จะป้องกันอาการตาล้าได้อย่างไรบ้าง

คำถาม:
จะป้องกันอาการตาล้าได้อย่างไรบ้าง?
คำตอบ:
สามารถป้องกันอาการตาล้าได้โดยใช้เทคนิค 20-20-20 คือทุก 20 นาที พักสายตา 20 วินาที และมองออกไปไกลอย่างน้อย 20 ฟุต กระพริบตาบ่อยๆ เพื่อให้ตาชุ่มชื้น หลีกเลี่ยงการใช้สายตาในที่มืดหรือแสงจ้าเกินไป ห่างจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ประมาณ 20 นิ้ว (50 เซนติเมตร) ใส่แว่นตาที่เหมาะสมตามสถานการณ์ ใช้อุปกรณ์กรองแสง เช่น แผ่นฟิล์มกรองแสงหน้าจอ หรือแว่นตัดแสง และหลีกเลี่ยงการนั่งหน้าพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศที่เป่าตรงดวงตา

EP132 : 7 เทคนิคที่จะแก้อาการตาล้าได้อย่างรวดเร็ว

จากช่อง:Doctor Top
คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:03:53คราวนี้เรามาดู 7 วิธีการที่จะป้องกันอาการตาล้าของท่าน
00:03:59อาการตาล้าจะลดความเสี่ยงได้และก็ลดอาการได้
00:04:04อันแรก เขาเรียกว่า เทคนิค 20 ครับ
00:04:08ทำยังไงครับ ก็คือจำกัดเวลาการใช้สายตา
00:04:11อย่างเช่น การอ่านหนังสือ หรือการทำงานนานๆ
00:04:1420 นาที
00:04:15ทุก 20 นาที จะต้องพักสายตา 20 วินาทีนะครับ
00:04:21ทุก 20 นาที จะต้องพักสายตา 20 วินาที
00:04:24และไม่ใช่พักแบบเฉยๆ นะครับ
00:04:26ต้องมองไปไกลอย่างน้อย 20 ฟุต
00:04:30เพื่อให้เราผ่อนคลายกล้ามเนื้อรอบดวงตา รอบกระบอกตา
00:04:35อันนี้ก็คือกฎ 20 นั่นเอง
00:04:37ย้ำอีกครั้งนะครับ
00:04:3820 นาที พัก 20 วินาที
00:04:42แล้วมองไกล 20 ฟุต ก็คือข้อแรกนะครับ
00:04:47ข้อที่ 2 ครับ
00:04:49เทคนิคนี้ง่ายมาก ป้องกันอาการตาล้า
00:04:51คือแนะนำให้ท่านกระพริบตาบ่อยๆ
00:04:55สมมติว่าท่านอ่านหนังสือหรือทำงานไปสักพักหนึ่ง
00:04:57หรือมองจอคอมพิวเตอร์ กระพริบตารัวๆ อย่างนี้ครับ
00:05:01ทำไมต้องกระพริบตา
00:05:02การกระพริบตาของเราจะเป็นการทำให้เกิดน้ำหล่อเลี้ยง
00:05:06ของดวงตามันออกมาเคลือบตาเรามากขึ้นนะครับ
00:05:10ซึ่งจะป้องกันตาแห้ง
00:05:11แล้วก็ทำให้กล้ามเนื้อรอบตามีการผ่อนคลาย
00:05:14ไม่เกร็งตลอดเวลานะครับ
00:05:16อันนี้ก็เป็นเทคนิคการป้องกันอาการตาล้าข้อที่ 2
00:05:21ต่อมาข้อที่ 3 หลีกเลี่ยงการใช้สายตาในที่มืดหรือแสงน้อย
00:05:27รวมทั้งปรับแสงให้เหมาะสมกับการทำงานนั้นๆ
00:05:30บางครั้งเราอ่านหนังสือในที่ๆ มืดเกินไป
00:05:34ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามเราต้องรู้สึกว่าต้องเพ่ง
