกจากงานน่ะแต่ก็ออกไม่ได้ก็เราต้อง
00:15:19 → 00:15:21ยังหาเลี้ยงชีพอยู่อค่ะเพราะฉะนั้นมันก็
00:15:21 → 00:15:24ต้องแบบทำให้ work Life Balance ขึ้นมา
00:15:24 → 00:15:27ค่ะโอ้โหไม่แต่คุณหมอเอาจริงๆนะ work
00:15:27 → 00:15:29Life Balance ได้ยินมาแบบ
00:15:29 → 00:15:33ออืนั่นแหละช่วงนึงละแต่ว่ามันบางทีมัน
00:15:33 → 00:15:36ไม่ได้จริงๆนะมันความรู้สึกว่าก็อยากจะ
00:15:36 → 00:15:38เวิร์ค Life Balance ที่มันสมดุลกันน่ะ
00:15:38 → 00:15:41อ่ะทำยังไงให้มันสมดุลน่ะแต่แบบทำไมไม่
00:15:41 → 00:15:43ได้อ่ะเออมันทำไม่
00:15:43 → 00:15:47ได้เครียดแล้วนะอ่ะเห็นมค่ะความเครียดมา
00:15:47 → 00:15:50แล้ว 1 อือค่ะจริงๆ work Life Balance
00:15:50 → 00:15:54เนี่ยคือต้องพยายามปรับให้ได้ค่ะให้มี
00:15:54 → 00:15:57ความสมดุลในชีวิตตั้งแต่ระยะเวลาการทำงาน
00:15:57 → 00:16:01ก่อนค่ะค่ะจริงๆเขาบอกว่าห้ามทำงานไม่ควร
00:16:01 → 00:16:04ดีกว่าไม่ควรเกินทำงานเกิน 8 ชมต่อวันอือ
00:16:04 → 00:16:07ฮึค่ะอ่าแต่จริงๆเราก็อาจจะเกินกว่านั้น
00:16:07 → 00:16:10เนาะอาจจะบางคนเอางานกลับมาทำที่บ้านใช่
00:16:10 → 00:16:12หมอเองก็เหมือนกันค่ะแต่ก็ต้องมีการ
00:16:12 → 00:16:18บริหารจัดการค่ะโดยอ่าแนะนำว่าอ่าเราอาจ
00:16:18 → 00:16:22จะหาความชอบในงานที่เราทำจะได้มีความสุข
00:16:22 → 00:16:24กับงานมากขึ้น
00:16:24 → 00:16:28โอ้โหหาความชอบใช่ค่ะบางคนอาจจะไม่ได้ทำ
00:16:28 → 00:16:31งานที่ที่ตัวเองอยากทำอ่าหัวหน้ามอบมาให้
00:16:31 → 00:16:34อย่างเงี้ยค่ะแต่ก็ต้องทำเราก็อาจจะต้อง
00:16:34 → 00:16:37หาว่าเออเรามีความสุขอะไรกับหาความสุขใน
00:16:37 → 00:16:41งานที่ที่เราทำอยู่ตรงเนี้ยอืพยายามชอบ
00:16:41 → 00:16:44แล้วก็รักในงานที่เราทำอันนี้ยากกว่าใช่
00:16:44 → 00:16:46มั้ยคะยากเครียดแล้ว
00:16:46 → 00:16:492 ค่ะอันเนี้ยก็จะทำให้เราแบบมีความสุข
00:16:49 → 00:16:52กับงานได้มากขึ้นเงี้ยค่ะแล้วก็เหมือน
00:16:52 → 00:16:55ความคิดตัวเองเลยเนาะปรับไซตใหม่อ่ะแบบ
00:16:55 → 00:16:58ใช่ค่ะต้องปรับไซตใหม่เพราะว่ายังไงอ่ะ
00:16:58 → 00:17:01งานเราก็ต้องต้องทำเพื่อเลี้ยงชีพค่ะแต่
00:17:01 → 00:17:05ว่าเราก็ต้องอยู่กับมันให้ได้อ่าถ้านั้น
00:17:05 → 00:17:07ถ้าเราจะมีความสุขกับมันก็ต้องพยายามหา
00:17:07 → 00:17:10ความสุขในงานที่เราทำเข้าใจความรู้สึกของ
00:17:10 → 00:17:12คนที่แบบบางทีเค้าไม่มีทางเลือกเลยเนาะ
00:17:12 → 00:17:16แต่เขาต้องทำอ่ะเนาะแต่ก็ต้องหาค่ะใช่บาง
00:17:16 → 00:17:19ทีอาจจะเป็นงานที่ได้ทำประโยชน์ให้กับคน
00:17:20 → 00:17:23อื่นอือฮึค่ะหรือว่าอ่ะงานเนี้ยทำแล้วมัน
