00:00:00 → 00:00:02This is Thai PBS Podcast viiew
00:00:03 → 00:00:06the world by the voice.
00:00:06 → 00:00:08ในช่วงที่มีสถานการณ์ของน้ำท่วมหรือน้ำ
00:00:08 → 00:00:11ขังอะไรก็ตามแต่นะครับโรคที่จะตามมากับ
00:00:11 → 00:00:14ปัญหาต่างๆเหล่าเมันมีหลายโรคด้วยกันครับ
00:00:14 → 00:00:16แต่ที่เจอบ่อยๆหรือที่เป็นปัญหาสาธารณสุข
00:00:16 → 00:00:18นะครับก็อย่างเช่นโรคเกี่ยวกับด้านผิว
00:00:18 → 00:00:21หนังโรคเกี่ยวกับเท้าที่เราไปแช่น้ำหรือ
00:00:21 → 00:00:23เดินลุยน้ำอะไรอย่างเงี้ยครับโรคเท้า
00:00:23 → 00:00:25เปื่อยโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหารโรคท้อง
00:00:26 → 00:00:28ร่วงครับแล้วก็ที่สำคัญถ้าเกิดเราลุยน้ำ
00:00:28 → 00:00:30ลุยโคลนบางเงี้ยครับมันก็อาจจะมีโรคที่
00:00:30 → 00:00:32เป็นโรคติดเชื้ออย่างเช่นโรคฉี่หนูทุก
00:00:32 → 00:00:34บ้านทุกครัวเรือนนะครับควรจะมีการเตรียม
00:00:34 → 00:00:36การในเบื้องต้นก่อนที่จะมีพาภาวะพวกน้ำ
00:00:36 → 00:00:38ท่วมหรืออะไรก็ตามแต่หลักการเบื้องต้นคือ
00:00:38 → 00:00:40เราต้องเตรียมอุปกรณ์ต่างๆเพื่อใช้ในการ
00:00:40 → 00:00:43ยังชีพอย่างน้อย 3 วันที่เป็นเพื่อการยัง
00:00:43 → 00:00:45ชีพสัก 3 วันเป็นอย่างต่ำก่อนที่จะมีคนมา
00:00:45 → 00:00:48ช่วยเหลือเรา
00:00:48 → 00:00:51>> ฟังทุกเรื่องสุขภาพอัปเดตทุกโรคภัยฟังราย
00:00:52 → 00:00:55การโรงหมอกับดิฉันสุรีพรวงษ์สถิตพรค่ะ
00:00:55 → 00:00:58>> This is Thai PBS Podcast
00:00:58 → 00:01:01>> คุณผู้ฟังคะเราจะมาพูดคุยกันกับสถานการณ์
00:01:01 → 00:01:03ที่ฝนตกหนักมักจะมากับน้ำท่วมเสมอในหลาย
00:01:03 → 00:01:06พื้นที่นะคะสิ่งที่เป็นผลกระทบไม่ใช่แค่
00:01:06 → 00:01:08ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบ้านเรือนแต่
00:01:08 → 00:01:11เกี่ยวข้องกับเรื่องของสุขภาพสุขานามัย
00:01:11 → 00:01:15ต่างๆนะรวมไปถึงโรคที่มากับน้ำท่วมด้วย
00:01:15 → 00:01:18คุยกับรองศาสตราจารย์ดร.เวหาเกษมสุขหัว
00:01:18 → 00:01:21หน้าภาควิชาการพยาบาลสาธารณสุขศาสตร์คณะ
00:01:21 → 00:01:23พยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดลค่ะสวัสดี
00:01:23 → 00:01:24ค่ะอาจารย์คะ
00:01:24 → 00:01:26>> ครับสวัสดีครับสวัสดีทุกท่านด้วยนะครับ
00:01:26 → 00:01:30>> คือเรียกว่าเป็นประจำทุกๆปีที่พอช่วงหน้า
00:01:30 → 00:01:33ฝนที่นะคะก็จะเจอสถานการณ์น้ำท่วมในหลาย
00:01:33 → 00:01:34พื้นที่
00:01:34 → 00:01:38>> หลายๆที่ก็กำลังเผชิญปัญหาน้ำท่วมหรือบาง
00:01:38 → 00:01:40ครั้งอ่าน้ำอาจจะไม่ท่วมครับแต่น้ำมันขัง
00:01:40 → 00:01:43หรือมันมีฝนตกหรือมันมีอะไรที่เป็นน้ำนอง
00:01:43 → 00:01:45อะไรอย่างเงี้ยครับก็อาจจะทำให้เกิดผล
00:01:45 → 00:01:47กระทบต่อสุขภาพอะไรอย่างเงี้นะครับไม่ว่า
00:01:47 → 00:01:49จะสุขภาพกายสุขภาพใจก็อาจจะเป็นไปได้ครับ
00:01:49 → 00:01:52>> อืใช่ค่ะทีนี้อาจารย์คะมันน่าสนใจตรงนี้
00:01:52 → 00:01:54ที่ว่าหลายคนเราอาจจะไปมองเรื่องของผล
00:01:54 → 00:01:56กระทบความเสียหายของบ้านเรือนอะไรต่างๆ
00:01:56 → 00:01:59แต่เราอาจจะไม่ได้มองไปถึงเรื่องของ
00:01:59 → 00:02:02สุขภาพจิตใจสุขนามัยแล้วก็โรคที่มันอาจจะ
00:02:02 → 00:02:05มากับเอ่อสถานการณ์น้ำท่วมแบบนี้นะคะแล้ว
00:02:05 → 00:02:08ก็น้ำท่วมขังอย่างที่อาจารย์บอกหลายๆโรค
00:02:08 → 00:02:10ที่มากับสิ่งเหล่านี้อาจารย์คะมันมีโรค
00:02:10 → 00:02:13อะไรบ้างคะที่เราต้องให้ความใส่ใจแล้วก็
00:02:13 → 00:02:15ต้องดูแลกันเป็นพิเศษคะอาจารย์
00:02:15 → 00:02:17>> แน่นอนเลยครับเอ่อในช่วงที่มีสถานการณ์
00:02:18 → 00:02:20ของน้ำท่วมหรือน้ำขังอะไรก็ตามแต่นะครับ
00:02:20 → 00:02:23โรคที่จะตามมากับปัญหาต่างๆเหล่าเนี้ยมัน
00:02:23 → 00:02:25มีหลายโรคด้วยกันครับแต่ที่เจอบ่อยๆหรือ
00:02:25 → 00:02:28ที่เป็นปัญหาสาธารณสุขนะครับที่ทำให้
00:02:28 → 00:02:30ประชาชนเองต้องให้ความสนใจหรือให้ความ
00:02:30 → 00:02:32ตระหนักนะครับก็อย่างเช่นโรคเกี่ยวกับ
00:02:32 → 00:02:35ด้านผิวหนังอย่างเช่นโรคเกี่ยวกับเท้าที่
00:02:35 → 00:02:37เราไปแช่น้ำหรือเดินลุยน้ำอะไรอย่างเงี้ย
00:02:37 → 00:02:40ครับอย่างเช่นโรคเท้าเปื่อยโรคเกี่ยวกับ
00:02:40 → 00:02:42ทางเดินอาหารโรคท้องร่วงครับแล้วก็ที่
00:02:42 → 00:02:44สำคัญถ้าเกิดเราลุยน้ำลุยโคลนบางอย่างบาง
00:02:44 → 00:02:46อย่างเงี้ยครับมันอาจจะมีโรคที่เป็นโรค
00:02:46 → 00:02:48ติดเชื้ออย่างเช่นโรคฉี่หนูที่เจอได้บ่อย
00:02:48 → 00:02:51มากๆเลยนะครับแล้วก็ที่สำคัญอีกโรคก็คือ
00:02:51 → 00:02:52โรคตาแดงครับ
00:02:52 → 00:02:53>> อ
00:02:53 → 00:02:55>> นอกจากนี้โรคทางกายยังไม่พอนะครับยังมี
00:02:55 → 00:02:57โรคทางใจด้วยครับบางทีเราอาจจะมีภาวะ
00:02:57 → 00:03:00เครียดภาวะหดหู่ภาวะที่แบบไม่มีความสุข
00:03:00 → 00:03:03เราเราเจอสถานการณ์น้ำท่วมอะไรพวกเนี้ย
00:03:03 → 00:03:05ครับมันก็อาจจะเป็นโรคทางสุขภาพใจของเรา
00:03:05 → 00:03:06นะครับ
00:03:06 → 00:03:09>> อืค่ะเราจะเห็นหลายๆสถานการณ์นะคะเราจะ
00:03:09 → 00:03:12เห็นภาวะความเครียดโดยเฉพาะเวลาที่เจอน้ำ
00:03:12 → 00:03:14ท่วมฉาพลานน้ำปลาไหลหลากหรืออะไรอย่าง
00:03:14 → 00:03:14เงี้ย
00:03:14 → 00:03:16>> ใช่แล้วครับแล้วก็สูญเสียทรัพย์สินสูญ
00:03:16 → 00:03:19เสียในเรื่องของเ่อของมีค่าอะไรอย่าง
