00:00:00 → 00:00:03[เสียงดนตรี]
00:00:03 → 00:00:06You're listening to Mahidol Channel Podcast.
00:00:06 → 00:00:08Listen for a better life.
00:00:08 → 00:00:11ฟังเพื่อชีวิตที่ดีกว่า
00:00:11 → 00:00:14และนี่คือรายการพอดแคสต์ของช่อง Mahidol Channel
00:00:14 → 00:00:16โดย มหาวิทยาลัยมหิดล
00:00:16 → 00:00:22[เสียงดนตรี]
00:00:22 → 00:00:25เพราะเป้าหมายของเราทุกคน คือการมีชีวิตที่ดี
00:00:25 → 00:00:28มาพัฒนาตัวเราให้มีชีวิตที่ดีขึ้น
00:00:28 → 00:00:33กับรายการ Well-Being สุขภาพดี ชีวิตดี สร้างได้
00:00:34 → 00:00:36กับผม อาจารย์เต้ ระพี บุญเปลื้อง
00:00:36 → 00:00:39จากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
00:00:39 → 00:00:42[เสียงดนตรี]
00:00:42 → 00:00:43คุณผู้ชมครับ เป็นแบบผมหรือเปล่าว่า
00:00:43 → 00:00:46ก่อนออกจากบ้านต้องมีการเช็กว่า ประตูล็อกหรือยัง
00:00:47 → 00:00:49และหลาย ๆ ท่านเป็นเหมือนผมคือ
00:00:49 → 00:00:51เช็กมากกว่า 1 ครั้ง
00:00:52 → 00:00:54ล็อกแล้ว เดินออกไปแล้ว ก็เดินกลับมาใหม่ เช็ก
00:00:54 → 00:00:56ออกไปใหม่ แล้วก็กลับมาเช็กอีก
00:00:56 → 00:00:58จนกระทั่งไม่แน่ใจว่า
00:00:58 → 00:01:03พฤติกรรมแบบนี้ เป็นเพราะว่าผม “รอบคอบ” หรือเป็น “โรคย้ำคิดย้ำทำ”
00:01:03 → 00:01:05ในวันนี้ครับ จะมาคุยกับอาจารย์กานต์ครับ
00:01:05 → 00:01:07ผศ.พญ.กิติกานต์ ธนะอุดม
00:01:08 → 00:01:10อาจารย์ประจำภาควิชาจิตเวชศาสตร์
00:01:10 → 00:01:12คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
00:01:12 → 00:01:14เกี่ยวกับโรคย้ำคิดย้ำทำ
00:01:14 → 00:01:16- สวัสดีครับ อาจารย์กานต์ครับ - สวัสดีค่ะ อาจารย์เต้
00:01:16 → 00:01:18อาจารย์ครับ หลังจากที่อาจารย์ฟังแล้ว
00:01:18 → 00:01:21อาจารย์คิดว่าผมเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำหรือเปล่า
00:01:21 → 00:01:22อันดับแรกต้องถามก่อนว่า
00:01:22 → 00:01:27“ย้ำคิดย้ำทำ” นี่ มันแตกต่างจาก “รอบคอบ” อย่างไร
00:01:27 → 00:01:29ได้ค่ะ เดี๋ยวอาจารย์ค่อย ๆ ฟังไปนะคะ
00:01:29 → 00:01:31แล้วก็ค่อยประเมินตัวเองว่าเป็นอย่างไรนะคะ
00:01:31 → 00:01:32ได้ครับ ผมจะจดเลยครับ
00:01:32 → 00:01:35“โรคย้ำคิดย้ำทำ” นะคะ
00:01:35 → 00:01:39คิดว่าคงต่างจากคำว่า “รอบคอบ” ของใครหลายคนนะคะ
00:01:39 → 00:01:45คำว่า “ย้ำคิดย้ำทำ” ก็คือ เขาต้องมีอาการย้ำคิดก่อนนะคะ
00:01:45 → 00:01:45ย้ำคิด
00:01:45 → 00:01:50เขาย้ำคิด คือมีความคิดที่ผุดขึ้นมาเอง
00:01:50 → 00:01:54โดยที่เขาก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะให้เกิดขึ้น
00:01:54 → 00:01:58เหมือนมีแรงกระตุ้น แรงขับบางอย่าง ที่จะให้คิด
00:01:59 → 00:02:02แล้วพอคิดในสิ่งนั้นซ้ำ ๆ เป็นอยู่บ่อย ๆ
00:02:02 → 00:02:05ก็ทำให้เกิดความไม่สบายใจนะคะ
00:02:05 → 00:02:10เหมือนมันแบบ...กลัดกลุ้มว่า... เออ…มันจะเป็นอย่างนั้นหรือเปล่าอะไรอย่างนี้
00:02:10 → 00:02:12หลายคนก็จะต้องมีการทำต่อมา
00:02:12 → 00:02:15ก็คือเป็น “ย้ำทำ” นะคะ
00:02:15 → 00:02:20การย้ำทำก็เกิดขึ้นตามหลังจากความไม่สบายใจ ความกังวลใจนั้น
00:02:20 → 00:02:23เหมือนพอมาทำแล้วได้ผ่อนคลายนะคะ
00:02:23 → 00:02:24ทำให้รู้สึกดีขึ้น
00:02:24 → 00:02:29การทำแบบนี้ค่ะ ย้ำคิดแล้วก็ย้ำทำนี่ จะเกิดขึ้นซ้ำ ๆ จนรู้สึกว่ามันเสียเวลา
00:02:30 → 00:02:32มันไม่ได้เป็นนาน ๆ ครั้งนะคะ
00:02:32 → 00:02:32อ๋อ
00:02:32 → 00:02:36เป็นบ่อย ๆ แล้วก็เสียเวลา
00:02:36 → 00:02:38คีย์เวิร์ดมันคือ “เสียเวลา” นะคะ
00:02:38 → 00:02:42และคน ๆ นั้น... จริง ๆ เขาไม่ได้อยากให้เป็นแบบนั้นนะคะ
00:02:42 → 00:02:47มันต้องมีองค์ประกอบแบบนี้ด้วย ถึงจะเรียกว่า “ย้ำคิดย้ำทำ”
00:02:47 → 00:02:49พออาจารย์พูดไปนี่ ผมกำลังมองตัวเองเลยนะว่า
00:02:50 → 00:02:53การที่ผมไม่สบายใจว่า เอ๊ะ...ล็อกแล้วหรือยัง