00:05:37ควรจะเพิ่มแสงไฟในการอ่านหนังสือ
00:05:40ก็อันนี้สำคัญมากๆ เลยนะครับ
00:05:43ยังไม่พอ ถ้าเกิดในที่ๆ แสงสว่างมากๆ
00:05:45ก็อาจจะแนะนำให้ใส่แว่นตา
00:05:47และนี่ก็คือข้อที่ 3 นะครับ
00:05:49หลีกเลี่ยงการใช้สายตาในที่ๆ มีแสงน้อยนะครับ
00:05:53ต่อมาข้อที่ 4 ครับ
00:05:55การใช้คอมพิวเตอร์หรือว่าแล็ปท็อปอะไรต่างๆ
00:05:58ควรให้สายตาอยู่ห่างจากหน้าจอประมาณ 20 นิ้ว
00:06:0520 นิ้ว ก็คือประมาณสัก 50 เซนติเมตร กว่าๆ
00:06:08ประมาณเท่านี้อย่างน้อย
00:06:11ประมาณเท่านี้นะครับ
00:06:12ก็จะทำให้สายตาเราค่อนข้างสบาย
00:06:15แล้วก็ไม่ปวดเมื่อคอ ไม่ปวดหลังด้วยนะครับ
00:06:17การมองใกล้เกินไป บางทีเราก้มนะครับ
00:06:20ทั้งปวดหลัง ปวดคอ ปวดหัว ปวดตา
00:06:22พาไปเป็น Office Syndrome กันเลย อันนี้ลำบากนะครับ
00:06:26ต่อมาข้อที่ 5 ครับ
00:06:27สวมแว่นตาให้เหมาะสมกับการใช้งาน
00:06:30อย่างแว่นตาสำหรับการอ่านหนังสือ
00:06:33สมมุติท่านสายตายาว ท่านก็ควรใส่แว่นตาสายตายาว
00:06:37ไม่ใช่ไปนั่งเกร็งอ่านหนังสืออย่างนี้
00:06:38มันจะปวดตานะครับ
00:06:40หรือว่าเวลาออกแดด อยู่กลางแสงแดด
00:06:42ก็ควรจะใส่แว่นตากันแดด
00:06:44ถ้าเกิดสมมุติว่าท่านทำงานเกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์
00:06:47หรือว่าเป็นช่างอ๊อก ช่างเชื่อมอะไรต่างๆ
00:06:49ก็ควรจะใส่ป้องกันประกายไฟหรือแสงไฟ
00:06:54เพื่อป้องกันอาการตาล้าจากแสงที่มากเกินไปนะครับ
00:06:58ต่อมาข้อที่ 6 ใช้อุปกรณ์กรองแสงต่างๆ
00:07:02เช่น อาจจะเป็นแผ่นฟิล์มกองแสงหน้าจอคอมพิวเตอร์
00:07:07แผ่นฟิล์มกรองแสงของโทรศัพท์
00:07:10หรือว่าอาจจะเป็นแว่นตัดแสง
00:07:13เพื่อให้การอ่านของเราสบายตามากขึ้น
00:07:15และนี่ก็คือข้อที่ 6 ครับ
00:07:18ต่อมาข้อที่ 7 หลีกเลี่ยงการนั่งหน้าพัดลม
00:07:22หรือเครื่องปรับอากาศนะครับ
00:07:24ที่ทำให้ดวงตาสัมผัสกับลมโดยตรง
00:07:27เพื่อป้องกันอาการตาแห้งครับ
00:07:29คราวนี้นอกจาก 7 ข้อที่กล่าวมานั้น
00:07:32ยังจะมีเรื่องของการรับประทานอาหารเพื่อบำรุงสายตาด้วย
00:07:36เช่น ปลาทะเล ไข่ ถั่ว ส้ม มะนาว และผักใบเขียว
00:07:41ก็จะช่วยให้สายตาเราดีขึ้นและลดอาการตาล้าได้เป็นอย่างดี
00:07:46ผมขออนุญาตสรุปว่าอาการตาล้า
00:07:51เราสามารถลดความเสี่ยงแล้วก็แก้ไข
00:07:54หรือทำว่าทำให้น้อยลงได้อย่างไรบ้าง
00:07:56ทั้งหมด 7 เทคนิคด้วยกัน
00:07:59เทคนิคข้อแรก เทคนิค 20