00:17:23 → 00:17:27จะได้เงินไปอ่ะดูแลครอบครัวอออ่าหรือว่า
00:17:27 → 00:17:31อาจจะเป็นงานเล็กๆน้อยที่ทำแล้วแบบเออเรา
00:17:31 → 00:17:33รู้สึกว่าเออมันก็น่าสนุกดีอย่างเงี้ยลอง
00:17:33 → 00:17:37ลองหามุมต่างๆเหล่าเค่ะเราจะได้มีความสุข
00:17:37 → 00:17:41กับมันมากขึ้นแล้วก็เครียดน้อยลงค่ะค่ะอื
00:17:41 → 00:17:45เดี๋ยวกลับไปหาเหมือนกันค่ะค่ะแล้วก็
00:17:45 → 00:17:48เรื่องของสุขภาพอ่าค่ะสุขภาพเนี่ยก็ต้อง
00:17:48 → 00:17:53ดูแลต้องพึงระลึกไว้เสมอว่าสุขภาพเนี่ย
00:17:53 → 00:17:56คืออันดับ 1 ถ้าสุขภาพของเราไม่ดีเราก็จะ
00:17:56 → 00:17:58ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้หรือว่าทำงาน
00:17:58 → 00:18:01กับก็จะไม่มีประสิทธิภาพและต้องเจ็บป่วย
00:18:01 → 00:18:04ต้องไปโรงพยาบาลบ่อยเพราะฉะนั้นคือสุขภาพ
00:18:04 → 00:18:08เนี่ยสำคัญที่สุดค่ะการที่เรามีสัญญาณ
00:18:08 → 00:18:10เตือนในร่างกายไม่ว่าจะเป็นเวียนศีรษะ
00:18:10 → 00:18:13หน้ามืดอะไรต่างๆก็ตามเนี่ยต้องรีบละหา
00:18:13 → 00:18:17สาเหตุและว่าเป็นจากอะไรค่ะค่ะอ่าโดยอาจ
00:18:17 → 00:18:20จะไปโรงพยาบาลหรือว่าลองพักผ่อนให้เยอะ
00:18:20 → 00:18:24ขึ้นหาเวลาออกกำลังกายนะคะค่ะอืโมีเวลา
00:18:24 → 00:18:29มั้ยค่ะจริงๆทุกคนมีเวลาเท่ากัน 24 ชมค่ะ
00:18:29 → 00:18:33แต่ว่าแบ่งเวลาลเนาอีกสักนิดนึงอาจจะเคย
00:18:33 → 00:18:36ใช้วิธีแบบนี้บางช่วงที่แบบว่างานเยอะมาก
00:18:36 → 00:18:40เยอะมากจริงๆอนะคะแล้วมันมีระยะเวลามากด
00:18:40 → 00:18:43ดันด้วยอะไรเงี้ยต้องตื่นเช้าขึ้นไปที่ทำ
00:18:43 → 00:18:47งานเร็วขึ้นเพื่อที่จะได้มีเวลาทำงานมาก
00:18:47 → 00:18:49ขึ้นไม่รู้มันเป็นวิธีที่ถูกหรือเปล่าอาจ
00:18:49 → 00:18:52จะต้องเปลี่ยน mind เซตว่าเราเราตื่นเช้า
00:18:52 → 00:18:55เพื่อที่จะได้ไม่ต้องไปแบบอยู่กับรถติด
00:18:55 → 00:18:59อ่าอ่าจะได้มีเวลาที่ทำงานมากขึ้นคไม่ได้
00:18:59 → 00:19:02แบบอ่ามาทำเพื่อมาทำงานเร็วขึ้นแต่ออาจจะ
00:19:02 → 00:19:06มีเวลาในการกินกาแฟหรือว่ามีเวลาในการมา
00:19:06 → 00:19:10วางแผนในการทำงานตอนเช้าค่ะค่ะคืออาจจะ
00:19:10 → 00:19:14ต้องปรับ mind เซตใหม่เงี้ยค่ะปรับเยอะ
00:19:14 → 00:19:17เลยค่ะตนใช่ใช่คือเหมือนพวกเยมันมีส่วน
00:19:17 → 00:19:20ช่วยให้ความเครียดลดลงนะคะอืแล้วก็เราควร
00:19:20 → 00:19:23จะตั้งระยะเวลาการทำงานไว้ค่ะพี่รีว่าอ่า
00:19:23 → 00:19:25ถ้า 8 ชมปุ๊บหรือว่าเลิกงานปุ๊บเนี่ยอ่า
00:19:25 → 00:19:29ควรจะจบและกับงานตรงนี้อออหรือว่าถ้าสมต
00:19:30 → 00:19:32เราต้องกลับไปทำงานที่บ้านต่อก็ไวว่าเออ
