00:00:00 → 00:00:026 ปีของ The Secret source เรากำลังจะ
00:00:02 → 00:00:05มีงานใหญ่ที่สุดตั้งแต่เราทำรายการมาครับ
00:00:05 → 00:00:09นั่นก็คือ The Secret Summit 2023
00:00:09 → 00:00:12Event สำหรับผู้ประกอบการและนักธุรกิจ
00:00:12 → 00:00:16ที่ใหญ่และครบที่สุดในประเทศไทยครับกับ
00:00:16 → 00:00:19ตีนปี 2023 Infinite ธุรกิจพุ่งทะยานใน
00:00:19 → 00:00:22ความเปลี่ยนแปลง Event เดียวที่คุณจะได้
00:00:22 → 00:00:25เจอกับ Conference เจาะลึก Inside Update
00:00:25 → 00:00:29ทุกเทรนด์ธุรกิจของปี 2024 ครับไม่ว่าจะ
00:00:29 → 00:00:31เป็นเทรนด์เศรษฐกิจเทรนกลยุทธ์เทรนด์การ
00:00:31 → 00:00:35ตลาดเทรนด์เทคโนโลยีเทนบริหารคนแทนความ
00:00:35 → 00:00:37ยั่งยืนพร้อมแจกฟรี framework ที่เอาไป
00:00:37 → 00:00:39ปรับใช้ได้จริงอย่างที่ 2 ครับจะมีการ
00:00:39 → 00:00:42แชร์เคสความสำเร็จจากผู้บริหารผู้ประกอบ
00:00:42 → 00:00:46การนักธุรกิจตัวจริงทำจริงสำเร็จจริงเจ็บ
00:00:46 → 00:00:49จริงแชร์จัดเต็มแบบไม่มีกั๊กนะครับนอก
00:00:49 → 00:00:51เหนือจากนั้นครับยังมี workshop นะครับใน
00:00:51 → 00:00:55การอัพสกิลผู้ประกอบการศตวรรษ 21 เป็น
00:00:55 → 00:00:57expertistroom ครับไม่ว่าจะเป็นเรื่อง
00:00:57 → 00:00:59ของคาร์บอนเครดิตเรื่องของ quantum
00:00:59 → 00:01:01เรื่องของ Toyota เรื่องของกฎหมายเรื่อง
00:01:01 → 00:01:05ของ ipo และอีกหลายๆเรื่องราวเพื่อติด
00:01:05 → 00:01:07อาวุธเสริมทักษะให้กับคุณครับเนื่องจาก
00:01:07 → 00:01:11นี้ยังมีตลาดนัดครับตลาดรวมทุกโซลูชั่น
00:01:11 → 00:01:14ของ SME หรือว่าผู้ประกอบการโดยเฉพาะผม
00:01:14 → 00:01:17เรียกมันว่ามันคือ B2B marketplace ทุก
00:01:17 → 00:01:20solution ที่คุณอยากได้ในการทำธุรกิจคุณ
00:01:20 → 00:01:22กำลังตามหาอะไรอยู่ตามหาเรื่องของ
00:01:22 → 00:01:25เทคโนโลยีตามหาเรื่องของไฟแนนซ์ตามหา
00:01:25 → 00:01:27เรื่องของ Enterprise solution branding
00:01:27 → 00:01:29and Marketing People and workpress
00:01:29 → 00:01:33รวมไปถึง CEO ไลฟ์สไตล์กินดื่มเที่ยวมา
00:01:33 → 00:01:35ที่นี่ครับเป็น networking Lounge ครับ
00:01:35 → 00:01:38สร้าง Partner ปิดดีลหรือว่าหา community
00:01:38 → 00:01:41ในการทำธุรกิจของคุณกว่า 3,000 คนครับที่
00:01:41 → 00:01:44จะมาเจอกันที่นี่งานจัดขึ้นวันเสาร์และ
00:01:44 → 00:01:48อาทิตย์ที่ 9-10 กันยายน 2566 จัดเต็ม
00:01:48 → 00:01:52ครับตั้งแต่เช้าจนเย็นณบรูมพอ 1 2 0
00:01:52 → 00:01:54ประตูแห่งชาติสิริกิติ์ครับซื้อบัตรได้
00:01:54 → 00:01:57แล้วครับวันนี้ราคา Early Bird ครับ
00:01:57 → 00:02:002,990 บาทไม่ขายครับขายเพียง 1,990 บาท
00:02:00 → 00:02:03ถึงวันที่ 20 สิงหาคมนี้เท่านั้นที่
00:02:03 → 00:02:06อีเวนต์ครับแล้วพบกันนะครับกับงาน The
00:02:06 → 00:02:13Secret Summit 2023 ครับ
00:02:13 → 00:02:15คอลลาเจนในผิวหน้าของเราเนี่ยมันถูกสร้าง
00:02:15 → 00:02:18ขึ้นมาได้ยังไงแล้วมันถูกทำลายได้ยังไง
00:02:18 → 00:02:20แล้วจะทำยังไงให้คอลลาเจนเนี่ยมันอยู่กับ
00:02:20 → 00:02:23เราไปนานที่สุดครับเพื่อคงความอ่อนเยาว์
00:02:23 → 00:02:26ให้ผิวพรรณของเราดูเต่งตึงวันนี้ผมข้าว
00:02:26 → 00:02:28ต้นสมบูรณ์แล้วก็ท็อปทูโทนนะครับรวบรวม
00:02:28 → 00:02:30ความรู้ทั้งหมดที่เกี่ยวกับคอลลาเจน
00:02:30 → 00:02:33สำหรับคนที่อยากดูดีดูเด็กตลอดเวลาจำเป็น
00:02:33 → 00:02:41ต้องรู้ครับ
00:02:41 → 00:02:45podcast สุขภาพที่ใช้วิทยาศาสตร์ไขปัญหา
00:02:45 → 00:02:48ตั้งแต่หัวจดเท้า
00:02:48 → 00:02:50อย่างแรกนะครับเราต้องมารู้ก่อนว่า
00:02:50 → 00:02:53คอลลาเจนเนี่ยมันคืออะไรแล้วก็หน้าตามัน
00:02:53 → 00:02:55เป็นยังไงนะครับคอลลาเจนเนี่ยมันคือ
00:02:55 → 00:02:58โปรตีนชนิดหนึ่งครับถ้าจะให้จินตนาการถึง
00:02:58 → 00:03:01หน้าตาคอลลาเจนผมขอเปรียบเทียบให้ทุกคน