00:03:19 → 00:03:20เงี้ยครับแล้วก็ที่สำคัญถ้าเกิดสูญเสีย
00:03:20 → 00:03:23บุคคลอ่ะเป็นที่รักในครอบครัวก็ยิ่งนำมา
00:03:23 → 00:03:26สู่ภาวะทางด้านความอะไรนะทรอมทางจิตใจ
00:03:26 → 00:03:29หรือการบาดเจ็บทางจิตใจทำให้เรารู้สึก
00:03:29 → 00:03:31>> เอ่อวิตกกังวลทำให้รู้สึกสูญเสียทำให้รู้
00:03:31 → 00:03:34สึกเศร้าแล้วก็หดหู่นะครับโดยเฉพาะน้ำ
00:03:34 → 00:03:36ท่วมหรือมีน้ำไหลหลากอะไรอย่างเงี้ยครับ
00:03:36 → 00:03:39บางทีเด็กๆไปเล่นน้ำผู้ปกครองไม่ได้ให้
00:03:39 → 00:03:41ความใส่ใจหรือไม่ได้สนใจบางครั้งก็ทำให้
00:03:41 → 00:03:45เด็กจมน้ำซึ่งก็เป็นปัญหาที่ทำให้อ่าเด็ก
00:03:45 → 00:03:47นะครับเด็กเด็กไทยนะครับสูญเสียในเรื่อง
00:03:47 → 00:03:50ของสูญเสียชีวิตเป็นจำนวนมากเนื่องจากว่า
00:03:50 → 00:03:52ภาวะจมน้ำครับอันนี้ก็เป็นความสำคัญด้วย
00:03:52 → 00:03:55ในเรื่องสถานการณ์น้ำท่วมบางทีเราอกดีใจ
00:03:55 → 00:03:58มีน้ำมาเราไปเล่นน้ำอ่าน้ำพัดพาออกไปหรือ
00:03:58 → 00:04:01อ่าไปเล่นน้ำตกอะไรพวกเนี้ยครับน้ำป่ามัน
00:04:01 → 00:04:03ซัดมาในทันทีก็อาจจะเตรียมการไม่ทันอย่าง
00:04:03 → 00:04:04ที่ว่าเมื่อสักครู่ครับ
00:04:05 → 00:04:06>> ก็อาจจะเกิดการสูญเสียชีวิตตามมาอันนี้ก็
00:04:06 → 00:04:09สำคัญเช่นเดียวกันครับดังนั้นการที่เ่อ
00:04:09 → 00:04:11เชื่อฟังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ
00:04:11 → 00:04:14ของแหล่งท่องเที่ยวหรืออ่าเค้าเรียกว่า
00:04:14 → 00:04:16เป็นข้อตกลงของน้ำแหล่งน้ำตกต่างๆนี้ก็มี
00:04:16 → 00:04:18ความสำคัญหรือถ้าเกิดเจ้าหน้าที่เตือนภัย
00:04:18 → 00:04:21อะไรก็ตามแต่ก็ต้องฟังคอยติดตามข่าวสาร
00:04:21 → 00:04:23อยู่ตลอดเวลานี่สำคัญมากๆเลยในสการของน้ำ
00:04:23 → 00:04:25ท่วมนะครับแต่ทีนี้ถ้าเกิดเราพูดถึง
00:04:25 → 00:04:28เรื่องของโรคก็มีความสำคัญอีกเช่นเดียว
00:04:28 → 00:04:30กันอย่างจริงถ้าเกิดเรารู้จักโรคสักนิด
00:04:30 → 00:04:32นึงหรือรู้จักวิธีการป้องกันก็จะมีความ
00:04:32 → 00:04:33สำคัญมากๆเลยนะครับ
00:04:33 → 00:04:37>> ค่ะอย่างแรกเลยที่อาจารย์บอกคือเรื่องของ
00:04:37 → 00:04:41ผิวหนังเท้าเปื่อยไปลุยน้ำมาอาจจะไปแช่
00:04:41 → 00:04:45น้ำหรือว่าแบบบางคนเข้าไปช่วยเอ่อประชาชน
00:04:45 → 00:04:47ในพื้นที่อย่างเจ้าหน้าที่อ่ะนะคะแล้วก็
00:04:47 → 00:04:50ต้องแช่น้ำนานๆอย่างเงี้ยค่ะอาจารย์
00:04:50 → 00:04:52>> อย่างที่เราเจอบ่อยๆเลยเวลาน้ำท่วมเองนะ
00:04:52 → 00:04:55เราก็จะประมาทเนาะบางทีเราจะเดินลุยน้ำ
00:04:55 → 00:04:58หรืออาจจะแช่น้ำเป็นเวลานานครับพอแช่น้ำ
00:04:58 → 00:05:00ก็ทำให้เกิดอาการติดเชื้อโรคโดยเฉพาะโร
00:05:00 → 00:05:02โรคเกี่ยวกับเรื่องของน้ำกัดเท้าหรือ
00:05:02 → 00:05:04ฮ่องกงฟุที่เราเรียกกันในภาษาที่เราเรียก
00:05:04 → 00:05:08ทั่วๆไปนะครับซึ่งอาการของฮ่องกงฟุหรือ
00:05:08 → 00:05:10โรคน้ำกัดเท้าเนี่ยก็จะมีอาการคันนะครับ
00:05:10 → 00:05:13ซึ่งมันเกิดจากเชื้อราที่บริเวณง่ามเท้า
00:05:13 → 00:05:16ที่เราแช่น้ำแล้วมันเปียกชื้นๆหรือบางที
00:05:16 → 00:05:18เราใส่ถุงเท้าที่มันช่วงหน้าฝนใช่มั้ย
00:05:18 → 00:05:21ครับช่วงที่มันมีน้ำท่วมเองอเสื้อผ้าอาจ
00:05:21 → 00:05:24จะแห้งไม่สนิทถุงเท้าอาจจะเปียกชื้นอะไร
00:05:24 → 00:05:26อย่างเงี้ยครับก็ทำให้เกิดเชื้อราบริเวณ
00:05:26 → 00:05:29ฝ่าเท้าแล้วก็อากาศชื้นๆนะครับเชื้อราก็
00:05:29 → 00:05:30เจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี
00:05:31 → 00:05:31>> อื
00:05:31 → 00:05:33>> ดังนั้นเมื่อไหร่ที่เราไม่ทำความสะอาด
00:05:33 → 00:05:35เท้าเดินลุยน้ำเสร็จไม่ได้เช็ดทำความ
00:05:35 → 00:05:37สะอาดไม่ได้ล้างเท้าไม่ได้ฟอกเท้าด้วย
00:05:37 → 00:05:40สบู่บางครั้งก็อาจจะเกิดการติดเชื้อราได้
00:05:40 → 00:05:43นะครับแล้วก็ทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่าโรค
00:05:43 → 00:05:44น้ำกัดเท้า
00:05:44 → 00:05:48>> ก็จะมีอาการคานมีขุยขึ้นเป็นขุยๆตามซอก
00:05:48 → 00:05:50เท้านะครับแล้วก็ที่สำคัญทำให้เกิดอาการ
00:05:50 → 00:05:53คันมากแล้วก็จะมีกลิ่นเหม็นด้วยนะครับอัน
00:05:53 → 00:05:57นี้ก็คือเป็นอาการสำคัญของโรคการดูแลตน
00:05:57 → 00:05:59เองนี่มีความสำคัญมากๆเลยโดยเฉพาะการล้าง
00:05:59 → 00:06:02เท้าให้สะอาดหรือใส่รองเท้าบูทเวลาจะลุย
00:06:02 → 00:06:04น้ำอะไรอย่างเงี้ยครับอย่าให้เท้าเรา
00:06:04 → 00:06:05เปียกชื้นถ้าเกิดเปียกก็ต้องรีบทำความ
00:06:05 → 00:06:07สะอาดเช็ดให้แห้งนะครับ
00:06:07 → 00:06:07>> ค่ะ
00:06:07 → 00:06:10>> แต่ถ้าเกิดสมมุติว่ามันมีอาการจริงๆทำยัง
00:06:10 → 00:06:13ไงดีครับก็ต้องไปตรวจหรืออาจจะต้องไปอ่า
00:06:13 → 00:06:16ร้านยานะครับซื้อยาพวกเ่อที่เป็นยาทา
00:06:16 → 00:06:19เชื้อรามาทานะครับแต่สำคัญต้องตรวจก่อนจะ
00:06:19 → 00:06:22ดีกว่าครับแต่ซื้อยาเองมันจะไม่ค่อยปลอด
00:06:22 → 00:06:23ภัยนะครับ
00:06:23 → 00:06:26>> แล้วก็ดูแลความสะอาดของฝ่าเท้าเช็ดเท้า
00:06:26 → 00:06:29แล้วก็หลีกเลี่ยงการแช่เท้านานๆในน้ำหรือ
00:06:29 → 00:06:31เดินลุยลุยน้ำนานๆอันนี้ก็ไม่ควรจะทำนะ
00:06:31 → 00:06:32ครับ
00:06:32 → 00:06:34>> แต่ถ้าเกิดจำเป็นก็ต้องใส่รองเท้าบูทนะ
00:06:34 → 00:06:36ครับอันนี้ก็คือเป็นโรคที่เจอบ่อยมากๆเลย
00:06:36 → 00:06:39ในช่วงที่มีน้ำท่วมนะครับ
00:06:39 → 00:06:40>> ค่ะเหมือนจะไล่ขึ้นมาจากข้างล่างขึ้นมา
