00:00:00 → 00:00:03This is Thai PBS Podcast View the
00:00:03 → 00:00:06World by the Voice.
00:00:06 → 00:00:09ความรักเนี่ยไม่ว่าจะเป็นความรักแบบไหน
00:00:09 → 00:00:12แบบพ่อแม่ลูกญาติพี่น้องหรือแม้แต่คนรัก
00:00:12 → 00:00:14หรือสามีภรรยาเนี่ยมันก็เป็นเรื่องของ
00:00:14 → 00:00:17ความเจ็บปวดทีนี้จากเป็นหรือจากตายอะไรดี
00:00:17 → 00:00:19กว่ากันคำตอบมันก็อยู่ในตัวแล้วขึ้นอยู่
00:00:19 → 00:00:22กับคนเพราะการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก
00:00:22 → 00:00:25เนี่ยมันเป็นเรื่องที่ยากค่ะที่จะเผชิญ
00:00:25 → 00:00:27หน้ากับมันเพราะว่ามันเจ็บปวดและเศร้าโศก
00:00:27 → 00:00:30เนี่ยมันสูงมากความรู้สึกยิ่งคนนั้นเนี่ย
00:00:30 → 00:00:33เรารักมากเท่าไหร่ผูกพันด้วยมากเท่าไหร่
00:00:33 → 00:00:35ความเจ็บปวดมันยิ่งมากเท่านั้นถ้าอยากลืม
00:00:35 → 00:00:38ให้เร็วที่สุดจำเรื่องห่วยๆของเขาไว้แล้ว
00:00:38 → 00:00:41เราจะรู้สึกว่าโอ้ดีแล้วนะที่เราพ้นมาได้
00:00:41 → 00:00:43แทนที่เราจะอยู่แล้วเราต้องมานั่งเลี้ยง
00:00:43 → 00:00:44ผู้ชายอีก 1 คนเนี่ย
00:00:44 → 00:00:45>> อื
00:00:45 → 00:00:48>> เราเลี้ยงตัวเองดีมย
00:00:48 → 00:00:52>> ฟังทุกเรื่องสุขภาพอัปเดตทุกโรคภัยฟังราย
00:00:52 → 00:00:55การโรงหมอกับดิฉันสุรีพรวงษ์สถิตพรค่ะ
00:00:55 → 00:00:58>> This is Thai PBS Podcast
00:00:58 → 00:01:02>> วันนี้เราจะมาคุยกันถึงเรื่องของการจาก
00:01:02 → 00:01:05เป็นจากตายแบบไหนเจ็บกว่ากันนะคะไม่รู้
00:01:05 → 00:01:07ว่ามันเทียบกันได้มั้ยหรือว่าความรู้สึก
00:01:07 → 00:01:10มันจะแตกต่างกันมากน้อยขนาดไหนวันนี้แต่
00:01:10 → 00:01:12มันเป็นแนวทางให้รู้แล้วกันเนาะเพราะว่า
00:01:12 → 00:01:15เราไม่ได้มาบอกว่าจากเป็นเจ็บกว่าจากตาย
00:01:15 → 00:01:18เจ็บกว่ามันไม่ใช่นะคะคุยกับผู้ช่วย
00:01:18 → 00:01:20ศาสตราจารย์ดร.จันทวิภาดีสัมพันธ์ผู้ทรง
00:01:20 → 00:01:23คุณวุฒิมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จ
00:01:23 → 00:01:25เจ้าพระยาผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์
00:01:25 → 00:01:27และครอบครัวค่ะสวัสดีค่ะอาจารย์คะ
00:01:27 → 00:01:29>> ค่ะสวัสดีค่ะสวัสดีค่ะท่านผู้ฟังทุกท่าน
00:01:29 → 00:01:30ค่ะ
00:01:30 → 00:01:33>> อืเรื่องของการจากเป็นมันก็มีบ้างนะคะแต่
00:01:33 → 00:01:36ว่าการจากตายเนี่ยเจอเจอบ่อยหรือเป็น
00:01:36 → 00:01:38เพราะว่ามันถึงวัยที่มันอยู่ในช่วงที่จะ
00:01:38 → 00:01:40เจอคนที่เขาจากกันไปไกลที่ไม่ไม่มีโอกาส
00:01:40 → 00:01:43ได้เจอกันอีกเนี่ยเยอะแบบกะทันหันบ้าง
00:01:43 → 00:01:46อะไรงี้เจอบ่อยมากจนรู้สึกว่าแบบเออมันก็
00:01:46 → 00:01:48เจ็บเหมือนกันเนาะเหมือนตอนที่เพิ่งสูญ
00:01:48 → 00:01:52เสียคุณแม่ไปแล้วก็รู้สึกว่าแบบอ๊ไปเลยงง
00:01:52 → 00:01:55ไปเลยแล้วก็รู้สึกแบบมันอืมมันอึนข้างใน
00:01:55 → 00:01:57มันไม่เชิงเป็นเจ็บอะไรขนาดนั้นน่ะค่ะ
00:01:58 → 00:02:00อาจารย์แล้วถ้าเกิดสมมุติว่าบางทีเรื่อง
00:02:00 → 00:02:01ของความรักเราสูญเสียคนคนนึงไป
00:02:01 → 00:02:02>> ค่ะ
00:02:02 → 00:02:04>> เออมันก็เจ็บเนาะมันก็ความรู้สึกมันก็เออ
00:02:04 → 00:02:05อีกอันนึงเนาะตาม
00:02:05 → 00:02:08>> พอคุณสุรีพรพูดถึงเรื่องของความรักใช่
00:02:08 → 00:02:10มั้ยคะเพราะว่าในความรักเนี่ยมันไม่ได้
00:02:10 → 00:02:13แค่เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ในเรื่องของ
00:02:13 → 00:02:14ด้านจิตใจเท่านั้น
00:02:14 → 00:02:16>> แต่มันมีเรื่องของความรู้สึก
00:02:16 → 00:02:19>> เรื่องของความทรงจำเรื่องของประสบการณ์
00:02:19 → 00:02:22ที่เคยมีร่วมกันนะคะสิ่งเหล่านี้จริงๆ
00:02:22 → 00:02:24แล้วมันไม่ไปไหนอ่ะค่ะมันยังอยู่กับเรา
00:02:24 → 00:02:27นี่แหละแล้วก็อยู่ตลอดไปด้วยจริงไม่จริง
00:02:27 → 00:02:29นะคะคุณสิรีพรสูญเสียคุณแม่
00:02:29 → 00:02:33>> ถามว่าณวินาทีนี้คิดถึงคุณแม่มามั้ย่ะมา
00:02:33 → 00:02:35เป็นแถวเลยใช่มั้ยเป็นชุดๆเลยไม่ว่าจะ
00:02:36 → 00:02:38เรื่องดีเรื่องประทับใจเรื่องที่เราเสีย
00:02:38 → 00:02:42ใจที่ทะเลาะกับคุณแม่หรือเผลอดุคุณแม่ไป
00:02:42 → 00:02:43อะไรอย่างเงี้ยนะคะ
00:02:43 → 00:02:45>> ภาพที่นั่งนี่นู่นยังขึ้นมาหมดเลย
00:02:45 → 00:02:47>> เนี่ยค่ะมันก็จะเป็นเรื่องของความทรง
00:02:47 → 00:02:49อเพราะฉะนั้นในเรื่องของความรักเนี่ยไม่
00:02:50 → 00:02:52ว่าจะเป็นความรักแบบไหนนะคะเป็นความรัก
00:02:52 → 00:02:56แบบพ่อแม่ลูกญาติพี่น้องหรือแม้แต่คนรัก
00:02:56 → 00:02:58หรือสามีภรรยาเนี่ยมันก็เป็นเรื่องของ
00:02:58 → 00:03:01ความเจ็บปวดเพราะว่าเราแชร์ในสิ่งเหล่า
00:03:01 → 00:03:04นี้ร่วมกันมาทีนี้ที่ตอนต้นบอกว่าเอ๊จาก
00:03:04 → 00:03:06เป็นหรือจากตายอะไรดีกว่ากันคำตอบมันก็
00:03:06 → 00:03:10อยู่ในตัวแล้วขึ้นอยู่กับคนจะพายกตัว
00:03:10 → 00:03:12อย่างเช่นสมมุติว่าคนที่เรารักที่สุด
00:03:12 → 00:03:15เนี่ยเค้าตายจากไปเราก็ไม่อยากให้เขาไป
00:03:15 → 00:03:20หรอกแต่ณวันที่เขาจะตายเนี่ยเขาทรมานมา
00:03:20 → 00:03:22เยอะแล้วด้วยโรคภัยไข้เจ็บเราก็คงจะบอก
00:03:22 → 00:03:24ว่าถ้าอย่างงั้นน่ะ
00:03:24 → 00:03:27>> ไปเลยดีกว่าอย่าทรมานเลยอค่ะ
00:03:27 → 00:03:30>> แต่ถ้าเายังดีๆอยู่ยังมีความสดชื่นมีอะไร
00:03:30 → 00:03:33ต่ออะไรแต่มาปุ๊บปั๊บตายด้วยอุบัติเหตุ
00:03:33 → 00:03:33>> ค่ะ