00:03:01 → 00:03:04เนี่ยนึกถึงสายของไส้กรอกอีสานที่เป็นพวง
00:03:04 → 00:03:08ๆยาวๆนึกออกไหมเป็นไส้กรอกอีสานมาต่อ
00:03:08 → 00:03:10ๆๆกลายเป็นเป็นเส้นนะครับคอลลาเจนมันคือ
00:03:10 → 00:03:13ไอ้สายไส้กรอกอีสานเนี่ย 3 เส้นมาประกบ
00:03:13 → 00:03:17กันแล้วก็บิดเป็นเกลียวนะครับพันกันเป็น
00:03:17 → 00:03:20เหมือนกับบันไดวนอย่างเงี้ยพันกันเป็น 3
00:03:20 → 00:03:22เกลียวทบกันไปทบกันมานะครับนั่นแหละคือ
00:03:22 → 00:03:24โปรตีน 1 ตัวที่เป็นคอลลาเจนแล้วองค์
00:03:24 → 00:03:27ประกอบที่เล็กที่สุดของคอลลาเจนเนี่ยคือ
00:03:27 → 00:03:29อะมิโนแอสซิสครับหรือว่ากรดอะมิโนซึ่งก็
00:03:30 → 00:03:32เทียบเท่ากับไอ้เจ้าไส้กรอกอีสานแต่ละ
00:03:32 → 00:03:34เม็ดนะครับที่มาเรียงตัวต่อๆกันเนาะด้วย
00:03:34 → 00:03:36ความที่คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่มีขนาดใหญ่
00:03:36 → 00:03:39มากนะครับประกอบไปด้วยกรดอะมิโนแอสซิส
00:03:39 → 00:03:41เนี่ยมาเรียงต่อๆกันเนี่ยเป็นพันตัวเลยนะ
00:03:41 → 00:03:44ครับเพราะฉะนั้นคอลลาเจนแต่ละชนิดก็จะมี
00:03:44 → 00:03:47คุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับ
00:03:47 → 00:03:51ชนิดของกรดอะสิ่งที่มาเรียงต่อกันรวมไป
00:03:51 → 00:03:54ถึงลำดับของกฎอะมิโนอาซิดที่มาเรียงต่อ
00:03:54 → 00:03:56กันด้วยนะครับในร่างกายของเราเนี่ยมี
00:03:56 → 00:03:59คอลลาเจนทั้งหมด 28 ชนิดเลยนะครับซึ่งจะ
00:03:59 → 00:04:02มีจำนวนมากน้อยแตกต่างกันไปแล้วก็ในแต่ละ
00:04:02 → 00:04:05อวัยวะเนี่ยก็จะมีคอลลาเจนชนิดต่างๆในสัด
00:04:05 → 00:04:07ส่วนที่แตกต่างกันไปนะครับถ้าพูดถึง
00:04:07 → 00:04:10คอลลาเจนที่อยู่บนผิวหน้าของเรานะครับจะ
00:04:10 → 00:04:13มีอยู่ 2 ชนิดหลักๆก็คือคอลลาเจนไทพ์ที่ 1
00:04:13 → 00:04:16กับ Collagen type ที่ 3 นะครับโดยส่วน
00:04:16 → 00:04:19ใหญ่ที่ผิวหน้าเนี่ยจะเป็นคอลลาเจนชนิด
00:04:19 → 00:04:22ที่ 1 เป็นหลักก็คือ 85 หรือ 90% เลยนะ
00:04:22 → 00:04:24ครับส่วนที่เหลือส่วนใหญ่ก็จะเป็น
00:04:24 → 00:04:27คอลลาเจนชนิดที่ 3 นะครับถามว่าคอลลาเจน
00:04:27 → 00:04:30สำคัญยังไงจริงๆแล้วคอลลาเจนเนี่ยเป็น
00:04:30 → 00:04:32โปรตีนที่สำคัญมากที่ทำให้ร่างกายของเรา
00:04:33 → 00:04:35เนี่ยเกิดเป็นโครงสร้างขึ้นมาได้นะครับ
00:04:35 → 00:04:38ทุกๆอวัยวะเนี่ยจะใช้คอลลาเจนนะครับเป็น
00:04:38 → 00:04:41เหมือนกับโครงสร้างทำให้อวัยวะแต่ละชนิด
00:04:41 → 00:04:43เนี่ยมีรูปร่างหน้าตาที่แตกต่างกันออกไป
00:04:43 → 00:04:46นะครับถ้ามองร่างกายคือบ้านคอลลาเจนมันก็
00:04:46 → 00:04:49เหมือนกับเหล็กเส้นเหล็กที่เป็นโครงของ
00:04:49 → 00:04:52บ้านของเรานะครับคอลลาเจนให้ความแข็งแรง
00:04:52 → 00:04:56กับเอาทุกอวัยวะแล้วก็ร่างกายของเราทีนี้
00:04:56 → 00:04:59แล้วใครอ่ะเป็นคนสร้างคอลลาเจนนะครับขอ
00:04:59 → 00:05:02โฟกัสที่ผิวหนังแล้วกันโดยเฉพาะผิวหน้านะ
00:05:02 → 00:05:04ครับผิวหนังของเราเนี่ยมันจะแบ่งออกเป็น
00:05:04 → 00:05:07หลายชั้นชั้นนอกสุดคือผิวหนังกำพร้าหรือ
00:05:07 → 00:05:09ว่า EP เดิม Miss นะครับชั้นที่ลึกลงมา
00:05:09 → 00:05:11จากผิวนะครับมันจะชั้นเดิมมีหรือว่าผิว
00:05:12 → 00:05:14หนังชั้นผิวหนังแท้นะครับซึ่งไอ้ชั้นเดิม
00:05:14 → 00:05:18มีเนี่ยครับจะมีเซลล์ชนิดนึงอยู่ชื่อว่า
00:05:18 → 00:05:21ว่าไฟ blow-blaz นะครับไอ้เจ้าไฟโบรัส
00:05:21 → 00:05:24เนี่ยครับเป็นเซลล์หลักเลยที่ทำหน้าที่ใน
00:05:24 → 00:05:27การสร้างคอลลาเจนขึ้นมาให้อยู่ในผิวหนัง
00:05:27 → 00:05:30หรือว่าผิวหน้าของเรานะครับไฟเบอร์บาส
00:05:30 → 00:05:33สำคัญมากๆนะครับสมมุติว่าไฟ blow Bas
00:05:33 → 00:05:36เนี่ยมันต้องการจะสร้างคอลลาเจนมันจะ
00:05:36 → 00:05:38สร้างยังไงมันก็ต้องมีวัตถุดิบในการสร้าง
00:05:38 → 00:05:41คอลลาเจนถูกไหมครับซึ่งวัตถุดิบที่สำคัญ
00:05:41 → 00:05:44ที่สุดก็คือกรดอะมิโนแอซิดนั่นเองสมมุติ
