การสะกดจิตตัวเองในทางบวกควรใช้เทคนิคอะไรบ้างเพื่อให้ได้ผลดี

เพื่อนสนิทคิดต่าง | ศัลยกรรม...ความสุข

จากช่อง : Thai PBS Podcast


ดูคำบรรยาย / View Transcript

00:00:0000:00:05 [เพลง]

00:00:0500:00:09 สวัสดีครับผมวีระพงษ์ทวีศักดิ์และนี่คือ

00:00:0900:00:11 ศัลยกรรมความสุข

00:00:1200:00:39 [เพลง]

00:00:3900:00:43 คุณผู้ฟังครับคือหลังจากที่จัดรายการ

00:00:4300:00:45 ศัลยกรรมความสุขของสักระยะหนึ่งนะครับ

00:00:4500:00:48 แล้วก็เริ่มมีบางตอนผมมีแขกรับเชิญนะครับ

00:00:4800:00:50 วันนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งครับที่ผมมีแขก

00:00:5000:00:53 รับเชิญพิเศษนะครับก็คือป้าอ้อยครับ

00:00:5400:00:56 มนุษย์ป้าท้าเปลี่ยนโลกสวัสดีครับป้าอ้อย

00:00:5600:01:00 สวัสดีค่ะอาจารย์สวัสดีค่ะคุณผู้ฟังวัน

00:01:0000:01:02 นี้ผมมีประเด็นน่าสนใจครับ

00:01:0200:01:07 เพราะว่าสิ่งที่ผมอยากจะมาชวนพูดคุยแบ่ง

00:01:0700:01:09 ปันอยากดูให้ฟังก็คือ

00:01:0900:01:13 เป็นเรื่องราวของการสะกดจิต

00:01:1300:01:16 [เพลง]