00:06:40 → 00:06:43ข้างบนเลยนะคะอาจารย์ใช่ครับค่อยๆไล่ขึ้น
00:06:43 → 00:06:45มาดีกว่าเพราะว่ามันอยู่ใกล้ใกล้ชิดกับ
00:06:45 → 00:06:47น้ำมากที่สุดที่น้ำมันส้มหรือน้ำมันขังนะ
00:06:47 → 00:06:50ครับอันต่อมาคือพอเราเดินลุยทุ้งลุยเท้า
00:06:50 → 00:06:52เอ้ลุยน้ำอะไรเสร็จใช่มั้ครับเดินลุยนู่น
00:06:53 → 00:06:55นี่นั่นอาจจะเหนื่อยเหนื่อยเสร็จหิวถูก
00:06:55 → 00:06:57มั้ครับอ่าก็ไล่มากิน
00:06:57 → 00:06:59>> ทีนี้โรคต่อมาที่มันเจอในช่วงน้ำท่วมก็
00:06:59 → 00:07:01คือโรคอุจจารร่วงหรือโรคท้องร่วงครับ
00:07:02 → 00:07:04>> อันนี้ก็เจอบ่อยมากๆเลยนะครับ
00:07:04 → 00:07:06>> เนื่องจากอะไรครับเนื่องจากว่าในช่วงที่
00:07:06 → 00:07:09น้ำท่วมเองเนี่ยนะครับบางทีมันอาจจะพัดพา
00:07:09 → 00:07:12สิ่งสกปรกนะครับพวกขยะมูนฝอยหรืออแม้
00:07:12 → 00:07:14กระทั่งเรื่องของพวกมวลอุจจาระของสัตว์
00:07:14 → 00:07:17เลี้ยงหรือของของคนก็อาจจะเป็นไปได้ที่
00:07:17 → 00:07:20มันจะปนเปื้อนมาจากท่อถังเกลอะอะไรพวก
00:07:20 → 00:07:22เนี้ยครับซึ่งมันอาจจะโดนน้ำพัดพามาแล้ว
00:07:22 → 00:07:25ก็มาปนเปื้อนกับอาหารที่เรารับประทาน
00:07:25 → 00:07:27>> ซึ่งถ้าเกิดสมมุติว่าเรารับประทานอาหาร
00:07:27 → 00:07:30ที่มันมีการปนเปื้อนเชื้อโรคในช่วงที่มี
00:07:30 → 00:07:32น้ำท่วมมันก็มีข้อจำกัดเรื่องอาหารด้วย
00:07:32 → 00:07:34ถูกมั้ครับน้ำท่วมเองอาหารก็หายากอะไร
00:07:35 → 00:07:36อย่างเงี้ยนะครับ
00:07:36 → 00:07:38>> บางทีอาหารเองก็ไม่สะอาดไม่ได้ปรุงสุก
00:07:38 → 00:07:39อะไรอย่างเงี้ยนะครับ
00:07:39 → 00:07:41>> ถ้าเกิดเรารับประทานโดยที่อาหารมันปน
00:07:41 → 00:07:44เปื้อนหรือเราไม่มีการล้างมือถ้าเมื่อ
00:07:44 → 00:07:46ไหร่ที่เราไม่ได้กินร้อนไม่ได้ใช้ช้อน
00:07:46 → 00:07:49กลางไม่ได้ล้างมือแน่นอนครับโอกาสที่
00:07:49 → 00:07:51อาหารจะปนเปื้อนหรือมือเราที่จะปนเปื้อน
00:07:51 → 00:07:54เชื้อโรคแล้วนำไปสู่การที่จะกินเข้าไปใน
00:07:54 → 00:07:56ช่องท้องช่องอาหารทางเดินอาหารของเราเอง
00:07:56 → 00:07:58เนี่ยก็อาจจะมีความเสี่ยงสูง
00:07:58 → 00:07:58>> อื
00:07:58 → 00:08:01>> แล้วทำให้เกิดอาการติดเชื้อทางเดินอาหาร
00:08:01 → 00:08:03ก็จะเกิดอุจจาระร่วงท้องร่วงท้องเสียอะไร
00:08:03 → 00:08:04อย่างเงี้ยนะครับ
00:08:04 → 00:08:07>> หรือแม้กระทั่งช่วงน้ำท่วมครับกินอาหาร
00:08:07 → 00:08:08บูดอ
00:08:08 → 00:08:10>> ไม่ไม่มั่นใจว่าอาหารสุกใหม่มั้กินอาหาร
00:08:10 → 00:08:13บูดก็ทำให้เกิดท้องเสียท้องร่วงได้
00:08:13 → 00:08:16>> ดังนั้นนะครับวิธีการป้องกันที่ดีที่สุด
00:08:16 → 00:08:19>> กินร้อนชั้นกลางล้างมือและก็ที่สำคัญน้ำ
00:08:19 → 00:08:22ดื่มครับควรจะดื่มน้ำที่สะอาดอาจจะเป็น
00:08:22 → 00:08:24น้ำที่บรรจุขวดก็จะดีที่สุดนะครับถ้าเกิด
00:08:24 → 00:08:27มันจำเป็นจริงๆบางจังหวัดบางพื้นที่อาจจะ
00:08:27 → 00:08:30หาน้ำต้มสุกไม่ได้อาจจะหาน้ำขวดไม่ได้อาจ
00:08:30 → 00:08:32จะใช้น้ำเรานี่แหละครับแต่ต้มให้สุกสัก
00:08:32 → 00:08:34นิดนึงต้มอย่างน้อย 10 นาทีให้เดือดให้
00:08:34 → 00:08:36มันเย็นแล้วค่อยเอามาดื่มอะไรอย่างเงี้ย
00:08:36 → 00:08:38ก็จะทำให้เราปลอดภัยจากการปนเปื้อนเชื้อ
00:08:38 → 00:08:39โรคนะครับ
00:08:39 → 00:08:41>> ล้างมือด้วยสบสบู่ก่อนรับประทานอาหารทุก
00:08:41 → 00:08:44ครั้งนะครับแล้วก็ภาชนะที่ใส่อาหารเองก็
00:08:44 → 00:08:46ต้องสะอาดนะครับแล้วก็ที่สำคัญต้องล้าง
00:08:47 → 00:08:48ก่อนนำมาใช้ทุกครั้ง
00:08:48 → 00:08:50>> อย่าใช้ซ้ำนะครับ
00:08:50 → 00:08:52>> อ่ารักษาความสะอาดเรื่องของขยะมูลฝอย
00:08:52 → 00:08:54เพราะว่าถ้าเกิดช่วงที่น้ำท่วมมันจะมี
00:08:54 → 00:08:57แมลงเยอะมากครับทีนี้ถ้าเกิดเราจะจัดการ
00:08:57 → 00:09:00ขยะไม่ดีครับแมลงก็จะเป็นตัวที่ทำให้เกิด
00:09:00 → 00:09:03การแพร่เชื้อหรือแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ
00:09:03 → 00:09:04ต่างๆได้
00:09:04 → 00:09:07>> แล้วก็ห้ามถ่ายอุจจาระลงแม่น้ำลำคลองนะ
00:09:07 → 00:09:10ครับบางทีช่วงน้ำท่วมใช่มั้ครับส้วมเสิม
00:09:10 → 00:09:12ก็เข้าลำบากบางคนอาจจะมีการถ่ายอุจจาระลง
00:09:13 → 00:09:14แหล่งน้ำอะไรอย่างเงี้ยก็ไม่เหมาะนะครับ
00:09:14 → 00:09:18เพราะจะมันจะเป็นอ่าการแพร่เชื้อโรคในอ่า
00:09:18 → 00:09:20สิ่งแวดล้อมได้นะครับอ
00:09:20 → 00:09:23>> บางคนถ่ายท้องท้องเสียครับชอบไปซื้อยา
00:09:24 → 00:09:26หยุดถ่ายมาทานเองนี้ก็ไม่ถูกต้องนะครับ
00:09:26 → 00:09:28ไม่ควรจะซื้อยาพวกนี้มารับประทานแต่เรา
00:09:28 → 00:09:30สามารถดูแลตนเองเบื้องต้นได้อย่างเช่น
00:09:30 → 00:09:33ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพออาจจะหาผงเกลือและ
00:09:33 → 00:09:37ORS ผสมน้ำต้มเ่อที่มันน้ำสะอาดเนาะต้ม
00:09:37 → 00:09:40สุกเย็นแล้วหรือน้ำขวดก็ได้ครับแล้ว
00:09:40 → 00:09:42ในระหว่างที่ดูแลตนเองก่อนที่จะไปพบแพทย์
00:09:42 → 00:09:44เหลือก่อนที่จะมีอาการรุนแรงนะครับ
00:09:44 → 00:09:47>> อือคือแบบเป็นอะไรที่แบบว่าน่าเป็นห่วง
00:09:47 → 00:09:49มากเพราะว่าหลายๆสถานการณ์มันไม่เอื้อ
00:09:49 → 00:09:52อำนวยให้เราได้ดูแลสุขภาพดูสุขอนามัยเลย
00:09:52 → 00:09:55ค่ะอาจารย์อย่างเช่นอย่างที่ว่าเอ่อการ
00:09:55 → 00:09:57ขับถ่ายอย่างเงี้ยค่ะไม่รู้จะไปขับถ่าย