00:05:44 → 00:05:46ไฟ World Bas ต้องการจะสร้างคอลลาเจนที่
00:05:46 → 00:05:49บริเวณผิวหน้าของเราเท่ากับว่ามันจะต้อง
00:05:49 → 00:05:52สร้างคอลลาเจนชนิดที่ 1 แล้วก็ชนิดที่ 3
00:05:52 → 00:05:54นะครับซึ่งการจะสร้างคอลลาเจนชนิดหนึ่ง
00:05:54 → 00:05:56ที่ 3 เนี่ยจะต้องใช้วัตถุดิบที่ไม่
00:05:57 → 00:06:00เหมือนกันจะต้องใช้ amino Acid เฉพาะนะ
00:06:00 → 00:06:03ครับซึ่งทั้งลำดับและก็ชนิดสัดส่วนเนี่ย
00:06:03 → 00:06:06ก็จะไม่เหมือนกันเนาะถามว่าไฟเบอร์บาสเอา
00:06:06 → 00:06:10วัตถุดิบมาจากไหนก็เอามาจากสิ่งที่เรากิน
00:06:10 → 00:06:13นะครับอาหารต่างๆที่อุดมไปด้วยโปรตีนไม่
00:06:13 → 00:06:15ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ไข่นมหรืออะไรเนี่ย
00:06:15 → 00:06:18ครับก็จะมีกรดอะซิที่หลากทั้งหลายเลยนะ
00:06:18 → 00:06:20ครับพอกินเข้าไปปุ๊บอย่างที่บอกมันก็จะ
00:06:20 → 00:06:22ย่อยโปรตีนให้เป็น universis ส่งไปตาม
00:06:22 → 00:06:24กระแสเลือดก็จะวิ่งไปวิ่งมาทั่วร่างกายนะ
00:06:24 → 00:06:27ครับแล้วมันก็ถูกส่งไปบริเวณผิวหน้าที่มี
00:06:27 → 00:06:30ไฟโบว์บราซอยู่ไฟโบว์บาสเนี่ยก็จะดึงเอา
00:06:30 → 00:06:32aminocist ที่จำเป็นต้องใช้เป็นวัตถุดิบ
00:06:32 → 00:06:35ที่ต้องใช้ในการทำคอลลาเจนชนิดต่างๆโดย
00:06:35 → 00:06:37เฉพาะใช้ Type 1 กับ type 3 เนี่ยเอามา
00:06:37 → 00:06:39ผลิตเป็นคอลลาเจนที่ต้องการนั่นเองนะครับ
00:06:39 → 00:06:42นี่หลายคนก็อาจจะสงสัยว่าเออแล้วถ้าเกิด
00:06:42 → 00:06:45ว่าเรากินคอลลาเจนเข้าไปเลยเนี่ยมันจะดี
00:06:45 → 00:06:47กว่าไหมเดี๋ยวนี้มันมีผลิตภัณฑ์เยอะแยะ
00:06:47 → 00:06:50มากมายโฆษณาเฮ้ยกินคอลลาเจนตัวนี้สิกิน
00:06:50 → 00:06:53เข้าไปปุ๊บทำให้ผิวหน้าเต่งตึงนะครับถาม
00:06:53 → 00:06:56ว่าจริงไหมก็ต้องบอกว่าอาจจะจริงบางส่วน
00:06:56 → 00:06:59ไม่ได้การันตี 100% ว่าการกินคอลลาเจน
00:06:59 → 00:07:01เข้าไปแล้วจะทำให้ผิวหน้าเต่งตึงถามว่า
00:07:01 → 00:07:03ทำไมการกินคอลลาเจนเข้าไปไม่ว่าจะเป็น
00:07:03 → 00:07:06คอลลาเจนในรูปแบบของเม็ดหรืออะไรก็ตามที่
00:07:06 → 00:07:08สกัดมาแล้วที่บอกว่าเป็น Pure Collagen
00:07:08 → 00:07:11เนี่ยก็ไม่แตกต่างจากการกินอาหารที่มี
00:07:11 → 00:07:13โปรตีนที่เป็นเนื้อสัตว์นะครับเพราะว่า
00:07:13 → 00:07:16เมื่อเรากินคอลลาเจนเข้าไปแล้วนะครับไป
00:07:16 → 00:07:18ถึงกระเพาะปึ๊บอย่างที่บอกเขาเช่นคือสาย
00:07:18 → 00:07:20ของไส้กรอกอีสานมาพันรวมกัน 3 เส้นถูกไหม
00:07:20 → 00:07:23พอมันวิ่งเข้าไปที่กระเพาะอาหารปึ๊บมันจะ
00:07:23 → 00:07:27มีน้ำย่อยไมค์ย่อยไอ้เจ้าคอลลาเจนมาตัด
00:07:27 → 00:07:29รอยต่อระหว่างไส้กรอกอีสานตารางเมตรตัด
00:07:29 → 00:07:34ชึบๆๆๆจากพวงไส้กรอกอีสานมันก็จะกลายเป็น
00:07:34 → 00:07:37เม็ดไส้กรอกอีสานเม็ดเล็กๆนะครับเม็ดเล็ก
00:07:37 → 00:07:40ๆเหล่านั้นเนี่ยถึงจะถูกดูดซึมผ่านผนัง
00:07:40 → 00:07:42กระเพาะอาหารหรือว่าผนังลำไส้เข้าสู่
00:07:42 → 00:07:44กระแสเลือดและเซลล์เอาไปใช้ได้เพราะ
00:07:44 → 00:07:47ฉะนั้นต่อให้เราจะกินคอลลาเจนเข้าไปเนี่ย
00:07:47 → 00:07:50สุดท้ายมันก็จะโดนตัดแล้วก็ย่อยเป็น amino
00:07:51 → 00:07:5310 ก่อนที่เซลล์จะเอาไปใช้นะครับแล้วถาม
00:07:53 → 00:07:56ว่าคอลลาเจนทั้งหมดที่กินเข้าไปเนี่ยมัน
00:07:56 → 00:07:59จะถูกวิ่งไปที่ผิวหน้าอย่างเดียวทั้งหมด
00:07:59 → 00:08:02มั้ยคำตอบก็คือไม่ใช่นะครับมันก็กระจายไป
00:08:02 → 00:08:05ทุกส่วนแหละแต่ถามว่าข้อดีคืออะไรข้อดี
00:08:05 → 00:08:08คือการกินคอลลาเจนเนี่ยมันอาจจะทำให้ร่าง
00:08:08 → 00:08:12กายได้รับอะมิโนแอสิดชนิดที่อีเจ้าไฟ
00:08:12 → 00:08:14โบลด์บัสเนี่ยมันจำเป็นที่จะต้องใช้สร้าง
00:08:14 → 00:08:17คอลลาเจนชนิดหนึ่งและชนิดที่ 3 เยอะเป็น
00:08:17 → 00:08:20พิเศษก็คือมีมีสต๊อกให้เลือกเยอะโอกาสที่
00:08:20 → 00:08:22มันจะเจอแล้วหยิบฉวยมาใช้เนี่ยมันก็ง่าย
