ทำไมการกินน้ำผลไม้คั้นแทนผลไม้สดถึงอาจทำให้อ้วนได้มากกว่า?

EP166 : 5 ความเชื่อผิดๆที่ทำให้ทานผลไม้แล้วยิ่งอ้วน

จากช่อง : Doctor Top


ดูคำบรรยาย / View Transcript
00:00:0000:00:065 ความเชื่อผิดๆ ที่ทำให้ท่านยิ่งทานผลไม้แล้วยิ่งอ้วน
00:00:0600:00:09แล้วก็เสี่ยงต่อการมีสุขภาพไม่ดีมากๆ ครับ
00:00:1700:00:19สวัสดีครับ ผมหมอท๊อปนะครับ
00:00:1900:00:20และนี่คือ DOCTOR TOP Channel
00:00:2000:00:24รายการสุขภาพที่ทั้งสนุกและมีสาระครับ
00:00:2500:00:28วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องผลไม้กันบ้างครับ
00:00:2800:00:335 ความเชื่อผิดๆ ที่ทำให้ท่านยิ่งทานผลไม้แล้วยิ่งอ้วน
00:00:3300:00:36แล้วก็เสี่ยงต่อการมีสุขภาพไม่ดีมากๆ ครับ
00:00:3600:00:38ก่อนไปอย่าลืมกด Like กด Share
00:00:3800:00:40กด Subscribe และกดกระดิ่ง ขอบคุณครับ
00:00:4100:00:42สำหรับท่านที่มีเวลาน้อยนะครับ
00:00:4200:00:45ขอให้ข้ามไปที่ 3 นาทีหลังก่อน มีสรุปไว้ให้เรียบร้อย
00:00:4500:00:47แล้วเมื่อไหร่ก็ตามที่ท่านมีเวลา
00:00:4700:00:50ค่อยข้ามกลับมาดูตั้งแต่แรกแล้วลงรายละเอียด
00:00:5000:00:53ส่วนท่านที่พร้อมแล้ว ไปพร้อมๆ กันครับ
00:00:5300:00:55สำหรับ 5 ความเชื่อผิดๆ นี้เนี่ย
00:00:5500:00:59เป็นความเชื่อที่ทำให้เราอุตส่าห์ทานผลไม้
00:00:5900:01:03อุตส่าห์รักษาสุขภาพแต่กลับมีความอ้วนมากขึ้น
00:01:0300:01:05หรือว่าทำให้สุขภาพแย่มากขึ้นนะครับ
00:01:0500:01:06มีอะไรบ้างไปดูกันครับ
00:01:0600:01:11สำหรับข้อแรก กินผลไม้แทนข้าวได้เลย
00:01:1100:01:14แล้วก็สามารถที่จะลดน้ำหนักได้ดีนะครับ
00:01:1400:01:16กินผลไม้แทนข้าวสามารถลดน้ำหนักได้ดี
00:01:1600:01:19ไอการกินผลไม้แทนข้าวก็หมายความว่า
00:01:1900:01:22ท่านทานผลไม้หมดเลยทั้ง 3 มือ ข้าวไม่ทานเลย
00:01:2200:01:26แบบทุบหม้อข้าวเลย อยากจะผอมภายใน 3 วัน 5 วัน
00:01:2600:01:27ผมบอกงี้เลยครับว่า
00:01:2700:01:29เมื่อไหร่ก็ตามที่ท่านทานผลไม้อย่างเดียว 3 มื้อ
00:01:2900:01:32แล้วไม่ทานข้าวเลย ไม่ทานอย่าอื่นเลย ทานแต่ผลไม้อย่างเดียว
00:01:3200:01:36ผมบอกเลยเดือนแรกเนี่ยลดไปเลย 5 กิโลกรัม
00:01:3600:01:3810 กิโลเนี่ยต้องมีน้ำหนักลดนะครับ