00:02:53 → 00:02:55นั่นคือลักษณะของการย้ำคิด
00:02:56 → 00:02:58แล้วกลับไปเช็ก นั่นคือเป็นส่วนของการย้ำทำ
00:02:58 → 00:03:00แต่คีย์เวิร์ดของอาจารย์ก็คือ
00:03:00 → 00:03:01มันทำให้เสียเวลาหรือเปล่า
00:03:01 → 00:03:01ใช่ค่ะ
00:03:01 → 00:03:03แล้วมันเกิดขึ้นบ่อยขนาดไหน
00:03:03 → 00:03:05อันนี้ก็คงจะต้องเริ่มพิจารณาตัวเองแล้วล่ะ
00:03:05 → 00:03:07บ่อยหรือเปล่า ก็ไม่บ่อยขนาดนั้น
00:03:08 → 00:03:10เริ่มโล่งอก อาจจะแค่รอบคอบอาจารย์
00:03:10 → 00:03:12ค่ะ ทีนี้คนที่รอบคอบนี่นะคะ
00:03:12 → 00:03:15อาจจะเช็กครั้งสองครั้ง แล้วเขาก็อาจจะไม่ต้องเช็กตลอด
00:03:15 → 00:03:19ในทุก ๆ สถานการณ์ หรือทุก ๆ พฤติกรรมนะคะ
00:03:19 → 00:03:22คือบางคนนี่อาจจะเป็นลักษณะ ลืมด้วยว่าล็อกหรือยัง
00:03:22 → 00:03:25ก็เลยต้องไปทำให้มันรอบคอบอะไรอย่างนี้ค่ะ
00:03:25 → 00:03:25เข้าใจแล้ว
00:03:25 → 00:03:30แต่ถ้าเกิดในบางคนที่บอก มีบุคลิกภาพที่จะดูต้องเป๊ะ
00:03:30 → 00:03:35หรือว่าเป็นการที่จะต้องสมบูรณ์แบบ (Perfectionist)
00:03:35 → 00:03:37ต้องมีแบบแผนนะคะ
00:03:37 → 00:03:40ต้องตามลำดับ ต้องอะไรอย่างนี้นะคะ
00:03:40 → 00:03:42- นึกภาพออกเลย - ไม่ค่อยยืดหยุ่นอะไรอย่างนี้ค่ะ
00:03:42 → 00:03:46นี่อาจจะเป็นอีกอาการหนึ่ง เป็นจากบุคลิกภาพอะไรอย่างนี้นะคะ
00:03:46 → 00:03:49ซึ่งบุคลิกภาพนี่ก็จะเป็นสิ่งที่ติดตัว
00:03:49 → 00:03:54แล้วก็เจ้าตัวที่มีบุคลิกภาพแบบ ไม่ค่อยยืดหยุ่น
00:03:54 → 00:03:56แล้วก็สมบูรณ์แบบแบบนี้นี่ค่ะ
00:03:56 → 00:03:59เจ้าตัวมักจะไม่ค่อยมีปัญหากับตัวเองนะคะ
00:03:59 → 00:04:00อ๋อ
00:04:00 → 00:04:03รู้สึกว่าเราทำแบบนี้ โอเคแล้ว
00:04:03 → 00:04:06แต่ว่าคนที่เป็นย้ำคิดย้ำทำค่ะ คนที่เริ่มเป็น
00:04:06 → 00:04:09อาการเป็นไม่มาก เขารู้ค่ะว่าเดิมเขาไม่ได้เป็นแบบนี้
00:04:10 → 00:04:13เขาไม่ได้บ่อย ถี่ ซ้ำขนาดนี้
00:04:13 → 00:04:18ก็จะสามารถพอแยกได้กับคนที่มีบุคลิกภาพ แบบสมบูรณ์แบบอะไรอย่างนี้
00:04:18 → 00:04:19เข้าใจแล้ว
00:04:19 → 00:04:21อาจารย์ใช้คำว่า “ย้ำคิด”
00:04:21 → 00:04:24ก็คือเกิดความคิดมันผุดขึ้นมา
00:04:24 → 00:04:24ค่ะ
00:04:24 → 00:04:29อาจารย์พอจะขยายได้ไหมว่าความคิดที่ว่านี้ เป็นความคิดประเภทไหน ประมาณไหน
00:04:29 → 00:04:33ค่ะ จริง ๆ ความคิดของแต่ละคน ที่เป็นย้ำคิดย้ำทำนะคะ
00:04:33 → 00:04:36อาจจะมีมาได้หลากหลายเลยนะคะ
00:04:36 → 00:04:39แต่ว่าขอจัดอันดับ 4 อันดับที่พบบ่อยนะคะ
00:04:40 → 00:04:46อันดับแรกเลยก็เป็นเรื่องของ สงสัยในเรื่องของความสะอาดนะคะ
00:04:46 → 00:04:49หรือว่าความคิดแบบกลัวเชื้อโรค กลัวความสกปรก
00:04:49 → 00:04:52ตรงนี้ความคิดก็จะผุดขึ้นมาเองนะคะ
00:04:52 → 00:04:54แล้วก็ซ้ำ ๆ
00:04:54 → 00:04:58จนทำให้หลายคนก็มีพฤติกรรมที่ล้อกันไป ก็คือ
00:04:58 → 00:05:01เขาจะล้างมือบ่อยนะคะ
00:05:01 → 00:05:03เช็กในเรื่องของความสะอาด
00:05:03 → 00:05:06หรือบางคนก็จะเห็นเป็นพฤติกรรมว่า
00:05:06 → 00:05:10เขาไม่ค่อยอยากเปิดปิด จับลูกบิดประตูอะไรอย่างนี้ด้วย
00:05:10 → 00:05:14แล้วก็ช่วงโควิดค่ะ ก็จะเป็นช่วงที่เราต้อง กลัวเชื้อโรคนะคะ
00:05:14 → 00:05:15ใช่
00:05:15 → 00:05:17เราต้องสะอาดกันมาก ๆ เลยนะคะ
00:05:17 → 00:05:21ก็ถ้าเกิดว่ามันอยู่ในบริบทของคำแนะนำว่า
00:05:21 → 00:05:26ทำอะไรแต่ละอย่าง ต้องล้างมือนะ ต้องให้ชัวร์ให้สะอาดนะ
00:05:26 → 00:05:29ตรงนี้ก็อาจจะไม่ใช่ภาวะแบบย้ำคิดย้ำทำก็ได้
00:05:29 → 00:05:30ผมสบายใจขึ้นหน่อยแล้ว
00:05:30 → 00:05:32แต่ก็ต้องบอกค่ะ คนที่เป็นย้ำคิดย้ำทำนี่
00:05:32 → 00:05:35ก็อาการมากขึ้นในช่วงโควิดก็มีเหมือนกันนะคะ
00:05:35 → 00:05:38คนที่เขาเน้นในเรื่องของกลัวความสกปรกนี่
00:05:38 → 00:05:40เขาก็อาจจะเป็นมากขึ้นก็ได้นะคะ
00:05:41 → 00:05:48ความคิดแบบที่ 2 ก็คือเป็นเรื่องของ ความถูกต้อง ความเป๊ะนะคะ
00:05:48 → 00:05:51ว่าเขาทำหรือยังนะคะ
