00:00:01 → 00:00:04รู้จักโรคกลัวเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าหนึ่งใน
00:00:04 → 00:00:06กลุ่มโรคโฟเบีย
00:00:06 → 00:00:11โรคกลัวเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่ารักษาได้ด้วย
00:00:11 → 00:00:12จิต
00:00:12 → 00:00:17บำบัดเคล็ดลับวิธีรับมือปัญหาผิวในหน้าฝน
00:00:17 → 00:00:21ติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ในรายการ TNN
00:00:21 → 00:00:22Health วัน
00:00:22 → 00:00:27[เพลง]
00:00:27 → 00:00:30นี้สวัสดีค่ะขอต้อนรับเข้าสู่รายการ TNN
00:00:31 → 00:00:33Health เข้าถึงทุกสาระสุขภาพเสริมภูมิ
00:00:33 → 00:00:37คุ้มกันรู้ทันโรคไปกับ TNN Health ค่ะ
00:00:37 → 00:00:40และดิฉันหมอดาวแพทย์หญิงฉัตดาวจังวังกร
00:00:40 → 00:00:43แพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ครอบครัวพร้อม
00:00:43 → 00:00:46ที่จะรับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการพาคุณ
00:00:46 → 00:00:53ผู้ชมมาเข้าถึงสาระสุขภาพดีๆกันค่ะ
00:00:53 → 00:01:00[เพลง]
00:01:00 → 00:01:03และในสัปดาห์นี้นะคะเราจะมาพูดถึงโรคๆ
00:01:03 → 00:01:07หนึ่งค่ะที่มาพร้อมกับหน้าฝนนั่นก็คือโรค
00:01:07 → 00:01:10กลัวเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าค่ะใครคะที่มี
00:01:10 → 00:01:13อาการตอนที่ฟ้ากำลังร้องฟ้ากำลังผ่าหรือ
00:01:13 → 00:01:16แม้กระทั่งฝนกำลังจะตกแล้วเรารู้สึกใจ
00:01:16 → 00:01:19สั่นรู้สึกหวิวๆคุณอาจจะเข้าข่ายเป็นโรค
00:01:19 → 00:01:23นี้ได้ไปฟังโรคนี้พร้อมๆกันค่ะโรคกลัว
00:01:23 → 00:01:27เสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าหรือ asra phobia คือ
00:01:27 → 00:01:29ความรู้สึกกลัวที่เกิดขึ้นขณะได้ยินเสียง
00:01:29 → 00:01:32ฟ้าร้องเป็นความรู้สึกกลัวที่เกิดขึ้นโดย
00:01:32 → 00:01:36ไม่มีเหตุผลผู้ป่วยจะรู้สึกวิตกกังวลทั้ง
00:01:36 → 00:01:39ๆที่รู้ว่าสิ่งนั้นไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่
00:01:39 → 00:01:42คิดแต่ไม่สามารถหยุดความรู้สึกกลัวที่
00:01:42 → 00:01:45เกิดขึ้นได้อีกอาการที่มีเฉพาะคนที่เป็น
00:01:45 → 00:01:49โรคนี้ก็คือจะยึดติดกับการพยากรณ์อากาศจะ
00:01:49 → 00:01:52มากี่ทุ่มกี่ช่องต้องดูและจะออกจากบ้าน
00:01:52 → 00:01:56ไม่ได้ถ้ายังไม่ได้ตรวจสอบสภาพอากาศรบ
00:01:56 → 00:01:59กลัวเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าจะมีอาการบางอย่าง
00:01:59 → 00:02:02คล้ายเบียหรือโรคกลัวชนิดอื่นๆคือเมื่อ
00:02:02 → 00:02:06เกิดความกลัวจะเหงื่อออกตัวสั่นร้องไห้พอ
00:02:06 → 00:02:09ฝนตกพายุมาเมื่อไหร่ก็เริ่มแสดงอาการกลัว
00:02:09 → 00:02:13ออกมาแทบจะทันทีคนกลุ่มนี้ไม่กลัวฟ้าแลบ
00:02:13 → 00:02:17กลัวเฉพาะฟ้าร้องและฟ้าผ่าแต่ฟ้าแลบจะไป
00:02:17 → 00:02:20เป็นตัวกระตุ้นให้คนรู้สึกกลัวมากขึ้น
00:02:20 → 00:02:23เมื่อเห็นฟ้าแลบผู้ป่วยจะรู้เลยว่าต้องมี
00:02:23 → 00:02:25ฟ้าร้องตามมาแน่
00:02:25 → 00:02:29ๆโรคกลัวเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าน่ะนะคะก็นับ
00:02:29 → 00:02:32ว่าเป็นโรคในตระกูลพวกโรคโฟเบียค่ะซึ่ง
00:02:32 → 00:02:35โรคโฟเบียหรือภาวะที่มีความกลัวเฉพาะ
00:02:35 → 00:02:39เนี่ยนะคะเขามีอะไรบ้างไปดูกันค่ะกลัว
00:02:39 → 00:02:43สัตว์เช่นสุนัขแมวนกแมลงต่างๆกลัวในบาง
00:02:43 → 00:02:47สถานการณ์เช่นที่แคบที่สูงโดยเฉพาะเมื่อ
00:02:47 → 00:02:51ขึ้นยานพาหนะเช่นเครื่องบินหรือเรือดำน้ำ
00:02:51 → 00:02:54กลัวภัยธรรมชาติเช่นฟ้าร้องฟ้าผ่าแผ่นดิน
