โรคไข้สมองอักเสบสามารถป้องกันได้อย่างไร

เป็นไข้ คลื่นไส้ และอาเจียน อาจเสี่ยงโรคไข้สมองอักเสบ : TNN Health

จากช่อง : TNN


ดูคำบรรยาย / View Transcript
00:00:0000:00:04แลคตาซอยงาดำเข้มประโยชน์ทุกคำหอมงาดำ
00:00:0400:00:08อร่อยมากเป็นค่ายคลื่นไส้และอาเจียนอาจ
00:00:0800:00:12เสี่ยงโรคไข้สมองอักเสบรู้จักโรคไข้สมอง
00:00:1200:00:14อักเสบอันตรายถึงชีวิตป้องกันได้ด้วย
00:00:1500:00:18วัคซีนเปิดอาหาร 5 หมู่ตัวช่วยบำรุงสมอง
00:00:1800:00:22มีอะไรบ้างติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ใน
00:00:2200:00:28รายการ TNN Health วัน
00:00:2800:00:32นี้สวัสดีค่ะขอต้อนรับเข้าสู่รายการ TNN
00:00:3200:00:35Health ค่ะเข้าถึงทุกสาระสุขภาพเสริม
00:00:3500:00:38ภูมิคุ้มกันรู้ทันโรคไปกับ TNN He นะคะ
00:00:3900:00:42และดิฉันหมอดาวแพทย์หญิงชัดดาวจังวังกร
00:00:4200:00:45แพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ครอบครัวพร้อม
00:00:4500:00:48ที่จะรับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการพาคุณ
00:00:4800:00:53ผู้ชมมาเข้าถึงสาระสุขภาพดีๆกัน
00:00:5300:00:57[เพลง]
00:00:5700:01:01ค่ะสัปดาห์นี้นะคะเราเราจะมาพูดถึงเรื่อง
00:01:0100:01:04ของไข้สมองอักเสบกันค่ะซึ่งห้ามนิ่งนอนใจ
00:01:0400:01:06นะคะเพราะหลายๆท่านจะคิดว่าถ้าหากตัวเอง
00:01:0700:01:10ค่ะมีภาวะเวียนศีรษะคลื่นไส้อาเจียนรวม
00:01:1000:01:12ถึงเป็นไข้อาจจะคิดว่าเอ๊ะเป็นไข้หวัด
00:01:1200:01:14ทั่วไปหรือเปล่าแต่ในความเป็นจริงท่านอาจ
00:01:1400:01:18จะเป็นไข้สมองอักเสบก็ได้มารู้จักโรคไข้
00:01:1800:01:21สมองอักเสบกันดีกว่าค่ะในหน้าฝนนี้ก่อน
00:01:2100:01:24ที่จะไปทำความรู้จักโรคไข้สมองอักเสบมาก
00:01:2400:01:27ขึ้นมาดูกันก่อนดีกว่าว่ามีโรคติดเชื้อ
00:01:2700:01:31อะไรบ้างที่เด็กๆควรระวัง 1 โรคมือเท้า
00:01:3100:01:34ปากเป็นโรคที่ติดเชื้อจากไวรัสกลุ่มเทโร
00:01:3400:01:40ไวรัสเช่นคอกีไวัส a16 และเอนโรไวรัส 71
00:01:4000:01:44ซึ่งเรียกสั้นๆว่าเชื้อ EV 71 เป็นเชื้อ
00:01:4400:01:47ที่รุนแรงที่สุดซึ่งสามารถติดต่อผ่านการ
00:01:4700:01:51สัมผัสน้ำมูกน้ำลายหรืออุจจาระของผู้ป่วย
00:01:5100:01:55โดยตรงหรือทางอ้อมเช่นผ่านของเล่นการ
00:01:5500:01:58สัมผัสผ่านมือน้ำและอาหารที่ปนเปื้อน
00:01:5900:02:02เชื้อซึ่งจะพบมากในเด็กอายุ 6 เดือนถึง 5
00:02:0200:02:08ปี 2 โรคติดเชื้อ IPD เป็นโรคติดเชื้อจาก
00:02:0800:02:13แบคทีเรีย strepto cal นวมนชนิดรุนแรง
00:02:1300:02:16และรุกรานทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแส
00:02:1600:02:19เลือดเยื่อหุ้มสมองอักเสบปลอดอักเสบ
00:02:2000:02:24รุนแรงไปจนถึงทำให้พิการและเสียชีวิตได้
00:02:2400:02:28โดยเฉพาะเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ปีเชื้อ
00:02:2800:02:32นิโมคอกเป็นเชื้อที่สามารถแพร่กระจายได้
00:02:3200:02:37ผ่านการไอหรือจาม 3 โรคไข้หวัดใหญ่เป็น
00:02:3700:02:40กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจเกิดจากการติด
00:02:4000:02:43เชื้อไวรัส influenza ไวรัสที่อยู่ในน้ำ
00:02:4300:02:47มูกน้ำลายหรือละอองเสมหะที่กระจายอยู่ใน
00:02:4700:02:51อากาศจากการไอจามของผู้ป่วยเด็กเล็กและ
00:02:5100:02:54เด็กวัยเรียนเป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจเกิด
00:02:5400:02:57ภาวะแทรกซ้อนของโรคได้ง่ายเช่นโรคปอด
00:02:5700:03:02อักเสบโรคสมองอักเสบ 4 โรคไข้เลือดออกคือ
00:03:0200:03:05โรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกีซึ่ง