00:08:22 → 00:08:24กว่าแต่นั่นหมายความว่าเราต้องกิน
00:08:24 → 00:08:27คอลลาเจนให้ถูกชนิดด้วยนะครับถูกกับชิ้น
00:08:27 → 00:08:29ที่เราต้องการจะสร้างถึงจะมีกรดอะมิโน
00:08:30 → 00:08:32แอสซิสที่อีตัวเซลล์เนี่ยมันจะต้องใช้
00:08:32 → 00:08:33นั่นเองแต่เรื่องของเรื่องเนี่ยมันมีอยู่
00:08:33 → 00:08:36ว่าตอนที่เราเป็นเด็กหรือว่าตอนที่เรา
00:08:36 → 00:08:38อายุน้อยเนี่ยนะครับไอ้เจ้าเซลล์ไฟโบราณ
00:08:38 → 00:08:40เนี่ยครับมันก็จะถูกสร้างออกมาในปริมาณ
00:08:40 → 00:08:44ที่เยอะกว่าตอนที่เราอายุมากขึ้นมากขึ้น
00:08:44 → 00:08:45มากขึ้นนะครับเพราะฉะนั้นตอนที่เราเป็น
00:08:45 → 00:08:49เด็กเนี่ยคอลลาเจนก็ถูกสร้างมาเยอะกว่า
00:08:49 → 00:08:52ผู้ใหญ่เมื่อเราอายุ 20 ปีขึ้นไปเนี่ย
00:08:52 → 00:08:54ครับปริมาณไฟ Blue brass หรืออัตราในการ
00:08:54 → 00:08:56สร้างคอลลาเจนของเราเนี่ยจะค่อยๆเริ่มลด
00:08:56 → 00:09:00ลงนะครับลดลงแล้วเมื่อไหร่ที่เราแตะ 30
00:09:00 → 00:09:02ปึ๊บเนี่ยครับอัตราในการสร้างมันจะลดลง
00:09:02 → 00:09:07ฮวบเลยครับเนอะ 40 ก็ลดลงไปอีกนะครับพอ 50
00:09:07 → 00:09:0960 เนี่ยก็ต่ำเตี้ยเรียกดินเลยนะครับนี่
00:09:09 → 00:09:11คือเหตุผลว่าทำไมพอเราแก่มากขึ้นเนี่ย
00:09:11 → 00:09:14คอลลาเจนมันก็น้อยลงผิวหน้าเราก็เลยเรา
00:09:14 → 00:09:17เหี่ยวลงเหี่ยวลงเหี่ยวลงนั่นเองนะครับมี
00:09:17 → 00:09:20ตัวเลขทางวิทยาศาสตร์ด้วยนะครับว่าในทุกๆ
00:09:20 → 00:09:23ปีเนี่ยคอลลาเจนจะลดลงประมาณ
00:09:23 → 00:09:281-1.5% หลังจากที่เราผ่านวัย 25 ปีไป
00:09:28 → 00:09:30แล้วนะครับเพราะฉะนั้นใครที่ต้องการที่จะ
00:09:30 → 00:09:32ไม่ผิวเราเนี่ยเต่งตึงดูอ่อนกว่าวัยหลัก
00:09:32 → 00:09:34กลางคือก็ต้องต่อสู้พยายามทำยังไงก็ได้
00:09:34 → 00:09:39ให้การสร้างคอลลาเจนมันเยอะมากที่สุดเท่า
00:09:39 → 00:09:41ที่จะเป็นไปได้นะครับก็คือทำให้เกิดการ
00:09:41 → 00:09:43แก่ช้าลงนั่นเองนะครับแล้วคอลลาเจนเนี่ย
00:09:43 → 00:09:46มันจะถูกสร้างถึงเมื่อไหร่จริงๆแล้วอย่าง
00:09:46 → 00:09:47ที่บอกไปนะครับคือคอลลาเจนเนี่ยมันสร้าง
00:09:47 → 00:09:50ตลอดชีวิตแค่อัตราในการสร้างเนี่ยมันจะลด
00:09:50 → 00:09:52น้อยลงลดน้อยลงเมื่อเราแก่แล้วก็จะลดลง
00:09:52 → 00:09:55มากขึ้นหลังจากที่เราอายุ 30 ปีนั่นเองนะ
00:09:55 → 00:09:57ครับทีนี้มาดูกันดีกว่าว่าไอ้คอลเจนที่
00:09:57 → 00:09:59มันถูกสร้างขึ้นมาแล้วเนี่ยมันถูกทำลาย
00:09:59 → 00:10:01ได้ยังไงนะครับโดยปกติแล้วอายุขัยของ
00:10:01 → 00:10:03คอลลาเจนเนี่ยต้องบอกว่าเมื่อสร้างไว้
00:10:03 → 00:10:06แล้วอายุไขมันนานนะครับอาจจะนานถึง 20
00:10:06 → 00:10:09ถึง 30 ปีเลยแล้วแต่ชนิดของคอลลาเจนเนาะ
00:10:09 → 00:10:11แต่คอลลาเจนเนี่ยจะถูกทำลายได้ยังไงบ้าง
00:10:11 → 00:10:14นะครับการทำลายของคอลลาเจนเนี่ยมี 2
00:10:14 → 00:10:17Factor ก็คือจากปัจจัยภายในแล้วก็ปัจจัย
00:10:17 → 00:10:20ภายข้างนอกนะครับปัจจัยภายในเนี่ยมันถูก
00:10:20 → 00:10:23ควบคุมด้วย 2 อย่างก็คือเรื่องของความแก่
00:10:23 → 00:10:27ก็คือนาฬิกาชีวิตกับ 2 ก็คือเรื่องของทาง
00:10:27 → 00:10:29เคมีนะครับคือพวกเอนไซม์ต่างๆที่จะมาย่อย
00:10:29 → 00:10:31คอลลาเจนนั่นเองนะครับโดยปกติแล้วเนี่ย
00:10:31 → 00:10:34ร่างกายของเราจะมี Internal Clock รู้
00:10:34 → 00:10:36อยู่แล้วว่าพอร่างกายมันแก่เนี่ยครับ
00:10:36 → 00:10:39คอลลาเจนมันก็จะเสื่อมสภาพไปตามอายุขัย
00:10:39 → 00:10:42ของมันเนาะพอถึงจุดนึงเนี่ยที่คอลลาเจน
00:10:42 → 00:10:44มันมันเริ่มมีอายุ 20 -30 ปีด้วยครับมัน
00:10:44 → 00:10:47จะรู้ตัวเลยครับจะมีกระบวนการเนี่ยที่จะ
00:10:47 → 00:10:49turn on เหมือนกับสวิตซ์เปิดเพื่อที่จะ
00:10:49 → 00:10:52สั่งให้มาจัดการคอลลาเจนที่มันแก่แล้ว
00:10:52 → 00:10:55กำจัดออกไปนะครับซึ่งมันคือกระบวนการ
00:10:55 → 00:10:58aging ปกตินะครับอย่างที่ 2 นะครับก็คือ