00:02:54 → 00:02:58ไหวกลัวการพบเห็นเลือดเช่นเกิดอุบัติเหตุ
00:02:58 → 00:03:02เลือดออกการชียาการเจาะเลือดให้เลือดกลัว
00:03:02 → 00:03:05สิ่งอื่นๆนอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้วเช่น
00:03:05 → 00:03:08สิ่งของต่างๆกลัวเสียงดังและอาการกลัวแบบ
00:03:08 → 00:03:10ไหนถึงจะเข้าไข่โรค
00:03:10 → 00:03:15กลัวอาการกลัวของโรคกลัวจะต้องมีความกลัว
00:03:15 → 00:03:18ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานส่วนมากจะมี
00:03:18 → 00:03:21อาการทั้งร่างกายและจิตใจทำให้การใช้
00:03:21 → 00:03:25ชีวิตประจำวันลำบากเช่นต้องหลีกเลี่ยงบาง
00:03:25 → 00:03:28สถานที่ไม่สามารถเดินทางโดยยานพาหนะบาง
00:03:28 → 00:03:31ประเภทหรือถ้าไปก็อาจมีความเครียดกังวล
00:03:31 → 00:03:34อย่างมากผู้ป่วยจะเกิดอาการผิดปกติขึ้น
00:03:34 → 00:03:37อย่างกระทันหันเมื่อพบกับสิ่งที่กลัวดัน
00:03:37 → 00:03:40นี้กล้ามเนื้อตึงตัวรู้สึกชาวูขึ้นมาทั้ง
00:03:41 → 00:03:45ตัวปวดศีรษะใจสั่นหายใจไม่ทันหายใจไม่
00:03:45 → 00:03:48ทั่วท้องมือสั่นปากสั่นเหงื่อออกอาจมี
00:03:48 → 00:03:51อาการรู้สึกวิงเวียนและหมดสติสำหรับการ
00:03:51 → 00:03:54วินิจฉัยโรคกลัวโดยทั่วไปแพย์สามารถ
00:03:54 → 00:03:57วินิจฉัยโรคกลัวได้จากการซักประวัติและ
00:03:58 → 00:04:01พูดคุยกับผู้ป่วยซึ่งจำอย่างยิ่งที่ผู้
00:04:01 → 00:04:03ป่วยจะต้องเล่าอาการต่างๆให้แพทย์ฟังให้
00:04:03 → 00:04:06มากที่สุดและตอบคำถามที่แพทย์ถามเพิ่ม
00:04:06 → 00:04:09เติมอย่างละเอียดและตรงไปตรงมาเพื่อการ
00:04:09 → 00:04:13วินิจฉัยที่ถูกต้องทั้งนี้ผู้ป่วยโรคกลัว
00:04:13 → 00:04:15จะกลัวบางสิ่งบางอย่างอย่างรุนแรงไม่สม
00:04:15 → 00:04:18เหตุสมผลโดยที่ผู้ป่วยรู้ตัวดีว่าไม่
00:04:19 → 00:04:21จำเป็นจะต้องกลัวขนาดนั้นแต่ควบคุมตัวเอง
00:04:21 → 00:04:24ไม่ได้เมื่อพบเจอสิ่งที่กลัวก็จะมีอาการ
00:04:24 → 00:04:27ดังกล่าวข้างต้นจนก่อให้เกิดความทุกข์
00:04:27 → 00:04:31ทรมานรบกวนการใชชีวิตประจำวันและอาจส่งผล
00:04:31 → 00:04:35ให้คิดทำในสิ่งที่ไม่ดีเช่นพยายามทำร้าย
00:04:35 → 00:04:38ตัวเองโดยอาการเหล่านี้เกิดขึ้นติดต่อกัน
00:04:38 → 00:04:40มาอย่างน้อย 1
00:04:40 → 00:04:44เดือนปัจจัยและสาเหตุที่ทำให้เป็นโรคกลัว
00:04:44 → 00:04:48ฟ้าร้องฟ้าผ่ามีดังต่อไปนี้ค่ะปัจจัย
00:04:48 → 00:04:51เสี่ยงที่ทำให้กลัวเสียงฟ้าร้องอาจเกิด
00:04:51 → 00:04:54จากความทรงจำที่ไม่ดีในวัยเด็กเช่นความ
00:04:54 → 00:04:57รู้สึกกลัวเสียงฟ้าร้องในวัยเด็กอาจส่งผล
00:04:57 → 00:05:00กระทบให้คุณรู้สึกกลัวจนถึงปัจุ
00:05:00 → 00:05:04ความผิดปกทางสองเกิดจความผิดปกติของสมอง
00:05:04 → 00:05:07ที่เรียกว่ากลุ่มอิติผู้ป่วยมักมีปัญหา
00:05:07 → 00:05:10ทางประสาทสัมผัสร่วมด้วยและมีความไวต่อ
00:05:10 → 00:05:13การสัมผัสบางอย่างเช่นความไวต่อการได้ยิน
00:05:13 → 00:05:17เสียงการได้รับอุบัติเหตุการได้รับบาด
00:05:17 → 00:05:20เจ็บหรือประสบอุบัติเหตุจากสภาพอากาหรือ
00:05:20 → 00:05:23ได้รับประสบการณ์ที่เจ็บปวดจากสภาพอากาศ
00:05:23 → 00:05:27ที่รุนแรงจนส่งผลให้คุณรู้สึกหวาดกลัวไม่
00:05:27 → 00:05:30คิดว่าต้องเผิญกับสถานการณ์นั้นอีก
00:05:30 → 00:05:33โดยเรานะคะคุณผู้ชมสามารถที่จะตรวจตัวเอง
00:05:33 → 00:05:37ว่าเรามีโรคกลัวเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าหรือ
00:05:37 → 00:05:41เปล่าด้วยวิธีการดังนี้ค่ะอาการกลัวเสียง
00:05:41 → 00:05:44ฟ้าร้องนั้นเกิดขึ้นได้เพราะเราทุกคนมัก
00:05:44 → 00:05:47ตกใจหรือกลัวเสียงฟ้าร้องกลัวที่จะถูกฟ้า
