00:00:00 → 00:00:03ภาวะแพ้ที่สูงและแน่นอนค่ะเราจะไปพูดคุย
00:00:03 → 00:00:07กับอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้
00:00:07 → 00:00:10กันสวัสดีค่ะอาจารย์ขอเริ่มที่คำถามแรก
00:00:10 → 00:00:12เลยนะ
00:00:12 → 00:00:18[เพลง]
00:00:18 → 00:00:23คะภาวะแพ้ที่สูงหรือ altitude sickness
00:00:23 → 00:00:26คืออะไรคะภาวะแพทย์ที่สูงหรือว่า High
00:00:26 → 00:00:28altitude sickness นะคะมันก็คือการเจ็บ
00:00:29 → 00:00:31ป่วยไม่สบายของร่างกายที่เกิดขึ้นเมื่อ
00:00:31 → 00:00:34เราขึ้นไปที่สูงๆค่ะโดยเฉพาะเวลาที่เรา
00:00:34 → 00:00:36ขึ้นที่สูงเกิน 2,500 เมตรจากระดับน้ำ
00:00:36 → 00:00:39ทะเลก็อย่างเช่นแบบที่ที่เราไปคนไทยไปกัน
00:00:39 → 00:00:42บ่อยๆเนาะอย่างเช่นแบบหวงหลง
00:00:42 → 00:00:46อ่าที่เป็นแบบราซาทิเบศอะไรเงี้ยค่ะหรือ
00:00:46 → 00:00:49ว่าเลลาดักของอินเดียหรือว่า Everest Bas
00:00:49 → 00:00:51Camp อะไรเงี้ยที่เรารู้อยู่แล้วว่าพวก
00:00:51 → 00:00:54นี้มันสูงมากๆหรือกระทั่งในประเทศไทย
00:00:54 → 00:00:57เนี่ยก็มีนะคะที่สูงเกิน 2,500 เมตรจาก
00:00:57 → 00:00:59ระดับน้ำทะเลเช่นยอดดอยอินทนนท์ซึ่งเป็น
00:00:59 → 00:01:02ยอดดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทยค่ะผ้าว
00:01:02 → 00:01:06แพ้ที่สูงไม่ใช่ว่าแบบอุ๊ยกลัวความสูงไม่
00:01:06 → 00:01:08ใช่ค่ะแต่ว่าเป็นการไม่สบายของร่างกาย
00:01:08 → 00:01:11ซึ่งแบบเวลาที่เราขึ้นไปที่สูงๆอ่ะค่ะตาม
00:01:11 → 00:01:13หลักฟิสิกส์แล้วอ่ะพอเราขึ้นที่สูงปุ๊บ
00:01:13 → 00:01:15ความดันบรรยากาศก็จะลดลงปริมาณของ
00:01:15 → 00:01:19ออกซิเจนอ่าในอากาศเนี่ยก็จะลดลงโดยเฉพาะ
00:01:19 → 00:01:22ถ้าเกิดว่าที่สูงเกิน 3,000 เมตเงี้ยค่ะ
00:01:22 → 00:01:25แล้วสาเหตุของภาวะแพ้ที่สูงหรือ altitude
00:01:25 → 00:01:28sickness นั้นคืออะไรคะอาจารย์ก็คือเกิด
00:01:28 → 00:01:31จากตัวออกซิเจนในเลือดที่ต่ำเนี่ยแหละค่ะ
00:01:31 → 00:01:33พอออกซิเจนในเลือดต่ำปุ๊บเนี่ยร่างกายก็
00:01:33 → 00:01:36พยายามที่จะแบบหายใจให้เร็วขึ้นหัวใจก็
00:01:36 → 00:01:39พยายามที่จะเต้นให้แรงแล้วก็เร็วขึ้นกว่า
00:01:39 → 00:01:43ปกตินะคะแล้วก็พวกหลอดเลือดส่วนปลายมันก็
00:01:43 → 00:01:46จะหดตัวเนาะเพราะฉะนั้นเนี่ยเราก็จะมีการ
00:01:46 → 00:01:49แบบความดันขึ้นมีปวดศีรษะได้อะไรอย่าง