00:03:33 → 00:03:35>> มันก็เป็นความเจ็บปวดอีกแบบหนึ่งเหมือน
00:03:35 → 00:03:35กัน
00:03:36 → 00:03:36>> อื
00:03:36 → 00:03:41>> หรือการจากลากันแบบไม่ค่อยดีอ่ะเช่นจาก
00:03:41 → 00:03:44กันทั้งรักอ่ะนะฮะสมมุติรักกันอยู่อย่าง
00:03:44 → 00:03:46เงี้ยแต่มันมีความจำเป็นที่ต้องแยกแรกจาก
00:03:46 → 00:03:47กันน่ะค่ะ
00:03:47 → 00:03:49>> เช่นสมมุติว่าเขาจะต้องไปรับผิดชอบคนอื่น
00:03:49 → 00:03:51ด้วยความจำเป็นหรืออะไรก็แล้วแต่มันก็
00:03:52 → 00:03:54เป็นความเจ็บปวดที่แสนสาหัสเหมือนกัน
00:03:54 → 00:03:56เพราะฉะนั้นอันเนี้ยไม่มีใครชั่งน้ำหนัก
00:03:56 → 00:03:59ได้ว่าอะไรมากอะไรน้อย
00:03:59 → 00:03:59>> อื
00:03:59 → 00:04:00>> ถูกมั้คะ
00:04:00 → 00:04:00>> ใช่ค่ะ
00:04:01 → 00:04:03>> ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลและขึ้นอยู่กับวิธี
00:04:03 → 00:04:05เยียวยาของแต่ละคนด้วย
00:04:05 → 00:04:08>> การรับได้ในสิ่งนั้นใช่มั้คะอย่างถ้าเกิด
00:04:08 → 00:04:12ว่าสมมุติรีบอกว่าอุ๊ยจากเป็นสิเสียใจ
00:04:12 → 00:04:14ยิ่งกว่านู่นนี่นั่นเพราะเรายังเห็นเขา
00:04:14 → 00:04:17อยู่เพื่อนอีกคนบอกเอ้ยจากตายเถียงกันก็
00:04:17 → 00:04:17ไม่มีวันจบ
00:04:17 → 00:04:20>> เอไม่มีวันจบค่ะเพราะว่าการสูญเสียการจาก
00:04:20 → 00:04:23ไปเนี่ยเราถือว่าเป็นเรื่องธรรมชาติที่
00:04:23 → 00:04:24หลีกเลี่ยงไม่ได้
00:04:24 → 00:04:26>> อย่างคุณสิริพรเนี่ยฟังมาเยอะเลยไอ้
00:04:26 → 00:04:28เรื่องว่าโอ๊ยตายเป็นเรื่องธรรมชาติอย่าง
00:04:28 → 00:04:31งั้นงี้แต่ณวันที่เราสูญเสียคุณแม่ไป
00:04:31 → 00:04:31เนี่ย
00:04:31 → 00:04:35>> เราเพิ่งเก็ในความรู้สึกจริงๆใช่
00:04:35 → 00:04:38>> ใช่ใช่เพราะว่าเราคมแม่ไม่มาตายซ้ำ 2 3
00:04:38 → 00:04:394 5 เราใช่มั้คะ
00:04:39 → 00:04:42>> ใช่ทำให้เราเริ่มเข้าใจคำว่าการสูญเสีย
00:04:42 → 00:04:45อย่างแท้จริงแหละเมื่อเราเสียจริงๆนะฮะ
00:04:45 → 00:04:47เพราะฉะนั้นการสูญเสียบุคคลเป็นที่รัก
00:04:47 → 00:04:50เนี่ยมันเป็นเรื่องที่ยากค่ะที่จะ
00:04:50 → 00:04:52>> เผชิญหน้ากับมันเพราะว่ามันเจ็บปวดและ
00:04:52 → 00:04:55เศร้าโศกเนี่ยมันสูงมากความรู้สึกเยิ่งคน
00:04:55 → 00:04:58นั้นเนี่ยเรารักมากเท่าไหร่ผูกพันด้วยมาก
00:04:58 → 00:05:00เท่าไหร่ความเจ็บปวดมันยิ่งมากเท่านั้นนะ
00:05:00 → 00:05:00ฮะ
00:05:00 → 00:05:01>> อือ
00:05:01 → 00:05:03>> ทีนี้บางคนก็ต้องใช้เวลาที่นานทีเดียวที่
00:05:03 → 00:05:07จะเป็นตัวยอมรับได้นะคะต้องเยียวยากันนาน
00:05:07 → 00:05:09ทีเดียวนะคะเพื่อให้ชีวิตสามารถดำเนินไป
00:05:09 → 00:05:10อย่างปกติได้
00:05:11 → 00:05:12>> เค้าจึงบอกไงคะว่า
00:05:12 → 00:05:15>> สิ่งเหล่าเนี้ยเวลาเท่านั้นที่เป็น
00:05:15 → 00:05:17เครื่องเยียวยาเราได้เพราะฉะนั้นบางคนก็
00:05:17 → 00:05:20อาจจะถึงขั้นภาวะซึมเศร้าก็ได้
00:05:20 → 00:05:21>> เออใช่ไปถึง
00:05:21 → 00:05:23>> นะฮะจากสิ่งที่เกิดขึ้นว่ามัวแต่หมกมุ่น
00:05:23 → 00:05:26อยู่กับเรื่องนี้หรือบางคนเนี่ยรู้สึกผิด
00:05:26 → 00:05:29ยกตัวอย่างเช่นสมมตินะฮะในบางคนที่คำพูด
00:05:29 → 00:05:32สุดท้ายระหว่างเค้ากับคุณแม่ที่เสียไป
00:05:33 → 00:05:34เนี่ยกลายเป็นการทะเลาะ
00:05:35 → 00:05:37>> แล้วก็หลุดคำพูดอะไรบางคำที่ทำให้พ่อแม่
00:05:37 → 00:05:39เสียใจหรือตัวเขาต้องเสียใจแล้วมันยัง
00:05:39 → 00:05:41ค้างคากันอยู่ตรงนั้นน่ะ
00:05:41 → 00:05:42>> อ่า
00:05:42 → 00:05:45>> นึกออกมั้ฮะเช่นไปหลุดปากพูดว่าเฮ้ออย่าง
00:05:45 → 00:05:47เงี้ยเป็นลูกบ้านอื่นซะดีกว่า
00:05:47 → 00:05:49>> อะไรอย่างเงี้ยนะฮะ
00:05:49 → 00:05:52>> อทำนองนั้นน่ะนะฮะมันทำให้รู้เลยว่าคำพูด
00:05:52 → 00:05:54นี้ทำให้พ่อแม่เสียใจแล้วมันก็ยังจากกัน
00:05:55 → 00:05:58โดยที่ยังไม่ได้มาเคลียร์กันหรือมาขอโทษ
00:05:58 → 00:06:01หรือมาเปลี่ยนคำพูดนั้นซะใหม่
00:06:01 → 00:06:03>> มันก็จะติดค้างกันไปมันก็ยิ่งเจ็บปวดมาก
00:06:03 → 00:06:05>> ว่าคำพูดนั้นของเราอะไรแบบนี้
00:06:05 → 00:06:08>> ทำไมคำพูดสุดท้ายที่เราให้แม่เนี่ยมันไม่
00:06:08 → 00:06:10ใช่เป็นคำพูดที่ดีเลยอะไรอย่างเงี้ยนะฮะ
00:06:10 → 00:06:13หรือคำพูดที่พูดว่าเกลียดนักเชียวลูกคน
00:06:13 → 00:06:16เนี้ยสมมุตินะแล้วลูกมาตายไปค่ะ
00:06:16 → 00:06:17>> เออฝัง
00:06:17 → 00:06:19>> พ่อแม่ก็จะฝังใจว่าสิ่งที่ฉันทำฉันไม่น่า
00:06:19 → 00:06:22จะพูดแบบนั้นเลยบางทีมันพูดด้วยอารมณ์
00:06:22 → 00:06:24หรืออะไรก็แล้วแต่นะฮะเพราะฉะนั้นความโศก
00:06:24 → 00:06:26เศร้าที่เกิดจากการสูญเสียเนี่ยมันจะมี
00:06:26 → 00:06:29ปฏิกิริยาทางด้านจิตใจที่ตอบสนองต่อการ
00:06:29 → 00:06:31สูญเสียไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียคนรักสูญ
00:06:32 → 00:06:33เสียความสัมพันธ์หรือแม้แต่สูญเสียใน
00:06:33 → 00:06:36เรื่องสุขภาพที่ดีของเราที่มีอยู่เนี่ยนะ
00:06:36 → 00:06:39คะมันเริ่มจากอะไรคะอย่างแรกเราจะปฏิเสธ
00:06:39 → 00:06:40ก่อนนะ
00:06:40 → 00:06:40>> ไม่จริงอ่ะ
00:06:40 → 00:06:44>> ไม่จริงอ่ะอะไรไม่เป็นไปไม่ได้อะไรเงี้ย
00:06:44 → 00:06:48นะฮะอ่ะตอนก่อนเลิกเข้ารายการเราก็พูดถึง
00:06:48 → 00:06:50ความเจ็บป่วยของญาติคุณ
00:06:50 → 00:06:53>> สุรีพรใช่มั้ยคุณสุรีพรเป็นไปไม่ได้เลย
00:06:53 → 00:06:56เป็นได้ยังไงไม่ได้มีสาเหตุไม่ได้มีทาง
00:06:56 → 00:06:59เจนติกที่จะเป็นเลยอะไรอย่างเงี้ยเห็น