00:05:47 → 00:05:50ผ่ากันอยู่แล้วแต่สำหรับคนที่เป็นโรคกลัว
00:05:50 → 00:05:53เสียงฟ้าร้องฟ้าผ่านั้นจะอาการมากกว่าคน
00:05:53 → 00:05:56ทั่วไปเช่นเกิดอาการสั่นกลัวมีอาการเจ็บ
00:05:56 → 00:06:00หน้าอกหายใจติดขัดฝ่ามือมีเหงื่อออกรู้
00:06:00 → 00:06:03สึกตัวชาหัวใจเต้นไวร้องไห้ไม่สามารถควบ
00:06:03 → 00:06:06คุมตัวเองได้รู้สึกต้องหลบซ่อนตัวขณะมี
00:06:06 → 00:06:08เสียงฟ้า
00:06:08 → 00:06:12ร้องได้รู้จักโรคกลัวเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่า
00:06:12 → 00:06:14กันในเบื้องต้นแล้วนะคะและในช่วงนี้นะคะ
00:06:14 → 00:06:17คุณผู้ชมเราจะไปคุยกับอาจารย์จิตแพทย์ผู้
00:06:17 → 00:06:20เชี่ยวชาญในเรื่องของโรคการกลัวเสียงฟ้า
00:06:20 → 00:06:23ร้องฟ้าผ่า
00:06:23 → 00:06:27ค่ะสวัสดีค่ะอาจารย์ขอเริ่มที่คำถามแรก
00:06:27 → 00:06:29เลยนะคะ
00:06:29 → 00:06:35[เพลง]
00:06:35 → 00:06:40โรคกลัวเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าคืออะไรคะโรค
00:06:40 → 00:06:44กลัวเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าคือเวลาที่เราได้
00:06:44 → 00:06:47ยินหรือได้สัมผัสเห็นเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่า
00:06:47 → 00:06:51เงี้ยค่ะจเริ่มมีอาการกลัวตกใจบางคนถึง
00:06:51 → 00:06:54ขั้นว่ามีอาการใจสั่นหน้ามืดหายใจไม่อิ่ม
00:06:54 → 00:06:57รู้สึกมือเท้าชาจนต้องพยายามที่จะหลีก
00:06:57 → 00:07:00เลี่ยงสถานการณ์ที่ต้องเจอฟ้าร้องฟฟ้าผ่า
00:07:00 → 00:07:04อาจารย์คะแล้วโรคกลัวเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่า
00:07:04 → 00:07:07นั้นมีสาเหตุเกิดจากอะไรได้บ้างคะสาเหตุ
00:07:07 → 00:07:10หลักๆเนี่ยน่าจะเป็นเรื่องของประสบการณ์
00:07:10 → 00:07:13ค่ะตอนเด็กๆอาจจะเคยมีประสบการณ์ที่ต้อง
00:07:13 → 00:07:17เจอฟ้าร้องฟ้าผ่าบวกกับว่ามีความกลัวหรือ
00:07:17 → 00:07:19รู้สึกว่าตอนนั้นไม่สามารถมีใครมาช่วย
00:07:19 → 00:07:21เหลือหรือแม้กระทั่งมันอาจจะไปพ่วงกับ
00:07:21 → 00:07:23สถานการณ์บางอย่างที่เคยเป็นเหตุการณ์
00:07:23 → 00:07:26สะเทือนขวัญในวัยเด็กอย่างที่ 2 คืออาจจะ
00:07:26 → 00:07:29เป็นเรื่องของพันธุกรรมค่ะที่ในบ้าน
00:07:29 → 00:07:31เนี่ยยอาจจะมีคนที่เป็นคนขี้กลัวขี้กังวล
00:07:31 → 00:07:34ได้ง่ายการเจอเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าเนี่ยก็
00:07:34 → 00:07:36ยังกระตุ้นความกังวลหรือทำให้เกิดความ
00:07:36 → 00:07:38กลัวโรคกลัวเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าได้เหมือน
00:07:39 → 00:07:42กันค่ะใครคือกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรคกลัว
00:07:42 → 00:07:46เสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าได้คะกลุ่มเสี่ยงเนี่ย
00:07:46 → 00:07:48เจอได้ทุกเพชรทุกวัยเลยค่ะแต่ส่วนมากๆ
00:07:49 → 00:07:51เนี่ยจะเจอในกลุ่มเด็กเพราะว่าตัวเด็กเอง
00:07:51 → 00:07:53เนี่ยเขาจะยังไม่ค่อยรู้จักสภาพแวดล้อม
00:07:53 → 00:07:56สิ่งแวดล้อมได้ดีเท่าผู้ใหญ่มากนักยังไม่
00:07:56 → 00:07:58เข้าใจกลไกการเกิดหรือว่าตามวิทยาศาสตร์
00:07:58 → 00:08:01ที่มันเกิดขึ้นในสิ่งที่เราไม่รู้อ่ะค่ะ
00:08:01 → 00:08:04ก็จะยิ่งส่งผลให้เรารู้สึกกลัวหรือกังวล
00:08:04 → 00:08:07กับมันได้มากขึ้นค่ะในเด็กอ่ะค่ะเขาอาจจะ
00:08:07 → 00:08:09เริ่มจากมีความกลัวเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่ามา
00:08:09 → 00:08:12ก่อนทีนี้เขาก็ไม่รู้ว่าจะจัดการตัวเอง
00:08:12 → 00:08:15ยังไงบวกกับว่ามีอาการทางกายเกิดขึ้นด้วย