00:09:57 → 00:10:01ที่ไหนต้องหาถุงมาแล้วก็ขับถ่ายในถุงอะไร
00:10:01 → 00:10:03อย่างงี้มั้ยคะอาจารย์มันดูมันลำบาก
00:10:03 → 00:10:05>> ใช่ครับถ้าเกิดจริงๆแล้วตามหลักวิชาการ
00:10:05 → 00:10:07ถ้าเกิดมันจำเป็นครับถ้าเกิดสถานการณ์
00:10:07 → 00:10:09เป็นน้ำท่วมจริงๆแล้วก็ควรจะทำแบบนั้น
00:10:09 → 00:10:11จริงๆครับใส่ถุงดำไปแล้วก็เก็บทิ้งให้ถูก
00:10:11 → 00:10:13ต้องอะไรอย่างเงี้ยนะครับแต่ถ้าเกิด
00:10:13 → 00:10:15สถานการณ์อ่าเหตุการณ์น้ำท่วมที่มันรุน
00:10:15 → 00:10:17แรงมากบางพื้นที่ก็อาจจะมีศูนย์พักพิงที่
00:10:18 → 00:10:20เราเรียกว่าศูนย์อพยพหรือศูนย์ดูแลอย่าง
00:10:20 → 00:10:22เงี้ยครับเป็นศูนย์ที่เรารวมกันก็อาจจะมี
00:10:22 → 00:10:25นักวิชาการมีทางนักสาสุขอะไรพวกเนี้ยครับ
00:10:25 → 00:10:27นักวิพวกวิชาชีพต่างๆก็จะไปให้การช่วย
00:10:27 → 00:10:29เหลืออยู่แล้วครับโดยกระบวนการแต่ถ้าเกิด
00:10:29 → 00:10:31มันจำเป็นไม่ได้ท่วมหนักมากอะไรอยู่ที่
00:10:31 → 00:10:32บ้านเรา
00:10:32 → 00:10:35>> เป็นการดูแลเบื้องต้นยังพอได้ครับอือแล้ว
00:10:35 → 00:10:37ก็อันนี้ค่ะเรื่องอาหารย้อนไปนิดนึงค่ะ
00:10:37 → 00:10:40อาจารย์เพราะว่าเดี๋ยวนี้คือคนที่เข้าไป
00:10:40 → 00:10:42ช่วยเหลือในพื้นที่ต่างๆเนี่ยค่ะเดี๋ยว
00:10:42 → 00:10:44นี้เขาใส่ใจมากขึ้นนะอาจารย์เท่าที่ติด
00:10:44 → 00:10:45ตามข่าวค่ะ
00:10:45 → 00:10:47>> ใช่แล้วครับอาหารนี้สำคัญมากๆต้องสดใหม่
00:10:47 → 00:10:50ครับเพราะว่าบางทีถ้าเกิดเราทำกว่าจะไป
00:10:50 → 00:10:52ถึงผู้บริโภคหรือผู้ผู้ประสบภัยพวกเนี้ย
00:10:52 → 00:10:55ครับบางทีมันอาจจะเกิดการบุดเน่าหรือเกิด
00:10:55 → 00:10:58การที่มันมีเชื้อโรคปนเปื้อนแล้วก็ก็ไม่
00:10:58 → 00:10:59ควรนะครับ
00:10:59 → 00:11:02>> แต่จริงๆแล้วตามหลักการเราทุกบ้านทุกครัว
00:11:02 → 00:11:04เรือนนะครับอันนี้ผมคิดว่าควรจะมีการ
00:11:04 → 00:11:07เตรียมการในเบื้องต้นก่อนที่จะมีภาวะพวก
00:11:07 → 00:11:09น้ำท่วมหรืออะไรก็ตามแต่หลักการเบื้องต้น
00:11:09 → 00:11:11คือเราต้องเตรียมอุปกรณ์ต่างๆเพื่อใช้ใน
00:11:11 → 00:11:13การยังชีพอย่างน้อย 3 วันต้องเตรียมใส่
00:11:13 → 00:11:15กระเป๋าไว้ถ้าเกิดเหตุเหตุการณ์พวกเนี้ย
00:11:15 → 00:11:18ครับพร้อมใช้ได้เลยครับเช่นอาหารกระป๋อง
00:11:18 → 00:11:21อย่างเช่นข้าวกระป๋องผลอะไรพวกเนี้ยครับ
00:11:21 → 00:11:23ที่เป็นเพื่อการยังชีพสัก 3 วันเป็นอย่าง
00:11:23 → 00:11:25ต่ำถ้าเกิดมันเกิดเหตุการณ์อย่างเช่นน้ำ
00:11:25 → 00:11:29ท่วมน้ำอ่าพัดมาโดยไม่โดยที่เราเตรียมการ
00:11:29 → 00:11:30ไม่ทันอะไรอย่างเงี้ยครับอย่างน้อยแล้ว
00:11:30 → 00:11:32คว้ากระเป๋าใบนี้ได้
00:11:32 → 00:11:34>> ดำรงชีวิตได้อยู่ 3 วันเป็นอย่างน้อยก่อน
00:11:34 → 00:11:35ที่จะมีคนมาช่วยเหลือเรา
00:11:35 → 00:11:37>> อืแต่เตรียมไว้ก็ต้องดูด้วยนะคะว่าพอพอ
00:11:37 → 00:11:40ถึงสถานการณ์นั้นอ่ามันจะหมดอายุหรือยัง
00:11:40 → 00:11:42นะคะเดี๋ยวไม่
00:11:42 → 00:11:45>> เตรียมไว้สักพักนึงแล้วนานแล้วมาลืมดูวัน
00:11:45 → 00:11:48หมดอายุก่อนที่จะเอามารับประทานนะคะอัน
00:11:48 → 00:11:49นี้อันก็ระวังด้วยอ
00:11:49 → 00:11:51>> อใช่ค่ะต้องเป็นแบบอาหารที่พร้อมรับ
00:11:51 → 00:11:53ประทานนะครับไม่ใช่ต้องมาปรุงไม่ต้องอะไร
00:11:53 → 00:11:55อีกอ่ะหลายอย่างหลายขั้นตอนนี้ก็ไม่เหมาะ
00:11:55 → 00:11:56อันนี้คือในสถานการณ์ที่มันเป็นภาวะ
00:11:56 → 00:11:58ฉุกเฉินจริงๆนะครับ
00:11:58 → 00:12:00>> แต่ถ้าเกิดเป็นน้ำท่วมทั่วๆไปอาจจะไม่ถึง
00:12:00 → 00:12:01ขนาดนั้นก็ได้ครับ
00:12:01 → 00:12:05>> อออือฮึถ้าบ้านไหนที่เจอน้ำท่วมบ่อยๆเ้า
00:12:05 → 00:12:07น่าจะมีการเตรียมตัวในระดับนึงแล้วแหละ
00:12:07 → 00:12:09แต่อาจจะเพิ่มระดับในการเตรียมตัวมากยิ่ง
00:12:09 → 00:12:12ขึ้นด้วยก็ได้นะคะแล้วก็เป็นห่วงเรื่อง
00:12:12 → 00:12:14ของผู้สูงอายุด้วยค่ะอาจารย์ที่แบบหลาย
00:12:14 → 00:12:18ท่านมีความกังวลเรื่องของบ้านไม่อยากออก
00:12:18 → 00:12:22ไปไหนขออยู่ที่บ้านดีกว่าอะไรแบบเนี้ยไม่
00:12:22 → 00:12:22ค
00:12:22 → 00:12:24>> เป็นภาวะปกติเลยครับได้เจอบ่อยมากผู้สูง
00:12:24 → 00:12:28อายุคนที่อ่าติดบ้านอะไรไม่อยากจะทิ้ง
00:12:28 → 00:12:29ข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านไม่อยากจะทิ้ง
00:12:30 → 00:12:31ทรัพย์สินภายในครัวเรือนอะไรอย่างเงี้ย
00:12:31 → 00:12:33ไม่อยากออกไปไหนยอมยอมอยู่ที่นี่แหละอะไร
00:12:33 → 00:12:35อย่างเงี้ยจริงๆแล้วไม่ถูกต้องนะครับต้อง
00:12:35 → 00:12:37ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่นะครับ
00:12:37 → 00:12:40เวลาที่มันเกิดเหตุการณ์เราต้องเอาเรื่อง
00:12:40 → 00:12:42ของชีวิตของเราให้สำคัญกว่าเรื่องของ
00:12:42 → 00:12:44ทรัพย์สินเงินทองของนอกกาย
00:12:44 → 00:12:44>> ค่ะ
00:12:44 → 00:12:47>> ชีวิตเราสำคัญแล้วก็อะไรถ้าเกิดเราอยู่
00:12:47 → 00:12:49รอดปลอดภัยเรายังสามารถที่จะหาทรัพย์สิน
00:12:49 → 00:12:51ต่างๆกลับคืนมาได้
00:12:51 → 00:12:53>> แต่ถ้าเกิดเมื่อไหร่ชีวิตเราอยู่ไม่รอด
00:12:53 → 00:12:56แล้วครับอย่างอื่นก็จะไม่เหลือตามมาเช่น
00:12:56 → 00:12:58เดียวกันดังนั้นชีวิตสำคัญที่สุดต้อง
00:12:58 → 00:13:00เชื่อฟังคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อันนี้ต้อง