00:01:1600:01:19 ถ้าพูดถึงสะกดจิตแล้วต้อยนึกถึงอะไรครับ

00:01:1900:01:22 ถ้าพูดคำนี้ก็ต้องนึกถึง

00:01:2200:01:25 ในหนังว่ามันมี

00:01:2600:01:30 คนไม่รู้เรียกอะไรอ่ะที่ต้องมีคนที่เข้า

00:01:3000:01:34 ไปหาเขาแล้วเขาก็จะสะกดจิตแล้วก็พาเข้าไป

00:01:3400:01:38 สู่อดีตนู่นนี่แก้ไขหรืออะไรก็ตามประมาณ

00:01:3800:01:41 นั้นค่ะเหมือนผมเลยเพราะพูดถึงกับว่าสะกด

00:01:4100:01:42 จิตปุ๊บ

00:01:4200:01:46 ผู้ชายคนนึงที่นั่งอยู่แล้วเขาก็ล้วงเข้า

00:01:4600:01:49 ไปหยิบนาฬิกาออกมานาฬิกาแบบกลมๆแล้วมีโซ่

00:01:4900:01:52 นะแล้วเขาก็จะแกว่งลงข้างหน้าใครสักคนนึง

00:01:5200:01:55 แล้วก็ติ๊กต๊อกติ๊กต๊อกมาแล้วก็เขาก็จะ

00:01:5500:01:58 พูดอะไรบางอย่างแล้วคนนึงก็โดนสะกดจิต

00:01:5800:02:01 แต่ในความเป็นจริงนะครับต้อยในยุค

00:02:0100:02:02 ปัจจุบันเนี้ย

00:02:0200:02:06 คนในสมัยนี้โดนสะกดจิตเยอะมาก

00:02:0600:02:10 แล้วทำให้เหมือนกับพอเราโดนสะกิดเนี่ย

00:02:1000:02:13 อาการของคนที่โดนสะกดจิตก็คือเราจะตกอยู่

00:02:1300:02:18 ในภวังค์แล้วเราจะถูกเขาชี้นำชีวิตอ่า

00:02:1800:02:20 ถ้าพูดถึงการที่คนในยุคปัจจุบันนี้สะกด

00:02:2000:02:25 จิตโดนโดนใครอะไรบางอย่างสะกดจิตแล้วก็

00:02:2500:02:28 สิ่งนั้นมาชี้นำชีวิตเราเนี่ยในสมัยนี้

00:02:2800:02:31 ต่อไอ้นี่ถึงอะไรบ้างคนสมัยนี้โดนใครสะกด

00:02:3100:02:35 จิตคือสมัยนี้ถ้า

00:02:3500:02:41 ถ้าเบสิคที่สุดก็คือโฆษณานะคะโฆษณาที่ชี้

00:02:4100:02:45 นำเกี่ยวกับเรื่องสินค้าผลิตภัณฑ์ต่างๆ

00:02:4500:02:50 ของเขานะคะหรือว่าในยุคนี้ก็คือยุคของ

00:02:5000:02:53 โซเชียลมีเดียเนอะเราก็จะมีอะไรที่เห็น

00:02:5400:02:57 ผ่านโซเชียลมีเดียเยอะมากเลยที่เขามาชี้

00:02:5700:03:02 นำค่ะประมาณบ่อยๆเห็นทุกวันหรือเพลงฟัง

00:03:0200:03:05 เพลงฟังบ่อยๆฟังทุกวันมันก็เป็นการสะกด

00:03:0500:03:09 จิตนะแล้วมันทำให้เราเหมือนกับว่าผมนึก

00:03:0900:03:11 ถึงสมัยก่อนตอนที่ผมยังเป็นวัยรุ่นอยู่

00:03:1100:03:14 ฟังเพลงนี้นะมีเพลงอยู่เพลงนึงนะผมฟัง

00:03:1400:03:15 แล้ว

00:03:1500:03:18 เพลงนั้นตอนนั้นเป็นวงนั้นก็ยังไม่ดัง

00:03:1800:03:21 เพิ่งเปิดอัลบั้มชุดแรกเลยแล้วผมฟังเพลง

00:03:2100:03:25 เพลงแรกเพลงอะไรฟังไม่รู้เรื่องเลยเนื้อ

00:03:2500:03:27 หาตลกๆอะไรอย่างนี้นะแต่ใช่ไหมครับว่า

00:03:2700:03:29 หลังจากนั้นสักพักนึงเนี่ย

00:03:3000:03:34 ค่ายเพลงเขาเปิดเพลงของวงเนี้ยบ่อยๆซ้ำๆ

00:03:3400:03:37 ซ้ำๆจนกระทั่งเพราะเลย

00:03:3700:03:39 จนกระทั่งเรารู้สึกว่าเพลงนี้เพราะเพราะ

00:03:3900:03:42 เราโดนสะกดจิตนั่นเองแล้ว

00:03:4200:03:45 อิทธิพลของสื่อก็ทำให้วงนี้กลายเป็นวงที่

00:03:4500:03:49 ดังมากมีชื่อเสียงมากอย่างนี้เป็นต้นงั้น

00:03:4900:03:53 เราโดนสะกดจิตนะแต่ว่าถ้าพูดถึงการโดน

00:03:5300:03:56 สะกดจิตจากอะไรบางอย่างจากใครบางคนแล้วมี

00:03:5600:04:01 ผลในการชี้นำตัวเราเองหรือว่าชักนำบังคับ

00:04:0100:04:03 ควบคุมชีวิตเรา

00:04:0300:04:08 ป้าอ้อยคิดว่าอะไรคือการสะกดจิตที่มี

00:04:0800:04:14 อิทธิพลและมีผลต่อชีวิตเราที่สุด

00:04:1400:04:16 คือถ้าถ้าจะพูดถึง

00:04:1700:04:20 สิ่งที่มันมีอิทธิพลกับชีวิตเราเนี่ยก็

00:04:2000:04:25 อยากขอแบ่งเป็น 2 ส่วนนะคะ 2 ส่วนส่วนแรก

00:04:2500:04:29 เป็นเหมือนการสะกดจิตจากภายนอกคือคนอื่น

00:04:2900:04:32 เนี่ยมาสะกดจิตเราเหมือนที่อาจารย์เกริ่น

00:04:3200:04:35 ไปเมื่อกี้นี้แล้วก็คือพวกปัจจัยภายนอก

00:04:3500:04:37 ว่าเป็นโฆษณา

00:04:3700:04:41 สื่อโซเชียลเพลงต่างๆหรืออะไรอย่างนี้ที่

00:04:4100:04:47 มันทำให้เราติดตาติดหูนะคะและเราก็จะบอก

00:04:4700:04:49 ว่าอะไรอาจจะ

00:04:4900:04:55 สนใจแล้วก็ได้ไปตามคำแนะนำหรือว่าสิ่งที่

00:04:5500:04:55 เขา

00:04:5500:05:00 เรียกว่าอะไรใส่ให้เราอ่ะนะคะชักนำเราไป

00:05:0000:05:05 ซึ่งตรงนี้ก็คืออาจจะแบบเป็นสิ่งที่ดีที่

00:05:0500:05:08 มีประโยชน์หรือมันอาจจะไม่ใช่แต่ว่าใช้

00:05:0800:05:12 อิทธิพลของความเป็นสื่อสะกดจิตเนี่ยมามี

00:05:1200:05:14 อิทธิพลเหนือเราทำให้เราไป

00:05:1400:05:16 ต้องไปตามเขาอะไรอย่างนี้เพราะฉะนั้นตรง

00:05:1600:05:20 นี้มันก็จะเป็นตัวปัจจัยภายนอกที่มาสะกด

00:05:2000:05:24 จิตเราตรงนี้มันก็ต้องทำให้เรามี

00:05:2400:05:29 เขาเรียกว่าอะไรนะมีสติมีวิจารณญาณในการ

00:05:2900:05:32 พิจารณานะคะไม่ใช่อะไรที่มันมีอิทธิพล

00:05:3300:05:36 เข้ามาก็ตายหมดเลยอย่างเงี้ยอันนั้นน่ะก็

00:05:3600:05:41 จะอันตรายแต่ถ้าพูดถึงปัจจัยภายนอกข้อแรก

00:05:4100:05:42 ปัจจัยภายนอก

00:05:4200:05:46 มันไม่ได้เข้ามาสู่ชีวิตเราตลอดเวลาหมาย

00:05:4600:05:49 ถึงเราต้องได้ยินเราต้องได้เห็นมันต้อง

00:05:4900:05:51 เป็นเวลานั้นเวลานี้เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่

