อาหารอะไรที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไต

เปลี่ยนพฤติกรรมถนอมไต ทำให้ค่าไตดี | Top to Toe EP.146

จากช่อง : THE STANDARD PODCAST


ดูคำบรรยาย / View Transcript
00:00:0000:00:02เดี๋ยวนี้คนหันมาใส่ใจในการกินโปรตีน
00:00:0200:00:05เพิ่มมากขึ้นเพราะว่าเริ่มหันมาใส่ใจดูแล
00:00:0500:00:08ในการmนtainกล้ามเนื้อหรือว่าเพิ่มปริมาณ
00:00:0800:00:10ของกล้ามเนื้อเพื่อช่วยในเรื่องของ
00:00:1000:00:13metabบolิึึึมหรือว่าช่วยเรื่องของสุขภาพ
00:00:1300:00:15องค์รวมนะครับเพราะฉะนั้นคนก็จะหันมากิน
00:00:1500:00:17เนื้อสัตว์มากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นเนื้อ
00:00:1700:00:20ไก่ตัวหลักเลยแล้วก็กินอาหารเสริมอย่าง
00:00:2000:00:24พวกเโปรตีน BCIA EA หรือว่า Essential
00:00:2400:00:28Amิ Acid รวมไปถึงครีตนที่ผมเพิ่งพูดไป
00:00:2800:00:30เมื่อ episode ที่แล้วนะครับแต่อาหารที่
00:00:3000:00:32เป็นโปรตีนไม่ว่าจะเป็นโปรตีนจากอาหาร
00:00:3200:00:35หรือว่าจากอาหารเสริมเนี่ยครับมักจะถูก
00:00:3500:00:38พูดถึงในเชิงคอนเซิร์นหรือว่าความกังวล
00:00:3800:00:41ว่าเอ๊ะกินเยอะๆเนี่ยมันทำลายไตหรือเปล่า
00:00:4100:00:44คือกินโปรตีนกล้ามเนื้ออาจจะโตมากขึ้นแต่
00:00:4400:00:48แลกมากับการที่ไตเนี่ยสุขภาพแย่ลงมันเป็น
00:00:4800:00:51อย่างนั้นมั้คำตอบสั้นๆเลยคือไม่ใช่ครับ
00:00:5100:00:54ถ้าสุขภาพไตของคุณเนี่ยครับทำงานได้ดี
00:00:5400:00:57อยู่แล้วเป็นปกติแบบคนทั่วไปที่สุขภาพดี
00:00:5700:01:01เนี่ยนะครับการกินโปรตีนไม่ว่าจะจากอาหาร
00:01:0100:01:05หลักหรืออาหารเสริมในปริมาณที่เหมาะสมไม่
00:01:0500:01:07ได้มากจนเกินไปเนี่ยนนะครับไม่ได้เป็น
00:01:0700:01:11สาเหตุที่ทำให้ไตเนี่ยมันเสื่อมแต่ถ้า
00:01:1100:01:13เกิดว่าไตของคุณเนี่ยครับมันเสื่อมอยู่
00:01:1300:01:17แล้วก่อนหน้าจากสาเหตุอื่นที่มักจะไม่ใช่
00:01:1700:01:19จากการกินโปรตีนด้วยนะครับอันนั้นแหละการ
00:01:1900:01:22กินโปรตีนที่เพิ่มมากขึ้นเนี่ยมันอาจจะทำ
00:01:2200:01:26ให้ไตทำงานหนักขึ้นแล้วก็เร่งสปีดในการ
00:01:2600:01:28ที่ไตเนี่ยมันจะวายเร็วมากยิ่งขึ้นครับ
00:01:2800:01:30วันนี้ผมก็เลยอยากจะมาชวนคุยเรื่องนี้
00:01:3000:01:32ครับว่ามันมีสาเหตุอะไรบ้างที่เป็นสาเหตุ
00:01:3200:01:35ที่แท้จริงที่ทำให้ไตของเราเนี่ยครับมัน
00:01:3500:01:37เสื่อมเพราะว่าผมเชื่อเลยว่ามีหลายอย่าง
00:01:3700:01:40ที่คุณกินอยู่หรือว่าเป็นพฤติกรรมที่คุณ
00:01:4000:01:44ทำอยู่โดยคุณไม่รู้ตัวว่ามันกำลังทำลายไต
00:01:4400:01:46ของคุณอยู่เดี๋ยวไปไล่เรียนกันครับว่ามัน
00:01:4600:01:49มีตัวอะไรบ้าง This is the standard
00:01:4900:01:53podcast I open it for your ears
00:01:5300:01:57Top พcastสุขภาพที่ใช้วิทยาศาสตร์ไข
00:01:5700:02:01ปัญหาตั้งแต่หัวจดเท้า
00:02:0100:02:03ก่อนอื่นเนี่ยผมอยากจะพูดถึงไตก่อนนะครับ
00:02:0300:02:06ให้ทุกคนเข้าใจก่อนว่าจริงๆไตเราเนี่ยทำ
00:02:0600:02:08หน้าที่อะไรมันทำหน้าที่ในการกรองของเสีย
00:02:0900:02:12ออกจากเลือดนะครับถ้าให้เปรียบเทียบเป็น
00:02:1200:02:14อุปกรณ์สักอย่างไตเนี่ยมันก็เหมือนกับ
00:02:1400:02:17ตะแกรงหรือว่ากระชอนที่เราใช้ในการทำกับ
00:02:1700:02:19ข้าวเวลาที่เราจะล้างของเนี่ยครับเราใส่
00:02:1900:02:21ของที่จะล้างไปในกระชอนหรือตะแกรงใช่มั้ย
00:02:2100:02:24ผ่านน้ำเข้าไปมันก็จะชะแล้วก็กรองสิ่งที่
00:02:2500:02:27มันไม่โอเคสิ่งที่เราไม่ต้องการเนี่ยออก
00:02:2700:02:30ไปพักผ่านร่องหรือว่ารูของตะแกรงนะครับ
00:02:3000:02:33หลักการของไตก็เหมือนกันเลยครับเรามีของ
00:02:3300:02:36เสียที่สะสมมาอยู่ในน้ำเลือดนะครับน้ำ
00:02:3600:02:39เลือดที่กวาดเอาของเสียมาจากทุกข์อวัยวะ
00:02:3900:02:42ในร่างกายเนี่ยครับมันก็ถูกส่งไปที่ไตนะ
00:02:4200:02:44ครับแล้วที่ไตเองเนี่ยครับมันก็จะมี