00:10:58 → 00:11:02เอนไซม์คือโดยปกติแล้วเนี่ยครับในๆผิว
00:11:02 → 00:11:04หนังของเราเนี่ยก็จะมีเอนไซม์ในการย่อย
00:11:04 → 00:11:06โปรตีนอยู่แล้วซึ่งเอนไซม์เหล่าเนี้ยมัน
00:11:06 → 00:11:09จะถูกกระตุ้นเพิ่มมากขึ้นได้ด้วยจากแสง
00:11:09 → 00:11:13แดดแล้วก็จากพวก Free Radical ต่างๆหรือ
00:11:13 → 00:11:15ว่าสารพิษต่างๆที่เกิดขึ้นในร่างกายนะ
00:11:15 → 00:11:17ครับยิ่งมีสารพิษเยอะหรือได้รับแสงแดด
00:11:17 → 00:11:19เยอะๆมันก็กระตุ้นให้มีเอนไซม์แบบนี้เยอะ
00:11:19 → 00:11:21ขึ้นแล้วก็จะจัดการกับคอลลาเจนของเราได้
00:11:21 → 00:11:23รวดเร็วมากยิ่งขึ้นทั้งสองอย่างนั้นคือ
00:11:24 → 00:11:26ปัจจัยภายในปัจจัยภายนอกเนี่ยคืออะไร
00:11:26 → 00:11:28ปัจจัยภายนอกเนี่ยมันก็คือเรื่องของ
00:11:28 → 00:11:30ไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตแล้วนะครับถ้าเกิด
00:11:30 → 00:11:32ว่าเราใช้ชีวิตไม่ดีนะครับไม่ว่าจะเป็น
00:11:32 → 00:11:34กินไม่ดีนอนไม่ดีเครียดไม่ออกกำลังกาย
00:11:34 → 00:11:37ต่างๆเจอแสงแดดเยอะๆนะครับสูบบุหรี่กิน
00:11:37 → 00:11:39เหล้าเนี่ยครับมันก็ยิ่งทำให้คอลลาเจน
00:11:39 → 00:11:41เนี่ยสลายไปได้เร็วมากยิ่งขึ้นนั่นเอง
00:11:41 → 00:11:44เนาะทีนี้ผมเชื่อว่าหลายคนอยากจะดูแล้ว
00:11:44 → 00:11:46ว่าถ้าเกิดเราอยากจะให้คอลลาเจนเนี่ยอยู่
00:11:46 → 00:11:49กับเราไปได้นานที่สุดเพื่อให้เราเนี่ยผิว
00:11:49 → 00:11:52พรรณเต่งตึงได้นานแก่ช้าเนี่ยต้องทำยังไง
00:11:52 → 00:11:55นะครับหลักการมี 2 อย่างคือ 1 คือลดการ
00:11:55 → 00:11:58ทำลายคอลลาเจนให้ได้มากที่สุดกับ 2 คือ
00:11:58 → 00:12:01พยายามหาวิธีในการกระตุ้นการสร้าง
00:12:01 → 00:12:03คอลลาเจนให้ได้มากที่สุดนะครับเรามาเริ่ม
00:12:03 → 00:12:07จากการลดการทำลายคอลลาเจนดีกว่านะครับจะ
00:12:07 → 00:12:08ลดการทำงานคอลลาเจนต้องรู้จักศัตรู
00:12:09 → 00:12:11คอลลาเจนบอกไปแล้วนะครับศัตรูอย่างที่ 1
00:12:11 → 00:12:14ของคอลลาเจนจริงๆแล้วมันคือแสงแดดนั่นเอง
00:12:14 → 00:12:17นะครับแสงแดดเนี่ยมี UV อยู่ไอ้เจ้า UV
00:12:17 → 00:12:20นี่แหละครับมันสามารถที่จะไปกระตุ้น
00:12:20 → 00:12:22กระบวนการในการทำลายคอลลาเจนได้นะครับ
00:12:22 → 00:12:24หรือรวมไปถึงทำให้เอนไซม์ต่างๆเนี่ยมัน
00:12:24 → 00:12:26Active ในการสร้างมากยิ่งขึ้นก็จะมา
00:12:26 → 00:12:29กำจัดแล้วก็ย่อยคอลลาเจนได้นะครับเพราะ
00:12:29 → 00:12:30ฉะนั้น
00:12:30 → 00:12:33สกินแคร์รูทีนที่จำเป็นและสำคัญที่สุดก็
00:12:33 → 00:12:36คือ Sunbox หรือว่าครีมกันแดดนั่นเองนะ
00:12:36 → 00:12:38ครับใครที่ไม่อยากลงทุนเยอะหรือว่าขี้
00:12:38 → 00:12:41เกียจดูแลในการบำรุงผิวนะครับอย่างน้อยขอ
00:12:42 → 00:12:44เลยครับใช้ครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านนะ
00:12:44 → 00:12:47ครับสำคัญมากๆเป็นการปกป้องคอลลาเจนเรา
00:12:47 → 00:12:49ได้ดีมากที่สุดนะครับอีกอย่างหนึ่งในการ
00:12:49 → 00:12:51แถมไปนะครับนอกจากครีมกันแดดคือ
00:12:51 → 00:12:54มอยเจอร์ไรเซอร์นะครับคือ moisturizer ก็
00:12:54 → 00:12:56สำคัญเพราะว่าในผิวของเราเนี่ยนอกจาก
00:12:56 → 00:12:58คอลลาเจนแล้วนะครับที่ทำให้ผิวตึงเนี่ย
00:12:58 → 00:13:00มันยังมีอีลาสตินแล้วก็ยังมีสารอื่นๆ
00:13:00 → 00:13:04อย่างเช่นไฮยาลูรอนิกส์นะครับหรือพวก
00:13:04 → 00:13:07แก๊สโซโตไก่นต่างๆนะครับซึ่งศาลเหล่านี้
00:13:07 → 00:13:09ทำหน้าที่ในการอุ้มน้ำเยอะนะครับเมื่อ
00:13:09 → 00:13:11ไหร่ที่ผิวพรรณของเราเนี่ยมีความชุ่มชื้น
00:13:11 → 00:13:14อิ่มน้ำนะครับข้อและเนี่ยก็จะอยู่ในสภาพ
00:13:14 → 00:13:18ที่ดีแล้วก็โดนทำลายช้าลงไปด้วยเพราะ
00:13:18 → 00:13:20ฉะนั้นทั้งมอยเจอร์ไรเซอร์แล้วก็ครีมกัน
00:13:20 → 00:13:22แดดเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการลดการทำลาย
00:13:22 → 00:13:24ของคอลลาเจนนะครับศัตรูตัวที่ 2 ของ
