ควรหลีกเลี่ยงส่วนผสมใดในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับคนผิวแพ้ง่าย

คำถาม:
ควรหลีกเลี่ยงส่วนผสมใดในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับคนผิวแพ้ง่าย?
คำตอบ:
ควรหลีกเลี่ยงส่วนผสมที่อาจทำให้ผิวแห้งหรือระคายเคือง เช่น Alcohol Denat. หรือ Ethanol (แอลกอฮอล์ที่ทำให้ผิวแห้ง), Sodium Lauryl Sulfate (SLS), น้ำหอม, Essential Oil, Methylisothiazolinone (MIT), Paraben, Phenoxyethanol, Mineral Oil และ Silicone เพราะสารเหล่านี้อาจทำลายเกราะปกป้องผิวหรือกระตุ้นการอักเสบ

#ผิวแพ้ง่าย เทคนิคการเลือกมอยส์เจอไรเซอร์ | เจาะลึกส่วนผสมที่ถูกต้อง or โล๊ะทิ้ง | สวยสตอรี่ย์Talk

จากช่อง:SUAYSTORIES By Oum Olivia
คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:09:17ต่อไปคือ No List ค่ะ ส่วนผสมที่คนผิวแพ้ง่าย ควรจะหนีไปให้ไกลที่สุดเลย
00:09:25อันดับ 1 นะคะ คือแอลกอฮอล์ เวลาที่เราดูหลังกล่อง คำว่าแอลกอฮอล์ ต้องดูให้ดีนะคะ
00:09:31เพราะว่าแอลกอฮอล์ที่จะทำให้ผิวเราแห้ง แล้วก็ระคายเคืองเนี่ย จะเป็นแอลกอฮอล์
00:09:36Alcohol Denat.หรือว่า Ethanol เอทิลแอลกอฮอล์ แต่ถ้าเป็นชื่อแล้วก็ตามด้วยแอลกอฮอล์
00:09:43อย่างเช่น Stearyl Alcohol Cetyl Alcohol กลุ่มนี้เนี่ย จะไม่ใช่แอลกอฮอล์ที่ทำให้เกิดผิวแห้งนะคะ
00:09:49แอลกอฮอล์ที่แห้งไวนะคะ จะทำหน้าที่ละลายไขมันดี ที่ผิวของเราเหมือนไปสลาย
00:09:56ปูนทิ้งเลยค่ะ ทำให้เกิดช่องว่างมากขึ้น เกิดรอยรั่วมากยิ่งขึ้น เกราะปกป้องผิวของเราเนี่ย
00:10:03ก็จะอ่อนแอลงมากยิ่งขึ้น สารทำความสะอาดที่รุนแรงที่เรารู้จักกันดี
00:10:09Sodium Lauryl Sulfate (SLS) หรือกลุ่มซัลเฟตนั่นเองนะคะ แบบนี้เนี่ยการชะล้างที่มาก ๆ ก็คือการ
00:10:16ล้างปูนออกไปเลยค่ะ สังเกตง่าย ๆ หลังจากที่ เราล้างหน้าทิ้งไว้สัก 5-15 นาที จะรู้สึก
00:10:24แห้งตึงขึ้นมาถ้าใครมีอาการนี้อยู่แล้วก็ ตัวล้างหน้าของคุณค่ะ อาจเป็นสาเหตุนึงที่
00:10:32ทำลายเกราะปกป้องผิวโดยที่เราไม่รู้ตัว น้ำหอมเนี่ยถือว่าเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่พบ
00:10:38ได้บ่อยมาก ๆ ใครที่มีผิวแพ้ง่ายอยู่แล้ว ผิวที่เป็นผื่น เกราะปกป้องผิวอ่อนแอ