00:02:4400:02:47กระบวนการในการกรองของเสียออกจากน้ำเลือด
00:02:4700:02:51เพื่อที่จะกำจัดออกทางปัสสาวะนะครับเพราะ
00:02:5100:02:55ฉะนั้นสุขภาพของไตจะดีหรือไม่ดีเนี่ยครับ
00:02:5500:02:58มันอยู่ที่สุขภาพของหลอดเลือดเลยนะครับ
00:02:5800:03:01ทุกคนอันเนี้ยเป็นสิ่งที่หลายๆคนเนี่ยอาจ
00:03:0100:03:04จะมองข้ามไปกังวลถึงโปรตีนไปกังวลถึง
00:03:0400:03:08เกลือซึ่งจริงๆแล้วนะครับพื้นฐานที่จะทำ
00:03:0800:03:10ให้ไตของเราสุขภาพไม่ดีมันอยู่ที่สุขภาพ
00:03:1000:03:13หลอดเลือดเพราะฉะนั้นอาหารอะไรก็ตามที่
00:03:1300:03:16เรากินรวมไปถึงพฤติกรรมในการใช้ชีวิตของ
00:03:1600:03:19เราที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของหลอดเลือด
00:03:1900:03:22เนี่ยครับมันจะทำให้ไตของคุณเนี่ยมัน
00:03:2200:03:24เสื่อมแล้วก็ทำงานได้ไม่ดีแล้วก็ไตวายได้
00:03:2400:03:27นะครับมีอะไรบ้างตัวแรกเลยนะครับที่ทำลาย
00:03:2700:03:31ไตครับคือน้ำตาลครับน้ำตาลอีกแล้วนะครับ
00:03:3100:03:33ต้องเรียกว่าเป็นตัวดีเลยนะครับถามว่า
00:03:3300:03:37ทำไมน้ำตาลถึงทำลายไตการที่มีระดับของน้ำ
00:03:3700:03:40ตาลในเลือดที่สูงอยู่ตลอดเวลาเนี่ยครับ
00:03:4000:03:44มันส่งผลทำให้เส้นเลือดฝอยที่ไปเลี้ยงไต
00:03:4400:03:48นะครับมันถูกทำลายอักเสบบ้างละเพิ่มความ
00:03:4800:03:51ดันเลือดสูงบ้างละนะครับแล้วก็ไปทำลาย
00:03:5100:03:54เซลล์ไตด้วยนะครับเพราะว่าน้ำตาลที่เยอะ
00:03:5400:03:57หลายๆคนน่าจะพอทราบแล้วนะครับว่ามันเพิ่ม
00:03:5700:03:59กระบวนการอักเสบแล้วก็สามารถที่จะทำลาย
00:04:0000:04:02เซลล์ได้นะครับรวมไปถึงเซลล์ไตด้วยเพราะ
00:04:0200:04:04ฉะนั้นถ้าเราปล่อยให้ในเลือดเราเนี่ยมี
00:04:0400:04:07น้ำตาลสูงอยู่เรื่อยๆตลอดเวลาหรือว่าเป็น
00:04:0700:04:10โรคเบาหวานมีความเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน
00:04:1000:04:13ในระยะเริ่มต้นเนี่ยครับแน่นอนไตของคุณจะ
00:04:1300:04:16ทำงานได้มีประสิทธิภาพแย่ลงเพราะว่า
00:04:1600:04:20สุขภาพของเส้นเลือดบริเวณไตเนี่ยครับมัน
00:04:2000:04:22แย่ลงนั่นเองนะครับหลักการอยู่แค่นั้นเลย
00:04:2300:04:25ครับน้ำตาลในเลือดสูงอยู่บ่อยๆเนี่ยครับ
00:04:2500:04:27หรือว่ามีชูการการสไปคบ่อยๆเนี่ยครับทำ
00:04:2700:04:30ให้สุขภาพเส้นเลือดบริเวณไตเนี่ยมันแย่พอ
00:04:3000:04:33เส้นเลือดมันแย่เนี่ยการกรองก็จะแย่ลง
00:04:3300:04:36ครับเท่านั้นยังไม่พอนะครับการที่ระดับ
00:04:3600:04:38น้ำตาลในเลือดเนี่ยมันสูงอยู่เรื่อยๆหรือ
00:04:3800:04:41ว่ามีภาวะ sugar spike เนี่ยครับก็ทำให้
00:04:4100:04:44ฮอร์โมนอินซูลินเนี่ยครับมันหลั่งขึ้นมา
00:04:4400:04:46เพิ่มขึ้นอยู่บ่อยๆเกิดสิ่งที่เรียกว่า
00:04:4600:04:50อซูลิน spike ทีนี้พอร่างกายมีฮอร์โมน
00:04:5000:04:52อินซูลินออกมาอยู่เรื่อยๆเนี่ยครับ
00:04:5200:04:55อินซูลินเนี่ยมันเป็นฮอร์โมนที่ไปเพิ่ม
00:04:5500:04:57การดูดกลับของโซเดียมให้อยู่ในเลือดนะ
00:04:5700:04:59ครับพอมันเก็บโซเดียมเอาไว้ในเลือดมาก
00:04:5900:05:02ยิ่งขึ้นเนี่ยครับเคยเล่าไปแล้วว่าถ้าใน
00:05:0200:05:05เลือดมีโซเดียมมากยิ่งขึ้นโซเดียมเป็นสาร
00:05:0500:05:08ที่ดูดน้ำเข้ามาในเส้นเลือดน้ำในเส้น
00:05:0800:05:11เลือดก็จะเยอะขึ้นความดันเลือดก็จะสูง
00:05:1100:05:14ขึ้นผลลัพธ์ของการที่อินซูลินสูงก็คือ
00:05:1400:05:17ความดันในเลือดสูงครับเท่านั้นยังไม่พอ
00:05:1700:05:18ครับอินซูลินเนี่ยยังเป็นฮอร์โมนที่ไป
00:05:1800:05:21กระตุ้นระบบประสาทsympatาตติให้มันทำงาน
00:05:2200:05:24มากยิ่งขึ้นระบบประสาทsympatาทticเนี่ย
00:05:2400:05:27คือระบบที่ทำให้ร่างกายเนี่ยอยู่ในภาวะ
00:05:2700:05:30alิtตื่นตัวนะครับมันก็ไปเพิ่มความดัน
00:05:3000:05:33เลือดสูงมากยิ่งขึ้นตามไปด้วยครับเพราะ
00:05:3300:05:35ฉะนั้นน้ำตาลในเลือดเยอะอินซูลินในเลือด