00:03:0500:03:09มียุงลายเพศเมียเป็นพหะนำโรคพบการระบาด
00:03:0900:03:12สูงในช่วงฤดูฝนเพราะมีบริเวณน้ำขังที่
00:03:1200:03:15เป็นแหล่งเพาพันธุ์ยุงลายเมื่อยุงลายตัว
00:03:1500:03:18เมียดูดเลือดจากผู้ป่วยที่มีเชื้อเด็งกี่
00:03:1800:03:22เข้าไปเชื้อไวรัสเด็งกี่ในยุงจะเพิ่ม
00:03:2200:03:25จำนวนและกระจายเชื้อเข้าไปสู่ต่อมน้ำลาย
00:03:2500:03:28ของยุงเตรียมพร้อมที่จะปล่อยเชื้อให้กับ
00:03:2800:03:31ผู้ที่ถูกกัดครั้งต่อไปได้ตลอดอายุของยุง
00:03:3200:03:36ซึ่งจะอยู่ได้นาน 1-2 เดือน 5 โรคอุจจระ
00:03:3600:03:40ร่วงเป็นภาวะที่มีการถ่ายเหลวผิดปกติตั้ง
00:03:4000:03:43แต่ 3 ครั้งติดต่อกันซึ่งสาเหตุเกิดจาก
00:03:4300:03:47การกินอาหารหรือดื่มน้ำที่มีเชื้อโรคปน
00:03:4700:03:50เปื้อนรวมถึงการจับของเล่นหรือสิ่งของ
00:03:5000:03:54สกปรกเข้าปากและในช่วงหน้าฝนนี้นะคะโรค
00:03:5400:03:57อีกโรคหนึ่งที่ต้องพึงระวังในเด็กๆค่ะก็
00:03:5700:04:01คือโรคไข้สมองอักเสบอันส่วนหนึ่งว่ามียุง
00:04:0100:04:05เป็นพาหะนั่นเองโรคไข้สมองอักเสบเป็นโรค
00:04:0500:04:08ที่เกิดได้ทั้งจากการติดเชื้อแบคทีเรีย
00:04:0800:04:11หรือเชื้อไวรัสทำให้เกิดการอักเสบของ
00:04:1100:04:15เนื้อสมองทั่วๆไปบางครั้งอาจเกิดจากปัญหา
00:04:1500:04:18ทางภูมิคุ้มกันของร่างกายซึ่งในประเทศไทย
00:04:1800:04:22ส่วนใหญ่จะพบว่าโรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัส
00:04:2200:04:23japanes
00:04:2300:04:28entis หรือเจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับเดกี่
00:04:2800:04:32ไวรัสซึ่งทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้
00:04:3200:04:36ทั้งนี้เนื้อสมองอักเสบอาจเกิดขึ้นจาก
00:04:3600:04:39เชื้อหลายชนิดเชื้อไวรัสเองก็มีหลายตัว
00:04:3900:04:43เช่นพิษสุนักมา่าคางทูมความผิดปกติของทาง
00:04:4300:04:47เดินอาหารเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคต่างๆ
00:04:4700:04:50เหล่านี้ก็จะทำให้เกิดเนื้อสมองอักเสบได้
00:04:5000:04:54โรคไข้สมองอักเสบ J ส่วนมากพบในเด็กอายุ
00:04:5400:04:595-10 ปีและพบการแพร่ระบาดในภาคเหนือช่วง
00:04:5900:05:03ฤดฝนมากกว่าภาอื่นๆระยะฟักตัวของโรค
00:05:0300:05:07ประมาณ 1-2 สัปดาห์หลังจากถูกยุงที่มี
00:05:0700:05:10เชื้อกัดซึ่งเชื้อตามธรรมชาติจะอยู่ใน
00:05:1000:05:14สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิดเช่นสุกรและ
00:05:1400:05:18ยุงที่จะเป็นพาหะนำมาสู่คนในตัวสุกรเอง
00:05:1800:05:21ถ้าเป็นสัตว์ที่ตัวเต็มวยตัวสัตว์เองก็จะ
00:05:2100:05:25มีภูมิต้านทานพอสมควรทำให้ถ้ามีไวรัสอยู่
00:05:2500:05:30ในตัวก็จะมีปริมาณไม่มากลูกสุกรซึ่งมี
00:05:3000:05:33ภูมิต้านทานไม่ค่อยดีเมื่อโดนยุงกัดถ้ามี
00:05:3300:05:37เชื้อไวรัสเข้าไปไวรัสจะเพิ่มจำนวนขึ้น
00:05:3700:05:40อย่างรวดเร็วก็จะกลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อ
00:05:4000:05:44มาสู่ยุงและไปสู่คนในลำดับต่อไปแต่ทั้ง
00:05:4400:05:48นี้โรคติดต่อก็จะไม่ติดต่อจากคนสู่คนโดย
00:05:4900:05:52ตรงเพราะในตัวมนุษย์เองหลังจากที่โดนยุง
00:05:5200:05:56กัดมีเชื้อไวรัสอยู่ในตัวและมีอาการเจ็บ
00:05:5600:05:59ป่วยก็จริงแต่ปริมาณไวรัสในเลือดจะน้อย
00:05:5900:06:03มากไม่สามารถเพาะเชื้อได้ดังนั้นไข้สมอง
00:06:0300:06:07อักเสบจึงเป็นโรคที่ต้องมีพาหะเชื้อจะ
00:06:0700:06:10ต้องมาจากสัตว์ส่วนใหญ่ค่ะโรคไข้สมอง
00:06:1000:06:14อักเสบนั้นจะไม่แสดงอาการแต่หากแสดงอาการ
00:06:1400:06:18จะมีอาการดังต่อไปนี้ไข้สูงเฉียบพลันปวด
