ความเครียดเป็นพิษ (toxic stress) เกิดจากอะไร และส่งผลกระทบต่อเด็กอย่างไร

คำถาม:
ความเครียดเป็นพิษ (toxic stress) เกิดจากอะไร และส่งผลกระทบต่อเด็กอย่างไร?
คำตอบ:
ความเครียดเป็นพิษเกิดจากการที่เด็กอยู่ในสถานการณ์ความรุนแรงที่รุนแรงหรือเรื้อรัง โดยไม่มีการช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ ซึ่งทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียดหลัก เช่น อะดรีนาลีนและคอร์ติซอล อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สมองส่วนอารมณ์ทำงานมากเกินไป ขณะที่สมองส่วนเหตุผลถูกยับยั้ง ทำให้เด็กอยู่ในภาวะ “สู้หรือหนี” ตลอดเวลา นำไปสู่ปัญหาทางสุขภาพจิต ร่างกาย และพัฒนาการ

ประสบการณ์ชีวิตไม่พึงประสงค์ ที่เกิดขึ้นกับเด็ก | โรงหมอ

จากช่อง:Thai PBS Podcast
คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:07:41เนี่ยจะทำให้เกิดภาวะความเครียดเป็นพิษ
00:07:44ตามมาหรือภาษาอังกฤษคือใช้คำว่า toxic
00:07:47stress ครับนะไอ้ตัวความเครียดเป็นพิษ
00:07:50นี่แหละจะตอบคำถามที่คุณสุสิถามมาว่ามัน
00:07:54เป็นตัวทางใจแล้วเพราะว่าไอ้ตัวความเครด
00:07:57เป็นเนี่ยมันฝังเข้าสู่สมองและร่างกาย
00:08:00เกือบทุกระบบเลยครับทั้งระบบประสาท
00:08:02ฮอร์โมนนะเอ่อระบบภูมุ้มกันรวมถึงระบบ
00:08:07เหนือพันธุกรรมเลยครับนะโดยเฉพาะหากเกิด
00:08:10กับเด็กๆในช่วงที่สมองกับอ่าร่างกายเนี่ย
00:08:14เค้ากำลังเจริญเติบโตครับค่ะฟังแบบนี้เรา
00:08:18อาจจะหลายคนนึกไม่ถึงเหมือนกันนะคะเพราะ
00:08:20ว่าคืออ่าโอเคเราจะเห็นก็ต่อเมื่อมันเป็น
00:08:23ข่าวขึ้นมาอย่างเงี้ยค่ะคุณหมอว่ามันมี
00:08:26ความรุนแรงเกิดขึ้นแล้วการกระทำที่ผู้
00:08:28ใหญ่กระทำต่อเด็กเนี่ยโอ้โหมันรุนแรงมาก
00:08:32ทั้งทางร่างกายและจิตใจที่แบบเราเห็นภาพ
00:08:35ด้วยความสาหัสจริงๆแต่แม้กระทั่งเนี่ยบาง
00:08:38คนอาจจะบอกว่าเ้าก็ฉันเป็นพ่อเป็นแม่ฉัน
00:08:40มีสิทธิ์สั่งสอนลูกอย่างเงี้ยค่ะคุณหมอ
00:08:41เออมันก็เป็นปัญหาอย่างนึงด้วยเหมือนกัน
00:08:43มั้ยคะว่าเอ๊ะการจะเข้าไปช่วยเหลือหรือ
00:08:46แม้กระทั่งแบบเพื่อนบ้านได้ยินเสียงร้อง
00:08:48หรืออะไรใดๆที่มันดูผิดปกติไปกว่าเด็กที่
00:08:52จะร้องเนี่ยก็เลยไม่กล้าที่จะเข้าไปช่วย
00:08:55ด้วยมันเลยอาจจะเป็นระยะเวลาทำให้เกิด
00:08:58ความเนิ่นนักนานในกันกว่าจะได้เข้าไปได้
00:09:01รับการช่วยเหลือใช่ครับกฎหมายและวัฒธรรม