00:05:5100:05:55 ตลอดเวลาแต่มันมีอีกอันนึงที่เป็นการสะกด

00:05:5500:05:59 จิตที่มันอยู่กับเราตลอดเวลาอยู่ในตัวเรา

00:05:5900:06:00 ตลอดเวลา

00:06:0000:06:05 นั่นคือตัวเราเนี่ยแหละเป็นคนสะกดจิตตัว

00:06:0500:06:08 เองค่ะคุณผู้ฟังครับ

00:06:0800:06:12 มันตอนนี้มันเปิดมันเป็นคำเนี่ยการที่เรา

00:06:1200:06:15 มันอยู่ในตัวเราตลอดเวลาผมคิดอยู่ด้วยคือ

00:06:1500:06:16 อะไร

00:06:1600:06:19 เอ้าก็คือตัวเราเองเราสะกิดสะกดจิตตัวเรา

00:06:1900:06:23 เองแล้วมันตลอดเวลา

00:06:2300:06:26 ตลอดไปด้วยนะตลอดไปด้วยค่ะแล้วมันส่งผล

00:06:2600:06:31 โอ้โหอันนี้น่าจะหนักสุด

00:06:3100:06:32 ตัวเอง

00:06:3200:06:36 ประสบการณ์ตัวเองอย่างยาวนานค่ะทุกวันนี้

00:06:3600:06:41 ก็ก็ใช้วิธีสะกดจิตตัวเองอยู่ให้เป็น

00:06:4100:06:44 ประโยชน์แต่สมัยก่อนเนี่ยแล้วก็จะบอกว่า

00:06:4400:06:48 อันนี้เป็นสิ่งที่มันเป็นธรรมชาติของคน

00:06:4800:06:51 ทุกคนนะคะที่มีสิ่งนี้อยู่ในตัวเองแต่ว่า

00:06:5100:06:56 เราไม่รู้นะคะเราไม่รู้และโดยสัญชาตญาณ

00:06:5600:06:58 ของคน

00:06:5800:07:04 มันมักจะพาเราไปในทางลบนะคะทางกังวลทาง

00:07:0500:07:08 หมกมุ่นกับปัญหาหรืออะไรก็ตามอันนี้มัน

00:07:0800:07:12 เป็นธรรมชาติของมนุษย์ค่ะก็คือถ้าพูดถึง

00:07:1200:07:15 อย่างตัวป้าอ้อยเองนะคะยาวนานมากค่ะ

00:07:1500:07:19 อาจารย์ถ้าเฉลี่ยเฉลี่ยแล้วน่าจะจะกดจิต

00:07:1900:07:23 ตัวเองในทางลบเป็นไปตามสัญชาตญาณของความ

00:07:2300:07:24 เป็นมนุษย์เนี่ย

00:07:2400:07:26 สัก 50 ปี

00:07:2600:07:29 วันนี้อายุ 67 ปี

00:07:2900:07:34 แต่คิดดูสิคะสะกดจิตตัวเองในทางลบมา

00:07:3500:07:39 แสดงว่าพึ่งปรับปรุงแก้ไขตัวเองเนี่ย 10

00:07:3900:07:44 กว่าปีเอง 10 กว่าปีนี้เอง

00:07:4400:07:49 แต่ว่าคุณฟังผมอยากจะบอกมีว่าเมื่อกี้นี้

00:07:4900:07:53 ป้าอ้อยบอกว่าสะกดจิตในทางลบมา 50 ปีแล้ว

00:07:5300:08:04 ก็เพิ่งจะปรับปรุงมาปัจจุบันนี้อายุ 67

00:08:0400:08:07 ถ้าคุณผู้ฟังเห็นภาพแบบที่ผมเห็นตอนนี้นะ

00:08:0700:08:11 แม่อ้อยบอกว่าตัวเองปีนี้อายุ 67 เนี่ย

00:08:1100:08:15 ผมต้องอธิบายให้ฟังว่าภาพที่ผมเห็นน่ะป้า

00:08:1500:08:18 อ้อยที่นั่งคุยกับผมอยู่ตอนนี้

00:08:1800:08:22 ถ้าผมบอกว่าสักประมาณ 40 ปลายๆน่าจะเหมาะ

00:08:2200:08:27 สมกว่าขอบพระคุณค่ะแสดงว่าการเปลี่ยนแปลง

00:08:2700:08:29 การสะกดจิตตัวเองอ่ะ

00:08:2900:08:33 10 กว่าปีที่ผ่านมานี้ทำให้

00:08:3300:08:36 ทุกอย่างในร่างกายเราเปลี่ยนแปลงได้ดี

00:08:3600:08:37 ขนาดนี้เลยนะ

00:08:3700:08:44 ถ้างั้นก่อน 50 เกิดอะไรขึ้นอะไรบ้าง

00:08:4400:08:48 ช่วง 50 ปีแรกของชีวิตเนี่ยมันเป็นไปตาม

00:08:4800:08:51 สัญชาตญาณมนุษย์ยังไม่ได้เรียนรู้อะไรนะ

00:08:5100:08:54 คะกระบวนการสะกดจิตตัวเองเนี่ยทุกคนมีนะ

00:08:5400:08:55 คะ

00:08:5500:08:59 แล้วแล้วสัญชาตญาณมันจะพาเราไปในทางลบ

00:08:5900:09:03 เพราะว่าจะบอกว่าโดยเขาเรียกว่าอะไร

00:09:0300:09:07 ธรรมชาติของมนุษย์มันจะต้องการพาตัวเองไป

00:09:0700:09:09 อยู่ในความปลอดภัย

00:09:0900:09:13 ไม่อันตรายนะคะแล้วก็อยู่ในเหมือน Safe

00:09:1300:09:16 Zone นะคะเพราะฉะนั้นเนี่ยพอจะทำอะไรก็

00:09:1600:09:20 เฮ้ยไม่ได้หรอกไม่เอออย่าทำเลยนู่นนี่

00:09:2000:09:24 อะไรอย่างนี้นะคะแล้วมันก็ติดค่ะมันๆๆ

00:09:2400:09:30 กลายเป็นว่าเราเนี่ยมักจะถูกอ่าเขาเรียก

00:09:3000:09:33 ว่าอะไรเหมือนทักตัวเองหรือบ่นหรือเผลอ

00:09:3300:09:40 พูดซ้ำๆในสิ่งที่ที่จะเอ่อให้ตัวเองปลอด

00:09:4000:09:43 ภัยแต่พอมันลบไปเรื่อยๆเนี่ยบางทีมันจะ

00:09:4300:09:48 เผลอๆตัวเช่นสมมุติว่าเอ่อบอกว่า

00:09:4800:09:51 ได้ยินบ่อยอันนี้เป็นตัวอย่างให้ได้ยิน

00:09:5100:09:52 บ่อยเช่น

00:09:5200:09:54 ผักมีขี้ลืมจัง

00:09:5400:09:58 สงสัยจะเป็นอัลไซเมอร์แล้วแหละอย่างนี้

00:09:5800:10:01 คือไอ้สงสัยจะเป็นอัลไซเมอร์แล้วแหละ

00:10:0100:10:05 เนี่ยคือสิ่งที่แบบมันเหมือนคือความจริง

00:10:0500:10:09 มันคือลืมนะคะลืมแต่คำว่าขี้ลืมเนี่ยอาจ

00:10:0900:10:12 จะแบบเหมือนแบบพูดพูดอ่าเขาเรียกว่าอะไร

00:10:1200:10:17 ติดปากว่าลืมแล้วก็พูดว่าขี้ลืมจริงๆมัน

00:10:1700:10:19 อาจจะลืมอย่าง 2 อย่างนะตอนนั้นแล้วเราก็

00:10:1900:10:23 บอกว่าฉันน่ะขี้ลืมมันๆๆเค้าเรียกว่าอะไร

00:10:2300:10:25 มันมันบวกเข้าไปอีกอ่ะว่าจากลืมไปจริงๆ

00:10:2500:11:23 เออจะขี้ลืมมันบวกไปอีกว่า

00:11:2300:11:28 [เพลง]

