00:00:00 → 00:00:04บนโซเชียลแชร์เตือนว่า wso ประกาศ asparam
00:00:04 → 00:00:07อาจเป็นสารก่อมะเร็งเตือนระวังการดื่มน้ำ
00:00:07 → 00:00:09อัดลมแบบไม่มีน้ำตาล
00:00:09 → 00:00:10ชัวร์หรอ
00:00:10 → 00:00:14[เพลง]
00:00:14 → 00:00:16เรื่องนี้ถ้าจริงก็มีประโยชน์และควรรีบ
00:00:16 → 00:00:18บอกเตือนกันครับแต่ก่อนจะแชร์ต่อต้องเช็ค
00:00:18 → 00:00:20ให้ถูกชัวร์ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์สำนักข่าว
00:00:20 → 00:00:23ไทยอสมทสอบถามกับอาจารย์ที่หลักสูตรคิด
00:00:23 → 00:00:26วิทยาและโภชนาการเพื่ออาหารปลอดภัยสถาบัน
00:00:26 → 00:00:28โภชนาการมหาวิทยาลัยมหิดลครับ astram
00:00:28 → 00:00:31เป็นสารก่อมะเร็งจริงเหรอครับจากหลักฐาน
00:00:31 → 00:00:33ทางวิทยาศาสตร์มีหลักฐานว่า aspiram
00:00:33 → 00:00:35เนี่ยอาจก่อมะเร็งได้ในสัตว์ทดลองแต่ว่า
00:00:35 → 00:00:38หลักฐานที่แอสแสตมป์ก่อนมะเร็งในมนุษย์
00:00:38 → 00:00:40ยังไม่ได้มีเพียงพอในลักษณะนั้นก่อนลงลึก
00:00:40 → 00:00:42เราไปรู้จัก
00:00:42 → 00:00:46เป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลหรือว่าเรียก
00:00:46 → 00:00:48ว่าวัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาลประกอบไป
00:00:48 → 00:00:51ด้วยกรดอะมิโน 2 ชนิดก็คือกรดแอสติกกับ
00:00:51 → 00:00:53ฟีนิลอัลลานีนแอสตาแกรนด์มีความหวานกว่า
00:00:53 → 00:00:56น้ำตาลซูโครสนะหรือน้ำตาลทรายนะคะหลาย
00:00:56 → 00:00:58ร้อยเท่าแล้วก็ไม่ทำให้ระดับน้ำตาลใน
00:00:58 → 00:01:01เลือดเพิ่มเป็นน้ำตาลที่ไม่ได้ก่อฟันผุ
00:01:01 → 00:01:03สำหรับหลักฐานเรื่อง astram กับมะเร็ง
00:01:03 → 00:01:06อยู่ในระดับสัตว์ทดลองเป็นรายงานที่มีมา
00:01:06 → 00:01:08นานแล้วเนาะหลายปีแล้วงานวิจัยเขาจะพบว่า
00:01:08 → 00:01:11หนูถ้าเกิดระหว่างตั้งท้องเนี่ยได้รับแอด
00:01:11 → 00:01:14ก็ตามในระดับที่สูงพอเทียบเป็นเป็นปริมาณ
00:01:14 → 00:01:17ในโคลนอยู่ที่ประมาณ 100 มิลลิกรัมต่อน้ำ
00:01:17 → 00:01:19หนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวันก็สามารถทำให้
00:01:19 → 00:01:22ลูกที่คลอดออกมานะมีความเสี่ยงในการเกิด
00:01:22 → 00:01:23มะเร็งมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม
00:01:23 → 00:01:25มะเร็งเม็ดเลือดขาวแล้วก็มะเร็งต่อมน้ำ
00:01:25 → 00:01:28เหลืองดังนั้นเมื่อเร็วๆนี้นะเมื่อสักปี 2
00:01:28 → 00:01:30ปีก่อนก็มีทีมวิจัยอีกทีมนึงพยายามรื้อ
00:01:30 → 00:01:33เรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อหาคำตอบว่างานวิจัย