00:10:45ผิวเปิดอยู่ การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอม หรือว่า Essential oil มีโอกาสที่จะระคายเคืองได้
00:10:50รวมถึงไปกระตุ้นทำให้เราเกิดการแพ้ได้ค่ะ ใช้ครั้งแรก ๆ ไม่เป็นไร แต่ถ้าใช้
00:10:57ต่อเนื่องเนี่ย ผิวคุณน่ะก็อาจจะกลายเป็น ผิวที่แพ้น้ำหอมได้เลยค่ะ
00:11:03สำหรับคนที่ผิวแพ้มาก ๆ เลยนะคะ ก็อาจจะต้องระวัง มากกว่าคนอื่นไปอีก อย่างเช่นการใช้ออยล์บางชนิด
00:11:09ที่มีงานวิจัยแล้วว่าถ้าผิวเราไม่แข็งแรงแล้ว ไปใช้จะทำให้ผิวของเราเนี่ยอ่อนแอมากขึ้น
00:11:16อย่างเช่น Olive oil ค่ะ รวมถึงสารกันเสียบางชนิดนะคะ อย่างเช่น Methylisothiazolinone (MIT)
00:11:23ซึ่งจะอยู่ในผลิตภัณฑ์แชมพูล้างหน้า หรือว่าอาบน้ำนะคะก็ควรจะหลีกเลี่ยง
00:11:30แล้วก็สารกันเสียที่อาจจะทำให้เกิดการระคายเคือง หลาย ๆ ตัว อย่างเช่น พาราเบน
00:11:35หรือแม้กระทั่ง Phenoxyethanol หลาย ๆ ครั้งเนี่ย ก็เจอปัญหาเช่นเดียวกันค่ะ ความลับของส่วนผสม
00:11:41ที่ทำงานรวมกันแล้วทรงประสิทธิภาพสูงสุด การที่เราใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่มีส่วนผสม
00:11:46ที่ดีเนี่ยก็ถือว่าดีอยู่แล้วนะคะ แต่อยากให้ทุกคนน่ะ ลองคิดจินตนาการว่าถ้าเราใช้ตัวที่ดี
00:11:53ตัวเดี่ยว ๆ เดี่ยว ๆ มันก็ทำงานของมันแหละ แต่ถ้าเราเอาหลาย ๆ ตัวมารวมกัน
00:12:01ให้เขาทำงานเป็นทีมหรือเกิด Synergistic Effect เพิ่มขึ้นมา ทำให้ประสิทธิภาพในการซ่อมแซม
00:12:08ดูแลผิวของเราเนี่ยดีมากยิ่งขึ้น ก็ดีกว่าจริงมั้ยคะ วันนี้จะมาเล่าถึง 2 กลยุทธ์
00:12:14ที่จะนำส่วนประกอบสำคัญมารวมกัน แล้วก็เห็นผลที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นมาเล่าให้ฟังค่ะ
00:12:19กลยุทธ์ที่ 1 การเติมเต็มแล้วก็กระตุ้นค่ะ เป็นการดูแลในทั้งระยะสั้นนะคะ
00:12:26คือเติมให้มันดีขึ้นแล้วก็ดูแลในระยะยาวด้วย การเติมนะคะเราก็จะต้องหา
00:12:32มอยส์เจอไรเซอร์ที่มีส่วนประกอบให้ครบทั้ง 3 ส่วน ก็คือเซราไมด์ คอเลสเตอรอล
00:12:37แล้วก็ ฟรีแฟตตีแอซิด มันก็จะเหมือนกับการที่เราอ่ะ ได้ปูนสำเร็จรูปมาเรียบร้อยแล้ว
00:12:44แล้วก็ไปเติม ซ่อมแซม ในส่วนที่สึกหรอไป ช่วยในการลดการสูญเสียน้ำ แล้วก็ทำให้ผิวของเราอ่ะ
00:12:50รู้สึกสบายขึ้นมาทันที แต่ถ้าเราอ่ะใส่ใจกับ ส่วนผสมเพิ่มขึ้นอีกนิดนึง โดยการที่เราอ่ะ