00:19:32 → 00:19:35มันไม่ควจะเกินจากนี้นะเวลาหลังจากเควรจะ
00:19:35 → 00:19:38เป็นเวลาครอบครัวค่ะค่ะเพราะว่าอ่าชีวิต
00:19:38 → 00:19:41เราก็มีหลายด้านเงี้ยค่ะเออใช่อ่ามันก็จะ
00:19:41 → 00:19:46ต้องาน work กับไให้มันเท่าๆกันค่ะอือก็
00:19:46 → 00:19:50แต่ว่าทุกวันนี้ทุกคนก็แบกงานกลับไปทำตัว
00:19:50 → 00:19:53เองก็เหมือนกันค่ะแต่ว่าก็ต้องมีลิมิไม่
00:19:53 → 00:19:55เกินกี่ทุ่มว่าไปนะต้องมีเวลาให้ตัวเองดู
00:19:55 → 00:19:59ซีรีส์บ้างใช่ๆค่ะอันนี้สำคัญค่ะซีรีส์
00:19:59 → 00:20:01เยอะมากเลยค่ะที่ไม่ได้ดูตอนนี้เต็มไปหมด
00:20:01 → 00:20:04เลยนะคะคุณผู้ฟังก็ลองลองฟังแล้วลองปรับ
00:20:04 → 00:20:07ดูนะคะมันไม่ได้มีแค่นี้นะแล้วเราก็ต้อง
00:20:07 → 00:20:10แบบเรื่องครอบครัวก็สำคัญนะงคนละเลยอ่ะ
00:20:10 → 00:20:13ใช่นี่ก็เพิ่งแบบอ่ะที่ที่รู้รู้จักกับ
00:20:13 → 00:20:15เพื่อนๆหรืออะไรเงี้ยบางทีเก็บอกเหมือน
00:20:15 → 00:20:19กันบ่นเหมือนกันว่าโอ้โหแทบจะไม่เห็นหน้า
00:20:19 → 00:20:23สามีเลยอ๋อสามีงานเยอะมากอะไรประมาณนี้อ
00:20:23 → 00:20:28ค่ะแล้วก็แบบพอกลับมาก็เหนื่อยแล้วชีวิต
00:20:28 → 00:20:32ครบต้องเปลี่ยนใช่ต้องต้องแบ่งเวลาให้กับ
00:20:32 → 00:20:34ครอบครัวด้วยเพราะครอบครัวเนี่ยเป็นสิ่ง
00:20:34 → 00:20:38สำคัญนะค่ะจะต้องมีการเอ่อเรื่องของความ
00:20:38 → 00:20:42สัมพันธ์ในครอบครัวค่ะค่ะเขาก็จะช่วยอ่า
00:20:42 → 00:20:44การที่เราได้คุยกับครอบครัวมันก็เป็นการ
00:20:44 → 00:20:47ลดความเครียดอย่างนึงนะคะมีคนรับฟังหรือ
00:20:47 → 00:20:51ว่าอ่าทานข้าวด้วยกันใช้เวลากับครอบครัว
00:20:51 → 00:20:54เนี่ยก็อืเป็นความสุขอย่างหนึ่งแล้วก็ทำ
00:20:54 → 00:20:58ให้เอ่อเราเราลดภาระลดความเครียดจากจังาน
00:20:59 → 00:21:02ได้อ่ะค่ะอืต้องลองดูอเนาะต้องลองทำเพราะ
00:21:02 → 00:21:05ว่าหรือว่าอาจจะแบบใช่ค่ะในวันนึงที่เรา
00:21:05 → 00:21:07รู้ว่าเราจะต้องทำอะไรหรืออย่างเงี้ยถ้า
00:21:07 → 00:21:09เกิดงานมันไม่ได้เป็นแบบทำแบบรูทีนที่
00:21:09 → 00:21:11ต้องทำประจำคืออันนี้แหละงานฉันเลยอะไร
00:21:11 → 00:21:13อย่างเงี้ยเราอาจจะต้องเรียงลำดับความ
00:21:13 → 00:21:16สำคัญของงานน่าจะช่วยรถได้มั้ยความเครียด
00:21:16 → 00:21:19อะไรอย่างเงี้ยเนาะใช่ค่ะใช่ค่ะอ่าลอง
00:21:19 → 00:21:23ก่อนนอนหรือว่าตอนเช้าก็ได้ค่ะลองวางแผน
00:21:23 → 00:21:27อืความสำคัญของงานดูอ่ะค่ะว่าเราจะทำอะไร
00:21:27 → 00:21:301 2 3 4 เราอาจจะทำไม่ได้หมดหรอกตาม
00:21:30 → 00:21:33ที่เราตั้งไว้แต่อย่างน้อยก็อาจได้ทำตาม
00:21:33 → 00:21:35ที่ตั้งใจไว้อย่างน้อยครึ่งนึงก็ยังดีอ่ะ
