อาการของโรคนิ่วในถุงน้ำดีมีอะไรบ้าง

ท้องอืด ท้องเฟ้อ รีบเช็กด่วนสัญญาณเตือน "นิ่วในถุงน้ำดี" : TNN Health

จากช่อง : TNN


ดูคำบรรยาย / View Transcript
00:00:0200:00:13[เพลง]
00:00:1400:00:17สำหรับวันนี้นะคะเราจะมารู้จักโรคนิ่วใน
00:00:1700:00:20ถุงน้ำดีกันหลายคนค่ะอาจจะไม่ได้สนใจว่า
00:00:2000:00:22โรคนี้มีความเกี่ยวข้องกับตัวเองอย่างไร
00:00:2200:00:25แต่เชื่อไหคะว่าการที่คุณผู้ชมค่ะมีท้อง
00:00:2500:00:28อืดท้องเฟ้อนะคะหรือว่าเวลาที่รับประทาน
00:00:2800:00:31อาหารไขมันแล้วรู้สึกท้องคุณอาจจะมี
00:00:3100:00:34เรื่องของโรคนิ่วในถุงน้ำดีได้ไปติดตาม
00:00:3400:00:37พร้อมๆกันค่ะความเสี่ยงโรคนิ่วในถุงน้ำดี
00:00:3700:00:40มักจะมาพร้อมกับไขมันและความอ้วนโรคนิ่ว
00:00:4000:00:43ในถุงน้ำดีเคยพบได้มากในผู้ที่อายุมาก
00:00:4300:00:46กว่า 40 ปีขึ้นไปแต่ปัจจุบันมีแนวโน้มพบ
00:00:4600:00:49ได้มากขึ้นตั้งแต่อายุน้อยๆโดยพบในผู้
00:00:4900:00:52หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 2 เท่าปัจจัยเสี่ยง
00:00:5200:00:55สำคัญของโรคนี้เกิดจากความอ้วนและ
00:00:5500:00:58พฤติกรรมการรับประทานอาหารที่มีไขมันและ
00:00:5800:01:01คอเลสเตอรอลสูงทำให้น้ำดีไม่สามารถช่วย
00:01:0100:01:03ย่อยอาหารกลุ่มไขมันและโคเลสเตอรอลที่สูง
00:01:0300:01:06เหล่านี้ได้หมดจึงเกิดการสะสมกลายเป็น
00:01:0600:01:09นิ่วขึ้นมาได้ดังนั้นพฤติกรรมชอบรับ
00:01:0900:01:12ประทานอาหารไขมันสูงเป็นประจำโดยเฉพาะของ
00:01:1200:01:16ทอดของปิ้งย่างเช่นหมูกระทะชาบูอาจส่งผล
00:01:1600:01:19ให้ความสมดุลของน้ำดีเสียไปเกิดก้อนผลึก
00:01:1900:01:22ขึ้นในถุงน้ำดีเกิดเป็นนิ่วในถุงน้ำดี
00:01:2200:01:25ขึ้นได้โรคนิ่วในถุงน้ำดีเป็นโรคในระบบ
00:01:2500:01:28ทางเดินน้ำดีที่พบได้บ่อยที่สุดโดยลักษณะ
00:01:2800:01:32นิ่วมี 3 ประประได้แก่่นิจากคอเลสเตอรอล
00:01:3200:01:35อาจเป็นสีเหลืองขาวเขียวเกิดจากการตก
00:01:3500:01:38ตะกอนไขมันเนื่องจากโคเลสเตอรอลเพิ่มมาก
00:01:3800:01:42ขึ้นในถุงน้ำดีนิ่วจากเม็ดสีอาจเป็นสี
00:01:4200:01:45คล้ำดำเกิดจากความผิดปกติของเลือดโลหิต
00:01:4500:01:50จ้างตับแข็งนิ้วโคลนเป็นลักษณะคล้ายโคลน
00:01:5000:01:53เหนียวหนืดเกิดจากการติดเชื้อใกล้ตับท่อ
00:01:5300:01:57น้ำดีตับอ่อนแล้วมีพฤติกรรมอะไรบ้างที่ทำ
00:01:5700:02:00ให้เสี่ยงการเป็นโรคนิ่วในุเหมือนดีคนที่
00:02:0100:02:03ชอบรับประทานอาหารที่มีไขมันอาหาร
00:02:0300:02:06คอเลสเตอรอลสูงพฤติกรรมรับประทานอาหาร
00:02:0600:02:10ประเภทกากใหญ่ไม่เพียงพอกินผักผลไม้น้อย
00:02:1000:02:13ผู้หญิงที่รับประทานยาคุมกำเนิดเป็นประจำ
