ผู้ที่ไม่กินเนื้อ นม ไข่ควรระวังเรื่องอะไรเป็นพิเศษ

EP181 : 3 สารอาหารสำคัญที่ต้องทานคู่กัน

จากช่อง : Doctor Top


ดูคำบรรยาย / View Transcript
00:00:0000:00:05สารอาหาร วิตามินหรือเกลือแร่ ที่จำเป็นที่จะต้องทานคู่กัน
00:00:0500:00:093 คู่ 3 ตัวนี้ สำคัญต่อชีวิตมากๆ มาลองฟังกันดูว่า
00:00:0900:00:12ต้องทานคู่กับอะไรและสําคัญอย่างไร
00:00:2000:00:23สวัสดีครับ ผมหมอท๊อป และนี่คือ DOCTOR TOP Channel
00:00:2300:00:26รายการสุขภาพที่ทั้งสนุกและมีสาระ
00:00:2700:00:32วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องของสารอาหาร วิตามิน เกลือแร่
00:00:3200:00:35ที่จำเป็นที่จะต้องทานคู่กัน
00:00:3500:00:413 คู่ สำคัญสุดๆ มีแคลเซียมตัวหนึ่ง โซเดียมและวิตามินบี 12
00:00:4100:00:453 ตัวนี้สำคัญต่อชีวิตมากๆ มาลองฟังกันดูว่า
00:00:4500:00:48ต้องทานคู่กับอะไรและสําคัญอย่างไร
00:00:4800:00:50ก่อนไปอย่าลืมกด Like กด Share
00:00:5000:00:52กด Subscribe และกดกระดิ่ง ขอบคุณครับ
00:00:5300:00:55สำหรับท่านที่มีเวลาน้อย
00:00:5500:00:58ผมขออนุญาตให้กระโดดไปดูที่ 3 นาทีสุดท้าย
00:00:5800:01:00ผมสรุปไว้ให้เรียบร้อย
00:01:0000:01:03แล้วเมื่อไหร่ที่ท่านมีเวลา ผมแนะนำให้กลับมาดูใหม่
00:01:0300:01:06เพราะว่าในคลิปยาวคลิปเต็มมันจะมีรายละเอียด
00:01:0600:01:09ซึ่งมันสำคัญต่อสุขภาพของท่านมากๆ
00:01:0900:01:14สำหรับท่านที่พร้อมแล้ว เราไปพร้อมๆ กันเลย
00:01:1400:01:19สำหรับสารตัวแรกหรือสารอาหารตัวแรกนี่แหละ
00:01:1900:01:23ก็คือแคลเซียมเอง แคลเซียมนี่ผมว่าทุกๆ ท่าน
00:01:2300:01:26คงทราบอยู่แล้วว่ามันสำคัญกับชีวิตเรามากๆ เลย
00:01:2600:01:29แคลเซียมเป็นองค์ประกอบหลักเลย
00:01:2900:01:32มากกว่า 90% ของกระดูกมีแคลเซียมอยู่
00:01:3200:01:40ซึ่งตัวแคลเซียมพอท่านอายุ 30 มันจะลดลงเรื่อยๆ วันละนิดๆ
00:01:4000:01:46เมื่อไหร่ก็ตามที่อายุ 50 โดยเฉพาะเพศหญิงที่หมดประจำเดือน
00:01:4600:01:49แคลเซียมจะหายไปจากร่างกายของท่าน
00:01:4900:01:53เหมือนรูของเรือไททานิคที่ล่มเลย
00:01:5300:01:56โคร่ม แล้วก็ไหลออกไปเลย เอากลับคืนมาไม่ได้
00:01:5600:01:58ซึ่งแบบอันตรายมากๆ เลย
00:01:5800:02:00เพราะฉะนั้นจะได้ยินข่าว จะเห็นข่าวว่า
00:02:0000:02:04เดินชนอะไรนิด เดินชนอะไรหน่อยนี่กระดูกหักหมด
00:02:0400:02:08เพราะฉะนั้นแล้วเราจึงต้องการแคลเซียมเข้าไป
00:02:0800:02:13คราวนี้เวลาเราทานแคลเซียมเข้าไป มันเผอิญต้องมีตัวช่วยดูดซึม
00:02:1300:02:16นั่นก็คือวิตามินดี นั่นเอง
00:02:1600:02:21เพราะฉะนั้นแล้วแคลเซียมต้องทานคู่กับวิตามินดี
