00:00:06 → 00:00:10ในทางเดินปัสสาวะนะครับก็คือตั้งแต่ไตอาจ
00:00:10 → 00:00:12จะไปที่กรวยไตไม่เป็นจังหวะอวัยวะต่อกัน
00:00:12 → 00:00:16นะครับก็คือระบบไตระบบทางเดินปัสสาวะท่อ
00:00:16 → 00:00:19ไตแล้วก็ไปที่บริเวณกระเพาะปัสสาวะนะครับ
00:00:19 → 00:00:21เพราะฉะนั้นปัสสาวะเนี่ยสามารถเกิดได้ทุก
00:00:21 → 00:00:23ที่นะครับของระบบทางเดินปัสสาวะเดิมที
00:00:23 → 00:00:26ปัสสาวะของเราเนี่ยก็จะมีน้ำนะครับเป็น
00:00:26 → 00:00:28องค์ประกอบแล้วก็จะมีสารต่างๆซึ่งถ้าเกิด
00:00:28 → 00:00:32มีภาวะบางอย่างทำให้สารมีเยอะเกินทำให้ตก
00:00:33 → 00:00:35ตะกอนง่ายเกินก็จะรวมตัวกันเป็นนิ่วเป็น
00:00:36 → 00:00:38ก้อนหรือปัจจัยอื่นๆอย่างเช่นเราดื่มน้ำ
00:00:38 → 00:00:40น้อยเกินไปไม่ตะกอนมีโอกาสจับตัวเป็นก้อน
00:00:40 → 00:00:42แล้วก็เป็นนิ่วได้มาก
00:00:42 → 00:00:44[เพลง]
00:00:44 → 00:00:47ฟังทุกเรื่องสุขภาพอัปเดตทุกโรคภัยฟังราย
00:00:47 → 00:00:53การโรงหมอกิตฉันวงสถิตย์พรค่ะ
00:00:53 → 00:00:56สวัสดีค่ะคุณผู้ฟังคะขอต้อนรับเข้าสู่ราย
00:00:56 → 00:00:59การโรงหมอทางไทยพีบีเอส podcast สำหรับ
00:00:59 → 00:01:01วันนี้เรากลับมาพบกันเช่นเคยนะคะติดตาม
00:01:01 → 00:01:04สาระดีๆกันได้วันนี้เราจะคุยกันถึงเรื่อง
00:01:04 → 00:01:07ของนิ่วในไตอันตรายแค่ไหนนะคะอันนี้
00:01:07 → 00:01:10เรื่องนี้ก็น่าสนใจนะเดี๋ยวเราคุยกับนาย
00:01:10 → 00:01:13แพทย์วัชรพงษ์ตรีสิงห์ชัยอายุรแพทย์โรคไต
00:01:13 → 00:01:15ศูนย์การแพทย์มหิดลบำรุงรักมหาวิทยาลัย
00:01:15 → 00:01:18มหิดลวิทยาลัยเขตจังหวัดนครสวรรค์ค่ะ
00:01:18 → 00:01:21สวัสดีค่ะคุณหมอขาสวัสดี
00:01:21 → 00:01:25เรามาคุยกันนะคะเป็นเรื่องของนิ่วในไตมา
00:01:25 → 00:01:27ทำความรู้จักกันก่อนเราเคยได้ยินแต่นิ่ว
00:01:27 → 00:01:30เอ่ออยู่จุดนั้นจุดนี้แต่ไม่เคยได้คุยกัน
00:01:30 → 00:01:33ถึงเรื่องของนิ่วในไตอ่ะมาทำความรู้จัก
00:01:33 → 00:01:37กันก่อนนะคะถึงอวัยวะของเราทำความเข้าใจ
00:01:37 → 00:01:41นะคะก็เรื่องของไตทำความรู้จักกับไตมา
00:01:41 → 00:01:43ก่อนค่ะคุณหมอบอกว่าไตของเรามีหน้าที่
00:01:43 → 00:01:46อะไรยังไงบ้างคะคือหลักๆเนี่ยหน้าที่ของ
00:01:46 → 00:01:50ไตก็คือทำการกรองของเสียนะครับออกจากร่าง
00:01:50 → 00:01:54กายนะครับแล้วก็กรองพวกสารอาหารต่างๆกลับ
00:01:54 → 00:01:57เข้าสู่ร่างกายรวมทั้งเกลือแร่นะครับควบ
00:01:57 → 00:01:59คุมสมดุลเกลือแร่อีกเรื่องหนึ่งคือการ
00:01:59 → 00:02:01กรองหรือการขับน้ำนะครับรักษาสมดุลน้ำใน
00:02:01 → 00:02:04ร่างกายนะครับแล้วก็เรื่องอื่นๆก็อย่าง
00:02:04 → 00:02:07เช่นอาจจะผลิตฮอร์โมนในการกระตุ้นในการ
00:02:07 → 00:02:10สร้างเม็ดเลือดนะครับรวมทั้งพวกการขับยา
00:02:10 → 00:02:14ขับสารต่างๆจากร่างกายก็ไตก็เป็นตัวที่
00:02:14 → 00:02:17ช่วยควบคุมณจุดนี้นะครับ
00:02:17 → 00:02:21ก็เรียกว่าก็เป็นอวัยวะสำคัญในร่างกายของ
00:02:21 → 00:02:23เรานะคะสำหรับไตของเรามันอยู่ตรงไหนของ
00:02:23 → 00:02:35ร่างกายคะคุณหมอคะ
00:02:35 → 00:02:41แต่จับไปไม่เจอนะคะ
00:02:41 → 00:02:45ออกแนวน่ากลัวนิดนึงนะคะ
00:02:45 → 00:02:48รู้จักไตแล้วนะคะคุณผู้ฟังว่าอยู่ตรงไหน
00:02:48 → 00:02:51นะคะมี 2 ข้างนะค่อนไปทางข้างหลังตรง
00:02:51 → 00:02:54บริเวณเอวนะคะทีนี้อ่ะไตเรารู้หน้าที่กัน
00:02:54 → 00:02:56ไปแล้วทีนี้เรื่องของนิ่วในไตกันบ้างค่ะ
00:02:56 → 00:02:59นิ่วในไต๋มันเกิดขึ้นได้ยังไงคะคุณหมอคะ
00:02:59 → 00:03:03ผมต้องบอกก่อนว่านิ่วเนี่ยในทางปฏิบัติ
00:03:03 → 00:03:06แล้วเนี่ยคนไข้จะสับสนระหว่าง 2 นิ่วนะ
00:03:06 → 00:03:10ครับก็คือนิ่วในทางเดินปัสสาวะนะครับก็
00:03:10 → 00:03:12คือนิ้วทางเดินปัสสาวะคือนายไตที่เราคุย
00:03:12 → 00:03:16กันก็คือตั้งแต่ตายอาจจะไปที่กรวยไตไม่
00:03:16 → 00:03:18เป็นจังหวะอวัยวะต่อกันนะครับก็คือระบบไต
00:03:18 → 00:03:22ระบบทางเดินปัสสาวะท่อไตแล้วก็ไปที่
00:03:22 → 00:03:25บริเวณกระเพาะปัสสาวะนะครับเพราะฉะนั้น
00:03:25 → 00:03:27ปัสสาวะเนี่ยสามารถเกิดได้ทุกที่นะครับ
00:03:27 → 00:03:29ของระบบทางเดินปัสสาวะอ๋อตามที่บอกมา
00:03:29 → 00:03:33เมื่อกี้เลยหรอคะตั้งแต่มาแบบตายกรวยไต
00:03:33 → 00:03:36ทอดไตกระเพาะปัสสาวะอ๋อเป็นได้ทุกที่ตรง