00:06:59 → 00:07:01มั้ยคะเราปฏิเสธก่อนไม่ยอมรับความจริงนะ
00:07:01 → 00:07:04ฮะปฏิกิริยาต่อไปคือกลัวค่ะ
00:07:04 → 00:07:06>> กลัวจะอย่างงั้นกลัวจะอย่างงี้กลัวจะสูญ
00:07:06 → 00:07:09เสียกลัวจะยังไงล่ะใครจะดูแลลูกใครจะดูแล
00:07:09 → 00:07:12เมียนะคะอันต่อมาคือความโกรธทำไมต้องเป็น
00:07:12 → 00:07:15ฉันทำไมไม่เป็นคนอื่นที่ตายล่ะทำไมจะต้อง
00:07:15 → 00:07:18เป็นฉันล่ะหรือทำไมจะต้องเป็นแฟนฉันล่ะ
00:07:18 → 00:07:21อะไรอย่างเงี้ยมันเกิดขึ้นได้ยังไงเสร็จ
00:07:21 → 00:07:24แล้วก็มาสู่ระบบโหมดของความซึมเศร้าแล้ว
00:07:24 → 00:07:27จนในที่สุดเนี่ยจึงจะยอมรับสิ่งที่เกิด
00:07:27 → 00:07:30ขึ้นแล้วก็มาตั้งต้นที่จะสู้กับมันตั้ง
00:07:30 → 00:07:31ต้นที่จะเผชิญกับมัน
00:07:31 → 00:07:33>> อ๋อมันจะเป็นหูปของมันเลยอย่างงี้ใช่มั้
00:07:33 → 00:07:35>> ใช่ค่ะเพราะฉะนั้นไอ้ขั้นตอนต่างๆโดย
00:07:35 → 00:07:38เฉพาะขั้นตอนปฏิเสธเนี่ยมันยาว
00:07:38 → 00:07:40>> ออมันหลูบเยอะกว่า
00:07:40 → 00:07:42>> อ่ากว่าจะยอมรับไงฮะ
00:07:42 → 00:07:45ถ้ายกขา
00:07:45 → 00:07:47>> แต่ถ้าเราไม่ยอมรับเราจะคาอยู่อย่างงั้น
00:07:47 → 00:07:50ไม่จริงฉันไม่เชื่อเป็นไม่ได้
00:07:50 → 00:07:53>> นึกออกมั้คะนะฮะตรงเนี้ยถ้าเรายอมรับได้
00:07:53 → 00:07:55เร็วเท่าไหร่ขั้นตอนต่างๆเหล่านี้อาจจะ
00:07:55 → 00:07:57เกิดขึ้นพร้อมๆกันเลยก็ได้นะคะไม่ได้เป็น
00:07:57 → 00:07:59ขั้นบันไดแบบนี้นะ
00:07:59 → 00:08:02>> แต่ทุกอารมณ์เนี่ยมันจะเกิดกันในช่วงระยะ
00:08:02 → 00:08:03ใกล้ๆกัน
00:08:03 → 00:08:07>> แต่ไอ้ตัวปฏิเสธเนี่ยไม่ยอมรับเนี่ยมันจะ
00:08:07 → 00:08:09เป็นอุปสรรคของการทำอย่างอื่นทั้งหมด
00:08:09 → 00:08:09>> ค่ะ
00:08:09 → 00:08:12>> นะฮะเพราะฉะนั้นถ้าเรายอมรับได้อ้ามัน
00:08:12 → 00:08:15เป็นแล้วอ่ะมันเป็นแล้วอ่ะจะไปถามทำไมว่า
00:08:15 → 00:08:17มันเป็นได้ยังไงจะไปถามทำไมว่ามันเกิด
00:08:17 → 00:08:19อะไรขึ้นอ
00:08:19 → 00:08:20>> ก็ต้องแก้
00:08:20 → 00:08:20>> ค่ะ
00:08:20 → 00:08:23>> ถูกมั้ยคะเราต้องเดินหน้าต่อไปชีวิตต้อง
00:08:23 → 00:08:26ดำเนินต่อไป The show must go on นะ
00:08:26 → 00:08:29คะเพราะฉะนั้นเนี่ยเราก็จะค่อยๆแก้ไข
00:08:29 → 00:08:31ปัญหาเหล่านั้นได้เพราะฉะนั้นจะให้เข้าใจ
00:08:31 → 00:08:34ว่าสเต็ปเหล่านี้อาจจะเกิดเป็นขั้นบันได
00:08:34 → 00:08:36เป็นขั้นเป็นตอนหรืออาจจะเกิดขึ้นใกล้
00:08:36 → 00:08:39เคียงกันพร้อมๆกันเลยก็ได้นะคะทีนี้
00:08:39 → 00:08:41ระหว่างขั้นตอนเหล่าเนี้ยเนี่ยเราก็จะ
00:08:41 → 00:08:46เกิดอาการสับสนนะฮะเสียใจกลัวรู้สึกผิด
00:08:46 → 00:08:49หมดหวังอะไรต่างๆมากมายเลยร่วมกันไปหมด
00:08:49 → 00:08:51โดยระดับของความรุนแรงของอารมณ์เนี่ยมัน
00:08:51 → 00:08:54ก็ขึ้นอยู่กับระดับของการสูญเสียด้วยถ้า
00:08:54 → 00:08:56การสูญเสียนั้นมันใกล้ตัวเรามากเท่าไหร่
00:08:56 → 00:09:00คนนั้นผูกพันกับเรามากเท่าไหร่นะคะมันก็
00:09:00 → 00:09:01ยิ่งรู้สึกแย่มากขึ้นเท่านั้น
00:09:01 → 00:09:05>> อืใช่ความใกล้ชิดความรู้สึกที่แบบหรือ
00:09:05 → 00:09:05อะไรอย่างเงี้
00:09:05 → 00:09:07>> หาผูกพันด้วยกันมา
00:09:07 → 00:09:11>> นะฮะเพราะฉะนั้นจึงไม่รอไงคะวิภาเนี่ยอัน
00:09:11 → 00:09:14นี้มาพูดฐานะที่คนอายุ 70 แล้วเนาะ
00:09:14 → 00:09:18>> เราจะบอกว่าอย่ารอจันทร์วิภาเคยรอมาแล้ว
00:09:18 → 00:09:19เช่นเพื่อนรักเนี่ยนะฮะ
00:09:19 → 00:09:20>> ค่ะ
00:09:20 → 00:09:23>> สามีเ้าโทรมาบอกว่าตอนเนี้ยอ่าอยู่ ICU
00:09:23 → 00:09:27เาอยากเจอเรานะฮะเราก็ว่าเอ๊มันดึกแล้ว
00:09:27 → 00:09:31เนาะเดี๋ยวเราพรุ่งนี้ะกันจะไปหาปรากฏว่า
00:09:31 → 00:09:32ไม่ผัดโอยย
00:09:32 → 00:09:36>> อย่างเงี้ยนึกออกมั้ยคะเราก็เลยไม่ผลัด
00:09:36 → 00:09:39เพราะฉะนั้นเมื่อเมื่อ 2 วันก่อนเนี้ยนะ
00:09:39 → 00:09:41เพื่อนบ้านท่านนึงท่านก็อายุ 70 กว่าและ
00:09:41 → 00:09:44ท่านก็มีคุณครูที่อายุ 88
00:09:44 → 00:09:47>> นะคะแล้วแล้วคุณครูคนเนี้ยท่านอยากจะมาหา
00:09:47 → 00:09:49ที่บ้านมากอยากจะมาเห็นว่าอยู่กันยังไง
00:09:49 → 00:09:51อะไรยังไงเพราะห่วงลูกศิษย์
00:09:51 → 00:09:51>> ออ
00:09:51 → 00:09:54>> เธอก็เล่าให้เราฟังนานและแต่เธอก็ไม่ไป
00:09:54 → 00:09:57สักทีบอกเลยว่าเนี่ยพี่อยากไปพี่อยากไปหา
00:09:57 → 00:10:01คุณครูพอเรารู้ปั๊บเราบอกแล้วพี่รออะไรคะ
00:10:01 → 00:10:03บอกรอเพื่อนให้เพื่อนไปเป็นเพื่อนกันหลาย
00:10:03 → 00:10:04ๆคน
00:10:04 → 00:10:08>> พี่คะคุณครู 88 แล้วนะคะหนูไม่รอหนูว่าง
00:10:08 → 00:10:10หนูขับขับรถให้พี่ได้
00:10:10 → 00:10:10>> อ
00:10:10 → 00:10:11>> นึกออกมั้ยคะ
00:10:11 → 00:10:11>> ค่ะ
00:10:11 → 00:10:15>> ก็ขับรถพาพี่คนเนี้ยไปรับคุณครูจากอยุธยา
00:10:15 → 00:10:17ไปรามอินทรา 63
00:10:17 → 00:10:18>> อื
00:10:18 → 00:10:22>> แล้วก็กักจากนี่มาที่อยุธยาเพื่อมาเห็น
00:10:22 → 00:10:25บ้านว่าเราอยู่กันยังไงอะไรยังไงนะคะแล้ว
00:10:25 → 00:10:27ก็พาคุณครูไปทานข้าวแล้วก็ไปส่งที่ราม
00:10:27 → 00:10:30อินทราแล้วเราก็กลับมาอยุธยาอีก
00:10:30 → 00:10:32>> จะภาขับรถ 7 ชมงวันนั้นน่ะ
00:10:32 → 00:10:33>> ไปกลับ
00:10:33 → 00:10:36>> ไปกลับเนี่ยนะคะแต่มีความสุขมากเพราะอะไร
00:10:36 → 00:10:38คะเพราะคุณครูก็มีความสุข
00:10:38 → 00:10:39>> อื
00:10:39 → 00:10:41>> พี่คนนี้ก็มีความสุข
00:10:41 → 00:10:45>> คุณครูบอกอครูสบายใจมากเลยที่เห็นว่า