00:09:05มีผลกับเรื่องของประสบการเลวร้ายในวเด็ก
00:09:08และความรุนแรงครับเช่นเอ่อกฎหมายที่ปก
00:09:11ป้องสิทธิเด็กเนาะหรือวัฒธรรมที่ช่วย
00:09:14เหลือเด็กอย่างเต็มที่เนี่ยนะก็จะทำให้
00:09:17เด็กได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วฉ
00:09:20เอ่อทันทีมากกว่ากับวทำอย่างบ้านเราเนาะ
00:09:23เป็นเรื่องของครอบครัวเคเราไม่เกี่ยวอย่า
00:09:26เงี้ยก็มีผลกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นซ้ำๆ
00:09:28ในเด็กได้เหมือนกันครับอย่างเช่นเราเห็น
00:09:30ในข่าวเนาะบางทีเวลาเราเจอเด็กเช่นเสีย
00:09:32ชีวิตหรือบาเจ็บรุนแรงเนี่ยก็จะมีข่าวมา
00:09:35เหมือนกันว่าคนในรอบบ้านหรือในชุมชนคอนโด
00:09:39นั้นก็เห็นอยู่ซ้ำๆเนาะแต่ก็ไม่ได้มีใคร
00:09:42มาแจ้งความอะไรอืครับใช่ฟังแล้วแบบห่อ
00:09:46เหี่ยวหัวใจเหลือเกินค่ะเพราะว่าคือเด็ก
00:09:48อ่ะเนาะก็เค้าก็ยังเป็นเป็นเด็กอ่ะในบาง
00:09:50มุมคือเราอาจจะเอาความเป็นผู้ใหญ่ไปตัด
00:09:52สินว่าเควรจะทำอย่างนั้นอย่างนี้แต่ในวัย
00:09:55ของเขาเนี่ยมันก็เก็เป็นพฤติกรรมตามวัย
00:09:58ที่อาจจะไม่ได้แบบว่าในแนวความคิดจะ
00:10:02เหมือนผู้ใหญ่อะไรแบบนี้ด้วยอนะคะทีนี้ใน
00:10:04การที่จะเอ่อเข้าไปช่วยเหลือสมมุติว่า
00:10:08กรณีเราได้ยินเอ๊ะเด็กคนนี้ทำไมร้องผิด
00:10:11ปกติเออยู่ข้างบ้านเราหรือแบบทำไมมีรอย
00:10:14ช้ำรอยจ้ำรอยแผลหรืออะไรอย่างเงี้ยต่างๆ
00:10:17เงี้ค่ะอันนี้เราก็สามารถที่จะแจ้งหน่วย
00:10:19งานที่เกี่ยวข้องได้หรือว่าเราต้องแบบมี
00:10:21หลักฐานมีอะไรมั้ยทุกวันนี้ก็จะต้องแบบ
00:10:23ว่ามีการถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐานเพื่อแบบ
00:10:25อ่าในการยื่นเรื่องหรืออะไรอย่างงี้ด้วย
00:10:27มั้ยคะลักษณะแบบนี้
00:10:30หมายถึงถ้าสมมุติว่าเราเป็นคนในชุมชนนั้น
00:10:33ๆเนาะที่จะช่วยเหลือเด็กๆของเราเราจะไป
00:10:36แจ้งหน่วยงานไหนอะไรพอจะได้บ้างมั้ยคะอ่า
00:10:41จริงๆแล้วเรามีหน่วยงานที่รับแจ้งเกี่ยว
00:10:43กับเรื่องของเอ่อถ้าเกิดพบเห็นเด็กที่รับ
00:10:47ความรูลแรงนะครับเช่นมูลธิสิทธิ์เอ่อ
00:10:49พิทักษ์สิทธิเด็กเนาะเบอร์ก็จะยาวนิดนึง
00:10:52แต่ถ้าจะง่ายสุดที่อยากให้ทุกท่านที่ฟัง
00:10:54วันนี้พอจะจำไว้ก็คือศูนย์ช่วยเหลือสังคม
00:10:58นะจำง่ายๆว่า 1,300 นะ 1300 อันเนี้ย
00:11:03บริการตลอด 24 ชมงเลยนะครับซึ่งข้อมูลที่