00:03:36 → 00:03:41นี้เลยเป็นได้ทุกที่นะครับแต่อีกอันนึงก็
00:03:41 → 00:03:43คือนิ่วถุงน้ำดีนะครับอันนี้ก็จะเป็นคนละ
00:03:43 → 00:03:47ระบบเลยอันนี้ก็จะเป็นนิ่วในถุงน้ำดีก็จะ
00:03:47 → 00:03:50มีอาการปวดท้องบริเวณชายโครงด้านขวานะ
00:03:50 → 00:03:52ครับแต่ถ้าเกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะเนี่ย
00:03:52 → 00:03:53นะครับก็คือ
00:03:53 → 00:03:54อาจจะเป็นเนื่องในตายเลยพวกนี้เกิดจาก
00:03:54 → 00:03:57เนี่ยเดิมทีปัสสาวะของเราเนี่ยก็จะมีน้ำ
00:03:57 → 00:04:00นะครับมีองค์ประกอบนะแล้วก็จะมีสารต่างๆ
00:04:00 → 00:04:04ซึ่งสารต่างๆเหล่านี้เนี่ยสามารถตกตะกอน
00:04:04 → 00:04:07ในน้ำปัสสาวะได้ซึ่งถ้าเกิดมีภาวะบาง
00:04:07 → 00:04:11อย่างเนี่ยทำให้สารพวกนี้เนี่ยมีเยอะเกิน
00:04:11 → 00:04:14ทำให้ตกตะกอนง่ายเกินก็จะรวมตัวกันผลผลิต
00:04:14 → 00:04:18เป็นนิ่วเป็นก้อนนะครับอ่าหรือปัจจัยอื่น
00:04:18 → 00:04:22ๆอย่างเช่นเราทานเราดื่มน้ำน้อยเกินไป
00:04:22 → 00:04:25ที่ทำให้ตะกอนที่อยู่ในปัสสาวะเยอะมี
00:04:25 → 00:04:28โอกาสจับตัวเป็นก้อนแล้วก็เป็นนิ่วได้มาก
00:04:28 → 00:04:30นะครับ
00:04:30 → 00:04:33ตัวสารบางอย่างที่ว่าเนี่ยค่ะมันจะเป็น
00:04:33 → 00:04:36ประเภทอะไรบ้างคะที่มันจะทำให้เกิดการตก
00:04:36 → 00:04:39ตะกอนได้ค่ะ
00:04:39 → 00:04:45ก็สารที่เราพบเนี่ยก็คือ 1 เป็นพวกกรด
00:04:45 → 00:04:49ยูริคนะครับกดยูริกก็คือคนที่มีโอกาสที่
00:04:49 → 00:05:03เป็นเป็นเก๊าอักเสบไปพวกนี้นะครับ
00:05:03 → 00:05:07ที่เจอบ่อยก็จะอยู่ในอาหารบางอย่างนะครับ
00:05:07 → 00:05:11เยอะๆอย่างเช่นเป็นพวกผักโขม
00:05:11 → 00:05:27ช็อกโกแลต
00:05:27 → 00:05:32ของถูกใจสาวๆเลยนะคะคุณหมอ
00:05:32 → 00:05:36แต่ว่าอย่ากินเยอะแล้วกันนะคะ
00:05:36 → 00:05:40ที่แบบเกี่ยวกับเรื่องของการการที่เรา
00:05:40 → 00:05:42ต้องกินเข้าไปแล้วมันมีผล
00:05:42 → 00:05:45ที่ทำให้เกิดนิ่วในไตได้
00:05:45 → 00:05:48งั้นเดี๋ยวกล่าวโดยรวมเลยว่าทานอาหาร
00:05:48 → 00:05:51อย่างไรนะครับจะได้แบบไม่ก่อให้เกิดนิ่ว
00:05:51 → 00:05:53ในไต
00:05:53 → 00:05:55ก็คือ 1 ก็คือเราต้องดื่มน้ำ
00:05:55 → 00:06:00ให้มีปริมาณที่เพียงพอนะครับอาจจะเกิน 8
00:06:00 → 00:06:03แก้วก็คือ 2 ลิตร 2.5 ลิตรต่อวันนะครับ
00:06:03 → 00:06:05แต่เรื่องการดื่มน้ำเนี่ยอันนี้ก็ต้องไม่
00:06:05 → 00:06:08ใช่ทุกคนดื่มสามารถดื่มน้ำได้เยอะหมดนะ
00:06:08 → 00:06:09ครับ
00:06:09 → 00:06:12ผู้ป่วยบางคนเนี่ยที่มีปัญหาเรื่องการบีบ
00:06:12 → 00:06:16ตัวของหัวใจที่ลดลงอะไรพวกนี้เคยมี
00:06:16 → 00:06:23ประวัติน้ำท่วมปอดอะไรพวกนี้นะครับ
00:06:23 → 00:06:28แข็งแล้วก็มีภาวะน้ำในช่องท้องมีขาบวม
00:06:28 → 00:06:31อะไรพวกนี้นะครับอันนี้ก็ต้องจำกัดน้ำ
00:06:31 → 00:06:35ดื่มถ้าเกิดยิ่งดื่มน้ำมากก็จะยิ่งบวม
00:06:35 → 00:06:38น้อยไปก็ไม่ดีดื่มมากสำหรับบางคนก็ไม่ได้
00:06:38 → 00:06:42อีกต่างหากด้วยเนอะ
00:06:42 → 00:06:49หมอแนะนำว่าให้ดื่มน้ำมากๆครับ
00:06:49 → 00:06:50[เพลง]
00:06:50 → 00:06:54ค่อยๆจิบไปทีละนิดทีละนิดเรื่อยๆคือไม่
00:06:54 → 00:06:56ต้องแบบว่าทีเดียวกระดกไปแบบหมดขวดไม่ใช่
00:06:56 → 00:06:59ขนาดนั้นใช่ไหมคะ
00:06:59 → 00:07:02ไม่ใช่กินแบบ 2 ลิตรทีนึงตอนเช้าแล้วก็
00:07:02 → 00:07:04ตอนกลางวันตอนเย็นไม่ทานเลยอะไรอย่างนี้
00:07:04 → 00:07:06ก็ไม่ดี
00:07:06 → 00:07:09อ้าวคุณหมอคะถ้าดื่มน้ำในปริมาณที่แบบว่า
00:07:09 → 00:07:11เออพอสำหรับร่างกาย
00:07:11 → 00:07:14เราสังเกตได้ที่เคยได้ยินคือการสังเกตจาก
00:07:14 → 00:07:17สีปัสสาวะใช่ไหมคะที่มันจะไม่เป็นสี
00:07:17 → 00:07:19เหลืองเข้มนะฮะอาจจะสีเหลืองอ่อนอะไร
00:07:19 → 00:07:21อย่างเงี้ยนะคะอันนี้คือถูกต้องเหมาะสม
00:07:21 → 00:07:22แล้วใช่ไหมคะ
00:07:23 → 00:07:26แต่โดยปริมาณเฉลี่ยแล้วเนี่ยแล้วก็จะแนะ
00:07:26 → 00:07:28นำประมาณสัก 2 ลิตร 2 ลิตรครึ่งขึ้นไปนะ
00:07:28 → 00:07:31ครับอันนี้คือไม่ขาดแน่นอน
00:07:31 → 00:07:33เพราะฉะนั้นคือถ้าร่างกายรู้สึกว่าหิวน้ำ
00:07:33 → 00:07:35เมื่อไหร่คุณผู้ฟังก็ดื่มน้ำได้เลยนะคะ
00:07:36 → 00:07:38อย่ารอให้จนแบบเออเดี๋ยวก่อนทีเดียวเอ้า
00:07:38 → 00:07:40คุณหมออันนี้อีกนิดนึงค่ะคำว่าน้ำเนี่ย