00:10:45 → 00:10:48>> หนูจุ๋มสมมุติชื่อจุ๋มนะคะจุ๋มเนี่ยอยู่
00:10:48 → 00:10:51ยังไงสบายยังไงครูเป็นห่วงมากเลยนะว่ามา
00:10:51 → 00:10:54อยู่อยุธยาคนเดียวได้ยังไงนี่ครูสบายใจ
00:10:54 → 00:10:57แล้วเพื่อนบ้านก็ดีสิ่งแวดล้อมก็ดีความ
00:10:57 → 00:10:59ปลอดภัยก็ดีออครูหายห่วงเลย
00:10:59 → 00:11:00>> อือๆ
00:11:00 → 00:11:02>> แล้วเราบอกว่าเนี่ยเห็นมั้คะถ้าเราไม่ไป
00:11:02 → 00:11:04วันนี้เนี่ยคุณครูจะทุกข์ไปอีกนานเท่า
00:11:04 → 00:11:06ไหร่นี่ทุกข์มาตั้งหลายปีแล้วนะ
00:11:06 → 00:11:07>> อ่ายังไม่ได้ไปสักที
00:11:07 → 00:11:09>> ยังไม่ได้ไปสักเห็นมั้คะเพราะฉะนั้นสิ่ง
00:11:09 → 00:11:11เหล่าเนี้ยอย่ารอ
00:11:11 → 00:11:13>> เพราะคำว่าไม่ยไม่อยากรอ
00:11:13 → 00:11:16>> ไม่มีรอค่ะไม่รอเพราะว่าเวลาเราไม่รู้ว่า
00:11:16 → 00:11:19ออกไปวันเนี้ยเจ้านิภาจะบอกตัวเองเสมอว่า
00:11:19 → 00:11:22>> ระหว่างพรุ่งนี้กับชาติหน้าไม่รู้อะไรถึง
00:11:22 → 00:11:23ก่อนกัน
00:11:23 → 00:11:26>> ถ้ามีโอกาสทำทำเลยอย่างเงี้ยค่ะแล้วเราจะ
00:11:26 → 00:11:29ไม่ติดค้างเราจะไม่รู้สึกนั่นแล้วก็เนี่ย
00:11:29 → 00:11:32เห็นมั้คะว่าทั้งคู่มีความสุขเราก็มีความ
00:11:32 → 00:11:33สุขที่เราได้
00:11:33 → 00:11:34>> ได้ทำให้เขา
00:11:35 → 00:11:36>> เพราะฉะนั้นก็อยากจะบอกว่าเวลาที่เราสูญ
00:11:36 → 00:11:37เสียเนี่ย
00:11:37 → 00:11:40>> อืออเรามีแนวทางที่จะรับมือกับมันกับมัน
00:11:40 → 00:11:42การสูญเสียกับการโศกเศร้า
00:11:42 → 00:11:45>> นะคะมีคนเคยถามอาจารย์วิภาว่าชีวิต
00:11:45 → 00:11:49อาจารย์เนี่ยเคยทุกข์มยคือเราไปเป็น
00:11:49 → 00:11:51วิทยากรบ่อยใช่มั้ฮะแล้วเเห็นเรายิ้มแป้น
00:11:51 → 00:11:54ยิ้มแฉ่งอย่างเงี้ยตลอดเวลาถามว่าชีวิต
00:11:54 → 00:11:55อาจารย์เคยทุกข์มั้ยคะ
00:11:55 → 00:11:57>> บอกเคยค่ะ
00:11:57 → 00:12:00>> มีใครไม่เคยมีทุกข์มั่งแต่เราจัดการกับ
00:12:00 → 00:12:01ความทุกข์ของเราได้เร็วแค่ไหน
00:12:01 → 00:12:02>> อื
00:12:02 → 00:12:04>> จะให้มันทุกข์ไปตลอดชีวิตเหรอ
00:12:04 → 00:12:05>> อือๆ
00:12:05 → 00:12:08>> หรือให้มันทุกข์แป๊บนึงแล้วเราดำเนิน
00:12:08 → 00:12:09ชีวิตต่อไปได้
00:12:09 → 00:12:09>> ค่ะ
00:12:09 → 00:12:12>> ในเมื่อเราแก้ไขมันไม่ได้แล้วไม่มีใครทำ
00:12:12 → 00:12:14ให้ใครฟื้นขึ้นมาได้อีก
00:12:14 → 00:12:14>> ค่ะ
00:12:14 → 00:12:15>> ถูกมั้คะ
00:12:15 → 00:12:17>> เพราะฉะนั้นเราก็ต้องมีวิธีรับมือกับมัน
00:12:17 → 00:12:20นะฮะไม่ว่าคุณจะจากเป็นหรือจากตายนะคะ
00:12:20 → 00:12:23เพราะฉะนั้นวิธีการเผชิญสูญเสียเนี่ยการ
00:12:23 → 00:12:25แสดงออกถึงความเจ็บปวดของความเสียใจของ
00:12:25 → 00:12:27แต่ละคนเนี่ยมันต่างกันนะบางคนก็อาจจะหู
00:12:27 → 00:12:31ตีอกชกหัวพิราบพิราบรำพันมากมายแต่บางคน
00:12:31 → 00:12:32ก็นิ่ง
00:12:32 → 00:12:33>> อือๆ
00:12:33 → 00:12:35>> นะฮะนิ่งและเก็บกดอยู่ข้างในนะบอกไม่ได้
00:12:35 → 00:12:37หรอกนะฮะเพราะฉะนั้นนั้นสิ่งเหล่านี้อาจ
00:12:37 → 00:12:40จะช่วยให้เราปรับตัวแล้วก็ก้าวผ่าน
00:12:40 → 00:12:41สถานการณ์นั้นไปได้
00:12:42 → 00:12:45>> นะคะก็จะมีอยู่ 6 ข้อด้วยกันนะฮะ
00:12:45 → 00:12:47>> ข้อแรกก็คืออยากให้ยอมรับความรู้สึกที่
00:12:47 → 00:12:48เกิดขึ้น
00:12:48 → 00:12:52>> ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์โกรธอารมณ์เศร้าอารมณ์
00:12:52 → 00:12:53เสียใจ
00:12:53 → 00:12:55>> นะฮะความรู้สึกต่างๆที่เกิดขึ้นน่ะเป็น
00:12:55 → 00:12:56สิ่งปกติ
00:12:56 → 00:12:59>> ไม่ต้องไปเก็บกฎมันยอมรับความรู้สึกนั้น
00:12:59 → 00:13:00เช่นบางคนเนี่ย
00:13:00 → 00:13:06>> สามีดีๆๆแต่อยู่มาวันนึงสามีก็คุณเราอยาก
00:13:07 → 00:13:07กันเถอะ
00:13:07 → 00:13:08>> เอ้า
00:13:08 → 00:13:12>> นึกออกมั้คะคือโดยที่สามีก็ไม่ได้บอกว่า
00:13:12 → 00:13:14เพราะอะไรหรืออะไรยังไง
00:13:14 → 00:13:16>> ประโยคเดียวช็อกโลก
00:13:16 → 00:13:19>> มันอ่าเห็นมั้ฮะคุณีพรบอกว่าช็อกโลกเนี่ย
00:13:19 → 00:13:22อาจารย์วิภามีมาแล้วลูกศิษย์โทรมาแม่ขา
00:13:22 → 00:13:25หนูทำไงสามีหนูเขอหย่า
00:13:25 → 00:13:25>> เออ
00:13:25 → 00:13:27>> โดยไม่ให้เหตุผลอะไรทั้งนั้น
00:13:27 → 00:13:30>> ผู้หญิงใหม่เค้าก็ว่าเ้าไม่มีแต่เราฟัง
00:13:30 → 00:13:32จากเรื่องที่เา้าเล่าแล้วเราคิดว่าเค้ามี
00:13:32 → 00:13:33คนใหม่
00:13:33 → 00:13:33>> อื
00:13:33 → 00:13:36>> นึกออกมั้ฮะแต่ไม่บอก
00:13:36 → 00:13:38>> แต่เก็ลุกขึ้นขอยายเฉยๆทั้งที่อยู่กันมา
00:13:38 → 00:13:41ด้วยดีตลอดรักใคร่กันอะไรกันสารพัด
00:13:41 → 00:13:42>> อือ
00:13:42 → 00:13:43>> เห็นมั้คะมันเกิดขึ้นได้
00:13:43 → 00:13:47>> เพราะฉะนั้นตรงเนี้ยโกรธมั้ยแสดงออกไป
00:13:47 → 00:13:49เศร้ามั้ยแสดงมันออกไปอยากร้องไห้ร้องมัน
00:13:49 → 00:13:50เข้าไปเลย
00:13:50 → 00:13:50>> ไม่ต้องเก็บ
00:13:50 → 00:13:51>> อ่า
00:13:51 → 00:13:51>> อื
00:13:52 → 00:13:54>> แล้วเราก็พอดีเราใกล้ชิดกันนะฮะกับลูก
00:13:55 → 00:13:56ศิษย์ก็เลยบอกว่า
00:13:56 → 00:13:58>> นี่ไงลูกแม่ไม่ได้สมน้ำหน้าลูกนะแต่ตอน
00:13:58 → 00:14:01ที่ลูกตัดสินใจแต่งงานน่ะแม่เคยบอกหนู
00:14:01 → 00:14:04แล้วใช่มั้ยว่าให้คิดไว้เสมอเลยว่าสักวัน
00:14:04 → 00:14:05เขาต้องทิ้งเรา
00:14:05 → 00:14:06>> แต่เกิดไม่เกิดไม่รู้
00:14:06 → 00:14:08>> ถ้าเกิดไม่เกิดไม่รู้ให้เตือนตัวเองไว้
