พฤติกรรมใดที่ทำให้เสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน

คำถาม:
พฤติกรรมใดที่ทำให้เสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน?
คำตอบ:
พฤติกรรมที่ทำให้เสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน ได้แก่ การดื่มกาแฟหรือน้ำอัดลมมากเกินไป ซึ่งคาเฟอีนจะขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะ และลดการดูดซึมแคลเซียม การสูบบุหรี่ที่ทำลายเซลล์สร้างกระดูก การดื่มแอลกอฮอล์ที่เพิ่มความเสี่ยงการหกล้ม และการนั่งทำงานนานๆโดยไม่ขยับร่างกาย ซึ่งทำให้กระดูกไม่ได้รับแรงกดที่จำเป็นต่อการแข็งแรง

ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่กับสุขภาพกระดูก

จากช่อง:MCOT News FM 100.5
คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:13:11พวกชากาแฟน้ำอัดลมมีผลมั้ยอันนี้ตอบแล้ว
00:13:14ครับมีครับเพราะว่าตัวชากาแฟน้ำอัดลมอ่ะ
00:13:18ครับมีตัวคาเฟอีนครับซึ่งคาเฟอินีนตัว
00:13:21เนี้ยครับมีตัวเอ่อถือว่าเกิดกินในปริมาณ
00:13:24ที่มากเกินไปนะครับก็คือเอ่อจากการศึกษา
00:13:26นี่ว่ากินประมาณสัก 200 มิลกรัมขึ้นไป
00:13:29เนี่ยไม่ดีหรอกครับเพราะว่าตัวเอ่อไอ้
00:13:31คาฟีอินเองครับมีหน้าที่คือมันทำให้การ
00:13:34ดูดซึมแคลเซียมที่เรากินจากในอาหารเข้าไป
00:13:37เนี่ยดูดซึมได้น้อยลงครับอืรวมทั้งเป็น
00:13:40การขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะด้วยครับหมาย
00:13:43ความว่าปกติเรากินแคลเซียมจากในอาหารได้
00:13:45น้อยอยู่แล้วนะครับพอเรากินคาเฟอีนเช่น
00:13:48กาแฟน้ำอัดลมนะครับแล้วก็ชาบางอย่างนะ
00:13:52ครับเอ่อที่ยกเว้นคือพวกชาเขียวถ้าเกิด
00:13:54แต่ชาเขียวเนี่ยได้นะครับเอ่อถือว่าเกิด
00:13:57กินอย่างงี้แล้วครับนอกจากเรากินแคลเซียม
00:13:59ยังไอ้ไอยังไม่พอครับยังไปกินสารที่ขับ
00:14:03แคลเซียมออกอีกอย่างเช่นอะไรคะคุณหมอก็
00:14:06ที่แจ้งไปเมื่อกี้ครับก็คือกาแฟขับออกมา
00:14:08เลยใช่ครับก็คือถือว่าเกิดกินใช่ครับถือ
00:14:11ว่าเกิดกินไอ้คาเฟอินเกิน 200 มกรคือ
00:14:12เปรียบเทียบง่ายๆคือประมาณเอ่อ 2 แก้วอื
00:14:16ต่อวันใช่ครับหรือว่าประมาณ 200 ซีซเอ่อ
00:14:18200 ซีซก็คือประมาณว่าเกิดบางคนก็คือ
00:14:20ประมาณ 1 แก้วอ่ะครับค่ะใช่ครับแค่เนี้ย
00:14:23ครับก็ทำให้ขับปัสสาวะเป็นแคลเซียมออกมา
00:14:26หมดแล้วโอโอ้โหใช่ครับอุ๊ยเกี่ยวก็ดูด้วย
00:14:30เนาะใช่ครับอครับขวัญต้องเปลี่ยนพฤติกรรม
00:14:33การกินกาแฟเลยนะคะคุณหมอเพราะว่าเกินแน่
00:14:36นอนครับแล้วก็มีน้ำอัดลมด้วยนะครับเพราะ