00:01:49 → 00:01:52เงี้ยค่ะมีแบบนอนไม่หลับท้องอืดอาหารไม่
00:01:52 → 00:01:55ย่อยพวกนี้ได้ก็เกิดจากตัวความดัน
00:01:55 → 00:01:57บรรยากาศแล้วก็ตัวออกซิเจนที่ต่ำลงกว่า
00:01:57 → 00:02:01ปกตินี่เลยค่ะใครคะคือกลุ่มเสี่ยงที่จะ
00:02:01 → 00:02:04เกิดภาวะแพ้ที่สูงหรือ altitude sickness
00:02:04 → 00:02:07ค่ะเพราะคนที่แข็งแรงเนี่ยก็เป็นได้ใช่
00:02:07 → 00:02:10มั้ยคะอาจารย์ใช่ค่ะประเด็นของภาวะแพ้ที่
00:02:10 → 00:02:12สูงก็คือมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพศไม่ได้
00:02:12 → 00:02:15ขึ้นอยู่กับอายุหรือว่าน้ำหนักตัวความฟิต
00:02:15 → 00:02:18ของร่างกายก็ไม่เกี่ยวนักกีฬาก็มีโอกาส
00:02:18 → 00:02:20ที่จะเกิดภาวะนี้ได้เช่นเดียวกับคนปกติ
00:02:20 → 00:02:23เหมือนกันเอ่อเนื่องจากว่ามันคาดเดาไม่
00:02:23 → 00:02:25ได้เพราะงั้นเราก็เลยต้องแบบเตรียมตัวให้
00:02:25 → 00:02:29พร้อมแล้วก็ป้องกันอยู่เสมอแต่ว่าในคนไใน
00:02:29 → 00:02:32คนบางกลุ่มเช่นคนที่เคยแพ้ที่สูงมาก่อน
00:02:32 → 00:02:34หรือว่ามีประวัติครอบครัวกลุ่มนี้ก็อาจจะ
00:02:34 → 00:02:37มีโอกาสที่จะเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแพ้ที่
00:02:37 → 00:02:40สูงได้มากขึ้นหรือว่าคนที่มีโรคประจำตัว
00:02:40 → 00:02:43บางอย่างเช่นแบบโรคปอดเรื้อรางโรคหัวใจ
00:02:43 → 00:02:47หรือว่าคนไข้ที่ซีดมากมีภาวะหยุดหายใจขณะ
00:02:47 → 00:02:49นอนนอนหลับอย่างรุนแรงพวกนี้ก็มีโอกาสที่
00:02:50 → 00:02:53จะมีภาวะแพ้ที่สูงมากขึ้นหรือว่ารุนแรง
00:02:53 → 00:02:57กว่าคนปกติได้อาการของภาวะแพ้ที่สูงหรือ
00:02:57 → 00:03:00altitude sickness เป็นอย่างไรบ้างคะ
00:03:00 → 00:03:03อาจารย์ก็จริงๆแล้วภาวะแพ้ที่สูงอ่ะค่ะ
00:03:03 → 00:03:06มันมีกลุ่มอาการที่เราแบ่งออกเป็นตามความ
00:03:06 → 00:03:10รุนแรงแล้วก็อ่าอวัยวะที่มันแสดงอาการออก
00:03:10 → 00:03:13มานะคะส่วนใหญ่แล้วเนี่ยภาวะแพ้ที่สูง
00:03:13 → 00:03:15เริ่มต้นเนี่ยถ้าอาการไม่รุนแรงเราก็
00:03:15 → 00:03:17เรียกว่าเป็น acute Mountain sickness
00:03:17 → 00:03:20นะคะหรือว่าเป็นภาวะแพ้ที่สูงระยะเริ่ม
00:03:20 → 00:03:23ต้นพวกเนี้ยอาการจะไม่รุนแรงแต่ถ้าเกิด
00:03:23 → 00:03:26ว่าเราปล่อยไปให้แบบอ่าไม่ได้รับการรักษา
00:03:26 → 00:03:29หรือว่าไม่ได้แบบเอ่อรับการแบบเคลื่อน