00:01:3800:01:41และหลังจากนั้นนรกมาเยือนจะไม่ลดอีกแล้ว
00:01:4100:01:43แล้วถ้าจะทานผลไม้ไปตลอดชีวิตเลยเหรอครับ
00:01:4300:01:45ก็ไม่ใช่ไหมครับ ท่านก็ต้องกลับมากินข้าว
00:01:4500:01:48แล้วหลังจากนั้นล่ะครับ ท่านจะเพิ่มขึ้นมาอีก 20 กิโล
00:01:4800:01:50เป็นโยโย่เอฟเฟคอย่างรุนแรงนะครับ
00:01:5000:01:51ถามว่าเพราะอะไรครับ
00:01:5100:01:54เพราะว่าเวลาเราทานผลไม้เข้าไปเนี่ย
00:01:5400:01:59ร่างกายเราในตอนแรก เราก็จะขาดทั้งโปรตีนขาดทั้งไขมัน
00:01:5900:02:02สิ่งต่างๆ น้ำหนักต่างๆ กล้ามเนื้อต่างๆ จะสลายไปหมด
00:02:0200:02:04น้ำหนักท่านก็ลดลงไปเหมือนเดิม
00:02:0400:02:08แต่ตัวไขมันที่สะสมอยู่เนี่ยไม่ลดลง
00:02:0800:02:11เพราะว่าน้ำตาลที่ท่านกินเข้าไปมันอยู่ในผลไม้นั่นแหละครับ
00:02:1100:02:13มันก็เปลี่ยนเป็นไขมัน
00:02:1300:02:16แต่มันไม่ได้ไปเสริมสร้างกล้ามเนื้ออะไรท่านมากมายนะครับ
00:02:1600:02:19เมื่อไหร่ก็ตามที่ท่านมีกล้ามเนื้อเยอะ มันเหมือนการฝากครับ
00:02:1900:02:20กล้ามเนื้อที่เป็นการฝาก
00:02:2000:02:23สามารถที่จะทำให้ร่างกายในใช้พลังงานในการเผาผลาญ
00:02:2300:02:25คือนั่งเฉยๆ คนมีกล้ามเนื้อเยอะๆ เนี่ย
00:02:2500:02:28ก็เผาผลาญได้ดีกว่าคนไม่มีกล้ามเนื้อและ
00:02:2800:02:30เพราะฉะนั้นถ้ากล้ามเนื้อท่านสลายเนี่ย
00:02:3000:02:31เพราะว่าท่านทานแต่คาร์โบไฮเดรตอย่างเดียว
00:02:3100:02:34ไม่ทานโปรตีน ไม่ทานไขมันอย่างนี้
00:02:3400:02:37ก็จะทำให้น้ำหนักกลับมาอ้วนได้เร็ว
00:02:3700:02:39แล้วก็สุขภาพไม่แข็งแรง ไม่สมบูรณ์เลยนะครับ
00:02:3900:02:41อันตรายมากๆ เลย
00:02:4100:02:44สำหรับการทานแต่ผลไม้เพียงอย่างเดียวนะครับ
00:02:4400:02:47โดยไม่ทานอาหารอะไรเลย ลดแบบโหดร้ายมากๆ
00:02:4700:02:50ลดน้ำหนักแบบโหดร้ายมากๆ แบบนี้ไม่แนะนำ
00:02:5000:02:51แล้วก็สุขภาพไม่ดีเลยนะครับ
00:02:5100:02:55มาต่อกันที่ความเชื่อผิดๆ ข้อที่ 2 ครับ
00:02:5500:02:57ความเชื่อผิดๆ ข้อที่ 2 นี้ก็คือว่า
00:02:5700:03:00ผลไม้ทานเท่าไหร่ก็ได้ไม่อ้วนนะครับ
00:03:0100:03:03ต้องบอกตามตรงเลยว่าผลไม้เนี่ย
00:03:0300:03:05ไม่ใช่ทานเท่าไหร่ก็ได้ไม่อ้วนครับ
00:03:0500:03:07มันมีลิมิตของมัน