00:21:35 → 00:21:39ค่ะแล้วก็อ่าแนะนำว่าควรที่จะทำงานที่
00:21:39 → 00:21:43สำคัญแต่ไม่เร่งรีบก่อนอ่าอันนี้ไม่รู้
00:21:43 → 00:21:45พี่รีใช้หลักการเดียวกันไหมค่ะอันเนี้ย
00:21:45 → 00:21:49มันจะเป็นหลักการนึงงานที่สำคัญแต่ไม่
00:21:49 → 00:21:52เร่งรีบระยะเวลาเนี่ยจะทำให้เราโฟกัสกับ
00:21:52 → 00:21:55งานได้แล้วก็เทำได้ดีนะแล้วก็ไม่ได้มี
00:21:55 → 00:21:57เรื่องเวลามากดดันทำให้ความเครียดก็จะลด
00:21:58 → 00:22:01ลงงก็จะออกมาได้ดีแต่ว่าถ้าเราไปเอางาน
00:22:01 → 00:22:03ที่สำคัญแล้วก็เร่งด่วนมาทำก่อนเนี่ยความ
00:22:03 → 00:22:08เครียดจะสูงและเออจริงๆเคยผ่านโมเมนแพวก
00:22:08 → 00:22:11นี้มาเหมือนกันจนแบบว่าร่างกายฟ้องด้วย
00:22:11 → 00:22:14อาการผมหงอกค่ะคุณผู้ฟังไม่ได้ตื่นมาแล้ว
00:22:14 → 00:22:16มึนงงนะคะไอ้เรื่องแบบนอนไม่พอเนี่ยมันมี
00:22:16 → 00:22:19อยู่แล้วแต่แบเฮ้ยผมเริ่มหงอกแล้วอ่ะแสดง
00:22:19 → 00:22:21ว่าความเครียดแน่เลยอ่ะอือันเกี่ยวมเนี่ย
00:22:22 → 00:22:24อันนี้ก็อาจจะเป็นเรื่องของอายุอะไรต่างๆ
00:22:24 → 00:22:28ด้วยขอโทษค่ะเป็นเรื่องของเอ่อเซลล์ใน
00:22:28 → 00:22:32ร่างกายด้วยค่ะแต่ว่าหลักๆนอนพอหรือไม่พอ
00:22:32 → 00:22:34จะสังเกตได้ง่ายๆเลยคือ 1 ตื่นขึ้นมา
00:22:34 → 00:22:38เนี่ยจะเอ่อสดชื่นมยค่ะค่ะ
00:22:38 → 00:22:43เอ่อระหว่างวันมีง่วงหรือเปล่านะคะหรือ
00:22:43 → 00:22:48ว่ามีอาการปวดศีรษะอืหน้ามืดระหว่างวันม
00:22:48 → 00:22:52ถ้าสมมุติว่าตื่นมาแล้วไม่เฟรชเลยนะคะมี
00:22:52 → 00:22:55หน้ามืดเวียนศีรษะหรือว่าอยู่ๆบ้านหมุน
00:22:55 → 00:22:58อันเนี้ยแสดงว่าพักผ่อนไม่พอแล้วค่ะอือ
00:22:58 → 00:23:01ค่ะอันตรายค่ะซึ่งจริงๆแล้วมันไม่ได้มี
00:23:01 → 00:23:04แค่เรื่องของระยะเวลาการนอนที่ไม่พอมันจะ
00:23:04 → 00:23:08มีเรื่องของภาวะนอนกลนอะไรต่างๆด้วยที่ทำ
00:23:08 → 00:23:11ให้เราอ่ะอ่ามีอาการแบบนี้ได้เออเนาะบาง
00:23:11 → 00:23:14ทีเรามันมันจะมีอะไรสะท้อนมามันอาจจะมี
00:23:14 → 00:23:16โรคบางอย่างที่เราไม่รู้แล้วมันกลายเป็น
00:23:16 → 00:23:19ว่าอมันเป็นปัจจัยร่วมด้วยมันยิ่งเสริม
00:23:19 → 00:23:21ให้ทำให้เรามีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิต
00:23:21 → 00:23:25ได้บางทีแบบไปเสียชีวิตอยู่ที่ทำงานมันก็
00:23:25 → 00:23:27เป็นเรื่องแบบทำให้เราคาดไม่ถึงเหมือนกัน
00:23:28 → 00:23:31ค่ทำงานเยอะมาใช่อย่าลืมว่าองค์กรไม่มี
00:23:31 → 00:23:35เราเก็ไปต่อได้ค่ะต้องดูแลตัวเองด้วย
00:23:35 → 00:23:39สะเทือนใจเคยตอนสมัยที่ทำงานใหม่ๆคิดความ
00:23:39 → 00:23:43ความเด็กๆตอนนู้นเราก็คิดว่าอุ๊ยเขาดเรา