00:08:02ทุก 20 นาที พักสายตา 20 วินาที มองออกไปไกล 20 ฟุต
00:08:09นี่คือข้อแรก กฎ 20 นะครับ
00:08:11ข้อที่ 2 กระพริบตาบ่อยๆ
00:08:15จะช่วยให้ดวงตาชุ่มชื้นมากขึ้น
00:08:18ทำให้สายตาเวลาเรากระพริบกล้ามเนื้อเราจะคลาย
00:08:22อาการล้าก็จะลดลง
00:08:24ตาชุ่มชื้นมากขึ้นก็จะทำให้การมองเห็นชัดเจนขึ้น
00:08:30ตาไม่แห้ง อันนี้ก็คือข้อที่ 2
00:08:32สำหรับใครที่ตาแห้งมากๆ แนะนำให้หยอดน้ำตาเทียม
00:08:36ส่วนข้อที่ 3 หลีกเลี่ยงการใช้สายตาในที่มืดหรือแสงน้อย
00:08:42แล้วก็หลีกเลี่ยงการออกแดดรุนแรง
00:08:46ที่ต้องใช้ตาหรี่แบบนี้ก็จะทำให้เกิดอาการตาล้า
00:08:51ได้ทั้งมืดมากก็ตาล้า สว่างมากก็ตาล้าครับ
00:08:54และนี่ก็คือข้อที่ 3 ครับ
00:08:56ต่อมาข้อที่ 4 ครับ
00:08:59ถ้าท่านจะใช้คอมพิวเตอร์หรือแล็ปท็อปต่างๆ
00:09:02แนะนำให้ตาของท่านห่างจากจอประมาณ 20 นิ้ว
00:09:07หรือประมาณ 50 เซนติเมตร
00:09:11รวมทั้งปรับระดับแสงของจอให้นุ่มนวล
00:09:17ในกรณีที่จอคอมพิวเตอร์ ถ้าท่านใช้งานบ่อยมากๆ
00:09:21ผมแนะนำให้เป็นจอแบบลักษณะด้านนะครับ
00:09:24เขาเรียกว่า Anti-Glare ก็คือค่อนข้างที่จะด้านนะครับ
00:09:29แล้วก็มันจะไม่ค่อยสะท้อนทำให้เราไม่ต้องเพ่งมาก
00:09:32คือหน้าจอที่สวยๆ บางทีสะท้อนแล้วก็แบบ
00:09:36ยิ่งมองยิ่งปวดตานะครับ
00:09:38ต้อมาข้อที่ 5 ครับ
00:09:40ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่ท่านใช้สายตา
00:09:44ต้องใส่แว่นตาให้เหมาะกับสถานการณ์
00:09:48เช่น แว่นตาสำหรับอ่านหนังสือ ถ้าท่านสายตายาว
00:09:51แว่นตากันแดด เมื่อท่านออกไปเจอแสงแดด
00:09:54แว่นตาสำหรับเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์
00:09:56ถ้าท่านมีการอ๊อกเหล็ก อ๊อกไฟ
00:09:58หรือทำอะไรที่มันมีประกาย ไฟประกายแสง
00:10:01ก็แนะนำให้ใส่นะครับ
00:10:02ต่อมาข้อที่ 6 ครับ
00:10:04ใช้อุปกรณ์กรองแสงหน้าจอคอมพิวเตอร์
00:10:08ม่านบังแสง กันแสงสีฟ้า
00:10:11หรือเลนส์ของแว่นที่ทำให้อ่านหนังสือได้สบาย
00:10:14มีอะไรก็เอาออกมาใช้ให้หมดนะครับ
00:10:17ต่อมาข้อที่ 7 หลักเลี่ยงการนั่งหน้าพัดลม
00:10:20หรือว่าที่ๆ มีลมเป่าเพราะว่า
00:10:23หรือว่าพวกเครื่องปรับอากาศก็เช่นกันนะครับ
00:10:25เพราะว่าจะทำให้ตาเราสัมผัสกับลมโดยตรง
00:10:28แล้วก็จะเกิดอาการตาแห้ง แล้วก็มีอาการตาล้าตามมา
00:10:32และนี่ก็คือ 7 ข้อที่จะช่วยให้ท่านมีอาการตาล้าลดลงนะครับ
00:10:38แล้วก็อย่าลืมครับ อย่าเล่นโทรศัพท์มือถือมากเกินไป