00:13:00 → 00:13:02ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเลยนะครับ
00:13:02 → 00:13:04>> ค่ะจะได้แบบว่าเวลามีเหตุการณ์ที่มัน
00:13:04 → 00:13:06ฉุกเฉินกว่าหรืออะไรเงี้ยการช่วยเหลือมัน
00:13:06 → 00:13:09จะได้สะดวกมากยิ่งขึ้นด้วยนะคะเพราะมีการ
00:13:09 → 00:13:11อพยพออกไปก่อนแล้วอ่ะนะคะอ
00:13:11 → 00:13:11>> อ่า
00:13:11 → 00:13:12>> ใช่ครับ
00:13:12 → 00:13:15>> ทีนี้มาอีกโรคนึงโอ้โหโรคนี้กังวลมากเลย
00:13:15 → 00:13:17ค่ะอาจารย์กับโรคฉี่หนูเนี่ย
00:13:17 → 00:13:19>> ใช่ครับโรคฉี่หนูเองเนี่ยก็เป็นหนึ่งใน
00:13:19 → 00:13:21โรคที่เป็นปัญหาสาสุขเวลาที่มันมี
00:13:21 → 00:13:24สถานการณ์ของน้ำท่วมหรือน้ำท่วมขังนะครับ
00:13:24 → 00:13:26เนื่องจากว่าตัวเชื้อโรคนะครับจริงๆแล้ว
00:13:26 → 00:13:28โรคนี้ไม่ได้อยู่ในในหนูอย่างเดียวนะครับ
00:13:28 → 00:13:30อาจจะอยู่ในสัตว์อื่นๆด้วย
00:13:30 → 00:13:32>> แต่ที่เราเจอบ่อยๆเราพบว่าในหนูเนี่ยเป็น
00:13:32 → 00:13:35พาหะนำโรคนะครับที่ทำให้เกิดโรคฉี่หนูได้
00:13:35 → 00:13:38มากนะครับแล้วก็ที่สำคัญเวลาที่อ่าชาวไร่
00:13:39 → 00:13:41ชาวนาหรือเกษตรกรเวลาทำไร่ทำนาพวกเนี้ย
00:13:41 → 00:13:42ครับ
00:13:42 → 00:13:44>> บางครั้งที่เราไม่ได้ใส่รองเท้าบูทไม่ได้
00:13:44 → 00:13:48มีการป้องกันหรือเวลาที่เราไปย่ำโคลนไป
00:13:48 → 00:13:50ลุยน้ำทำเกษตรกรรมพวกเนี้ยครับ
00:13:50 → 00:13:53>> มันอาจจะมีเชื้อโรคที่มันมากับฉี่หนูมัน
00:13:53 → 00:13:55ปนเปื้อนอยู่กับตัวสิ่งแวดล้อมหรือกับ
00:13:55 → 00:13:57พื้นดินอะไรอย่างเงี้ยนะครับกับพวกหญ้า
00:13:57 → 00:13:59พวกอะไรอย่างเงี้ยนะครับเวลาที่เราเดิน
00:13:59 → 00:14:01ลุยไปแล้วทีนี้เราเกิดบาดแผลครับ
00:14:01 → 00:14:02>> อ่า
00:14:02 → 00:14:04>> เชื้อโรคก็จะเข้าสู่ในช่องทางของบาดแผล
00:14:04 → 00:14:07ของร่างกายของเรานะครับพอโรคเข้าสู่บาด
00:14:07 → 00:14:09แผ่ปุ๊บก็ทำให้เกิดการติดเชื้อนะครับอ่า
00:14:09 → 00:14:11แล้วก็ที่สำคัญพอติดเชื้อปุ๊บก็ทำให้เกิด
00:14:11 → 00:14:13การเจ็บป่วยอ
00:14:13 → 00:14:15>> ซึ่งโดยส่วนใหญ่หน้าที่เจอบ่อยๆก็คือ
00:14:15 → 00:14:17ประมาณเดือนช่วงหน้าฝนนี่แหละครับเดือน
00:14:17 → 00:14:20ตุลาคมพฤศจิกายนกรกฎาคมสิงหาคมกันยายน
00:14:20 → 00:14:22ช่วงเนี้ยครับเป็นช่วงที่เจอโรคฉีหนูบ่อย
00:14:22 → 00:14:25มากนะครับแล้วก็เวลาที่เราเกิดสถานการณ์
00:14:25 → 00:14:28พวกเนี้ยครับต้องป้องกันตนเองนะครับอย่า
00:14:28 → 00:14:30ให้มีการติดเชื้อหรืออย่าให้เกิดแผลถลอก
00:14:30 → 00:14:33บริเวณผิวหนังนะครับต้องใส่รองเท้าบูทใน
00:14:33 → 00:14:35การเดินลุยน้ำหรือทำเกษตรกรรมดำนะครับ
00:14:35 → 00:14:36>> ค่ะ
00:14:36 → 00:14:38>> สังเกตตัวเองครับเวลาที่เราเอ้ยไม่แน่ใจ
00:14:38 → 00:14:41เราใช่โรคฉี่หนูหรือเปล่านะครับอ่าโรคนี้
00:14:41 → 00:14:43ก็จะมีอาการที่สำคัญก็คือมีอาการปวดศีรษะ
00:14:44 → 00:14:45ทันทีนะครับ
00:14:45 → 00:14:47>> ปวดบริเวณหน้าผากหรือบางรายก็อาจจะมี
00:14:47 → 00:14:50อาการที่แบบปวดขมับทั้ง 2 ข้างนะครับปวด
00:14:50 → 00:14:53เมื่อยกล้ามเนื้อโดยเฉพาะบริเวณขาน่องนะ
00:14:53 → 00:14:55ครับเวลาที่เราเอามือกดอย่างเงี้ยมันก็จะ
00:14:55 → 00:14:57ปวดมากหรือเจ็บมากนะครับ
00:14:57 → 00:14:59>> แล้วก็ร่วมกับมีอาการไข้สูงเพราะเป็นการ
00:14:59 → 00:15:00ติดเชื้อครับ
00:15:00 → 00:15:03>> ถ้าเกิดเรามีอาการต่างๆเหล่านี้ไข้นะครับ
00:15:03 → 00:15:05ปวดศีรษะปวดเมื่อยกล้ามเนื้อปวดบริเวณ
00:15:05 → 00:15:08น่องครับทั้ง 2 ข้างหรือข้างใดข้างหนึ่ง
00:15:08 → 00:15:10ก็ได้นะครับแล้วก็จะเจ็บมากเวลาที่เราคลำ
00:15:10 → 00:15:14หรือเรากดนะครับต้องรีบไปโรงพยาบาลไปพบ
00:15:14 → 00:15:15แพทย์นะครับ
00:15:15 → 00:15:17>> เพราะว่าบางทีต้องให้ยาฆ่าเชื้อครับโรค
00:15:17 → 00:15:20นี้ต้องต้องจัดการด้วยการใช้ยาฆ่าเชื้อนะ
00:15:20 → 00:15:22ครับจะอันตรายมากถ้าเกิดเราปล่อยทิ้งไว้อ
00:15:22 → 00:15:22ค่ะ
00:15:22 → 00:15:25>> ดังนั้นการป้องกันไม่ให้มีการติดเชื้อดี
00:15:25 → 00:15:26ที่สุดครับ
00:15:26 → 00:15:26>> ค่ะ
00:15:26 → 00:15:29>> ต้องไม่ลุยน้ำต้องไม่เ่อเค้าเรียกว่าอะไร
00:15:29 → 00:15:32นะไม่ให้เกิดบาดแผลต้องไม่ประมาทนะครับ
00:15:32 → 00:15:35สำคัญมากๆต้องใส่รองเท้าบูทนะครับเวลาทำ
00:15:35 → 00:15:36เกษตรกรรม่ะ
00:15:36 → 00:15:39>> อืคุณผู้ฟังบอกว่าโอ้โหถ้าอาจารย์จะบอก
00:15:39 → 00:15:42ว่าต้องไหม้ขนาดนี้มันไม่ได้มันเป็นวิถี
00:15:42 → 00:15:45ชีวิตมันเป็นอาชีพที่ต้องไปทำอ่ะแต่ก็
00:15:45 → 00:15:47ต้องระมัดระวังใช่มั้คะอาจารย์
00:15:47 → 00:15:49>> ครับผมอย่างที่ผมเรียนไปครับว่าบางทีถ้า
00:15:49 → 00:15:51เกิดสมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับแต่เราต้อง
00:15:51 → 00:15:54ดูแลตนเองได้ครับอย่างเช่นลุยเสร็จอ่ะ
00:15:54 → 00:15:56จำเป็นมันต้องลุยไม่มีรองเท้าใส่ไม่ถนัด
00:15:56 → 00:16:00ขึ้นจากเอ่อตัวโคลนมาต้องล้างเท้าล้างขา
00:16:00 → 00:16:02ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่อะไรอย่างเงี้ย
00:16:02 → 00:16:04ครับอันนี้สำคัญครับ
00:16:04 → 00:16:07>> ค่ะฉี่หนูไปแล้วค่ะน้ำท่วมนี่ก็จะเจอบ่อย
00:16:07 → 00:16:10ๆเหมือนกันกับโรคตาแดงใช่มั้คะอาจารย์
00:16:10 → 00:16:12>> ใช่แล้วครับ