00:03:0700:03:11ตัวผลไม้แต่ละอย่างก็มีจำนวนแคลอรี่ของมันนะครับ
00:03:1100:03:14มีทั้งที่ผลไม้ที่มีแคลอรี่สูงหรือผลไม้ที่มีแคลอรี่ต่ำ
00:03:1400:03:18ถึงท่านจะทานผลไม้ที่มีแคลอรี่ต่ำ
00:03:1800:03:21แต่ท่านทานเยอะมากๆ แบบนี้ก็อ้วนเหมือนกัน
00:03:2100:03:25เพราะสุดท้ายแล้วการลดน้ำหนักก็คือกินให้น้อยกว่าใช้
00:03:2500:03:26มันมีอยู่แค่นี้เอง
00:03:2700:03:29ท่านจะทานอาหารที่ดียอดเยี่ยมอย่างไรก็ตาม
00:03:2900:03:32แต่แคลอรี่ยังเยอะกว่าที่ท่านใช้ออกยังไงท่านก็อ้วน
00:03:3200:03:35เพราะฉะนั้นการทานผลไม้เท่าไหร่ก็ได้
00:03:3500:03:37แล้วก็บอกว่า เฮ้ย มันมีดีต่อสุขภาพ
00:03:3700:03:39มันไม่อ้วนอย่างนี้ไม่จริงครับ
00:03:3900:03:44บางท่านนี่ โอ้โห ทานผลไม้ทีมีแบบเยอะมหาศาลมากเลย
00:03:4400:03:47อย่าลืมครับ ผลไม้เนี่ยมีน้ำตาลเยอะมากๆ
00:03:4700:03:52แล้วก็จะทำให้ร่างกายชินกับการได้รับคาร์โบไฮเดรต
00:03:5200:03:54หรือน้ำตาลที่เยอะจนเกินไป
00:03:5400:03:57อันนี้ก็เป็นข้อควรระวังข้อที่ 2 ครับ
00:03:5700:04:01มาต่อกันที่ความเชื่อผิดๆ ข้อที่ 3 บ้างครับ
00:04:0100:04:05นั่นก็คือว่าผลไม้คั้นแบบน้ำได้วิตามินเยอะ
00:04:0600:04:08ได้ประโยชน์มากกว่าผลไม้แบบปกติ
00:04:0900:04:10ต้องบอกงี้ครับบอกว่า
00:04:1000:04:14เวลาลูกกินทีนึงเนี่ยถ้าเราคั้นน้ำผลไม้มาแก้วนึง
00:04:1400:04:16ก็ต้องบอกว่าวิตามินเขาสูงจริงครับ
00:04:1600:04:19อาจจะสูงกว่า เช่น น้ำส้มคั้น 1 แก้วนะ
00:04:1900:04:22มีวิตามินสูงกว่าส้ม 1 ลูกแน่นอน
00:04:2200:04:27เพราะน้ำส้ม 1 แก้ว ใช้ส้มอย่างน้อยเนี่ย 10 ลูกนะครับ
00:04:2700:04:32วิตามินสูงกว่า แต่สิ่งที่ตามมาคืออะไร น้ำตาลล้วนๆ ครับ
00:04:3200:04:34น้ำตาลล้วนๆ
00:04:3400:04:38เมื่อท่านพยายามทานน้ำผลไม้เยอะจนเกินไป
00:04:3800:04:41สิ่งที่ท่านได้มาอาจจะเป็นวิตามินที่เยอะ
00:04:4100:04:44แต่วิตามินเนี่ยร่างกายของเรา
00:04:4400:04:48ถ้ามันเยอะเกินไป มันก็ขับทิ้ง มันเกินเหตุการณ์นะครับ
00:04:4800:04:51แต่ถ้าเกิดน้ำตาลเนี่ยได้มาร่างกายเราไม่ขับทิ้ง
00:04:5100:04:56มันมาเปลี่ยนเป็นไขมัน พอกตัวเราจนอ้วนหน้ากลมเลย
00:04:5600:05:00มีเคสหลายๆ เคสที่พยายามลดความอ้วน