00:23:43 → 00:23:45ไม่ได้หรอกหรืออะไรอย่าเงี้ยเราก็ต้องแบบ
00:23:45 → 00:23:47ทำงานแล้วก็ไม่อยากออกใช่มถ้าออกแล้ว
00:23:47 → 00:23:49เดี๋ยวเขาลำบากอะไรเงี้ซึ่งจริงๆไม่ใช่นะ
00:23:49 → 00:23:52คะคุณผู้ฟังเหาคนอื่นแทนเรา
00:23:52 → 00:23:56ได้มีแต่ตัวเราแหละที่มีแค่ชีวิตเดียว
00:23:56 → 00:24:00แล้วถ้าเราไม่ดูแลตัวเองเมันไม่มีใครทด
00:24:00 → 00:24:05แทนเรานะคะคนข้างหลังเค้าก็ต้องเสียใจใช่
00:24:05 → 00:24:08มั้ยที่เกิดความสูญเสียจริงๆแล้วถ้าอย่าง
00:24:08 → 00:24:12เงี้แสดงว่าเอ่อการทำงานจนตายอ่ะมันไม่
00:24:12 → 00:24:16ได้เสียชีวิตได้จากการที่ตัวเนื้องาน
00:24:16 → 00:24:19อย่างเดียวอาจจะแต่มันเกิดจากปัจจัยที่
00:24:19 → 00:24:23คุณหมอเล่ามาเมื่อกี้หลายอย่างมากใช่ค่ะ
00:24:23 → 00:24:27อืก็ค่ะสรุปแล้วก็เกิดจากปัจจัยทั้งตัว
00:24:27 → 00:24:32บุคคลค่ะค่ะเช่นโรคประจำตัวนะคะอายุความ
00:24:32 → 00:24:35เครียดของแต่ละบุคคลนะคะ 2 ก็คือเรื่อง
00:24:35 → 00:24:39ของงานภาระงานระยะเวลาของการทำงานหลักๆก็
00:24:39 → 00:24:43คือตัวเรากับงานแล้วก็สุดท้ายคือองค์กร
00:24:43 → 00:24:47ด้วยล่ะค่ะก็จะมีผลเหมือนกันอค่ะอือเพราะ
00:24:47 → 00:24:48ฉะนั้นถ้าเกิดว่าเราบางอย่างเราเปลี่ยน
00:24:48 → 00:24:52ไม่ได้เราทำอะไรไม่ได้แต่เราต้องมาที่ตัว
00:24:52 → 00:24:55เราเองนะคะถ้ามันจะต้องในวันนี้เราต้อง
00:24:56 → 00:24:59ดึงปลั๊กตัวเองออกเพื่อพักผ่อนก็พักเสาร
00:24:59 → 00:25:02อาทิตย์มีเวลาหรือแค่ระยะเวลานึงครึ่งวัน
00:25:02 → 00:25:05ในสัปดาห์นึงก็ยังดีดีกว่าไม่ได้พักเลย
00:25:05 → 00:25:09อาจจะแบบไปที่ที่ตัวเองอยากไปกินในสิ่ง
00:25:09 → 00:25:12ที่ตัวเองอยากกินให้รางวัลกับชีวิตในแต่
00:25:12 → 00:25:16ละสัปดาห์ก็ได้เนาะมันก็น่าจะแบบบาลานซ์
00:25:16 → 00:25:21ขึ้นมยบาานขึ้นค่ะลดความเครียดในงานค่ะ
00:25:21 → 00:25:23เสร็จแล้วค่อยไปเครียดเอาาต่ออีกทีนึงใน
00:25:23 → 00:25:26แต่ละวันขจัดความเครียดค่ะคือบางคนก็เก่ง
00:25:26 → 00:25:28นะคือเขาสามารถขจัดความเครียดได้เไม่เครเ
00:25:28 → 00:25:31ไม่แบบเอาอะไรกลับบ้านซึ่งมันดีแต่ถ้า
00:25:31 → 00:25:33เกิดว่าเราแบบเป็นคนจริงจังซีเรียสกับ
00:25:33 → 00:25:36ชีวิตเราก็ต้องแบบปรับเปลี่ยนไซสมยต้อง
00:25:36 → 00:25:39ปรับ mindset อ่ะค่ะอือย่างที่บอกก็มี
00:25:39 → 00:25:43ความสุขกับงานที่ทำใช่นะคะก็หวังว่าสิ่ง
00:25:43 → 00:25:46ที่คุณผู้ฟังฟังไปวันนี้แล้วจะได้เป็นแนว
00:25:46 → 00:25:49ทางให้คุณผู้ฟังเนาะได้ไปลองปรับวิถี
00:25:49 → 00:25:53ชีวิตในการทำงานสร้างความบาลานซ์สมดุลให้