00:11:2800:11:34 ฉันสุขภาพไม่ดีฉันเป็นคนความจำไม่ดีเออจำ

00:11:3400:11:36 อะไรก็ไม่ค่อยได้เลยเนี่ยแล้วฉันเป็นคน

00:11:3600:11:40 ตัดสินใจอะไรก็ผิดทุกครั้งเลยนะคะเออฉัน

00:11:4000:11:44 ไม่มีโชคด้วยถ้าจับฉลากทั้งบริษัทฉันต้อง

00:11:4400:11:46 เป็นคนที่ไม่ได้อะไรอย่างเงี้ยคือบอกตัว

00:11:4600:11:49 เองแบบเนี้ยแล้วฉันก็ไม่มั่นใจในตัวเอง

00:11:4900:11:50 เลย

00:11:5000:11:54 3 มาคิดอาจารย์คิดดู 50 ปี

00:11:5400:11:57 เพราะฉะนั้นเนี่ยมันฝังแน่นปึ๊กเลยอยู่ใน

00:11:5700:12:01 จิตของของตัวป้าอ้อยเองมันเป็นแบบนั้น

00:12:0100:12:05 จริงๆแล้วที่ตอนแรกที่เล่าว่าสารพัดของ

00:12:0500:12:10 ขวัญความล้มเหลวไม่ว่าสุขภาพการงานการ

00:12:1000:12:14 เงินครอบครัวและชีสที่เรื่องที่หนักที่

00:12:1400:12:15 สุดก็คือลูก

00:12:1500:12:17 ล้มเหลวหมดเลย

00:12:1700:12:22 เพราะสะกดจิตตัวเองแบบนี้แหละ

00:12:2200:12:25 ก็เลยกลายเป็นว่าพอแล้วพอเราเริ่มวันที่

00:12:2500:12:26 เราเริ่ม

00:12:2600:12:30 จริงๆประเด็นของป้าอ้อยก็คือมนุษย์ป้าท้า

00:12:3000:12:32 เปลี่ยนโลกไงลุกขึ้นมาแล้วเปลี่ยนแปลงตัว

00:12:3200:12:36 เองเนี่ยแล้ววันที่เรามาเริ่มใส่ใจเรื่อง

00:12:3600:12:40 ของของการสะกดจิตตัวเองเนี่ยก็คือเริ่ม

00:12:4000:12:44 สังเกตจากหลายๆเรื่องเลยใช่ไหมคือจริงๆ

00:12:4400:12:49 มันอ่าเริ่มจากทำไปโดยไม่รู้ค่ะคือเรื่อง

00:12:4900:12:53 การที่สะกดจิตตัวเองเช่นมันจะในตัวเองฉัน

00:12:5300:12:55 จำอะไรไม่ได้อะไรอย่างเงี้ยไม่รู้ตัวนะคะ

00:12:5500:12:59 ก็ทำไปเรื่อยๆเรื่อยๆแต่มีสิ่งหนึ่งที่

00:12:5900:13:02 เคยที่เล่าในตอนก่อนหน้าว่าเป็น 20 กว่า

00:13:0200:13:04 ล้าน

00:13:0400:13:07 มันมีความคิดหนึ่ง

00:13:0700:13:10 ขึ้นมาค่ะอันนี้ไม่ได้ตั้งใจแต่ว่า

00:13:1000:13:13 แต่ว่าคิดแบบนี้ก็คือว่า

00:13:1300:13:17 ฉันไม่ได้ใช้เงินนี้แม้แต่บาทเดียว

00:13:1700:13:20 แต่ฉันต้องมาใช้หนี้ 10 กว่าล้าน

00:13:2000:13:24 มันต้องมีใครมาช่วยสิ

00:13:2400:13:28 มันต้องมีใครมาช่วยฉันได้แน่ๆเลย

00:13:2800:13:31 แล้วฉันก็น่าฉันไม่ได้ทำบาปอ่ะเพราะ

00:13:3100:13:34 ฉะนั้นฉันไม่ได้คนกินเลยเอาเงินไปใช้สูตร

00:13:3400:13:37 ลูกสูตรอะไรผิดลูกผิดน่ะจะไม่ได้ฉายเพราะ

00:13:3700:13:40 ฉะนั้นต้องมีขนช่วยฉันแน่ๆเลยแล้วก็คิด

00:13:4000:13:43 ซ้ำๆแบบนี้มาเป็น 10 ปี

00:13:4300:13:47 เพราะว่าอ่าเขาเรียกว่าอะไรอ่ะอายุความนะ

00:13:4800:13:51 คะมันเอ่อฟ้องล้มละลายไง 10 ปี

00:13:5100:13:56 ก็คิดอย่างนี้มาตลอดนะคะตอนที่แบบไม่มีหน

00:13:5600:14:00 ทางอะไรแต่เอ๊ะมันต้องมีคนช่วยฉันโอเคแบบ

00:14:0000:14:03 นี้ถึงวันดีคืนดีมีคนช่วยจริงๆ

00:14:0300:14:07 อันนี้ความคิดสะกดจิตตัวเองว่ามันต้องมี

00:14:0700:14:10 คนช่วยแล้วก็มีคนช่วยจริงๆแล้วแล้วพอมัน

00:14:1000:14:12 ผ่านไปแล้วช่วยแบบ

00:14:1200:14:15 ช่วยแบบช่วยจริงๆค่ะอาจารย์คือเอ่อถูก

00:14:1500:14:18 ฟ้องล้มละลายสิบกว่าล้านเนี่ยโหถ้าไปจ้าง

00:14:1800:14:22 ทนายอ่ะอาจารย์จะขัดจะจ่ายแค่ไหนแล้วถนัด

00:14:2200:14:27 แล้วพี่ทนายคนเนี้ยเขาช่วยไม่คิดเงินแม้

00:14:2700:14:30 แต่สลึงเดียวไม่ต้องบาทหรอกแล้วทุกวันนี้

00:14:3000:14:32 ยังยัง

00:14:3200:14:37 เอาข้าวไปกินอ้อยซื้อนี่มาฝากอะไรแบบพี่

00:14:3700:14:41 โหแบบบุญคุณพี่มันท่วมหัวมากเลยนะกับการ

00:14:4100:14:44 ที่แบบหลุดออกมาจากล้มละลายนะแล้วพี่ยัง

00:14:4400:14:47 จะให้อะไรอ้อยอีกอะไรอย่างนี้ก็ยังเป็นคน

00:14:4700:14:51 แบบเป็นมิตรภาพกันระยะที่รักกันมาจนถึง

00:14:5100:14:55 ทุกวันนี้จากความคิดที่ว่าต้องมีคนช่วย

00:14:5500:15:00 ฉาบแล้วพอพอพอหลุดออกมาปุ๊บเรากลับไปทวน

00:15:0000:15:02 ดูค่ะอาจารย์เฮ้ยเป็นอย่างนี้หรือเปล่า

00:15:0200:15:06 เพราะฉันคิดว่ามีอย่างเงี้ยแล้วพอตอนหลัง

00:15:0600:15:09 อ่ะเราก็ไปเรียนเพิ่มเติมเรื่องจิตใต้

00:15:0900:15:12 สำนึกแล้วมันทฤษฎีกับสิ่งที่เราปฏิบัติมา

00:15:1200:15:17 มันลงตัวกันพอดีมันคลิปเลยค่ะว่าฉันทำมา

00:15:1700:15:22 อย่างเงี้ยมันถูกหลังจากนั้นพอหลังอายุ 50

00:15:2200:15:27 ใช้ไอ้ทฤษฎีเนี่ยไปในทางบวกไปเลยเพื่อ

00:15:2700:15:28 เปลี่ยนชีวิตตัวเอง

00:15:2800:15:32 และมันเปลี่ยนเป็นป้าอ้อยทุกวันนี้ค่ะจาก

00:15:3200:15:35 เรื่องเปลี่ยนจากเรื่องอะไรบ้างนะจากทุก

00:15:3600:15:38 เรื่องทุกเรื่องเลยก็ต้องบอกว่าที่บอกว่า

00:15:3800:15:43 เรื่องครอบครัวนะคะเรื่องครอบครัวเรื่อง

00:15:4300:15:45 การงานเรื่องการเงินเรื่องสุขภาพเรื่อง

00:15:4500:15:50 ลูกนะคะถ้ากลับมาเรื่องเรื่องลูกนะคะซึ่ง

00:15:5000:15:54 เป็นแบบจะบอกว่าเรื่องลูก

00:15:5400:15:57 บ้านอาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แล้วอยาก