00:02:2100:02:23หรือไม่ทานก็ได้วิตามินดี
00:02:2300:02:28วิตามินดีเราหาได้จากพระอาทิตย์
00:02:2800:02:31พระอาทิตย์จะทำให้เรามีวิตามินดี
00:02:3100:02:34เมื่อเราเดินออกไปตากแดดอย่างน้อยวันละ 15 นาที
00:02:3400:02:37ก็ช่วงที่แดดมันไม่ร้อนมาก
00:02:3700:02:40เอาซัก 7 โมง - 9 โมง กับ 5 โมงเย็น - 6 โมงเย็น
00:02:4000:02:44คือถ้าตากช่วงเที่ยงมันก็คงได้ มันได้เยอะด้วยแต่มันร้อนไง
00:02:4400:02:46เราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องทำแบบนั้น
00:02:4600:02:48จะกลายเป็นมะเร็งผิวหนังซะเปล่าๆ
00:02:4800:02:51เอาแบบพอเหมาะสม อย่าเอ็กซ์ตรีมมากเกินไป
00:02:5100:02:56เพราะฉะนั้นแนะนำท่านที่ต้องการแคลเซียมเสริมต้องมีวิตามินดี
00:02:5600:02:59ถ้าท่านออกแดดน้อยโดนแดดน้อย ท่านต้องทานวิตามินดีเสริม
00:02:5900:03:03มีขายในรูปแบบเม็ด ท่านก็ไปหาซื้อเอาเหอะ
00:03:0300:03:05และแคลเซียมโดยส่วนใหญ่เวลาขายในปัจจุบัน
00:03:0500:03:08จะบวกวิตามินดี มาส่วนนึงแต่มักจะไม่พอ
00:03:0800:03:12มันจะน้อย เพราะฉะนั้นต่อไปเดินโดนแดดจะดีที่สุด
00:03:1200:03:15คราวนี้อีกอย่างนึงก็ขอแนะนำว่า
00:03:1500:03:18โดยปกติแล้วแคลเซียมที่เราต้องการต่อวันเลย
00:03:1800:03:23ประมาณอายุ 30 ขึ้นไปต้องการ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน
00:03:2300:03:27ถ้าอายุ 50 ขึ้นไปประมาณ 1,200 มิลลิกรัมต่อวัน
00:03:2700:03:30คราวนี้ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน คืออะไร
00:03:3000:03:34ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่านมแก้วหนึ่งประมาณ 240 ซีซีหรือ 8 ออนซ์
00:03:3400:03:37จะมีแคลเซียมประมาณ 300 มิลลิกรัม
00:03:3700:03:42เพราะฉะนั้นท่านต้องดื่มนมอย่างน้อยวันละ 3-4 แก้ว
00:03:4200:03:44ซึ่งจะเยอะมากเพื่อทดแทนแคลเซียมให้ได้
00:03:4400:03:48ดังนั้นเราต้องหาแคลเซียมจากแหล่งอื่น
00:03:4800:03:50ไม่ได้บอกว่าให้ไปซื้อแคลเซียมมาทาน
00:03:5100:03:54ยกเว้นท่านที่ทานไม่ได้ จะซื้อทานก็ไม่ว่ากัน
00:03:5400:03:57คือแคลเซียมยังมีอยู่ในตัวอื่น อย่างอื่น
00:03:5700:04:01เช่น พวกปลาตัวเล็กๆ ที่เรากินพร้อมก้างได้
00:04:0100:04:04หรือกุ้ง หรือปูตัวเล็กๆ ที่เรากินพร้อมเปลือกได้
00:04:0400:04:06หรือผักบางชนิดที่มีแคลเซียม
00:04:0600:04:09มันก็จะช่วยให้ร่างกายเราสมบูรณ์แข็งแรงดี
00:04:0900:04:12และมีแคลเซียมอย่างพอเหมาะพอสม
00:04:1200:04:15และวิตามินดีก็ต้องได้รับอย่างเพียงพอ
00:04:1500:04:18เมื่อท่านอายุมากขึ้น วิตามินดีที่ต้องการก็มากขึ้น