00:07:40 → 00:07:42คือเป็นน้ำเปล่าโดยปกติทั่วไปใช่ไหมคะ
00:07:42 → 00:07:45เพราะว่าอ่าหลายคนอาจจะรู้สึกว่าเออเรา
00:07:45 → 00:07:49กินเอ่อดื่มกาแฟดื่มเครื่องดื่มประเภท
00:07:49 → 00:07:53อื่นๆอ่านนั้นกรงน้ำแกงน้ำซุปอ่าหรืออะไร
00:07:53 → 00:07:57พวกเนี้ยบางคนก็บอกว่าก็เนี่ยพวกนี้ก็
00:07:57 → 00:07:59เป็นน้ำเหมือนกันก็ทดแทนกันได้ได้หรือ
00:07:59 → 00:08:00เปล่าคะ
00:08:00 → 00:08:03แนะนำว่าให้เป็นน้ำเปล่าดีกว่านะครับ
00:08:03 → 00:08:06เพราะว่าน้ำแกงน้ำซุปเนี่ยสิ่งที่เราได้
00:08:06 → 00:08:08ไปเนี่ยนอกจากน้ำแล้วเนี่ยแล้วก็จะมี
00:08:08 → 00:08:12เกลือมีโซเดียมเข้าไปในร่างกายด้วย
00:08:12 → 00:08:16อันตรายอีก
00:08:16 → 00:08:19น้ำเปล่าดีที่สุดอันนี้ไม่รวมแอลกอฮอล์นะ
00:08:19 → 00:08:24คะคุณผู้ฟังเดี๋ยวต้องเบรกไว้ก่อน
00:08:24 → 00:08:27เหลือแอลกอฮอล์เป็นกินแทนดื่มแทนน้ำเลย
00:08:27 → 00:08:29อะไรอย่างนี้ไม่ต้องนะคะ
00:08:29 → 00:08:32อันนี้ก็แสดงว่ามันมีปัจจัยเสี่ยงจากการ
00:08:32 → 00:08:35ที่เรากินอาหารอะไรต่างๆเหล่านี้เพราะว่า
00:08:35 → 00:08:36มันมีทั้ง
00:08:36 → 00:08:40อะไรนะที่คุณหมอบอกมีถั่วมีผักโขมนอกจาก
00:08:40 → 00:08:43ดื่มน้ำมากๆเนี่ยนะครับแล้วก็อาหารต่อไป
00:08:43 → 00:08:47คือที่ควรทำคืออาหารที่มีกากใยมากๆอย่าง
00:08:47 → 00:08:50เช่นพวกผักอะไรพวกนี้นะครับ
00:08:50 → 00:08:54พวกนี้เนี่ยจะไปช่วยจับออกซาเลตนะครับใน
00:08:54 → 00:08:55อาหารอื่นๆ
00:08:55 → 00:08:58แล้วก็ขับออกมาทางอุจจาระเรา
00:08:58 → 00:09:02นะฮะอันนี้ก็ลดอากาศนิว
00:09:03 → 00:09:05ต่อไปก็คือเพิ่มอาหาร
00:09:05 → 00:09:08ที่มีแคลเซียมนะครับอาหารก็แคลเซียมก็ควร
00:09:08 → 00:09:10จะได้รับด้วย
00:09:10 → 00:09:12อ่าพวกนมอะไรพวกนี้นะครับที่มีแคลเซียม
00:09:12 → 00:09:16อันนี้ก็จะช่วยจับออกซะเลทได้เหมือนกันนะ
00:09:16 → 00:09:16ครับ
00:09:16 → 00:09:18[เพลง]
00:09:18 → 00:09:20ต่อไปอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงนะครับก็คือ
00:09:20 → 00:09:23ที่หมอบอกไปก็คือพวกช็อกโกแลตอะไรพวกนี้
00:09:23 → 00:09:25ออกซาเรดจะค่อนข้างเยอะแล้วก็ทานแต่
00:09:25 → 00:09:29ปริมาณที่พอควรนะครับหน่อไม้ผักโขมผัก
00:09:29 → 00:09:32ดัชนีก็คือผักโขมนะครับ
00:09:32 → 00:09:36แล้วก็ต่อไปก็คือลดอาหารเค็มนะครับอย่า
00:09:36 → 00:09:40ทานเค็มเยอะเพราะว่าอาหารเค็มเนี่ยก็คือ
00:09:40 → 00:09:42มีโซเดียมเป็นส่วนประกอบและโซเดียมเนี่ย
00:09:42 → 00:09:45ก็เป็นส่วนประกอบหนึ่งในผลึกนิ่วได้นะ
00:09:45 → 00:09:46ครับ
00:09:46 → 00:09:49เพราะฉะนั้นนอกจากทานเค็มแล้วเนี่ยความ
00:09:49 → 00:09:52ดันสูงเป็นโรคหัวใจโรคหลอดเลือดอะไรพวก
00:09:52 → 00:09:55นี้เนี่ย
00:09:55 → 00:09:57ต่อนิ่วก็มีผลเหมือนกันนะครับมาเป็น
00:09:57 → 00:09:59แพ็คเกจเลยค่ะคุณหมอ
00:09:59 → 00:10:04ความจริง
00:10:04 → 00:10:06มันก็มีหลายอย่างเหมือนกันนะเพราะฉะนั้น
00:10:06 → 00:10:09ก็ต้องระมัดระวังด้วยนะคะเพราะว่าบางที
00:10:09 → 00:10:12เราไม่รู้หรอกว่าเอ๊ะมันมีการตกตะกอนอยู่
00:10:12 → 00:10:14แล้วหรือเปล่าการตกตะกอนอย่างเงี้ยค่ะใน
00:10:14 → 00:10:17การที่จะมันตกตะกอนก่อนแล้วมันทำให้เกิด
00:10:17 → 00:10:19นิ่วหรือว่าไอ้ตะกอนนั้นมันคือนิ่วค่ะคุณ
00:10:19 → 00:10:21หมอตอนแรกตะกอนเนี่ยที่ยังไม่จับตัวกัน
00:10:21 → 00:10:25เป็นก้อนเนี่ย 3 เราสามารถดื่มน้ำเยอะๆทำ
00:10:25 → 00:10:29ให้ขับออกมาในรูปของปัสสาวะได้ปัสสาวะอาจ
00:10:29 → 00:10:33จะแบบมีฝุ่นๆๆหน่อยนึงแต่ถ้าเกิดเราปล่อย
00:10:33 → 00:10:35ไว้นาน
00:10:35 → 00:10:38ไอ้ตัวฝุ่นๆเนี้ยในปัสสาวะเนี่ยมันจับกัน
00:10:38 → 00:10:41กลายเป็นก้อนผลิตก็จะกลายเป็นนิ่วนะครับ
00:10:41 → 00:10:44ก็ทำให้มีอาการได้นะครับ
00:10:44 → 00:10:46แล้วอาการที่ว่านี่มันเป็นยังไงมันมี
00:10:46 → 00:10:48อาการยังไงบ้างคะ
00:10:48 → 00:10:52ก็คือนิ่วในทางเดินปัสสาวะเนี่ยมีอาการ
00:10:52 → 00:10:55ค่อนข้างหลากหลายเลยนะครับมันขึ้นอยู่กับ
00:10:55 → 00:10:59ขนาดของนิ่วแล้วก็ตำแหน่งนะครับแล้วก็การ
00:10:59 → 00:11:01อุดตันว่าอุดตันเยอะหรือว่าอุดตันยังน้อย
00:11:01 → 00:11:05ๆอยู่นะครับอย่างเช่นถ้าเกิดนิ่ว
00:11:05 → 00:11:09เต็มก้อนเล็กอยู่นะครับก็คือน้อยกว่าน้อย