00:11:07เราอาจจะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่เบื้องต้น
00:11:09ก่อนคือ 1 เด็กเนี่ยถูกทำร้ายเนี่ยเป็น
00:11:11ใครบ้านอยู่ไหนใครทำร้ายเนาะให้แจ้งไว้
00:11:14ก่อนเหยื่อคือใครอยู่ที่ไหนและใครเป็นคน
00:11:18ทำนะอันที่ 2 คือเอ่อแจ้งชื่อและเบอร์ติด
00:11:21ต่อของผู้แจ้งด้วยนะเผื่อเจ้าหน้าที่
00:11:24ต้องการขอรายละเอียดเพิ่มเติมโดยข้อมูล
00:11:26ของผู้แจ้งเนี่ยจะถูกปิดเป็นความรับเพื่อ
00:11:29ความปลอดภัยดังนั้นก็สบายใจได้ครับอย่าง
00:11:32ที่หมอเจอก็จะมีผู้ผู้หวังดีของสังคมโทร
00:11:35มาแจ้งเนาะแล้วก็มีเคสส่งมาเราก็จะรับ
00:11:39ทราบจากเแหละครับคนรอบๆชุมชนที่เป็นพลัง
00:11:42สังคมช่วยเหลือกันครับและผู้แจ้งเนี่ยไม่
00:11:45ต้องห่วงว่าจะถูกดำเนินคดีหรืออะไรเพราะ
00:11:47ว่าตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กพ.ศ 254
00:11:51เนะครับเมีมาตรา 1 ใน 29 บอกว่าการแจ้ง
00:11:54เนี่ยนะเมื่อกระทำโดยสุจริตแล้วเนี่ยย่อม
00:11:57ได้ับความคุ้มครองทั้งทางแพ่งทางอาญาและ
00:12:00ทางปกครองเลยครับอ่าไม่ต้องกลัวว่าเดี๋ยว
00:12:03ผู้ปกครองเขาจะมาฟ้องอะไรหรือเปล่าหรือ
00:12:05แบบไปใส่ความไปอะไรอย่างงี้เนาะก็อันนี้
00:12:08มีใช่กฎหมายคุ้มครองอยู่อืก็คือหลักๆแต่
00:12:12ว่าอ่ะอันนี้ก็จะเป็นข้อมูลให้สำหรับคุณ
00:12:15ผู้ฟังด้วยนะคะว่าอ่าข้อมูลสำหรับผู้แจ้ง
00:12:17เนี่ยเป็นความลับเนาะคุณหมอเนาะอันนี้ก็
00:12:20ไม่ต้องกังวลไปนะคะอ่าทีนี้ให้จำไว้ว่า
00:12:23เบอร์ 1300 นะ 1300
00:12:261300 ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมงกช่ม 1300
00:12:30อ่าถ้าเกิดว่าเราไม่แน่ใจหรืออะไรเงี้ย
00:12:33เราอาจจะเป็นแจ้งเบาะแสก่อนก็ได้นะคะอัน
00:12:36นี้นะคะอย่างน้อยคือถ้ามันมีอะไรเริ่มต้น
00:12:39มาสักระยะนึงแล้วเรารู้สึกผิดปกติอ่ะก็
00:12:42ถ้าจำเป็นประเมินแล้วเอ๊ะมันเป็นความ
00:12:45รุนแรงหรือไม่หรือว่าด้วยความที่เราอยู่
00:12:47ในชุมชนในข้างบ้านด้วยกันก็น่าจะรู้จัก
00:12:50กันพอสมควรในในบางมุมที่ดูเพฤติกรรมอาจจะ
00:12:54มีความรุนแรงซึ่งอาจจะกระทำต่อเด็กก็เป็น
00:12:58ไปได้นะคะทีนี้การในการเข้าไปช่วยเหลือ
00:13:01ค่ะแน่นอนว่าเอ่อเด็กซึ่งถูกเป็นผู้ถูก
00:13:05กระทำความรุนแรงนะคะคุณหมอตรงจุดนี้แหละ
00:13:08ที่ก็เคยได้ยินเคยได้เห็นเหมือนกันว่าจะ
00:13:11มีการถามเด็กซ้ำๆย้ำๆว่าเหตุการณ์เกิด
00:13:16ขึ้นยังไงเค้าทำอะไรบ้างนะคะเอ่อทำมานาน