00:05:3500:05:38เยอะมันก็ทำให้blัpressชureหรือว่าความ
00:05:3800:05:41ดันเลือดเนี่ยมันสูงขึ้นตามไปด้วยและความ
00:05:4100:05:44ดันเลือดที่สูงเนี่ยครับคือสาเหตุอันดับ 2
00:05:4400:05:47ที่ทำลายเซลล์ไตของเราแล้วก็ทำให้ไตเนี่ย
00:05:4700:05:49ไวได้ครับพอพูดถึงความดันด้วยครับคราวนี้
00:05:4900:05:52หลายๆคนก็จะมักจะผูกเรื่องของสุขภาพไต
00:05:5200:05:55เข้ากับเกลือนะครับแน่นอนครับเกลือเนี่ย
00:05:5500:05:57ก็เป็นอีกหนึ่งตัวปัญหาที่ถ้าเกิดว่าเรา
00:05:5700:06:00กินมากเกินไปนะครับมันไปดูดน้ำเข้าระบบ
00:06:0000:06:02ดูดน้ำเข้าระบบปึ๊บมันก็ทำให้เพิ่มความ
00:06:0200:06:06ดันสูงเช่นกันเพราะฉะนั้นอาหารอะไรก็ตาม
00:06:0600:06:08หรือพฤติกรรมอะไรก็ตามเนี่ยครับที่มันไป
00:06:0800:06:11เพิ่มความดันเลือดให้มันสูงมากยิ่งขึ้น
00:06:1100:06:14ครับมันก็สามารถที่จะทำลายไตได้เพราะว่า
00:06:1400:06:17พอความดันเลือดมันสูงเนี่ยครับเลือดที่
00:06:1700:06:19มันวิ่งกระแทกแรงมากยิ่งขึ้นมากยิ่งขึ้น
00:06:1900:06:22นะครับมันทำให้เส้นเลือดฝอยที่ไตเนี่ย
00:06:2200:06:25ครับมันได้รับความเสียหายได้นั่นเองครับ
00:06:2500:06:26อย่างที่ 3 ครับเป็นสิ่งที่ผมอยากจะพูด
00:06:2600:06:29มากๆแล้วเชื่อว่าหลายๆคนเนี่ยอาจจะไม่
00:06:2900:06:31ทราบหรือว่าอาจจะเคยรู้แล้วลืมไปครับมัน
00:06:3100:06:35คือยาแก้ปวดกลุ่มเอเซตนะครับก็คือยาแก้
00:06:3500:06:39ปวดที่ลดการอักเสบได้ด้วยหรือว่า non
00:06:3900:06:40steroidal
00:06:4000:06:43antiinflammatory drug นะครับรวมไปถึง
00:06:4300:06:46ยาอื่นๆที่เป็นยาลดการอักเสบนะครับที่
00:06:4600:06:48เป็น antiinflammatory drug อีกหลายตัว
00:06:4800:06:51เลยนะครับสามารถที่จะทำลายไตได้ถ้าเกิด
00:06:5100:06:54ว่าคุณกินยากลุ่มนี้ต่อเนื่องยาวนานไป
00:06:5400:06:56เรื่อยๆนะครับถามว่าทำไมอย่างเซตเช่นพวก
00:06:5600:06:59ไบูโฟenเนี่ยครับเวลากินเข้าไปแล้วเนี่ย
00:06:5900:07:02ครับมันไปจัดการกับพtagกนิพสtagandิin
00:07:0200:07:04เนี่ยมันคือตัวที่ทำให้เรารู้สึกปวดใช่
00:07:0400:07:07มั้ยถ้ามันมีprสagrนอยู่เยอะเนี่ยครับมัน
00:07:0700:07:09จะทำให้หลอดเลือดเลือดของเราเนี่ยมันจะ
00:07:0900:07:13ขยายมากกว่าปกตินะครับการกินยากลุ่มเอเซต
00:07:1300:07:16เนี่ยครับมันไปจัดการกับprสagrนinแล้วทำ
00:07:1600:07:19ให้หลอดเลือดของเราเนี่ยมันหดตัวมากยิ่ง
00:07:1900:07:22ขึ้นนะครับพอหลอดเลือดของเราเนี่ยมันหด
00:07:2200:07:25ตัวแน่นอนก่อนมันก็ทำให้ความดันเลือด
00:07:2500:07:28เนี่ยมันสูงขึ้นตามไปด้วยแล้วถ้าเกิดว่า
00:07:2800:07:29เรากลิ่นยากลุ่มเนี้ยต่อเนื่องไปยาวนานนะ
00:07:2900:07:31ครับมันก็ทำให้ความดันเลือดเนี่ยมันสูง
00:07:3200:07:34อยู่ตลอดเวลาแล้วก็ทำลายเจ้าเส้นเลือด
00:07:3500:07:37บริเวณไตรวมไปถึงเซลล์ที่บุผิวด้านในของ
00:07:3700:07:40เส้นเลือดด้วยนะครับอาจจะได้รับความเสีย
00:07:4000:07:42หายพอเซลล์มันได้รับความเสียหายปุ๊บเนี่ย
00:07:4300:07:46นะครับมันก็อาจจะมีอะไรก็ตามเนี่ยไปสะสม
00:07:4600:07:48อุตตันแล้วเกิดเป็นพลคได้นะครับแล้วก็
00:07:4800:07:51ยิ่งทำให้เพิ่มความดันของเลือดเข้าไปอีก
00:07:5100:07:52นะครับเพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่าใครกินเอเส
00:07:5200:07:55แล้วเคยอ่านฉลากเนี่ยก็จะรู้ว่ายากลุ่ม
00:07:5500:07:57เหล่าเนี้ยเป็นยาอันตรายนะครับมีการเตือน
00:07:5700:08:00อยู่เสมอเลยนะว่าควรจะกินเมื่อมีอาการพอ
00:08:0000:08:03อาการหายไปทุเราปุ๊บเนี่ยควรจะหยุดกินทัน
00:08:0300:08:05ทีไม่ควรจะกินพร่ำเพือโดยที่ไม่จำเป็นนะ
00:08:0500:08:07ครับและทางที่ดินเนี่ยควรจะกินเมื่อหมอ
00:08:0700:08:10จ่ายด้วยนะครับอย่างที่ 4 ครับคือบุหรี่
00:08:1000:08:13ครับบุหรี่เนี่ยครับเต็มไปด้วยสารพิษมาก
00:08:1300:08:16มายที่พอเข้าไปในร่างกายแล้วครับมัน