00:06:1800:06:22ศีรษะคลื่นไส้อาเจียนมีอาการเซื่องซึม
00:06:2200:06:27ซึ่งอาจเกิดขึ้นภายใน 24 -72 ชมงหลังจาก
00:06:2700:06:32มีไข้มีตุ่มน้ำผ่องใสขึ้นที่ผิวหนังอาจมี
00:06:3200:06:35อาการชักในบางรายโรคนี้เป็นอันตรายกับ
00:06:3500:06:40เด็กและทารกสามารถสังเกตอาการได้ดังนี้
00:06:4000:06:45ศีรษะทารกโป่งตึงคลื่นไส้อาเจียนร่างกาย
00:06:4500:06:49แข็งเกรงงอแงร้องไห้ไม่หยุดไม่ยอมรับ
00:06:4900:06:53ประทานอาหารมีอาการซึมและในช่วงนี้นะคะ
00:06:5300:06:56เราจะไปรู้จักโรคไข้สมองอักเสบกันมากขึ้น
00:06:5600:07:00กับอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ
00:07:0100:07:07[เพลง]
00:07:0700:07:10สวัสดีค่ะอาจารย์ขอเริ่มที่คำถามแรกเลยนะ
00:07:1000:07:14คะอาจารย์คะอุบัติการณ์ของไข้สมองอักเสบ
00:07:1400:07:17ในประเทศไทยเป็นอย่างไรคะไข้สมองอักเสบ
00:07:1700:07:19เนี่ยจริงๆเป็นโรคในเด็กนะครับแต่ก่อน
00:07:1900:07:22เนี่ยเราพบโรคไข้สมองอักเสบจากเชื้อไวรัส
00:07:2200:07:25Je เนี่ยจำนวนมากเลยแต่ในปัจจุบันเนี้ย
00:07:2500:07:28เราฉีดวัคซีนเพื่อที่จะป้องกันโรคนี้เป็น
00:07:2800:07:31วัคซีนพื้นฐานานที่รัฐบาลให้งั้นจำนวนผู้
00:07:3100:07:33ป่วยไข้สมองอักเสบจากเชื้อไวรัสตัวเดียว
00:07:3300:07:36นะครับคือ Je เนี่ยลดลงอย่างมากจนเกือบ
00:07:3600:07:39ไม่พบเลยเพรางั้นในปัจจุบันเนี่ยอุบัติ
00:07:3900:07:41การณ์ของไข้สมองอักเสบจากเชื้อไวรัสทั้ง
00:07:4100:07:44หลายเนี่ยลดลงไปอย่างมากและมักจะเกิดจาก
00:07:4400:07:48เชื้ออื่นๆที่ไม่ใช่ไวรัสเอาจารย์ขาแล้ว
00:07:4800:07:52ไข้สมองอักเสบคืออะไรคะก็สมองเราก็อักเสบ
00:07:5200:07:54ได้เชื้อไวรัสก็ชอบไปที่สมองถ้าเป็นเชื้อ
00:07:5500:07:58แบคทีเรียชอบไปที่เยื่อบุสมองซึ่งอาการ
00:07:5800:08:01รุนแรงน้อยกว่าเยอเยอะแล้วก็มียารักษามี
00:08:0100:08:03วัคซีนในการป้องกันแต่เชื้อไวรัสส่วนใหญ่
00:08:0300:08:07เนี่ยไม่มีวัคซีนในการป้องกันแล้วก็ยาที่
00:08:0700:08:09ใช้ในการรักษาเก็มีจำกัดมากเพราะฉะนั้น
00:08:0900:08:12ไข้สมองอักเสบจึงมีความรุนแรงมากครับใน
00:08:1200:08:15เด็กนอกจากไวรัส Je แล้วค่ะอาจารย์ยังมี
00:08:1500:08:19เชื้อไวรัสอะไรคะที่ทำให้เกิดโรคไข้สมอง
00:08:1900:08:22อักเสบได้อีกเชื้อไวรัสหลายตัวครับมันชอบ
00:08:2200:08:25ขึ้นสมองครับนะครับนอกจากไวรัส Je แล้วก็
00:08:2500:08:28มีไวรัสที่สำคัญอีก 2 ตัวในปัจจุบันซึ่ง
00:08:2800:08:32พบได้บ่อยนะนะครับตัวแรกชื่อ ev71 ซึ่งทำ
00:08:3200:08:34ให้เกิดโรคมือเท้าปากแต่โรคมือเท้าปากเ
00:08:3400:08:36เกิดจากไวรัสหลายตัวแต่ถ้าเกิดจาก ev71
00:08:3600:08:39เนี่ยมันสามารถขึ้นสมองได้ง่ายไวรัสตัว
00:08:3900:08:42ที่ 2 ที่เรารู้จักกันดีคือไวรัสเริมซึ่ง
00:08:4200:08:44เชื้อเริมเนี่ยเป็นได้ตั้งแต่ทารกแรกเกิด
00:08:4400:08:47เลยนะครับและในเด็กที่โตขึ้นมาหน่อยก็พบ
00:08:4700:08:50ได้งั้น 2 ตัวเนี่ยเป็นตัวที่มีความสำคัญ
00:08:5000:08:52มากที่สุดในปัจจุบันที่เป็นสาเหตุของไข้
00:08:5200:08:55สมองอักเสบในเด็กครับอาจารย์ขาแล้วทำไม
00:08:5500:08:59ไข้สมองอักเสบมักจะรุนแรงในเด็กล่ะคะใน
00:08:5900:09:02เด็กมักจะเป็นการติดเชื้อไวรัสถ้าไวรัส
00:09:0200:09:04นั้นขึ้นสมองซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญก็แน่นอน
00:09:0400:09:07ก็จะมีอาการรุนแรงนะครับในในผู้ใหญ่เนี่ย
00:09:0700:09:10ชอบติดเชื้อแบคทีเรียมากกว่าั้นโรคไข้
00:09:1000:09:12สมองอักเสบในผู้ใหญ่เนี่ยเราจะพบน้อยกว่า
00:09:1200:09:15โรคไข้สมองอักเสบในเด็กเยอะเลยครับแล้ว