00:13:20แค่ไหนแล้วอ่ะก็จะมีคนถามอยู่หลายคนเด็ก
00:13:22ก็ตอบซ้ำๆย้ำๆกันเรื่อยมานะคะถึงแม้มันดู
00:13:26เหมือนจะเป็นการแค่การสอบถามอันเนี้ยมัน
00:13:30เป็นการสร้างความตอกย้ำให้กับเด็กได้ด้วย
00:13:32เหมือนกันใช่มั้คะใช่ครับเอ่อการที่เด็กๆ
00:13:37ของเราถูกเอ่อประสบการณ์เลวร้ายมาเนาะทาง
00:13:39ด้านทารุณกรรมเรื่องอะไรต่างๆที่หมอพูดไป
00:13:41แล้วการที่เขายังรู้สึกว่าเขาเพิ่งได้รับ
00:13:44เหตุความรุนแรงเข้ามาในมากระทบทั้งทาง
00:13:46ร่างกายและจิตใจของเขานะรวมถึงสมองเขด้วย
00:13:50ดังนั้นมันเพิ่งเกิดเหตุการณ์มาสดๆร้อนๆ
00:13:52เลยเนี่ยการถามสอบถามทั้งให้ประวัติทาง
00:13:56ด้านของกฎหมายหรือการแพทย์เนี่ยคคจะต้อง
00:13:59มีเอ่อระบบที่เอ่อถามเพื่อให้เข้าใจทั้ง
00:14:04พัฒนาการเด็กและเอ่อไม่ทำให้เกิดบาดแผล
00:14:07ซ้ำนะโดยในเรื่องของเมืองไทยจริงๆแล้ว
00:14:10เนี่ยเรามีกฎหมายในการเอ่อสืบสวนสอบสวน
00:14:15เด็กๆที่ต่ำกว่าอายุ 18 ปีนะครับในประมวล
00:14:18กฎหมายวิธีพิจารณาอาญาเนี่ยเคเข็นไว้เลย
00:14:21ว่าในเด็กที่อายุไม่เกิน 18 ปีนะให้แยก
00:14:24กระทำการสืบสวนสอบสวนเป็นสัดส่วนและให้มี
00:14:28นักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์บุคคล
00:14:31ที่เด็กร้องขอนะอยู่ในการถามปากคำนั้น
00:14:34ด้วยนะและนอกจากนี้บอกว่าห้ามมิให้ถามซ้ำ
00:14:38ซ้อนหลายครั้งโดยไม่มีเหตุอันครวญอันนี้
00:14:40คือกฎหมายเขียนไว้แบบนี้แต่ทางปฏิบัติ
00:14:43เนี่ยอาจจะไม่ใช่ไปตามกฎหมายเลยนะอันนี้
00:14:46หมอเอามาจากรายการรายงานของยูนิฟนะค่ะเพบ
00:14:50ว่าในเมืองไทยเเนี่ยเด็กที่ถูกเอล่วง
00:14:52ละเมิดต่างๆเนี่ยเวลามาสอบปากคำเนี่ยบาง
00:14:56ครั้งต้องตอบคำถามเดิมถึง 5 ครั้งนะออถึง
00:14:59จะได้รับการช่วยเหลือก็เช่นอ่าเวลาโทรไป
00:15:03เสร็จไปถึงตรงพรถึงตำรวจตำรวจซักประวัติ
00:15:06เสร็จใช่มั้ยไปที่เจ้าหน้าที่พมพมถามซ้ำม
00:15:11มาโรงพยาบาลคุณพยาบาลคุณหมอนักจิตนัก
00:15:14สังคมสงถามซอีกเงี้ยโดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 5
00:15:17ครั้งนะแลถ้าเกิดเหตุการณ์นั้นเนี่ยเป็น
00:15:20เหตุการณ์ที่มันรุนแรงกับเด็กเเหลือเกิน
00:15:22เนาะเช่นถูกเอ่อทารุณกรรมทางเพศมานะฮะ
00:15:25หรือทางร่างกายที่มันบอบช้ำมุนแรงเนี่ย
00:15:28มันก็เหมือนเป็นการเอ่อยิ่งย้ำบาดแผลทาง
00:15:32ใจกับเา้ามากขึ้นมากขึ้นคือเด็กเ้าก็จะมี