00:15:5700:16:01 ให้ไม่มีปัญหาในการดำเนินชีวิตนะคะแล้วก็

00:16:0100:16:04 อยากให้ลูกเป็นคนดีประสบความสำเร็จมีความ

00:16:0400:16:08 สุขอะไรอย่างเงี้ยก็คือเอ่อการสะกดจิตตัว

00:16:0800:16:10 เอง

00:16:1000:16:13 สำหรับเรื่องลูกนะคะ

00:16:1300:16:16 ป้าอ้อยก็จะพูดว่าเมื่อก่อนนี้เราไปโฟกัส

00:16:1600:16:20 แต่สิ่งไม่ดีใช่ไหมลูกดื้อลูกเกเรลูกหา

00:16:2000:16:24 ปัญหาเข้ามาใช่ไหมคะตอนนี้เราเปลี่ยนใหม่

00:16:2400:16:29 เรารู้แล้วว่าเราจะต้องไม่ไปโฟกัสกับ

00:16:2900:16:34 ปัญหาความกังวลต่างๆเหมือนเดิมเหมือน

00:16:3400:16:37 อย่างที่สัญชาตญาณมันพาไปเปลี่ยนใหม่

00:16:3700:16:41 เปลี่ยนยังไงเปลี่ยนกลับมาโฟกัสที่เป้า

00:16:4100:16:42 หมายที่อยากได้

00:16:4200:16:49 พลิกเลยค่ะตรงหน้าความจริงคืออะไรไม่สนใจ

00:16:4900:16:53 ตั้งเป้าหมายเลยว่าอยากได้อะไรและ

00:16:5300:16:57 ใช้ประโยคที่เราสร้างขึ้นมา

00:16:5700:17:03 พูดซ้ำๆๆๆให้มากที่สุดให้จิตใต้สำนึกเขา

00:17:0300:17:06 รับ

00:17:0600:17:09 ลูกเนี่ยพูดว่า

00:17:0900:17:16 ลูกจะต้องพูดว่าหนูภูมิใจที่มีแม่เป็นแม่

00:17:1600:17:21 อาจารย์จำได้ในตอนก่อนหน้านี้แม่ซ้ายลูก

00:17:2100:17:25 ขวาแม่ลูกมา 3 เดซิเบลของแม่

00:17:2500:17:29 คือแบบมันไม่ใช่ภาพนี้เลยแต่ว่าป้าอ้อย

00:17:3000:17:33 เนี่ยพอเราเรียนรู้แล้วเนี่ยไม่สนใจค่ะ

00:17:3300:17:37 ว่าแฟ็กซ์เป็นอะไรมันจะดำเนินไปดีหรือมัน

00:17:3700:17:39 จะแย่หรือมันจะดีขึ้นหรืออะไรก็ตามไม่

00:17:3900:17:43 เป็นไรถ้าดีขึ้นนับเป็นสิ่งดีแต่ตอนเนี้ย

00:17:4300:17:47 โฟกัสเป้าหมายจะลูกจะต้องพูดว่า

00:17:4700:17:52 ฉันเอ่อฉันภูมิใจที่หนูภูมิใจที่หมีแม่

00:17:5200:17:56 เป็นแม่แล้วพูดซ้ำพูดซ้ำแต่ไม่คาดหวังเรา

00:17:5600:17:59 พูดซ้ำกับตัวเองกับตัวเองว่าลูกเราจะต้อง

00:17:5900:18:02 พูดว่าเราอยากให้ลูกรู้สึกแล้วก็พูดว่า

00:18:0200:18:05 ภูมิใจที่มีเราเป็นแม่และไม่บอกสิ่งนี้

00:18:0500:18:08 กับลูกอ่า

00:18:0800:18:12 แล้วก็วางพอพูดเสร็จแล้วก็วาง

00:18:1200:18:15 สิ่งนี้มันจะมันจะผิดเพี้ยนไปทันทีถ้าคุณ

00:18:1500:18:16 คาดหวัง

00:18:1600:18:21 เพราะฉะนั้นเนี่ยห้ามคาดหวังคิดแล้วแบบ

00:18:2100:18:25 เหมือนกับโหลูกมาพูดแล้วเรามีความสุขจัง

00:18:2500:18:28 อาจารย์นะคะเชื่อไหมผ่านไป

00:18:2800:18:31 หลายปีอยู่

00:18:3100:18:33 วันแม่

00:18:3300:18:37 แม่ไปไหนป่าวอ๋อไม่ได้ไปค่ะ

00:18:3700:18:40 เออเดี๋ยวเดี๋ยวหนูมานะ

00:18:4000:18:41 หายไป

00:18:4100:18:44 แล้วเธอก็มาพร้อมกะละมังน้ำอุ่น 1

00:18:4400:18:46 กะละมัง

00:18:4600:18:49 แม่เดี๋ยวหนูล้างเท้าให้

00:18:4900:18:53 แล้วก็มาพร้อมพวงมาลัยอีก 1 หัว

00:18:5300:18:56 แล้วก็มากราบแม่แล้วก็ขออโหสิกรรม

00:18:5600:19:00 แล้วก็บอกแม่ว่ารักแม่แล้วก็พูดประโยคนี้

00:19:0000:19:06 แหละแม่หนูภูมิใจที่มีแม่เป็นแม่ถ้าเกิด

