00:00:05 → 00:00:07 อัลไซเมอร์เนี่ยเป็นหนึ่งในโรคของกลุ่ม
00:00:07 → 00:00:11 ที่เรียกว่าสมองเสื่อมโรคสมองเสื่อมจริงๆ
00:00:11 → 00:00:15 แล้วประกอบด้วยโรคหลายๆโรคแต่ 70% ของโรค
00:00:15 → 00:00:18 สมองเสื่อมที่เราเห็นคนไข้เป็นกันเนี่ย
00:00:18 → 00:00:21 คือโรคอัลไซเมอร์
00:00:21 → 00:00:24 ตัวโรคอัลไซเมอร์เนี่ยคือความเสื่อมของ
00:00:24 → 00:00:28 เซลล์สมองในหลายๆหย่อมหลายๆส่วนเกิดจาก 2
00:00:28 → 00:00:31 ส่วนด้วยกัน 1 คือส่วนที่เรียกว่ากรรม
00:00:31 → 00:00:34 พันธุ์คือมีพันธุกรรมจากปู่ย่าตายายของ
00:00:34 → 00:00:37 เราเอามาบางส่วนซึ่งในปัจจุบันเราสามารถ
00:00:37 → 00:00:40 ตรวจพบสารพันธุกรรมหรือว่า genetic บาง
00:00:40 → 00:00:44 ส่วนเช่น Apple e4 ซึ่งเราตรวจได้แค่บาง
00:00:44 → 00:00:46 ตัวยังมีอีกหลายตัวซึ่งเทคโนโลยีปัจจุบัน
00:00:46 → 00:00:49 ยังไม่สามารถตรวจพบได้ส่วนที่ 2 ที่ไม่
00:00:49 → 00:00:51 ใช่พันธุกรรมแล้วก็เรียกว่าพฤติกรรม
00:00:51 → 00:00:53 พฤติกรรมหนึ่ง
00:00:53 → 00:00:56 พฤติกรรมที่ทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ได้
00:00:56 → 00:00:58 ค่อนข้างง่ายที่พบว่ามีความสัมพันธ์ก็คือ
00:00:58 → 00:01:00 ว่าการไม่ค่อยออกออกกำลังกายไม่ค่อย
00:01:00 → 00:01:02 เคลื่อนไหวที่เรียก physical in
00:01:02 → 00:01:03 activity
00:01:03 → 00:01:07 ภาวะอ้วนโดยเฉพาะที่อ้วนลงพุงเยอะๆการที่
00:01:07 → 00:01:10 ดูแลสุขภาพร่างกายพื้นฐานไม่ค่อยดีเช่น
00:01:10 → 00:01:14 ความดันไขมันเบาหวานมีโอกาสสูงขึ้นที่จะ
00:01:14 → 00:01:17 ทำให้เกิดอัลไซเมอร์เรื่องอาหารก็เกี่ยว
00:01:17 → 00:01:19 เหมือนกันเกี่ยวในทั้ง 2 เชิงอาหารมากไป
00:01:19 → 00:01:22 และอาหารน้อยไปด้วยครับคนที่กินอาหารน้อย
00:01:22 → 00:01:24 ไปบางอย่างเช่นขาดพวกโปรตีนหรือวิตามิน
00:01:24 → 00:01:28 บางอย่างมีโอกาสเกิดสมองเสื่อมสูงขึ้นใน
00:01:28 → 00:01:30 ขณะเดียวกันคนที่ได้อ่านมากเกินไปคนที่
00:01:30 → 00:01:33 ชอบกินหวานมากๆคนที่ได้รับประทานแป้งมากๆ
00:01:33 → 00:01:37 ก็มีงานศึกษาเหมือนกันว่ามีความเสี่ยงต่อ
00:01:37 → 00:01:40 การเกิดโรคอัลไซเมอร์ที่สูงขึ้นจนบาง
00:01:40 → 00:01:42 ครั้งเขาบอกว่าเจ้าโรคอัลไซเมอร์เนี่ยอาจ
00:01:42 → 00:01:44 จะเป็นเหมือนคล้ายๆกับเบาหวานชนิดที่ 3
00:01:44 → 00:01:47 แบบใหม่อีกแบบนึงนะเพราะเกี่ยวกับกลไก
00:01:47 → 00:01:50 กระบวนการเอาพลังงานของสมองไปใช้ที่ไม่
00:01:50 → 00:01:53 เป็นไปแบบปกติ