00:02:1300:02:16จะเสี่ยงต่อการมีนิ่้วในถุงน้ำดีเนื่อง
00:02:1600:02:19จากฮอร์โมนเพชรหญิงที่ได้รับเพิ่มจากยา
00:02:1900:02:20อาจกระตุ้นการเพิ่มคล้องปริมาณ
00:02:2000:02:24คอเลสเตอรอลในน้ำดีส่งผลให้เกิดการตกตะกอ
00:02:2400:02:28กลายเป็นก้อนนิ่วได้ง่ายการรับประทานยาลด
00:02:2800:02:31ไขมันบางชนิดคนที่เร่งลดน้ำหนักเพราะจะทำ
00:02:3100:02:35ให้ตับมีการหลั่งของคอเลสเตอรอลออกมามาก
00:02:3500:02:38ขึ้นส่วนถุงน้ำดีก็จะบีบตัวน้อยลงดังนั้น
00:02:3800:02:41จึงมีน้ำดีค้างอยู่ในถุงน้ำดีมากขึ้นและ
00:02:4100:02:45นานขึ้นมีโอกาสตกตะกอนจับตัวกันมากขึ้น
00:02:4500:02:48ตามไปด้วยโดยพฤติกรรมเหล่านี้อาจไปเพิ่ม
00:02:4800:02:50ปริมาณของโคเลสเตอรอลหรือบิลี่รูบินในน้ำ
00:02:5000:02:54ดีทำให้มีสัดส่วนที่สูงกว่าปกติและปัจจัย
00:02:5400:02:56บางส่วนก็ทำให้ถุงน้ำดีบีบขับน้ำดีได้
00:02:5600:02:59น้อยลงทำให้น้ำดีค้างค้างและจับเป็นเป็น
00:02:5900:03:03ผลึกนิ่วใครคือกลุ่มเสี่ยงเป็นโรคนิ่วใน
00:03:0300:03:05ถุงน้ำดีนอกจากพฤติกรรมที่เพิ่มความ
00:03:0600:03:08เสี่ยงให้เกิดนิ่วในถุงน้ำดีแล้วยังมี
00:03:0800:03:10ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆดังต่อไปนี้ที่อาจ
00:03:1000:03:13เสี่ยงต่อการมีนิ่วในถุงน้ำดีเพิ่มขึ้น
00:03:1300:03:17ได้เช่นผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากผู้ที่มี
00:03:1700:03:20อายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไปหลายคนอาจสงสัย
00:03:2000:03:24ว่าทำไมนิ่วในถุงน้ำดีพบมากในผู้หญิงโดย
00:03:2400:03:27เฉพาะผู้หญิงวัย 40 ปีนั่นเป็นเพราะ
00:03:2700:03:30ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีส่วนทำให้โคเลสเตอรอล
00:03:3000:03:34ในน้ำดีสูงขึ้นเพศหญิงมีโอกาสเป็นมากกว่า
00:03:3400:03:36เพศชายเนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนและการ
00:03:3600:03:39ตั้งครรภ์มีผลต่อการเพิ่มปริมาณ
00:03:3900:03:41คอเลสเตอรอลและลดการเคลื่อนตัวของถุงน้ำ
00:03:4100:03:44ดีทำให้เป็นนิ่วได้ง่ายขึ้นผู้ป่วยโรค
00:03:4400:03:47เลือดบางชนิดที่มีการแตกตัวของเมลแดงเร็ว
00:03:4700:03:51กว่าปกติเช่นโรคซีเมียผู้ป่วยโรคเบาหวาน
00:03:5100:03:54เพราะถุงน้ำดีจะมีการบีบตัวน้อยลงในผู้
00:03:5400:03:58ที่มีน้ำตาลในเลือดสูงกรพันธ์โดยเฉพาะผู้
00:03:5800:04:00ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนิ่วใน
00:04:0000:04:04ถุงน้ำดีมาก่อนอาการของโรคนิ่วในถุงน้ำดี
00:04:0400:04:07สังเกตได้ดังนี้อาการในช่วงแรกถ้ายังไม่
00:04:0700:04:11รุนแรงมากมักจะเกิดขึ้นเป็นระยะๆะโดย