00:19:0600:19:09 ว่าวันนี้หนูไม่เป็นลูกแม่เนี่ยหนูไม่รู้

00:19:0900:19:12 เลยว่าชีวิตหนูจะเป็นยังไงแต่หนูรู้ว่า

00:19:1200:19:17 มันไม่เป็นแบบนี้

00:19:1700:19:19 เนี่ยเป็นเรื่องที่

00:19:1900:19:22 เป็นประสบการณ์ตรงและเป็นเรื่องจริงนะ

00:19:2200:19:25 แล้วมันทำให้เราเห็นแล้วเรานึกอยู่ว่าอัน

00:19:2500:19:27 นี้คือเรื่องของการสะกดจิตซึ่งก่อนหน้า

00:19:2700:19:31 นี้เราไม่เราไม่ได้รู้ความลับนี้แต่ว่า

00:19:3100:19:33 เราใช้นะแต่ว่าใช้โดย automatic คือใช้

00:19:3300:19:35 เป็นเรื่องลบหมดเลย

00:19:3500:19:37 แล้วพอเรารู้ความลับนี้แล้วเรามาทดลอง

00:19:3700:19:41 แล้วเราฝึกใช้เป็นเรื่องเชิงบวกปุ๊บเนี่ย

00:19:4100:19:45 โอ้โหมันมีเมื่อกี้นี้ที่สำคัญนะก็คือว่า

00:19:4500:19:49 เราเปลี่ยนเป็นเรานึกถึงเป้าหมายว่าเรา

00:19:4900:19:52 อยากได้อะไรแต่สำคัญที่สุดก็คือเรามีเป้า

00:19:5200:19:53 หมายแต่เราไม่ได้

00:19:5300:19:58 เราไม่ได้เขาเรียกว่าอะไรนะบังคับว่ามัน

00:19:5800:19:59 จะต้องได้

00:19:5900:20:02 และไม่ไปคือเรามีเป้าหมายชัดเจนแต่เราไม่

00:20:0200:20:04 ได้อยากได้เราก็บอกตัวเองด้วยว่าอยากได้

00:20:0400:20:06 อยากได้อะไรอย่างนี้แต่ว่าแต่เป้าหมายชัด

00:20:0600:20:15 เจนเฉยๆแล้วก็วางแล้วก็วางค่ะ

00:20:1500:20:18 ว่าอันนี้สำคัญเลย

00:20:1800:20:21 ว่าเป้าหมายที่เราจะวางเนี่ยประโยคมันจะ

00:20:2100:20:25 เป็นประโยชน์ที่แบบมันจะไม่ได้ยาวอะไร

00:20:2500:20:28 อย่างนี้เพราะว่าเราจะพูดประโยคเนี้ยซ้ำ

00:20:2800:20:32 ซ้ำด้วยประโยคเดิมจิตได้สำนึกถึงจะรับและ

00:20:3200:20:35 ประโยคเนี้ยเคล็ดลับก็คือ 1 มันจะไม่เป็น

00:20:3500:20:38 ประโยชน์เชิงปฏิเสธเช่น

00:20:3800:20:42 ฉันมีสุขภาพดีแม้วันนี้ฉันจะอู้เจ็บออดๆ

00:20:4200:20:46 แท้ๆป่วยแต่ใช้คำว่าฉันมีสุขภาพแข็งแรงก็

00:20:4600:20:49 ได้ฉันมีสุขภาพแข็งแรงตัวเองจะใช้คำว่า

00:20:4900:20:53 ฉันมีสุขภาพแข็งแรงดูแลตัวเองได้จนวินาที

00:20:5300:20:57 สุดท้ายของชีวิตเอางี้เลยปิดปากเลยอะไร

00:20:5700:21:00 ที่มันเข้าปากอ่ะของเราอ่ะใช้อันนั้นแต่

00:21:0000:21:04 ว่าจะไม่ใช้ประโยคที่เป็นเชิงปฏิเสธเช่น

00:21:0400:21:08 ฉันไม่เจ็บป่วยอะไรอย่างนี้หรือว่าอย่าง

00:21:0800:21:11 ที่เราได้ยินบ่อยๆว่าไม่เจ็บไม่จนขอให้

00:21:1100:21:15 ไม่เจ็บไม่จนจิตได้สำนึกไม่รู้คำว่าไม่

00:21:1500:21:16 อ๋อ

00:21:1600:21:21 แปลว่านั่นคือเจ็บและโจรแสดงว่าไอ้คำว่า

00:21:2100:21:24 ไม่เจ็บไม่จนในที่ความหมายมันก็คือสุขภาพ

00:21:2400:21:29 ดีและรวยอ้าแต่ว่ามันเป็นคำลบใช่แสดงว่า

00:21:2900:21:32 เราจะต้องพูดเป็นเรื่องเดียวกันเลยนะทั้ง

00:21:3200:21:34 ๆที่จริงๆคำว่าไม่เจ็บไม่จนนี่มันเป็นคำ

00:21:3400:21:37 มันเป็นคำอวยพรนะถูกเป็นคำมันเป็นเรื่อง

00:21:3700:21:42 ดีแต่หรือว่าคำมันเป็นลบใช่เราจะไม่ใช้