00:05:0000:05:03แล้วไม่ทราบ ไปกินน้ำผลไม้แทน
00:05:0300:05:06ออกกำลังกายตั้งเยอะ ทำไมไม่ลดน้ำหนักเลย
00:05:0600:05:12ก็ไปถามดูว่าทานน้ำผลไม้วันละ 1-2 ลิตร แทนข้าว
00:05:1200:05:14อย่างนี้ โอ้โห ได้จากคาร์โบไฮเดรตล้วนๆ เลย
00:05:1400:05:16เหมือนกินข้าวขาวเยอะๆ ครับ
00:05:1600:05:18เพราะว่าสุดท้ายมันก็กลายมาเป็นน้ำตาลเหมือนกัน
00:05:1800:05:24อันนี้อันตรายมากๆ เรื่องการกินน้ำผลไม้แทนผลไม้ที่เป็นผล
00:05:2400:05:28เพราะผลไม้ที่เป็นผลจะมีกากใยแล้วก็จะทำให้อิ่ม
00:05:2800:05:31แล้วกากใยที่เราทานพร้อมผลไม้เข้าไปเนี่ย
00:05:3100:05:35จะขัดขวางการดูดซึมของคาร์โบไฮเดรตหรือน้ำตาลได้ส่วนหนึ่ง
00:05:3500:05:37แต่ถ้าท่านทานน้ำผลไม้เพียวๆ เลยเนี่ย
00:05:3700:05:39มันเป็นคาร์โบไฮเดรตเพียวๆ ครับ
00:05:3900:05:42มันก็จะดูดซึมได้เกือบ 100% แบบนี้ก็จะอ้วนได้ง่ายกว่าครับ
00:05:4200:05:46เพราะฉะนั้นแล้วถ้าให้ผมแนะนำน้ำผลไม้ทานได้ครับ
00:05:4600:05:48ผมก็ทานวันละ 1 แก้วพอ
00:05:4800:05:51หลังจากนั้นเนี่ยให้ทานเป็นผลไม้ที่เป็นลูกดีกว่า
00:05:5100:05:54แล้วก็เลือกผลไม้ที่มีแคลอรี่ต่ำมีน้ำตาลต่ำ
00:05:5400:05:56ก็จะสุขภาพดีไปตลอดชีวิตนะครับ
00:05:5700:06:00มาต่อกันที่ความเชื่อผิดๆ ข้อที่ 4 กันบ้างครับ
00:06:0000:06:04ผลไม้ทานก่อนอาหารหรือหลังอาหารก็เหมือนกันนั่นแหละ
00:06:0400:06:09ก็ต้องบอกว่าสำหรับคนทั่วไปที่ไม่ได้เป็นโรคอะไรนะครับ
00:06:0900:06:13การจะทานก่อนหรือทานหลังอาหารคงไม่ได้แตกต่างกันมากนัก
00:06:1300:06:18แต่สำหรับผู้ป่วยเบาหวานแนะนำให้ทานหลังอาหารดีกว่า
00:06:1800:06:22เพราะว่าการทานก่อนอาหารจะได้รับน้ำตาลค่อนข้างสูง
00:06:2200:06:26และจะทำให้น้ำตาลค่อนข้างสวิงขึ้นสวิงลงรวดเร็วจนเกินไป
00:06:2600:06:30ซึ่งจะเป็นผลที่ไม่ค่อยดีต่อสุขภาพผู้ป่วยเบาหวานมากนัก
00:06:3000:06:33การควบคุมน้ำตาลจะไม่ค่อยดีนะครับ
00:06:3300:06:36เพราะฉะนั้นแนะนำให้กินทีหลังดีกว่า
00:06:3600:06:41รวมทั้งเวลาเราทานอาหารพวกหวานๆ หรือคาร์โบไฮเดรตสูงๆ
00:06:4100:06:46ถ้าเราทานพร้อมกับหรือทานหลังจากที่เราทานอาหาร
00:06:4600:06:48พวกโปรตีนหรือไขมันไปแล้วเนี่ย
00:06:4800:06:52การดูดซึมคาร์โบไฮเดรตจะลดลงกว่าเดิมพอสมควรเลย