00:25:53 → 00:25:56กับชีวิตมากขึ้นในรูปแบบเฉพาะของตัวเอง
00:25:56 → 00:25:58เนาะเพราะเราบอกไม่ได้ว่าจะต้องทำอย่างง
00:25:59 → 00:26:00นี้กี่ชั่วโมงแล้วก็คุณต้องยังไงกี่
00:26:00 → 00:26:03ชั่วโมงเพราะแต่ละคนมีความชอบในวิถีชีวิต
00:26:03 → 00:26:06ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันนะคะก็วันนี้ได้
00:26:06 → 00:26:10แนวทางจากคุณหมอไปะนะก็หวังว่าจะได้มีแต่
00:26:11 → 00:26:13สิ่งดีๆเกิดขึ้นแล้วก็ความสุขเกิดขึ้นกับ
00:26:13 → 00:26:15คุณผู้ฟังด้วยไม่เครียดนะคะเราก็จะพยายาม
00:26:15 → 00:26:17ไม่เครียดเหมือนกันขอบคุณคุณหมอด้วยนะคะ
00:26:17 → 00:26:19ที่มาร่วมพูดคุยในรายการกับเราในวันนี้
00:26:19 → 00:26:22ขอบคุณค่ะสวัสดีค่ะเอาล่ะค่ะคุณผู้ฟังคะ
00:26:22 → 00:26:24หมดเวลาแล้วนะคะกับรายการโรงหมอของเราใน
00:26:24 → 00:26:26วันนี้ติดตามรับฟังกันได้ใหม่นะคะในครั้ง
00:26:26 → 00:26:29หน้าแล้วก็ขอบคุณที่ติดตามรับฟังด้วยวัน
00:26:29 → 00:26:31นี้ลาไปก่อนนะคะสวัสดีค่ะ This Is Toy
00:26:31 → 00:26:34PBS podcast แสงสีฟ้าที่มีผลต่อดวงตา
00:26:34 → 00:26:37จากแหล่งใดอันตรายที่สุดและแว่นตาที่มี
00:26:37 → 00:26:40การโฆษณาช่วยได้หรือไม่แพทย์หญิงวัฒนี
00:26:40 → 00:26:43ศรีพวาทกุลจากคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัย
00:26:43 → 00:26:47ศรีนครินทร์วิโรธมาเล่าให้ฟังครับในคนที่
00:26:47 → 00:26:49ทำงานกับหน้าจออยู่ออฟฟิศตลอดเวลาเนี่ย
00:26:49 → 00:26:52วันนึงน่าจะ 10 ช่วโมงขึ้นแน่นอนรวมพักที
00:26:52 → 00:26:55นี้เรื่องเวลาใช้จออ่ะค่ะจริงๆการใช้จอ
00:26:55 → 00:26:57มันหมายถึงการที่เราอยู่บนอินเทอร์เน็ต
00:26:57 → 00:27:00อยู่บนโรกโซเชียลแต่จอไหนก็ตามจอใหญ่จอ
00:27:00 → 00:27:02เล็กคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตมือถือเนี่ยมันจะ
00:27:02 → 00:27:05มีสิ่งที่เป็นโรคที่เหมือนเป็นกลุ่มโรคาม
00:27:06 → 00:27:07ที่ตามมาแนๆที่เรียกว่าคมพิวเตอร์ Vision
00:27:08 → 00:27:10Syndrome มันคือโรคทางตาหรือปัญหาทางตา
00:27:10 → 00:27:13ที่เกี่ยวข้องกับการใช้จอนานๆอาการเนี่ย
00:27:13 → 00:27:18ก็จะมาด้วยตาแห้งปวดล้ากระบอกตาแสบตาแพ้
00:27:18 → 00:27:22แสงปวดตาปวดหัวอส่วนนี้ก็จะลามไปถึงปวดคอ
00:27:22 → 00:27:25ปวดหลังด้วยนะคะจริงๆพอเรารู้แล้วน่ะถาม
00:27:26 → 00:27:29ว่าเราทำอะไรได้บ้างเดื่อยที่จะลดส่วนนี้
00:27:29 → 00:27:31อจะบอกว่าไม่ทำงานเลยมันก็ไม่ใช่เนาะมัน
00:27:31 → 00:27:34ก็คงต้องต้องทำกันอยู่ออแต่เรื่องของ
00:27:34 → 00:27:36คอมพิวเตอร์ Vision น่ะค่ะเป็นคำแนะนำจาก
00:27:37 → 00:27:38หมอแล้วกันเนาะคนที่ทำงานอยู่หน้าจอนานๆ