00:01:33 → 00:01:35ก่อนหน้าน่ะพบว่าเป็นมะเร็งเป็นมะเร็ง
00:01:35 → 00:01:37จริงหรือเปล่าไปดูชิ้นเนื้อเอามาตรวจดู
00:01:37 → 00:01:40อย่างชัดเจนนะเพราะว่าสรุปออกมาว่าเออ
00:01:40 → 00:01:42เป็นมะเร็งจริงๆการค้นพบทำให้เกิด
00:01:42 → 00:01:45คอนเสิร์ตขึ้นในแวดวงวิชาการนะคะว่าตัว
00:01:45 → 00:01:47นี้จะถือเป็นสารก่อมะเร็งหรือเปล่าถ้า
00:01:47 → 00:01:49อย่างนั้นแปลว่าเราควรเลิกกินเลิกใช้แอส
00:01:49 → 00:01:51แสตมป์ไหมครับคิดว่าน่าจะไม่ถึงขั้นนั้น
00:01:51 → 00:01:53ไม่น่าจะถึงขั้นต้องเลิกกินหรือว่าเลิก
00:01:53 → 00:01:55ขายอันนี้พูดถึงผลิตภัณฑ์ที่มีการควบคุม
00:01:55 → 00:01:58ที่มีเลขอยศาลพวกเนี้ยมันหวานกว่าน้ำตาล
00:01:58 → 00:02:01แบบ 2-3 ร้อยเท่าเลยอ่ะจริงๆเขาใส่ค่อน
00:02:01 → 00:02:03ข้างน้อยมากอยู่แล้วโอกาสที่มันจะกรอบพิษ
00:02:03 → 00:02:05ในคนสุขภาพดีทั่วๆไปจริงๆค่อนข้างน้อย
00:02:05 → 00:02:08เพราะวันนึงไม่เกิน 1 กระป๋องไม่เกิน 1
00:02:08 → 00:02:10ขวดอันนี้ไม่น่ามีปัญหาแล้วก็ข้อที่ 2
00:02:10 → 00:02:12การก่อมะเร็งของแอสแสตมป์อ่ะค่ะแม้
00:02:12 → 00:02:14กระทั่งในสัตว์ทดลองเนี่ยซึ่งกับปริมาณ
00:02:14 → 00:02:17ที่รับประทานถ้าไม่ถึงระดับมันอาจจะไม่
00:02:17 → 00:02:19ได้เกิดพิษแต่ก็ยังมีอีกปัจจัยหนึ่งก็คือ
00:02:19 → 00:02:22สุขภาพของคนแต่ละคนไม่เหมือนกันแต่มีบาง
00:02:22 → 00:02:25คนที่ต้องห้ามกิน astram คนที่มีโรคทาง
00:02:25 → 00:02:27พันธุกรรมที่เรียกว่า
00:02:27 → 00:02:30pkuenuea กฎหมายไทยกำหนดผลิตภัณฑ์ไหนมี
00:02:30 → 00:02:33การใส่แอสตาแกรมจะต้องระบุที่ฉลากแล้วก็
00:02:33 → 00:02:35มีการเขียนคำเตือนกลุ่มอื่นตอนนี้ยังไม่
00:02:35 → 00:02:37มีกำหนดตรงนี้มาแล้วก็ศาลให้ความหวานชนิด
00:02:37 → 00:02:39อื่นเช่น
00:02:39 → 00:02:42สุขาเฟรมเคสตรีย์ไวอัลหรือหญ้าหวานก็ยัง
00:02:42 → 00:02:44ไม่ได้มีการกำหนดว่าต้องมีคำเตือนในกลุ่ม
00:02:44 → 00:02:47พวกนี้ส่วนกรณีที่มีข่าวต้องติดตามว่า
00:02:47 → 00:02:50iarc หน่วยงานในองค์การอนามัยโลกจะ
00:02:50 → 00:02:52ประกาศให้ astram อยู่ในระดับ 2 B หรือ
00:02:52 → 00:02:55ไม่ถ้าเกิดข่าวที่ออกถ้าตอนหลังเป็นความ
00:02:55 → 00:02:58จริงก็คือว่าไอ้ arc จากแอสแสตมป์ไปอยู่
00:02:58 → 00:03:00ในกลุ่ม 2B จริงๆกลุ่ม 2B เนี่ยก็คือ
00:03:00 → 00:03:03กลุ่มที่อาจจะก่อมะเร็งในมนุษย์ความหมาย
00:03:03 → 00:03:06ก็คือเขามีหลักฐานทางงานวิจัยว่ามันก่อ