00:11:09 → 00:11:11กว่าเซนนึงอาจจะแค่ครึ่งเซนอะไรพวกนี้
00:11:11 → 00:11:17เนี่ยโอกาสที่ดื่มน้ำแล้วใช้น้ำปัสสาวะ
00:11:17 → 00:11:20เนี่ยดันออกมาหลุดออกมาเองได้ก็โอเคครับ
00:11:20 → 00:11:22ก็โชคดีนะครับ
00:11:22 → 00:11:25ฉะนั้นบางคนที่เป็นนิ่วก้อนเล็กๆเนี่ยเขา
00:11:25 → 00:11:28อาจจะมาด้วยมาปรึกษาว่าไปปัสสาวะแล้ว
00:11:28 → 00:11:31สังเกตว่ามีก้อนเล็กๆออกมาหืมนะครับก็
00:11:31 → 00:11:34ตรวจอะไรพวกนี้ออกมาสบายได้นะครับ
00:11:34 → 00:11:38แต่ถ้าเกิดก้อนเนี่ยเริ่มใหญ่ขึ้นมีการไป
00:11:38 → 00:11:42อุดทางเดินปัสสาวะเนี่ยนะครับคนไข้ก็จะมา
00:11:42 → 00:11:47ด้วยอาการปวดนะฮะปวดบริเวณที่แนวทางเหนือ
00:11:47 → 00:11:50วางอยู่นะก็คืออาจจะหลัง 2 ข้างข้างใน
00:11:50 → 00:11:52ข้างหนึ่งนะครับ
00:11:52 → 00:11:56อันนี้คือแนวไตก็คือแล้วตำรวจตกตรงท้อง
00:11:56 → 00:11:57น้อยทะลุไปหลังอะไรพวกนี้
00:11:57 → 00:11:58[เพลง]
00:11:58 → 00:12:01แต่ถ้าเกิดเคลื่อนตัวมาบริเวณท่อไตแล้ว
00:12:01 → 00:12:03เนี่ยอันนี้ก็จะปวดแบบค่อนข้างที่จะ
00:12:03 → 00:12:07รุนแรงปวดจนแบบตัวงอทำอะไรไม่ได้เลยนะอาจ
00:12:07 → 00:12:12จะมีร้าวไปบริเวณหน้าขาพวกนี้ได้นะครับ
00:12:12 → 00:12:16หรือถ้าเกิดมี annival บริเวณกระเพาะ
00:12:16 → 00:12:18ปัสสาวะเนี่ยก็อาจจะปวดบริเวณ
00:12:18 → 00:12:22ท้องน้อยนะครับ
00:12:22 → 00:12:25แล้วนอกจากอาการที่ปวดแล้วเนี่ยอีกอันนึง
00:12:25 → 00:12:28ที่ต้องระวังก็คือนิ่วเนี่ยทำให้เกิด
00:12:28 → 00:12:38ทางเดินปัสสาวะอักเสบได้นะครับ
00:12:38 → 00:12:42ทำให้การรักษาเนี่ยอาจจะรักษา
00:12:42 → 00:12:45หายขาดเนี่ยต้องใช้เวลานานนะครับต้องใช้
00:12:45 → 00:12:49ยาฆ่าเชื้อนาน
00:12:49 → 00:12:51ก็การอักเสบของระบบทางเดินปัสสาวะก็คือ
00:12:51 → 00:12:55อาจจะมีอาการไข้นะครับหรือว่าปัสสาวะแสบ
00:12:55 → 00:12:59ขัดปัสสาวะขุ่นอะไรพวกนี้
00:12:59 → 00:13:02ปิดกะปอยรู้สึกไม่สุดอะไรพวกนี้นะครับ
00:13:02 → 00:13:06หรือบางคนถ้าเกิดเป็นมากเนี่ยทำให้กรวยไต
00:13:06 → 00:13:09ในอักเสบถ้ากรวยแตกอักเสบส่วนใหญ่จะมีไข้
00:13:09 → 00:13:11นะครับแล้วก็หนาวสั่นแล้วก็อาจจะปวด
00:13:11 → 00:13:14บริเวณบั้นเอวด้านซ้ายหรือด้านขวาที่ที่
00:13:14 → 00:13:19เป็นเนี่ยนะครับบางครั้งเนี่ยเวลาเราเรา
00:13:19 → 00:13:22สัมผัสหรือไปเคาะนิดนึงบริเวณการวางของไต
00:13:22 → 00:13:24เนี่ยจะสะดุ้งได้เลยนะครับ
00:13:24 → 00:13:28อันนี้ก็จะเป็นค่อนข้างเยอะนะ
00:13:28 → 00:13:30อาการนอกจาก
00:13:30 → 00:13:34อาการอื่นๆแล้วเนี่ยก็จะมีบางครั้งเนี่ย
00:13:34 → 00:13:39ตรวจพบเจอด้วยการไปตรวจสุขภาพประจำปีนะ
00:13:39 → 00:13:40ครับพบว่า
00:13:40 → 00:13:45ตรงบริเวณท่อไตเนี่ยมันบวมทำให้ไตบวมน่ะ
00:13:45 → 00:13:48เกิดจากนิ่วไปอุดตันได้
00:13:48 → 00:13:52คือส่งผลระยะยาวคือทำให้ค่าไตเนี่ยเสื่อม
00:13:52 → 00:13:54ลงเร็วได้นะครับเป็นสาเหตุของเป็นไต
00:13:54 → 00:13:56เสื่อมเรื้อรังได้นะครับการที่มีนิ่วไป
00:13:56 → 00:14:02อุดทางเดินปัสสาวะ
00:14:02 → 00:14:06เคยเคยเห็นสังเกตของคุณพ่อนะคือคุณพ่อไม่
00:14:06 → 00:14:09เคยไม่อ่าเขาเรียกว่าอะไรดีคะไปตรวจเนี่ย
00:14:09 → 00:14:12เราไม่เคยรู้เลยว่าท่านท่านมีปัญหาเกี่ยว
00:14:12 → 00:14:14กับเรื่องของไตอ่ะนะคะจนวันนึงเนี่ยแบบ
00:14:14 → 00:14:18เท้าบวมมากเลยอ่ะค่ะอันนี้คือมันเกี่ยว
00:14:18 → 00:14:25กับไตเลยใช่ไหมคะแบบมันแบบบวมน้ำอ่ะค่ะ
00:14:25 → 00:14:28ก็ต้องดูก่อนว่าเป็นจากระบบไหนนะครับเป็น
00:14:28 → 00:14:31ระบบจากหัวใจหรือเป็นจากระบบตับหรือว่า
00:14:31 → 00:14:33ถ้าเกิดเป็นไตการที่จะพิสูจน์แล้วคือเรา
00:14:33 → 00:14:37ก็ต้องส่งดูค่าไตนะครับแล้วก็ตัวปัสสาวะ
00:14:37 → 00:14:39ว่ามีความผิดปกติหรือเปล่ามันมีหลาย
00:14:39 → 00:14:43ปัจจัยแล้วก็มันอาจจะทำให้เราคิดว่ามัน
00:14:43 → 00:14:44อาจจะไม่ได้เป็นอันนี้จะเป็นอย่างอื่นก็
00:14:44 → 00:14:47ต้องคือต้องไปเป็นพบแพทย์ไปดูว่ามันเกิด
00:14:47 → 00:14:50จากสาเหตุอะไรปัจจัยอะไรด้วยใช่ไหมคะแสดง
00:14:50 → 00:14:53ว่ามันปัจจัยเสี่ยงของการเกิดนิ่วในไตมัน
00:14:53 → 00:14:55มีมันมีเยอะมากมันมีหลายอย่างมากนอกจาก
00:14:55 → 00:14:57ที่เมื่อกี้คุณหมอบอกอีกใช่ไหมคะอย่าง