00:12:56เลือกใช้น้ำมันที่มาจาก Oat Kernel Oil ที่มี ที่ผลิตที่เฉพาะเจาะจง เราอ่ะก็จะได้
00:13:04คุณสมบัติที่เพิ่มเติมดังนี้ค่ะ Oat Kernel Oil เนี่ย ก็จะเป็นน้ำมันจากธรรมชาตินะคะ
00:13:10ที่มีคุณสมบัติในการปลอบประโลมผิวด้วย แล้วก็เป็น Antioxidant ไปในตัว และถ้าเราเลือก
00:13:16Oat Kernel Oil จากแหล่งผลิตที่เฉพาะเจาะจงอีกนะคะ จะได้ Skin Identical Lipids ค่ะ
00:13:22แปลว่าได้น้ำมันที่มีสัดส่วนตามธรรมชาติ ของผิวเราเลยก็แปลว่านอกจากจะ
00:13:29สนับสนุนในการซ่อมแซมเกราะปกป้องผิวของเราแล้วเนี่ย ยังไปกระตุ้นการสร้างเซราไมด์
00:13:35ตามธรรมชาติของผิวเราด้วย แบบนี้เนี่ยก็จะ เรียกได้ว่าการเติมเต็มและการกระตุ้น
00:13:41ต่อเนื่องในระยะยาวก็จะทำให้ผิวของเราเนี่ย แข็งแรงแบบยั่งยืนค่ะ ใครอยากรู้
00:13:47รายละเอียดเกี่ยวกับ Oat Kernel Oil นะคะ สามารถไปดูในช่องของเราได้
00:13:52อุ๋มเคยเล่าเรื่องนี้เอาไว้ด้วยค่ะ กลยุทธ์ที่ 2 ก็คือการให้ความชุ่มชื้นแล้วก็ล็อกเก็บไว้ด้วยค่ะ
00:13:57คู่หูนี้เนี่ยคลาสสิกมาก ๆ นะคะ เราจะต้องเริ่มโดยการเติมความชุ่มชื้น
00:14:03ให้กับผิวก่อน โดยการเลือกใช้สารที่อยู่ ในกลุ่ม Humectants ที่จะช่วยเป็นแม่เหล็ก
00:14:09ในการดูดน้ำเอาไว้ที่ตัวเอง แล้วค่อยปลดปล่อย ความชุ่มชื้นให้ผิวเราอย่างต่อเนื่อง
00:14:15ไม่ว่าจะเป็น Hyaluronic Acid หรือว่า Glycerine แน่นอนค่ะ ว่าถ้าทำแบบนี้แล้วทิ้งไว้อ่ะ
00:14:21ความชุ่มชื้นน่ะก็จะอยู่กับเราไม่นาน เราจึงต้องล็อกเก็บไว้ด้วย โดยการใช้สาร
00:14:27กลุ่ม Occlusive อย่างเช่นพวกไขมันต่าง ๆ นะคะ มันล็อกเก็บความชุ่มชื้นไว้ให้ต่อเนื่อง
00:14:33ยาวนานมากยิ่งขึ้น มาถึงหัวใจสำคัญของวันนี้แล้วนะคะ อะไรคือความแตกต่างระหว่าง
00:14:40มอยส์เจอไรเซอร์ที่ดี และ มอยส์เจอไรเซอร์ที่ดีที่ยอดเยี่ยม ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาจากวิทยาศาสตร์เพื่อเน้นการซ่อมแซมผิว
00:14:48อย่างแท้จริง จากประสบการณ์แล้วก็ความรู้ ด้านผิวหนังของอุ๋มนะคะ ขอสรุปเป็น 3 เสาหลัก
00:14:54ที่จะช่วยทำให้คุณสามารถเลือก ผลิตภัณฑ์ที่เหนือกว่าได้อย่างมั่นใจ
00:14:59เสาหลักข้อแรกนะคะ ไม่ได้หมายถึงแค่ ส่วนประกอบที่เป็นเทรนด์หรือเป็นกระแส ณ ตอนนั้น