00:08:1600:08:19สามารถที่จะไปทำให้เกิดความเสียหายภายใน
00:08:1900:08:22เซลล์กับทั้ง DNA รวมไปถึงทำให้เซลล์ทำ
00:08:2200:08:24งานผิดพลาดาแล้วก็เกิดการอักเสบขึ้นกับ
00:08:2400:08:27เซลล์ในร่างกายนะครับรวมไปถึงเซลล์ไตด้วย
00:08:2700:08:29นะครับถ้าเกิดว่าใครที่สูบบุหรี่เยอะๆนะ
00:08:2900:08:31ครับก็ทำให้เซลล์ไตนะครับได้รับความเสีย
00:08:3100:08:34หายพอเซลล์ไตได้รับความเสียหายเนี่ยการ
00:08:3400:08:36กรองของเสียออกจากเลือดเนี่ยมันก็ทำงาน
00:08:3600:08:39ไม่ได้ดีครับนั่นคือคำอธิบายง่ายๆเลย
00:08:3900:08:42สำหรับว่าบุหรี่ทำไมทำลายไตนะครับอย่าง
00:08:4200:08:44ที่ 5 ครับคืออาหารอะไรก็ตามที่กินเข้าไป
00:08:4400:08:48แล้วนะครับมันไปเพิ่มโอกาสที่จะเกิดก้อน
00:08:4800:08:52ผลึกนิ่วตนะครับถ้าเกิดว่ามันมีก้อนผลึก
00:08:5200:08:53เกิดขึ้นภายในไตเนี่ยครับอย่างเช่น
00:08:5300:08:56แคลเซียมออกซาเลตเนี่ยฮะมันก็จะทำให้เกิด
00:08:5600:08:58แรงดันย้อนกลับถ้าเกิดว่าในไตมันมีก้อน
00:08:5800:09:00นิ่วอยู่ง่ายๆเหมือนกับมันมีของอะไรก็ตาม
00:09:0000:09:03เนี่ยไปอุดตะแกรงอยู่นะครับการกรองก็ไม่
00:09:0300:09:05ดีลองคิดตามง่ายๆนะครับไตของเราซึ่งเป็น
00:09:0500:09:08ตะแกรงเนี่ยครับที่จะกรองของเสียออกจาก
00:09:0800:09:11น้ำเลือดเนี่ยนะครับมันมีอะไรไปอุดรูอยู่
00:09:1100:09:13เนี่ยครับมันก็ต้องใช้แรงดันน้ำมากขึ้นใน
00:09:1300:09:16การที่จะกรองของเสียให้ผ่านรูของตะแกรงไป
00:09:1600:09:18ได้นะครับเพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่ามีนิ่ว
00:09:1800:09:21ขนาดใหญ่ขึ้นใหญ่ขึ้นใหญ่ขึ้นสะสมอยู่ภาย
00:09:2100:09:23ในไตอ่ะแน่นอนความดันเลือดบริเวณเสื้อ
00:09:2300:09:24เลือดฝอยของไตเนี่ยมันก็จะสูงมากยิ่งขึ้น
00:09:2500:09:27แล้วก็สามารถจะทำลายทั้งหลอดเลือดแล้วก็
00:09:2700:09:29เซลล์ไตได้นะครับถามว่ามีอาหารอะไรบ้าง
00:09:2900:09:31อ่ะที่ต้องระมัดระวังอย่างแรกก็คืออาหาร
00:09:3100:09:34ที่มีออกซาเลตสูงนะครับก็จะเจอในผักเช่น
00:09:3400:09:37หน่อไม้หน่อไม้ฝรั่งรวมไปถึงชะอมนะครับ
00:09:3700:09:41รวมไปถึงผักใบสีเขียวเข้มอย่างเช่นพวก
00:09:4100:09:43หรือว่าผักโขมนะครับการกินผักเหล่านี้ที่
00:09:4300:09:45มีออกซิเลตเยอะๆเนี่ยก็อาจจะเพิ่มความ
00:09:4500:09:48เสี่ยงในการเกิดนิ่วในไตได้นะครับทริกนึง
00:09:4800:09:50เนี่ยคือควรต้องกินน้ำเข้าไปเยอะๆนะครับ
00:09:5000:09:54เพื่อที่จะช่วยลดการฟอร์มของตะกอหรือว่า
00:09:5400:09:56ตะกรันได้ภายในนะครับนอกจากออกซิเลตแล้ว
00:09:5600:09:58นะครับควรต้องระวังเรื่องของแคลเซียมด้วย
00:09:5800:10:01นะครับเพราะว่าเมื่อแคลเซียมไปเจอกับ
00:10:0100:10:03ออกซาเลตมันจะกลายเป็นแคลเซียมออกซิเลต
00:10:0300:10:06หรือว่าผลึกนั่นเองนะครับการกินวิตามิน
00:10:0600:10:08บางอย่างที่เป็นประโยชน์กับร่างกายอย่าง
00:10:0800:10:11เช่นวิตามินดีเนี่ยนะครับมากจนเกินไปนะ
00:10:1100:10:14ครับมันอาจจะไปเพิ่มการดูดกลับของ
00:10:1400:10:17แคลเซียมบริเวณไตแล้วทำให้แคลเซียมเนี่ย
00:10:1700:10:19ไปเจอกับออกซเลตได้แล้วก็เกิดเป็นผลึก
00:10:1900:10:21หรือว่านิ่สะสมภายในไตได้นะครับเพราะ
00:10:2100:10:24ฉะนั้นการกินวิตามินดีเกินความจำเป็นก็
00:10:2400:10:26ไม่ใช่เรื่องที่ดีนะครับทุกคนนอกจาก 5
00:10:2600:10:28อย่างเนี้ยผมแถมอีกอย่างนึงแล้วกันนะครับ
00:10:2800:10:31การกินอะไรก็ตามที่ไปกระตุ้นให้เรา
00:10:3100:10:33ปัสสาวะบ่อยมากยิ่งขึ้นหรือว่าเพิ่มการ
00:10:3300:10:36ขับน้ำออกจากร่างกายเนี่ยก็จะทำให้ไต
00:10:3600:10:38เนี่ยทำงานหนักมากยิ่งขึ้นนะครับยกตัว
00:10:3800:10:41อย่างเช่นแอลกอฮอล์แล้วก็คาเฟอีนนะครับ
00:10:4100:10:44จริงๆแอลกอฮอล์แล้วก็คาเฟอีนนะครับมี
00:10:4400:10:46ฤทธิ์คล้ายๆกันเลยนะครับก็คือว่ามันไป
00:10:4600:10:48กระตุ้นการขับน้ำออกไปก็คือไตเนี่ยจะต้อง