00:14:57 → 00:15:00อย่างพวกแบบเอ่อพันธุกรรมอย่างนี้เป็นไป
00:15:00 → 00:15:03ได้ไหมคะพันธุกรรมครับมีส่วนนะครับเฮ้อ
00:15:03 → 00:15:07พันธุกรรมบางอย่างทำให้การจับตกตะกอนใน
00:15:07 → 00:15:12ปัสสาวะเนี่ยเป็นมากกว่าคนปกตินะ
00:15:12 → 00:15:17หรือว่ามีการพันธุกรรมบางอย่างทำให้อ่า
00:15:17 → 00:15:20สารตั้งต้นที่ทำให้เกิดตัวนิ่วเนี่ยมาก
00:15:20 → 00:15:22ขึ้นนะครับ
00:15:22 → 00:15:26อย่างเช่นมีกฎยูริกในร่างกายเยอะอะไรพวก
00:15:26 → 00:15:28นี้นะครับ
00:15:28 → 00:15:32แล้วอย่างพวกอ่าการกั้นปัสสาวะนานๆมีผล
00:15:32 → 00:15:34ไหมคะ
00:15:34 → 00:15:38การกลั้นปัสสาวะนานๆก็จะมีผลนะครับก็คือ 1
00:15:38 → 00:15:40ก็คือทำให้
00:15:40 → 00:15:44น้ำปัสสาวะเนี่ยที่จะที่จะขับ
00:15:44 → 00:15:48สารที่จะตกตะกอนออกไปผลึกไปเนี่ยมันโชว์
00:15:48 → 00:15:50ช้าลงมันไหลช้าลง
00:15:50 → 00:15:51ก็ทำให้
00:15:51 → 00:15:55เวลาในการตกตะกอนมากขึ้นนะครับอีกเรื่อง
00:15:55 → 00:15:58นึงการปัสสาวะเนี่ยบ่อยๆเนี่ย
00:15:58 → 00:16:00ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดการติด
00:16:00 → 00:16:03เชื้อได้ในปัสสาวะได้มากขึ้นครับ
00:16:03 → 00:16:06ฉะนั้นเราไม่ควรจะกั้นปัสสาวะนะครับ
00:16:06 → 00:16:09อันนี้จะเป็นเรื่องยากสำหรับคุณผู้หญิงนะ
00:16:09 → 00:16:11คะเวลาที่ต้องเดินทาง
00:16:11 → 00:16:12นะคะ
00:16:12 → 00:16:14เออหาห้องน้องห้องน้ำอะไรอย่างนี้อาจจะ
00:16:14 → 00:16:17ยากนิดนึงแต่พยายามอยากกลั้นดีที่สุดคือ
00:16:17 → 00:16:20หมายความว่าถ้าร่างกายส่งสัญญาณว่าอ่ะ
00:16:20 → 00:16:22ป่วยแล้วนะ
00:16:22 → 00:16:25แวะปั๊มแวะข้างทางเอ่อปั๊มนะคะหรืออะไร
00:16:25 → 00:16:30อย่างเงี้ยจะดีกว่าใช่ไหมพยายามอั้นๆๆไว้
00:16:30 → 00:16:35แบบนั้นไม่ดีใช่ไหมคะ
00:16:35 → 00:16:41เสี่ยงเลย
00:16:41 → 00:16:44ค่ะ
00:16:44 → 00:16:49แล้วก็พวกเกี่ยวกับยาบางอย่างหรืออะไร
00:16:49 → 00:16:51อย่างวิตามินซีอย่างนี้ค่ะที่ได้ยินมาคือ
00:16:51 → 00:16:54แบบวิตามินซีมันจะทำให้เกิดนิ่วในไตได้
00:16:54 → 00:16:56ด้วยหรอคะ
00:16:56 → 00:16:59คือโดยทั่วไปเนี่ยวิตามินซีเนี่ยอาจจะทำ
00:16:59 → 00:17:02ให้เกิดนิ่วในไตได้ด้วยเพราะว่าอาจจะมี
00:17:02 → 00:17:05สารตั้งต้นทำให้เกิดผลึกเนี่ยในทางเดิน
00:17:06 → 00:17:09ปัสสาวะเนี่ยไม่ได้มากนะครับเพราะฉะนั้น
00:17:09 → 00:17:12เราที่คนที่ทานวิตามินซีเนี่ยอันนี้ที่
00:17:12 → 00:17:15หมอแนะนำเนี่ยหมอแนะนำว่าควรจะดื่มน้ำนะ
00:17:15 → 00:17:17ครับให้มากด้วย
00:17:17 → 00:17:23[เพลง]
00:17:23 → 00:17:26พวกนี้ที่ทำให้เกิดผลึกเนี่ยออกมาได้เยอะ
00:17:26 → 00:17:28นะครับ
00:17:28 → 00:17:31ต้องดื่มน้ำตามเยอะๆมากๆมากๆมากๆเลยนะคะ
00:17:31 → 00:17:35คุณผู้ฟังเพราะว่าเพราะว่ากินวิตามินซี
00:17:35 → 00:17:38อยู่เหมือนกันคุณหมอแต่ว่าแบบเออไม่แน่ใจ
00:17:38 → 00:17:41ว่าดื่มน้ำตามปริมาณที่มันมากพอหรือเปล่า
00:17:41 → 00:17:45อาจจะต้องมากกว่าปกติใช่ไหมคะ
00:17:45 → 00:17:46ใช่ครับ
00:17:46 → 00:17:50ว่าแบบทานวิตามินซีทุกคนต้องต้องเกิดอะไร
00:17:50 → 00:17:50พวกเนี้ยครับ
00:17:50 → 00:17:54ขึ้นอยู่กับปัจจัยของตัวเราด้วยนะครับ
00:17:54 → 00:17:57การดื่มน้ำด้วยอะไรพวกนี้
00:17:57 → 00:18:01ไม่อยากเป็นนิ่วในไตก็ดื่มน้ำเยอะๆนะคะ
00:18:01 → 00:18:05คุณผู้ฟังนะคะแล้วมันจะมีอาการแบบไหนยัง
00:18:05 → 00:18:07ไงบ้างคะคุณหมอคะที่จะเริ่มรู้สึกว่าเฮ้ย
00:18:07 → 00:18:11มันมีความเสี่ยงแล้วนะเราสังเกตตัวเองยัง
00:18:11 → 00:18:13ไงได้ไหมคะคุณหมอก่อนที่เราจะไปหาคุณหมอ
00:18:13 → 00:18:16เนี่ยมันมีอาการอะไรบอกก่อนไหมคะ
00:18:16 → 00:18:19ก็คือต้องแบ่งเป็น 2 อย่างคือคนที่ไม่มี
00:18:19 → 00:18:21อาการก็คือไปตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจ
00:18:21 → 00:18:24ร่างกายนะครับสุขภาพประจำปีอันที่ 2 ก็
00:18:24 → 00:18:28คือเริ่มมีอาการของนิ่วไปอุดกั้นทางเดิน
00:18:28 → 00:18:31ปัสสาวะนะครับไม่ว่าจะเป็นอาการปวดเหมือน
00:18:31 → 00:18:33ที่หมอได้บอกไป
00:18:33 → 00:18:37ถือว่าคนไข้ที่ติดเชื้อในปัสสาวะบ่อยๆ
00:18:37 → 00:18:40อะไรพวกนี้นะครับอันนี้ก็ต้องน่าสงสัยนะ
00:18:40 → 00:18:42ครับ