00:13:24 → 00:13:28คอลลาเจนคือน้ำตาลครับหลายคนอาจจะเฮ้ยไม่
00:13:28 → 00:13:30เคยรู้มาก่อนว่าน้ำตาลคือศัตรูนะครับคือ
00:13:30 → 00:13:32คอลลาเจนเนี่ยเวลาที่มันแก่แล้วมันจะโดน
00:13:32 → 00:13:34กำจัดด้วยครับกระบวนการภายในคือน้ำตาล
00:13:34 → 00:13:37เนี่ยมันจะมาเกาะกับคอลลาเจนนะครับแล้วก็
00:13:37 → 00:13:39จะทำให้สายคอลลาเจนที่มันแข็งแรงเนี่ยมัน
00:13:39 → 00:13:43ค่อยๆแตกตัวเป็นสายเล็กๆนะครับแล้วก็จะ
00:13:43 → 00:13:45ถูกย่อยได้ง่ายแล้วก็สลายไปในที่สุดนะ
00:13:45 → 00:13:48ครับเพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่าเรากินน้ำตาล
00:13:48 → 00:13:50เยอะน้ำตาลเหลือเฟือในเลือดเลยนะครับ
00:13:50 → 00:13:53โอกาสที่น้ำตาลในเลือดมันเยอะแล้วมันก็จะ
00:13:53 → 00:13:56ทะลักไปเจอกับคอลลาเจนบริเวณผิวหน้าเราก็
00:13:56 → 00:13:59จะเยอะขึ้นเพิ่มโอกาสที่จะทำให้น้ำตาลไป
00:14:00 → 00:14:02เกาะพอเกาะปุ๊บเนี่ยคอลลาเจนก็จะแตกตัว
00:14:02 → 00:14:04แล้วก็ถูกย่อยสลายได้ง่ายขึ้นนั่นเองนะ
00:14:04 → 00:14:06ครับฉะนั้นควบคุมน้ำตาลในเลือดให้ดีครับ
00:14:06 → 00:14:08ก็จะช่วยทำให้คอลลาเจนอยู่กับเราได้นาน
00:14:08 → 00:14:11มากยิ่งขึ้นครับศัตรูตัวที่ 3 นะครับคือ
00:14:11 → 00:14:13การอดนอนครับอดนอนปึ๊บทำให้ฮอร์โมน
00:14:13 → 00:14:15คอติซอลสูงขึ้นฮอร์โมนคอร์ติซอลคือ
00:14:15 → 00:14:18ฮอร์โมนแห่งความเครียดเมื่อไหร่จำนวนตัว
00:14:18 → 00:14:21นี้เยอะการสร้างคอลลาเจนก็จะทำได้ไม่ดี
00:14:21 → 00:14:23ครับเพราะฉะนั้นศัตรูตัวที่ 4 ก็คือความ
00:14:23 → 00:14:25เครียดนั่นเองโดยหลักการเดียวกันก็คือทำ
00:14:25 → 00:14:28ให้คอร์ติซอลเนี่ยสูงมากยิ่งขึ้นนะครับ
00:14:28 → 00:14:32ศัตรูตัวที่ 5 นะครับก็คือพวก Free
00:14:32 → 00:14:35Radical หรือว่าสารพิษต่างๆนะครับถามว่า
00:14:35 → 00:14:37Free Radical เนี่ยมันคืออะไรนะครับฟรี
00:14:37 → 00:14:41แล้วในข้อเนี่ยคือสารที่มันไม่เสถียรสูญ
00:14:41 → 00:14:43เสียอิเล็กตรอนแล้วกันนะครับซึ่งส่วนใหญ่
00:14:43 → 00:14:46ศาลในร่างกายของเราเนี่ยมันจะเสถียรแต่
00:14:46 → 00:14:49มันจะไม่เสถียรก็ต่อเมื่อมันถูกรังสี UV
00:14:49 → 00:14:52บ้างแหละถูกสารพิษบางอย่างบ้างแหละมัน
00:14:52 → 00:14:55กระตุ้นมันทำให้มันอยู่ในสภาวะที่ขาด
00:14:55 → 00:14:57อิเล็กตรอนนะครับหรือว่าไม่เสถียรพอมัน
00:14:57 → 00:15:00ไม่เสถียรปุ๊บเนี่ยมันก็พยายามจะวิ่งอ่ะ
00:15:00 → 00:15:02มันว้าวุ่นน่ะมันก็จะวิ่งไปทั่วร่างกาย
00:15:02 → 00:15:04แล้วก็ชนนู่นชนนี่ชนนั่นนะครับก็จะทำลาย
00:15:04 → 00:15:07ทั้งเซลล์ทำลายทั้ง 3 ต่างๆที่สำคัญรวมไป
00:15:07 → 00:15:09ถึงคอลลาเจนด้วยนะครับเพื่อที่อาจจะวิ่ง
00:15:09 → 00:15:12หาตามหาอิเล็กตรอนและทำให้มันจิตใจสงบมาก
00:15:12 → 00:15:13ยิ่งขึ้นนั่นเองนะครับเพราะฉะนั้นนะครับ
00:15:13 → 00:15:16เราต้องทำให้ร่างกายของเราเนี่ยมีฟรี
00:15:16 → 00:15:18readical อยู่น้อยที่สุดหรือว่าทำไงอ่ะ
00:15:18 → 00:15:21กินสารที่มี antioxidant ครับสารที่มี
00:15:21 → 00:15:24antioxidant ต่างๆนะครับจะทำหน้าที่ใน
00:15:24 → 00:15:27การ Balance ให้เจ้าฟรีแล้วในข้อต่างๆ
00:15:27 → 00:15:30เนี่ยมันสงบอยู่ในสภาวะที่เสถียรแล้วก็
00:15:30 → 00:15:33ไม่ทำลายข้าวของที่อยู่ในร่างกายของเรานะ
00:15:33 → 00:15:35ครับแอนตี้ออกซิเจนมีไหนบ้างนะครับหลักๆ
00:15:35 → 00:15:37ก็คือในตระกูลเบอร์รี่องุ่นแดงนะครับ
00:15:37 → 00:15:38เดี๋ยวผมทำอีก Episode ที่เกี่ยวกับ
00:15:38 → 00:15:40antioxidant ล้วนๆเลยแล้วกันให้ทุกคน
00:15:40 → 00:15:43แล้วกันเนาะศัตรูตัวต่อมาของคอลลาเจนก็
00:15:43 → 00:15:45คือสุขภาพของลำไส้ที่ไม่ดีนะครับเมื่อ
00:15:45 → 00:15:47ไหร่ก็ตามที่กับ Health ไม่ดีเนี่ยมัน
00:15:47 → 00:15:50สามารถที่จะเกิดท็อกซินหรือว่าสารพิษต่าง
00:15:50 → 00:15:52ๆเกิดขึ้นได้เยอะอย่างที่บอกไปสารพิษนี่