00:08:15 → 00:08:19พอเขาโตขึ้นเหมือนสมองเนี่ยก็มีการจดจำ
00:08:19 → 00:08:22ความกลัวที่เกิดขึ้นทำให้ความกลัวนี้ยัง
00:08:22 → 00:08:25ควงติดตัวมาจนถึงไว้ที่เป็นผู้ใหญ่ได้ค่ะ
00:08:25 → 00:08:28อาการของโรคกลัวเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าเป็น
00:08:28 → 00:08:31อย่างไรคะอาการที่เกิดขึ้นน่ะค่ะเวลามี
00:08:31 → 00:08:35เสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าหรือแม้กระทั่งว่าเรา
00:08:35 → 00:08:38คาดการณ์ว่าจะมีเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าเกิด
00:08:38 → 00:08:41ขึ้นใกล้ๆเราเราจะเริ่มมีอาการหน้ามืด
00:08:41 → 00:08:45วิงเวียนหายใจไม่อิ่มใจสั่นรู้สึกเหมือน
00:08:45 → 00:08:48คลื่นไส้รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะเป็น
00:08:48 → 00:08:52บ้าหรือกำลังจะตายมือเท้าชารู้สึกว่าตัว
00:08:52 → 00:08:54เองเนี่ยไม่สามารถ handle คือจัดการกับ
00:08:54 → 00:08:57อารมณ์หรืออาการทางกายที่เกิดขึ้นได้
00:08:57 → 00:08:59เริ่มมีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงที่จะไปเจอ
00:08:59 → 00:09:01สถานการณ์นั้นๆหรือหลีกเลี่ยงกันอยู่คน
00:09:01 → 00:09:05เดียวค่ะแล้วกลัวเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าเนี่ย
00:09:05 → 00:09:09กับการที่เป็นโรคกลัวเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่า
00:09:09 → 00:09:14ต่างกันอย่างไรคะการกลัวเฉยๆกับโรคกลัว
00:09:14 → 00:09:16เสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าเนี่ยจะแตกต่างกันตรง
00:09:16 → 00:09:20ที่ว่าการกลัวเฉยๆเนี่ยเวลาได้ยินเสียง
00:09:20 → 00:09:23ฟ้าร้องฟ้าผ่าเราตกใจได้เฮ้ยเราไม่ชอบใน
00:09:23 → 00:09:26สิ่งเนี้ยเกิดขึ้นได้แต่ถ้าเป็นโรคกลัว
00:09:26 → 00:09:29อย่างเงี้ยค่ะมันจะเริ่มมีอาการทางกายที่
00:09:29 → 00:09:32มันมากเกินกว่าสิ่งที่เราคิดไว้หรือคน
00:09:32 → 00:09:35ปกติเป็นออย่างที่เราแจ้งไปในอาการเบื้อง
00:09:35 → 00:09:38ต้นและมีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงที่จะต้องได้
00:09:38 → 00:09:41พบเจอสิ่งเหล่านั้นค่ะโรคกลัวเนี่ยค่ะมัน
00:09:41 → 00:09:44ก็จะสามารถแบ่งได้หลายๆอย่างอ่ะบางคนกลัว
00:09:44 → 00:09:47ความสูงกลัวที่แคบกลัวสัตว์เลื้อยคลาน
00:09:47 → 00:09:50กลัวรูอย่างเงี้ยค่ะการกลัวเสียงฟ้าร้อง
00:09:50 → 00:09:54ฟ้าผ่าเนี่ยก็เป็นหนึ่งในความกลัวที่เกิด
00:09:54 → 00:09:58ขึ้นมัน specific คือมันจำเพาะเจาะจงค่ะ
00:09:58 → 00:10:01โรคกลัวเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่ามีวิธีการ
00:10:01 → 00:10:05วินิจฉัยได้อย่างไรคะจะวินิจฉัยได้ก็ต่อ
00:10:05 → 00:10:09เมื่ออาการที่เกิดขึ้นเนี้ยรบกวนชีวิต
00:10:09 → 00:10:12ประจำวันอ่าอย่างเช่นช่วงนี้หน้าฝนเริ่ม
00:10:12 → 00:10:16มีเพื่อนชวนไปทานข้าวข้างนอกเรารู้สึกเลย
00:10:16 → 00:10:19ว่าฝนจะต้องตกจะต้องมี้องฟ้าคำฟ้าคำราม
00:10:19 → 00:10:23ฟ้าร้องฟ้าผ่าเกิดขึ้นเราถึงขั้นปฏิเสธ
00:10:23 → 00:10:26เพื่อนเพราะเรื่องนี้หรือว่าเราไม่สามารถ
00:10:26 → 00:10:30ไปทำงานได้ในช่วงฝนตกอย่างเงี้ยค่ะก็รู้
00:10:30 → 00:10:33สึกเลยว่ายังไงก็คือวินิจฉัยแล้วก็ควรจะ
00:10:33 → 00:10:36ต้องมารับการรักษาค่ะแล้วจะมีการรับมือ
00:10:36 → 00:10:39กับโรคกลัวเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าในหน้าฝนนี้
00:10:40 → 00:10:42ได้อย่างไรคะอาจารย์การกลัวเสียงฟ้าร้อง
00:10:42 → 00:10:46ฟ้าผ่าค่ะสิ่งสำคัญคือการเรียนรู้ที่จะ
00:10:46 → 00:10:48อยู่กับมันให้ได้ฟ้าร้องฟ้าผ่าเนี่ยเป็น