00:15:04แต่ต้องเป็นส่วนประกอบที่มีงานวิจัย ทางวิทยาศาสตร์อย่างหนักแน่นและที่สำคัญ
00:15:10ต้องใช้ในความเข้มข้นที่เห็นผลจริง ตามที่พิสูจน์แล้วในงานวิจัยทางคลินิกค่ะ
00:15:17ขอยกตัวอย่างนะคะ Ectoin คือสารสกัดจากธรรมชาติ ที่น่าทึ่งมาก ๆ ค่ะ เป็นสิ่งมี
00:15:23ชีวิตที่อาศัยในทะเลทราย สิ่งแวดล้อม ที่ Extreme มาก ๆ แต่ยังสามารถมีชีวิตรอดอยู่ได้
00:15:29หลักการกลไกของมันนะคะก็คือการที่ Ectoin เนี่ย จะดึงเอาน้ำมาล้อมรอบตัวเองไว้แล้ว
00:15:37ก็ไปล้อมรอบเซลล์ของเราอีกครั้งหนึ่ง ที่เราจะเรียกว่า Ectoin Hydrocomplex
00:15:43ปกป้องเซลล์ของเราจากสิ่งแวดล้อม มลภาวะ สิ่งต่าง ๆ ที่จะมาทำลาย แล้วก็ยังช่วย
00:15:50เก็บกักความชุ่มชื้นรวมถึงลดการอักเสบได้ด้วยค่ะ สิ่งที่อุ๋มอยากเน้นเนี่ยก็คือ
00:15:55ความเข้มข้นค่ะ ปัญหาของผิวที่มีผิวแพ้ง่ายอยู่ หรือว่าเป็นภูมิแพ้ผิวหนัง
00:16:00Atopic Dermatitis แปลว่าผิวของคุณน่ะ กำลังมีการอักเสบอยู่นะคะ ความเข้มข้นที่เหมาะสม
00:16:06จะอยู่ที่ 5.5-7% ค่ะ ความเข้มข้นแบบนี้เนี่ย ถึงจะให้ประสิทธิภาพสูงสุดค่ะ
00:16:13จะช่วยลดอาการคัน ช่วยลดอาการแห้งได้ แล้วก็ยังช่วยลดการใช้สเตียรอยด์ได้ด้วย
00:16:19ดังนั้นเนี่ยผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่ายอดเยี่ยมจริง ๆ จะต้องใส่สารสำคัญมาในความเข้มข้น
00:16:25ที่พิสูจน์แล้วทางคลินิกแบบนี้นะคะ ไม่ใช่ใส่มาแบบเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นเหมือนฝุ่น
00:16:31เหมือน Stratus เพื่อเคลมการตลาดหรือขอแค่มีชื่ออยู่บนฉลากเท่านั้น เสาหลักที่ 2 กลไกการทำงานแบบองค์รวม
00:16:39ที่ขับเคลื่อนด้วยความเข้าใจ ในพยาธิทฤษฎีวิทยา ผลิตภัณฑ์ทั่วไปอาจจะ
00:16:45ดูแลแค่ความชุ่มชื้นเท่านั้นนะคะ ซึ่งเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ แต่ผลิตภัณฑ์ที่
00:16:50เหนือกว่านะคะจะถูกออกแบบมาเพื่อจัดการวงจร ผิวแพ้ง่ายให้ครบทุกมิติไปพร้อม ๆ กัน
00:16:58เหมือนมีทีมผู้เชี่ยวชาญ 4 ทีม เข้าไปจัดการปัญหา ผิวร่วมกันในขวดเดียวเลยค่ะ ทีมซ่อมแซม
00:17:04โครงสร้างนะคะ ก็จะใช้สารประกอบกับเชิงซ้อน ที่เลียนแบบโครงสร้างผิวอย่างเช่น
00:17:10เซราไมด์ คอเลสเทอรอล แล้วก็ฟรีแฟตตีแอซิด เข้าไปจัดการซ่อมแซมโครงสร้างกำแพง