00:03:29 → 00:03:32ย้ายลงสู่พื้นที่ที่ต่ำลงมาอีกอะไรเงี้ย
00:03:32 → 00:03:34อาการก็อาจจะเป็นมากขึ้นพออาการเป็นมาก
00:03:34 → 00:03:38ขึ้นแล้วอ่ะก็จะมีอยู่ทั้งหมด 2 กลุ่ม
00:03:38 → 00:03:41อาการหลังจากนี้ก็คือภาวะที่เรียกว่า HA
00:03:41 → 00:03:43หรือว่า High altitude cerebral
00:03:43 → 00:03:47cerebral edema ก็คือภาวะสมองบวมค่ะจาก
00:03:47 → 00:03:50การที่เราขึ้นที่สูงกับภาวะอีกภาวะนึงก็
00:03:50 → 00:03:53คือ He หรือว่า High altitude pal eda
00:03:54 → 00:03:56คือภาวะปอดบวมน้ำเนี่ยแหละค่ะจากการที่
00:03:56 → 00:04:00เราขึ้นที่สูงเหมือนกันซึ่งถ้าเกิดว่าเรา
00:04:00 → 00:04:03ฟังมาเมื่อกี้เนี่ยภาวะเสกับ heave เนี่ย
00:04:03 → 00:04:06มันจะเกิดหลังจากที่เราเกิดภาวะ acute
00:04:06 → 00:04:08Mountain sickness แล้วมันแย่ลงใช่ไหมย
00:04:08 → 00:04:11คะเพราะงั้นเนี่ยเกับ H ก็คือจะเกิดหลัง
00:04:11 → 00:04:14จากที่เราขึ้นที่สูงไปแล้วประมาณ 2-5 วัน
00:04:14 → 00:04:16ในขณะที่ภาวะ ute Mountain sickness
00:04:16 → 00:04:19เนี่ยมักจะเกิดภายในวันแรกหรือว่าคืนแรก
00:04:19 → 00:04:22ของการคลื่อนที่สูงเลยอาจารย์คะและใน
00:04:22 → 00:04:24เมื่อถ้า altitude sickness เนี่ยเขา
00:04:24 → 00:04:27แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มอาการแล้วเขามีความ
00:04:27 → 00:04:30แตกต่างกันมีระดับความรุนแรงอย่างไรบ้าง
00:04:30 → 00:04:33คะภาวะ ams หรือว่า acute Mountain
00:04:33 → 00:04:35sickness เนี่ยค่ะมันก็คือเกิดจากการที่
00:04:35 → 00:04:38ร่างกายเนี่ยยังปรับตัวไม่ได้เมื่อขึ้นไป
00:04:39 → 00:04:41สู่ที่สูงในช่วงแรกใช่มั้ยคะเพราะงั้น
00:04:41 → 00:04:44อาการเริ่มแรกที่เขาจะมาที่ที่ที่ร่างกาย
00:04:44 → 00:04:47เราจะแบบมีอาการแสดงออกมาก็คืออาการปวด
00:04:47 → 00:04:51หัวนะคะก็เพราะฉะนั้นการวินิจฉัยภาวะ ams
00:04:51 → 00:04:55ก็คือมีอาการปวดหัวร่วมกับอาการอื่นเช่น
00:04:55 → 00:04:59เบื่ออาหารคลื่นไส้อาเจียนท้องอืดเงี้ย
00:04:59 → 00:05:02ค่ะอาหารไม่ย่อยบางคนก็จะรู้สึกโอ๊อ่อน
00:05:02 → 00:05:05เปรี้ยเพลียแรงจังเลยอะไรเงี้ยค่ะบางคนก็
00:05:05 → 00:05:08จะมีแบบนอนไม่หลับพวกเนี้ก็เป็น ams ขึ้น
00:05:08 → 00:05:10อยู่กับว่าความสามารถในการปรับตัวของเรา