00:15:35ภาพความรุนแรงในหัวในสมองในใจเอยู่แล้ว
00:15:38เนาะแล้วพอเราไปถามซ้ำๆเหมือนไปขุดไปขุด
00:15:40เอ่อบาดแผลทางใจเขาซ้ำๆเนี่ยขึ้นมาได้
00:15:43เนาะซึ่งทางการแพ่แล้วเรียกว่าเป็นการ
00:15:46ration คือทำให้มัน tra ซ้ำๆนะครับนะดัง
00:15:50นั้นอันนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่ระบบปกป้อง
00:15:52คุ้มครองเด็กเนี่ยควรมีความรู้ความเข้าใจ
00:15:55ที่จะสอบถามเด็กเลยว่าเอ๊ะเราต้องประเมิน
00:15:58ด้วยว่าเด็กตอนเงี้ยอยู่ในภาวะที่เค้า
00:16:00ตื่นตระหนกเศร้าหรือว่าเอ่อกดดันอยู่หรือ
00:16:04เปล่าเราก็ควรที่จะรอให้เค้าสงบก่อนถึงจะ
00:16:07เข้าไปถามประวัติหรือใช้วิธีการทั้งทาง
00:16:11กายทางวาจาที่นุ่มนวลกับเด็กๆเพื่อไม่ให้
00:16:14เกิดการทรอม่าซ้ำครับอ๋อเพราะว่าในอย่าง
00:16:18ที่คุณหมอบอกว่าเขามีภาวะความเครียดที่
00:16:20เป็นพิษกันอยู่แล้วสำหรับเด็ก A ใช่มั้ย
00:16:23คะที่แบบเขาอยู่ในภาวะความเครียดความ
00:16:26รุนแรงที่มันเรื้อรังมาโอกว่าจะมีคนเข้า
00:16:29มาช่วยเหลือเนี่ยบางทีเขาอาจจะเป็นความ
00:16:32เครียดที่มันสะสมกันมาเนิ่นนานแล้วก็ส่ง
00:16:35ผลกระทบต่อสภาพร่างกายแต่แล้วยิ่งมาเจอคำ
00:16:38ถามซ้ำๆแบบนี้เข้าไปอีกคือเข้าใจในในการ
00:16:40ทำงานของแต่ละหน่วยงานที่อาจจะต้องมีการ
00:16:43สอบถามที่แตกต่างกันออกไปใช่มั้ยคะอย่าง
00:16:46ตำรวจก็ในในเชิงของคดีอ่าอย่างของนัก
00:16:49สังคมสงเคราะห์ก็อ่านักจิตวิทยาก็จะอีก
00:16:52รูปแบบเหือเออใช่อาจจะหลากหลายแล้วว่าการ
00:16:56ได้ถามซ้ำๆมันก็เลยกลายเป็นยิ่งไปตอกย้ำ
00:17:00ความรู้สึกอุ๊ยแล้วยิ่งเดี๋ยวนี้ค่ะคุณ
00:17:03หมอสังคมโซเชียลมีเดียเนาะคือมันค่อนข้าง
00:17:07ที่จะแบบใช่ครับเ่าหลายๆอย่างมันเป็น
00:17:09Digital Food print ด้วยเหมือนกันที่
00:17:11มันเก็บอยู่ในโลกออนไลน์เนี่ยมันสามารถ
00:17:14กลับมาดูหรือมาเจอเหตุการณ์หรือว่าเเวลา
00:17:18เค้าโตขึ้นมาเห็นได้อีกอ่ะค่ะอันนี้ก็
00:17:20ยิ่งซ้ำได้อีกใช่มอันนี้เป็นยิ่งๆยิยิ
00:17:22เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเลยเนาะเช่น
00:17:25บางทีเนี่ยคนแชร์ในโซเชียลก็อยากช่วย
00:17:27เหลือเด็กๆนะหมาะเข้าใจ
00:17:29แต่ภาพที่เด็กโดนเนี่ยก็จะยิ่งแพร่ไปใหญ่
00:17:32ถูกมั้ยฮะยิ่งแพร่หลายไปใหญ่เนาะแล้วก็
00:17:35บางทีมีเรื่องของเอ่อบางทีไม่ได้
00:17:37เซ็นเซอร์หน้าด้วยอ่ะเนาะไม่ได้เซ็นเซอร์