00:16:12 → 00:16:14>> โรคตาแดงก็เป็นโรคยอดฮิตที่มาในฤดูฝนแล้ว
00:16:15 → 00:16:17ก็ช่วงที่มีน้ำท่วมขังด้วยครับเนื่องจาก
00:16:17 → 00:16:19ว่ามันมีเรื่องของเชื้อโรคนะครับทำให้
00:16:19 → 00:16:22เกิดเอ่อโรคตาแดงนะครับ
00:16:22 → 00:16:25>> อ่าโดยเฉพาะช่วงหน้าฝนนะครับมันจะมีมันจะ
00:16:25 → 00:16:27มีการปนเปื้อนของพวกเชื้อโรคมากๆเลยนะ
00:16:27 → 00:16:30ครับบางทีอ่าโรคนี้ทำให้เกิดอาการตาแดง
00:16:30 → 00:16:33ระคายเคืองตานะครับแล้วก็อาจจะมีน้ำตาไหล
00:16:33 → 00:16:35แล้วเวลาที่เราเอามือเวลาเราคันตาหรือเรา
00:16:35 → 00:16:37คายเคืองตาส่วนใหญ่คนปกติก็จะเอามือไป
00:16:37 → 00:16:39ขยี้ตาใช่มั้ยครับ
00:16:39 → 00:16:41>> ขยี้ตาเสร็จบางทีเราไม่ได้ล้างมือเราครับ
00:16:42 → 00:16:44ก็เอาเชื้อโรคครับในมือเราเนี่ยไปจับลูก
00:16:44 → 00:16:47บิดอะไรอย่างเงี้ยลูกบิดประตูหรือไปปน
00:16:47 → 00:16:50เปื้อนกับสิ่งวลอื่นๆพอคนอื่นมาสัมผัสไป
00:16:50 → 00:16:52ขยี้ตาเช่นเดียวกันก็จะเกิดการระบาดของ
00:16:52 → 00:16:56ลูกตาแดงซึ่งในโรงเรียนในอ่าเค้าเรียกว่า
00:16:56 → 00:16:59ในโรงงานหรือในสถานที่ที่มีคนเยอะๆอะไร
00:16:59 → 00:17:01อย่างเงี้ยครับก็จะเจอโรคพวกนี้ได้บ่อย
00:17:01 → 00:17:03แล้วก็อาจจะมีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว
00:17:03 → 00:17:06เร็วต้องระมัดระวังเลยนะครับในช่วงของฤดู
00:17:06 → 00:17:09ฝนหรือช่วงที่มีน้ำท่วมขังนะครับโรคนี้
00:17:09 → 00:17:11มันเกิดจากการสัมผัสเกิดจากการที่มันมี
00:17:11 → 00:17:13เชื้อโรคปนเปื้อนมากับมือแล้วเข้าสู่
00:17:13 → 00:17:16เยื่อบู่ตาของเราดังนั้นการล้างมือก็เช่น
00:17:16 → 00:17:19เดียวกันนะครับจะเห็นได้ว่าโรคในช่วงของ
00:17:19 → 00:17:22ฤดูฝนหรือช่วงที่มีการน้ำท่วมขังเนี่ยมัน
00:17:22 → 00:17:24จะเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อโรค
00:17:24 → 00:17:26แล้วก็โรคที่มันมาคือมาจากการสัมผัสเกิด
00:17:26 → 00:17:29มาจากการที่เราดูแลสุขภาพอนามัยส่วนตัว
00:17:29 → 00:17:31เราไม่ถูกต้องหรือไม่สะอาดพอ
00:17:31 → 00:17:31>> ค่ะ
00:17:31 → 00:17:34>> ดังนั้นการป้องกันคือการที่ทำให้ถูก
00:17:34 → 00:17:37ลักษณะล้างไม้ล้างมืออะไรอย่างเงี้ยนะ
00:17:37 → 00:17:39ครับโดยสบู่หรือน้ำเปล่าก็ยังดีนะครับอัน
00:17:39 → 00:17:41นี้คือสำคัญมากๆเลยนะครับ
00:17:41 → 00:17:45>> อ๋อคือไม่ไม่ต้องแบบว่าสบู่ก็ได้อ่ะแต่ก็
00:17:45 → 00:17:47ต้องล้างมือยังไงก็ต้องล้างมือไม่ว่าจะ
00:17:47 → 00:17:49อะไรก็แล้วแต่เออ
00:17:49 → 00:17:51>> ใช่ครับหรือแอลกอฮอล์เจลก็ยังสำคัญนะครับ
00:17:51 → 00:17:54ยังสามารถพกติดตัวได้ตลอดเวลาถึงแม้
00:17:54 → 00:17:57สถานการณ์ของตัวcคovิด-1ใช่มั้ครับมันอาจ
00:17:57 → 00:18:01จะดูซาลงแต่แอลกอฮอล์เจลนะครับยังใช้ได้
00:18:01 → 00:18:03ในกรณีที่จำเป็นไม่มีน้ำเปล่าหรือไม่มี
00:18:03 → 00:18:04สบู่นะครับ
00:18:04 → 00:18:04>> ค่ะ
00:18:04 → 00:18:07>> แล้วก็ไม่ไม่ขยี้ตานี่สำคัญมากในการป้อง
00:18:07 → 00:18:09กันตาแดงนะครับแล้วก็เวลาที่เราไปบางที
00:18:09 → 00:18:10น้ำท่วม
00:18:10 → 00:18:10>> อื
00:18:11 → 00:18:13>> เด็กๆชอบครับไปเล่นน้ำถ้าเกิดเราเห็นใน
00:18:13 → 00:18:17สื่อต่างๆหรือในในสถานการณ์ในชีวิตของเรา
00:18:17 → 00:18:19เองก็จะเห็นว่าเวลาน้ำท่วมหรืออะไรก็ตาม
00:18:19 → 00:18:21เด็กๆชอบไปเล่นน้ำคลอง
00:18:21 → 00:18:23>> เล่นน้ำอย่างสนุกสนานน้ำสกปรกที่อยู่ใน
00:18:23 → 00:18:26คลองนี่แหละครับเวลามันเข้าตาไม่มีการ
00:18:26 → 00:18:29ล้างตามันทำให้เกิดโรคตาแดงตามมาได้เกิด
00:18:29 → 00:18:32ตาอักเสบได้นะครับแล้วก็แมลงหวีแมลงวันใน
00:18:32 → 00:18:34ในช่วงเก็จะเยอะเป็นพิเศษครับมันก็จะมา
00:18:34 → 00:18:36ตอมหูตอมตาเรา
00:18:36 → 00:18:38>> แล้วก็ทำให้เกิดการติดเชื้อตามมาได้ครับ
00:18:38 → 00:18:42>> อค่ะแบบบางทีเข้าหูเข้าตานะคะเข้าปากอ่ะ
00:18:42 → 00:18:45ลืมน้ำไปโดยไม่ได้ตั้งใจเล่นเพลินหรือ
00:18:45 → 00:18:48อะไรแต่ว่าไม่ว่าสถานการณ์ไหนอาจารย์เห็น
00:18:48 → 00:18:51มั้คะในโซเชียลนี่คือคนไทยก็ยังสดใสเริง
00:18:51 → 00:18:55ร่าร่าเริงกับทุกสถานการณ์ได้เออบางคนอาจ
00:18:55 → 00:18:57จะแบบว่าอ่ะแต่คือมันเป็นการลดความเครียด
00:18:57 → 00:18:59ที่เกิดขึ้นน่ะเนาะอาจารย์บางทีแบบไม่รู้
00:18:59 → 00:19:01จะเครียดไปยังไงอ่ะเครียดไปแล้วแล้วยังไง
00:19:01 → 00:19:04ก็มันก็ไม่หายน้ำท่วมอ่ะมันก็ยังน้ำท่วม
00:19:04 → 00:19:05อยู่ดี
00:19:05 → 00:19:07>> เออก็ใช่ครับบางทีมันก็อาจจะเป็นกลวิธี
00:19:07 → 00:19:10หรือว่าเป็นวิธีการในการที่จะลดความ
00:19:10 → 00:19:12เครียดหรือลดความวิตกกังวลของเราได้นะ
00:19:12 → 00:19:15ครับบางครั้งมันก็อาจจะเป็นการ compensate
00:19:15 → 00:19:17ที่เราเรียกว่าการปรับตัวของมนุษย์เรา
00:19:17 → 00:19:19เช่นเดียวกันในสถานการณ์ที่ทุกข์ที่สุด
00:19:19 → 00:19:21เราก็ยังสามารถปรับตัวเราได้ถ้าเกิดเรา
00:19:21 → 00:19:23ปรับตัวได้เป็นอย่างดีก็ทำให้สุขภาพกาย
00:19:23 → 00:19:26สุขภาพใจเรามันดีไม่เกิดภาวะการเจ็บป่วย
00:19:26 → 00:19:28>> นะครับอันนี้ก็สำคัญใช่ค่ะแล้วถ้า
00:19:28 → 00:19:31สถานการณ์ดีขึ้นแล้วนะคะคุณยังไม่หายอ่า
00:19:31 → 00:19:33จากอาการต่างๆเหล่านี้ก็ไปพบแพทย์เนาะ
00:19:33 → 00:19:34อาจารย์
00:19:34 → 00:19:37>> เอ่อเพื่อตรวจดูว่ามีอะไรที่มันอาจจะแทรก