00:27:38 → 00:27:41สิ่งที่เราจะทำได้มันอาจจะเป็นสิ่งเล็กๆ
00:27:41 → 00:27:43น้อยๆแต่ไอ้สิ่งเล็กๆน้อยๆแต่ละอย่าง
00:27:43 → 00:27:45เหล่าเนี้ยมันอาจจะมารวมกันแล้วส่งผลต่อ
00:27:45 → 00:27:48เนื่องได้สำหรับคนที่ใช้หน้าจอเนาะดูเลย
00:27:48 → 00:27:51ว่าแสงอ่ะเพียงพอมแสงหน้าจอกับแสงสิ่งแวด
00:27:51 → 00:27:54ล้อมเนี่ยไม่ควรจะต่างกันมากค่ะเพราะถ้า
00:27:54 → 00:27:56ต่ามากมันมีสิ่งที่เรียกว่าคสอย่างเงี้ย
00:27:56 → 00:28:00ค่ะมันก็จะทำให้ตามันต้องเหมือนมันเพ่ง
00:28:00 → 00:28:02เยอะเพราะว่าความสว่างมันต่างกันค่ะ
00:28:03 → 00:28:05เหมือนกับการดูมือถือในที่มืดอย่าเงี้ย
00:28:05 → 00:28:07ค่ะจะล้าตาง่ายเพราะว่ามันสว่างมากก็คือ
00:28:07 → 00:28:10ปรับเรื่องแสงก่อนอที่ 1 หมายถึงตำแหน่ง
00:28:10 → 00:28:15หน้าจอว่าเวลาแสงเข้ามาแสงมันอาจจะเหมือน
00:28:15 → 00:28:18ตกสะท้อนหน้าจอแล้วเข้าตาเรามีเหมือนแกร
00:28:18 → 00:28:20แสงแตกกระจายเข้ามาหรือถ้าจัดตำแหน่งห้อง
00:28:20 → 00:28:23ตำแหน่งที่นั่งดีๆหน่อยเนี่ยบางทีรดแสง
00:28:23 → 00:28:26แตกกระจายไปได้ถ้านั่งเราควรจะนั่งมอง
00:28:26 → 00:28:29หน้าจอเป็นหน้าตรงไม่ใช่ให้ก้มลงซึ่งคอจะ
00:28:29 → 00:28:34ลับน้ำหนักเยอะทำงานไปก็เดินไปกินน้ำเดิน
00:28:34 → 00:28:37ไปทักทายคนอื่นเหมือนเปลี่ยนอิริยาบถอนี้
00:28:37 → 00:28:40ก็จะเป็นการช่วยโดยรวมนะคะส่วนเรื่องของ
00:28:40 → 00:28:44ตาก็จะมีหลักการของ 20 20 20 ทุก 20
00:28:44 → 00:28:48นาทีให้พัก 20 วินาทีด้วยการมองไปที่ไกล
00:28:48 → 00:28:5220 ฟุตหือที่มองไปที่สีเขียวหรือมองไกล
00:28:52 → 00:28:55เพื่อที่จะเหมือนเป็นการรีกเปลี่ยนจากการ
00:28:55 → 00:28:59เพ่งให้มองไกลไปบ้างอย่างเงี้ยค่ะคนที่
00:28:59 → 00:29:01บอกว่าโรคตาปัจจุบันเป็นเยอะขึ้นเนี่ยคือ
00:29:01 → 00:29:04โรคกลุ่มของผิวกระจกตาหรือตาแห้งอ๋อซึ่ง
00:29:04 → 00:29:07หมอเจอเยอะขึ้นจริงๆนะคะโดยเฉพาะช่วง work
00:29:07 → 00:29:10from home ที่เริ่มแรกๆช่วงโควิดเมื่อ 3
00:29:10 → 00:29:13ปี 4 ปีก่อนเนี่ยอเป็นช่วงที่คนไข้จะมาหา
00:29:13 → 00:29:19มาตรวจด้วยเรื่องว่าแสบตาน้ำตาหลคบปวดหัว
00:29:19 → 00:29:21ปวดตาเยอะขึ้นมากไอ้โรคกลุ่มเนี้ยค่ะคือ
00:29:22 → 00:29:25กลุ่มของตาแห้งและผิวกระจกตาเยอะขึ้นแบบ
00:29:25 → 00:29:29อืมมากแบบโดยที่หมอว่าไม่ต้องวิจัยคุณหมอ
00:29:29 → 00:29:31ที่ออกทำงานก็จะรู้สึกได้เลยต้องเล่า
00:29:31 → 00:29:33หน่อยนึงว่าแสงเนี่ยอย่างที่เห็นแสง
00:29:33 → 00:29:37อาทิตย์เนี่ยคือแสงขาวประกอบกันด้วยสี
00:29:37 → 00:29:40หลายสเปกตรัมตั้งแต่ม่วงคำน้ำเงินเขียว