00:06:5200:06:55อาจจะ 10 20 30% ก็แล้วแต่นะครับ
00:06:5500:06:59แบบนี้ก็จะทำให้การได้รับน้ำตาของเราเนี่ยลดลง
00:06:5900:07:02ก็ถือว่าเป็นการควบคุมน้ำตาลได้ดีอย่างหนึ่งเลย
00:07:0200:07:05แล้วก็ยังทำให้ควบคุมน้ำหนักได้อย่างดีด้วยครับ
00:07:0500:07:08และนี่ก็คือความเชื่อผิดๆ ข้อที่ 4 ครับ
00:07:0800:07:11มาต่อกันที่ความเชื่อผิดๆ ข้อสุดท้ายข้อที่ 5 ครับ
00:07:1100:07:14ผลไม้แบบไหนมันก็เหมือนกันแหละ
00:07:1400:07:16มันไม่เหมือนกันครับ
00:07:1600:07:19คราวนี้ผมจะอธิบายให้คร่าวๆ เลยครับว่า
00:07:1900:07:23ผลไม้บางอย่างเนี่ยนับว่าเป็นผลไม้แห่งความอ้วนเลยก็ได้
00:07:2300:07:26บางอย่างท่านอาจจะคิดไม่ถึงเลยว่ามันอ้วนได้ขนาดนี้
00:07:2600:07:30อย่างเช่น ทุเรียน ทุเรียน 1 เม็ดได้ 160 kcal
00:07:3000:07:34ท่านกินทุเรียน 3 เม็ด ก็ข้าวผัดกระเพราไก่ไข่ดาวนะครับ
00:07:3400:07:40กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ 100 กรัม 150 kcal นะครับ
00:07:4000:07:43ท่านกิน 3-4 ลูกเนี่ยเหมือนกินข้าวจานใหญ่ๆ เลย
00:07:4300:07:49มังคุด 4 ลูก ได้ประมาณซัก 80 kcal ประมาณนี้
00:07:4900:07:54ท่านกิน 10 ลูก ก็ 250 kcal ข้าวครึ่งจานไม่น้อยนะครับ
00:07:5400:07:56มะม่วงงี้นะครับ
00:07:5600:07:58ไม่ว่าจะเป็นมะม่วงดิบ มะม่วงสุก มะม่วงมัน
00:07:5800:08:00แคลอรี่ก็สูงเท่านั้นนะครับ
00:08:0000:08:04อย่างเช่น มะม่วงดิบ 100 กรัม ก็มี 60-70 kcal
00:08:0400:08:08มะม่วงสุก 100 กรัม มี 80-90 มะม่วงมันนี่เยอะสุด
00:08:0800:08:12เยอะกว่ามะม่วงสุกอีกมี 100 kcal/100 กรัม
00:08:1300:08:15แถมมะม่วงดิบท่านบอกแคลอรี่น้อยกินมะม่วงดิบแล้วกัน
00:08:1500:08:20ท่านไปจิ้มน้ำปลาหวาน มันก็หนัก มันก็อ้วน
00:08:2000:08:22เพราะฉะนั้นระมัดระวังนะครับ
00:08:2200:08:25เงาะก็เหมือนกัน 100 กรัม มี 75 kcal
00:08:2500:08:29เพราะฉะนั้นนี่คือความเชื่อผิดๆ ว่าผลไม้แบบไหนก็เหมือนกัน
00:08:2900:08:33ไม่จริงครับ ผลไม้มีทั้งอ้วนแล้วก็คุมน้ำหนักได้ดีนะครับ
00:08:3300:08:35และนี่ก็คือความเชื่อผิดๆ 5 ข้อ
00:08:3500:08:39ที่จะทำให้ท่านยิ่งทานผลไม้แล้วยิ่งอ้วนสุขภาพไม่ดีครับ
00:08:3900:08:41คราวนี้ผมขออนุญาตสรุปครับ
