00:00:00 → 00:00:02[เพลง]
00:00:02 → 00:00:06ว่าในสถานการณ์ scenario ทั้ง 4 รูปนี้นะ
00:00:06 → 00:00:10ครับเรา Bas on B mii ที่เป็นของ Who
00:00:10 → 00:00:14นะครับอ่าจะเห็นว่าคนแรก 28.2 คนที่ 2
00:00:14 → 00:00:1930.1 คนที่ 3 36.2 แล้วก็คนสุดท้าย 36.2
00:00:19 → 00:00:23เท่ากับคนที่ 3 นะครับถ้าเรามองเฉพาะ BMI
00:00:23 → 00:00:26Base diagnosis เนี่ยจะเห็นว่าคนแรกก็
00:00:26 → 00:00:28คือไม่เกิน 30 เนาะ overweight ที่เหลือ 3
00:00:28 → 00:00:31คนก็เข้าเกณฑ isy แต่อย่างที่เล่าให้ฟัง
00:00:31 → 00:00:35ว่า BMI อย่างเดียวไม่ไม่เหมาะที่จะเอามา
00:00:35 → 00:00:38ใช้ในระดับที่เรียกว่าเป็น individual
00:00:38 → 00:00:41Approach ครับคำว่า individual Approach
00:00:41 → 00:00:45แปลว่าการที่แพทย์หรือบุคลากรแ่งการแพทย์
00:00:45 → 00:00:48วินิจฉัยเคสที่มาหาเราที่มาหาเราเราควรจะ
00:00:48 → 00:00:50ดูให้ละเอียดกว่านั้นนะครับ BMI อาจจะมี
00:00:51 → 00:00:53ประโยชน์ในแง่ของการเก็บข้อมูลระดับ
00:00:53 → 00:00:55ประเทศระดับโลกครับเป็นเรื่องของการทำ
00:00:55 → 00:00:58สถิติระบาดวิทยานะครับเพราะว่าคงไม่
00:00:58 → 00:01:01สามารถลงมาวัดแบบละเอียดเฉพาะบุคคลได้แต่
00:01:01 → 00:01:04ปัจจุบันเราดูแลรักษาเคสเกี่ยวข้องกับ
00:01:04 → 00:01:07เรื่องของน้ำหนักโรคอ้วนเนาะเราควรจะดู
00:01:07 → 00:01:09ระดับที่เรียกว่าเป็น individual
00:01:09 → 00:01:12Approach นะครับคราวนี้ประเมิน access
00:01:12 → 00:01:14body fat กันบ้างจะเห็นว่าเออคนแรกนะ
00:01:14 → 00:01:17ครับ overweight ก็จริงนะแต่แฟตเกินน่ะ
00:01:17 → 00:01:20อ่าแฟตเกินอาการผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับ
00:01:20 → 00:01:23น้ำหนักก็ไม่มีนะฮะเพราะฉะนั้นคนเนี้ยเรา
00:01:23 → 00:01:26จะเห็นว่า Under diagnosis of obesity
00:01:26 → 00:01:30แปลว่าจริงๆอ้วนนะอ้วนมีไขมันเกินแต่แต่
00:01:30 → 00:01:32ว่าถูก BMI ครอบไ้อยู่ว่าเป็น overweight
00:01:32 → 00:01:35ก็อาจจะไม่ได้ทำอะไรเห็นมั้ยฮะแต่ในขณะคน
00:01:35 → 00:01:38ที่ 2 ครับอ่า BMI เกินแต่ว่าโอ Fat ก็
00:01:38 → 00:01:40ไม่ได้เกินเพราะเขาอาจจะมี Muscle เยอะ
00:01:40 → 00:01:43ถูกมั้ยกล้ามเนื้อเยอะอาการอื่นๆก็ไม่ได้
00:01:43 → 00:01:46มีคนนี้ก็ถือว่าเป็น Over diagnosis นะ
00:01:46 → 00:01:49ครับคนที่ 3 ครับอ้วนอาจจะมีเ่อ access
00:01:49 → 00:01:52body fat นะแต่ว่าอาการความผิดปกติที่
00:01:52 → 00:01:56เป็นเ่อฟังก์ชันที่เป็นออร์แกนเป็นระบบ
00:01:56 → 00:01:58การทำงานต่างๆในร่างกายยังดีไม่ได้มี