00:09:1500:09:18โรคไข้สมองอักเสบค่ะอาจารย์มีสาเหตุเกิด
00:09:1800:09:21จากอะไรคะไข้สมองอักเสบนี่จริงๆมีสาเหตุ
00:09:2100:09:24หลายอย่างเลยนะครับแต่ว่าสาเหตุที่สำคัญ
00:09:2400:09:26คือการติดเชื้อและการติดเชื้อที่สำคัญก็
00:09:2600:09:28คือเชื้อไวรัสนอกจากนั้นก็มีเชื้อ
00:09:2800:09:31แบคทีเรียแล้วก็เชื้ออื่นๆอยู่บ้างแต่เรา
00:09:3100:09:34มักจะโฟกัสหรือให้ความสำคัญของเชื้อไวรัส
00:09:3400:09:36ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของไข้สมองอักเสบใน
00:09:3600:09:40เด็กครับยุงเป็นสาเหตุของไข้สมองอักเสบเ
00:09:4000:09:44แต่ว่าสำหรับเริมไม่ใช่เริมกับ EV 71
00:09:4400:09:47เนี่ยก็ติดทางแล้วแต่เริ่มอาจจะติดมาจาก
00:09:4700:09:50แม่แม่ส่งมาถึงลูกได้คล้ายๆไข้หวัดล่ะ
00:09:5000:09:52ครับเป็นไข้หวัดแล้วไวรัสเข้าไปในตัวจาก
00:09:5200:09:54นั้นไวรัสตัวนี้มันชอบขึ้นสมองมันก็เลย
00:09:5400:09:57เดินทางขึ้นไปสมองก็ไวรัสก็มีหลายอย่าง
00:09:5700:10:00มากนะครับแล้วไวรัสแต่ละตัวก็ชอบอวัยวะ
00:10:0000:10:02ไม่เหมือนกันไวรัสบางตัวขึ้นไปได้หลาย
00:10:0200:10:04แห่งครับเช่นแค่เลือดออกชอบไปที่ตับแต่
00:10:0400:10:08วันดีคืนดีก็ขึ้นสมองได้แต่พบไม่บ่อยมัน
00:10:0800:10:11ก็แล้วแต่ว่าคนไข้ที่เป็นน่ะมีภูมิคุ้ม
00:10:1100:10:15กันขนาดไหนไวรัสมีความรุนแรงขนาดไหนและ
00:10:1500:10:17ที่สำคัญขึ้นกับโชคด้วยครับว่ามันจะไปที่
00:10:1700:10:20ไหนบ้างครับอาการของโรคไข้สมองอักเสบค่ะ
00:10:2000:10:23อาจารย์เป็นอย่างไรคะตามชื่อนะครับสมอง
00:10:2300:10:26อักเสบก็ต้องเป็นอาการทางสมองแล้วเนื่อง
00:10:2600:10:29จากมีคำว่าอักเสบก็เป็นเรื่องของไข้เป็น
00:10:2900:10:32การติดเชื้อเพงั้นคนไข้ก็จะมีไข้นะจะสูง
00:10:3200:10:34หรือต่ำก็แล้วแต่จากนั้นก็จะมีระดับความ
00:10:3400:10:37รู้สึกตัวลดลงอาจจะมีอาการชักได้เพอชัก
00:10:3700:10:39แบบไม่หยุดเนี่ยเราอาจจะต้องคิดถึงไวรัส
00:10:3900:10:42เริ่มนะครับโดยเฉพาะถ้ามีตุ่มตุมตามตัว
00:10:4200:10:45ด้วยก็จะช่วย ev71 ก็เหมือนกันก็มีตุ่ม
00:10:4500:10:47ได้บ่อยเพราะฉะนั้นถ้ามีตุ่มเนี่ยแล้วก็
00:10:4700:10:49มีอาการทางสมองจะช่วยบอกเราว่ามีโอกาส
00:10:4900:10:51เป็นไข้สมองอักเสบจากเชื้อไวรัสมาก
00:10:5100:10:55อาจารย์ขาแล้วโรคไข้สมองอักเสบค่ะมีอาการ
00:10:5500:10:57เตือนหรือไม่คะอาการเตือนบอกได้ยากมาก
00:10:5700:10:59ครับมันจะเริ่มต้นจากไข้ทุกโรคเลยครับ
00:10:5900:11:01แล้วหลังจากนั้นเราก็ต้องติดตามอาการต่อ
00:11:0100:11:04ไปบางทีมันเหมือนอาการไข้หวัดธรรมดาเพราะ
00:11:0400:11:06มันติดไปทางระบบทางเรือนหายใจก่อนแต่มัน
00:11:0600:11:08ไม่ค่อยลงปอดแล้วจากนั้นเชื้อมันก็เข้าไป
00:11:0800:11:10ในกระแสเลือดแล้วมันก็เดินทางไปที่สมอง
00:11:1000:11:13งั้นเราคาดเดายากมากครับว่าจะเกิดอะไร
00:11:1300:11:15ขึ้นเพราะฉะนั้นการป้องกันมันจึงยากมาก
00:11:1600:11:19การรักษาโรคไข้สมองอักเสบค่ะอาจารย์ทำ
00:11:1900:11:22อย่างไรได้บ้างคะการรักษาผู้ป่วยไข้สมอง
00:11:2200:11:24อักเสบเนี่ยก็มีหลายอย่างด้วยกันนะครับ
00:11:2400:11:26อันที่ 1 คือการรักษาแบบประคับประคอง
00:11:2600:11:30สำคัญที่สุดก็คือทำให้สมองที่บัวน่ะลดลง
00:11:3000:11:33ให้ได้โดยการใช้ยาโดยการควบคุมการให้
00:11:3300:11:36ปริมาณน้ำเข้าไปในร่างกายหรือบางคนก็ต้อง
00:11:3600:11:39ใช้เครื่องช่วยหายใจแต่ไวรัสบางตัวมียา
00:11:3900:11:42จำเพาะในการรักษาเลยครับเช่นเริมมียาต้าน
00:11:4200:11:46เริม EV 71 ก็มียาบางตัวที่ใช้ที่จะทำ
00:11:4600:11:50ให้อาการดีขึ้นแต่ไวรัสอื่นๆเกือบจะไม่มี