00:05:52 → 00:05:54ทำแล้วหรือเปล่า เสร็จแล้วหรือเปล่า ก็คือเช่น
00:05:54 → 00:05:56เปิดปิดไฟ ทำแล้วหรือยัง
00:05:56 → 00:05:58รถของเราล็อกไหม
00:05:58 → 00:06:01บ้านของเราล็อกเรียบร้อยไหมนะคะ
00:06:01 → 00:06:04ตรงนี้นี่เขาต้องเช็กบ่อย ๆ นะคะ
00:06:04 → 00:06:07เขาจะมีพฤติกรรมชอบเช็กนะคะ
00:06:07 → 00:06:09อย่างที่ 3 เลยก็คือ
00:06:09 → 00:06:13คนที่มักมีความคิดที่ผุดขึ้นมา เป็นความคิดที่ไม่ควรคิด
00:06:14 → 00:06:16อย่างเช่นบางคนนี่จะเป็นลักษณะว่า
00:06:17 → 00:06:19เนื่องจากความคิดเขาไม่ได้อยากจะคิดนะคะ
00:06:19 → 00:06:22แต่ว่ามันเป็นความคิดที่ พอเขาคิดมาแล้วนี่ เขารู้ว่า
00:06:22 → 00:06:26เฮ้ย มันไม่ควรนะ เช่น ลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์
00:06:26 → 00:06:27อืม
00:06:27 → 00:06:31ลบหลู่สิ่งที่ควรค่าแก่การบูชาแบบนี้ค่ะ
00:06:31 → 00:06:36เช่น บางคนนี่ ความคิดแบบอยากสบถ ต่อหน้าพระพุทธรูปอะไรอย่างนี้ค่ะ
00:06:37 → 00:06:42ทีนี้การกระทำของเขาที่จะมาลบล้าง ความกังวลที่เกิดขึ้นจากความคิดนี้
00:06:42 → 00:06:46ก็อาจจะต้องเป็นกราบไหว้ ขอโทษสิ่งศักดิ์สิทธิ์นะคะ
00:06:46 → 00:06:50คือเขารู้สึกผิดตามติดขึ้นมาทันที หลังจากเกิดความคิดนั้นใช่ไหมครับ
00:06:50 → 00:06:50ใช่ค่ะ
00:06:51 → 00:06:55ก็จะเห็นได้ว่าต้องกล่าวบทสวดมนต์ ต้องกล่าวขอขมาแบบนี้
00:06:55 → 00:06:57วันละหลาย ๆ รอบ
00:06:57 → 00:06:59อ๋อ ครับ
00:06:59 → 00:07:02ก็จะมีแบบนี้เหมือนกันนะคะ
00:07:02 → 00:07:08หรือสุดท้ายนี่จะเป็นเรื่องของความคิดแบบ ชอบความสมมาตรนะคะ
00:07:08 → 00:07:10ความเรียงลำดับ
00:07:10 → 00:07:11นึกออกเลย
00:07:11 → 00:07:12ค่ะ
00:07:12 → 00:07:14เป็นแบบว่าชอบมีความมุมฉาก
00:07:14 → 00:07:18หรือว่ามีความอะไรที่มันต้องเรียบ อะไรอย่างนี้ เช่น
00:07:18 → 00:07:21อาจจะต้องเรียงของ เรียงลำดับ
00:07:21 → 00:07:22เข้าแถวเป๊ะ
00:07:22 → 00:07:23ใช่ค่ะ
00:07:23 → 00:07:25ต้องมีลำดับนะคะ
00:07:25 → 00:07:27ใหญ่ไปเล็กเท่านั้น ห้ามสลับที่
00:07:27 → 00:07:30สีต้องขาวก่อน
00:07:30 → 00:07:32แล้วก็ค่อยดำอะไรอย่างนี้นะคะ
00:07:32 → 00:07:36อันนี้ก็จะเป็น 4 ลักษณะที่พบได้บ่อย
00:07:36 → 00:07:38ส่วนของอาการที่พูดมานะคะ
00:07:38 → 00:07:44ทั้งย้ำคิดย้ำทำ แล้วก็เสียเวลาชีวิตไปส่วนนึงเลยนี่นะคะ
00:07:44 → 00:07:49ก็จะต้องแยกว่า ไม่ใช่บริบทของโรคทางจิตเวชอื่น
00:07:49 → 00:07:50อ๋อ
00:07:50 → 00:07:55เช่น บางคนอาจจะเน้นไปในเรื่องของ การทำซ้ำบางอย่าง
00:07:55 → 00:07:57อย่างเช่น บางคนเป็นโรคดึงผม
00:07:57 → 00:07:58ดึงผม
00:07:58 → 00:08:01เขาก็จะรู้สึกมีแรงกระตุ้น ที่จะต้องอยากดึง อยากดึง
00:08:01 → 00:08:04อันนั้นก็จะถูกวินิจฉัยเป็นโรคดึงผมนะคะ
00:08:04 → 00:08:06อาจจะไม่ใช่ย้ำคิดย้ำทำนะคะ
00:08:07 → 00:08:09หรือบางคนค่ะ เขาลืมจริง ๆ
00:08:09 → 00:08:11คือลืมว่าตัวเองทำไปแล้วหรือยัง
00:08:11 → 00:08:11อ๋อ
00:08:11 → 00:08:19อันนี้ต้องเน้นว่า จริง ๆ แล้วเจ้าตัวรู้นะคะ ว่าได้เคยคิดเคยทำแบบนี้มาแล้ว
00:08:19 → 00:08:23ถ้าเกิดว่าเขาลืมนี่ อันนี้อาจจะต้องดู เรื่องของการวินิจฉัยโดยจิตแพทย์ว่า
00:08:23 → 00:08:25เขาเป็นโรคอื่นหรือเปล่า
00:08:25 → 00:08:28ถ้ามาถึงในมือของจิตแพทย์ก็จะแยกว่า
00:08:28 → 00:08:31ไม่ได้เป็นบริบทของการใช้สารเสพติด
00:08:31 → 00:08:33หรือว่าหยุดใช้สารเสพติดบางประเภทนะคะ
00:08:33 → 00:08:36เพราะว่าตรงนี้อาจจะมาบดบังอาการ
00:08:36 → 00:08:40หรือว่าจริง ๆ เขาอาจจะเป็นอาการ ของการใช้สารเสพติดก็ได้
00:08:40 → 00:08:43ที่อาจารย์พูดถึงมานี่ มันเป็นเรื่องของความคิด
00:08:43 → 00:08:46นั่นก็แปลว่า ถ้าคิดบ่อย ๆ ย้ำคิดบ่อย ๆ
00:08:46 → 00:08:48มันอาจจะนำไปสู่ย้ำทำ
00:08:48 → 00:08:51มีคนไข้ที่มาปรึกษาอาจารย์ไหมครับว่า