00:04:1800:04:21ก็ต้องบอกว่าวิตามินดีที่แนะนำต่อวัน
00:04:2100:04:26ก็คือประมาณ 400 International Unit
00:04:2600:04:28แต่พอท่านอายุ 70 ต้องการเพิ่ม
00:04:2800:04:34ประมาณ 600 International Unit ต่อวัน และนี่ก็คือแคลเซียม
00:04:3400:04:38แคลเซียมต้องทานคู่กับวิตามินดี
00:04:3800:04:40หรือได้วิตามินดีจากแสงแดดอย่างเพียงพอ
00:04:4000:04:45ท่านถึงจะได้แคลเซียมเข้าไปในร่างกายมีกระดูกที่แข็งแรง
00:04:4500:04:49มาต่อกันที่สารอาหารตัวสำคัญมากๆ ตัวที่ 2
00:04:4900:04:51นั่นก็คือโซเดียมนั่นเอง
00:04:5100:04:56โซเดียมหรือเอาง่ายๆ ก็คือเกลือ
00:04:5600:05:01โซเดียมจำเป็นที่จะต้องไม่มากเกินไปไม่น้อยเกินไปในร่างกาย
00:05:0200:05:06เพราะฉะนั้นเราจึงจะต้องทานโซเดียมต่อวันให้ถูกต้อง
00:05:0700:05:14โดยปกติเราแนะนำโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน
00:05:1400:05:19แต่น่าตกใจมากๆ คนไทยค่าเฉลี่ยโซเดียม 4,000 มิลลิกรัมต่อวัน
00:05:1900:05:22ดังนั้นจึงเป็นโรคความดันโลหิตสูงกันเยอะ
00:05:2200:05:27ไตวายเรื้อรังกันเยอะ ต้องฟอกไตกันเยอะมากๆ อันตรายมากๆ
00:05:2700:05:30แล้วก็อาหารสมัยนี้ อาหารสำเร็จรูปต่างๆ
00:05:3000:05:34มีเกลือหรือมีโซเดียมเป็นส่วนผสมเยอะมากๆ เลยทีเดียว
00:05:3400:05:37คราวนี้ถ้าเราอยากให้โซเดียมในร่างกายของเรา
00:05:3700:05:40มีสมดุลที่ดี ไม่มากไปไม่น้อยไป
00:05:4000:05:45เราต้องมีสารอีกตัวนึงที่ชื่อว่าโพแทสเซียมนั่นเอง
00:05:4500:05:49มันเป็นสมดุลของโซเดียมและโพแทสเซียม
00:05:4900:05:53ตัวโพแทสเซียมจะไปคอยควบคุมโซเดียม
00:05:5300:05:57ในการขับออกจากร่างกายที่ไตของเรานั่นเอง
00:05:5700:06:02ถ้าเรามีโพแทสเซียมน้อยไป เราก็ขับโซเดียมออกได้ไม่ดีนัก
00:06:0200:06:05คือมันต้องสมดุลกันไม่ใช่มากไป
00:06:0500:06:08โซเดียมมากไปก็ไม่ดี โพแทสเซียมมากไปก็ไม่ดี
00:06:0800:06:12หลักการเป็นอย่างนี้มากกว่าง่ายๆ ก็คือจะต้องสมดุล
00:06:1200:06:14แล้วเท่าไหร่คือสมดุล
00:06:1400:06:19โพแทสเซียมแนะนำที่ประมาณ 4,700 มิลลิกรัมต่อวัน
00:06:1900:06:23ส่วนโซเดียมแนะนำที่ประมาณ 1,500 มิลลิกรัมต่อวัน
00:06:2300:06:26แต่ไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัม พวกนี้ต้องสมดุลกัน
00:06:2600:06:27อันนี้คือส่วนคำคัญ
00:06:2700:06:29แล้วคราวนี้จะไปเอาโพแทสเซียมจากไหน
00:06:2900:06:32คือโซเดียมนี่เรารู้ ที่เรากินมันก็มีโซเดียมเต็มไปหมด
00:06:3200:06:36เค็มๆ มีทั้งนั้นแหละ แต่โพแทสเซียมเอามาจากไหน
00:06:3600:06:39โพแทสเซียมเอามาจากผัก โดยเฉพาะผักที่มีสีเขียวเข้มๆ