00:10:48 → 00:10:51สิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติถ้าเราจะรับ
00:10:51 → 00:10:55มือกับมันให้ได้เราควรจะค่อยๆอยู่กับมัน
00:10:55 → 00:10:58อ่ะอาจจะเริ่มจากการทนเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่า
00:10:58 → 00:11:01แต่ว่ามีคนอยู่ด้วย 2 คืออาจจะเป็น
00:11:01 → 00:11:03สถานการณ์ที่เริ่มอยู่คนเดียวมากขึ้นแต่
00:11:03 → 00:11:06สามารถขอความช่วยเหลือได้หรือแม้สุดท้าย
00:11:06 → 00:11:08แล้วเนี่ยเราก็จะทนและอยู่กับเสียงฟ้า
00:11:08 → 00:11:11ร้องฟ้าผ่าได้มากขึ้นคือเป็นลักษณะการ
00:11:11 → 00:11:15รักษาโดยการใช้เทคนิคของ cbt ในเชิงของ
00:11:15 → 00:11:18จิตบำบัดนะคะหรือว่าการที่ให้เราเนี่ยได้
00:11:18 → 00:11:21ลองสัมผัสหรือได้รับประสบการณ์กับสิ่ง
00:11:21 → 00:11:23เหล่านั้นซ้ำๆเพื่อให้ความกลัวเน้อยลง
00:11:23 → 00:11:26ระหว่างทางที่เราได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้
00:11:26 → 00:11:28ค่ะก็จะมีการฝึกหายใจหรือฝึกให้ตัวเอง
00:11:28 → 00:11:29ผ่อนคลาย
00:11:29 → 00:11:33โรคกลัวเสียงฟ้าร่องฟ้าผ่ารักษาได้อย่าง
00:11:33 → 00:11:37ไรคะถ้าเรามีความกลัวอ่ะไม่ว่าจะเป็น
00:11:37 → 00:11:38เรื่องของฟ้าร้องฟ้าผ่าหรือเรื่องอื่นๆ
00:11:38 → 00:11:42น่ะค่ะ 1 คือเรากลับมาอยู่กับตัวเองก่อน
00:11:42 → 00:11:45เวลาเรากลัวค่ะสติเรามันมักจะไปอยู่กับ
00:11:45 → 00:11:47ความกลัวหรืออยู่กับอารมณ์อยู่กับความคิด
00:11:47 → 00:11:50ที่มันวนอยู่ซ้ำๆแนะนำให้มาอยู่ที่ร่าง
00:11:50 → 00:11:54กายหลายคนบอกว่าให้ลองฝึกหายใจถ้าวิธีการ
00:11:54 → 00:11:56ฝึกหายใจที่แนะนำอ่ะค่ะจะรอให้หายใจเข้า
00:11:56 → 00:12:00แล้วท้องป่องออกทีนี้นี้สุดแล้วเราให้
00:12:00 → 00:12:04กั้นหายใจไว้ 3 วินาทีคือนับ 101 102
00:12:04 → 00:12:08103 แล้วหายใจออกช้าๆแล้วหายใจเข้าใหม่
00:12:08 → 00:12:11อยู่กับลมหายใจอย่างเงี้ยค่ะไปเรื่อยๆที
00:12:11 → 00:12:14นี้ถ้าบางคนบอกว่าโอเคอยู่กับลมหายใจเรา
00:12:14 → 00:12:18ไม่ได้ผลลองดูซิว่ารอบๆตัวเนี้ยเราอยู่
00:12:18 → 00:12:22ที่ไหนเรานั่งอยู่หรือยืนอยู่สัมผัสหรือ
00:12:22 → 00:12:24ได้ยินเสียงหรือมองเห็นอะไรบ้างกลับมา
00:12:24 → 00:12:27อยู่กับปัจจุบันมากขึ้นแล้วบางทีความกลัว
00:12:27 → 00:12:29กับความคิดวนๆความรู้สึกที่มันแย่ๆตรง
00:12:29 → 00:12:32นั้นน่ะค่ะมันค่อยๆเบาลงได้ค่ะถ้าปล่อย
00:12:32 → 00:12:36ทิ้งไว้ไม่รักษาจะเป็นอย่างไรได้คะถ้า
00:12:36 → 00:12:39ปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษาในเรื่องของความกลัว
00:12:39 → 00:12:43ความกลัวเยมันก็จะมากขึ้นหลายคนบอกว่า
00:12:43 → 00:12:46โอเคฉันกลัวฉันก็เลี้ยงสิ่งที่ฉันกลัวสิ
00:12:46 → 00:12:49พอมันเลี่ยงมากขึ้นบางทีแม้แต่สถานการณ์
00:12:49 → 00:12:52น้อยๆแค่คาดการณ์ว่าจะฝนตกถึงแม้ว่าโอกาส
00:12:52 → 00:12:56ฝนตกมันน้อยมากแค่ 10% หรือแค่ 5% เราถึง
00:12:56 → 00:12:59ขั้นว่าเลี่ยงแล้วการใช้ชีวิตของเราอ่ะ
00:12:59 → 00:13:03ค่ะมันจะยากขึ้นมันจะทำให้เราเก็บตัวทำ
00:13:03 → 00:13:06งานไม่ได้รวมถึงว่าเราใช้ชีวิตในส่วนอื่น
00:13:06 → 00:13:09ๆไม่ได้ด้วยค่ะความกลัวค่ะมีข้อดีมีข้อ
00:13:09 → 00:13:12เสียในส่วนของความกลัวเนี้ยต้องบอกเลยว่า
00:13:13 → 00:13:15เป็นสัญชาตญาณพื้นฐานของมนุษย์ในการเอา
00:13:15 → 00:13:18ตัวรอดมาตั้งแต่สมัยยุคมีมนุษย์แรกๆเพราะ
00:13:19 → 00:13:21ถ้าเราไม่กลัวเราไม่ระวังตัวเราก็จะไม่
00:13:21 → 00:13:24สามารถมีชีวิตรอดจากสิ่งที่จะเป็นอันตราย