00:08:51 → 00:08:53เขาเป็นเฉพาะย้ำคิดน่ะ แต่ยังไปไม่ถึงย้ำทำ
00:08:53 → 00:08:59มีเหมือนกันที่เราไม่พบว่า เขามีพฤติกรรมการทำอะไรที่ชัดเจนนะคะ
00:08:59 → 00:09:03อาจจะมีความคิดชุดหนึ่งขึ้นมานะคะ
00:09:03 → 00:09:06แล้วเขาก็วนอยู่ในความคิดนั้น
00:09:06 → 00:09:07แต่บางครั้งค่ะ
00:09:07 → 00:09:12มันเป็นความคิดอีกชุดหนึ่งที่มาย้ำต่อนะคะ
00:09:12 → 00:09:19เช่น เขาสบถต่อหน้าพระพุทธรูป หรือว่ารู้สึกลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์
00:09:19 → 00:09:19อืม
00:09:20 → 00:09:22เขาก็ต้องมีความคิดอีกชุดหนึ่งว่า
00:09:22 → 00:09:23ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นนะ
00:09:23 → 00:09:25ฉันรู้สึกบูชาเทิดทูนนะ
00:09:25 → 00:09:27คือยังไงก็ต้องคิดอีกแบบหนึ่งขึ้นมา
00:09:27 → 00:09:31มันเหมือนความคิดนี้ต้องมาซ้อน มาล้างความคิดชุดเดิม
00:09:31 → 00:09:34แต่ไม่ได้เห็นเป็นพฤติกรรม ที่แสดงออกมาว่าย้ำทำ
00:09:35 → 00:09:40[เสียงดนตรี]
00:09:40 → 00:09:42พอพูดถึงโรคย้ำคิดย้ำทำ
00:09:42 → 00:09:44ผู้ฟังหลาย ๆ ท่านเริ่มสงสัยแล้วว่า
00:09:44 → 00:09:48อะไรคือเหตุปัจจัย ที่ทำให้เกิดโรคนี้ขึ้นมาได้บ้าง
00:09:49 → 00:09:50ค่ะ โรคทางจิตเวชนี่
00:09:51 → 00:09:54จะไม่ได้มีปัจจัยใดปัจจัยเดียว ที่เป็นตัวอธิบาย
00:09:54 → 00:09:54ครับ
00:09:54 → 00:09:57ว่าเขาป่วยจากสาเหตุนี้นะเท่านั้นนะคะ
00:09:57 → 00:09:58ส่วนใหญ่ก็จะรวม ๆ กันนะคะ
00:09:58 → 00:10:00ถ้าแยกก็คือปัจจัยทางด้านชีวภาพ
00:10:00 → 00:10:03ส่วนใหญ่ก็คือพันธุกรรมมีส่วน
00:10:03 → 00:10:05แฝด ไข่ใบเดียวกัน
00:10:05 → 00:10:07โอกาสเป็นสูงมากนะคะ
00:10:07 → 00:10:10ที่แฝดคนนึงเป็น อีกคนนึงก็มันจะเป็นนะคะ
00:10:10 → 00:10:11เกิน 50% นะคะ
00:10:12 → 00:10:15ยีนบางตัวที่ผิดปกตินะคะ
00:10:15 → 00:10:18สารสื่อประสาท การทำงานของสมอง
00:10:18 → 00:10:24ที่มีผลต่อการทำงานของสารสื่อประสาท ประเภทเซโรโทนินถ้าทำงานผิดปกติไป
00:10:24 → 00:10:27ก็มีส่วนที่จะทำให้เป็นโรคนี้นะคะ
00:10:27 → 00:10:30ปัจจัยทางด้านจิตใจและสังคม
00:10:30 → 00:10:35ถ้าเขาเผชิญกับความเครียด ความกดดัน
00:10:35 → 00:10:37หรือว่าการเปลี่ยนแปลงในชีวิตที่มาก
00:10:37 → 00:10:40ก็อาจจะเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดขึ้นก็ได้
00:10:40 → 00:10:44บางคนค่ะ เกิดขึ้นหลังจากที่คลอดบุตร
00:10:44 → 00:10:45ต้องเลี้ยงลูก
00:10:45 → 00:10:48ตรงนี้เขาอาจะเริ่มมีย้ำคิดย้ำทำได้
00:10:48 → 00:10:52หรือที่ได้เรียนไปเมื่อสักครู่ว่าโควิดนะคะ
00:10:52 → 00:10:57สถานการณ์บางอย่าง เร้าให้มันเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น
00:10:57 → 00:11:00ที่อาจารย์กานต์พูดถึงหลังจากคลอดบุตร
00:11:00 → 00:11:03แล้วอาจจะมีอาการย้ำคิดย้ำทำนี่
00:11:03 → 00:11:06ดูเหมือนว่าช่วงวัย ก็มีผลด้วยหรือเปล่าครับว่า
00:11:06 → 00:11:10ความเสี่ยงในการเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ อาจจะมากกว่าในช่วงวัยอื่น
00:11:10 → 00:11:11ใช่เลยค่ะอาจารย์
00:11:11 → 00:11:15เขาจะบอกว่าส่วนใหญ่ ที่มักจะเกิดย้ำคิดย้ำทำในครั้งแรกขึ้น
00:11:16 → 00:11:17จะอยู่ในช่วงวัยรุ่นค่ะ
00:11:17 → 00:11:19- จริง ๆ เริ่มตั้งแต่วัยรุ่นเลยนะคะ - วัยรุ่นเลยหรือครับ
00:11:19 → 00:11:2310 กว่าจนถึง 20 กว่าอะไรอย่างนี้นะคะ
00:11:23 → 00:11:25มักจะเกิดขึ้นมาก
00:11:25 → 00:11:28โอกาสเกิดหลังอายุนี้มีไหม มีนะคะ
00:11:28 → 00:11:33แต่ว่าหลัง 30 เลยนี่ เกิดขึ้นครั้งแรกนี่น้อยนะคะ
00:11:33 → 00:11:35บางทีจะต้องสืบสาวไปว่า
00:11:35 → 00:11:36ตอนเรียนหนังสือช่วงวัยรุ่นนี่
00:11:36 → 00:11:39แอบเป็นแล้วบ้างไหมอะไรอย่างนี้ค่ะ อันนี้จะพบบ่อยกว่า
00:11:39 → 00:11:40อ๋อ เข้าใจแล้ว
00:11:40 → 00:11:43ผู้ป่วยที่เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำนี่ครับ