00:04:1100:04:14เฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่รับประทานอาหาร
00:04:1400:04:16ที่มีไขมันสูงเข้าไปซึ่งจะไปกระตุ้นให้
00:04:1600:04:20เกิดอาการบวมตึงในถุงเพราะการคั่งของของ
00:04:2000:04:24เหลวมีลักษณะอาการที่สังเกตได้ดังนี้ท้อง
00:04:2400:04:28อืดท้องเฟ้อเหมือนมีลมอยู่ข้างในข้อ
00:04:2800:04:31สังเกตคือมักจะมีอาการหลังรับประทานอาหาร
00:04:3100:04:34มันๆหรือช่วงเวลากลางคืนและมักจะเป็นอยู่
00:04:3400:04:371-2 ชั่วโมงก็หายและขณะมีอาการผู้ป่วยจะ
00:04:3700:04:41ยังพอขยับตัวได้แน่นท้องหลังรับประทาน
00:04:4100:04:43อาหารโดยเฉพาะหลังรับประทานอาหารที่มีไข
00:04:4300:04:47มันมากปวดท้องข้างขวาหรือใต้ชายโครงขวา
00:04:4700:04:51เป็นครั้งเป็นคราวปวดท้องข้างขวาอย่าง
00:04:5100:04:54รุนแรงและมักจะปวดร้าวไปถึงสะบักด้านขวา
00:04:5400:04:58ร่วมด้วยมีไข้สูงเฉียบพลันในกรณีที่มีการ
00:04:5800:05:02อักเสบของถุงน้ำดีอย่างเฉียบพลันคลื่นไส้
00:05:0200:05:06อาเจียนตัวเหลืองตาเหลืองปัสสาวะมีสีเข้ม
00:05:0600:05:10อุจจาระมีสีซีดลงเนื่องจากลำไส้ขาดน้ำดี
00:05:1000:05:12อย่างไรก็ตามคนที่มีนิ่วในถุงน้ำดีอาจไม่
00:05:1300:05:15มีอาการแสดงข้างต้นเพราะอาจมีก้อนนิ่ที่
00:05:1500:05:18เล็กหรือฝังตัวอยู่ลึกในก้นถูกน้ำดีก็
00:05:1800:05:21เป็นได้ค่ะแต่หากก้นนิ่วออกมาอุดกั้น
00:05:2100:05:25บริเวณท่อน้ำดีอาการแสดงจะค่อนข้างชัด
00:05:2500:05:28เช่นมีอาการปวดท้องเฉียบพลันและรุนแรงปวด
00:05:2800:05:31ท้องในลักษณะปวดปดบิดเกรงโดยแต่ละครั้งจะ
00:05:3100:05:35มีอาการปวดนานประมาณ 15-30 นาทีหรือนาน
00:05:3500:05:39กว่า 2-6 ชมเลยก็ได้แต่อาการปวดท้อง
00:05:3900:05:42เนื่องจากนิ่วในถุงน้ำดีจะเป็นๆหายๆมัก
00:05:4200:05:45ไม่ใช่อาการปวดท้องทุกวันจะตรวจพบว่ามี
00:05:4500:05:48นิ่วก็ต่อเมื่ออันซาวทั้งนี้ก้อนนิ่้วที่
00:05:4800:05:51ตกตะกอนอาจมีขนาดเล็กเท่าเมดทรายหรือใหญ่
00:05:5100:05:54เท่าลูกกอล์ฟจำนวนมีได้ตั้งแต่ 1 ก้อนไป
00:05:5400:05:57จนถึงหลายร้อยก้อนก็ได้หากมีขนาดใหญ่อาจ
00:05:5700:06:01เป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดม็เรงถุงน้ำดีได้
00:06:0100:06:04ทั้งนี้ค่ะหลายคนอาจจะเคยได้ยินเสียงข่าว
00:06:0400:06:08ลืมอค่ะว่าการรับประทานชานมไขมุก 2-3
00:06:0800:06:11แก้วต่อวันต่อเนื่องกันจะทำให้เสี่ยงเป็น
00:06:1100:06:14โรคนิ่วในถุงน้ำดีซึ่งตรงนี้ค่ะกระทรวง
00:06:1400:06:18สาธารณสุขค่ะได้มีข้อความออกมาแถลงโดยที่
00:06:1800:06:22บอกว่าข้อมูลนี้มีความบิดเบือนค่ะกรณีที่