00:18:42 → 00:18:45ส่วนการตรวจวินิจฉัยเนี่ยพอเวลาเราไปพบ
00:18:45 → 00:18:47คุณหมอแล้วใช่ไหมครับ
00:18:47 → 00:18:50คุณหมอก็จะทำการซักประวัติตรวจร่างกายนะ
00:18:50 → 00:18:52ครับแล้วก็อีกอย่างหนึ่งคือร่วมกับตรวจ
00:18:52 → 00:18:55ปัสสาวะนะครับเพราะว่าถ้าเกิดในทาง
00:18:55 → 00:18:57ปัสสาวะเนี่ยมีโอกาสที่เราจะพบความผิด
00:18:57 → 00:19:00ปกติก็คือจะมีเม็ดเลือดแดงเนี่ยปนออกมา
00:19:00 → 00:19:02ปัสสาวะได้นะครับ
00:19:02 → 00:19:06นอกจากนั้นเราก็เอกซเรย์นะครับภาพช่อง
00:19:06 → 00:19:09ท้องส่วนบริเวณที่ไตกับทางเดินปัสสาวะนะ
00:19:09 → 00:19:13ครับแล้วก็จะเห็นเป็นสถานทึบแสงที่อยู่ใน
00:19:13 → 00:19:15แนวทางปัสสาวะนะครับอันนี้ก็ต้องระวังว่า
00:19:15 → 00:19:19อาจจะเป็นพวกนิ่วในปัสสาวะได้นะครับ
00:19:19 → 00:19:23ก็หลังจากนั้นถ้าเกิดสงสัยจะดูเพิ่มเติม
00:19:23 → 00:19:27แล้วก็จะส่งอัลตร้าซาวด์นะครับหรือว่าไป
00:19:27 → 00:19:31ทำสแกนเพื่อจะทำให้เห็นตัวรอยโรคนั้นได้
00:19:31 → 00:19:34ดีขึ้นได้ชัดเจนขึ้น
00:19:34 → 00:19:36แล้ว
00:19:36 → 00:19:39ในไตหรือว่าในระบบทางเดินปัสสาวะตรงนี้
00:19:39 → 00:19:41เนี่ยไม่ว่าจะจุดไหนก็แล้วแต่
00:19:41 → 00:19:45ถ้ามีปริมาณที่ยังเป็นผลึกที่อาจจะยังไม่
00:19:45 → 00:19:47เยอะนะคะกำลังเริ่มจับตัวเป็นผลึกละหรือ
00:19:48 → 00:19:48อะไรอย่างนี้
00:19:48 → 00:19:52มันก็จะมีอาการพวกนี้บ่งบอกได้เลยใช่ไหม
00:19:52 → 00:19:54หรือว่ามันต้องแบบโอ้โหผลึกเยอะมากมันไม่
00:19:54 → 00:19:55ไหวแล้ว
00:19:55 → 00:19:59จนทำให้มันมีอาการหนักๆขึ้นมา
00:19:59 → 00:20:01ส่วนใหญ่แล้วถ้าเกิดมีอาการเนี่ยก็คือตัว
00:20:01 → 00:20:05ก้อนนิ่วเนี่ยจะค่อนข้างเยอะแล้วค่อนข้าง
00:20:05 → 00:20:07ใหญ่แล้วนะครับ
00:20:07 → 00:20:11ก็คือประมาณเกิน 0.5 ซมขึ้นไปนะครับถ้า
00:20:11 → 00:20:14เกิดไปอุดบริเวณท่อไตหรือว่าส่วนใดต่างๆ
00:20:14 → 00:20:16เนี่ยอันนี้ก็จะยิ่งทำให้เกิดมีอาการปวด
00:20:16 → 00:20:19ขึ้นมาให้ได้มาก
00:20:19 → 00:20:22แล้วลักษณะของนิ่วเนี่ยกำลังนึกภาพของ
00:20:22 → 00:20:25นิ่วในถุงน้ำดีที่เคยเห็นในภาพในโซเชียล
00:20:25 → 00:20:27อะไรอย่างนี้นะคะในอินเตอร์เน็ตอย่างนี้
00:20:27 → 00:20:30ค่ะมันเป็นนิ่วแบบเดียวกันเลยไหมคะผลึก
00:20:30 → 00:20:33ออกมาเป็นลักษณะคล้ายๆก้อนกรวดเหมือนกัน
00:20:33 → 00:20:36ไหมคะเป็นก้อนกรวดเหมือนกันแต่ว่าขนาด
00:20:36 → 00:20:38เนี่ยโดยส่วนใหญ่แล้วเนี่ยจะไม่เหมือนกับ
00:20:38 → 00:20:42ตัวนิ่วในในถุงน้ำดีนะครับผสมน้ำดีอาจจะ
00:20:42 → 00:20:46มีขนาดใหญ่ได้จะมีนิ่วในไตบางที่ที่จะมี
00:20:46 → 00:20:49ขนาดใหญ่แต่ก็จะเป็นตามลักษณะบริเวณ
00:20:49 → 00:20:53อวัยวะนั้นอย่างเช่นบริเวณที่ที่กรวยไต
00:20:53 → 00:20:57อะไรอย่างนี้นะครับก็จะมีโรคบางโรคที่
00:20:57 → 00:21:00ติดเชื้อท่านปัสสาวะทำซ้ำๆเนี่ยนะครับ
00:21:00 → 00:21:03แล้วเป็นก๋วยเตี๋ยวอักเสบเนี่ยก็จะมีนิ่ว
00:21:03 → 00:21:06ค่อนข้างใหญ่นะครับก็คือเรียกว่านิ่วเขา
00:21:06 → 00:21:10กวางตรงบริเวณตรงตรงกรวยไตได้
00:21:10 → 00:21:13อีกที่นึงที่นี่สามารถเจอนิ่วใหญ่ๆได้
00:21:13 → 00:21:15เนี่ยก็คือตรงกับป.ปัสสาวะนะครับเพราะ
00:21:15 → 00:21:17กระเพาะปัสสาวะเนี่ยมีปริมาณค่อนข้างเยอะ
00:21:17 → 00:21:19นะครับ
00:21:19 → 00:21:22ผู้ป่วยบางท่านเนี่ยก็คือไม่ได้สังเกต
00:21:22 → 00:21:25อาการไม่รู้ว่ามีความผิดปกติทางปัสสาวะ
00:21:25 → 00:21:28เนี่ยจนมารักษาเนี่ยอัตราเราเจอนิ่วเนี่ย
00:21:28 → 00:21:32ขนาดแบบหลายเซนติเมตรก็มี 3-4 ซมอะไรพวก
00:21:32 → 00:21:34นี้ในทางเดียวในกระเพาะปัสสาวะเนี่ยก็เจอ
00:21:34 → 00:21:35ได้เฮ้ย
00:21:35 → 00:21:40ใหญ่ใหญ่มากเลย
00:21:40 → 00:21:44ในกระเพาะปัสสาวะนะครับผู้หญิงเป็นเยอะ
00:21:44 → 00:21:47กว่าไหมคะคืออัตราส่วนนี่คือหมอคิดว่า
00:21:47 → 00:21:49เท่าๆกันนะ
00:21:49 → 00:21:51ครับแต่ผู้หญิงเนี่ยจะมีความเสี่ยงต่อการ
00:21:51 → 00:21:57เป็นทางเดินปัสสาวะอักเสบมากกว่าผู้ชาย
00:21:57 → 00:22:00เพราะว่าท่อปัสสาวะของผู้หญิงเนี่ยจะสั้น
00:22:00 → 00:22:02กว่าผู้ชายนะครับ
00:22:02 → 00:22:06ตามลักษณะโครงสร้างอันนี้ก็
00:22:06 → 00:22:09เรียกว่าก็ต้องเพิ่มความระมัดระวังมาก
00:22:09 → 00:22:11ขึ้นสำหรับคุณผู้หญิงนะคะแล้วก็คุณบอกว่า