00:01:58 → 00:02:01ลิมิตเรื่องของของกิจกรรมระหว่างวันจาก
00:02:01 → 00:02:04ปัญหาน้ำหนักเห็นมยฮะก็ไม่ได้มี sign and
00:02:04 → 00:02:06symptom นะครับก็ถือว่าเป็น obesity ที่
00:02:06 → 00:02:11preserve ก็คือยังมี Health ที่ดีอยู่นะ
00:02:11 → 00:02:13ครับแต่คนสุดท้ายก็ติ๊กถูกหมดเลยก็แปลว่า
00:02:13 → 00:02:17กลุ่มนี้อาจจะเป็นอ้วนที่มีผลกระทบต่อ
00:02:17 → 00:02:20สุขภาพนะครับคราวนี้เรามาดูกันต่อครับอ่า
00:02:20 → 00:02:23ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือคนแรกนะครับ
00:02:23 → 00:02:25วินิจฉัยจาก BMI เป็น overweight ซึ่ง
00:02:25 → 00:02:30จริงๆคนไข้มี access body fat นะซึ่งอ
00:02:30 → 00:02:34สิ่งนี้ละครับทำให้เอ่อไม่ได้รับการเอ่อ
00:02:34 → 00:02:37Approach หรือการที่ต้อง Take Action
00:02:37 → 00:02:40เพราะว่าเดูแ่ BMI ถูกมยฮะ BMI อาจจะถ้า
00:02:40 → 00:02:43บ้านเราก็คือ overweight BMI ประมาณอ่ะ
00:02:43 → 00:02:4624.5 แต่จริงๆนะอ้วน้วลงพูงมีไขมันหลบใน
00:02:46 → 00:02:48ช่องท้องเยอะซึ่งจริงๆต้อง Take Action
00:02:49 → 00:02:51ะนะต้อง Rest awareness ให้คนไข้รู้แล้ว
00:02:51 → 00:02:54ว่าเฮ้ยต้องลดพุงนะเราจะได้ป้องกันโรคนะ
00:02:54 → 00:02:58ครับในขณะคนที่ 2 ครับมคกายส่วนใหญ่ก็จะ
00:02:58 → 00:03:00เห็นว่า BMI อาจจะเกเกินอ่าเหล่านักก้าม
00:03:01 → 00:03:03ทั้งหลายเห็นมั้ยฮะอาจจะไขมันไม่ได้เยอะ
00:03:03 → 00:03:05มากนะครับจริงๆกลุ่มนี้ก็ถือว่าไม่ได้มี
00:03:05 → 00:03:07ปัญหาเกี่ยวข้องกับเรื่องของโรคอ้วนนะ
00:03:07 → 00:03:11ครับคราวนี้กลุ่มที่ 3 กับ 4 ตรงนี้แหละ
00:03:11 → 00:03:14สิ่งที่เราจะมาดูกันในวันนี้ก็คือถามว่า
00:03:14 → 00:03:18ใครที่เข้าข่ายว่า access body fat
00:03:19 → 00:03:22อ้วนนะแต่ว่ายังอาจจะยังไม่ต้องทำอะไรมาก
00:03:22 → 00:03:26หรืออีกคนนึงต้องทำทันทีนะครับเราจะมาดู
00:03:26 → 00:03:29ข้อมูลกันนะครับอ่าในรูปนี้ก็จะเป็นการ
00:03:29 → 00:03:32สรุปให้เราเห็นว่าการที่เราวินิจฉัยบอก
00:03:32 → 00:03:35ว่ามีภาวะอ้วนแบบใช้ BMI อย่างเดียวกับ
00:03:35 → 00:03:39ปัจจุบันที่เป็นการวินิจฉัยที่เราต้องเอา
00:03:39 → 00:03:42อะไรเอ่ยมาเกียดมาจับเอาเรื่องของการหา
00:03:42 → 00:03:44ว่าคนเนี้ยมี Fat เกินหรือไม่หรือว่า
00:03:44 → 00:03:47access body fat หรือไม่ร่วมกับดู
00:03:47 → 00:03:50clinical นะครับซึ่งต้องว่าต้องดู
00:03:50 → 00:03:53ประวัติตรวจร่างกายแล้วก็ดูอาการเพราะ
00:03:53 → 00:03:58ฉะนั้นเนี่ยต้องบอกว่าการออกมาให้เอ่อเา
00:03:58 → 00:04:00เรียกว่าเรื่องของ commission หรือว่า