00:21:4200:21:45 ไม่ใช้คำลบนะคะเพราะฉะนั้นไม่ป่วยคือเอา

00:21:4500:21:49 คำลบมาตั้งแล้วเอาอย่าเอาไม้ไม่ได้ไม่ได้

00:21:4900:21:53 ต้องใช้คำเชิงบวกสุขภาพแข็งแรงก็บอก

00:21:5300:21:56 สุขภาพแข็งแรงไปเลยอย่างหรือว่าความจำไม่

00:21:5600:22:01 ดีก็เปลี่ยนเป็นความจำดีจำอะไรที่อยากจำ

00:22:0100:22:04 ได้ทั้งหมดเลยอะไรอย่างนี้ประมาณนั้นนะคะ

00:22:0400:22:08 แล้วก็มันมีเวลาของมันค่ะก็คือ

00:22:0800:22:13 จิตใต้สำนึกเขามีเวลาสื่อสารกับเราด้วยนะ

00:22:1300:22:17 คะมันมีเขาเรียกว่า 2 หลักการใหญ่ๆสำหรับ

00:22:1700:22:21 ในการสื่อสารได้สำนึกก็คือถ้าไม่ไม่จำกัด

00:22:2100:22:25 เรื่องเวลาให้เราใช้คำว่าซ้ำคือบ่อยๆและ

00:22:2500:22:29 ตัวนี้มันเป็นสิ่งที่ดีด้วยก็คืออ่ามันทำ

00:22:3000:22:33 ให้เราอ่ะมีสติหมายความว่าเราบอกว่าถ้า

00:22:3300:22:36 ฉันสุขภาพแข็งแรงดูแลตัวเองได้จนวินาที

00:22:3600:22:38 สุดท้ายของชีวิตเนี่ย

00:22:3800:22:42 เวลาเรานึกเวลาเราว่างๆใจโล่งๆแทนที่จะไป

00:22:4200:22:45 คิดนี่นั่นนู่นนี่นั่นอะไรฟุ้งซ่านอะไรก็

00:22:4500:22:49 ไม่รู้มาคิดอันเนี้ยเพื่อจะตอกย้ำซ้ำลงไป

00:22:4900:22:52 ให้จิตใต้สำนึกเขาได้รับเพราะฉะนั้นความ

00:22:5200:22:55 ฟุ้งซ่านมันมันหายไปเราใช้เวลามีประโยชน์

00:22:5500:22:58 กับชีวิตมาซ้ำตรงนี้

00:22:5800:23:02 เทคนิคที่ 2 ก็คือเวลาของการสื่อสารของ

00:23:0200:23:04 จิตใต้สำนึกกับเราเนี่ยมันจะเป็นเวลาที่

00:23:0400:23:06 เรียกว่าเวลาอะไรนะ

00:23:0600:23:08 เวลา

00:23:0800:23:10 ที่

00:23:1000:23:13 งัวเงียงัวเงีย

00:23:1300:23:16 ในแง่หนึ่งของการสื่อสารซึ่งผมเคยไปเรียน

00:23:1600:23:18 มาเขาเรียกว่าช่วงเวลาที่เรากำลัง

00:23:1800:23:21 สะลึมสะลือสลึมกำลังจะหลับหรือครึ่งหลับ

00:23:2100:23:26 เพิ่งตื่นหรือตื่นใหม่ๆ

00:23:2600:23:29 เพราะฉะนั้นเนี่ยพอตื่นมาปุ๊บฉันสุขภาพ

00:23:2900:23:32 แข็งแรงดูแลตัวเองได้จนวินาทีสุดท้ายของ

00:23:3200:23:35 ชีวิตสมมุติว่าเราจะใช้ประโยคนี้แล้วพอ

00:23:3500:23:36 เรานอน

00:23:3600:23:39 นอนหลับอ่ากำลังจะหลับไปแล้วก็ฉันสุขภาพ

00:23:3900:23:42 ดีดูแลตัวเองได้ช่วงนี้หน้าที่สุดท้ายของ

00:23:4200:23:46 ชีวิตซ้ำซ้ำลงไปและใช้เวลา

00:23:4600:23:49 สรุป

00:23:4900:23:54 แบบเวลาตามนาฬิกานะเขามีทฤษฎีของการสื่อ

00:23:5400:23:56 สารเขาบอกว่าช่วงเวลาทวายไลฟ์สดนะ

00:23:5700:24:00 คือช่วงเวลาครบข้ามกับช่วงเวลารุ่งสาง

00:24:0000:24:03 เอ่ออันนี้เป็นช่วงเวลาแบบตามนาฬิกานะแต่

00:24:0300:24:06 ถ้าเป็นนาฬิกาชีวิตก็คือช่วงเวลาก่อนที่

00:24:0600:24:10 เราจะหลับแล้วก็ก่อนที่เราจะตื่นเงี้ยแบบ

00:24:1000:24:12 ครึ่งหลับครึ่งตื่นเลยนะเนี่ย

00:24:1200:24:16 คุณผู้ฟังครับตอนนี้เป็นตอนที่เราได้ได้

00:24:1600:24:19 เคล็ดลับในเรื่องของการสะกดจิตแต่ว่าผม