00:14:39น้ำอัดลมเนี่ยโดยเฉพาะไอ้น้ำไอ้น้ำอัดลม
00:14:41สีดำนะครับคือผมคือผมไม่ได้บอกยี่ห้อเนาะ
00:14:43ก็สีดำแบบไหนก็ตามครับอันเนี้ยก็จะมีตัว
00:14:46คาเฟอีนค่อนข้างเยอะแม้ว่าจะเป็นเอ่อแบบ
00:14:48ไม่มีน้ำตาลแล้วไม่มีแคลอรี่แล้วครับแต่
00:14:50เขาก็ยังมีผสมตัวคาเฟอีนอยู่นะครับถือว่า
00:14:52เกิดกินในปริมาณที่มากเกินไปพวกนี้เอง
00:14:55เนี่ยนอกจากตัวคาเฟอีนจะมีผลที่กระดูก
00:14:57เรื่องของแคลเซียมตามที่ผมได้จะเอ่อได้
00:15:00กล่าวไปแล้วเนี่ยยังมีอีกอันนึงคือมีการ
00:15:02ศึกษาพบว่าคนที่มีพฤติกรรมการกินน้ำอัดลม
00:15:05เป็นประจำค่ะจะมีพฤติกรรมการกินอาหารที่
00:15:09ไม่ค่อยครบ 5 หมู่ค่ะแล้วก็พฤติกรรมของ
00:15:12การใช้ชีวิตนั้นจะไม่ค่อยดีครับใช่มั้
00:15:14ครับก็คือตรงไปตรงมาเหมือนคุณหมอกำลังพูด
00:15:17ถึงปากอยู่จริงๆแล้วผมไม่ได้ว่าใครเนาะ
00:15:19เพราะว่าพวกนี้เองเพราะว่าส่วนใหญ่ครับพอ
00:15:22เรากินปุ๊บฮะที่เกิดขึ้นคืออะไรครับท้อง
00:15:24เราก็จะอืดครับเพราะอะไรมันมีแก๊สถูกมั้ย
00:15:26ครับเออแล้วก็ถว่าเกิดมีแก๊สเสร็จปุ๊บ
00:15:28สิ่งที่ตามมาคืออะไรน้ำหนักก็จะขึ้นครับ
00:15:30เพราะว่าเอ่อเบาหวานก็จะตามมาครับเบาหวาน
00:15:33นั้นเป็นปัจจัยที่สำคัญมากเลยนะครับที่ทำ
00:15:35ให้เป็นโรคกระดูกพุนเช่นกันอืดังนั้น
00:15:37เนี่ยมันก็คือทั้งทางตรงคืออะไรครับตัว
00:15:40คาเฟอีนมีผลต่อกระดูกโดยตรงและแถมถือว่า
00:15:42เกิดเราควบคุมน้ำตาไม่ดีพอพอเป็นเบาหวาน
00:15:44ปุ๊บโรคเบาหวานเก็ก็จะเป็นทางอ้อมครับที่
00:15:47ทำให้กระดูกนั้นเกิดอาการพุนได้อนะครับ
00:15:50ไอ้นอกจากนี้เองนะครับก็ยังมีนะครับการ
00:15:53สูบบุหรี่ครับสูบบุหรี่นั้นตัวสารนิโคติน
00:15:56นะครับไม่ว่าจะเป็นการสูบบุหรี่ปกติหรือ
00:15:58วัตถุบุหรี่แบบเบบุหรี่ไฟฟ้าก็ตามเนี่ยก็
00:16:01ตัวนิโคตินเองนั้นมีผลต่อเซลล์กระดูกโดย
00:16:03ตรงครับทำให้เซลล์ในการสร้างกระดูกนั้น
00:16:07ตายไปครับค่ะก็ทำให้เอ่อการสร้างกระดูก
00:16:10นั้นมันไม่ดีพอค่ะนะครับอันนี้คือพูดถึง
00:16:14ตัวบุหรี่นะครับนอกจากนี้เองก็ยังมีตัว
00:16:16เรื่องของแอลกอฮอล์ครับตัวแอลกอฮอล์เองนะ
00:16:19ครับนอกจากทำให้ตัวเอ่อกระดูกนั้นไม่ดี
00:16:23แล้วยางเพิ่มปัจจัยเสียอีกอันนึงครับหก
00:16:25ล้มง่ายพอหกล้มง่ายกระดูกไม่
00:16:28ตามกระดูกหักเพราะฉะนั้นเกิดดื่ม
00:16:31แอลกอฮอล์ 2 เลยครับคือกระดูกไม่ดีแล้ว
00:16:33เกิดกินแบบเป็นประจำแล้วระยะเวลานานนะ
00:16:35ครับแล้วก็เอ่อหกล้มง่ายก็ยิ่งหักครับโห
00:16:39ยิ่งเป็นภัยต่อกระดูกเลยคือสิ่งที่คุณหมอ