00:05:10 → 00:05:13ต่อภาวะขาดออกซิเจนเป็นยังไง High
00:05:13 → 00:05:15altitude cerebral edema ใช่่มั้ยคะ
00:05:15 → 00:05:19คือการที่สมองบวมซึ่งพอเวลาที่เราแบบเป็น
00:05:19 → 00:05:22อ่า acc Mountain sickness หรือว่า ams
00:05:22 → 00:05:25ไปมากขึ้นนานขึ้นโดยที่เราไม่ได้รับการ
00:05:25 → 00:05:27รักษาหรือว่าเรายังคงขึ้นที่สูงต่อไปโดย
00:05:27 → 00:05:31ที่ไม่ได้หยุดพักพวกนี้เนี่ยก็จะเริ่มมี
00:05:31 → 00:05:34เค้าเรียกว่าอะไรสมองตัวเอ่อน้ำแล้วก็
00:05:34 → 00:05:37เกลือแร่ของแบบตัวสมองหรือว่าเส้นเลือดใน
00:05:37 → 00:05:41สมองมันเสียสมดุลก็จะทำให้สมองบวมพอสมอง
00:05:41 → 00:05:44บวมมากๆเนี่ยความดันในสมองก็จะสูงขึ้นสุด
00:05:44 → 00:05:47ท้ายคนไข้ก็แบบจะมีภาวะที่แบบรุนแรงแล้ว
00:05:47 → 00:05:50ก็เสียชีวิตได้ส่วนใหญ่เก็จะเริ่มต้นด้วย
00:05:50 → 00:05:53การปวดศีรษะก่อนอาจจะแบบอุ๊ยปวดศีรษะรุน
00:05:53 → 00:05:56แรงกว่าวันแรกทำไมปวดมากขึ้นเรื่อยๆไม่
00:05:56 → 00:06:00หายบางคนก็จะแบบต่อมาก็จะเริ่มมีเดินเซ็เ
00:06:00 → 00:06:02เดินแล้วจะล้มเหมือนคนเมาอย่างเงี้ยค่ะ
00:06:02 → 00:06:05พูดจาแบบสับสนหรือว่าพูดไม่ออกอาจะมีเห็น
00:06:05 → 00:06:09ภาพซ้อนร่วมด้วยถ้าเป็นเยอะๆก็คือแบบชัก
00:06:09 → 00:06:12ได้ซึมได้แล้วก็เสียชีวิตได้ซึ่งภาวะเ่อ
00:06:12 → 00:06:15สมองบวมจาก High altitude พวกนี้เนี่ย
00:06:15 → 00:06:18เสียชีวิตได้ภายใน 24 ช่วโมงเลยแต่ว่าเฟ
00:06:18 → 00:06:21ก็คือ High altitude Palm edema ค่ะก็
00:06:21 → 00:06:24คือภาวะปอดบวมน้ำจากการที่เราแบบขึ้นที่
00:06:24 → 00:06:26สูงเนื่องจากว่าแบบพอขึ้นที่สูงอย่างที่
00:06:26 → 00:06:29บอกก็คือตัวออกซิเจนมันก็จะต่ำลงใช่มั้ย
00:06:29 → 00:06:31คะเพราะงั้นเนี่ยการแลกเปลี่ยนนระหว่าง
00:06:31 → 00:06:35แบบออกซิเจนในเลือดมันก็จะแบบเปลี่ยนไปนะ
00:06:35 → 00:06:38คะการที่แบบมีแบบมันก็จะมีน้ำรั่วออกมา
00:06:38 → 00:06:41จากตัวหลอดเลือดในปอดก็จะทำให้ปอดเนี่ย
00:06:41 → 00:06:44บวมได้พอเขาเริ่มมีภาวะนี้แล้วมันรุนแรง
00:06:44 → 00:06:47มากขึ้นปุ๊บพวกเนี้ยเสียชีวิตได้ภายใน 12
00:06:47 → 00:06:50ชั่วโมงเลยถ้ารักษาไม่ทันคนไข้ก็จะยิ่ง
00:06:50 → 00:06:53ขาดออกซิเจนมากขึ้นอาการก็จะแย่ลงเรื่อยๆ
00:06:53 → 00:06:57พวกนี้เนี่ยเป็นสาเหตุการตายที่พบบ่อยที่