00:10:4900:10:51กรองน้ำมากยิ่งขึ้นแล้วก็ดูดน้ำกลับน้อย
00:10:5100:10:53ลงด้วยซ้ำไปนะครับคือทำให้ร่างกายเนี่ย
00:10:5300:10:56เกิดภาวะดีไฮเดรตนะครับการที่ในเลือดของ
00:10:5600:10:59เราเนี่ยมีน้ำน้อยลงเนี่ยครับก็ไม่เป็นผล
00:10:5900:11:02ดีกับไตเนาะเพราะว่าไตมันจะทำงานได้ดี
00:11:0200:11:05เนี่ยมันต้องใช้น้ำเป็นตัวพาในการกรองของ
00:11:0600:11:08เสียออกไปนะครับเพราะฉะนั้นการที่กิน
00:11:0800:11:11แอลกอฮอล์หรือว่าคาเฟอีนเยอะมากจนเกินไป
00:11:1100:11:14นะครับนอกจากจะทำให้ไตเหนื่อยเพราะว่ามัน
00:11:1400:11:16ต้องขับน้ำออกไปเยอะแล้วเนี่ยทำให้มี
00:11:1600:11:19เลือดในระบบน้อยลงซึ่งก็จะทำให้มีน้ำใน
00:11:2000:11:22เลือดเนี่ยน้อยลงไตก็จะทำงานเหนื่อยมาก
00:11:2200:11:25ยิ่งขึ้นในการกรองของเสียออกจากเลือด
00:11:2500:11:28เพราะว่ามันจำเป็นต้องใช้น้ำในการกรองนะ
00:11:2800:11:30ครับเพราะฉะนั้นจึงเป็นเหตว่าทำไมการดูแล
00:11:3000:11:32สุขภาพไตอย่างนึงน่ะคือการกินน้ำให้มาก
00:11:3200:11:34เพียงพอเพราะว่าน้ำเนี่ยคือตัวการสำคัญ
00:11:3400:11:37ที่จะช่วยในกระบวนการกรองของเสียนั่นเอง
00:11:3700:11:39ครับทีนี้มาพูดถึงโปรตีนบ้างครับว่าแล้ว
00:11:3900:11:41เราควรจะกินโปรตีนเท่าไหร่มันถึงจะไม่
00:11:4100:11:44กระทบกับการทำงานของไตจริงๆบอกเลยครับว่า
00:11:4400:11:48คนที่สุขภาพดีที่ไม่เคยมีปัญหาเกี่ยวกับ
00:11:4800:11:50โรคไตมาก่อนนะครับไตยังทำได้เต็มที่มี
00:11:5000:11:52ประสิทธิภาพมั้ครับสามารถที่จะกินโปรตีน
00:11:5200:11:56ได้ตั้งแต่ 1 กรัมไปจนถึง 2.5 กรัมต่อน้ำ
00:11:5600:11:58หนักตัว 1 กกัแล้วไตก็ยังทำงานอย่างปลอด
00:11:5800:12:00ภัยหายห่วงเลยนะครับเดี๋ยวนี้มีตัวเลขแนะ
00:12:0000:12:02นำแล้วสำหรับคนทั่วไปที่อยากดูแลสุขภาพ
00:12:0200:12:06เนี่ยควรจะกินโปรตีนอย่างน้อย 1- 1.2
00:12:0600:12:09กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กก.ในทุกๆวันนะครับ
00:12:0900:12:11แต่ถ้าเกิดว่าใครเป็นสายออกกำลังกายเนี่ย
00:12:1100:12:13ครับอาจจะเพิ่มโปรตีนเข้าไปหน่อยนะครับ
00:12:1300:12:17อาจจะเป็น 1.5 กรัมไปถึง 2 กรัมได้นะครับ
00:12:1700:12:18และถ้าเกิดว่าใครอยากจะเพิ่มก้ามมากๆ
00:12:1800:12:21เนี่ยอาจจะดันโปรตีนต่อวันเไปถึง 2.5
00:12:2100:12:24กรัมต่อน้ำตัว 1 กกัต่อวันเนี่ยการทำงาน
00:12:2400:12:26ของไตเนี่ยก็ยังไม่กระทบเลยนะครับมีงาน
00:12:2600:12:28ศึกษาเจอว่าการกินไปจนถึง 2.5 5 กรัมต่อ
00:12:2800:12:32วันเนี่ยสบายๆมากไตยังสามารถที่จะจัดการ
00:12:3200:12:34กับของเสียที่เกิดจากกระบวนการเผ่าผ่าน
00:12:3400:12:37โปรตีนได้แล้วก็ไม่กระทบกับการทำงานของไต
00:12:3700:12:40นะครับแต่ถ้าเกิดว่าใครมีปัญหาของสุขภาพ
00:12:4000:12:43ไตไม่ว่าจะเคยมีการตรวจมาแล้วจากคุณหมอนะ
00:12:4300:12:46ครับว่าไตเนี่ยเริ่มทำงานได้แย่ลงหรือว่า
00:12:4600:12:49มีประวัติในครอบครัวที่มีคนในครอบครัวนะ
00:12:4900:12:52ครับมีปัญหาไตวายมาก่อนอันเนี้ยอาจจะต้อง
00:12:5200:12:53ระมัดระวังแล้วก็ดูแลเป็นพิเศษนะครับ
00:12:5300:12:55เพราะว่าถ้าเกิดว่าไตของเราเนี่ยทำงานได้
00:12:5500:12:58แย่ลงแน่นอนมันกำจัดของเสียที่เกิดจากการ
00:12:5900:13:01กินโปรตีเนอเนี่ยได้มีประสิทธิภาพน้อยลง
00:13:0100:13:04แน่นอนนะครับถามว่าจะรู้ได้ไงอ่ะว่าไตเรา
00:13:0400:13:06มันทำงานดีหรือไม่ดีนะครับมันสามารถที่จะ
00:13:0600:13:10ดูได้จากค่าที่ชื่อว่า EGFR เดี๋ยวผมค่อย
00:13:1000:13:13อธิบายค่าตัวนี้เต็มๆนะครับค่าที่บอกว่า
00:13:1300:13:16ไตเนี่ยสามารถจะกรองน้ำเลือดได้ปริมาณ
00:13:1600:13:18เยอะแค่ไหนถ้าเกิดว่ามันกรองได้เยอะก็คือ
00:13:1800:13:20ไตยังทำงานได้ดีอยู่แต่ถ้าเกิดว่าค่านี้
00:13:2000:13:22ลดลงเนี่ยก็เป็นการสะท้อนว่าไตเนี่ยมันทำ
00:13:2200:13:24งานได้ไม่ค่อยดีนะครับซึ่ง cut off เร็ว