00:15:52 → 00:15:54แหละทำให้เกิดฟรีแลนติคอลต่างๆแล้วทำลาย
00:15:54 → 00:15:57คอลลาเจนได้นะครับและสุดท้ายศัตรูของ
00:15:57 → 00:15:59คอลลาเจนก็คือการกินอาหารที่ไม่มีคุณภาพ
00:15:59 → 00:16:01นะครับเพราะว่าการจะสร้างคอลลาเจนต้องการ
00:16:01 → 00:16:04amino Acid ที่จำเป็นหลายตัวแล้วก็
00:16:04 → 00:16:06ปริมาณที่เยอะด้วยเพราะฉะนั้นจำเป็นต้อง
00:16:06 → 00:16:08กินอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนเยอะๆนะครับ
00:16:08 → 00:16:11ก็จะทำให้มีวัตถุดิบในการสร้างคอลลาเจน
00:16:11 → 00:16:13นั่นเองครับนอกจากเราจะป้องกันตัวเองไม่
00:16:13 → 00:16:15ให้คอลลาเจนโดนทำลายแล้วเราต้องพยายามหา
00:16:15 → 00:16:18วิธีในการบูสการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาด้วย
00:16:18 → 00:16:20นะครับถามว่ามีวิธีอะไรบ้างผมรวมไปหมด
00:16:21 → 00:16:24แล้ว 4 อย่างนะครับก็คือการกินการทาการ
00:16:24 → 00:16:27ฉีดแล้วก็การทำเลเซอร์นะครับไล่ไปทีละอัน
00:16:27 → 00:16:29แล้วกันนะครับการกินอย่างที่บอกนะครับว่า
00:16:29 → 00:16:31กินโปรตีนการจะสร้างคอลลาเจนกินโปรตีน
00:16:31 → 00:16:34เถอะกินเนื้อนมไข่เนี่ยยังไงก็เพียงพอนะ
00:16:34 → 00:16:36ครับแต่ถ้าใครต้องการจะเสริมแล้วก็อยากจะ
00:16:36 → 00:16:38กินคอลลาเจนเพื่อความมั่นใจนะครับก็กิน
00:16:38 → 00:16:41ได้ครับแต่ก็เลือกคอลลาเจนให้ถูกชนิดถ้า
00:16:41 → 00:16:44เกิดสำหรับผิวหน้าคอลลาเจนไทป์ 1 กับ type
00:16:44 → 00:16:473 นะครับอย่างที่ 2 คือการทาครับปกติ
00:16:47 → 00:16:50แล้วในพวกเครื่องสำอางต่างๆที่เคลมว่ามี
00:16:50 → 00:16:52คอลลาเจนอยู่นะครับส่วนคอลลาเจนมันเป็น
00:16:52 → 00:16:54โปรตีนที่มีขนาดใหญ่เนาะจริงๆทาไปแล้ว
00:16:54 → 00:16:56เนี่ยโมเลกุลมันใหญ่มันไม่สามารถจะแทรก
00:16:56 → 00:16:58ซึมเข้าไปได้หรอกเพราะฉะนั้นถามว่ามี
00:16:58 → 00:17:00ประสิทธิภาพสูงไหมไม่เยอะมากครับแต่สิ่ง
00:17:00 → 00:17:02ที่มันอาจจะช่วยได้คือเพิ่มความชุ่มชื้น
00:17:02 → 00:17:04ให้กับผิวนะครับอย่างที่ 3 คือเรื่องของ
00:17:04 → 00:17:08การฉีดคอลลาเจนนะครับใครอยากจะแบบอ่ามา
00:17:08 → 00:17:10เร็วเลยนึกถึงฉีดๆมันเข้าไปแล้วกันถามว่า
00:17:10 → 00:17:13การฉีดคอลลาเจนช่วยได้ไหมช่วยได้ครับการ
00:17:13 → 00:17:15ฉีดคอลลาเจนมันคือการฉีดสารเติมเต็มเข้า
00:17:15 → 00:17:17ไปในผิวหน้าไม่ต่างกับการฉีดฟิลเลอร์นะ
00:17:17 → 00:17:19ครับนะครับซึ่งคอลลาเจนเนี่ยมันก็คือเป็น
00:17:19 → 00:17:21ฟิลเลอร์ชนิดหนึ่งนั่นเองเป็นสารเติมเต็ม
00:17:21 → 00:17:24ที่ฉีดเข้าไปแล้วเนี่ยมันไปทำให้ผิวของ
00:17:24 → 00:17:26เราเนี่ยมันเต็มขึ้นมันก็จะดันออกมามาก
00:17:26 → 00:17:29ขึ้นผิวก็จะดูเต่งมากยิ่งขึ้นนะครับแต่
00:17:29 → 00:17:32การฉีดคอลลาเจนมีสิ่งที่ต้องระวังนิดนึง
00:17:32 → 00:17:34นะครับก็คือว่าคอลลาเจนเนี่ยมันมาจากไหน
00:17:34 → 00:17:36แล้วเราจะแพ้ไหมนะครับโดยปกติแล้วนะครับ
00:17:36 → 00:17:39คอลลาเจนที่นิยมนำมาฉีดหน้ามากที่สุดนะ
00:17:39 → 00:17:42ครับเป็นคอลลาเจนที่มาจากวัวซึ่งมีการรับ
00:17:42 → 00:17:44รองความปลอดภัยจากองค์การที่ดูแลเรื่อง
00:17:44 → 00:17:47ความปลอดภัยทางด้านอาหารและยาเนี่ยเยอะ
00:17:47 → 00:17:49แยะมากมายเลยครับแต่ละคนต้องไปดูแล้วกัน
00:17:49 → 00:17:51เนาะเวลาที่ไปคลินิกเนี่ยก็ต้องดูว่าเอ้ย
00:17:51 → 00:17:54เป็นยี่ห้อที่โอเคหรือเปล่ามีมาตรฐานไหม
00:17:54 → 00:17:58นะครับและที่สำคัญควรจะมีการทดลองสกินเทส
00:17:58 → 00:18:00ก่อนนะครับว่าเอ้ยเราแพ้คอลลาเจนตัวนี้
00:18:00 → 00:18:03ไหมครับซึ่งคุณหมอเนี่ยจะมีวิธีในการเทส
00:18:03 → 00:18:05เป็นรูทีนเนาะเพราะฉะนั้นเราต้องมั่นใจ
00:18:05 → 00:18:07ก่อนว่าเฮ้ยเราไม่แพ้คอลลาเจนที่เราจะฉีด
00:18:07 → 00:18:10ถึงจะทำการฉีดได้นะครับแต่คอลลาเจนที่ฉีด
00:18:10 → 00:18:12เข้าไปเนี่ยอย่างที่บอกว่ามันมาจากสัตว์