00:06:57 → 00:07:00สุดในคนไข้ที่เป็น High altitude
00:07:00 → 00:07:02แล้วถ้าเกิดอาการภาวะแพ้ที่สูงหรือว่า
00:07:02 → 00:07:05altitude sickness ค่ะจะมีวิธีการ
00:07:05 → 00:07:09ปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างไรบ้างคะก็คือว่า
00:07:09 → 00:07:12โดยส่วนส่วนใหญ่แล้วค่ะตัว ams หรือว่า
00:07:12 → 00:07:14acute Mountain sickness ซึ่งมันเป็น
00:07:14 → 00:07:17อาการไม่รุนแรงร่างกายอ่ะจะใช้เวลาปรับ
00:07:17 → 00:07:20ตัวได้เองประมาณ 1-3 วันเพราะฉะนั้นถ้า
00:07:20 → 00:07:22เกิดว่ามีอาการ ams ยังไม่จำเป็นต้องลงก็
00:07:22 → 00:07:26ได้แต่ว่าให้พักอยู่ตรงณจุดๆนั้นแล้ว
00:07:26 → 00:07:30สังเกตอาการตัวเองลองกินยาแก้ปวดดูลองแบบ
00:07:30 → 00:07:33นอนพักมากๆดื่มน้ำมากๆดูถ้าเกิดว่าพักไป
00:07:33 → 00:07:36แล้วแบบสักวันนึงอะไรเงี้ยยังไม่ดีขึ้น
00:07:36 → 00:07:39หรือว่าอาการมันแย่ลงเรื่อยๆอันนั้นน่ะจะ
00:07:40 → 00:07:42ต้องรีบลงมาข้างล่างซึ่งการลงมาข้างล่าง
00:07:42 → 00:07:45ไม่ใช่แบบอุ๊ยลงบันไดจากชั้น 2 มาชั้น 1
00:07:45 → 00:07:47นะคะแต่ว่าหมายถึงว่าการลงมาพักที่เมือง
00:07:47 → 00:07:50ที่แบบต่ำกว่าเดิมประมาณ 300 -1000 เมต
00:07:50 → 00:07:53จากระดับน้ำทะเลภาวะแพ้ที่สูงหรือ
00:07:53 → 00:07:55altitude sickness ค่ะป้องกันได้อย่าง
00:07:55 → 00:08:00ไรคะก็คือจริงๆแล้วอ่ะการป้องกันภาวะ ams
00:08:00 → 00:08:03อ่ะก็คือการทำยังไงก็ได้ให้ร่างกายอ่ะ
00:08:03 → 00:08:06สามารถที่จะปรับตัวกับภาวะที่สูงได้อย่าง
00:08:06 → 00:08:08รวดเร็วแล้วก็สามารถที่จะปรับตัวได้ดี
00:08:08 → 00:08:11ขึ้นเราต้องรู้ว่าอ่ะเราจะไปที่ไหนความ
00:08:11 → 00:08:13สูงของที่ที่เราจะไปเท่าไหร่อย่างเช่นแบบ
00:08:13 → 00:08:15สมมุติเราจะไปหย่าติ่งอย่าเงี้ยค่ะญ่า
00:08:15 → 00:08:19ติ่งแชงกีล่าอุ้ยเราหืความสูงประมาณ 3,500
00:08:19 → 00:08:22เมตรเนาะ 3,500 - 4,000 นะถ้าเราบินไป
00:08:22 → 00:08:26ลงแบบญ่าติ่งเลยทันทีแล้วแบบเดินเลยทันที
00:08:26 → 00:08:29เงี้ยเราอ่ะก็มีโอกาสที่จะเกิดภาวะแพ้ที่
00:08:29 → 00:08:31สูงได้เพราะฉะนั้นเนี่ยโดยทั่วๆไปเขาก็จะ
00:08:31 → 00:08:34แนะนำว่าให้ลงที่แบบเมืองที่แบบความสูง
00:08:34 → 00:08:36ต่ำกว่านั้นก่อนเช่นไปลงที่แบบลี่เจียง
00:08:36 → 00:08:39หรือว่าคุณหมิงก่อนนะแล้วค่อยแบบไต่ขึ้น