00:06:2200:06:25มีการส่งต่อข้อมูลว่าการรับประทานชานมไข่
00:06:2500:06:29มุกวันละ 2-3 แก้วเป็นระยะเวลานานทำให้
00:06:2900:06:31เป็นนิ้วในถุงน้ำดีนั้นทางกรมอนามัย
00:06:3100:06:35กระทรวงสาธารณสุขได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้
00:06:3500:06:38แจงว่าชานมไข่มุกและน้ำหวานอาจไม่ได้เป็น
00:06:3800:06:42สาเหตุโดยตรงเพราะว่าโรคนิ่วนั้นมาจาก
00:06:4200:06:45หลายสาเหตุซึ่งอาหารและเครื่องดื่มจะเป็น
00:06:4500:06:48ส่วนหนึ่งหรือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำ
00:06:4800:06:51ให้เกิดโรคได้มากขึ้นโดยเฉพาะอาหารทอด
00:06:5100:06:55อาหารมันอาหารหวานจำพวกที่มีไขมันสูงซึ่ง
00:06:5500:06:58อาหารจำพวกนี้มีส่วนประกอบที่ทำให้เกิด
00:06:5800:07:00ภาวะน้ำหนักเก
00:07:0000:07:03หรือโรคอ้วนโดยคนอ้วนจะมีโอกาสเกิดนิ่้ว
00:07:0300:07:05จากคอเลสเตอรอลได้มากขึ้นเนื่องจาก
00:07:0500:07:08คอเลสเตอรอลเพิ่มมากขึ้นในถุงน้ำดีแต่การ
00:07:0800:07:13บีบตัวของถุงน้ำดีลดลงขอบคุณนะคะสำหรับ
00:07:1300:07:16การรับชมรายการ TNN Health ค่ะและอย่า
00:07:1600:07:19ลืมค่ะกด Subscribe กดดไลคกดแชร์ในทุก
00:07:1900:07:23ช่องทางออนไลน์์ของ TNN ช่อง 16 ค่ะเพื่อ
00:07:2300:07:26ที่จะไม่พลาดการรับชมรายการสดคลิปวดีโอ
00:07:2600:07:32ที่น่าสนใจของทาง TNN นะคะ y

กินปิ้งย่างบ่อยต้องระวังเสี่ยง "นิ่วในถุงน้ำดี" โดยไม่รู้ตัว : TNN Health

จากช่อง : TNN


ดูคำบรรยาย / View Transcript
00:00:0200:00:13[เพลง]
00:00:1400:00:17สำหรับวันนี้นะคะเราจะมารู้จักโรคนิ่วใน
00:00:1700:00:20ถุงน้ำดีกันหลายคนค่ะอาจจะไม่ได้สนใจว่า
00:00:2000:00:22โรคนี้มีความเกี่ยวข้องกับตัวเองอย่างไร
00:00:2200:00:25แต่เชื่อไหคะว่าการที่คุณผู้ชมค่ะมีท้อง
00:00:2500:00:28อืดท้องเฟ้อนะคะหรือว่าเวลาที่รับประทาน
00:00:2800:00:31อาหารไขมันแล้วรู้สึกท้องคุณอาจจะมี
00:00:3100:00:34เรื่องของโรคนิ่วในถุงน้ำดีได้ไปติดตาม
00:00:3400:00:37พร้อมๆกันค่ะความเสี่ยงโรคนิ่วในถุงน้ำดี
00:00:3700:00:40มักจะมาพร้อมกับไขมันและความอ้วนโรคนิ่ว
00:00:4000:00:43ในถุงน้ำดีเคยพบได้มากในผู้ที่อายุมาก
00:00:4300:00:46กว่า 40 ปีขึ้นไปแต่ปัจจุบันมีแนวโน้มพบ
00:00:4600:00:49ได้มากขึ้นตั้งแต่อายุน้อยๆโดยพบในผู้
00:00:4900:00:52หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 2 เท่าปัจจัยเสี่ยง
00:00:5200:00:55สำคัญของโรคนี้เกิดจากความอ้วนและ
00:00:5500:00:58พฤติกรรมการรับประทานอาหารที่มีไขมันและ
00:00:5800:01:01คอเลสเตอรอลสูงทำให้น้ำดีไม่สามารถช่วย
00:01:0100:01:03ย่อยอาหารกลุ่มไขมันและโคเลสเตอรอลที่สูง