00:06:3900:06:41สุดยอด โพแทสเซียมสูงมาก
00:06:4100:06:45ผลไม้ต่างๆ พวกส้ม ตัวโพแทสเซียมสูงมาก
00:06:4500:06:47กล้วย โพแทสเซียมสูงมาก
00:06:4700:06:50เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งที่สำคัญก็คือ
00:06:5000:06:53การทานผักผลไม้จะช่วยเราเราหลายๆ อย่าง
00:06:5300:06:56ลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ การขับถ่ายดี
00:06:5600:07:00ผิวพรรณผุดผ่อง มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์
00:07:0000:07:04รวมทั้งยังสามารถที่จะควบคุมโซเดียมในร่างกายได้เป็นอย่างดี
00:07:0400:07:07ไม่ให้มากไปไม่ให้น้อยไป ผมบอกเลยอันตรายมากๆ
00:07:0700:07:11โซเดียมในร่างกายที่มากไปหรือน้อยไป
00:07:1100:07:14และโพแทสเซียมที่มากไปหรือน้อยไปแบบขึ้นลงเร็วๆ
00:07:1400:07:18จะทำให้ท่านคลื่นไส้ เวียนหัว อาเจียน ชัก สับสน
00:07:1800:07:23จนถึงเป็นลมหมดสติเสียชีวิตได้ อันนี้อันตรายจริงๆ ไม่ได้มาขู่
00:07:2300:07:27เพียงแต่ว่าให้ระมัดระวังในการกินเรื่องของโซเดียม
00:07:2700:07:32อันนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่แนะนำ แล้วโซเดียมมันไม่ได้อยู่ในแค่เกลือ
00:07:3200:07:37แนะนำนิดนึงก็คือว่ามันมีอยู่ในจำพวกขนมต่างๆ
00:07:3700:07:39หรือว่าจะเป็นขนมขบเคี้ยว
00:07:3900:07:42เช่น มันฝรั่งอบกรอบใส่เกลืออย่างนี้มันก็เค็ม
00:07:4200:07:45หรือว่าเป็นเฟรนช์ฟรายส์ที่โรยเกลือเยอะๆ มันก็เค็ม
00:07:4500:07:48อาหารฟาสฟูดส์ต่างๆ หรืออาหารที่แช่แข็งต่างๆ
00:07:4800:07:50ก็จะมีโซเดียมเยอะแม้ไม่มีรสเค็ม
00:07:5000:07:53เพราะฉะนั้นการอ่านฉลากอาหารดูซิว่ามันมีโซเดียมเท่าไหร่
00:07:5300:07:59เป็นสิ่งสำคัญที่คนในยุคปัจจุบันต้องให้ความสนใจ
00:07:5900:08:05และนี่ก็คืออาหารที่ต้องคู่กันชนิดที่ 2 โซเดียมและโพแทสเซียม
00:08:0500:08:09กินเค็มอย่าลืมกินผัก อย่าลืมกินผลไม้
00:08:0900:08:14มาต่อกันที่สารอาหารคู่ที่ 3 ที่ต้องทานคู่กัน
00:08:1400:08:20อันนี้เป็นวิตามินบี 12 นั่นเอง ถามว่าทำไมต้องรู้
00:08:2000:08:24วิตามินบี 12 นี่สำคัญมาก ถ้าท่านไม่อยากความจำเสื่อมเร็ว
00:08:2400:08:29อยากจะมีความจำดีจนแก่จนเฒ่าจนถึงขั้นแบบ 90 ก็ยังความจำดี
00:08:2900:08:31วิตามินบี 12 สำคัญสุดๆ
00:08:3100:08:36อยากจะเซลล์ต่างๆ เป็นเซลล์ใหม่ๆ เกิดขึ้นมาใหม่
00:08:3600:08:40ทดแทนเซลล์เก่าๆ ที่ตายไป วิตามินบี 12 สำคัญมากๆ
00:08:4000:08:46และวิตามินบี 12 ต้องทานคู่กับวิตามินบี 9 หรือโฟเลต
00:08:4600:08:50วิตามินบี 12 จะช่วยดูดซึมวิตามินบี 9 หรือโฟเลต