00:13:2400:13:28ๆนะครับมันอยู่ที่ 60 มลตต่อนาทีนะครับ
00:13:2800:13:30ถ้าเกิดว่าใครไปตรวจร่างกายแล้วก็เจอว่า
00:13:3000:13:33ค่า EGFR เนี่ยต่ำกว่า 60 อาจจะเป็น
00:13:3300:13:36สัญญาณเตือนว่าตอนเนี้ยไตอาจจะทำงานได้
00:13:3600:13:38ไม่เต็มประสิทธิภาพเท่าไหร่และคุณควรจะ
00:13:3800:13:40ต้องระมัดระวังในการกินโปรตีนครับเวลาที่
00:13:4000:13:42คุณหมอตรวจสุขภาพไตแล้วเจอว่าไตมีปัญหา
00:13:4300:13:45เนี่ยครับเขาก็สามารถจะจัดระดับของภาวะไต
00:13:4500:13:48เสื่อมได้เป็น 5 ระยะนะครับถ้าเกิดว่าใคร
00:13:4800:13:51ไตเสื่อมระยะที่ 1 หรือ 2 ที่เรียกว่า CKD
00:13:5100:13:53ย่อมาจากว่า Chronic Kidney Disease
00:13:5400:13:56ระยะที่ 1 หรือ 2 เนี่ยนะครับการกิน
00:13:5600:13:59โปรตีนของคุณเนี่ยคุณอาจจะลดปริมาณโปรตีน
00:13:5900:14:01ลงนิดนึงอาจจะกินโปรตีนเพียงแค่
00:14:0100:14:050.8-1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กกันะครับ
00:14:0500:14:07เพื่อไม่ให้ไตมันทำงานหนักมากเกินไปแต่
00:14:0700:14:11ถ้าเกิดว่าเริ่มเข้าสู่ระยะ CKD 3 หรือ 4
00:14:1100:14:14ซึ่งก็มักจะผูกกับค่า EGFr ที่ต่ำกว่า 60
00:14:1400:14:18มลต/่อนาทีนี่นะครับก็ควรจะลดโปรตีนลงมา
00:14:1800:14:20อีกอยู่ที่ 0.6- 0.8 8 กรัมต่อน้ำหัก
00:14:2000:14:23ตัว 1 กกัเพื่อที่จะลดภาระการทำงานของไต
00:14:2300:14:25นะครับเพราะว่าไตไม่สามารถจะกรองของเสีย
00:14:2500:14:27ได้ดีเท่าไหร่และเพราะฉะนั้นก็ลดโปรตีนลง
00:14:2700:14:30หน่อยเพื่อให้ไตไม่ทำงานหนักมากเกินไปแต่
00:14:3000:14:32ถ้าใครเข้าสู่ภาวะไตเสริยะสุดท้ายระยะที่
00:14:3200:14:355 เนี่ยนะครับและอยู่ระหว่างการฟอกไตที
00:14:3500:14:37เนี้ยคุณอาจจะสูญเสียโปรตีนนะครับอาจจะ
00:14:3700:14:39ต้องกินโปรตีนชดเชยขึ้นหน่อยก็อาจจะต้อง
00:14:3900:14:43กลับมากินโปรตีนเพิ่มมากขึ้นอยู่ที่ 1-1.2
00:14:4300:14:46กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กก.นะครับแต่ถ้าเกิด
00:14:4600:14:49ว่าใครเพิ่งผ่าตัดเปลี่ยนไตมานะครับเป็น
00:14:4900:14:51ช่วงที่ร่างกายฟื้นฟูเนี่ยอาจจะต้องการ
00:14:5100:14:54โปรตีนที่สูงมากยิ่งขึ้นอยู่ที่ 1.2-1.5
00:14:5400:14:57กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กก.ครับแต่ใดๆก็ตาม
00:14:5700:14:59นะครับตัวเลขที่ผมพูดมาเนี่ยเป็นเพียงแค่
00:14:5900:15:02ไกด์ไลน์ถ้าคุณมีภาวะไตเสื่อมและอยู่ใน
00:15:0200:15:04การดูแลของคุณหมออยู่แล้วปรึกษาคุณหมอ
00:15:0400:15:06ก่อนก็จะดีที่สุดครับคุณหมอเนี่ยจะแนะนำ
00:15:0600:15:08ตัวเลขที่เหมาะสมกับสุขภาพไตณปัจจุบันของ
00:15:0800:15:11คุณได้ดีกว่าครับทีนี้ผมขอกลับมาอธิบาย
00:15:1100:15:14ค่า EGFR เพิ่มมากขึ้นนิดนึงนะครับจริงๆ
00:15:1400:15:16เวลาที่เราไปตรวจสุขภาพเนี่ยครับถ้าเราไป
00:15:1600:15:18ดู report การตรวจสุขภาพ section ที่
00:15:1900:15:20เกี่ยวกับไตเนี่ยมันจะมีค่าหลายค่าเลยนะ
00:15:2000:15:24ครับที่สามารถที่จะใช้วัดสุขภาพของไตได้
00:15:2400:15:27นะครับมันจะมีค่าอยู่ 2-3 กลุ่มที่จะบอก
00:15:2700:15:31สุขภาพของไตกลุ่มแรกคือเป็นการวัดว่าไต
00:15:3100:15:34ของเรานะครับสามารถที่จะกรองน้ำต่อวันได้
00:15:3400:15:37ปริมาณเยอะหรือน้อยถ้าเกิดว่าค่าเนี้มัน
00:15:3700:15:40เยอะก็แสดงว่าไตยังทำงานได้ดีอยู่นะครับ
00:15:4000:15:44ค่าเนี้ยมันเรียกว่า gfr เต็มๆของมันคือ
00:15:4400:15:47estimated gromolular filtration rate
00:15:4700:15:51นะครับจริงๆเนี่ยครับมันเป็นพื้นที่ของไต
00:15:5100:15:54ที่มีเส้นเลือดฝอยเนี่ยพันกันไปมาเต็มไป
00:15:5400:15:57หมดเลยเป็นจุดที่เกิดการกรองเนี่ยนะครับ
00:15:5700:15:59เพราะฉะนั้นค่าเนี้ยจึงไปวัดว่าไอ้ตรง
00:15:5900:16:01พื้นที่ตรงนั้นเนี่ยที่มันเกิดการกรอง
00:16:0100:16:03เนี่ยมันกรองน้ำได้เยอะหรือน้อยนั่นเองนะ
00:16:0300:16:06ครับโดยปกติแล้วเนี่ยคนสุขภาพดีเนี่ยค่า