00:04:01 → 00:04:03consensus เนี่ยค่อนข้างที่จะมีประโยชน์
00:04:03 → 00:04:06กับคุณหมอที่ดูแลเกี่ยวกับเรื่องของเอ่อ
00:04:06 → 00:04:10ปัญหาน้ำหนักโรคอ้วนนะครับหรือคุณหอทั่วๆ
00:04:10 → 00:04:13ไปนะครับที่จะเอาข้อมูลทางด้านอาการหรือ
00:04:13 → 00:04:16ว่า clinical มามันจับมากขึ้นนะครับพวก
00:04:16 → 00:04:19ที่อาจจะไม่ได้เป็นแพทย์ก็อาจจะค่อนข้าง
00:04:19 → 00:04:22ที่จะยากหน่อยแต่ต้องบอกว่าเอาเอาความรู้
00:04:22 → 00:04:25ตรงนี้มาเติมเต็มได้ครับว่าจะทำให้เรา
00:04:25 → 00:04:28เอ่อให้คำแนะนำดูแลรักษาเคสที่ดูกับเรา
00:04:28 → 00:04:30ได้อย่างไรนะนะ
00:04:30 → 00:04:33ครับจะเห็นว่านะครับในช่องที่เขียนว่า New
00:04:33 → 00:04:37diagnosis นะทุกคนจะเห็นว่า 1 2 3 4
00:04:37 → 00:04:405 6 อ่าสุดท้ายแล้วสิ่งสำคัญที่สุดที่
00:04:40 → 00:04:42จะตัดเข้าว่าคนเนี้ยเข้าเกณฑ์อ้วนหรือไม่
00:04:42 → 00:04:46ไม่ได้สน dmi ละเราจะดูเรื่องของมี access
00:04:47 → 00:04:50body fat หรือไม่อ่าตรงนี้ให้ดอกจันไว้
00:04:50 → 00:04:52ก่อน 3 อันต่อไปเราจะมารู้ว่ารู้ได้ยังไง
00:04:52 → 00:04:54ว่า access body fat นะครับอันนี้
00:04:54 → 00:04:56เดี๋ยวเราจะดูสต็ปถัดไปนะครับแล้วก็ดู
00:04:56 → 00:04:59อาการที่เกี่ยวข้องว่าเ้ยผิดปกตินี่
00:04:59 → 00:05:01เกี่ยวข้องกับไขมันเยอะหรือเปล่ามี Fat
00:05:01 → 00:05:03mas disease หรือ Sick Fat disease
00:05:03 → 00:05:06เข้าไปหรือเปล่านะครับอ่าคนแรกก็จะถือว่า
00:05:06 → 00:05:09No obesity นะครับอ่ะคนที่ 2 อ่า No
00:05:09 → 00:05:11obesity นะครับเห็นมยถ้าเราดู New
00:05:11 → 00:05:14diagnosis นะครับไม่ได้ไม่ต้องไปสน BMI
00:05:14 → 00:05:18นะให้สนกากบาทกับติ๊กถูกนะครับถ้าติ๊กถูก
00:05:18 → 00:05:21ข้อเดียวก็จะเป็น Pre clinical obesity
00:05:22 → 00:05:25อ่าก็พูพูดง่ายๆว่ามีเรื่องของอาจจะเข้า
00:05:25 → 00:05:28เกณฑ์อ้วนนะแต่ยังไม่ได้อ้วนแบบมีความผิด
00:05:28 → 00:05:32ปกติมากนะครับครับ BMI เกินแต่ว่าติ๊กผิด
00:05:32 → 00:05:35หมดก็ค่อนข้างชัดเจนครับหมายเลข 4 จะเห็น
00:05:35 → 00:05:39ว่าอืไม่ได้มีไขมันเกินไม่ได้มีอาการด้วย
00:05:39 → 00:05:41จะมาบอกว่าฉันอ้วนได้ยังไงเห็นมั้ยฮะก็
00:05:41 → 00:05:45น่าทุกคนน่าจะเคยได้ยินข่าวเนาะนักกีฬา
00:05:45 → 00:05:48ทางฝั่งอเมริกาที่ถูกวินิจฉัยว่าเ้ามี
00:05:48 → 00:05:51ภาวะน้ำหนักเกินอ้วนจริงๆคือ muscular มย
00:05:51 → 00:05:54ฮะมีกล้ามเนื้อที่เยอะขึ้นนะแล้วก็คนที่ 4
00:05:54 → 00:05:58ครับมีติ๊กถูกเหมือนกันก็ BMI อาจจะเยอะ
00:05:58 → 00:06:00กว่าคนที่ 3 นะครับแต่ว่าว่า the Same