00:29:40 → 00:29:43เหลืองแดงแล้วมารวมกันค่ะในแสงแดดเนี่ยมี
00:29:43 → 00:29:47ปริมาณแสงฟ้ามากกว่าแสงฟ้าที่มาจากหน้าจอ
00:29:47 → 00:29:50เยอะมากนะคะฉะนั้นแล้วถ้าจะบอกว่าแสงแสง
00:29:50 → 00:29:52ฟ้าที่อันตรายจริงๆควรจะเป็นแสงแดดมาก
00:29:52 → 00:29:56กว่าไอ้ตัวแสงฟ้าเนี่ยมันยังไม่ได้มีงาน
00:29:56 → 00:29:59ศึกษาวิจัยอะไรที่ยืนว่าการที่เราจ้อง
00:29:59 → 00:30:02หรือโดน expose กับมันนานๆเนี่ยแล้วจะทำ
00:30:02 → 00:30:06ให้มีจอตาเสื่อมเป็นตาบอดในระยะยาวหรือมี
00:30:06 → 00:30:09ปัญหาในระยะยาวอืฉะนั้นแล้วเนี่ยก็จะมี
00:30:09 → 00:30:12ตามมาด้วยการใส่แว่นกรองแสงป้องกันแสงฟ้า
00:30:12 → 00:30:16เนี่ยดีมยหมอก็โดนถามบ่อยเลยหมอก็จะบอก
00:30:16 → 00:30:18ว่าเ่อด้วยความที่มันยังไม่ได้มีงานวิจัย
00:30:18 → 00:30:23รองรับแล้วก็ราชวิทยาลัยจักษุหรือว่าส่วน
00:30:23 → 00:30:26ของสมาคมหมอตาอเมริกาเนี่ยเขาก็ออกมาเลย
00:30:26 → 00:30:29ว่าแว่นป้องกันแสงฟเนี่ยไม่ได้มีประโยชน์
00:30:29 → 00:30:32มากขนาดนั้นในการป้องกันความเสียหายของตา
00:30:33 → 00:30:37ออ๋อแต่ทีนี้ด้วยความที่ว่าการใช้สายตา
00:30:37 → 00:30:39ไม่ได้มีแค่แสงฟ้าค่ะมีเรื่องคอมพิวเตอร์
00:30:39 → 00:30:42Vision ที่หมอเล่าอมีเรื่องว่าระหว่าง
00:30:42 → 00:30:46ที่เราจ้องอ่ะค่ะการกระพริบตาปกติที่เรา 1
00:30:46 → 00:30:48นาทีเนี่ยกระพริบตาประมาณ 15 ครั้งเนี่ย
00:30:48 → 00:30:50มันจะลดลงไปในอัตโนมัติเลยเหลือประมาณ 5
00:30:50 → 00:30:53ครั้งต่อนาทีเองโอเพราะว่าเราจ้องด้วย
00:30:53 → 00:30:56ความตั้งใจค่ะการมาแต่ละครั้งมันมี
00:30:56 → 00:30:59ประโยชน์ค่ะมันช่วยให้น้ำตาเถูกเกลี่ยได้
00:30:59 → 00:31:02ทั่วฉะนั้นแล้วเวลาเราไม่กระพริบตาน้ำตาล
00:31:02 → 00:31:06ไม่ถูกเกลี่ยตาก็เลยแห้งมากกว่าปกติอือาจ
00:31:06 → 00:31:10จะมถึงปริมาณแสงที่ออกมามีความสว่างมาก
00:31:10 → 00:31:14การที่เ่ออยู่ในห้องแอร์ environment ที่
00:31:14 → 00:31:17อากาศเย็นก็คือทำให้ตาแห้งมันเป็นเหมือน
00:31:17 → 00:31:21กับปัจจัยอื่นๆที่ทำให้รู้สึกว่าตาเนี่ย
00:31:21 → 00:31:26จะโดนทำร้ายมากกว่าที่จะเป็นแสง
00:31:26 → 00:31:30ฟ้า tha PBS
00:31:30 → 00:31:33podcast ติดตามรายการทางเว็บไซตและ
00:31:33 → 00:31:37Application ของ Thai PBS podcast
00:31:37 → 00:31:39spotify South Cloud Google podcast
00:31:39 → 00:31:42Apple podcast และ YouTube Channel
00:31:42 → 00:31:46Thai PBS podcast thap PBS podcast
00:31:46 → 00:31:49View the world via The
00:31:49 → 00:31:56[เพลง]
00:31:56 → 00:32:00Voice อ