00:16:0600:16:10EGFR เนี่ยจะไม่ต่ำกว่า 90 มลต่อนาที
00:16:1000:16:12แล้วถ้าเกิดว่าเราอายุมากขึ้นมากขึ้นนะ
00:16:1200:16:14ครับค่าเนี้ยมันก็จะลดลงลดลงเป็นปกติอยู่
00:16:1400:16:17แล้วนะครับตามความชราของเซลล์ไตนะครับแต่
00:16:1800:16:19ถ้าเกิดว่าไตของเราเนี่ยมันเสื่อมไวกว่า
00:16:1900:16:22กำหนดหรือว่ามันมีปัญหาเนี่ยครับค่าเก็จะ
00:16:2200:16:24ลดลงเร็วมากนะครับถ้าต่ำกว่า 60 เมื่อ
00:16:2400:16:26ไหร่เนี่ยเนี่ยต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
00:16:2600:16:28แล้วนะครับถ้าค่าเนี้ยต่ำกว่า 15 นะครับ
00:16:2900:16:31เป็นการบอกว่าไตของคุณเนี่ยวายแล้วนะครับ
00:16:3100:16:33คือไม่สามารถจะทำงานในการกรองของเสียได้
00:16:3300:16:35แล้วจำเป็นต้องฟอกไตนั่นเองครับการวัด
00:16:3500:16:38สุขภาพของไตกลุ่มที่ 2 นะครับจะเป็นการ
00:16:3800:16:41วัดปริมาณของเสียที่มีอยู่ในเลือดซึ่งก็
00:16:4100:16:44จะเป็นการวัดค่าครีอtininีนแล้วก็การวัด
00:16:4400:16:47สิ่งที่เรียกว่า bu นะครับก็คือbloodู
00:16:4700:16:50nroเจนนะครับคือปริมาณของไนโตรเจนที่อยู่
00:16:5000:16:52ในเลือดนะครับที่เกิดจากการสลายหรือว่า
00:16:5200:16:55metabบolizโปรตีนให้เรากินเข้าไปนะครับ
00:16:5500:16:57ถามว่าทำไมปริมาณของเสียในเลือดอ่ะจึงพอ
00:16:5700:17:00ที่จะบอกสุขภาพของไตได้เพราะว่าหน้าที่
00:17:0000:17:02หลักของไตเนี่ยคือการกำจัดของเสียออกไป
00:17:0300:17:04จากเลือดถูกมั้ครับถ้าเกิดว่ามันมีของ
00:17:0400:17:07เสียอยู่ในเลือดที่ค่อนข้างเยอะนะครับมัน
00:17:0700:17:09ก็อาจจะเป็นการสะท้อนได้ว่าไตเนี่ยทำงาน
00:17:0900:17:12ได้ไม่ดีนะครับแต่ว่าจริงๆแล้วทั้งค่า
00:17:1200:17:15ครีเอทีนีนแล้วก็ bu เนี่ยถ้ามันสูงขึ้น
00:17:1500:17:18เนี่ยครับมันก็อาจจะไม่ได้แปลว่าไตของเรา
00:17:1800:17:20เนี่ยมันแย่ลงเสมอไปนะครับเพราะว่ามัน
00:17:2000:17:22เชื่อมโยงกับปริมาณอาหารคือโปรตีนที่เรา
00:17:2200:17:25กินถึงอาหารเสริมด้วยนะครับอย่างตอนก่อน
00:17:2500:17:28หน้านี้ผมพูดถึงการกินครีทีนถ้าเกิดว่า
00:17:2800:17:30ใครกินครีทีนหรือว่าการกินโปรตีนที่เยอะ
00:17:3000:17:34นะครับปริมาณของครีทินมันก็จะเยอะตามไป
00:17:3400:17:36ด้วยเพราะฉะนั้นเวลาที่ตรวจสุขภาพเนี่ย
00:17:3600:17:39ครับคุณหมอก็จะเอาทั้งค่า EGFR ซึ่งก็คือ
00:17:3900:17:42ปริมาณเลือดที่กรองได้กับปริมาณของเสีย
00:17:4200:17:44ไม่ว่าจะเป็นครีทินีนกับ Bun เนี่ยมา
00:17:4400:17:47วิเคราะห์ร่วมกันก่อนจะสรุปว่าตอนเนี้
00:17:4700:17:49สุขภาพไตเป็นยังไงนะครับการวัดอีกแบบนึง
00:17:4900:17:51ที่พอจะบอกสุขภาพของไตได้นะครับคือการวัด
00:17:5200:17:55ปริมาณของโปรตีนขนาดใหญ่ในปัสสาวะครับ
00:17:5500:17:58ปกติแล้วเนี่ยครับผนังหลอดเลือดฝอยบริเวณ
00:17:5800:18:00ไตที่มันเกิดการกรองของเสียนะครับมันจะ
00:18:0000:18:03ไม่ยอมให้โปรตีนขนาดใหญ่นะครับมันผ่านไป
00:18:0300:18:05ได้ยกเว้นว่าผนังหลอดเลือดนะครับได้รับ
00:18:0600:18:08ความเสียหายจนโปรตีนขนาดใหญ่เนี่ยมัน
00:18:0800:18:11สามารถจะทะลุทะลวงไปได้เพราะฉะนั้นถ้า
00:18:1100:18:13เกิดว่าเราเจอโปรตีนขนาดใหญ่อย่างเช่น
00:18:1300:18:15แอลบูมิในปัสสาวะเนี่ยครับก็เป็นการ
00:18:1500:18:17สะท้อนว่าไตของเราเนี่ยอาจจะเสื่อมแล้วก็
00:18:1700:18:20มีสุขภาพที่ไม่ดีครับค่าการตรวจเมีชื่อ
00:18:2000:18:23เต็มๆว่า Albumin to creatinin Nin
00:18:2300:18:26ratio หรือว่า ACR นะครับถ้าเกิดว่าค่า
00:18:2600:18:28นี้มันสูงนะครับแสดงว่าไตของคุณเนี่ย
00:18:2800:18:30เริ่มมีปัญหานั่นเองครับจากที่ฟังมาทั้ง
00:18:3000:18:32หมดนะครับมาสรุปดีกว่าว่าแล้วไลฟ์สไตล์ใน
00:18:3200:18:35การดูแลสุขภาพของไตเนี่ยครับควรจะเป็นยัง
00:18:3500:18:38ไงนะครับอันดับ 1 นะครับคือดูแลไม่ให้
00:18:3800:18:40ระดับน้ำตาลในเลือดเนี่ยมันสูงอยู่บ่อยๆ