00:03:06 → 00:03:08มะเร็งได้ในสัตว์ทดลองแต่หลักฐานในมนุษย์
00:03:08 → 00:03:11เนี่ยยังไม่มีพอแปลว่ายังไม่แน่ว่าจะก่อ
00:03:11 → 00:03:14หรือไม่ก่อและติดตามว่าการ jex ฝ้าจะ
00:03:14 → 00:03:16ประกาศปรับปริมาณที่เติมในอาหารหรือไม่
00:03:16 → 00:03:19เจ็กฝ้าดูแลข้อกำหนดที่เกี่ยวกับวัตถุ
00:03:19 → 00:03:22เจือปนอาหารปัจจุบัน jexa เขากำหนดไว้ว่า
00:03:22 → 00:03:25ค่า adii ของ aspatan อยู่ที่ 40 mg ต่อ
00:03:25 → 00:03:27น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมทีนี้เราคงต้องรอ
00:03:27 → 00:03:31ตามข่าวก็คือ 14 กรกฎาคม jexa จะมีการ
00:03:31 → 00:03:34กำหนดอย่างไรเขาจะปรับลดหรือเปล่าหรือเขา
00:03:34 → 00:03:36อาจจะแบ่งการจัด adi ที่แตกต่างกันเช่น
00:03:36 → 00:03:39อันนี้คือ adi สำหรับคนผู้ใหญ่สุขภาพดี
00:03:39 → 00:03:41สำหรับเด็กสำหรับหญิงมีครรภ์เนี่ยคือเท่า
00:03:41 → 00:03:44ไหร่ซึ่งพอเจ็กซ่าเปลี่ยนค่า adi ก็อาจจะ
00:03:44 → 00:03:47ไปส่งผลกระทบกับกฎหมายอาหารของแต่ละ
00:03:47 → 00:03:49ประเทศอีกทีนึงอย.ไทยก็จะมีดูข้อมูลจาก
00:03:49 → 00:03:52แจ็คฝ้าแล้วก็จากส่วนอื่นๆประกอบกันแต่ณ
00:03:52 → 00:03:54วันนี้ที่เราพูดคุยกันอยู่นะตอนนี้ไอ้ arc
00:03:54 → 00:03:56ยังไม่ประกาศเช็คฝ้าก็ยังไม่ประกาศอะไร
00:03:56 → 00:03:59ออกมาดังนั้นสรุปแล้วเรื่อง astram ก่อน
00:03:59 → 00:04:02มะเร็งนี่เป็นยังไงครับคำว่าก่อมะเร็งอาจ
00:04:02 → 00:04:05จะเป็นคำที่แรงเกินไปนะตอนนี้เนื่องจาก
00:04:05 → 00:04:08หลักฐานณตอนนี้บ่งบอกว่าแอสแตนเนี่ยมี
00:04:08 → 00:04:11หลักฐานว่าก่อมะเร็งในสัตว์ทดลองแต่ยัง
00:04:11 → 00:04:13ไม่มีหลักฐานว่าก่อมะเร็งในมนุษย์ถ้าเกิด
00:04:13 → 00:04:16แชร์ข้อมูลต่อว่าแอสแสตมป์ก่อมะเร็งแน่ๆ
00:04:16 → 00:04:18ในมนุษย์อันนี้อาจจะไม่สอดคล้องกับหลัก
00:04:18 → 00:04:21ฐานที่มีก็ไม่ควรแชร์ต่อเข้าใจตามข้อเท็จ
00:04:21 → 00:04:23จริงลดความตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็นนะครับ
00:04:23 → 00:04:26ส่งเรื่องน่าสงสัยแจ้งเตือนภัยข้อมูลเท็จ
00:04:26 → 00:04:28เพียงแอดไลน์ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ไว้นะครับ
00:04:28 → 00:04:31เข้าไปที่เพิ่มเพื่อนแล้วค้นหาแอปชัวร์ &
00:04:31 → 00:04:33Share ยังมีอีกหลายเรื่องน่าสงสัยเพื่อ
00:04:33 → 00:04:35สังคมออนไลน์หากได้รับอะไรมาอย่าเพิ่ง
00:04:35 → 00:04:37แชร์ต่อร่วมตรวจสอบไปด้วยกันกับช่วงก่อน
00:04:37 → 00:04:39แชร์
00:04:39 → 00:04:54[เพลง]
00:04:54 → 00:04:57