00:01:0300:01:06เหล่านี้ได้หมดจึงเกิดการสะสมกลายเป็น
00:01:0600:01:09นิ่วขึ้นมาได้ดังนั้นพฤติกรรมชอบรับ
00:01:0900:01:12ประทานอาหารไขมันสูงเป็นประจำโดยเฉพาะของ
00:01:1200:01:16ทอดของปิ้งย่างเช่นหมูกระทะชาบูอาจส่งผล
00:01:1600:01:19ให้ความสมดุลของน้ำดีเสียไปเกิดก้อนผลึก
00:01:1900:01:22ขึ้นในถุงน้ำดีเกิดเป็นนิ่วในถุงน้ำดี
00:01:2200:01:25ขึ้นได้โรคนิ่วในถุงน้ำดีเป็นโรคในระบบ
00:01:2500:01:28ทางเดินน้ำดีที่พบได้บ่อยที่สุดโดยลักษณะ
00:01:2800:01:32นิ่วมี 3 ประประได้แก่่นิจากคอเลสเตอรอล
00:01:3200:01:35อาจเป็นสีเหลืองขาวเขียวเกิดจากการตก
00:01:3500:01:38ตะกอนไขมันเนื่องจากโคเลสเตอรอลเพิ่มมาก
00:01:3800:01:42ขึ้นในถุงน้ำดีนิ่วจากเม็ดสีอาจเป็นสี
00:01:4200:01:45คล้ำดำเกิดจากความผิดปกติของเลือดโลหิต
00:01:4500:01:50จ้างตับแข็งนิ้วโคลนเป็นลักษณะคล้ายโคลน
00:01:5000:01:53เหนียวหนืดเกิดจากการติดเชื้อใกล้ตับท่อ
00:01:5300:01:57น้ำดีตับอ่อนแล้วมีพฤติกรรมอะไรบ้างที่ทำ
00:01:5700:02:00ให้เสี่ยงการเป็นโรคนิ่วในุเหมือนดีคนที่
00:02:0100:02:03ชอบรับประทานอาหารที่มีไขมันอาหาร
00:02:0300:02:06คอเลสเตอรอลสูงพฤติกรรมรับประทานอาหาร
00:02:0600:02:10ประเภทกากใหญ่ไม่เพียงพอกินผักผลไม้น้อย
00:02:1000:02:13ผู้หญิงที่รับประทานยาคุมกำเนิดเป็นประจำ
00:02:1300:02:16จะเสี่ยงต่อการมีนิ่้วในถุงน้ำดีเนื่อง
00:02:1600:02:19จากฮอร์โมนเพชรหญิงที่ได้รับเพิ่มจากยา
00:02:1900:02:20อาจกระตุ้นการเพิ่มคล้องปริมาณ
00:02:2000:02:24คอเลสเตอรอลในน้ำดีส่งผลให้เกิดการตกตะกอ
00:02:2400:02:28กลายเป็นก้อนนิ่วได้ง่ายการรับประทานยาลด
00:02:2800:02:31ไขมันบางชนิดคนที่เร่งลดน้ำหนักเพราะจะทำ
00:02:3100:02:35ให้ตับมีการหลั่งของคอเลสเตอรอลออกมามาก
00:02:3500:02:38ขึ้นส่วนถุงน้ำดีก็จะบีบตัวน้อยลงดังนั้น
00:02:3800:02:41จึงมีน้ำดีค้างอยู่ในถุงน้ำดีมากขึ้นและ
00:02:4100:02:45นานขึ้นมีโอกาสตกตะกอนจับตัวกันมากขึ้น
00:02:4500:02:48ตามไปด้วยโดยพฤติกรรมเหล่านี้อาจไปเพิ่ม
00:02:4800:02:50ปริมาณของโคเลสเตอรอลหรือบิลี่รูบินในน้ำ
00:02:5000:02:54ดีทำให้มีสัดส่วนที่สูงกว่าปกติและปัจจัย
00:02:5400:02:56บางส่วนก็ทำให้ถุงน้ำดีบีบขับน้ำดีได้
00:02:5600:02:59น้อยลงทำให้น้ำดีค้างค้างและจับเป็นเป็น
00:02:5900:03:03ผลึกนิ่วใครคือกลุ่มเสี่ยงเป็นโรคนิ่วใน
00:03:0300:03:05ถุงน้ำดีนอกจากพฤติกรรมที่เพิ่มความ
00:03:0600:03:08เสี่ยงให้เกิดนิ่วในถุงน้ำดีแล้วยังมี
00:03:0800:03:10ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆดังต่อไปนี้ที่อาจ
00:03:1000:03:13เสี่ยงต่อการมีนิ่วในถุงน้ำดีเพิ่มขึ้น