00:17:39ผู้ถูกกระทำด้วยอย่างเงี้ยซึ่งทางการแพท
00:17:42ถือเป็นความรับคนไข้หรือผู้ป่วยเราไม่ควร
00:17:44ที่จะเปิดเผยเนาะเราเข้าจะเจตนาดีนะแต่
00:17:47บางทีการกระทำนัแหละทำให้เกิดบดแผลซ้ำๆ
00:17:50เนาะหรือลองนึกถึงภาพเด็กคนนี้นะสมมุติเ
00:17:53ก้าวผ่านบาดแผลทางใจไปแล้วแต่พอเขาเติบโต
00:17:56ขึ้นมันมีภาพเขาหรือข่าวเาว่าในโซเชียล
00:18:00ต่อไปอย่างเงี้ยเนาะเราเรานึกถึงตัวเรา
00:18:02เราก็คงเราก็คงไม่โอเคเหมือนกันนะครับอ
00:18:05ใช่ๆแล้วก็แบบคืออันเนี้ยมันเป็นผลกระทบ
00:18:08ที่เกิดขึ้นกับเด็กหลายๆอย่างหลายๆด้าน
00:18:10เหมือนกันแต่มันก็มีบางบางส่วนอีกเหมือน
00:18:13กันนะคะคุณหมอที่บอกว่าเอ่อขอความร่วมมือ
00:18:16อย่าโพสต์อย่าแชร์ต่อหรืออะไรอย่างเงี้นะ
00:18:18คะกลายเป็นว่ายิ่งหนักเลยค่ะบางทีภาพบาง
00:18:21ภาพที่บอกว่าโอ้เอ่อไม่ไม่ควรเปิดเผยเบลอ
00:18:24ภาพไว้หรืออะไรก็แล้วแต่โอ๋พอไปอยู่ในอีก
00:18:27แพลตฟอร์มนึงปุ๊บเรียบร้อยเลยเห็นทุก
00:18:30อย่างเลยทีนี้เลยโอบางทีผมก็ได้ราย
00:18:33ละเอียดเคสเนาะจากข่าวมากกว่าตอนที่เรา
00:18:37เจอเคสจริงนะบางทีเราทำงานแล้วไม่ค่อยได้
00:18:40เนาบางทีพอเข้าข่าวโอ้โหสักได้นิดเดียวไป
00:18:44ดูข่าวแผนผังในตามโซเชียลนะโอโถอดความมา
00:18:48เต็มที่เลยทีนะครับค่ะใช่ๆแล้วก็อาจจะ
00:18:52เรียกว่ายข่าวขยี้ขใช่ๆเหมือนดับสังคมคือ
00:18:56โอเคบางทีหน่วยงานรับหรือหน่วยงาน NGO
00:18:59อาจจะเข้าถึงช้าพวกหน่วยงานโซเชียลที่
00:19:02เป็นต่างๆเนาะอาจจะเข้าได้ไวกว่าแต่ว่า
00:19:04บางทีเขาก็ขยี้หรือตีข่าวจนมันไม่ได้มัน
00:19:09มันได้ความช่วยเหลือเด็กแหละแต่มันอาจจะ
00:19:11ทำร้ายซ้ำซ้อนเด็กเขาด้วยครับอืถ้าอย่าง
00:19:13งั้นเราจะหาแนวทางหรือวิธีการอะไรที่ที่
00:19:17ดีที่สุดหรือเหมาะสมที่สุดได้บ้างคะคุณ
00:19:20หมอในเรื่องการที่จะเข้าไปช่วยเหลือหรือ
00:19:22แม้กระทั่งการที่จะไม่เข้าไปตอกย้ำถามซ้ำ
00:19:25กับเด็กที่อยู่ในภาวะของความรุนแรง
00:19:29ประสบการณ์ที่เจอเลวร้ายขนาดนี้คะจริงๆ
00:19:32แล้วหลักการสำคัญเนาในการช่วยเหลือเด็กๆ
00:19:36นะก็ประกอบด้วย 2 ส่วนบอกแล้ว aace เนี่ย
00:19:39มันจะเกิดความเร็วร้ายกมอึมันต้องรุนแรง
00:19:41เรื้อรังเนาะหรืออีกอย่างนึงก็คือมันไม่
00:19:43มีความช่วยเหลือถึงจะเกิดความเครียดเป็น
00:19:46พิษดังนั้นน่ะสิ่งสำคัญสุดก็คือเราเอา
00:19:49เด็กเนี่ยออกมาจากความรุนแรงือังความรุน