00:11:43 → 00:11:48มีวิธีในการจำแนกไหมครับว่า นี่เป็นรุนแรงน้อยหน่อย รุนแรงมากหน่อยไหม
00:11:48 → 00:11:48มีค่ะ
00:11:48 → 00:11:50ส่วนใหญ่เราจะแยกตามว่า
00:11:50 → 00:11:54เขารู้หรือเปล่าว่าบริบท ของการย้ำคิดย้ำทำของเขานี่
00:11:54 → 00:11:56มันไม่ควรจะเป็นอย่างนั้นนะคะ
00:11:56 → 00:11:59คือเขาพอจะประเมินตัวเองได้ไหม
00:11:59 → 00:12:01อันนี้เป็นระดับความรุนแรงของย้ำคิดย้ำทำ
00:12:01 → 00:12:05ถ้าเป็นผู้ป่วยที่รุนแรงนะคะ
00:12:05 → 00:12:07จะมีไปถึงว่า…เขาเริ่มแยกไม่ได้แล้วค่ะ
00:12:08 → 00:12:11ว่านี่เป็นสิ่งที่เขาไม่ควรจะคิด ไม่ควรจะทำแบบนี้นะ
00:12:11 → 00:12:14เราเรียกว่าแบบ…เขาเริ่มรู้ตัวน้อยนะคะ
00:12:15 → 00:12:16หรือว่าบางคนนี่ค่ะ
00:12:16 → 00:12:20ก็จะคิดไปเลยแหละว่า...แบบนี้ใช่
00:12:20 → 00:12:25มันเหมือนกลมกลืนไปกับความคิด ความจริง ความอะไรนี่มันแยกไม่ได้แล้ว
00:12:25 → 00:12:29แบบนี้อาการนี่มีเหมือนกัน ที่คล้ายกับคนที่ป่วยทางจิต
00:12:29 → 00:12:34บางคนคือหลงผิดว่า เออ...เขาต้องตำหนิเราแน่ ๆ ต้องไปขอโทษเขา
00:12:34 → 00:12:36แบบนี้ค่ะ มันแยกยาก
00:12:36 → 00:12:38อันนี้คือถือว่าเป็นเคสที่รุนแรงนะคะ
00:12:39 → 00:12:41ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เข้ามา ปรึกษากับอาจารย์กานต์ครับ
00:12:41 → 00:12:43เป็นในระยะไหนแล้วครับส่วนใหญ่
00:12:43 → 00:12:46- ส่วนใหญ่นะคะ รู้ตัวนะคะ - อ๋อ รู้ตัว
00:12:46 → 00:12:50แต่ว่าเสียเวลามาก เสียงานเสียการ
00:12:50 → 00:12:52ก็จะเข้ามาปรึกษานะคะ
00:12:52 → 00:12:54บางคนค่ะ เป็นโรคร่วม
00:12:55 → 00:12:57เพราะต้องบอกว่า โรคย้ำคิดย้ำทำนี่ค่ะ
00:12:57 → 00:13:02มีโรคร่วมที่เกิดขึ้นพร้อมกับย้ำคิดย้ำทำ เยอะนะคะ
00:13:02 → 00:13:02ครับ
00:13:02 → 00:13:08อันดับ 1 อันดับ 2 ที่ฮิต ๆ เลยก็คือ โรคซึมเศร้า แล้วก็โรคในกลุ่มวิตกกังวล
00:13:08 → 00:13:12เช่น วิตกกังวลทั่ว ๆ เป็นแพนิก อะไรอย่างนี้ค่ะ
00:13:12 → 00:13:12ครับ
00:13:12 → 00:13:15บางครั้งนี่เข้ามาด้วยโรคร่วม
00:13:15 → 00:13:16อ๋อ
00:13:16 → 00:13:21แล้วเขาก็กระซิบเพิ่มว่าเขามี น่าจะเป็นย้ำคิดย้ำทำด้วยนะคะ
00:13:21 → 00:13:22ครับ
00:13:22 → 00:13:26ก็เพิ่มความเข้มข้นของการเจ็บป่วยไปนะคะ
00:13:26 → 00:13:28ก็เหมือนต้องรักษาไปคู่กันก็มีค่ะ
00:13:28 → 00:13:33[เสียงดนตรี]
00:13:34 → 00:13:36ถ้าเราบอกว่า เราเริ่มเห็นอาการตัวเองแล้ว
00:13:37 → 00:13:41เราคิดว่าเราคงจะมีอาการโรคย้ำคิดย้ำทำแล้ว
00:13:41 → 00:13:44มันคงจะไม่ใช่แค่บุคลิกภาพแล้ว
00:13:44 → 00:13:45เข้าไปปรึกษาคุณหมอแล้ว
00:13:46 → 00:13:50มันมีวิธีในการที่จะรักษาโรคย้ำคิดย้ำทำ อะไรกันอยู่บ้างครับตอนนี้ครับ
00:13:50 → 00:13:50ค่ะ
00:13:51 → 00:13:54ก็ต้องบอกว่ารักษาได้ และรักษาได้หลายวิธี
00:13:55 → 00:13:59การรักษานี่นะคะ อย่างแรกก็คือ เรื่องของการรับประทานยา
00:13:59 → 00:14:03ยาก็จะเป็นยาในกลุ่มเดียวกันกับ ที่รักษาโรคซึมเศร้า
00:14:03 → 00:14:05และก็โรควิตกกังวลนะคะ
00:14:05 → 00:14:08ตรงนี้จะเน้นที่ยาที่เพิ่มเซโรโทนิน
00:14:08 → 00:14:11ทำให้เซโรโทนินเพิ่มขึ้นในสมองบางส่วน
00:14:11 → 00:14:13โดยเฉพาะส่วนหน้าอะไรอย่างนี้นะคะ
00:14:14 → 00:14:16ก็มียาหลากหลายให้เลือกนะคะ
00:14:16 → 00:14:18สามารถมาปรึกษาหมอได้นะคะ
00:14:18 → 00:14:21การรักษาแบบอื่นที่จะแนะนำด้วยนะคะ
00:14:21 → 00:14:25หรือว่าเขาบอกว่าถ้าเกิดอาการรุนแรง ก็ให้รักษาคู่กันนะคะ
00:14:26 → 00:14:29ก็คือการรักษาแบบใช้วิธีการจิตบำบัด
00:14:29 → 00:14:29จิตบำบัด
00:14:29 → 00:14:31แนะนำพฤติกรรมบำบัด
00:14:31 → 00:14:36พฤติกรรมที่เราจะเน้นเลยก็คือ การที่ให้เขาเข้าใจโรคก่อนนะคะ
00:14:36 → 00:14:39ว่าเขาต้องมีทั้งคิด แล้วก็อาจจะมีทำ
00:14:39 → 00:14:40ครับ
00:14:40 → 00:14:45การคิดกับการทำเป็นสิ่งที่ มันเหนี่ยวนำซึ่งกันและกัน