00:08:40 → 00:08:43ที่สูงไปที่แบบแชงกีล่าหรือว่าหญ้าติ่งนะ
00:08:43 → 00:08:45อันเนี้ยเขาเรียกว่าเป็นอ่าการค่อยๆไต่
00:08:46 → 00:08:49ระดับความสูงหรือว่า acclimatization ค่ะ
00:08:49 → 00:08:51เพื่อไม่ให้เราขึ้นที่สูงที่แบบเร็วแล้ว
00:08:52 → 00:08:55ก็สูงเกินไปในทันทีแล้วก็การเตรียมตัว
00:08:56 → 00:08:58อย่างอื่นนอกจากการวางแผนการเดินทางที่ดี
00:08:58 → 00:09:01แล้วก็คือการการแบบปฏิบัติตัวอย่างเช่น
00:09:01 → 00:09:04การพักผ่อนมากๆโดยเฉพาะในคืนก่อนเดินทาง
00:09:04 → 00:09:08แล้วก็คืนวันแรกที่เราไปถึงดื่มน้ำบ่อยๆ
00:09:08 → 00:09:10ค่ะเพราะว่าอันนี้ต้องเน้นมากเรื่องดื่ม
00:09:10 → 00:09:12น้ำเนื่องจากว่าพอเวลาเราเดินทางเนาะเรา
00:09:12 → 00:09:13ก็ไม่อยากกินน้ำเพราะเราไม่อยากไปเข้า
00:09:13 → 00:09:16ห้องน้ำบ่อยแต่ว่าการที่เราดื่มน้ำน้อย
00:09:16 → 00:09:20พวกเก็ยิ่งทำให้อาการของภาวะแพทที่สูงมัน
00:09:20 → 00:09:23แย่ลงแล้วก็อาจจะเจอได้มากขึ้นนอกจากนี้
00:09:23 → 00:09:25เ่าอาหารบางอย่างเช่นแบบอาหารที่มี
00:09:25 → 00:09:30โปแตสเซียมสูงเช่นแบบกล้วยมะเขือเทศ
00:09:30 → 00:09:32อะโวคาโดอะไรเงี้ยค่ะหรือว่าพวกช็อกโกแลต
00:09:32 → 00:09:35ผลไม้แห้งต่างๆพวกนี้เนี่ยก็ช่วยป้องกัน
00:09:35 → 00:09:40ภาวะ ams ได้เหมือนกันนะคะพวกเอ่อคลก
00:09:40 → 00:09:43คาร์โบไฮเดรตก็มีส่วนช่วยที่จะช่วยป้อง
00:09:43 → 00:09:46กันภาวะนี้ได้อย่างเช่นแบบพวกแบบธัญพืช
00:09:46 → 00:09:49ขนมปังโฮเกนข้าวไม่ขัดสีหรือว่าผักผลไม้
00:09:49 → 00:09:53ต่างๆแล้วก็แนะนำว่าให้เอ่อเลี้ยงพวกยา
00:09:54 → 00:09:56นอนหลับหรือว่าแอลกอฮอล์อะไรเงี้ยค่ะการ
00:09:56 → 00:09:59กินเหล้าแต่ว่าชากาแฟเนี่ยดื่มได้ปกตินะ
00:09:59 → 00:10:02คะสำหรับคนแบบติดกาแฟส่วนอย่างอื่นก็คือ
00:10:02 → 00:10:05การแบบพักผ่อนเนาะออกกำลังกายเบาๆไม่ต้อง
00:10:05 → 00:10:08ไปแบบหูฟิตหนักบนภูเขาอะไรอย่างเงี้ย
00:10:08 → 00:10:10เพราะว่ามันก็จะทำให้แบบร่างกายใช้
00:10:10 → 00:10:14ออกซิเจนมากขึ้นการเกิด ams ก็จะรุนแรง
00:10:14 → 00:10:17มากขึ้นมียาที่สามารถรับประทานก่อนเพื่อ
00:10:17 → 00:10:20ที่จะป้องกันภาวะแพ้ที่สูงหรือว่า
00:10:20 → 00:10:22altitude sickness ได้หรือเปล่าคะ
00:10:22 → 00:10:24อาจารย์หรือว่าต้องรอให้มีอาการก่อนถึงจะ
00:10:25 → 00:10:28รับประทานได้คะก็คือยาที่ป้องกันใช่มั้ย