00:08:4100:08:475 ความเชื่อผิดๆ ที่จะทำให้ท่านยิ่งทานผลไม้แล้วยิ่งอ้วนครับ
00:08:4700:08:50โดยปกติเราทานผลไม้ เราก็ควรจะต้องสุขภาพดีต้องผอมใช่ไหมครับ
00:08:5000:08:52หน้าตาต้องสดใสใช่ไหมครับ
00:08:5200:08:56แต่ 5 ความเชื่อผิดๆ นี้แหละจะทำให้ท่านยิ่งอ้วนกว่าเดิม
00:08:5600:09:00ความเชื่อแรกคือทานผลไม้แทนข้าวไปเลย 3 มื้อ
00:09:0000:09:04แล้วสุขภาพจะดี น้ำหนักจะลด ไม่ใช่ครับบอกเลย
00:09:0400:09:08น้ำหนักท่านอาจจะลดภายในเดือนแรกเนี่ย 5-10 กิโลกรัมเลย
00:09:0800:09:12ลดแบบเร็วๆ มากๆ นั่นก็เพราะว่าท่านสูญเสียกล้ามเนื้อ
00:09:1200:09:14การที่ท่านไม่ทานโปรตีน ไม่ทานไขมันเลยเนี่ย
00:09:1400:09:17ท่านจะสูญเสียกล้ามเนื้อออกไปจากร่างกาย
00:09:1700:09:19แรกๆ ดูเหมือนน้ำหนักจะลดเร็วนะครับ
00:09:1900:09:21แต่ว่าปริมาณไขมันไม่ได้ลดลงเลย
00:09:2100:09:23เพราะว่าในผลไม้ก็มีคาร์โบไฮเดรต
00:09:2300:09:25ซึ่งเปลี่ยนแปลงเป็นน้ำตาลนะครับ
00:09:2500:09:28แล้วก็กลายเป็นไขมันเวลาเข้าสู่ในร่างกายของเรา
00:09:2800:09:31เก็บเป็นไขมันก็อ้วนเลย แถมไม่แข็งแรงอีกต่างหาก
00:09:3200:09:35รวมทั้งพอผ่านไปเดือน 2 เดือน ท่านก็ไม่สามารถอดทนแล้วแหละ
00:09:3500:09:38มนุษย์อะไรจะกินผลไม้อย่างเดียวไปตลอดชีวิตใช่ไหมครับ
00:09:3800:09:41มันก็ต้องกินอย่างอื่นบ้าง พอท่านเริ่มกลับมากินปุ๊บ
00:09:4100:09:44ระบบเผาผลาญพังกลับมาอ้วนหนักเลยนะครับ
00:09:4400:09:45อันนี้ก็เป็นข้อแรกครับ
00:09:4500:09:48เป็นความเชื่อผิดๆ ว่าการทานผลไม้เพียงอย่างเดียว
00:09:4800:09:51ทดแทนข้าวจะทำให้สามารถลดความอ้วนได้ครับ
00:09:5200:09:54มาต่อกันที่ความเชื่อผิดๆ ข้อที่ 2 ครับ
00:09:5400:09:58นั่นก็คือผลไม้ทานได้เท่าไหร่ก็ไม่อ้วน
00:09:5800:09:59อันนี้ไม่จริงอยู่แล้วนะครับ
00:09:5900:10:02เพราะว่าแม้จะเป็นผลไม้ที่มีแคลอรี่น้อยๆ
00:10:0200:10:05ไม่ว่าจะเป็นแอปเปิ้ล ไม่ว่าจะเป็นฝรั่ง
00:10:0500:10:09ไม่ว่าจะเป็นไรก็ตาม ถ้าท่านทานเยอะมากจนเกินไป
00:10:0900:10:12เช่น ท่านปกติเนี่ยท่านทานอาหาร
00:10:1200:10:16วันนึงสมมุติว่าท่านต้องการประมาณ 2,000 kcal
00:10:1600:10:19ท่านทานอาหารไปแล้ว 2,000 kcal แล้วท่านทานผลไม้เพิ่ม