00:14:45 → 00:14:49ถ้าคิดแล้วเกิดความวิตกกังวล
00:14:49 → 00:14:51เกิดความทุกข์ ความไม่สบายใจนี่ค่ะ
00:14:51 → 00:14:54มันจะเป็นสารหล่อลื่น ทำให้เกิดการทำ
00:14:55 → 00:14:55การทำ
00:14:55 → 00:15:01ใช่ ทีนี้การที่เราให้พฤติกรรมในการบำบัดเขา เราต้องบอกว่า
00:15:01 → 00:15:05ถ้าเกิดว่ามีสถานการณ์ ที่เร้าให้เขาคิดขึ้นมาอย่างนี้ค่ะ
00:15:05 → 00:15:07เขาอยู่กับความคิด
00:15:07 → 00:15:10แต่ถ้าเขาจะดีขึ้นได้ เขาต้องไม่ทำ
00:15:10 → 00:15:12โอเค
00:15:12 → 00:15:14- คิด แต่ไม่ทำ
00:15:14 → 00:15:20ใช่ค่ะ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Exposure and Response Prevention
00:15:20 → 00:15:24ให้ไป Exposure กับสถานการณ์ ที่อาจจะเร้าความกังวลได้
00:15:24 → 00:15:26ทำให้มีความคิดแบบนั้นได้
00:15:26 → 00:15:26ครับ
00:15:26 → 00:15:28เจอความสกปรกได้
00:15:28 → 00:15:33เขาอยู่กับความกังวล ความทุกข์ใจนั้น หลังจากที่มีความคิดนั้นเกิดขึ้น
00:15:34 → 00:15:36อยู่ แล้วก็ดูมันไป
00:15:36 → 00:15:38แล้วก็ไม่ทำค่ะอาจารย์
00:15:39 → 00:15:42- ยากเหมือนกันนะคะ - ยากเหมือนกัน
00:15:42 → 00:15:45ต้องฝึกปฏิบัติ ทำบ่อย ๆ เขาบอกว่าต้องบ่อย ๆ
00:15:45 → 00:15:46ต้องบ่อย ๆ ด้วย
00:15:46 → 00:15:50ถึงจะเห็นว่า มันมีความเปลี่ยนแปลงว่า
00:15:50 → 00:15:53เออ...ความกังวล ความไม่สบายใจนั้น
00:15:53 → 00:15:54มันเบาลงได้นะ
00:15:54 → 00:15:57คือนี่เป็นธรรมชาติของโรคว่าจริง ๆ แล้วนี่
00:15:57 → 00:16:00ความไม่สบายใจนี่มันสามารถเบาลงได้
00:16:00 → 00:16:04แล้วก็มันไม่ได้เบาลงได้ด้วยการทำเสมอไป
00:16:04 → 00:16:06จริง ๆ คือด้วยการไม่ทำ
00:16:06 → 00:16:07อืม ครับ
00:16:07 → 00:16:08เรามีเรื่องของยาแล้ว
00:16:08 → 00:16:11เรามีเรื่องของจิตบำบัดแล้ว มีวิธีรักษาอื่นอีกไหมครับ
00:16:11 → 00:16:15ค่ะ ก็จะมีการรักษาในแบบอื่นนะคะ ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่
00:16:15 → 00:16:18ถือว่าใหม่สำหรับรักษาย้ำคิดย้ำทำนะคะ
00:16:18 → 00:16:21ก็คือการใช้เครื่องกระตุ้นสมอง ด้วยสนามแม่เหล็ก
00:16:22 → 00:16:23ตรงนี้ก็จะใช้ได้เหมือนกันนะคะ
00:16:24 → 00:16:29แต่ว่าอาจจะแตกต่างในคนที่รักษาโรคซึมเศร้า กับย้ำคิดย้ำทำนี่ค่ะ
00:16:29 → 00:16:33บริเวณที่กระตุ้นสมองนี่ เป็นบริเวณที่แตกต่างกันค่ะ
00:16:33 → 00:16:37อาจารย์ครับ นอกจากผู้ที่เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำนี่
00:16:37 → 00:16:42นอกจากคนกลุ่มนี้ที่เขาจะรู้สึกว่า มันมีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันเขาแล้วนี่
00:16:42 → 00:16:46ผมเชื่อว่าคนที่อยู่รอบข้างเอง ก็คงจะได้รับผลกระทบอยู่เหมือนกัน
00:16:46 → 00:16:49อาจารย์มีข้อแนะนำอย่างไร สำหรับคนที่อยู่รอบข้างบ้างไหมครับ
00:16:49 → 00:16:50ค่ะ
00:16:50 → 00:16:54ต้องบอกว่าหมอเห็นใจทั้งคนที่ป่วย แล้วก็คนที่อยู่รอบข้างนะคะ
00:16:54 → 00:16:58เพราะว่าการย้ำคิดย้ำทำนี่ มันส่งผลจริง ๆ นะคะ
00:16:58 → 00:17:02มันเสียเวลาคนรอบข้าง แล้วก็เขาไม่รู้จะปฏิบัติตัวอย่างไร
00:17:02 → 00:17:04แต่หมอก็มีคำแนะนำค่ะว่า
00:17:04 → 00:17:05การปฏิบัติตัวนี่ก็คือ
00:17:05 → 00:17:09หนึ่งเลย ต้องรู้ว่า เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะทำนะคะ
00:17:09 → 00:17:13เพราะฉะนั้นถ้าเลี่ยงได้ ก็คือว่าไม่กดดัน
00:17:13 → 00:17:17เพราะว่าถ้ากดดัน หรือบีบบังคับทำให้กังวลมากขึ้น
00:17:17 → 00:17:20ก็จะทำให้ย้ำคิดย้ำทำนี่เป็นมากขึ้น
00:17:20 → 00:17:26จะมีบางเคสค่ะที่ตอบสนองกับผู้ป่วยนี่ ตลอดทุกครั้งเลยนะ
00:17:26 → 00:17:28เพราะว่าเห็นใจมากนะคะ
00:17:28 → 00:17:30เช่น ถ้าเกิดถามว่าทำหรือยัง
00:17:30 → 00:17:32คุณแม่ของผู้ป่วยก็จะตอบว่า
00:17:32 → 00:17:35ทำแล้ว ทำแล้ว ทำแล้ว ต่อไปเรื่อย ๆ นะคะ
00:17:35 → 00:17:37ซึ่งตรงนี้เป็นการทำให้อาการ...