00:08:5000:08:56คือช่วยๆ กันทั้งคู่ ซึ่งเมื่อไหร่ก็ตาม บี12 + บี 9
00:08:5600:08:58จะมีความสามารถที่ดีมาก
00:08:5800:09:03เขาจะซ่อมแซมเซลล์และสร้างเซลล์ใหม่ๆ ขึ้นมา
00:09:0400:09:07เซลล์ในร่างกายของเราจะมีการตายไปทุกวัน
00:09:0700:09:09เขาเรียกว่าการผลัดเซลล์
00:09:0900:09:11เช่น ผิวเราก็ต้องผลัดผิว ขนแล้วก็ต้องร่วง
00:09:1100:09:14ผมเราก็ต้องงอกใหม่ เซลล์เยื่อบุกระเพาะ
00:09:1400:09:16มันก็ตายไปทุกวันก็ต้องงอกมาใหม่
00:09:1600:09:21พวกนี้ต้องการวิตามินบี 12 และวิตามินบี 9 หรือโฟเลตมากๆ
00:09:2100:09:23ต้องทานคู่กัน อันนี้สำคัญมากๆ
00:09:2300:09:27ถ้าท่านอยากอ่อนกว่าวัย วิตามินบี 12 สำคัญสุดๆ
00:09:2800:09:31แล้วคราวนี้ วิตามินบี 12 ต้องการเท่าไหร่และอยู่ในไหน
00:09:3100:09:35วิตามินบี 12 ในต้องการประมาณ 2.4 ไมโครกรัมต่อวัน
00:09:3500:09:39ส่วนวิตามินบี 9 หรือโฟเลต ต้องการ 400 ไมโครกรัมต่อวัน
00:09:3900:09:41ถ้าเป็นผู้หญิงท้องอาจจะต้องการมากกว่านี้
00:09:4100:09:46เพื่ออาจทำให้ลูกร่างกายแข็งแรง อันนั้นแยกออกไป
00:09:4600:09:48คราวนี้วิตามินบี 12 จะหาได้จากที่ไหน
00:09:4800:09:53ง่ายมาก เนื้อ นม ไข่ นั่นเองหาได้ง่ายๆ
00:09:5300:09:56เพราะฉะนั้นผู้ที่มีปัญหาคือกลุ่มมังสวิรัติ
00:09:5600:09:58หรือว่าที่ไม่ได้ เนื้อ นม ไข่
00:09:5800:10:02อันนี้ขอแนะนำให้ทานวิตามินบี 12 เสริม
00:10:0200:10:05ส่วนตัวโฟเลตหรือวิตามินบี 9 หาได้จากไหน
00:10:0500:10:09ก็จากถั่ว ผักใบเขียว อันนี้ดีมากๆ พวกผักใบเขียวทานไป
00:10:0900:10:12เพราะว่ามีกากใยลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่
00:10:1200:10:15แถมยังมีวิตามินและมีสิ่งที่มีประโยชน์มากมาย
00:10:1500:10:17มีคลอโรฟิลล์ มีสารต้านอนุมูลอิสระมากมาย
00:10:1700:10:21แนะนำให้ทานเป็นประจำทุกๆ วัน
00:10:2200:10:26อันนี้ก็คือความสำคัญของวิตามินบี 12 และวิตามินบี 9
00:10:2600:10:28ที่ต้องทานคู่กันนั่นเอง
00:10:2800:10:32เมื่อไหร่ที่ท่านขาดวิตามินบี 12 ความจำท่านก็อาจจะไม่ดีเท่าไหร่
00:10:3200:10:37ทั้งๆ ที่ควรจะดีกว่านี้และอาจจะมีเหน็บชาปลายมือปลายเท้า
00:10:3700:10:40แต่ถ้าเกิดขาดวิตามินบี 9
00:10:4000:10:45ก็อาจจะเกิดเรื่องของ Macrocytic anemia
00:10:4500:10:48เป็นลักษณะหลอดเลือดจางชนิดหนึ่งนั่นเอง
00:10:4800:10:50ก็จะทำให้ร่างกายเราไม่แข็งแรง
00:10:5000:10:53ก็ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงทุกๆ คน
00:10:5300:10:56แล้วก็ทานอาหารอย่างมีประโยชน์ทุกๆ คน
00:10:5600:10:59คราวนี้ผมขออนุญาตสรุป
00:10:5900:11:023 คู่สารอาหารที่ต้องทานคู่กัน