00:18:4000:18:42นะครับหรือป้องกันตัวเองไม่ให้เป็นเบา
00:18:4200:18:44หวานไม่ให้ชูการเนี่ยมันสปคนะครับนั่นก็
00:18:4400:18:47เป็นพฤติกรรมในการกินนั่นแหละถ้าคุณไม่
00:18:4700:18:49เป็นเบาหวานรับรองได้ว่าความเสี่ยงในการ
00:18:4900:18:52เป็นโรคไตเนี่ยลดลงฮวบแน่นอนครับอย่างที่
00:18:5200:18:552 ครับต้องดูแลความดันเลือดนะครับอย่า
00:18:5500:18:56ให้มันสูงอยู่บ่อยๆนะครับเพราะถ้าเกิดว่า
00:18:5600:18:59ความดันเลือดมันสูงเนี่ยครับมันก็จะทำให้
00:18:5900:19:02เกิดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเส้นเลือด
00:19:0200:19:04หรือว่าผนังหลอดเลือดบริเวณไตได้นะครับ
00:19:0400:19:07แล้วก็ทำให้ไตเนี่ยทำงานหนักมากยิ่งขึ้น
00:19:0700:19:09ครับอย่างที่ 3 ครับคือต้องระมัดระวังใน
00:19:0900:19:11การกินยาบางกลุ่มอย่างเช่นยาแก้ปวดกลุ่ม
00:19:1200:19:15เอเซตรวมไปถึงยาลดการอักเสบนะครับเพราะ
00:19:1500:19:17ว่ายาเหล่าเนี้ยครับมันจะไปทำให้หลอด
00:19:1700:19:20เลือดของเราเนี่ยมันหดตัวเล็กลงแล้วก็ไป
00:19:2000:19:22เพิ่มความดันเลือดให้มันสุกสูงมากยิ่ง
00:19:2200:19:25ขึ้นและก็อาจจะทำลายผนังของหลอดเลือดได้
00:19:2500:19:27ครับอย่างที่ 4 นะครับใครที่กินโปรตีน
00:19:2800:19:30เยอะหรือว่ากินซัพพอาหารเสริมที่เกี่ยว
00:19:3000:19:32ข้องกับการเสริมสร้างกล้ามเนื้อเนี่ยครับ
00:19:3200:19:34คุณก็ควรจะต้องดูไว้ว่าแน่นอนมันจะมีของ
00:19:3400:19:37เสียเกิดขึ้นในร่างกายแน่ๆนะครับถ้าเกิด
00:19:3700:19:39ว่าไตของคุณไม่มีปัญหากินได้เลยครับ
00:19:3900:19:41โปรตีนแต่ควรจะกินน้ำเข้าไปเยอะๆนะครับ
00:19:4100:19:43เพราะว่ากินโปรตีนเยอะแล้วเนี่ยมันมีของ
00:19:4300:19:45เสียเยอะเราต้องกินน้ำเยอะๆเพื่อให้ไต
00:19:4500:19:48สามารถจะกำจัดของเสียได้ดีนะครับแต่ถ้า
00:19:4800:19:50เกิดว่าไตของคุณมีปัญหาต้องระมัดระวังใน
00:19:5000:19:53การกินโปรตีนเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษครับสุด
00:19:5300:19:55ท้ายครับคือเรื่องของการกินน้ำครับน้ำ
00:19:5600:19:59สำคัญมากๆนะครับเพราะว่าเป็นตัวพาที่จะทำ
00:19:5900:20:02ให้ของเสียเนี่ยมันถูกกรองออกจากไตได้การ
00:20:0200:20:03ที่เรากินน้ำเยอะเนี่ยมันช่วยหลายอย่าง
00:20:0400:20:06เลยยิ่งในสมัยเนี้ยเควรกินอาหารเสริมหลาก
00:20:0600:20:08หลายประเภทมากๆนะครับไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม
00:20:0800:20:10แอนตี้ออกซิดไฟเบอร์ต่างๆหรือว่าสารสกัด
00:20:1000:20:13จากพืชนะครับจริงๆการกินอาหารเสริมเหล่า
00:20:1300:20:16เนี้ยครับมันมีโอกาสที่จะสะสมในร่างกาย
00:20:1600:20:18อยู่แล้วถ้ามันเยอะเกินไปนะครับวิธีนึง
00:20:1800:20:21ที่จะช่วยได้ที่จะลดการสะสมเนี่ยครับแล้ว
00:20:2100:20:23ก็ช่วยไตในการกำจัดของเหล่าเนี้ยคือการ
00:20:2300:20:26กินน้ำเยอะๆครับถ้าเกิดว่าเรากินน้ำเยอะๆ
00:20:2600:20:28นะครับไตก็จะทำงานน้อยลงแล้วก็เสื่อมช้า
00:20:2900:20:31ลงครับทั้งหมดเนี้ยครับคือไลฟ์สไตล์ที่ผม
00:20:3100:20:34อยากจะแนะนำให้ทุกคนทำนะครับและสุดท้าย
00:20:3400:20:36คืออย่าลืมไปตรวจสุขภาพไตสม่ำเสมอประจำปี
00:20:3600:20:38นะครับเพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ค่าไต่ของ
00:20:3800:20:40เราเนี่ยมันเปลี่ยนแบบกระทันอาหารปีต่อปี
00:20:4000:20:42นะครับมันอาจจะเป็นการเตือนแล้วคุณอาจจะ
00:20:4200:20:45ปรับพฤติกรรมได้ทันท่วงทีนะครับถ้าคุณไม่
00:20:4500:20:47ตรวจคุณจะไม่รู้เลยนะครับว่าบางครั้ง
00:20:4700:20:49พฤติกรรมอะไรบางอย่างมันทำลายไตอยู่งั้น
00:20:4900:20:52การตรวจไตอยู่เสมอเนี่ยก็จะเป็นอีกหนึ่ง
00:20:5200:20:55วิธีที่จะป้องกันไม่ให้ไตเสื่อมและพาคุณ
00:20:5500:20:57ไปถึงจุดที่ต้องฟอกไต
00:20:5700:21:02ครับ Top to the standard podcast
00:21:0200:21:05eye opening for your ears