00:17:38 → 00:17:40มันก็เหมือนกับเติมเชื้อไฟอยู่เรื่อย ๆ ด้วย
00:17:40 → 00:17:44เพราะฉะนั้นนี่ แบบนี้ก็ไม่แนะนำเช่นกัน
00:17:44 → 00:17:47แต่อีกแบบหนึ่งก็คือ ทำแทนเลยก็มี
00:17:48 → 00:17:48ทำแทนเลย
00:17:48 → 00:17:53ทำแทนเลยก็คือ ได้ งั้นเราจะเปิดประตูให้ตลอดเวลา
00:17:53 → 00:17:55ก็คือว่าผู้ป่วยไม่ต้องไปจับลูกบิดอะไรเลย
00:17:56 → 00:17:58แบบนี้ก็ไม่แนะนำให้ทำเหมือนกัน
00:17:58 → 00:18:03หรือว่าเป็นเหมือนกับเพิกเฉย เฉยเมย แล้วก็แบบ...เอือมระอาไปเลย
00:18:03 → 00:18:07อันนี้มันอาจจะทำให้มีภาวะอื่นแทรกเข้ามาได้
00:18:07 → 00:18:13คือเขาอาจจะรู้สึกแย่กับตัวเอง รู้สึกเป็นภาระ อะไรอย่างนี้นะคะ
00:18:13 → 00:18:15ก็อาจจะทำให้แบบ…โรคร่วม
00:18:15 → 00:18:18อย่างเช่น โรคซึมเศร้าอะไรอย่างนี้ มันก็เกิดขึ้นมาด้วยค่ะ
00:18:18 → 00:18:19ครับ
00:18:19 → 00:18:20ผมว่านอกจากจะไม่กดดันแล้ว
00:18:20 → 00:18:22การที่เราช่วยดูแลเขา
00:18:22 → 00:18:23ค่ะ
00:18:23 → 00:18:26ถ้าเผื่อเขาจะต้องมีนัดไปพบคุณหมอ ก็พาไป
00:18:26 → 00:18:30ก็ถือว่าเป็นซัพพอร์ตอย่างหนึ่งที่คนรอบข้าง สามารถจะช่วยเหลือได้ด้วยเช่นกัน
00:18:30 → 00:18:32ใช่ค่ะ แล้วก็ชื่นชมถ้าเกิดเขาทำได้
00:18:32 → 00:18:36เช่น วันนี้เขาทำน้อยลง ถามน้อยลงนะ อะไรอย่างนี้ค่ะ
00:18:36 → 00:18:39แล้วก็ให้กำลังใจได้ค่ะ
00:18:39 → 00:18:40เข้าไปพบคุณหมอแล้ว
00:18:41 → 00:18:42มีซัพพอร์ตจากคนรอบข้างแล้ว
00:18:42 → 00:18:42ค่ะ
00:18:43 → 00:18:44โรคนี้มันสามารถจะหายขาดได้ไหมครับ
00:18:44 → 00:18:48โรคนี้สามารถหาย แล้วก็ดีขึ้นได้อย่างมากเลยนะคะ
00:18:48 → 00:18:51มีคนไข้ที่หมอคิดว่า โอ้…อาการเขาเป็นมากเลยนะคะ
00:18:51 → 00:18:54แล้วก็ภายใน 2 ปีอะไรอย่างนี้ค่ะ
00:18:54 → 00:18:56อาการเขาก็ดีขึ้นจนแทบไม่มีเลยนะคะ
00:18:56 → 00:19:01แต่หมอก็จะแนะนำเขาว่า โรคนี้สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้นะคะ
00:19:01 → 00:19:07คือไม่สามารถที่จะการันตีได้ว่า ครั้งนี้จะหายขาดเลย ไม่เป็นอีก
00:19:07 → 00:19:09หมออยากให้เขาตระหนักว่า
00:19:09 → 00:19:14ในเมื่อมันกลับเป็นซ้ำได้ เขาแค่ต้องดูแลตัวเองดี ๆ นะคะ
00:19:14 → 00:19:19เขาต้องทราบว่าสิ่งที่จะเป็นปัจจัยกระตุ้นเขา มีอะไรบ้างค่ะ
00:19:19 → 00:19:19ครับ
00:19:19 → 00:19:22แล้วจะทำอย่างไร ถึงจะหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นเหล่านั้นได้
00:19:22 → 00:19:26ค่ะ หนึ่งเลยนะคะ คือถ้ายังต้องรับประทานยาอยู่นะคะ
00:19:26 → 00:19:28ให้รับประทานยาต่อ
00:19:28 → 00:19:33อย่าเพิ่งลดปริมาณยา หรือว่าอย่าเพิ่งหยุดยาเอง
00:19:33 → 00:19:36เพราะว่าการรักษาที่มันกำลังดีอยู่
00:19:36 → 00:19:38เป็นปัจจัยส่งเสริมเลยว่า
00:19:38 → 00:19:41เขาจะห่างโรคนี้ไปอีกนานนะคะ
00:19:41 → 00:19:45ต่อมาก็คือการงดใช้สารเสพติด
00:19:45 → 00:19:49มีเหมือนกันค่ะช่วงโควิด มีคนแวะไปใช้อย่างอื่นอีกมากมาย
00:19:49 → 00:19:53ไม่ได้มาโรงพยาบาลนะคะ ไปใช้สมุนไพร ไปใช้อย่างอื่นนี่ค่ะ
00:19:53 → 00:19:56อันนี้ก็ทำให้อาการเป็นมากขึ้นได้นะคะ
00:19:57 → 00:20:00แล้วก็นอกจากนั้นค่ะ ถ้าเกิดเขาได้รับวินิจฉัยว่าเขามีโรคร่วม
00:20:00 → 00:20:00ครับ
00:20:01 → 00:20:03สมมุติเป็นโรคซึมเศร้าด้วย เป็นโรคอื่น ๆ ด้วยนี่
00:20:03 → 00:20:08ก็ให้เขารักษาแล้วก็ติดตามโรคนั้นด้วย ว่าสงบแล้วหรือยัง
00:20:09 → 00:20:11ส่วนปัจจัยที่อาจจะเลี่ยงได้บ้างไม่ได้บ้าง
00:20:11 → 00:20:13ก็คือว่าถ้ามันมีเหตุการณ์ใหญ่ ๆ
00:20:13 → 00:20:17มีอะไรที่ทำให้รู้สึกเครียด กดดันมาก
00:20:17 → 00:20:20ก็ให้เขารีบรู้ตัวว่า
00:20:20 → 00:20:23เหตุการณ์นี้มันอาจจะเป็นปัจจัยกระตุ้นได้นะ
00:20:23 → 00:20:26พยายามจัดการนะคะ พยายามลดความเครียด ความวิตกกังวล
00:20:26 → 00:20:28ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นค่ะ