00:14:08 → 00:14:11ตลอดเวลาว่าสักวันเต้องทิ้งเราค่ะ
00:14:11 → 00:14:13>> แล้วมันเกิดขึ้นหรือยัง
00:14:13 → 00:14:15>> เกิดขึ้นแล้วอ่าแล้วหนูบอกตอนนั้นหนูยอม
00:14:15 → 00:14:16รับได้
00:14:16 → 00:14:19>> หนูขอให้ตอนนี้หนูแฮปปี้หนูมีความสุขข้าง
00:14:19 → 00:14:22หน้าจะเป็นยังไงหนูไม่สนใจค่ะ
00:14:22 → 00:14:24>> เพราะฉะนั้นหนูต้องเตือนตัวเองกลับไปดู
00:14:24 → 00:14:29ข้อแรก
00:14:29 → 00:14:29>> ใช่มั้ยคะ
00:14:29 → 00:14:30>> อื
00:14:30 → 00:14:34>> เพียงแต่ว่านี่ไงมันผ่านมา 20 ปีแล้วนะ
00:14:34 → 00:14:37ลูกหนูอยู่กับเมา 20 ปีแล้วแฮปปี้มา 20
00:14:37 → 00:14:38ปีแล้ว
00:14:38 → 00:14:41>> ตอนนี้มองโลกในทางบวกคือในเมื่อเรารั้งเ
00:14:41 → 00:14:43ไม่ได้คนเราเนี่ยรั้งกันไม่ได้มันอยู่ได้
00:14:43 → 00:14:47แต่ตัวแต่ใจไม่อยู่แล้วก็บอกไปเลยโหฉัน
00:14:47 → 00:14:50โชคดีเหลือเกินได้กลับมาโสดอีกในวัยนี้
00:14:50 → 00:14:50>> ค่ะ
00:14:50 → 00:14:52>> มีใครสักกี่คนที่จะได้อย่างเรา
00:14:52 → 00:14:52>> อื
00:14:52 → 00:14:53>> อ่า
00:14:53 → 00:14:56>> ใช่มั้ฮะเพราะฉะนั้นอยากร้องไห้ร้องมัน
00:14:56 → 00:14:58เข้าไปอยากทำอะไรทำมันเข้าไปนั่นคือยอม
00:14:58 → 00:15:00รับความรู้สึกที่เกิดขึ้นอย่าไปหลอกตัว
00:15:00 → 00:15:03เองฉันผิดตรงไหนฉันไม่ดียังไงทำไมเถึง
00:15:04 → 00:15:06อย่างงั้นอย่างงี้เพราะเขาคือเขาเราคือ
00:15:06 → 00:15:06เรา
00:15:06 → 00:15:07>> ค่ะ
00:15:07 → 00:15:10>> เราเป็นภรรยาที่แสนดีเ้าแล้วแต่เขาจะไปก็
00:15:10 → 00:15:14บอกตัวเองไปเลยว่าหมดบุญเค้าหมดกรรมเรานะ
00:15:14 → 00:15:15ฮะใช่
00:15:15 → 00:15:17>> ให้เไปหากรรมใหม่ของเาเอาเองนะฮะเพราะ
00:15:17 → 00:15:20ฉะนั้นเราก็เผชิญหน้ากับความเจ็บปวดนะฮะ
00:15:20 → 00:15:22ยอมรับความรู้สึกเหล่านั้นว่ามันเป็น
00:15:22 → 00:15:24เรื่องปกติเป็นเรื่องธรรมชาติจริงไม่จริง
00:15:24 → 00:15:24>> ใช่
00:15:24 → 00:15:27>> อ่ามนุษย์ผู้ชายเนี่ยเปลี่ยนใจได้ตลอด
00:15:27 → 00:15:28เวลา
00:15:28 → 00:15:31>> ต่อให้รักกันจี๋หวานจ๋าแต่อยู่มาวันนึง
00:15:31 → 00:15:33เขาก็ลุกขึ้นไปอยู่กับคนอื่นก็เป็นเรื่อง
00:15:33 → 00:15:36ปกติของเพศชายให้คิดอย่างงั้นนะฮะจะช่วย
00:15:36 → 00:15:38ให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างสง่าผ่า
00:15:38 → 00:15:40เผย
00:15:40 → 00:15:43>> นะคะเพราะฉะนั้นตรงนี้เนี่ยยอมรับสิ่งที่
00:15:43 → 00:15:45เกิดขึ้นก่อนว่ามันเป็นแล้ว
00:15:45 → 00:15:47>> เขาจะต้องไปแล้วไม่ว่าจะจากเป็นจากตาย
00:15:47 → 00:15:49หรือเขาไปประสบอุบัติเหตุตายปุ๊บมันเกิด
00:15:49 → 00:15:50ขึ้นแล้ว
00:15:50 → 00:15:51>> ค่ะ
00:15:51 → 00:15:53>> ไม่มีสิทธิ์จะไปร้องไห้คร่ำครวญอะไรทั้ง
00:15:54 → 00:15:56นั้นนะฮะมันเป็นเรื่องธรรมดาเกิดแก่เจ็บ
00:15:56 → 00:15:57ตายนะคะ
00:15:57 → 00:15:58>> อ
00:15:58 → 00:16:01>> ประเด็นที่ 2 ค่ะให้ระบายความรู้สึกอย่าง
00:16:01 → 00:16:03ที่บอกว่าให้ยอมรับความรู้สึกของตัวเอง
00:16:03 → 00:16:06อย่าไปทำเป็นว่าฉันอยู่ได้ไปเก็บกดอะไร
00:16:06 → 00:16:07เงี้ไม่ใช่นะคะ
00:16:07 → 00:16:11>> ทีนี้ระบายนะฮะพูดคุยหรือระบายความรู้สึก
00:16:11 → 00:16:14กับคนที่เรารักหรือคนที่เราเข้าใจหรือ
00:16:14 → 00:16:18สมาชิกในครอบครัวที่เข้าใจเราเพื่ออะไรคะ
00:16:18 → 00:16:19เพื่อลด
00:16:19 → 00:16:22>> tensชัลดความดันลดการปลดปล่อยความรู้สึก
00:16:23 → 00:16:27เจ็บป่วยเเจ็บปวดเนี่ยออกมาให้คนที่เรา
00:16:27 → 00:16:31เข้าใจเราได้รับฟังนะฮะและขอกำลังใจเป็น
00:16:31 → 00:16:34การขอกำลังใจจากคนรอบข้างให้กำลังใจดีๆนะ
00:16:34 → 00:16:37ฮะช่วยให้สามารถเดินผ่านพ้นสถานการณ์นี้
00:16:37 → 00:16:40ไปได้อย่างในกรณีของลูกศิษย์คนเนี้ยนะคะ
00:16:40 → 00:16:44เธอก็เป็นคนดีที่มีรุ่นน้องมีเพื่อนนะมี
00:16:44 → 00:16:46แม่อย่างเราเนี่ยคอยดูแลอยู่เพราะฉะนั้น
00:16:46 → 00:16:49มีคนที่จะเดินพร้อมไปกับเขาเยอะแยะอ
00:16:49 → 00:16:49>> อื
00:16:49 → 00:16:52>> นะฮะเพราะฉะนั้นตรงนี้เราก็ทำให้เค้า
00:16:52 → 00:16:54เนี่ยเกิดความมั่นใจได้ระบายความรู้สึก
00:16:54 → 00:16:58ออกมานะฮะตัวจันวิภาเองก็จะบอกเค้าว่า
00:16:58 → 00:17:02อย่าไปจำสิ่งที่เคยดีๆกันลูกที่มีความสุข
00:17:02 → 00:17:04ลบมันไปให้หมดแล้วนึกถึงเรื่องความเลวของ
00:17:04 → 00:17:06เให้มากที่สุด
00:17:06 → 00:17:07>> ว่าเเลวอะไรกับเราบ้าง
00:17:07 → 00:17:08>> จะได้ตัดใจง่ายๆ
00:17:08 → 00:17:11>> อ่ามันจะได้ตัดใจง่ายๆเพราะการที่จะกลับ
00:17:11 → 00:17:14มาไม่มีอีกแล้วลูกศิษย์คนนี้เค้าก็ใจเด็ด
00:17:14 → 00:17:16อ่ะวันที่เซ็นย่าปั๊บเนี่ย
00:17:16 → 00:17:16>> ออ
00:17:16 → 00:17:18>> เ้าเปลี่ยนกุญแจบ้านเปลี่ยนอะไรทุกอย่าง
00:17:18 → 00:17:21หมดเลยแล้วก็บอกว่าบอกเลยว่าต่อให้กลับมา
00:17:21 → 00:17:23ง้อเก็ไม่เอาแล้ว
00:17:23 → 00:17:25>> เอออย่างี้เพราะว่าเค้าง้อมา 3 เดือนแล้ว
00:17:25 → 00:17:28ตั้งแต่บอกว่าขอหย่านึกออกมั้ฮะ
00:17:28 → 00:17:31>> จนกระทั่งจรดปากกาเป็นวันนั้นละง้อมา 3
00:17:31 → 00:17:34เดือนแล้วผู้ชายก็ไม่ยอมจะไปให้ได้เพราะ
00:17:34 → 00:17:36ฉะนั้นก็พอจดปากกาหย่าเบอกว่าหนูพร้อม
00:17:36 → 00:17:38แล้วแม่ 3 เดือนละ
00:17:38 → 00:17:41>> การไม่บอกเหตุผลของเขาคือเหตุผลของคนจะไป
00:17:41 → 00:17:44>> ใช่นึกออกมั้ฮะเข้าใจนะฮะ