00:22:11 → 00:22:13ถ้าเกิดมันมีอาการอย่างที่คุณหมอบอกมา
00:22:13 → 00:22:16แล้วเดินเข้าโรงพยาบาลไปหาหมอเลยตรวจเช็ค
00:22:16 → 00:22:19กันมาแล้วเออมันเป็นนิ่วแหละนะคะขั้นตอน
00:22:19 → 00:22:22กระบวนการรักษานี่มันยุ่งยากไหมคะ
00:22:22 → 00:22:26อ๋อการรักษาเนี่ยเอ่อ
00:22:26 → 00:22:28คุณหมอศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะเนี่ยก็จะ
00:22:28 → 00:22:32เป็นคนผู้ให้วางแผนการรักษานะครับโดยทั่ว
00:22:32 → 00:22:35ไปแล้วเนี่ยเราจะรักษาตาม
00:22:35 → 00:22:37ขนาดของนิ่วนะครับ
00:22:37 → 00:22:41ถ้าเกิดขนาดของนิ่วไม่ได้มีขนาดใหญ่ไม่
00:22:41 → 00:22:44ได้มีอาการของการไป
00:22:44 → 00:22:49กดท่อไตหรือว่าท่อปัสสาวะนะครับแล้วก็
00:22:49 → 00:22:52สามารถให้การรักษาแบบประคับประคองได้นะ
00:22:52 → 00:22:55ครับก็คือให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่ม
00:22:55 → 00:22:58น้ำมากๆเลยพวกนี้แล้วก็ให้ยาช่วยระงับ
00:22:58 → 00:23:00อาการปวดเพราะว่า
00:23:00 → 00:23:04นิ่วที่ขนาดเล็กเนี่ยสามารถหลุดออกมาได้
00:23:04 → 00:23:06นะครับส่วนใหญ่นะ
00:23:06 → 00:23:09ถ้าเกิดเป็นนิ่วขนาดใหญ่แล้วก็มีอาการ
00:23:09 → 00:23:13เยอะนะครับหรือว่ามีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ
00:23:13 → 00:23:17อย่างเช่นพวกเชื้อบ่อยๆอะไรพวกนี้
00:23:17 → 00:23:20ก็จะต้องไปจัดการเอานิ้วออกมาจากร่างกาย
00:23:20 → 00:23:24นะครับก็คือจะมีการแบบการผ่าตัดนะครับการ
00:23:24 → 00:23:27ผ่าตัดเปิดไปทำหรือว่าการสลายนิ่วด้วย
00:23:27 → 00:23:29คลื่นกระแทกนะครับ
00:23:29 → 00:23:33หรือว่าส่องกล้องผ่านไปอะไรพวกนี้นะครับ
00:23:33 → 00:23:37ก็จะมีการรักษาได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับ
00:23:37 → 00:23:42ตำแหน่งขนาดและก็อาการของตัวโรคครับ
00:23:42 → 00:23:47ว่าจะใช้วิธีการแบบไหนใช่ไหมคะใช่ครับ
00:23:47 → 00:23:50[เพลง]
00:23:50 → 00:23:53ถ้าเกิดพูดถึงในแง่ของถ้าเกิดเป็นนิ่วนาน
00:23:53 → 00:23:55ๆใช่ไหมครับ
00:23:55 → 00:23:58ถ้าเกิดเป็นนิ่วนานๆเนี่ยก็คือเหมือนที่
00:23:58 → 00:24:01หมอบอกก็คืออย่างแรกก็คืออาจจะมีอาการปวด
00:24:01 → 00:24:05นะครับมารบกวนชีวิตได้เรื่อยๆนะครับ
00:24:05 → 00:24:08อันที่ 2 ก็คือทำให้เกิดการติดเชื้อทาง
00:24:08 → 00:24:09เดินปัสสาวะได้บ่อยๆ
00:24:09 → 00:24:13หรือบางคนถ้าเกิดมีนิ่วที่กรวยไตที่ตาย
00:24:13 → 00:24:16พวกนี้ทำให้กรวยไตอักเสบก็สามารถติดเชื้อ
00:24:16 → 00:24:19ในกระแสเลือดได้
00:24:19 → 00:24:32มันก็นำไปสู่ใช่ครับ
00:24:32 → 00:24:36ซึ่งภาวะไตบวมน้ำเนี่ยก็จะทำให้การทำงาน
00:24:36 → 00:24:40ของไตเนี่ยลดลงก็นำไปสู่ภาวะไตเสื่อม
00:24:40 → 00:24:43เรื้อรังนะครับได้ครับ
00:24:43 → 00:24:46ตั้งแล้วรู้สึกแบบว่าโอ้ยไม่อยากเป็นอะไร
00:24:46 → 00:24:48เลย
00:24:48 → 00:24:53นะคะคุณหมอคะให้การป้องกันนิ้วในไตเราอ่ะ
00:24:53 → 00:24:56เบื้องต้นเราต้องยังไงกันได้บ้างคะ
00:24:56 → 00:25:02อันนี้ก็หมอก็เน้นย้ำนะครับคือเอ่อใครที่
00:25:02 → 00:25:04สามารถดื่มน้ำได้โดยที่คุณหมอเขาไม่ได้
00:25:04 → 00:25:06จำกัดน้ำดื่มเนี่ยก็อยากจะให้ดื่มน้ำให้
00:25:06 → 00:25:10ปริมาณที่เพียงพอต่อวันนะครับก็คือประมาณ
00:25:10 → 00:25:12เกิน 2 ลิตรถึง 2.5 ลิตรขึ้นไปนะครับ
00:25:12 → 00:25:17เพื่อป้องกันการเกิดนิ่วแล้วก็ทำให้ร่าง
00:25:17 → 00:25:19กายระบบอื่นๆเนี่ยทำงานได้อย่างมี
00:25:19 → 00:25:20ประสิทธิภาพด้วยนะฮะ
00:25:21 → 00:25:24แล้วก็ทานผักหรืออาหารที่มีกากใยมากๆนะ
00:25:24 → 00:25:27ครับอันนี้ก็ช่วยลดการเกิดนิ่วรวมทั้งทาน
00:25:27 → 00:25:31อาหารที่มีแคลเซียมสูงนะครับ
00:25:31 → 00:25:34ก็ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีกรดออกซาเลตสูง
00:25:34 → 00:25:38นะครับไม่ว่าจะเป็นช็อกโกแลตนะครับหน่อ
00:25:38 → 00:25:40ไม้ผักบางชนิดก็คือเหมือนที่หมอยกตัว
00:25:40 → 00:25:42อย่างคือผักโขม
00:25:42 → 00:25:45แล้วก็อีกอันนึงคือรถการรับประทานอาหาร
00:25:45 → 00:25:50เค็มนะครับเค็มมากไม่ดี
00:25:50 → 00:25:54แล้วก็อยากจะเชิญชวนทุกคนนะครับว่า
00:25:54 → 00:25:57หมอคิดว่าสิ่งที่อยากมาที่สุดเนี่ยไม่ใช่
00:25:57 → 00:26:00การรักษาโรคนะก็คือหมอว่าการป้องกันเนี่ย