00:20:28 → 00:20:30อาจารย์ครับ ดูเหมือนว่า ความเครียด แล้วก็ความวิตกกังวลนี่
00:20:30 → 00:20:33เป็นตัวกระตุ้นความย้ำคิดย้ำทำ
00:20:33 → 00:20:36อาจารย์มีวิธีในการที่จะจัดการ กับความเครียดนี้อย่างไรบ้างไหมครับ
00:20:36 → 00:20:40ค่ะ สำหรับคนทั่วไป หรือว่าคนที่เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำอย่างเดียว
00:20:41 → 00:20:45ก็แนะนำให้หากิจกรรมที่ผ่อนคลาย
00:20:45 → 00:20:48และสามารถเบี่ยงเบนจากความเครียดนั้นได้
00:20:48 → 00:20:50เป็นกิจกรรมที่ชอบนะคะ
00:20:50 → 00:20:52ก็จะดีนะคะ
00:20:52 → 00:20:55ออกกำลังกาย อันนี้ช่วยหมดในหลาย ๆ โรคเลยนะคะ
00:20:56 → 00:20:58แล้วก็สำหรับคนที่มีโรคร่วม
00:20:58 → 00:21:03เช่น ถ้าแพทย์ชี้แจงไปว่า คุณมีโรควิตกกังวลด้วยนะ
00:21:03 → 00:21:05คุณมีโรคซึมเศร้าด้วยนะ
00:21:05 → 00:21:07อันนี้ก็ต้องอย่าลืมเช็กค่ะว่า
00:21:07 → 00:21:10เราได้ดูแลโรคร่วมแล้วดีหรือยัง
00:21:10 → 00:21:13เช่น ยังต้องรับประทานยาอยู่ไหม
00:21:13 → 00:21:16ต้องห่างจากการใช้สารเสพติด
00:21:16 → 00:21:20หรือยาสมุนไพรอื่น ๆ ที่ไปหาซื้อเองด้วย
00:21:20 → 00:21:25อันนี้ก็จะช่วยทำให้โรคร่วมสงบด้วยนะคะ
00:21:25 → 00:21:29ตอนนี้ผมเชื่อว่า คุณผู้ฟังที่รับฟังมาถึงช่วงนี้แล้ว
00:21:29 → 00:21:31ได้ข้อมูลค่อนข้างจะครบแล้วล่ะ
00:21:31 → 00:21:35ว่าอาการเป็นอย่างไร ความรุนแรงของมันเป็นอย่างไร
00:21:35 → 00:21:37เหตุปัจจัยอะไรที่นำมาสู่โรคย้ำคิดย้ำทำ
00:21:37 → 00:21:39และวิธีการรักษา
00:21:39 → 00:21:44ในช่วงสุดท้าย ผมจะชวนให้อาจารย์กานต์ ได้ฝากถึงคุณผู้ฟังคุณผู้ชมที่ฟังมาถึงตรงนี้
00:21:44 → 00:21:46เกี่ยวกับโรคย้ำคิดย้ำทำอีกสักทีครับ
00:21:46 → 00:21:50สำหรับผู้ป่วยที่สงสัยว่าตัวเองเป็น
00:21:50 → 00:21:54หรือว่าเป็นแล้ว รวมถึงคนในครอบครัวนะคะ
00:21:54 → 00:21:58ต้องบอกว่าโรคย้ำคิดย้ำทำ ไม่ใช่แค่รอบคอบอย่างเดียว
00:21:58 → 00:22:02คน ๆ นั้น เขาไม่ได้ตั้งใจ ที่จะให้เกิดเหตุการณ์
00:22:02 → 00:22:05หรือว่าสถานการณ์ พฤติกรรมแบบนั้นเกิดขึ้น
00:22:06 → 00:22:08ให้อยู่ด้วยความเข้าใจนะคะ
00:22:08 → 00:22:11ถ้าเกิดว่าได้รับคำแนะนำแล้วนะคะ
00:22:11 → 00:22:13ก็ให้รับประทานยา
00:22:13 → 00:22:15แล้วก็พยายามไม่ทำ
00:22:15 → 00:22:20การไม่ทำก็จะส่งเสริมทำให้โรคนี้ดีขึ้น แล้วก็หายไวนะคะ
00:22:21 → 00:22:26ถ้าเกิดว่าทำทุกอย่างแล้วไม่ได้ผล ปรึกษาจิตแพทย์นะคะ
00:22:26 → 00:22:29ยินดีที่จะให้คำแนะนำ แล้วก็รักษาค่ะ
00:22:30 → 00:22:33วันนี้ต้องขอขอบคุณ ผศ.พญ.กิติกานต์ ธนะอุดม
00:22:33 → 00:22:35อาจารย์ประจำภาควิชาจิตเวชศาสตร์
00:22:35 → 00:22:38คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
00:22:38 → 00:22:41ที่มาพูดคุยกับเราในเรื่องของโรคย้ำคิดย้ำทำ
00:22:41 → 00:22:42ขอบคุณอาจารย์มากครับผม
00:22:42 → 00:22:43ค่ะ สวัสดีค่ะ
00:22:44 → 00:22:48แล้วกลับมาพบกับรายการ Well-Being สุขภาพดี ชีวิตดีสร้างได้
00:22:48 → 00:22:50ในทุกแพลตฟอร์มของ Mahidol Channel
00:22:50 → 00:22:53กับผมอาจารย์เต้ ระพี บุญเปลื้อง ได้ใหม่ในครั้งหน้านะครับ
00:22:53 → 00:22:56อย่าลืมติดตามว่าครั้งหน้า เราจะพูดคุยกันเรื่องอะไร
00:22:56 → 00:22:59วันนี้ผมและอาจารย์กานต์ ลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ
00:23:01 → 00:23:05พบกับ Well-Being สุขภาพดี ชีวิตดีสร้างได้
00:23:06 → 00:23:08ทุกวันจันทร์เวลา 18:00 น.
00:23:08 → 00:23:10ที่ Mahidol Channel Podcast
00:23:10 → 00:23:12ผ่านช่องทาง Facebook Mahidol Channel
00:23:12 → 00:23:14YouTube Mahidol Channel
00:23:14 → 00:23:15Apple Podcasts
00:23:16 → 00:23:17Spotify
00:23:17 → 00:23:18Anchor
00:23:18 → 00:23:18Joox
00:23:18 → 00:23:21[เสียงดนตรี]
00:23:21 → 00:23:24ดำเนินรายการโดยอาจารย์เต้ ระพี บุญเปลื้อง
00:23:24 → 00:23:28[เสียงดนตรี]