00:19:53แรงของเขาก่อนนะสถานการณ์ที่เลวร้ายเอา
00:19:55ออกมาก่อนเลยนะซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่
00:19:58และสังคมนี้ต้องช่วยกันดูแลเฝ้าระวังและ
00:20:00ให้ความช่วยเหลืออย่างทันถ้วนทีเพื่อไม่
00:20:02ให้ประสบการณ์เลวร้ายด้าหน้ากลายไปเป็น
00:20:04ความเครดเป็นพิษหรืออย่างเลวร้ายที่สุด
00:20:06เลยนะความรุนแรงนทำให้เด็กเราพิการหรือ
00:20:09เสียชีวิตนะอันนี้คือองค์ประกอบแรกเอา
00:20:11เด็กเอามาก่อนแล้วก็ที่หมอปเรามีกฎหมาย
00:20:14คุ้มครองผู้แจ้งนะและผู้แจ้งก็เป็นความ
00:20:17รับด้วยนะฮะส่วนที่ 2 เนี่ยนะที่จะช่วย
00:20:20เหลือเด็กๆ a ของเราเนี่ยก็คือการช่วย
00:20:23เหลือฟื้นฟูเนาะจากานวิจัยและวิชาการต่าง
00:20:26ๆนะครับเราพบว่าปัจจัยที่ทำให้เดเด็ก
00:20:28เนี่ยฟื้นฟูเติบโตแลก้าวผ่านมาได้นะค่ะ
00:20:32เอาความเครียดเป็นพิษในสมองและร่างกาย
00:20:35เนี่ยคือการสร้างสิ่งที่เรียกว่า resi นะ
00:20:39resi เนี่ยมันคืออะไรเนาะมันมันแปลได้
00:20:43ว่าเป็นความสามารถในการกลับสู่สภาพเดิม
00:20:45เนาะหรือแปลว่าความยืดหยุ่นนะแต่เราอาจจะ
00:20:48ได้สั้นๆว่าความยืดหยุ่นทางใจนะทางจิตใจ
00:20:52นะหมอขออนุญาตใช้ทัศัพท์ว่า resi เลยแล้ว
00:20:55กันเนาะ resi เพบว่าเด็กบางคนที่มีีนมาก
00:20:59เนี่ยเสามารถก้าวผ่านอุปสรรคและเติบโตได้
00:21:01ดีกว่าแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนะครับ Residence
00:21:04เนี่ยเป็นส่วนผสมทั้งเกิดจากตัวเด็กเองนะ
00:21:06เช่นบางคนเนาะเกิดในภาวะยากลำบากเนาะเาก็
00:21:09เติบโตมาอย่างดีได้อันเนี้ยเถือว่าเด็กคน
00:21:11เมี resi ด้วยตัวเองอย่างดีแต่ resi
00:21:15เนี่ยก็เกิดจากสิ่งแวดล้อมที่ช่วยเสริม
00:21:17สร้างให้แก่เด็กได้เช่นเดียวกันดังนั้น
00:21:19เราในฐานะผู้ใหญ่และผู้ดูแลเด็กทุกท่าน
00:21:22เนี่ยรวมทั้งสังคมเนี่ยเราสามารถสร้าง
00:21:24resi ให้กับเด็กได้นะทั้งเด็กปกตินะฮะ
00:21:27แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนี่ยเด็ก A ของ
00:21:31เราเนาะทีนี้ไอ้ตัวีนที่เราพูดไปแล้ว
00:21:34เนี่ยมันเกิดจากอะไรได้บ้างก็เกิดจาก 3
00:21:36ส่วนหลักๆนะครับ 1 คืออันนี้สำคัญสุดเลย
00:21:40ความสัมพันธ์ที่ใส่ใจและตอบสนองต่อเด็กนะ
00:21:43โดยไอ้ความสัมพันธ์เนี้ยเราขอเพียงผู้
00:21:47ใหญ่หรือมนุษย์สักคนบนโลกนี้นะครับนะอาจ
00:21:49เป็นใครก็ได้นะในครอบครัวนั้นถ้าพ่อแม่ทำ