00:03:1300:03:17ได้เช่นผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากผู้ที่มี
00:03:1700:03:20อายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไปหลายคนอาจสงสัย
00:03:2000:03:24ว่าทำไมนิ่วในถุงน้ำดีพบมากในผู้หญิงโดย
00:03:2400:03:27เฉพาะผู้หญิงวัย 40 ปีนั่นเป็นเพราะ
00:03:2700:03:30ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีส่วนทำให้โคเลสเตอรอล
00:03:3000:03:34ในน้ำดีสูงขึ้นเพศหญิงมีโอกาสเป็นมากกว่า
00:03:3400:03:36เพศชายเนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนและการ
00:03:3600:03:39ตั้งครรภ์มีผลต่อการเพิ่มปริมาณ
00:03:3900:03:41คอเลสเตอรอลและลดการเคลื่อนตัวของถุงน้ำ
00:03:4100:03:44ดีทำให้เป็นนิ่วได้ง่ายขึ้นผู้ป่วยโรค
00:03:4400:03:47เลือดบางชนิดที่มีการแตกตัวของเมลแดงเร็ว
00:03:4700:03:51กว่าปกติเช่นโรคซีเมียผู้ป่วยโรคเบาหวาน
00:03:5100:03:54เพราะถุงน้ำดีจะมีการบีบตัวน้อยลงในผู้
00:03:5400:03:58ที่มีน้ำตาลในเลือดสูงกรพันธ์โดยเฉพาะผู้
00:03:5800:04:00ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนิ่วใน
00:04:0000:04:04ถุงน้ำดีมาก่อนอาการของโรคนิ่วในถุงน้ำดี
00:04:0400:04:07สังเกตได้ดังนี้อาการในช่วงแรกถ้ายังไม่
00:04:0700:04:11รุนแรงมากมักจะเกิดขึ้นเป็นระยะๆะโดย
00:04:1100:04:14เฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่รับประทานอาหาร
00:04:1400:04:16ที่มีไขมันสูงเข้าไปซึ่งจะไปกระตุ้นให้
00:04:1600:04:20เกิดอาการบวมตึงในถุงเพราะการคั่งของของ
00:04:2000:04:24เหลวมีลักษณะอาการที่สังเกตได้ดังนี้ท้อง
00:04:2400:04:28อืดท้องเฟ้อเหมือนมีลมอยู่ข้างในข้อ
00:04:2800:04:31สังเกตคือมักจะมีอาการหลังรับประทานอาหาร
00:04:3100:04:34มันๆหรือช่วงเวลากลางคืนและมักจะเป็นอยู่
00:04:3400:04:371-2 ชั่วโมงก็หายและขณะมีอาการผู้ป่วยจะ
00:04:3700:04:41ยังพอขยับตัวได้แน่นท้องหลังรับประทาน
00:04:4100:04:43อาหารโดยเฉพาะหลังรับประทานอาหารที่มีไข
00:04:4300:04:47มันมากปวดท้องข้างขวาหรือใต้ชายโครงขวา
00:04:4700:04:51เป็นครั้งเป็นคราวปวดท้องข้างขวาอย่าง
00:04:5100:04:54รุนแรงและมักจะปวดร้าวไปถึงสะบักด้านขวา
00:04:5400:04:58ร่วมด้วยมีไข้สูงเฉียบพลันในกรณีที่มีการ
00:04:5800:05:02อักเสบของถุงน้ำดีอย่างเฉียบพลันคลื่นไส้
00:05:0200:05:06อาเจียนตัวเหลืองตาเหลืองปัสสาวะมีสีเข้ม
00:05:0600:05:10อุจจาระมีสีซีดลงเนื่องจากลำไส้ขาดน้ำดี
00:05:1000:05:12อย่างไรก็ตามคนที่มีนิ่วในถุงน้ำดีอาจไม่
00:05:1300:05:15มีอาการแสดงข้างต้นเพราะอาจมีก้อนนิ่ที่
00:05:1500:05:18เล็กหรือฝังตัวอยู่ลึกในก้นถูกน้ำดีก็