00:10:1900:10:22เพิ่มอีกเยอะเลย ประมาณ 500 kcal
00:10:2300:10:25ไอ้ 500 ที่เกินมามันจะทำให้อ้วนอยู่ดีครับ
00:10:2500:10:28เพราะฉะนั้นเนี่ยการทานผลไม้การทานอาหาร
00:10:2800:10:30ในที่สุดแล้วก็ต้องควบคุมแคลอรี่
00:10:3000:10:33ให้อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่เลยกับที่ท่านใช้
00:10:3300:10:35หลักการลดความอ้วนมีแค่ง่ายๆ ครับ
00:10:3600:10:39ใช้ให้มากกว่ากิน ยังไงก็อย่างงี้ครับ
00:10:3900:10:43ไม่ว่าผลไม้จะดีจะแพงแค่ไหน ไม่ว่าใครมันจะดีจะแพงแค่ไหน
00:10:4300:10:45โปรตีนจะดีจะแพงแค่ไหน
00:10:4500:10:49ถ้าท่านกินมากกว่าใช้ยังไงก็อ้วนครับ
00:10:4900:10:51มาต่อกันที่ข้อที่ 3 ครับ
00:10:5100:10:57คั้นแบบน้ำได้วิตามินสูงกว่าได้ประโยชน์สูงกว่าการกินแบบผล
00:10:5700:10:59ต้องบอกว่าไม่จริงครับ
00:10:5900:11:03คือถ้าจะเทียบกันง่ายๆ ก็อาจจะบอกว่าจริงบางส่วน
00:11:0300:11:10ก็คือว่าสมมุติว่าท่านกินน้ำส้มแก้วหนึ่งเทียบกับส้มผลหนึ่ง
00:11:1000:11:12ไอ้น้ำส้มแก้วหนึ่งมีวิตามินซีเยอะกว่าเยอะอยู่แล้ว
00:11:1300:11:17เพราะว่าไอ้ส้มแก้วนึงอ่ะ มันใช้ส้ม 10 ผล เป็นอย่างต่ำ
00:11:1700:11:18ในการที่จะคั้นออกมา
00:11:1800:11:21แต่ท่านไม่ใช่ได้แค่วิตามินซีไงครับ
00:11:2100:11:22ท่านได้อย่างอื่นๆ อีกเพียบเลย
00:11:2200:11:26และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือน้ำตาลซึ่งทำให้อ้วนมากๆ
00:11:2600:11:29มีหลายๆ คนเลยพยายามจะลดน้ำหนักด้วยการทานน้ำผลไม้
00:11:2900:11:33แล้วก็ต้องเศร้าครับ เพราะว่ายิ่งทานยิ่งอ้วนครับ
00:11:3300:11:36แนะนำเลยว่าให้ทานเป็นผลไม้ปกติดีกว่า
00:11:3600:11:41เพราะผลไม้เนี่ยหนึ่งก็คือมีกากใยทำให้ท่านอิ่มยาวนาน
00:11:4100:11:44รวมทั้งเวลาท่านกินกากใยพร้อมกับคาร์โบไฮเดรตต่างๆ
00:11:4400:11:48เช่น น้ำตาลจากผลไม้ มันจะดูดซึมได้น้อยกว่าปกติ
00:11:4800:11:51ถ้าท่านทานน้ำผลไม้อย่างเดียวจะดูดซึมเร็วมากนะครับ
00:11:5100:11:54และทำให้อินซูลินในร่างกายของท่านขึ้นลงอย่างรวดเร็ว
00:11:5500:11:58ทำให้การควบคุมน้ำหนักเนี่ยยิ่งยากขึ้นไปอีกนะครับ
00:11:5800:12:01อันนี้ก็คือความเชื่อผิดๆ ข้อที่ 3 นั่นเองครับ