00:13:24 → 00:13:28ต่อเราได้นี่คือข้อดีของเขาคทีนี้ในส่วน
00:13:28 → 00:13:31ของข้อข้อเสียคือถ้าเรากลัวมากเกินไปเรา
00:13:31 → 00:13:34จะเริ่มรู้สึกว่าไม่กล้าที่จะออกไปทำอะไร
00:13:34 → 00:13:37ใหม่ๆหรือไม่กล้าเผชิญหน้ากับสิ่งที่แม้
00:13:37 → 00:13:41กระทั่งเป็นสิ่งปกติมันทำให้เราอ่ะค่ะ
00:13:41 → 00:13:43เข้าสังคมได้ยากหรือใช้ชีวิตได้ยากขึ้น
00:13:43 → 00:13:47ค่ะอยากให้อาจารย์ฝากถึงคุณผู้ชมทางบ้าน
00:13:47 → 00:13:50ค่ะเพื่อที่จะสังเกตตัวเองว่ามีความผิด
00:13:50 → 00:13:53ปกติเกี่ยวกับโรคกลัวเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่า
00:13:53 → 00:13:56หรือเปล่าค่ะถ้าเริ่มสังเกตนะคะว่าตัวเอง
00:13:56 → 00:14:00เนี่ยเป็นโรคกลัวหรือยังลองดูว่าสิ่งที่
00:14:00 → 00:14:04เราเคยกลัวสิ่งที่เราเคยแหยงเวลาที่เรา
00:14:04 → 00:14:07ต้องไปเจอมันสัมผัสมันเรามีอาการดังต่อไป
00:14:07 → 00:14:12นี้หรือเปล่าหน้ามืดใจสั่นหายใจไม่อิ่ม
00:14:12 → 00:14:15รู้สึกเหมือนคลื่นไส้มวลท้องรู้สึกปลาย
00:14:15 → 00:14:19มือปลายเท้าชาเวียนหัวเหมือนกำลังจะเป็น
00:14:19 → 00:14:22บ้าหรือกำลังจะเสียชีวิตทำอะไรไม่ถูกหรือ
00:14:22 → 00:14:25แม้กระทั่งเป็นลมถ้าถึงขั้นนั้นก็รู้สึก
00:14:25 → 00:14:27ว่าเข้าขายถึงขั้นเป็นโรคกลัวบางสิ่งบาง
00:14:28 → 00:14:30อย่างที่เราต้องเผชิญตอนนั้นแล้วล่ะค่ะที
00:14:30 → 00:14:33นี้การดูแลตัวเองเบื้องต้นถ้าเราพยายาม
00:14:33 → 00:14:36จัดการตัวเองโดยการฝึกหายใจหาคนมายืนยัน
00:14:36 → 00:14:38ว่าสิ่งที่น่ากลัวนั้นมันกลัวจริงหรือไม่
00:14:38 → 00:14:41จริงมากน้อยแค่ไหนแล้วอ่ะค่ะแล้วยังรู้
00:14:41 → 00:14:44สึกไม่ดีขึ้นการเข้าพบสหวิชาชีพอาอย่าง
00:14:44 → 00:14:46เพ่นอาจจะเป็นจิตแพทย์หรือเป็นนัก
00:14:46 → 00:14:49จิตวิทยาเพื่อลองหาวิธีช่วยเหลือในเรื่อง
00:14:49 → 00:14:51นี้ดูเราจะได้สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้
00:14:51 → 00:14:53อย่างปกติสุขอีกครั้งค่ะขอบพระคุณอาจารย์
00:14:53 → 00:14:56หมอนะคะที่มาให้ความรู้ความเข้าใจใน
00:14:56 → 00:14:59เรื่องของโรคกลัวเสียงฟ้าร้องฟ้าผักค่ะ
00:14:59 → 00:15:02และในช่วงนี้นะคะเราจะมารู้จักวิธีการรับ
00:15:02 → 00:15:06มือกับปัญหาผิวที่มาในหน้าฝนไปฟังพร้อมๆ
00:15:06 → 00:15:07กัน
00:15:07 → 00:15:12ค่ะ 5 ปัญหาผิวที่มักจะมาในหน้าฝนรับมือ
00:15:12 → 00:15:16แบบไหนป้องกันอย่างไรดีปัญหาหน้ามันอากาศ
00:15:16 → 00:15:19ชื้นๆในหน้าฝนแบบนี้สามารถที่จะทำให้หน้า
00:15:19 → 00:15:21มันได้เพราะความชื้นในอากาศจะเข้าไป
00:15:21 → 00:15:25กระตุ้นต่อมไขมันให้ทำงานมากขึ้นส่งผลให้
00:15:25 → 00:15:28ต่อมไขมันผลิน้ำมันออกมามากและทำให้หน้า
00:15:28 → 00:15:31มันได้มากกว่าปกติและเมื่อมีน้ำมันมา
00:15:31 → 00:15:34เคลือบผิวมากๆก็ทำให้สิ่งสกปรกมาเกาะติด
00:15:34 → 00:15:37กับผิวหน้าได้ง่ายจึงทำให้เกิดสิวได้ง่าย
00:15:37 → 00:15:40กว่าเดิมค่ะวิธีแก้คือล้างหน้าให้สะอาด
00:15:40 → 00:15:44โดยอาจจะเลือกใช้น้ำยาหรือผลิตภัณฑ์ทำ
00:15:44 → 00:15:47ความสะอาดที่อ่อนโยนไม่ระคายเคืองเพื่อลด
00:15:47 → 00:15:51การสะสมของแบคทีเรียและเป็นการป้องกันการ
00:15:51 → 00:15:54เกิดสิวรวมถึงหลังล้างหน้าเสร็จควรเช็ด
00:15:54 → 00:15:56ด้วยโทเนอร์อีกครั้งเพื่อเป็นการปรับ
00:15:56 → 00:16:00สมดุลให้กับผิวช่วยขจัดสิ่งสปกที่ตกค้าง
00:16:00 → 00:16:03และเป็นการกระชับรูคุมคนได้อีกทางหนึ่ง
00:16:03 → 00:16:06ปัญหาสิวดังเช่นในข้อแรกค่ะในช่วงที่
00:16:06 → 00:16:09อากาศอับชื้นนั้นสามารถทำให้ผิวมีความมัน