00:24:1900:24:22 คิดว่าประโยคอันแรกก็คือคุณผู้ฟังลองนึก

00:24:2200:24:24 ดูสิว่าในชีวิตเราเนี่ยโดยที่เราไม่รู้

00:24:2400:24:27 ตัวเราสะกดจิตตัวเองในเรื่องลบๆไปกี่

00:24:2700:24:30 เรื่องตลอดเวลากี่สิบปีด้วยนานด้วยแล้ว

00:24:3000:24:33 โดยที่เราไม่รู้ตัวไม่เอ๊ะมาก่อนเลย

00:24:3300:24:36 แล้วพอพ่อบอกว่าเอ๊ะเรื่องนี้ปุ๊บเนี่ย

00:24:3600:24:39 เราหลุดมาจากหล่มอีกหล่มนึงเลยเราขึ้นมา

00:24:3900:24:42 จากหล่มเป็นความทุกข์อีกหล่มนึงเลยซึ่ง

00:24:4200:24:44 ไม่ได้เกี่ยวกับใครไม่ได้เกี่ยวกับสื่อ

00:24:4500:24:46 ไม่ได้เกี่ยวกับเพลงไม่ได้เกี่ยวอะไรทั้ง

00:24:4600:24:50 สิ้นอะไรแบบนี้เกี่ยวกับตัวเรานี่แหละเรา

00:24:5000:24:54 สะกิดสะกดจิตตัวเราเองแบบลบๆมาตลอดเวลาใน

00:24:5400:24:55 ชีวิต

00:24:5500:24:59 วันนี้พอเราเริ่มเอ๊ะเรารู้ตัวแล้วลอง

00:24:5900:25:02 สังเกตปึ๊บพอรู้ตัวปุ๊บวันนี้ได้เทคนิค

00:25:0200:25:04 จากแม่อ้อยในเรื่องของการสะกดจิตในเชิง

00:25:0400:25:05 บวก

00:25:0500:25:08 แล้ววันนี้บอกเป็นเคล็ดลับเลยนะว่าต้อง

00:25:0800:25:11 ยังไงนะครับถ้าเราทำแบบนี้ทุกวันตลอดเวลา

00:25:1100:25:14 เนี่ยในตามเวลาที่บอกตามเทคนิคที่บอกนะ

00:25:1400:25:19 อย่าใช้คำลบต้องใช้คำบวกนะฮะแล้วก็พูด

00:25:1900:25:22 บ่อยๆพูดซ้ำๆกับตัวเองเนี่ย

00:25:2200:25:26 ยังไงชีวิตเราก็จะดีขึ้นเพราะว่าเขาบอก

00:25:2600:25:28 อีกอย่างก็คือว่าความคิดเรามันมีพลังงาน

00:25:2800:25:32 สูงมากแล้วมันเป็นเหมือนแม่เหล็กเราคิด

00:25:3200:25:34 เรื่องดีๆเราก็จะดึงดูดเรื่องดีๆ

00:25:3400:25:37 ถ้าใครที่บอกกับตัวเองตลอดเวลาว่าซวยจัง

00:25:3700:25:40 เลยมาแน่ใช่

00:25:4100:25:44 ผมโดยส่วนตัวผมก็จะใช้เรื่องนี้บ่อยนะขับ

00:25:4400:25:47 รถไปที่จอดรถเนี่ยไปห้างผมจะไม่เคยกังวล

00:25:4700:25:49 ว่าจะไม่มีที่จอดรถ

00:25:4900:25:50 ผมจะบอกว่า

00:25:5000:25:53 ผมเป็น vip มีที่จะเสมอ

00:25:5300:25:56 แล้วเราจะเจออย่างนี้ตลอดเวลา

00:25:5600:25:59 เลี้ยวเข้าไปเนี่ย

00:25:5900:26:00 เขาจะออกพอดี

00:26:0000:26:03 เสมอเลยอันนี้ก็พิสูจน์ด้วยตัวเองเหมือน

00:26:0300:26:06 กันนะครับเพราะฉะนั้นคุณผู้ฟังครับรายการ

00:26:0600:26:09 ศัลยกรรมความสุขเป็นรายการที่จะมุ่งเน้น

00:26:0900:26:12 ให้คุณผู้ฟังเนี่ยมีชีวิตที่มีความทุกข์

00:26:1200:26:14 น้อยลงมีความสุขมากขึ้น

00:26:1400:26:17 โดยอาศัยคมความคิดของตัวเราเอง

00:26:1700:26:20 วันนี้หมดเวลาแล้วนะครับต้องขอลาไปก่อนนะ

00:26:2000:26:22 ครับแล้วเราจะได้พบกันในโอกาสต่อๆไปนะ

00:26:2200:26:25 ครับวันนี้ลาไปก่อนครับสวัสดีครับสวัสดี

00:26:2500:26:29 ค่ะ

00:26:2900:26:32 ติดตามรายการทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น

00:26:3200:26:38 ของไทย

00:26:3800:26:41 และ YouTube Channel Thai PBS กด

00:26:4100:26:46 beautiful

00:26:4600:26:52 [เพลง]