00:19:37 → 00:19:39ซ้อนหรือเปล่าหรือมีอะไรที่มากกว่าที่เรา
00:19:39 → 00:19:42แค่เอ่อเจ็บป่วยธรรมดาหรือเปล่าอะไรงี้
00:19:42 → 00:19:44ด้วยนะคะครับ
00:19:44 → 00:19:46>> ครับผมฝากอีกสัก 2 ประเด็นครับในเรื่อง
00:19:46 → 00:19:48ของสถานการณ์ของน้ำท่วมที่มันเจออีกก็คือ
00:19:48 → 00:19:51เรื่องของตัวอ่าแมลงสัตว์กัดต่อยครับโดย
00:19:51 → 00:19:54เฉพาะสัตว์มีพิษบางครั้งเนี่ยในหน้าฝน
00:19:54 → 00:19:57หรือณช่วงที่มีการที่มีน้ำท่วมขังอ่ะครับ
00:19:57 → 00:20:00พวกสัตว์พีทอย่างเช่นตะขาบแมลงป่องพวกงู
00:20:00 → 00:20:01พวกเนี้ยเนี่ยครับ
00:20:01 → 00:20:01>> ค่ะ
00:20:01 → 00:20:04>> มันจะชอบเข้าไปเค้าเรียกอะไรนะไปซ่อนหรือ
00:20:04 → 00:20:07ไปเข้าไปอยู่ในรองเท้าอยู่ในเสื้อผ้าของ
00:20:07 → 00:20:09เราเพราะมันก็หนาวมันอยากได้รับความอบ
00:20:09 → 00:20:11อุ่นหรือบางทีมันอาจจะหนีน้ำท่วมอะไร
00:20:11 → 00:20:11อย่างเงี้ยครับ
00:20:11 → 00:20:12>> ค่ะ
00:20:12 → 00:20:14>> เวลาจะใส่รองเท้าหรือจะออกไปข้างนอกก็
00:20:14 → 00:20:16ต้องระมัดระวังนะครับต้องดูแลเป็นพิเศษใน
00:20:16 → 00:20:19ช่วงหน้าฝนหรือช่วงที่มีน้ำท่วมขังครับ
00:20:19 → 00:20:21ต้องเคาะรองเท้านิดนึงหรือตรวจสอบให้
00:20:21 → 00:20:24เรียบร้อยก่อนว่ามีสัตว์มีพิษมันแอบอยู่
00:20:24 → 00:20:26ข้างในหรือเปล่านะครับมันอาจจะโดนกัดโดน
00:20:26 → 00:20:28ฉกได้อันนี้สำคัญมากๆเลย
00:20:28 → 00:20:28>> ค่ะ
00:20:28 → 00:20:31>> แต่ถ้าเกิดมันหลีกเลี่ยงไว้ได้โดนฉกครับ
00:20:31 → 00:20:34>> เวลาไปโรงพยาบาลก็จะพยายามจำชนิดงูนิดนึง
00:20:34 → 00:20:36ถ้าเกิดเป็นงูนะครับห้ามเอางูเป็นโรง
00:20:36 → 00:20:39พยาบาลนะครับถ่ายรูปไปก็ได้นะครับ
00:20:39 → 00:20:41>> จากจากประสบการณ์ที่เคยอยู่ห้องฉุกเฉิน
00:20:41 → 00:20:44ครับบางทีญาติคนไข้เอาใส่กระสอบมาครับงู
00:20:44 → 00:20:46เห่าทั้งตัวยังไม่ตายครับเอามาปล่อยที่
00:20:46 → 00:20:48ห้องฉุกเฉินทีนี้แหละครับห้องฉุกเฉินแตก
00:20:48 → 00:20:49เลยนะครับ
00:20:49 → 00:20:51>> ฉุกเฉินจริงๆตอนนี้
00:20:51 → 00:20:54>> ฉุกเฉินจริงๆนะครับถ่ายรูปมาก็ได้นะครับ
00:20:54 → 00:20:56ถ้าเกิดเราไม่มั่นใจว่าเป็นงูประเภทไหน
00:20:56 → 00:20:58หรือพวกตะคาพวกอะไรพวกนี้ก็ถ่ายรูปไปก็
00:20:59 → 00:21:01ได้หรือพยายามจำชนิดของสัตว์มีพิษที่เรา
00:21:01 → 00:21:05ที่เราถูกกัดหรือถูกฉกนะครับค่ะอุ๊ยขนลุก
00:21:05 → 00:21:09เลยค่ะอาจารย์พูดเรื่องพวกงู
00:21:09 → 00:21:12>> แล้วก็แล้วก็เรื่องของจมน้ำครับโดยเฉพาะ
00:21:12 → 00:21:14เด็กๆผู้ปกครองต้องระวังเป็นพิเศษเลยใน
00:21:14 → 00:21:16ช่วงหน้าฝนที่มีน้ำท่วมขังหรือมีน้ำไหล
00:21:16 → 00:21:20หลากนะครับไปเล่นน้ำสนุกสนานเฮฮาจมน้ำ
00:21:20 → 00:21:22ครับเพราะเด็กๆส่วนใหญ่เจะไม่มีทักษะใน
00:21:22 → 00:21:25การที่จะช่วยตัวเองนะครับถ้าเกิดเจอเด็ก
00:21:25 → 00:21:27จมน้ำการช่วยเหลือเบื้องต้นก็คือต้องช่วย
00:21:27 → 00:21:30ปฐมพยาบาลช่วยปั๊มหัวใจแล้วก็รีบนำส่งโรง
00:21:30 → 00:21:34พยาบาลเบอร์ฉุกเฉินผู้ชมผู้ฟังทุกท่านน่า
00:21:34 → 00:21:37จะจำได้นะครับเบอร์ 1669 ยังจำเป็นและ
00:21:37 → 00:21:40สำคัญต้องจำอยู่ตลอดเวลาเป็นเบอร์ฉุกเฉิน
00:21:40 → 00:21:42เราสามารถเรียกความช่วยเหลือจากอ่าหน่วย
00:21:42 → 00:21:44บริการทางการแพทย์ของประเทศเราที่เรามี
00:21:44 → 00:21:46หน่วยบริการตรงนี้อยู่นะครับในเรื่องของ
00:21:46 → 00:21:49การแพทย์ฉุกเฉินเบอร์ 1669 ครับ
00:21:49 → 00:21:52>> ค่ะพร้อมให้บริการนะคะแล้วมีอาการอะไรก็
00:21:52 → 00:21:54แจ้งเจ้าหน้าที่บอกไปเลยอาการเป็นอย่าง
00:21:54 → 00:21:57งี้อย่างงี้อย่างงี้นะคะจะได้แบบว่าเอ่อ
00:21:57 → 00:21:59จัดอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือเสริม
00:21:59 → 00:22:02เพิ่มเติมเข้ามาในรถแบบช่วยกันได้อย่าง
00:22:02 → 00:22:04ทันท่วงทีด้วยเพราะบางสถานการณ์ก็อาจจะ
00:22:04 → 00:22:06เป็นถึงแก่ชีวิตได้เหมือนกันนะคะ
00:22:06 → 00:22:08>> แล้วก็สุดท้ายถ้าเกิดสมมุติว่ามันหลีก
00:22:08 → 00:22:10เลี่ยงอะไรไม่ได้น้ำท่วมอะไรที่ว่าเมื่อ
00:22:10 → 00:22:12สักครู่ถ้าเกิดความเครียดก็อย่าลืมดูแล
00:22:12 → 00:22:14สุขภาพใจของเราด้วยนะครับอันนี้ก็ฝากเป็น
00:22:14 → 00:22:17ประเด็นสุดท้ายไว้ว่าสุขภาพใจก็สำคัญไม่
00:22:17 → 00:22:20ใช่มองแต่สุขภาพกายที่จัดการเรื่องโรคที่
00:22:20 → 00:22:22มากับน้ำท่วมนะครับแต่สุขภาพใจเราก็ยังมี
00:22:22 → 00:22:23ความสำคัญครับผม
00:22:23 → 00:22:26>> ค่ะก็ส่งกำลังใจให้กับทุกๆสถานการณ์ที่
00:22:26 → 00:22:28เกิดขึ้นนะคะบางอย่างก็เป็นภัยธรรมชาติ
00:22:29 → 00:22:31ที่เราก็ไม่สามารถที่จะกำหนดได้หรือจะไป
00:22:31 → 00:22:34เอ่อทำให้มันเบาลงได้นะคะเพราะมันคือ
00:22:34 → 00:22:36ธรรมชาตินั่นเองนะคะแต่เราสามารถที่จะ
00:22:36 → 00:22:39ป้องกันได้นะคะส่งกำลังใจให้ทุกๆท่านใน
00:22:39 → 00:22:41ทุกๆสถานการณ์เหมือนกันนะคะวันนี้ต้อง
00:22:41 → 00:22:43ขอบคุณอาจารย์เวหาค่ะที่มาร่วมพูดคุยใน
00:22:43 → 00:22:45รายการกับโรมหองเราในวันนี้ด้วยนะคะ
00:22:46 → 00:22:47ขอบคุณค่ะอาจารย์ขา
00:22:47 → 00:22:49>> ครับขอบคุณครับสวัสดีค่ะ
00:22:49 → 00:22:52>> สวัสดีค่ะอ่าคุณผู้ฟังคะคุยกันเพลินๆแป๊บ
00:22:52 → 00:22:54เดียวหมดเวลาแล้วนะคะเราจะกลับมาพบกัน
00:22:54 → 00:22:57ใหม่ครั้งหน้ากับรายการโรงหมอทางไทย PPS