00:17:44 → 00:17:47>> คือคนมันใจมันไม่อยู่แล้วอ่ะต่อให้ล่าม
00:17:47 → 00:17:49ตัวเอาไว้มันก็ไม่มีประโยชน์
00:17:49 → 00:17:52>> คุยไปก็เท่านั้นใช่มั้คะอ่าฮะนะฮะ
00:17:52 → 00:17:55>> แต่ตัวอาจารย์วิภาฟังแล้วเนี่ยคิดว่าเ้า
00:17:55 → 00:17:57มีคนใหม่แต่เขาไม่เปิดเท่านั้นแหละ
00:17:57 → 00:18:01>> เค้าโชคดีที่มีเพื่อนมีอาจารย์มีคนรอบ
00:18:01 → 00:18:03ข้างที่พร้อมรับฟังแล้วคอยซัพพอร์ต
00:18:04 → 00:18:06>> ในพลังที่จะแบบส่งให้อะไรอย่างเงี้ยถ้ามี
00:18:06 → 00:18:08คนเหล่านี้อยู่เราก็ไม่ห่วง
00:18:09 → 00:18:09>> ค่ะ
00:18:09 → 00:18:10>> แต่หลายคนก็อาจจะ
00:18:10 → 00:18:11>> ไม่ไม่รู้จะระบายกับใคร
00:18:11 → 00:18:12>> ไม่มี
00:18:12 → 00:18:12>> นะฮะ
00:18:12 → 00:18:14>> เขียนได้มั้เนาะเขียนก็ได้เนาะเขียนได้
00:18:14 → 00:18:17แต่อย่าโพสต์นะขอเตือนว่าอย่าโพสต์เพราะ
00:18:17 → 00:18:20ว่าบางทีโพสต์เนี่ยมันเป็นดาบสังคม
00:18:20 → 00:18:22>> นะคะแต่เขียนแล้วเก็บไว้แล้วเดี๋ยวเราคาม
00:18:22 → 00:18:25ดาวลงแล้วมาอ่านได้อะไรก็ได้ค่ะที่มันทำ
00:18:25 → 00:18:28ให้เราระบายนี่ไงคะคือประเด็นที่ 3 เขียน
00:18:28 → 00:18:30แสดงความรู้สึกออกมานะคะเขียนระบายความ
00:18:30 → 00:18:33รู้สึกต่างๆจากการสูญเสียมันจะช่วยให้เรา
00:18:33 → 00:18:36ผ่อนคลายความเจ็บปวดลงไปได้แล้วก็ช่วยให้
00:18:36 → 00:18:38เรียนรู้ที่จะรับมือกับความเจ็บปวดต่อไป
00:18:38 → 00:18:40ในอนาคตด้วยอ
00:18:40 → 00:18:42>> ณวันเนี้ย
00:18:42 → 00:18:44>> วันนี้เรารู้สึกอย่างงี้พอวันต่อมามันอาจ
00:18:45 → 00:18:47จะดาวลงมันอาจจะดีขึ้นมันอาจจะอะไรต่อ
00:18:47 → 00:18:50อะไรแล้วเราก็เริ่มได้คิดว่าเฮ้อความจริง
00:18:50 → 00:18:52เราอยู่เข้ามา 20 ปีเนี่ยเราเป็นฝ่ายเสีย
00:18:52 → 00:18:53มากกว่าฝ่ายได้นะ
00:18:53 → 00:18:57>> เออได้มาแบบทบทวนใช่มั้เอแล้วไปเสียดาย
00:18:57 → 00:18:58มันทำไมวะ
00:18:58 → 00:18:59>> อะไรอย่างเงี้ยนะฮะ
00:18:59 → 00:19:00>> ผู้ชายห่วยแบบเนี้ย
00:19:00 → 00:19:05>> เออเอาจริงๆเคยสมัยสาวๆสาวๆเหมือนกันเคย
00:19:05 → 00:19:07ใช้วิธีแบบนี้ค่ะเขียน
00:19:07 → 00:19:07>> อือ
00:19:07 → 00:19:09>> ไม่สมัยนั้นมันยังไม่ได้มีโซเชียลเนาะแม่
00:19:09 → 00:19:11เนาะก็แบบว่าเขียนเอาแล้วก็แบบ
00:19:11 → 00:19:13>> เหมือนไดอารี่แหละแต่จริงๆเป็นกระดาษใบ
00:19:13 → 00:19:16นึงเสร็จปุ๊บเราก็ขยำฉีก
00:19:16 → 00:19:16>> อื
00:19:16 → 00:19:19>> อะไรเงี้ยแต่ว่าบางทีเก็บไว้แล้วก็มานั่ง
00:19:19 → 00:19:21>> นั่งอ่านว่าตอนนั้นเรารู้สึกอย่างงั้นใช่
00:19:21 → 00:19:22มั้คะค่ะ
00:19:22 → 00:19:26>> นะคะอันต่อไปก็คือดูแลตัวเองและคนรอบข้าง
00:19:26 → 00:19:26ค่ะ
00:19:26 → 00:19:29>> ก็คือไม่ว่าจะด้านสุขภาพการกินอยู่หลับ
00:19:29 → 00:19:30นอน
00:19:30 → 00:19:34พักดูแลสุขภาพทั้งกายและใจของเรานะหลีก
00:19:34 → 00:19:36เลี่ยงไอ้สิ่งที่ไม่ดีทั้งหลายแล้วก็การ
00:19:37 → 00:19:39เปลี่ยนแปลงต่างๆหรือการตัดสินใจที่สำคัญ
00:19:39 → 00:19:41เนี่ยอย่าเพิ่งทำถ้าไม่จำเป็น
00:19:41 → 00:19:44>> เพราะตอนเนี้ยการตัดสินใจของเรายังไม่ดี
00:19:44 → 00:19:45พอนะคะ
00:19:45 → 00:19:47>> อ่าอย่าเพิ่งไปคิดเรื่องใหญ่ๆนะคะเลี่ยง
00:19:47 → 00:19:51ได้เลี่ยงไปก่อนนะฮะอันต่อไปค่ะให้กำลัง
00:19:51 → 00:19:54ใจผู้อื่นด้วยทั้งๆที่เราก็แย่นะแต่เรา
00:19:54 → 00:19:56ต้องหัดให้กำลังใจผู้ที่กำลังเผชิญความ
00:19:56 → 00:19:58สูญเสียเหมือนกัน
00:19:58 → 00:20:01>> อือบางทีเราเจอคนที่แย่กว่าเราเนี่ยเราจะ
00:20:01 → 00:20:02รู้สึกดีขึ้นค่ะ
00:20:02 → 00:20:06>> โอ้เรายังมีบ้านเนาะเรายังมีรถเนาะเรายัง
00:20:06 → 00:20:09มีเพื่อนพ้องน้องพี่ที่ประคบประหงมนะ
00:20:09 → 00:20:12โอ้โหรายนี้เขาแย่กว่าเราอีก
00:20:12 → 00:20:14>> ไปแล้วยังทิ้งหนี้ไว้ให้อีก
00:20:14 → 00:20:17>> ทิ้งลูกไว้ให้เลี้ยงอีกอะไรอีกเราจะรู้
00:20:17 → 00:20:18สึกดีขึ้น
00:20:18 → 00:20:21>> แต่เรามองเด้วยความรู้สึกที่ดีนะฮะแล้วก็
00:20:21 → 00:20:24จะทำให้เรารู้สึกว่าเรามีอะไรดีกับคนอื่น
00:20:24 → 00:20:25ตั้งเยอะอ
00:20:25 → 00:20:26>> จะไปเสียดายทำไม
00:20:26 → 00:20:30>> แล้วอย่างคนที่สเต็ปที่แบบว่าไม่ทิ้งภาระ
00:20:30 → 00:20:32ไว้ทิ้งลูกไว้หรืออะไรก็แล้วแต่ที่แบบเรา
00:20:32 → 00:20:34ต้องแบกไว้อย่างเงี้ยค่ะแล้วเควรคิดยังไง
00:20:35 → 00:20:35คะอ
00:20:35 → 00:20:38>> ควรคิดยังไงก็คือคิดในทางบวกอือฮึ
00:20:38 → 00:20:39>> ดีที่เรายังมีลูก
00:20:39 → 00:20:40>> อ่า
00:20:40 → 00:20:43>> อ่าดีที่เรายังมีงานที่จะใช้หนี้ได้
00:20:43 → 00:20:43>> มีแรงผลักดัน
00:20:43 → 00:20:46>> อ่าแล้วเราก็ค่อยคิดทีละเปราะอย่าเอาทุก
00:20:46 → 00:20:49ปัญหาเนี่ยมากองรวมกันหมดแล้วแก้ไม่ได้
00:20:49 → 00:20:50>> ออ
00:20:50 → 00:20:53>> ทุกอย่างมันมีทางออกมันต้องค่อยสังทีละปม
00:20:53 → 00:20:56แล้วเราอาจจะพบว่ามันมีทางออกที่ทำให้เรา
00:20:56 → 00:20:58ดีขึ้นกว่าเดิมก็ด้วยซ้ำไป
00:20:58 → 00:21:01>> ถ้าแบบทำเป็นแบบทีละวันทีละวันไปก็ได้
00:21:01 → 00:21:02>> อทีละอย่าง
00:21:02 → 00:21:05>> อะไรสำคัญหรืออะไรเล็กแก้ก่อน
00:21:05 → 00:21:05>> ค่ะ
00:21:05 → 00:21:06>> อ่ะอย่างี้เป็นต้นนะคะ
00:21:06 → 00:21:07>> อ
00:21:07 → 00:21:10>> และประเด็นสุดท้ายนะคะก็คือจดจำและระลึก
00:21:10 → 00:21:12ถึงคนที่จากไป