00:11:0200:11:06เพื่อให้ชีวิตของท่านสมบูรณ์และแข็งแรง
00:11:0600:11:11อันแรกเลย แคลเซียมต้องทานคู่กับวิตามินดี
00:11:1100:11:15คือแคลเซียมจะดูดซึมได้ดีต้องมีวิตามินดีเข้าไป
00:11:1500:11:19กินแคลเซียมอย่างเดียวไม่มีวิตามินดีดูดซึมได้น้อยมาก
00:11:1900:11:21บางคนกินแคลเซียมตั้งเยอะ ขาดวิตามินดี
00:11:2100:11:23มิน่าล่ะ กระดูกเลยไม่แข็งแรง
00:11:2300:11:25วิตามินดีหาได้จากไหน
00:11:2500:11:28หาง่ายมาก เดินออกไปนอกบ้านมองที่ดวงอาทิตย์
00:11:2800:11:31ยืนยิ้มให้กับมัน เดินไปเดินมา 10-15 นาที
00:11:3100:11:34ท่านก็จะได้วิตามินดีต่อวันที่เพียงพอ
00:11:3400:11:37แนะนำก็ไปตากแดดสักช่วง 7 โมง - 9 โมง
00:11:3700:11:40หรือว่าอาจจะเป็นช่วง 5 โมงเย็น - 6 โมงเย็น
00:11:4000:11:43ก็จะได้วิตามินดีที่เพียงพอแล้ว
00:11:4300:11:47ถ้าไม่ค่อยได้ออกแดด การทานอาหารเสริมที่มีวิตามินดีเสริม
00:11:4700:11:50ก็อาจจะเป็นทางเลือกหนึ่ง ก็ลองดู
00:11:5000:11:53แต่ยังไงก็ตามอยากแนะนำให้เรื่องของการออกกำลังกาย
00:11:5300:11:55เดินออกไปข้างนอกก็จะดีที่สุด
00:11:5500:11:59เพราะฉะนั้นแนะนำสำหรับแคลเซียมที่ต้องทานคู่กับวิตามินดี
00:11:5900:12:02และแคลเซียมต่อวันเมื่อท่านอายุเกิน 30
00:12:0200:12:04ต้องการประมาณ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน
00:12:0400:12:07เมื่ออายุเกิน 50 ต้องการประมาณ 1,200 มิลลิกรัมต่อวัน
00:12:0700:12:11วิตามินดีต้องการประมาณ 400 International Unit ต่อวัน
00:12:1100:12:14แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามอายุเกิน 70
00:12:1400:12:18ต้องการ 600 International Unit ต่อวัน
00:12:1800:12:24มาต่อกันที่อย่างที่ 2 นั่นก็คือคู่หูโซเดียมและโพแทสเซียม
00:12:2400:12:27โซเดียมก็คือเกลือของเรานี่แหละ เกลือเค็มๆ ของเรา
00:12:2700:12:30วันนึงแนะนำไม่ให้ทานโซเดียมเกิน 2,000 มิลลิกรัม
00:12:3000:12:33แต่คนไทยทานเฉลี่ยวันละ 4,000 มิลลิกรัม
00:12:3300:12:36มีโอกาสเป็นโรคไตและความดันโลหิตสูงมากๆ เลย
00:12:3600:12:39เพราะฉะนั้นพยายามรดเค็มลงนิดนึง
00:12:3900:12:42โซเดียมสูงไปก็ไม่ดี ต่ำไปก็ไม่ดี
00:12:4200:12:46เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีโพแทสเซียมมาคอยควบคุมสมดุล
00:12:4600:12:50โซเดียมเรารู้อยู่แล้วหาได้จากไหน ก็กินปกติมันก็ได้อยู่แล้ว
00:12:5000:12:51แต่โพแทสเซียมมันแอบอยู่ในไหน
00:12:5100:12:55โพแทสเซียมอยู่ในผักใบเขียว อยู่ในผลไม้หลายๆ ชนิด
00:12:5500:12:58ผักยิ่งใบเขียวเข้มยิ่งมีโพแทสเซียมสูง