00:22:58 → 00:23:01พcสค่ะวันนี้ลาไปก่อนนะคะสวัสดีค่ะ
00:23:01 → 00:23:04>> This is Thai PBS Podcast
00:23:04 → 00:23:06>> โรคลิ้นหัวใจคนวัยไหนมีความเสี่ยงเป็นมาก
00:23:06 → 00:23:08ที่สุดเด็กที่เกิดมาเป็นโรคนี้เป็นผลพวง
00:23:08 → 00:23:10มาจากอะไรได้บ้างผู้ช่วยศาสตราจารย์
00:23:11 → 00:23:14อรชุมานากรจากคณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัย
00:23:14 → 00:23:17มหิดลมาเล่าให้ฟังครับ
00:23:17 → 00:23:19>> คือโรคลิ้นหัวใจอ่ะค่ะลิ้นเนี่ยทำหน้าที่
00:23:19 → 00:23:23นะคะควบคุมการไหลของเลือดค่ะให้ไปในทิศ
00:23:23 → 00:23:26ทางเดียวทีนี้เมื่อไหร่ก็ตามที่ลิ้นหัวใจ
00:23:26 → 00:23:29อ่ะค่ะจะทำหน้าที่เปิดปิดหากมีความผิด
00:23:29 → 00:23:32ปกติเกิดขึ้นก็จะส่งผลต่อระบบไหลเวียน
00:23:32 → 00:23:35โลหิตซึ่งความผิดปกติของลิ้นหัวใจอ่ะค่ะ
00:23:35 → 00:23:37ก็จะมีทั้งลิ้นหัวใจตีบและลิ้นหัวใจรั่ว
00:23:37 → 00:23:40บางรายก็คือตีบก็ตีบเลยบางรายก็รั่วก็
00:23:40 → 00:23:43รั่วเลยแต่ก็อาจจะมีบางคนที่ลิ้นเดียวอ่ะ
00:23:43 → 00:23:46ค่ะสามารถตีบและรั่วได้ปกติอ่ะค่ะเลือด
00:23:46 → 00:23:49ใช่มั้คะก็จะเข้าห้องหัวใจเข้าสู่หัวใจ
00:23:49 → 00:23:52ซีกขวาแล้วหลังจากนั้นก็จะไปฟอกที่ปอดพอ
00:23:53 → 00:23:56ฟอกที่ปอดเสร็จก็จะเข้าสู่หัวใจซีกซ้าย
00:23:56 → 00:23:57แล้วก็ไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนต่างต่างของ
00:23:58 → 00:23:59ร่างกาย
00:23:59 → 00:24:02>> แต่ลิ้นหัวใจรั่วค่ะมันกลับเข้ามาซีกขวา
00:24:02 → 00:24:05เสร็จไปที่ปอดเสร็จพอมาซีกซ้ายอ้าพอซีก
00:24:05 → 00:24:08ซ้ายมันไม่ไประบบไหลเวียนทั้งหมดมันกลับ
00:24:08 → 00:24:10ไหลย้อนกลับไปที่ปอดได้อย่างเงี้ยค่ะถ้า
00:24:10 → 00:24:13ลิ้นหัวใจที่ข้างซ้ายมันผิดปกติหากปล่อย
00:24:13 → 00:24:16ทิ้งไว้เนี่ยมันก็เป็นสาเหตุทำให้กล้าม
00:24:16 → 00:24:19เนื้อหัวใจมันโตผิดปกติได้เหมือนกันค่ะ
00:24:19 → 00:24:21มันทำให้เลือดไม่ไหลไปทางเดียวใช่มั้ยคะ
00:24:21 → 00:24:24มีการไหลย้อนกลับอย่างเงี้ยพอไหลย้อนกลับ
00:24:24 → 00:24:27สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คืออาจจะมีบางส่วน
00:24:27 → 00:24:30ที่ทำให้เลือดน่ะค่ะไหลไปเลี้ยงส่วนต่างๆ
00:24:30 → 00:24:31ของร่างกายลดลง
00:24:31 → 00:24:32>> อ
00:24:32 → 00:24:35>> พอไหลไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายลดลงหัว
00:24:35 → 00:24:38ใจก็พยายามปรับตัวที่จะทำยังไงเพื่อที่จะ
00:24:38 → 00:24:40คงไว้ให้ปริมาณเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้
00:24:40 → 00:24:43เพียงพอก็จะมีการปรับตัวของเซลล์กล้าม
00:24:43 → 00:24:46เนื้อหัวใจอ่ะค่ะก็จะทำให้หัวใจห้องล่าง
00:24:46 → 00:24:49ซ้ายเนี่ยมันขยายขนาดโตขึ้นเพื่อที่เรา
00:24:49 → 00:24:52หวังว่ามันจะเพิ่มแรงในการบีบมันก็เลยจะ
00:24:52 → 00:24:55มีปัญหากล้ามเนื้อหัวใจโตได้หากมีความ
00:24:55 → 00:24:57เป็นปกติของลิ้นแล้วไม่ได้รับการรักษาใน
00:24:57 → 00:25:00เบื้องต้นน่ะค่ะถ้าจำแนกตามวัยเนี่ยวัย
00:25:00 → 00:25:03เด็กอาจจะเจอได้ในกรณีที่เป็นความผิดปกติ
00:25:03 → 00:25:06แตกกำเนิดเลยนะคะเขาอาจจะได้รับสารพิษ
00:25:06 → 00:25:09หรือสารเคมีบางอย่างที่ไปกระตุ้นทำให้
00:25:09 → 00:25:12เกิดความปกติเช่นคุณแม่ที่สูบบุหรี่มัน
00:25:12 → 00:25:14เหมือนมีปัจจัยหลายอย่างที่เข้ามาเกี่ยว
00:25:14 → 00:25:17ข้องไม่ใช่แค่ปัญหาทางยีนความผิดปกติ
00:25:17 → 00:25:19อย่างเดียวอ่ะค่ะไม่ได้หมายความว่าต้อง
00:25:19 → 00:25:22ส่งต่อลูกทุกคนนะคะอย่างข้อมูลทางการ
00:25:22 → 00:25:24แพทย์ตอนนี้ยังไม่ได้บอกว่าโรคลิ้นหัวใจ
00:25:24 → 00:25:27เป็นโรคทางพันธุกรรมที่ส่งต่อเป็นแบบไหน
00:25:27 → 00:25:30เพียงแต่ว่าเราสวดพบว่ามันอาจจะมียีนความ
00:25:30 → 00:25:33ผกบางตัวแต่ที่สำคัญก็คือปัจจัยทางด้าน
00:25:33 → 00:25:35สิ่งแวดล้อมดังนั้นถ้าเราแนะนำคุณแม่ให้
00:25:35 → 00:25:38หลีกเลี่ยงปัจจัยนี้หรือการเตรียมตัวใน
00:25:38 → 00:25:41คณะตั้งครรภ์อย่างดีก็อาจจะไม่เกิดเลยค่ะ
00:25:41 → 00:25:44ทีนี้แต่พอในวัยผู้สูงอายุหรือผู้ใหญ่อ่ะ
00:25:44 → 00:25:47ค่ะมันจะเกิดเมื่ออายุอ่าเริ่มมีอายุ
00:25:47 → 00:25:49เพิ่มมากขึ้นเรียกว่าสาเหตุที่เกิดเนี่ย
00:25:49 → 00:25:52คือเกิดตามหลังอย่างเช่นคนไข้มีการติด
00:25:52 → 00:25:56เชื้อในช่องคอแล้วมันทำให้เชื้อเนี่ยไปทำ
00:25:56 → 00:25:59ความผิดปกติที่ลิ้นหัวใจตามมาได้ซึ่งระยะ
00:25:59 → 00:26:01เวลามันไม่ได้เกิดทันทีทันใดอ่ะค่ะก็จะ
00:26:01 → 00:26:04ใช้ระยะเวลาประมาณ 10-20 ปีอย่างเงี้ยถึง
00:26:04 → 00:26:08จะปรากฏอาการของลิ้นหัวใจที่มีปัญหาได้
00:26:08 → 00:26:11อาการโดยส่วนใหญ่อ่ะถ้าจะให้ตรวจน่ะค่ะ
00:26:11 → 00:26:13เริ่มแรกถ้าคนไข้ความผิดปกติของลิ้นไม่
00:26:13 → 00:26:17รุนแรงมากคนไข้แทบไม่มีอาการเลยค่ะ
00:26:17 → 00:26:19[เพลง]
00:26:19 → 00:26:23>> This is Thai PBS Podcast
00:26:23 → 00:26:27ติดตามรายการของ thaps Podcast ได้ทาง
00:26:27 → 00:26:28เว็บไซต์ www.thaipspodcast.com
00:26:28 → 00:26:31thapodcast.com
00:26:31 → 00:26:35แอปพลิเคช Thai Podcast รวมถึงฟังผ่าน
00:26:35 → 00:26:39podcast ช่องทางอื่นๆ Spotify YouTube
00:26:39 → 00:26:42Apple Podcast และ Soundcloud เ้า
00:26:42 → 00:26:45[เพลง]