00:21:12 → 00:21:15>> อันนี้ต่างกันถ้าคนที่ตายจาก
00:21:15 → 00:21:18>> ก็เราก็นึกนึกถึงเก็บภาพที่เรับไว้ช่วง
00:21:18 → 00:21:21เวลาที่เรามีความสุขร่วมกันเพื่อย้ำเตือน
00:21:21 → 00:21:24ให้เขาอยู่ในความทรงจำดีๆของเราตลอดเวลา
00:21:24 → 00:21:26แต่ไม่ใช่มาทำให้ทุกข์แล้วเสียดาย
00:21:26 → 00:21:29>> นะฮะถ้ามีการปลูกดอกไม้ต้นไม้อะไรก็แล้ว
00:21:29 → 00:21:32แต่นะคะที่จะลึกระลึกถึงคนเนี้ยเช่น
00:21:32 → 00:21:34สมมุติว่าอย่างจันทร์วิภานี่ชอบต้นจันทร์
00:21:34 → 00:21:37ใช่มั้ยเอามาฝากหนูวันนี้เอาลูกจันทร์ของ
00:21:37 → 00:21:40โบราณมาฝากเงี้ยนะคะพอหนูเห็นต้นจันทร์
00:21:40 → 00:21:43ที่ไหนโอ๊เดี๋ยวไปปลูกใส่กระถางไว้สักต้น
00:21:43 → 00:21:46นะจะได้คิดถึงแม่ทุกวันอะไรี้นะคะอะไร
00:21:46 → 00:21:48อย่างนี้เป็นต้นนะคะก็ทำให้เราลึกถึงคน
00:21:48 → 00:21:52ที่จากไปแต่ตรงกันข้ามกับจากแบบที่บอกใน
00:21:52 → 00:21:55กรณีเนี้ยจากจากเป็นแล้วก็จากไม่ดีเนี่ย
00:21:55 → 00:21:57อย่าไปจำเรื่องดีๆค่ะ
00:21:57 → 00:22:00>> ถ้าอยากลืมให้เร็วที่สุดจำเรื่องห่วยๆของ
00:22:00 → 00:22:03เขาไว้แล้วเราจะรู้สึกว่าโอ้ดีแล้วนะที่
00:22:03 → 00:22:04เราพ้นมาได้
00:22:04 → 00:22:04>> ค่ะ
00:22:04 → 00:22:06>> แทนที่เราจะอยู่แล้วเราต้องมานั่งเลี้ยง
00:22:06 → 00:22:08ผู้ชายอีก 1 คนเนี่ย
00:22:08 → 00:22:08>> เออ
00:22:08 → 00:22:10>> เราเลี้ยงตัวเองดีมั้ย
00:22:10 → 00:22:11>> เออเลี้ยงตัวเองให้รอดกัน
00:22:11 → 00:22:13>> เอออะไรอย่างเงี้ยนะคะ
00:22:13 → 00:22:15>> เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่าเนี้ย
00:22:15 → 00:22:18>> มันทำให้เราวิธีคิดอ่ะอะไรก็ตามเนี่ยมัน
00:22:18 → 00:22:21จะช่วยในเรื่องวิธีคิดของเราทั้งสิ้นนะฮะ
00:22:21 → 00:22:21อค่ะ
00:22:21 → 00:22:23>> เพราะฉะนั้นหากเรายังรู้สึกเจ็บปวดหรือ
00:22:23 → 00:22:26เสียใจอยู่เนี่ยนะคะหนักมากๆจนเรารู้สึก
00:22:26 → 00:22:28รู้สึกว่ามันไม่มีทางออกอย่างบางคนไม่มี
00:22:28 → 00:22:31ใครซัพพอร์ตเนี่ยไปพบจิตแพทย์ค่ะ
00:22:31 → 00:22:31>> อื
00:22:31 → 00:22:35>> นะไปพบนักจิตวิทยาค่ะเพื่อขอคำปรึกษาใน
00:22:35 → 00:22:37การดำเนินชีวิตต่อไปหรืออะไรก็แล้วแต่
00:22:37 → 00:22:40ซึ่งเดี๋ยวนี้เค้าก็มีบริการมากมายนะคะ
00:22:40 → 00:22:43อย่างเช่นของสุขภาพจิตนะอาจจะต้องกดหลายๆ
00:22:43 → 00:22:46กฎหน่อยเนาะตัวเลขอ่ะนะที่เ้าให้ไปกดกด
00:22:46 → 00:22:50นั้นหายเลยหายเลยเลิกกดแล้วหรือสมาคม
00:22:50 → 00:22:52สมิตันหรืออะไรอย่างเงี้ยค่ะที่เขาพร้อม
00:22:52 → 00:22:55ที่จะช่วยเหลือหรือมีใครสักคนที่ไม่เรา
00:22:55 → 00:22:58ไม่ไม่ต้องรู้จักก็ได้ได้ฟังเราระบายอะไร
00:22:58 → 00:22:59ก็แล้วแต่
00:22:59 → 00:23:01>> นะคะมันก็เป็นวิธีช่วยที่ดีอ
00:23:01 → 00:23:04>> เออจริงๆมันแบบมีหนทางเพียงแต่ว่าเราเปิด
00:23:04 → 00:23:07ใจพร้อมที่จะแบบฟังคนอื่นมั้ยอย่าคิดว่า
00:23:07 → 00:23:11เราไม่มีใครเหลือแล้วนะคะมันอาจจะโอเคมัน
00:23:11 → 00:23:14หนักแหละเข้าใจแต่ว่าค่อยๆเดี๋ยวมันก็จะ
00:23:14 → 00:23:15มีทางสว่างให้เราเอง
00:23:15 → 00:23:17>> คือบางครั้งเนี่ยคนเราเนี่ยอยากจะระบาย
00:23:17 → 00:23:20กับครอบครัวเงี้ยก็กลัวว่าครอบครัวจะซ้ำ
00:23:20 → 00:23:23เติมเช่นสมมุติว่าพ่อแม่เคยห้ามอ่ะคนๆ
00:23:23 → 00:23:24เนี้ยอย่าไปนั่นกับมันนะ
00:23:24 → 00:23:27>> ก็เป็นไงล่ะอ่าแต่เราคิดไปเองค่ะพอถึงวัน
00:23:28 → 00:23:30ที่เราโชคเลือดกลับไปเนี่ยเต็มไปด้วยน้ำ
00:23:30 → 00:23:32ตาเต็มไปด้วยอะไรเนี่ย
00:23:32 → 00:23:35>> ครอบครัวก็คือครอบครัวที่เค้าก็พร้อมจะ
00:23:35 → 00:23:38ซัพพอร์ตเราเสมอแหละอาจจะบ่นนิดหน่อยอาจ
00:23:38 → 00:23:41จะดุด่านิดหน่อยหรือกูว่าแล้วอะไรเงี้ย
00:23:41 → 00:23:44แต่ลึกๆแล้วเนี่ยครอบครัวก็คือครอบครัว
00:23:44 → 00:23:46ที่หวังดีต่อกันเสมอค่ะ
00:23:46 → 00:23:49>> อใช่ยังกลับไปซบที่อกได้เหมือนเดิมแล้วก็
00:23:49 → 00:23:51ไม่มีวันที่จะทำร้ายเราด้วย
00:23:51 → 00:23:54>> บางทีเป็นเซฟโซนที่ดีนะคะแต่บางครอบครัว
00:23:54 → 00:23:55อาจจะไม่ใช่เซฟโซน
00:23:55 → 00:23:57ว่ากัน
00:23:57 → 00:23:59เพราะฉะนั้นก็กลายเป็นว่าจากเป็นจากตายก็
00:23:59 → 00:24:02มันนิยามกันไม่ได้หรอกว่าอะไรมันแบบมัน
00:24:02 → 00:24:04ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล
00:24:04 → 00:24:06>> นะฮะอย่างที่บอกว่าถ้าเค้าหายทรมานเลยให้
00:24:07 → 00:24:08เขาไปเลยดีกว่า
00:24:08 → 00:24:11>> อะไรอย่างเงี้ยนะคะดีกว่ามันนอนทรมานอยู่
00:24:11 → 00:24:12อะไรอย่างนี้เป็นต้น
00:24:12 → 00:24:15>> อืนะคะแต่สำคัญคือที่อาจารย์บอกไว้ให้ตัว
00:24:15 → 00:24:19เองอ่ะกลับขึ้นมาให้ได้เหมือนเดิมนะคะไม่
00:24:19 → 00:24:21ไปอยู่กับความโศกเศร้าเสียใจมากเกินไป
00:24:21 → 00:24:23นั่นเองนะคะอ่าวันนี้ขอบคุณอาจารย์
00:24:23 → 00:24:25จันทร์วิภาค่ะสวัสดีค่ะ
00:24:25 → 00:24:26>> สวัสดีค่ะ
00:24:26 → 00:24:28>> หมดเวลาอีกแล้วค่ะคุณผู้ฟังคะพบกันใหม่
00:24:28 → 00:24:31ครั้งหน้ากับรายการโรงหมอทาง Thai PBS
00:24:31 → 00:24:33Podcast ค่ะวันนี้ลาไปก่อนสวัสดีค่ะ
00:24:33 → 00:24:36>> This is Thai PBS Podcast
00:24:36 → 00:24:38>> ความเชื่อผิดๆการออกกำลังกายของคนสูงวัย
00:24:38 → 00:24:40มีเรื่องอะไรบ้างจริงหรือไม่ป่วยเรื้อรัง
00:24:40 → 00:24:43ห้ามออกกำลังกายผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.