00:26:00 → 00:26:03อันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากนะครับก็คือ
00:26:03 → 00:26:06เหมือนที่หมอบอกก็คือพยายามทานอาหารให้
00:26:06 → 00:26:10ไม่ให้เกิดนิ่วความเสี่ยงกับการเกิดนิ่ว
00:26:10 → 00:26:11ในไตแน่นอน
00:26:11 → 00:26:16แล้วก็ควรจะตรวจสุขภาพนะครับประจำปีนะ
00:26:16 → 00:26:21ครับสักครั้งหนึ่งต่อต่อปีก็โอเคนะครับ
00:26:21 → 00:26:24เพราะเราอาจจะไปเจอนิ่วโดยบังเอิญอะไรพวก
00:26:24 → 00:26:28นี้เราจะได้รีบทำการรักษานะครับก่อนที่
00:26:28 → 00:26:32มันจะส่งผลมีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆตามมา
00:26:32 → 00:26:35ก็เป็นวิธีการที่ลักษณะของการปรับเปลี่ยน
00:26:35 → 00:26:37พฤติกรรมของเรานะคะถ้าไม่อยากเป็นนิ่วนะ
00:26:37 → 00:26:40คะแล้วก็ที่สำคัญคือถ้าไม่อยากจะต้องมา
00:26:40 → 00:26:43นั่งผ่าตัดหรือมาทำการรักษาเนี่ยเราสู้
00:26:43 → 00:26:46เราป้องกันจะเป็นทางที่ดีกว่านะคะเอาล่ะ
00:26:46 → 00:26:48วันนี้ก็ต้องขอขอบคุณคุณหมอวชิรพงษ์ด้วย
00:26:48 → 00:26:50นะคะที่มาร่วมพูดคุยในรายการรองเบาะของ
00:26:50 → 00:26:54เราค่ะขอบคุณค่ะคุณหมอขาสวัสดีค่ะค่ะ
00:26:54 → 00:26:57คุณผู้ฟังค่ะหมดเวลาแล้วกับรายการรองหมอ
00:26:57 → 00:27:00ทางไทย PBS ค่ะวันนี้ต้องลาไปก่อนค่ะ
00:27:00 → 00:27:02ขอบคุณที่ติดตามรับฟังพบกันใหม่ครั้งหน้า
00:27:02 → 00:27:05นะคะสวัสดีค่ะ This Is
00:27:05 → 00:27:08ใน 1 วันคนเรามีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน
00:27:09 → 00:27:12ทุกคนการใช้เวลาของแต่ละคนให้มีคุณภาพมี
00:27:12 → 00:27:14ปัจจัยอะไรบ้างที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับดร
00:27:14 → 00:27:17สุวุฒิวงศ์สวัสดิ์นักจิตวิทยาการศึกษามา
00:27:17 → 00:27:20เล่าให้ฟังครับจริงๆแล้วในชีวิตแต่ละคนนะ
00:27:21 → 00:27:23ครับมันจะมีห้วงเวลาของการจำเป็นต้องใช้
00:27:23 → 00:27:26กับแต่ละสิ่งไม่เท่ากันหรอกแต่บางที 888
00:27:26 → 00:27:28ถ้าสมมุติเราไม่ต้องไปซื่อตรงกับเวลามัน
00:27:28 → 00:27:31มากแต่อาจจะหมายถึงว่า 3 ส่วนนี้เป็นส่วน
00:27:31 → 00:27:34ที่สำคัญต่อชีวิตเราในอัตราส่วนที่เท่าๆ
00:27:34 → 00:27:36กันใช้คำว่าอัตราส่วนนะแต่ผมไม่ได้พูดถึง
00:27:36 → 00:27:39ว่าเวลาต้องเท่ากันแต่หมายถึงน้ำหนักของ
00:27:39 → 00:27:41มันความสำคัญของมันเนี่ยมันอาจจะเท่าๆกัน
00:27:41 → 00:27:43แหละจริงๆสิ่งที่สำคัญมากกว่าการแบ่งส่วน
00:27:43 → 00:27:47อาจจะเป็นเรื่องของการใช้เวลาได้มีคุณภาพ
00:27:47 → 00:27:50หรือเปล่าสมมุติ 8 ชั่วโมงของการนอนเรา
00:27:50 → 00:27:52นอนบนเตียงก็จริงแต่หัวคิดไม่หยุดแล้วนอน
00:27:52 → 00:27:54ไม่หลับมันจะเรียกว่านอนได้ยังไงหรือทำ
00:27:54 → 00:27:58งานนั่งอยู่ในออฟฟิศใช่แหละ 8 ชั่วโมงแต่
00:27:58 → 00:27:59เผลอถ่ายโซเชียลมีเดียแล้วก็ได้ทำงานจริง
00:28:00 → 00:28:02ๆ 2 ชั่วโมงเราจะเรียกว่าการทำงานนี้มี
00:28:02 → 00:28:05คุณภาพได้ยังไงหรือไปเรียนหนังสือมัวแต่
00:28:05 → 00:28:07นั่งคุยกับเพื่อนแล้วเราก็จบมาแบบไม่รู้
00:28:07 → 00:28:10อะไรเลยแต่กระจก
00:28:10 → 00:28:12เราจะเรียกว่าคุณภาพยังไงหรือไม่ก็ตั้ง
00:28:12 → 00:28:14ป้อนสุดท้ายครับ 8 ชั่วโมงที่มีความหมาย
00:28:14 → 00:28:17กับตัวเรากับคนสำคัญและการพักผ่อนทางใจ
00:28:17 → 00:28:19สมมุตินะคนบางคนโชคร้ายครับเกิดใน
00:28:19 → 00:28:23กรุงเทพฯใช้เวลาเดินทางเดินทางสมมุติหาย
00:28:23 → 00:28:24ไป 4 ชั่วโมง
00:28:24 → 00:28:27ไป 2 ชั่วโมงกับ 2 ชั่วโมงไอ้ 8 ชั่วโมง
00:28:27 → 00:28:29เนี่ยที่ควรจะได้ใช้เพื่อตัวเองจริงๆหาย
00:28:29 → 00:28:32ไปละเสียซึ่งสีนี้ครับยังไม่รวมไปและอาบ
00:28:32 → 00:28:35น้ำอีกนะยังไม่รวมเวลากินข้าวนะสุดท้าย
00:28:35 → 00:28:38ครับคนบางคนเนาะอาจจะเหลือ 8 ชั่วโมงสุด
00:28:38 → 00:28:40ท้ายเนี่ยไว้ให้ตัวเองได้แค่แบบนั่งถ่าย
00:28:40 → 00:28:49มือถือชั่วโมงเดียวก่อนนอนนะ
00:28:49 → 00:28:52ติดตามรายการทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น
00:28:52 → 00:28:54ของไทยพีแดช็อต
00:28:54 → 00:28:58spotify Sound Google podcast Apple
00:28:58 → 00:29:01podcast และ YouTube Channel ThaiPBS
00:29:01 → 00:29:07portcute
00:29:07 → 00:29:12[เพลง]