00:12:0100:12:04มาต่อกันที่ความเชื่อผิดๆ ข้อที่ 4 บ้างครับ
00:12:0400:12:08นั่นก็คือผลไม้จะกินก่อนอาหารหรือหลังอาหารก็ได้
00:12:0800:12:11ก็ต้องบอกงี้ครับว่าสำหรับคนทั่วไปแล้วเนี่ย
00:12:1100:12:12ท่านจะกินก่อนอาหารหรือหลังอาหาร
00:12:1200:12:15ก็อาจจะไม่ได้แตกต่างกันมากนักครับ
00:12:1500:12:17แต่สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานเนี่ย
00:12:1700:12:21ถ้ากินผลไม้ก่อนอาหารนานๆ แบบนี้ไม่ค่อยแนะนำ
00:12:2100:12:23แนะนำให้ทานหลังอาหารมากกว่าเพราะว่าอะไร
00:12:2400:12:27เพราะว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ท่านทานผลไม้ก่อนอาหารนานๆ
00:12:2700:12:30ท่านจะได้รับน้ำตาลเข้าไปเต็มๆ เลยนะครับ
00:12:3000:12:32แล้วก็ดูดซึมเข้าไป 100% เลย
00:12:3200:12:35จะทำให้มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเร็วมากนะครับ
00:12:3500:12:38ควบคุมน้ำตาลได้ยากมาก แต่ถ้าทานหลังอาหารเนี่ย
00:12:3800:12:41ท่านได้ทานอาหารเข้าไปแล้วมีโปรตีนมีไขมัน
00:12:4100:12:43มันจะยับยั้งการดูดซึมคาร์โบไฮเดรต
00:12:4300:12:45หรือน้ำตาลจากผลไม้ได้ในส่วนหนึ่ง
00:12:4500:12:49ก็จะทำให้การควบคุมอาหารเนี่ยดีขึ้นนั่นเองครับ
00:12:4900:12:52ควบคุมน้ำตาลก็ยอมขึ้นนั่นเองครับ
00:12:5200:12:54คราวนี้มาต่อความเชื่อผิดๆ ข้อที่ 5 บ้างครับ
00:12:5400:12:58นั่นก็คือผลไม้แบบไหนก็เหมือนๆ กันแหละ
00:12:5800:12:59ต้องบอกว่าไม่เหมือนครับ
00:12:5900:13:03ผลไม้เนี่ยมีผลไม้ที่ทำให้อ้วนมากๆ สุดๆ
00:13:0300:13:05แล้วก็ผลไม้ที่ควบคุมน้ำหนักครับ
00:13:0500:13:07ผลไม้ที่อ้วนมากๆ ก็เช่น ทุเรียน
00:13:0700:13:111 เม็ด 160 kcal 3 เม็ด กระเพราไก่ไข่ดาวนะครับ
00:13:1100:13:15กล้วยน้ำว้า 100 กรัม 150 kcal
00:13:1500:13:183-4 ลูก กระเพราไก่ไข่ดาวเช่นกันนะครับ
00:13:1800:13:22มังคุด มะม่วง เงาะ อันตรายกิน แต่พอเพียงนะครับ
00:13:2200:13:25เพราะฉะนั้นเลือกทานอย่างถูกต้องเพื่อสุขภาพที่ดีครับ
00:13:2500:13:27และนี่ก็คือ 5 ความเชื่อผิดๆ
00:13:2700:13:30ที่จะทำให้ท่านยิ่งทานผลไม้และยิ่งอ้วนครับ
00:13:3000:13:31ก่อนไปอย่าลืมกด Like กด Share
00:13:3100:13:34กด Subscribe และกดกระดิ่ง สวัสดีครับ