00:21:52งานไม่ได้ปู่ย่าตายายลุงป้านาอาเข้ามานะ
00:21:56หรือครอบครัวทำงานไม่ได้คุณครูเนาะชุมชน
00:22:00เข้ามาเจ้าหน้าที่ที่คุ้มครองด้านการปก
00:22:03ป้องคุ้มครองเด็กนักสังคมสงเคราะห์คุณหมอ
00:22:05คุณพยาบาลหรือสื่อมวลชนในทั้งแต่ฮะเข้ามา
00:22:09เป็นความสามัญที่อบอุ่นปลอดภัยและไว้ใจ
00:22:12ได้นะเพื่อให้เด็กเนี่ยได้รู้ว่าโลกเนี้ย
00:22:15ปลอดภัยสำหรับเขาเนาะโดยเขาพบว่าไอ้
00:22:18ปัจจัยความสัมพันธ์นี่แหละเป็นสิ่งสำคัญ
00:22:21ที่สุดเลยในการสร้างรีซีเรียนให้เด็ก
00:22:23เนี่ยก้าวผ่านประสบการณ์เลวร้ายไปได้รวม
00:22:26ถึงให้เาเนี่ยเออกับปัญหาอุปสักักเมื่อ
00:22:28เขาเติบโตขึ้นอันนี้คือปัจจัยข้อแรกในการ
00:22:30สร้างรีนนะครับค่ะข้อที่ 2 เลยทักสร้าง
00:22:34ทักษะการปรับตัวและควบคุมตัวเองให้แก่
00:22:37เด็กๆหรือเราอาจจะได้ย่อๆว่ามันคือทักษะ
00:22:40EF นั่นเองนะที่สถาบันก็มีงานเกี่ยวกับ
00:22:42EF เยอะนะครับค่ะทักษะ EF เนี่ยคืออะไร
00:22:45เนาะมันทำให้เด็กๆเนี่ยพัฒนาสมองส่วนหน้า
00:22:50ซึ่งทำหน้าที่กับเรื่องของการควบคุมนะวาง
00:22:53แผนต่างๆเนี่ยให้ดีขึ้นแล้วก็ลดการ
00:22:56กระตุ้นของสมองส่วนอารมณ์ให้สงบลงนะ
00:22:59เดี๋ยวหมอขอเล่าให้ฟังก่อนว่าไอ้ไอ้ตัว
00:23:02ประสบการณ์เลวร้ายต่างๆที่เขาคเจอเนี่ย
00:23:04เนาะมันทำให้เกิดความเครียดเป็นพิษตามมา
00:23:07ที่พูดไปะความเครียดเป็นพิษเนี่ยครับมัน
00:23:10จะกระตุ้นให้ร่างกายเหลฮอร์โมนความเครียด
00:23:12หลักๆ 2 ตัวคืออารีนกับคอร์ติซอลนะไอ้
00:23:16ฮอร์โมนเนี้ยจะทำให้เด็กอยู่ในภาวะสู้
00:23:19หรือหนีตลอดเวลาเลยครับนะเขาก็จะรู้สึก
00:23:22ว่านึกออกมเหมือนว่าจริงๆฮอร์โมนเนี้ยมัน
00:23:24หลั่งเมื่อเราเนี่ยเจออันตรายต่างๆเนาะ
00:23:27เช่นสมมุติเราไปเจอสัตว์อันตรายสัตว์ร้าย
00:23:29เนี่ยเราก็ต้องมีภาวะว่าเราจะสู้หรือหนี
00:23:31อือเหมือนกับบ้านไฟไหม้อ่ะเราก็มีภาวะเ้อ
00:23:34รังออกมาเพื่อมีแหร่งในการสู้หรือหนีเนาะ
00:23:37แต่ว่าเด็กๆพวกเนี้ยอยู่ในความรุนแรงตลอด
00:23:39เวลานึกถึงว่าเาอยู่ในบ้านที่ไฟไหม้ตลอด
00:23:42เวลาเนาะหรือว่ามีสัตว์ร้ายในบ้านเตลอด
00:23:44เวลาอย่างเงี้ยค่ะเขาก็อยู่ในโหมดฟู้หร
00:23:46หนีตลอดเวลาเลยนะไอ้โหมดนี้แหละมันจะไป
00:23:49กระตุ้นสมองส่วนอารมณ์ของเด็กให้ทำงานมาก
00:23:51ขึ้นแล้วก็ยับยั้งสมองส่วนเหตุผลเขาให้ลด
00:23:56ลงนะหมอขอเปรียบง่ายๆว่าไอ้ตัวสมองเนี่ย