00:11:5000:11:51ยาเลยครับเพราะฉะนั้นเราก็ต้องประคับ
00:11:5200:11:54ประคองให้ดีและจากนั้นก็ให้สมองฟื้นตัว
00:11:5400:11:57ขึ้นมาผู้ป่วยจำนวนหนึงอาการหนักมากก็อาจ
00:11:5700:12:00จะเสียชีวิตผู้ป่วยอีกจำนวนนรอดชีวิตแต่
00:12:0000:12:03อาจจะมีความพิการทางสมองหลงเหลืออยู่งั้น
00:12:0300:12:05ถ้าให้เหมอประมาณคร่าวๆ 1 ใน 3 กลับมา
00:12:0500:12:08เป็นปกติ 1 ใน 3 อาจจะมีความพิการทางสมอง
00:12:0800:12:11หลงเหลือ 1 ใน 3 อาจจะเสียชีวิตครับมัน
00:12:1100:12:14ขึ้นกับว่าสมองส่วนไหนอักเสบซึ่งถ้าเป็น
00:12:1400:12:16สมองส่วนหน้ามันก็เกี่ยวกับควบคุมทุก
00:12:1600:12:19อย่างเลยในร่างกายเกี่ยวกับความจำสมองสวน
00:12:1900:12:22หลังเกี่ยวกับการมองเห็นเพราะฉะนั้นมันก็
00:12:2200:12:24ขึ้นกับวัสตัวนั้นขึ้นสมองแล้วชอบสมอง
00:12:2400:12:27ส่วนไหนแต่โดยรวมๆมันมักจะพูดว่าสมองมัน
00:12:2700:12:29มักจะบวมทั้งหมดฉะนั้นระดับความรู้สึกตัว
00:12:2900:12:31เนี่ยเป็นอันที่เปลี่ยนแปลงมากที่สุดนะ
00:12:3100:12:34ครับส่วนอาการอื่นๆก็จะดูประกอบไปอาจจะ
00:12:3400:12:37ต้อง xray คอมพิวเตอร์เพื่อจะดูว่าสมอง
00:12:3700:12:41ส่วนไหนมีอาการบวมมากกว่าสมองส่วนไหนความ
00:12:4100:12:43ผิดปกตินั้นน่ะเข้าได้กับการตรวจร่างกาย
00:12:4300:12:46ของเรามและภาวะแทรกซ้อนของโรคไข้สมอง
00:12:4600:12:49อักเสบค่ะอาจารย์มีอะไรบ้างอ่ะคะแน่นอน
00:12:4900:12:52ครับในผู้ป่วยที่มีอาการหนักอาจจะรับไว้
00:12:5200:12:55รักษาในห้องผู้ป่วยหนักก็อาจจะมีปอดบวม
00:12:5500:12:57ตามมาโดยเฉพาะถ้าใส่เครื่องช่วยหายใจอาจ
00:12:5700:13:01จะมีแผลกดทับอาจจะมีการใส่สายส่วนปัสสาวะ
00:13:0100:13:04อาจจะทำให้การติดเชื้อทางปัสสาวะตามมาอัน
00:13:0400:13:06นี้ก็คือการติดเชื้อในโรงพยาบาลนอกจาก
00:13:0600:13:09นั้นยังมีภาวะแทรกซ้อนจากตัวโรคเองเช่น
00:13:0900:13:12สมองบวมมากนะครับจนมีการเคลื่อนของสมองไป
00:13:1200:13:17ในอวะส่วนอื่นๆหรือทำให้สมองที่ควบคุมการ
00:13:1700:13:21เต้นของหัวใจหรือการหายใจเนี่ยนะแย่ไปก็
00:13:2100:13:24ทำให้คนไข้หยุดหายใจหัวใจหยุดเต้นอันนี้
00:13:2400:13:26ก็เป็นภาวะแสกซ้อนจากโรคครับอาจารย์ขา
00:13:2700:13:29แล้วโรคไข้สมองอักเสบเราจะป้องปกันได้
00:13:2900:13:33อย่างไรรคะจริงๆการป้องกันโดยทั่วๆไปก็มี
00:13:3300:13:36ทางนะครับเช่นการป้องกันเสมัยก่อนก็ป้อง
00:13:3600:13:38กันไม่ให้ยุงกัดไม่ให้ยุงกัดหมูเพราะหมู
00:13:3800:13:42มันพาพาหะมาสู่คนแต่ในปัจจุบันนี้เราจัด
00:13:4200:13:45การปัญหานั้นไปหมดแล้วด้วยการให้วัคซีน Je
00:13:4500:13:48เอ่อวัคซีนอื่นๆที่ใช้ในการป้องกันเี่ก็
00:13:4800:13:51มีอยู่บ้างเพียงแต่ว่าวัคซีนยังมีราคาแพง
00:13:5100:13:54รัฐบาลไม่ได้ให้ฟรีมือวัคซีน Je เพราะ
00:13:5400:13:56ฉะนั้นใครที่ต้องการฉีดวัคซีนก็ต้องเสีย
00:13:5600:13:59ตังค์เองเริมยังไม่มีวัคซีนแต่มีในการ
00:13:5900:14:02รักษาถ้าเรารักษาเร็วนะครับก็อาจจะทำให้
00:14:0200:14:05เอ่อผู้ป่วยไม่มีความพิการทางสมองมากนัก
00:14:0500:14:08นะครับแต่ป้องกันได้ยากมากเพราะงั้นโดย
00:14:0800:14:12รวมๆเนี่ยไวรัสเนี่ยไม่ค่อยมียาต้านไวรัส
00:14:1200:14:15ไม่เหมือนเชื้อแบคทีเรียแต่ก็มีไวรัสบาง
00:14:1500:14:18ตัวที่พอจะมียานะเรามียารักษาโควิดยา
00:14:1800:14:22รักษาไข้หวัดใหญ่ยารักษาเริมแล้วก็ EV 71
00:14:2200:14:24เนี่ยก็มีภูมิคุ้มกันพิเศษอะไรบางอย่าง
00:14:2400:14:28ไม่ใช่ยาโดยตรงแต่ก็ช่วยในการรักษานะครับ
00:14:2800:14:31ส่วนการป้องกันก็เนี่ยครับก็มีวัคซีนหลาย
00:14:3100:14:33ตัวที่เรามาใช้ในการป้องกันเชื้อไวรัส