00:16:09 → 00:16:12ได้เช่นกันเมื่อมีความมันปัญหาสิวก็ต้อง
00:16:12 → 00:16:16ตามมาแต่นอกจากความเป็นสิวแล้วในบางคนก็
00:16:16 → 00:16:19อาจมีผื่นคันแดงเพิ่มขึ้นได้ด้วยสาเหตุก็
00:16:19 → 00:16:22มาจากอากาศดึงเอาความชุ่มชื้นออกไปจากผิว
00:16:22 → 00:16:25เมื่อผิวขาดความชุ่มชื้นจึงทำให้มีอาการ
00:16:25 → 00:16:29คันและเป็นผืนได้ง่ายรวมถึงละอองฝนละออง
00:16:29 → 00:16:32น้ำยังเป็นตัวกระตุ้นให้ผิวเกิดการอักเสบ
00:16:32 → 00:16:35ได้ง่ายขึ้นอีกด้วยวิธีแก้คือทาครีมเพิ่ม
00:16:35 → 00:16:37ความชุ่มชื้นเพื่อเป็นการเติมความชุ่ม
00:16:37 → 00:16:41ชื้นให้ผิวรวมถึงต้องดื่มน้ำให้มากขึ้น
00:16:41 → 00:16:43เพื่อเป็นการเติมน้ำให้กับผิวและถ้าหาก
00:16:43 → 00:16:47ผิวมีผื่นคันและผืนแดงที่รุนแรงควรรีบไป
00:16:47 → 00:16:51พบแพทย์ปัญหากลิ่นตัวปัญหากลิ่นตัวในหน้า
00:16:51 → 00:16:54ฝนคงหนีไม่พ้นสาเหตุจากความอับชื้นทั้ง
00:16:54 → 00:16:57ความชื้นจากละอองฝนความอับชื้นจากเหงื่อ
00:16:57 → 00:17:00รวมถึงเสื้อผ้าแห้งไม่สนิททำให้เชื้อรา
00:17:00 → 00:17:03และแบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดีส่งผลให้มี
00:17:03 → 00:17:06กลิ่นตัวเหม็นเปรี้ยวกลิ่นเหม็นอาบที่
00:17:06 → 00:17:09เสื้อผ้ารวมไปถึงในบางคนอาจมีปัญหากัก
00:17:09 → 00:17:13เลื่อนได้วิธีแก้คือพยายามทำร่างกายให้
00:17:13 → 00:17:16สะอาดให้มากที่สุดโดยเน้นทำความสะอาด
00:17:16 → 00:17:19บริเวณจุดซ่อนเร้นและจุดที่จะเกิดการอับ
00:17:19 → 00:17:22ชื้นได้ง่ายเช่นศีรษะรักแร้ข้อพับหลังใบ
00:17:22 → 00:17:26หูรวมไปถึงเท้าต้องพยายามทำตัวเองให้แห้ง
00:17:26 → 00:17:29อยู่เสมอค่ะโดยอาจจะซับเหงื่อด้วยดาดชำระ
00:17:29 → 00:17:32หรือผ้าขนหนูและอาจจะต้องใช้แป้งฝุ่น
00:17:32 → 00:17:34เพื่อช่วยดูดทรัพยความชื้นส่วนเกินให้ออก
00:17:35 → 00:17:39ไปจากร่างกายปัญหาผิวดูหมองคล้ำในหน้าฝน
00:17:39 → 00:17:42ก็เกิดขึ้นได้เช่นเดียวกันนะคะเพราะว่า
00:17:42 → 00:17:44หลายคนย่ามใจค่ะเห็นว่าช่วงหน้าฝนเนี่ย
00:17:44 → 00:17:47เป็นแดดรำไรรำไรครึ้มฟ้าครึ้มฝนไม่มีแดด
00:17:47 → 00:17:50แต่ในความเป็นจริงแล้วมี UV ที่ทำให้ผิว
00:17:50 → 00:17:53ของคุณคล้ำเสียได้เช่นกันค่ะวิธีการแก้
00:17:53 → 00:17:56คือทาครีมกันแดดทุกวันถึงแม้จะไม่ค่อยมี
00:17:56 → 00:17:59แดดก็ตามเพราะรังสี UV ก็ยังยังสามารถทำ
00:17:59 → 00:18:03ร้ายผิวได้โดยให้เลือกครีมกันแดดที่มี SPF
00:18:03 → 00:18:0630 และ PA + ๆขึ้นไปเพราะจะสามารถป้อง
00:18:07 → 00:18:11กันผิวได้ทั้งจากรังสี uva และ uvb รวม
00:18:11 → 00:18:13ถึงยังช่วยป้องกันผิวไม่ให้มีฝากกระและ
00:18:14 → 00:18:15จุดดังๆอีก
00:18:15 → 00:18:19ด้วยปัญหาคันศีรษะผมร่วงปัญหาคันหนัง
00:18:19 → 00:18:22ศีรษะและผมร่วงเกิดจากสิ่งสกปรกและเชื้อ
00:18:22 → 00:18:25โรคที่มากับน้ำฝนรวมถึงความชื้นในอากาศ
00:18:25 → 00:18:28และเหงื่อเมื่อมีหลายสิ่งมาประกอบกันอาจ
00:18:28 → 00:18:31จะทำให้หนังศีรษะมีการติดเชื้อราเกิด
00:18:31 → 00:18:34แบคทีเรียและเกิดการอักเสบจนทำให้ผมร่วง
00:18:34 → 00:18:38ได้วิธีแก้คือสระผมทุกวันด้วยชมพูสูดอ่อน
00:18:38 → 00:18:42โยนเช็ดผมให้หมาดแลเป่าผมให้แห้งในขณะ
00:18:42 → 00:18:44เดียวกันก็ควรระวังอย่าใช้ความร้อนมาก
00:18:44 → 00:18:48เกินไปเพราะจะส่งผลให้ผมแห้งเสียได้ควร
00:18:48 → 00:18:51หลีกเลี่ยงน้ำฝนและละอองฝนเพราะอาจจะทำ
00:18:51 → 00:18:55ให้ศีรษะมีความชื้นขึ้นมาได้อีกนอกจากนี้
00:18:55 → 00:18:59ค่ะหมอดาวยังมี 5 ผลไม้ที่มาพร้อมกับหน้า
00:18:59 → 00:19:01ฝนเป็นผลไม้ที่แสนอร่อยช่วยลดน้ำหนักแล้ว