00:24:43 → 00:24:45เกสรสัมเภาทองคณะสาธารณสุขศาสตร์
00:24:45 → 00:24:49มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาเล่าให้ฟังครับ
00:24:49 → 00:24:51>> ไอ้ความเชื่อนี่สำคัญยังไงหรอถ้าเราเชื่อ
00:24:51 → 00:24:54ถูกเชื่อผิดมันมีความหมายยังไงมันสำคัญ
00:24:54 → 00:24:57ด้วยหรอเชื่อผิดก็ไม่เห็นเป็นไรเลย
00:24:57 → 00:24:59>> จริงๆไม่ใช่ถ้ามีเรามีความเชื่อผิดเนี่ย
00:24:59 → 00:25:01สำคัญมากเลยค่ะเพราะว่าความเชื่อเนี่ยใน
00:25:01 → 00:25:03ทางจิตวิทยา
00:25:03 → 00:25:06>> มันคือตัวกำหนดไว้เลยว่าเราจะทำอะไรหรือ
00:25:06 → 00:25:08ไม่ทำอะไรเพราะว่าเรามีแนวโน้มที่จะทำตาม
00:25:08 → 00:25:12ความเชื่อของเราโดยเฉพาะวัยเก่าเนาะถ้ามี
00:25:12 → 00:25:14ความเชื่อที่ผิดน่ะส่วนใหญ่จะเป็นความ
00:25:14 → 00:25:16เชื่อที่ผิดและทำให้ขาดประโยชน์นะคือความ
00:25:16 → 00:25:18เชื่อน่ะเปลี่ยนได้
00:25:18 → 00:25:20>> แต่ว่าอาจจะเปลี่ยนยาก
00:25:20 → 00:25:22>> สักนิดนึงโดยเฉพาะบางเรื่องมันเป็นความ
00:25:22 → 00:25:24เชื่อที่ฝังใจและความเชื่อของคนแต่ละยุค
00:25:25 → 00:25:27แต่ละสมัยเี่ก็อาจจะไม่เหมือนกันถ้าเรา
00:25:27 → 00:25:29บอกว่าการออกกำลังกายในวัยเก๋าหรือวัยสูง
00:25:29 → 00:25:32อายุเนี่ยสายเกินไปบางทีเนี่ยในยุคนั้น
00:25:32 → 00:25:35สมัยนั้นที่เขาพูดคำนี้พูดในลักษณะที่ว่า
00:25:35 → 00:25:38ผู้สูงอายุบางท่านที่อาจจะมีปัญหาเรื่อง
00:25:38 → 00:25:41ของการเคลื่อนไหวร่างกายแล้วหรือว่าจะ
00:25:41 → 00:25:44ต้องดูแลเป็นพิเศษแล้วก็อาจจะไม่มีคนดูแล
00:25:44 → 00:25:46ไปออกกำลังกายก็อาจจะมีปัญหาพัดตกหกล้ม
00:25:46 → 00:25:49อะไรอย่างงี้ก็เลยแบบพูดเอาไว้กันไว้ก่อน
00:25:49 → 00:25:52จะได้ไม่เกิดปัญหาแต่คนอื่นที่มีความ
00:25:52 → 00:25:54พร้อมในการออกกำลังกายร่างกายก็ยังดีแต่
00:25:54 → 00:25:58ออกกำลังกายเพื่อส่งเสริมเพื่อคงไว้ซึ่ง
00:25:58 → 00:26:01ความสามารถของร่างกายอยู่เนี่ยไปรับเอา
00:26:01 → 00:26:03ความเชื่อแบบนี้มาด้วยซึ่งมันไม่ได้เหมาะ
00:26:03 → 00:26:05กับท่านหรอกท่านน่ะแข็งแรงท่านออกกำลัง
00:26:05 → 00:26:08กายได้สำหรับผู้สูงอายุที่เปราะบางอาจจะ
00:26:08 → 00:26:10อะไรต่างๆเอาจจะทำได้น้อยหรือทำไม่ได้
00:26:10 → 00:26:12อย่างงี้ความเชื่อผิดๆที่เกี่ยวเกี่ยว
00:26:12 → 00:26:14ข้องกับการออกกำลังกายในผู้สูงอายุเนี่ย
00:26:14 → 00:26:17มีเยอะนะคะแล้วแต่เป็นความเชื่อที่เป็น
00:26:17 → 00:26:19ชุดความเชื่อที่สกัดกั้นให้เราไม่ออก
00:26:19 → 00:26:22กำลังกายบางทีก็เป็นข้ออ้างเช่นบอกว่าไม่
00:26:22 → 00:26:25มีเวลาอันนี้เป็นข้ออ้างแน่ๆป่วยเป็นโรค
00:26:25 → 00:26:28เรื้อรังออกกำลังกายไม่ได้ตรงกันข้ามเลย
00:26:28 → 00:26:30นะคะคุณหมอบอกว่ายิ่งมีโรคเรื้อรังอ่ะ
00:26:30 → 00:26:33ยิ่งต้องออกกำลังกายเพียงแต่ว่าต้องออก
00:26:33 → 00:26:35กำลังกายให้เหมาะกับสภาพร่างกายแล้วก็
00:26:35 → 00:26:39ภาวะโรคอ่าหรือว่าออกกำลังกายในผู้สูง
00:26:39 → 00:26:46อายุไม่ปลอดภัยแน่ๆเลยอะไรอย่างงี้นะ
00:26:46 → 00:26:49ถำ
00:26:49 → 00:26:51ได้ยินข่าวเนาแบบฟุตบอลกระชับมิตเล่นแล้ว
00:26:52 → 00:26:54สนุกก็ลืมไปว่าอายุเยอะแล้วก็อาจจะมี
00:26:54 → 00:26:57ปัญหาโรคหัวใจเส้นเลือดตีบอะไรอยู่หรือ
00:26:57 → 00:27:00เปล่าเงี้ยอาจจะมีการช็อกหมดสติหรือว่าไป
00:27:00 → 00:27:03วิ่งแล้วถูกรถเฉี่ยวรถชนอันนี้มันไม่ได้
00:27:03 → 00:27:06เป็นเรื่องของออกกำลังกายนะคะเราเลือก
00:27:06 → 00:27:08สถานที่ในการออกกำลังกายอย่างไรแต่อย่าง
00:27:08 → 00:27:11ไรก็ตามคุณภาพชีวิตที่ดีจนถึงวันสุดท้าย
00:27:11 → 00:27:14น่าจะเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการนะคะดังนั้น
00:27:14 → 00:27:16การที่จะทำให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีอัน
00:27:16 → 00:27:18หนึ่งก็คือร่างกายเราเนี่ยถึงแม้ว่าจะ
00:27:18 → 00:27:20ต้องจากไปก็ควรจะอยู่ในสภาพที่ดีคือไม่
00:27:21 → 00:27:24สร้างความทุกข์ทรมานนานจนเกินไปนะคะ
00:27:24 → 00:27:27>> เอ่อเพราะบางคนอาจจะอยู่ในภาวะติดเตียง
00:27:27 → 00:27:30เจ็บป่วยมาเป็นเวลานานอันนี้ก็คุณภาพ
00:27:30 → 00:27:32ชีวิตไม่ดีมีความทุกข์ทรมานเป็นเวลาที่
00:27:32 → 00:27:35ยาวนานการออกกำลังกายจะช่วยลดส่วนนั้นลง
00:27:35 → 00:27:38ไปทำให้เรามีสุขภาพดีหรือช่วยเหลือดูแล
00:27:38 → 00:27:41ตัวเองได้จนกระทั่งถึงวันสุดท้ายก็จะจาก
00:27:41 → 00:27:44ไปได้อย่างอย่างเรียกว่าไม่ได้ทุกข์ทรมาน
00:27:44 → 00:27:45อ่ะ
00:27:45 → 00:27:47[เพลง]
00:27:47 → 00:27:52This is Thai PBS Podcast
00:27:52 → 00:27:54ติดตามรายการของ Thai PBS Podcast ได้
00:27:54 → 00:27:57ทางเว็บไซต์ www.thaipspodcast.com
00:27:57 → 00:27:59thapodcast.com
00:27:59 → 00:28:02แอปพลิเคช Thai PBBS Podcast รวมถึงฟัง
00:28:02 → 00:28:06ผ่าน podcast ช่องทางอื่นๆ Spotify
00:28:06 → 00:28:10YouTube Apple Podcast และ Soundcloud
00:28:10 → 00:28:13[เพลง]