00:14:3300:14:36เพราะฉะนั้นไวรัสเนี่ยเราเน้นการป้องกัน
00:14:3600:14:41ด้วยวัคซีนถ้ามีถ้าไม่ได้เราก็ป้องกันโดย
00:14:4100:14:44มาตรการทั่วไปซึ่งทำได้ลำบากถ้าไม่ได้อีก
00:14:4400:14:48ทีก็หวังว่าเราจะมียาในการรักษาหรือการ
00:14:4800:14:51รักษาประคับประคองจะทำให้ผู้ป่วยรอดชีวิต
00:14:5100:14:53โดยไม่มีความพิการทางสมองลงเหลือครับ
00:14:5300:14:56วัคซีนไม่ได้สร้างมาเพื่อการรักษาวัคซีน
00:14:5600:14:58สร้างมาคือเพื่อการป้องกันป้องกันไม่ให้
00:14:5800:15:01เป็นโรโรคนะครับซึ่งมันก็ได้ 70 80 90%
00:15:0100:15:04แล้วแต่วัคซีนอันที่ 2 เป็นวัคซีนที่ลด
00:15:0400:15:06ความรุนแรงป้องกันไม่ได้อย่างน้อยก็ลด
00:15:0600:15:09ความรุนแรงลง ev71 เนี่ยเป็นวัคซีนที่
00:15:0900:15:12ป้องกันได้ดีมากเช่นเกี่ยวกับวัคซีน Je
00:15:1200:15:14นะครับเพียงแต่ว่ามันยังไม่แพร่หลายเพราะ
00:15:1400:15:16ว่ามันยังมีราคาแพงถ้าในอนาคตรัฐบาล
00:15:1600:15:19สามารถให้เราฟรีได้นะครับหรือโรคมีเยอะ
00:15:1900:15:22จริงๆเนี่ยนะครับเราก็จะสามารถที่จะจัด
00:15:2200:15:26การหรือควบคุมนะครับเอ่อไข้สมองอักเสบจาก
00:15:2600:15:29ev71 ได้เช่นเดียวกับที่เราสามารถควบคุม
00:15:2900:15:32ไข้สมองอักเสบจากเชื้อไวรัสเจได้อาจารย์
00:15:3200:15:35ขาคำถามสุดท้ายค่ะอยากให้อาจารย์ช่วยฝาก
00:15:3500:15:38ถึงคนทางบ้านให้ห่างไกลจากโรคไข้สมอง
00:15:3800:15:41อักเสบค่ะการป้องกันไข้สมองอักเสบก็เป็น
00:15:4100:15:43เรื่องยากหน่อยนะครับมันไม่เหมือนการป้อง
00:15:4300:15:47กันโควิดไข้หวัดใหญ่นะครับหรือไข้เลือด
00:15:4700:15:50ออกนะครับแต่ยังไงก็ตามก็การที่เอาเด็กมา
00:15:5000:15:53อยู่รวมกันเยอะๆเนี่ยมันก็ทำให้มีการแพร่
00:15:5300:15:56ระบาดของเชื้อโรคฉะนั้นการพาเด็กไปห้าง
00:15:5600:15:59การพาเด็กเข้าโรงเรียนอย่างรวดเร็วเกินไป
00:15:5900:16:01ไปเล่นในสนามเด็กเล่นเล่นกับเด็กอื่นมัน
00:16:0100:16:04มีความเสี่ยงอยู่บ้างครับก็ทำแต่พอประมาณ
00:16:0400:16:06นะครับนอกเหนือจากนั้นก็คือการใช้วัคซีน
00:16:0600:16:10ในการป้องกันหาหมอถ้าเกิดมีอาการผิดปกติ
00:16:1000:16:12เพราะถ้าเรารักษาได้เร็วโอกาสที่จะรอด
00:16:1200:16:16ชีวิตโอกาสที่จะไม่มีความพิการทางสมองก็
00:16:1600:16:19อาจจะน้อยลงเพราะฉะนั้นก็บางทีมันก็ยาก
00:16:1900:16:22ครับในการป้องกันโรคเหล่านี้แต่ว่ามันก็
00:16:2200:16:25มีหนทางที่จะไปเราก็เพียงแต่ภาวนาไม่ให้
00:16:2500:16:27ลูกของเราเจ็บป่วยจากโรคที่มีอาการรุนแรง
00:16:2700:16:30เหล่านี้ครับขอบพระคุณอาจารย์นะคะที่มา
00:16:3000:16:32ให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องของโรคไข้
00:16:3200:16:36สมองอักเสบกันค่ะและในช่วงนี้นะคะเราจะไป
00:16:3600:16:39ดูกันว่าอาหารอะไรที่ดีต่อสมองของเรากัน
00:16:3900:16:42บ้างอาหารที่กินแล้วบำรุงสมองและดีต่อ
00:16:4200:16:45ร่างกายที่สุดคืออาหารหลัก 5 หมู่ 1
00:16:4500:16:50ประเภทคาร์โบไฮเดรตข้าวแป้งน้ำตาลโดยสมอง
00:16:5000:16:52ต้องได้รับสารอาหารที่ดีตั้งแต่ตอนเช้า
00:16:5300:16:55ค่ะเพราะเป็นสารอาหารที่เป็นแหล่งพลังงาน
00:16:5500:16:59ที่สำคัญต่อร่างกายอาหารมื้อแรกจึงต้องมี
00:16:5900:17:01คาร์โบไฮเดรตที่ดีหรือคาร์โบไฮเดรตเชิง
00:17:0100:17:06ซ้อนได้แก่ข้าวซ้อมมือขนมปังวีทนั่นคือ
00:17:0600:17:10อาหารของสมองแต่ถ้าไม่ได้รับประทานจริงๆ
00:17:1000:17:13ข้าวเผือกมันฟักทองข้าวโพดก็เป็น
00:17:1400:17:17คาร์โบไฮเดรตที่ดีต่อสมองได้เช่นกัน 2
00:17:1700:17:20ประเภทโปรตีนมีความจำเป็นต่อสมองช่วยให้