00:18:12 → 00:18:15ชนิดอื่นนะครับพอฉีดเข้าไปแล้วเนี่ยมันมี
00:18:15 → 00:18:17อายุขัยของมันที่ค่อนข้างสั้นแล้วเราอาจ
00:18:17 → 00:18:20จะต้องเติมทุกๆ 1 ปีนะครับแล้วแต่ว่าระบบ
00:18:20 → 00:18:23ภูมิคุ้มกันของเราเนี่ยมันจะกำจัดไอ้เจ้า
00:18:23 → 00:18:25คอลลาเจนที่ฉีดเข้าไปช้าเร็วแตกต่างกันไป
00:18:25 → 00:18:28ขึ้นอยู่กับบุคคลครับวิธีสุดท้ายที่จะ
00:18:28 → 00:18:30กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้คือการทำให้
00:18:30 → 00:18:33เกิดแผลนั่นเองนะครับซึ่งการทำให้เกิดแผล
00:18:33 → 00:18:36ที่เป็นเทคนิคทางคลินิกเสริมความงามอยู่
00:18:36 → 00:18:39ก็คือการใช้เลเซอร์นั่นเองครับเอาเลเซอร์
00:18:39 → 00:18:42หรือว่าความร้อนต่างๆนะครับมายิงเข้าไป
00:18:42 → 00:18:44บริเวณที่ผิวหน้าของเรานะครับความร้อน
00:18:44 → 00:18:47เนี่ยมันก็จะวิ่งเข้าไปแล้วก็ทำลายส่วน
00:18:47 → 00:18:49ต่างๆที่อยู่ใต้ผิวของเราทำให้เกิดแผลภาย
00:18:49 → 00:18:53ในนะครับเมื่อไหร่ก็ตามที่ผิวหนังเกิดแผล
00:18:53 → 00:18:56เนี่ยครับมันก็เหมือนเป็นการไปปลุกเจ้าไฟ
00:18:56 → 00:18:59โบราสให้ตื่นขึ้นมาแล้วก็ทำหน้าที่ในการ
00:18:59 → 00:19:01สร้างคอลลาเจนออกมาเพื่อที่จะซ่อมแซมแผล
00:19:01 → 00:19:05นะครับวิธีการนี้ครับจะทำให้คอลลาเจนถูก
00:19:05 → 00:19:07สร้างขึ้นมาได้รวดเร็วแล้วก็มี
00:19:07 → 00:19:09ประสิทธิภาพค่อนข้างสูงเลยทีเดียวนะครับ
00:19:09 → 00:19:11เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าการคลินิกเนี่ยมี
00:19:11 → 00:19:14โฆษณาเยอะแยะเลยไม่ว่าการทำให้ฟู่อัลติรา
00:19:14 → 00:19:17เติมมาร์ชพิโคเลเซอร์ต่างๆพวกนี้ครับหลัก
00:19:17 → 00:19:20การเดียวกันทำให้เกิดแผลนั่นเองนะครับ
00:19:20 → 00:19:22แล้วก็ทำให้มีการสร้างใหม่ของคอลลาเจนนะ
00:19:22 → 00:19:24ครับซึ่งหลักการนี้ก็ใช้ในการรักษาหลุม
00:19:24 → 00:19:27สิวเช่นกันเนาะดังนั้น
00:19:27 → 00:19:30ก็มีการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาดันหลุมสิวที่
00:19:30 → 00:19:32มันลึกๆให้มันตื่นคืนนั้นเองนะครับเพราะ
00:19:32 → 00:19:34ฉะนั้นใครที่อยากจะดูเด็กดูอ่อนกว่าวัย
00:19:34 → 00:19:38ผิวหน้าดูดีเต่งตึงอ่อนยาวด้วยครับจำเป็น
00:19:38 → 00:19:40ที่จะต้องดูแลคอลลาเจนของเราให้ดีนะครับ
00:19:40 → 00:19:43และยิ่งใครดูแลเร็วเนี่ยยิ่งได้เปรียบนะ
00:19:43 → 00:19:45ครับผมบอกเลยว่าตั้งแต่อายุ 20 เนี่ยควร
00:19:45 → 00:19:47จะเริ่มดูได้แล้วนะครับเพราะถ้าปล่อยไว้
00:19:47 → 00:19:5025-30 เนี่ยมันจะดิ่งเร็วมากเลยครับทุก
00:19:50 → 00:19:53คนดูเร็วได้เปรียบนะครับและวิธีการดูแล
00:19:53 → 00:19:56ที่ดีที่สุดครับวิธีการดูแลก็มี 2 แบบ
00:19:56 → 00:19:59ครับแบบที่ทำให้ร่างกายของเราแก่ช้าที่
00:19:59 → 00:20:02สุดคือ Bios เราแก่ช้านะครับก็คือการกิน
00:20:02 → 00:20:05ดีนอนดีอารมณ์ดีออกกำลังกายดีนะครับอย่าง
00:20:05 → 00:20:07ที่เล่าเสมอเลยครับจะช่วยทำให้ร่างกายเรา
00:20:07 → 00:20:10แก่ช้าเพราะร่างกายเราไม่แก่นะครับหรือ
00:20:10 → 00:20:12แก่ช้าเนี่ยกระบวนการกำจัดคอลลาเจนเนี่ย
00:20:12 → 00:20:15ก็จะช้าลงเหลือน้อยลงตามไปด้วยนะครับอีก
00:20:15 → 00:20:17วิธีนึงนะครับคือการที่เราทำแบบ Active
00:20:17 → 00:20:19หรือกระตุ้นให้ร่างกายของเรามันสร้าง
00:20:19 → 00:20:21คอลลาเจนมากขึ้นนะครับ 2 วิธีที่เห็นผล
00:20:21 → 00:20:25มากที่สุดนะคือการฉีดกับการทำเลเซอร์นะ
00:20:25 → 00:20:27ครับซึ่งการฉีดเนี่ยอาจจะยังมีไซส์เอฟเฟค
00:20:27 → 00:20:29ที่ต้องระวังนะครับก็ศึกษากันนิดนึงนะ
00:20:29 → 00:20:32ครับอันที่ปลอดภัยมากกว่าคือการทำเลเซอร์
00:20:32 → 00:20:34แต่ละปีนะครับเลเซอร์เนี่ยบอกเลยว่าค่อน
00:20:34 → 00:20:37ข้างปลอดภัยนะครับยิ่งทำเร็วตอนที่เรายัง
00:20:37 → 00:20:39เด็กอยู่ยิ่งดีก็ทำให้คอลลาเจนเนี่ยอยู่
00:20:39 → 00:20:45กับเราไปได้นานที่สุดครับ
00:20:45 → 00:20:49[เพลง]