00:10:28 → 00:10:31คะจริงๆยาที่ที่ป้องกันก็มีหลายตัวค่ะแต่
00:10:31 → 00:10:34ว่าส่วนใหญ่ก็คือที่เรารู้จักหรือว่าได้
00:10:34 → 00:10:38ยินชื่อกันบ่อยๆก็คือ diam หรือว่าซลเนาะ
00:10:39 → 00:10:42ซึ่งแบบยาตัวนี้เนี่ยอ่านอกจากใช้ช่วย
00:10:42 → 00:10:45ป้องกันภาวะ ams แล้วก็ยังช่วยป้องกัน
00:10:45 → 00:10:50ภาวะสมองบวมได้ด้วยนะคะเพียงแต่ว่าการใช้
00:10:50 → 00:10:53ยาก็ควรจะต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือว่า
00:10:53 → 00:10:55ปรึกษาแพทย์ก่อนเนื่องจากว่ามันก็เป็นยา
00:10:55 → 00:10:59เนาะยาก็มีทั้งแบบข้อดีข้อเสียยาตัวตัว
00:10:59 → 00:11:02กลุ่มนี้เซตาสลมมันเป็นยากลุ่มซันฟาเพราะ
00:11:02 → 00:11:06ฉะนั้นสิ่งที่สำคัญเลยก็คือห้ามใช้ในคน
00:11:06 → 00:11:10ไข้ที่แพ้ซันฟาหรือว่าแพ้พวกแบคทริมนะคะ
00:11:10 → 00:11:13เอ่อยาเนี่ยกลไกการออกฤทธิ์ก็คือมัน
00:11:13 → 00:11:15พยายามทำให้ร่างกายเนี่ยเวลาที่เรากินไป
00:11:15 → 00:11:17แล้วมันพยายามจะทำให้ร่างกายหายใจเร็ว
00:11:17 → 00:11:21ขึ้นนะคะด้วยแบบกลไกหลายกลไกเลยซึ่งพอเรา
00:11:21 → 00:11:25หายใจเร็วขึ้นเนี่ยเอ่อมันก็จะทำให้เรามี
00:11:25 → 00:11:27ออกซิเจนเข้าไปในสูร่างกายมากขึ้นเพราะ
00:11:27 → 00:11:31ฉะนั้นมันก็เลยช่วยลดภาวะขาดออกซิเจนได้
00:11:31 → 00:11:34มันก็เลยช่วยป้องกันการแพ้ที่สูงได้แต่
00:11:34 → 00:11:37ว่าประเด็นก็คือมันจะช่วยป้องกันได้ดีถ้า
00:11:37 → 00:11:42เรากินมันล่วงหน้า 24-48 ชมมนะคะถามว่า
00:11:42 → 00:11:46ถ้าเกิดว่าอุ๊ยเราลืมกินมันจะมี
00:11:46 → 00:11:49ประสิทธิภาพดีมยอะไรอย่างเงี้ยนะคะก็ถ้า
00:11:49 → 00:11:51เกิดว่าเราลืมกินเนี่ยประสิทธิภาพในการ
00:11:51 → 00:11:54ป้องกันก็อาจจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะคะแต่
00:11:54 → 00:11:58ว่าข้อดีของตัวซมก็คือนอกจากมันช่วยป้อง
00:11:58 → 00:12:01กันมันยังช่วยรักษาษาด้วยรักษาภาวะ ms
00:12:01 → 00:12:06หรือว่ารักษาภาวะอ่าเได้ด้วยขอบคุณนะคะ
00:12:06 → 00:12:09สำหรับการรับชมรายการ TNN Health ค่ะและ
00:12:09 → 00:12:13อย่าลืมค่ะกด Subscribe กดไลคกดแชร์ในทุก
00:12:13 → 00:12:16ช่องทางออนไลน์ของ TNN ช่อง 16 ค่ะเพื่อ
00:12:16 → 00:12:20ที่จะไม่พลาดการรับชมรายการสดคลิปวดีโอ
00:12:20 → 00:12:25ที่น่าสนใจของทาง TNN นะคะ