00:19:01 → 00:19:05ก็ดูแลผิวเราอีกด้วยไปฟังพร้อมๆกันค่ะ
00:19:05 → 00:19:09ฝรั่งในฝรั่งมีไบโอฟลาโวนอยด์และวิตามิน
00:19:09 → 00:19:12ซีที่มากกว่าส้มถึง 4 เท่าซึ่งจะช่วยซ่อม
00:19:12 → 00:19:15แซมเนื้อเยื่อและหลอดเลือดรวมถึงกระตุ้น
00:19:15 → 00:19:17การสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติเหมาะกับคน
00:19:17 → 00:19:20ที่เจ็บคอหรือจามบ่อยๆจะเลือกรับประทานผล
00:19:20 → 00:19:24สดหรือทำเป็นน้ำฝรั่งก็ได้แต่ควรเลือกผล
00:19:24 → 00:19:27สดๆจะให้วิตามินซีได้มากกว่าผลที่แก่จน
00:19:27 → 00:19:31สุกจัดมะละกมะละกอมีวิตามินเอและเบต้า
00:19:31 → 00:19:34แคโรทีนซึ่งจะช่วยบำรุงตับและสายตาเหมาะ
00:19:34 → 00:19:37มากสำหรับคนที่อ่อนเพลียง่ายและคนที่ท้อง
00:19:37 → 00:19:41ผูกเพราะมะละกอจะช่วยย่อยในขณะที่เส้นใย
00:19:41 → 00:19:44อาหารจะช่วยล้างลำไส้และกระตุ้นการขับ
00:19:44 → 00:19:48ถ่ายจึงช่วยให้ร่างกายสดชื่นผิวพรรณสดใส
00:19:48 → 00:19:51มังคุดมังคุดมีฤทธิ์เย็นช่วยลดความร้อนใน
00:19:51 → 00:19:54ร่างกายลดการอักเสบของผิวนอกจากนี้กรด
00:19:54 → 00:19:57ผลไม้และเส้นใยจากมังคุดยังเสริมการทำงาน
00:19:57 → 00:20:00ของลำไส้ทำให้ขับท่ายได้ดีป้องกันการติด
00:20:00 → 00:20:04เชื้อได้ใครท้องผูกร้อนในสิวขึ้นบอกเลย
00:20:04 → 00:20:07ค่ะว่าควรรับประทานเป็นอย่างยิ่งสับปะรด
00:20:07 → 00:20:10สับปะรดถือว่าเป็นผลไม้ที่ขาดไม่ได้
00:20:10 → 00:20:13สำหรับคนอยากสวยเพราะสับปะรดมีวิตามินซี
00:20:13 → 00:20:16ที่ช่วยสร้างคอลลาเจนให้ผิวเสริมสร้าง
00:20:16 → 00:20:19ภูมิต้านทานป้องกันหวัดช่วยย่อยอาหารทำ
00:20:19 → 00:20:21ให้กระเพาะอาหารไม่ต้องทำงานหนักลดอาการ
00:20:21 → 00:20:24ท้องปลุกได้ดีและให้พลังงานน้อยเมื่อ
00:20:24 → 00:20:27เทียบกับปริมาณกล้วยน้ำว้าในกล้วยน้ำว้า
00:20:27 → 00:20:30มีโพแทสเซียมสูงช่วยปรับสมดุลโกรดด่างใน
00:20:30 → 00:20:34ร่างกายช่วยลดอาการบวมน้ำในร่างกายและหาก
00:20:34 → 00:20:37ใครที่มีอาการเหมือนซึมเศร้าเวลาฝนตกการ
00:20:37 → 00:20:40รับประทานกล้วยยังช่วยปรับอารมณ์ปรับ
00:20:40 → 00:20:44สมดุลได้อีกด้วยเป็นอย่างไรกันบ้างคะกับ
00:20:44 → 00:20:47สาระสุขภาพดีๆที่ t&h นำมาฝากคุณผู้ชมกัน
00:20:47 → 00:20:50ในวันนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณผู้ชมจะ
00:20:50 → 00:20:53สามารถนำสาระสุขภาพดีๆที่ได้ค่ะไปดูแลตัว
00:20:53 → 00:20:56เองและครอบครัวให้แข็งแรงกันและอย่าลืมนะ
00:20:56 → 00:20:59คะติดตามรับชมรายการ TNN Health เป็น
00:20:59 → 00:21:02ประจำค่ะก็ขอบคุณคุณผู้ชมนะคะที่ติดตาม
00:21:02 → 00:21:04รับชมรายการ TNN Health เป็นประจำอย่า
00:21:04 → 00:21:07ลืมติดตามรับชมรายการ TNN He ค่ะทุกวัน
00:21:07 → 00:21:10เสาร์เวลาดี 15 น-
00:21:10 → 00:21:1415:30 นที่นี่ TNN ช่อง 16 ค่ะอย่าลืมนะ
00:21:14 → 00:21:17คะกดไลคกดแชร์กด Subscribe เป็นกำลังใจ
00:21:17 → 00:21:21ให้หมอดาวและทีมงาน TNN ในช่องทางโซเชียล
00:21:21 → 00:21:23Network ทุกช่องทางเลยไม่ว่าจะเป็น
00:21:23 → 00:21:25YouTube tiktok Facebook Instagram
00:21:25 → 00:21:28LINE official เพื่อที่จะเข้าถึงทุก
00:21:28 → 00:21:31สาระสุขภาพเสริมภูมิคุ้มกันรู้ทันโรคไป
00:21:31 → 00:21:34ด้วยกันค่ะและสำหรับวันนี้นะคะหมอดาวและ
00:21:34 → 00:21:37ทีมงาน TNN Health ต้องขอตัวลาคุณผู้ชม
00:21:37 → 00:21:40ไปก่อนสำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ
00:21:40 → 00:21:58[เพลง]
00:21:58 → 00:22:02S
00:22:02 → 00:22:08[เพลง]