00:17:2000:17:24ร่างกายเจริญเติบโตช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึก
00:17:2400:17:27หรอโปรตีนเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานโดย
00:17:2700:17:31ที่โปรตีน 1 กจะให้พลังงาน 4 กแคลอรีแต่
00:17:3200:17:35ต้องเลือกรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะต่อ
00:17:3500:17:38ร่างกายและรับประทานโปรตีนที่มีประโยชน์
00:17:3900:17:42ถ้าเลือกโปรตีนชนิดที่ไม่ดีเช่นชนิดที่มี
00:17:4200:17:46ไขมันสูงอย่างหนังไก่มันเนื้อสัตว์นั้นจะ
00:17:4600:17:50ส่งผลให้ร่างกายมีคอเลสเตอรอลสูงหรือมี
00:17:5000:17:53ระดับไขมันในเลือดที่มากเกินไปจนทำให้
00:17:5300:17:56เกิดโรคได้ง่ายนอกจากนี้ยังมีโปรตีนที่หา
00:17:5600:17:59ได้ง่ายและมีประโยชน์ต่อสมองนั่นก็คือไข่
00:17:5900:18:03ไก่เพราะมีเลซิตินที่มีประโยชน์ต่อสมองมี
00:18:0300:18:07มากในไข่แดงในคนทุกช่วงวัยควรจะรับประทาน
00:18:0700:18:10ไข่ไก่ให้ได้อย่างน้อยวันละ 1 ฟองถ้าเป็น
00:18:1000:18:14เด็กวันละ 1-2 ฟองคนที่ตั้งครรภ์รับ
00:18:1400:18:17ประทานอย่างน้อย 1-2 ฟองแต่ถ้าเป็นผู้
00:18:1700:18:21ใหญ่แล้วให้รับประทานไข่แดงแค่ 1 ฟองต่อ
00:18:2100:18:24วันค่ะนอกจากนี้ยังมีเนื้อสัตว์ไม่ติด
00:18:2400:18:27หนังไม่ติดมันเช่นเนื้อหมูเนื้อวัวและควร
00:18:2700:18:30จะรับประทานเฉพาะส่วนสันในหรือสันนอกเท่า
00:18:3000:18:35นั้นข้อ 3 อาหารประเภทไขมันต้องเป็นไขมัน
00:18:3500:18:39ดีจากปลาทะเลน้ำลึกไขมันจะแทรกตัวอยู่ใต้
00:18:3900:18:42หนังปลาแต่ต้องเป็นปลาทะเลน้ำลึกนะคะควร
00:18:4200:18:46รับประทานให้ได้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งขนาด
00:18:4600:18:512-3 ขีดต่อสัปดาห์เช่นปลาทูปลาช่อนแต่
00:18:5100:18:54ต้องไม่นำไปทอดถ้าทอดแล้วน้ำมันปลาหรือ
00:18:5400:18:58โอเมก้า 3 จะหายไปหรือถ้าจะผ่านความร้อน
00:18:5800:19:01ควรจะเป็นความร้อนที่ไม่สูงจัดนั่นเอง
00:19:0100:19:05ซึ่งน้ำมันปลามีประโยชน์ต่อสมองและอีก
00:19:0500:19:07ชนิดหนึ่งที่อาจจะไม่ได้อยู่ในกลุ่มเนื้อ
00:19:0700:19:10สัตว์แต่มีประโยชน์สูงนั้นคือถั่วเหลือง
00:19:1000:19:12จะต้องรับประทานถั่วเหลืองให้ได้เป็น
00:19:1200:19:15ประจำเช่นเต้าหู้รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ทำจาก
00:19:1500:19:18ถั่วเหลืองก็จะมีประโยชน์ต่อสมองเช่นกัน
00:19:1800:19:21สำหรับประเภทไขมันที่มาจากถั่วได้แก่
00:19:2100:19:25อัลมอนเม็ดมะม่วงหิมพานถั่วต่างๆจะมีไข
00:19:2500:19:29มันเหมือนไขมันทั่วไปคือมีทั้งไขมันชนิด
00:19:2900:19:32ที่ดีและไขมันชนิดไม่ดีดังนั้นจะต้องรับ
00:19:3200:19:35ประทานในปริมาณที่พอเหมาะ 4 ประเภท
00:19:3500:19:38วิตามินจากพืชผักต่างๆจะเป็นตัวช่วยเสริม
00:19:3800:19:40การทำงานในส่วนต่างๆของร่างกายให้เป็น
00:19:4000:19:44ปกติและช่วยต้านทานการเกิดโรคจึงควรรับ
00:19:4400:19:50ประทานผักผลไม้ให้ได้หลากหลายสีเช่นคะน้า
00:19:5000:19:53พริกหวานแครอทการรับประทานผักทุกมื้อใน
00:19:5300:19:57แต่ละวันจะยังดีต่อหัวใจและสมองอีกด้วย 5
00:19:5800:20:01ประเภทวิตามินที่มาจากพืชที่เป็นผลไม้
00:20:0100:20:05ต่างๆมีประโยชน์ต่อร่างกายทำให้สมองทำงาน
00:20:0500:20:09ได้ดีสมองลดความเสื่อมช้าลงซึ่งได้แก่
00:20:0900:20:13วิตามินซีวิตามินเอจะต้องรับประทานผลไม้
00:20:1300:20:16เป็นประจำอย่างน้อยวันละ 3 ขีดหรือมื้อละ
00:20:1600:20:191 จานเล็กๆควรจะเลือกผลไม้ให้หลากหลาย
00:20:1900:20:22ชนิดและจะต้องเน้นว่าเป็นผลไม้ที่ไม่หวาน
00:20:2200:20:27มากจนเกินไปเช่นฝรั่งชมพู่แอปเปิลสำหรับ
00:20:2800:20:33ผลไม้อื่นๆเช่นมะละกอแตงโมส้มถึงแม้ว่าจะ