00:06:00 → 00:06:03เลยไม่ได้มีไ symptom หรืออาการผิดปกติก็
00:06:03 → 00:06:06ยังถือว่าเป็นคลีคลี่ข้อ obesity แล้วก็
00:06:06 → 00:06:08คนสุดท้ายติ๊กถูกหมดนะ
00:06:08 → 00:06:12ครับคราวนี้มารู้จักกันครับเกริ่นให้ฟัง
00:06:12 → 00:06:16ว่าเมื่อเราเข้าเกณฑ์ว่ามีเอ่อไขมันหรือ
00:06:16 → 00:06:18access body fat ที่เยอะเนาะ PR
00:06:18 → 00:06:21clinical กับ clinical obesity ในข้อ
00:06:21 → 00:06:24สรุปนี้ครับ 58 expert นะครับที่ดูแล
00:06:24 → 00:06:26เกี่ยวข้องกับเรื่องของโรคอ้วนเนี่ยระดับ
00:06:26 → 00:06:29โลกเนี่ยเคอยากให้เราแบ่งออกเป็น 2 อย่าง
00:06:29 → 00:06:32นี้ครับเพราะว่ามันมีความสำคัญยังไงความ
00:06:32 → 00:06:35สำคัญในการวางแผนที่จะดูแลรักษาหรือว่า
00:06:35 → 00:06:38Take Action ให้กับคนไข้นั้นนะครับแบ่ง
00:06:38 → 00:06:42ง่ายๆก็คือทั้ง 2 อย่างเนี้ยจะต้องมีไข
00:06:42 → 00:06:44มันมวลไขมันที่เกินนะครับซึ่งเดี๋ยวเราจะ
00:06:44 → 00:06:48ไปดูกันแล้วก็ความสำคัญก็คือ PR clinical
00:06:48 → 00:06:52จะต้องไม่มีอะไรเอ่ยไม่มี evidence หมาย
00:06:52 → 00:06:54ถึงไม่ได้มีสัญญาณหรืออะไรที่ตรวจออกมา
00:06:54 → 00:06:58ได้ว่าคนเนี้ยมีความผิดปกติของการทำงาน
00:06:58 → 00:07:00ของร่างกายในทุกๆระบบไม่ว่าจะเป็นตรวจ
00:07:00 → 00:07:03เลือดหรืออาการที่เราให้อาการที่เราเห็น
00:07:03 → 00:07:06เนาะอย่างเช่นไม่มีภาวะนอนโรนหยุดหายใจ
00:07:06 → 00:07:09ขณะหลับไม่ได้มีปวดค้อปวดเข่าปวดเอวจาก
00:07:09 → 00:07:12น้ำหนักตัวที่เยอะไม่ได้มีอาการเหนื่อย
00:07:12 → 00:07:15เร็วหายใจเร็วเวลาที่ต้องออกแรงเยอะนะ
00:07:15 → 00:07:18ครับก็ถือว่าเอ่อไม่ได้มีอาการที่ clearly
00:07:18 → 00:07:21ชัดเจนเกี่ยวข้องกับปัญหาไขมันที่สะสม
00:07:21 → 00:07:25เนาะแต่อย่างไรก็ตามกลุ่มนี้ก็ถือว่ามี
00:07:25 → 00:07:28ความเสี่ยงครับ at least เสมอที่จะก้าว
00:07:28 → 00:07:31เข้าสู่ก้าวเข้าสู่การเป็น clinical
00:07:31 → 00:07:34obesity ได้เพราะฉะนั้นเนี่ยเราจะต้อง
00:07:34 → 00:07:36ติดตามเหมือนกันนะครับเหมือนกันครับคราว
00:07:36 → 00:07:38นี้กลุ่มที่วินิจฉัยเป็น clinical
00:07:38 → 00:07:40obesity ก็มีครบทุกอย่างเหมือนที่หมอเล
00:07:41 → 00:07:44ให้ฟังครับมีทั้งไขมันถเยอะตรวจชัดเจนมี
00:07:44 → 00:07:48evidence ที่มีอาการผิดปกติในการทำงาน
00:07:48 → 00:07:52ของระบบอวัยวะต่างๆในร่างกายแล้วก็มีการ
00:07:52 → 00:07:56ถูกลิมิตจากการที่มีไขมันเยอะหรือไขมัน
00:07:56 → 00:07:59ที่อาจจะไม่ได้เยอะมากแต่ส่งผลกระทบทำให้
00:07:59 → 00:08:02การใช้ชีวิตประจำวันเราเนี่ยได้รับผล