00:12:5800:13:01ผลไม้หลายๆ อย่างที่อร่อยและมีประโยชน์
00:13:0100:13:04เช่น ส้ม กล้วย มีโพแทสเซียมสูงมากๆ
00:13:0400:13:08วันนึงเราต้องการโพแทสเซียมประมาณ 4,700 มิลลิกรัมต่อวัน
00:13:0800:13:11ต้องการโซเดียมเฉลี่ย 1,500 มิลลิกรัมต่อวัน
00:13:1100:13:16แต่ไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน นี่คือสิ่งที่ควรเข้าคู่กัน
00:13:1600:13:20เพราะฉะนั้นท่านควรจะทานผักและผลไม้
00:13:2000:13:23เพื่อควบคุมโซเดียมในร่างกายให้เหมาะสม
00:13:2300:13:27เรื่องโซเดียมท่านไม่ต้องกลัวหรอก ท่านเกินเกือบทั้งนั้น
00:13:2700:13:30เพราะฉะนั้นแล้วเสริมผัก เสริมมผลไม้
00:13:3000:13:32ได้ประโยชน์หลายๆ อย่างจริงๆ
00:13:3200:13:40มาต่อกันที่คู่หูคู่ที่ 3 วิตามินบี 12 และโฟเลตหรือวิตามินบี 9
00:13:4000:13:44อันนี้สำคัญมากๆ เป็นคู่หูเขาเรียกคู่หูสร้างเซลล์ใหม่
00:13:4400:13:46ให้หน้าใส สดใส กว่าเดิม
00:13:4700:13:51คือเซลล์ในร่างกายของเรา มันจะตายลงไปทีละนิดๆ
00:13:5100:13:52ทุกวัน วันละนิดวันละหน่อย
00:13:5200:13:57เช่น ผมที่จะต้องร่วง ขนที่จะต้องร่วง ผิวหนังต้องผลัดเซลล์ผิว
00:13:5700:14:00เยื่อบุกระเพาะอาหารที่ต้องลอกไปแล้วก็มีใหม่ขึ้นมา
00:14:0000:14:04พวกนี้ต้องการวิตามินบี 12 และ บี 9 เข้าไปช่วยบำรุง
00:14:0400:14:08วิตามินบี 12 จะช่วยเหลือ บี 9 ให้ดูดซึมได้ดีขึ้น
00:14:0800:14:12ถ้าท่านขาดวิตามินบี 12 ความจำท่านก็จะไม่ค่อยดี
00:14:1200:14:15มีอาการชา เหน็บชามือก็จะเป็นเยอะ
00:14:1500:14:21ท่านขาดวิตามินบี 9 ท่านก็จะเป็นโรคโลหิตจาง
00:14:2100:14:24เขาเรียก Macrocytic anemia เป็นโรคโลหิตจางชนิดหนึ่ง
00:14:2400:14:26เพราะฉะนั้นแนะนำจริงๆ
00:14:2600:14:29สำหรับวิตามินบี 12 และวิตามินบี 9 หรือโฟเลต
00:14:2900:14:32วิตามินบี 12 หาจากไหน เนื้อ นม ไข่
00:14:3200:14:36เพราะฉะนั้นในกลุ่มมังสวิรัติหรือผู้ที่ไม่ทานเนื้อ นม ไข่
00:14:3600:14:38ต้องทานวิตามินบี 12 เพิ่ม
00:14:3800:14:40สำหรับบี 9 หาจากไหน ไม่ยาก
00:14:4000:14:43ถั่วและผักใบเขียว มีประโยชน์ทั้งนั้น
00:14:4300:14:49ถั่วมีไขมันไม่อิ่มตัวซึ่งดีมากๆ เลย ทำให้ร่างกายแข็งแรง
00:14:4900:14:54และผักใบเขียวก็จะมีโฟเลตได้ดีมากๆ
00:14:5400:14:57แถมมีกากใย มีคลอโรฟิลล์ มีของดีๆ ทั้งนั้น
00:14:5700:15:02ทานไปแล้วทั้ง 2 อย่าง ก็จะช่วยให้ร่างกายท่านสมบูรณ์แข็งแรง
00:15:0200:15:07นี่ก็คือ 3 อาหารคู่กันที่จะทำให้ชีวิตท่านสมบูรณ์และแข็งแรง
00:15:0700:15:09ก่อนไปอย่าลืมกด Like กด Share
00:15:0900:15:11กด Subscribe และกดกระดิ่ง สวัสดีครับ