00:00:05 → 00:00:07 อัลไซเมอร์เนี่ยเป็นหนึ่งในโรคของกลุ่ม
00:00:07 → 00:00:11 ที่เรียกว่าสมองเสื่อมโรคสมองเสื่อมจริงๆ
00:00:11 → 00:00:15 แล้วประกอบด้วยโรคหลายๆโรคแต่ 70% ของโรค
00:00:15 → 00:00:18 สมองเสื่อมที่เราเห็นคนไข้เป็นกันเนี่ย
00:00:18 → 00:00:21 คือโรคอัลไซเมอร์
00:00:21 → 00:00:24 ตัวโรคอัลไซเมอร์เนี่ยคือความเสื่อมของ
00:00:24 → 00:00:28 เซลล์สมองในหลายๆหย่อมหลายๆส่วนเกิดจาก 2
00:00:28 → 00:00:31 ส่วนด้วยกัน 1 คือส่วนที่เรียกว่ากรรม
00:00:31 → 00:00:34 พันธุ์คือมีพันธุกรรมจากปู่ย่าตายายของ
00:00:34 → 00:00:37 เราเอามาบางส่วนซึ่งในปัจจุบันเราสามารถ
00:00:37 → 00:00:40 ตรวจพบสารพันธุกรรมหรือว่า genetic บาง
00:00:40 → 00:00:44 ส่วนเช่น Apple e4 ซึ่งเราตรวจได้แค่บาง
00:00:44 → 00:00:46 ตัวยังมีอีกหลายตัวซึ่งเทคโนโลยีปัจจุบัน
00:00:46 → 00:00:49 ยังไม่สามารถตรวจพบได้ส่วนที่ 2 ที่ไม่
00:00:49 → 00:00:51 ใช่พันธุกรรมแล้วก็เรียกว่าพฤติกรรม
00:00:51 → 00:00:53 พฤติกรรมหนึ่ง
00:00:53 → 00:00:56 พฤติกรรมที่ทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ได้
00:00:56 → 00:00:58 ค่อนข้างง่ายที่พบว่ามีความสัมพันธ์ก็คือ
00:00:58 → 00:01:00 ว่าการไม่ค่อยออกออกกำลังกายไม่ค่อย
00:01:00 → 00:01:02 เคลื่อนไหวที่เรียก physical in
00:01:02 → 00:01:03 activity
00:01:03 → 00:01:07 ภาวะอ้วนโดยเฉพาะที่อ้วนลงพุงเยอะๆการที่
00:01:07 → 00:01:10 ดูแลสุขภาพร่างกายพื้นฐานไม่ค่อยดีเช่น
00:01:10 → 00:01:14 ความดันไขมันเบาหวานมีโอกาสสูงขึ้นที่จะ
00:01:14 → 00:01:17 ทำให้เกิดอัลไซเมอร์เรื่องอาหารก็เกี่ยว
00:01:17 → 00:01:19 เหมือนกันเกี่ยวในทั้ง 2 เชิงอาหารมากไป
00:01:19 → 00:01:22 และอาหารน้อยไปด้วยครับคนที่กินอาหารน้อย
00:01:22 → 00:01:24 ไปบางอย่างเช่นขาดพวกโปรตีนหรือวิตามิน
00:01:24 → 00:01:28 บางอย่างมีโอกาสเกิดสมองเสื่อมสูงขึ้นใน
00:01:28 → 00:01:30 ขณะเดียวกันคนที่ได้อ่านมากเกินไปคนที่
00:01:30 → 00:01:33 ชอบกินหวานมากๆคนที่ได้รับประทานแป้งมากๆ
00:01:33 → 00:01:37 ก็มีงานศึกษาเหมือนกันว่ามีความเสี่ยงต่อ
00:01:37 → 00:01:40 การเกิดโรคอัลไซเมอร์ที่สูงขึ้นจนบาง
00:01:40 → 00:01:42 ครั้งเขาบอกว่าเจ้าโรคอัลไซเมอร์เนี่ยอาจ
00:01:42 → 00:01:44 จะเป็นเหมือนคล้ายๆกับเบาหวานชนิดที่ 3
00:01:44 → 00:01:47 แบบใหม่อีกแบบนึงนะเพราะเกี่ยวกับกลไก
00:01:47 → 00:01:50 กระบวนการเอาพลังงานของสมองไปใช้ที่ไม่
00:01:50 → 00:01:53 เป็นไปแบบปกติ