00:20:3300:20:35ไม่หวานจัดแต่ก็มีน้ำตาลอยู่ในปริมาณที่
00:20:3500:20:39สูงก็จะต้องระวังเป็นต้นนอกจากกินอาหาร
00:20:3900:20:42ให้ครบ 5 หมู่ในทุกมื้อแล้วการรับประทาน
00:20:4200:20:45หวานมากเกินไปจะทำลายสุขภาพได้อีกด้วย
00:20:4600:20:49เทคนิคง่ายๆจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการ
00:20:4900:20:52สร้างเสริมสุขภาพหรือ
00:20:5200:20:56สสสแนะนำว่าถ้ารับประทานของหวานหรือน้ำ
00:20:5600:21:00ตาลต้องจำกัดปริมาณการรับประทานน้ำตาใน
00:21:0000:21:04แต่ละวันนั่นก็คือไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน
00:21:0400:21:07ถ้าเป็นเด็กต้องรับประทานไม่เกิน 4 ช้อน
00:21:0700:21:11ชาโดยสังเกตจากฉลากโภชนาการที่เขียนไว้
00:21:1100:21:15และได้คำนวณปริมาณของน้ำตาลเอาไว้ให้และ
00:21:1500:21:19เน้นการรับประทานผักผลไม้ที่ผ่านการแปร
00:21:1900:21:22รูปน้อยที่สุดหรือไม่ผ่านการแปรรูปก็ยิ่ง
00:21:2200:21:26ดีค่ะให้ได้อย่างน้อย 400 กรัมต่อวันและ
00:21:2600:21:29สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการออกกำลังกาย
00:21:2900:21:31การออกกำลังกายจะช่วยทำให้ฮอร์โมน
00:21:3100:21:35เอนโดฟินหรือสารแห่งความสุขหลั่งออกมาทำ
00:21:3500:21:38ให้สมองรู้สึกผ่อนคลายความจำดีขึ้นอีก
00:21:3800:21:42ด้วยและที่สำคัญควรพักผ่อนให้เพียงพอ
00:21:4200:21:46อย่างน้อย 6-8 ชั่วมงสมองเป็นศูนย์รวมทุก
00:21:4600:21:49อย่างในการทำงานของร่างกายของเราค่ะสมอง
00:21:4900:21:53จะมี 2 ซีกคือซีกซ้ายและซีกขวาการดูแล
00:21:5300:21:56ร่างกายตั้งแต่การออกกำลังกายการรับ
00:21:5600:21:59ประทานอาหารที่ดีจะช่วยทำให้สมองไม่
00:21:5900:22:02เสื่อมเร็วแต่ถ้าหากเราไม่ดูแลสมองการรับ
00:22:0200:22:05ประทานอาหารที่สมองไม่ชอบจะทำลายสมองได้
00:22:0500:22:09ง่ายอย่างเช่นอาหารรสชาติเค็มอาหารมันของ
00:22:0900:22:14ทอดสูบบุหรี่ดื่มแอลกอฮอล์สมองของเราก็จะ
00:22:1400:22:17เสื่อมเร็วจนเกิดเป็นโรคเส้นเลือดในสมอง
00:22:1700:22:20ตีบเส้นเลือดในสมองแตกซึ่งเป็นเหตุผลหลัก
00:22:2000:22:24ที่ทำให้พิการได้ถ้าไม่พิการก็ทำให้สมอง
00:22:2400:22:28ของเราเสื่อมก่อนไวถ้าหากเริ่มต้นดูแล
00:22:2800:22:31สมองในในวันนี้สมองของเราก็จะมีอายุที่
00:22:3100:22:35ยืนยาวอยู่ไปกับเรานานๆค่ะเป็นอย่างไรกัน
00:22:3500:22:38บ้างคะสำหรับสาระสุขภาพดีๆที่ TNN He นำ
00:22:3800:22:40มาฝากคุณผู้ชมกันในวันนี้หวังเป็นอย่าง
00:22:4000:22:43ยิ่งว่าคุณผู้ชมจะสามารถนำสาระความรู้ดีๆ
00:22:4300:22:46ที่ได้ค่ะไปดูแลตัวเองและครอบครัวให้ห่าง
00:22:4700:22:50ไกลจากโรคภัยและสุขภาพแข็งแรงกันค่ะและ
00:22:5000:22:53ขอบคุณคุณผู้ชมนะคะที่ติดตามรับชมรายการ
00:22:5300:22:56TNN Health มาตลอดทั้งรายการค่ะอย่าลืม
00:22:5600:22:59นะคะติดตามรับชมรายการ TNN เป็นประจำค่ะ
00:22:5900:23:02ทุกวันเสาร์เวลาดี 15:00 นถึง
00:23:0200:23:0715:30 นที่นี่ TNN ช่อง 16 ที่สำคัญค่ะ
00:23:0700:23:10ต้องไม่ลืมนะคะกดไลค์กดแชร์กด Subscribe
00:23:1000:23:13เป็นกำลังใจให้หมอดาวและทีมงาน TNN
00:23:1300:23:15Health ในช่องทางโซเชียล Network ต่างๆ
00:23:1500:23:18ค่ะไม่ว่าจะเป็น YouTube Facebook
00:23:1800:23:21Instagram tiktok และ LINE official
00:23:2100:23:24เพื่อที่จะเข้าถึงทุกสาระสุขภาพเสริมภูมิ
00:23:2400:23:27คุ้มกันรู้ทันโรคไปด้วยกันและสำหรับวัน
00:23:2700:23:29นี้นะคะหมอดาวและรายการ TNN He ต้องขอ
00:23:2900:23:33ตัวลาคุณผู้ชมไปก่อนสำหรับวันนี้สวัสดี
00:23:3300:23:57[เพลง]
00:23:5700:24:01ค่ะอ