00:05:1800:05:21เป็นได้ค่ะแต่หากก้นนิ่วออกมาอุดกั้น
00:05:2100:05:25บริเวณท่อน้ำดีอาการแสดงจะค่อนข้างชัด
00:05:2500:05:28เช่นมีอาการปวดท้องเฉียบพลันและรุนแรงปวด
00:05:2800:05:31ท้องในลักษณะปวดปดบิดเกรงโดยแต่ละครั้งจะ
00:05:3100:05:35มีอาการปวดนานประมาณ 15-30 นาทีหรือนาน
00:05:3500:05:39กว่า 2-6 ชมเลยก็ได้แต่อาการปวดท้อง
00:05:3900:05:42เนื่องจากนิ่วในถุงน้ำดีจะเป็นๆหายๆมัก
00:05:4200:05:45ไม่ใช่อาการปวดท้องทุกวันจะตรวจพบว่ามี
00:05:4500:05:48นิ่วก็ต่อเมื่ออันซาวทั้งนี้ก้อนนิ่้วที่
00:05:4800:05:51ตกตะกอนอาจมีขนาดเล็กเท่าเมดทรายหรือใหญ่
00:05:5100:05:54เท่าลูกกอล์ฟจำนวนมีได้ตั้งแต่ 1 ก้อนไป
00:05:5400:05:57จนถึงหลายร้อยก้อนก็ได้หากมีขนาดใหญ่อาจ
00:05:5700:06:01เป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดม็เรงถุงน้ำดีได้
00:06:0100:06:04ทั้งนี้ค่ะหลายคนอาจจะเคยได้ยินเสียงข่าว
00:06:0400:06:08ลืมอค่ะว่าการรับประทานชานมไขมุก 2-3
00:06:0800:06:11แก้วต่อวันต่อเนื่องกันจะทำให้เสี่ยงเป็น
00:06:1100:06:14โรคนิ่วในถุงน้ำดีซึ่งตรงนี้ค่ะกระทรวง
00:06:1400:06:18สาธารณสุขค่ะได้มีข้อความออกมาแถลงโดยที่
00:06:1800:06:22บอกว่าข้อมูลนี้มีความบิดเบือนค่ะกรณีที่
00:06:2200:06:25มีการส่งต่อข้อมูลว่าการรับประทานชานมไข่
00:06:2500:06:29มุกวันละ 2-3 แก้วเป็นระยะเวลานานทำให้
00:06:2900:06:31เป็นนิ้วในถุงน้ำดีนั้นทางกรมอนามัย
00:06:3100:06:35กระทรวงสาธารณสุขได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้
00:06:3500:06:38แจงว่าชานมไข่มุกและน้ำหวานอาจไม่ได้เป็น
00:06:3800:06:42สาเหตุโดยตรงเพราะว่าโรคนิ่วนั้นมาจาก
00:06:4200:06:45หลายสาเหตุซึ่งอาหารและเครื่องดื่มจะเป็น
00:06:4500:06:48ส่วนหนึ่งหรือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำ
00:06:4800:06:51ให้เกิดโรคได้มากขึ้นโดยเฉพาะอาหารทอด
00:06:5100:06:55อาหารมันอาหารหวานจำพวกที่มีไขมันสูงซึ่ง
00:06:5500:06:58อาหารจำพวกนี้มีส่วนประกอบที่ทำให้เกิด
00:06:5800:07:00ภาวะน้ำหนักเก
00:07:0000:07:03หรือโรคอ้วนโดยคนอ้วนจะมีโอกาสเกิดนิ่้ว
00:07:0300:07:05จากคอเลสเตอรอลได้มากขึ้นเนื่องจาก
00:07:0500:07:08คอเลสเตอรอลเพิ่มมากขึ้นในถุงน้ำดีแต่การ
00:07:0800:07:13บีบตัวของถุงน้ำดีลดลงขอบคุณนะคะสำหรับ
00:07:1300:07:16การรับชมรายการ TNN Health ค่ะและอย่า
00:07:1600:07:19ลืมค่ะกด Subscribe กดดไลคกดแชร์ในทุก
00:07:1900:07:23ช่องทางออนไลน์์ของ TNN ช่อง 16 ค่ะเพื่อ
00:07:2300:07:26ที่จะไม่พลาดการรับชมรายการสดคลิปวดีโอ
00:07:2600:07:32ที่น่าสนใจของทาง TNN นะคะ y