00:17:16ตามธรรมชาติที่เสียหายอยู่ให้กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม ทีมที่ 2 ทีมป้องกันเชิงรุก
00:17:22ด้วยสารประสิทธิภาพสูงอย่างเช่น Ectoin 7% นะคะ จะสร้างเกราะปกป้องทางชีวภาพ
00:17:29ปกป้องเซลล์ผิวของเราจากความเครียด แล้วก็สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ การป้องกันเนี่ยย่อมดีกว่า
00:17:36การซ่อมแซมจริงมั้ยคะ ทีมที่ 3 ทีมกระตุ้นการผลิตจากภายใน Oat Kernel Oil
00:17:41เนี่ยมีงานวิจัยรองรับแล้วว่าจะช่วยเติมเซราไมด์ ให้กับผิวของเรา แล้วยังไปกระตุ้น
00:17:47การสร้างเซราไม์จากภายในด้วยนะคะ ซึ่งจะทำให้ผิวของเราเนี่ยแข็งแรงต่อเนื่องในระยะยาว
00:17:54แล้วก็ยั่งยืนด้วยค่ะ แล้วก็สุดท้าย ทีมควบคุมการอักเสบไม่ว่าจะเป็น Centella asiatica
00:18:01Oat Kernel Oil หรือว่า Ectoin นะคะ จะช่วยเข้าไปปลอบประโลมผิว ลดการอักเสบ
00:18:06Inflammation ก็เหมือนไปช่วยดับไฟค่ะ ทำให้ผิวของเราเนี่ยสามารถซ่อมแซมตัวเอง
00:18:12ได้ดีมากยิ่งขึ้นแล้วก็รู้สึกสบายผิวมากยิ่งขึ้นค่ะ แนวทางที่ครอบคลุมแบบนี้นะคะ
00:18:18สะท้อนถึงความเข้าใจธรรมชาติของผิวแพ้ง่ายอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกัน
00:18:24กับที่หมอผิวหนังใช้ในการวางแผนรักษาคนไข้ด้วยค่ะ และเสาหลักข้อสุดท้ายนะคะ
00:18:30ก็สำคัญไม่แพ้กันเลยค่ะโดยเฉพาะการที่ดูแล ผิวบอบบางที่สุดแบบนี้คือการยึดมั่น
00:18:36ในหลักการว่าสิ่งสำคัญคือเราไม่ทำให้เกิด อันตราย หรือ "First, do no harm"
00:18:43ผลิตภัณฑ์ชั้นยอดนะคะจะแสดงความมุ่งมั่น ผ่านหลักการนี้ก็คือการคัดออกค่ะ สารอะไรก็ตามที่
00:18:49อาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองจะต้องคัดออกไป หลีกเลี่ยงนะคะอาจจะ 3 ชนิด 5 ชนิด
00:18:55หรือมากกว่า 10 ชนิดก็ได้ อย่างเช่นแอลกอฮอล์ ที่จะทำให้ผิวแห้งได้ น้ำหอม สารกันบูดบางชนิด
00:19:02ที่อาจทำให้เกิดการระคายเคือง อย่างเช่น Methylisothiazolinone Paraben สารที่อาจจะ
00:19:08ก่อการอุดตันได้ง่าย อย่างเช่น Mineral oil Silicone หรือแม้กระทั่ง Phenoxyethanol ชื่อสารกันเสีย
00:19:14ที่ได้รับความนิยมแล้วก็ใช้กันอย่างแพร่หลายนะคะ การที่ตัดสารนี้ออกไปด้วยเนี่ย
00:19:19ก็จะแสดงให้เห็นถึงความละเอียด แล้วก็พิถีพิถันที่จะสร้าง