00:08:02 → 00:08:04กระทบนะครับอย่างเช่นเหนื่อยง่ายเหนื่อย
00:08:05 → 00:08:08เร็วปวดพ่อปวดเ่านะครับพวกเนี้ถือว่าหมด
00:08:08 → 00:08:10นะ
00:08:11 → 00:08:14ครับโอเคทางบ้านฟังทันนะครับวันนี้ก็จะมา
00:08:14 → 00:08:18แบบแนวเข้มข้นนะเข้มข้นหน่อยก็ถือว่า
00:08:18 → 00:08:21มาเรียนด้วยกันนะครับอ่ายังมีสนุกๆนะครับ
00:08:21 → 00:08:23ให้ดูกันช่วงหลังนะครับอย่าเพิ่งไปไหนนะ
00:08:24 → 00:08:25ครับติดตามกันไป
00:08:25 → 00:08:28ก่อนเครื่องไม้เครื่องมือที่เราจะเอามา
00:08:28 → 00:08:31วินิจฉัยอย่างเช่นว่ารู้ได้อย่างไรว่ามี
00:08:31 → 00:08:34access rpy นะครับอเริ่มเกริมาแล้วนะจะ
00:08:34 → 00:08:38เห็นว่าเราจะวัด 1 BMI ดูก่อนเยังไม่ได้
00:08:38 → 00:08:41แบบโอ้โหยังไม่ได้แบบ useless ักเดียวนะ
00:08:41 → 00:08:44ครับยังมีประโยชน์บ้างอ่าถือว่าเขาก็เก็
00:08:44 → 00:08:47ให้เกียรติเขาบ้างเนาะเขาถูกใช้มานานนะ
00:08:47 → 00:08:50ครับเกือบเป็นร้อยๆปีแล้วนะครับวัดรอบเอว
00:08:50 → 00:08:52อ่าเราต้องเอามาใช้เ circum frence นะ
00:08:52 → 00:08:56ครับนี้เพูดถึง mechanism กลไกในการเกิด
00:08:56 → 00:08:58เรื่องของ PR clinical กับ clinical
00:08:58 → 00:09:01obesity นะทุกคนก็จะเห็นว่าการผิดการ
00:09:01 → 00:09:04เกิดกระบวนการผิดปกติเล็กๆน้อยๆในระดับ
00:09:04 → 00:09:07เซลล์นะครับในระดับที่เป็นฮอร์โมนความผิด
00:09:07 → 00:09:10ปกติต่างๆเนี่ยเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ PR
00:09:10 → 00:09:14clinical แล้วแต่ถ้าอาการเหล่านั้นว่าจะ
00:09:14 → 00:09:17เป็นอาการอาการแสดงปรากฏชัดเจนอ่าเห็นชัด
00:09:17 → 00:09:21เลยจากการตรวจนะครับหรือจากสิ่งที่คนไข้
00:09:21 → 00:09:24รู้สึกตัวเองก็ถือว่ามี clinical obesity
00:09:24 → 00:09:28นะครับก็ส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นการดูนะครับ
00:09:28 → 00:09:31การตรวจค่าต่างๆในร่างกายการดูประวัตินะ
00:09:31 → 00:09:35ครับการตรวจเอ่อสุขภาพของคุณหมอนะครับเอา
00:09:35 → 00:09:38ละคราวนี้นะฮะรูปนี้อ่าก็จะเห็นเป็นภาพ
00:09:38 → 00:09:41ชัดมากขึ้นนะฮะก่อนที่จะเริ่มมี clinical
00:09:41 → 00:09:45obesity นะครับต้นทางทุกคนจะเห็นว่าจะมี
00:09:45 → 00:09:48ไขมันที่เยอะเหมือนกันเพียงแต่ว่าคนที่มี
00:09:48 → 00:09:50พี clinical นั้นอาจจะยังไม่ได้เห็นการ
00:09:50 → 00:09:54เปลี่ยนแปลงอะไรที่มากมายนักยังถือว่ามี
00:09:54 → 00:09:56ระบบการทำงานในร่างกายที่ดีอยู่นะครับแต่
00:09:56 → 00:09:59ถ้าเป็นสุดสาปลายทางแล้วก็จะเป็นเข้า
00:09:59 → 00:10:03obesity นะครับ