00:00:00 → 00:00:02สวัสดีครับกลับมาเจาะลึกประเด็นน่าสนใจ
00:00:02 → 00:00:05จากสารพัดข้อมูลที่เรามีกันในมือนะครับ
00:00:05 → 00:00:07เอ่อหลายคนอาจจะรู้สึกว่าการทำงานใน
00:00:07 → 00:00:10ออฟฟิศเนี่ยนั่งหน้าคอมสบายๆดูเหมือนจะ
00:00:10 → 00:00:13ห่างไกลปัญหาสุขภาพหนักๆนะครับแต่ข้อมูล
00:00:13 → 00:00:16ที่เราได้มาจากคุณหมอเจสบุญยวงศ์วิโรธที่
00:00:16 → 00:00:19เผยแพร่โดยสส.เนี่ยกลับชี้ให้เห็นภาพที่
00:00:19 → 00:00:22ต่างออกไปเลยครับแม้งานจะไม่ต้องออกแรง
00:00:22 → 00:00:26เยอะนะแต่กลับมีปัญหาสุขภาพเล็กๆน้อยๆที่
00:00:26 → 00:00:29เอ่อคอยกวนใจแล้วก็สะสมจนกลายเป็นเรื่อง
00:00:29 → 00:00:30ใหญ่ได้เหมือนกัน
00:00:30 → 00:00:31>> ใช่ค่ะ
00:00:31 → 00:00:35>> ไม่ว่าจะเป็นปวดคอปวดไลตาแห้งอาการพวกนี้
00:00:35 → 00:00:37ถ้าปล่อยไว้เอ่ออาจจะเรื้อรังได้เลยนะ
00:00:37 → 00:00:38ครับ
00:00:38 → 00:00:41>> ค่ะประเด็นเรื่องการสะสมนี่สำคัญมากจริงๆ
00:00:41 → 00:00:44ค่ะพฤติกรรมที่เราทำซ้ำๆทุกวันแบบว่าโดย
00:00:44 → 00:00:47ไม่รู้ตัวเลยนะคะอย่างการนั่งท่าเดิมนั้น
00:00:47 → 00:00:50นานหรือว่าก้มมองจอโทรศัพท์มันค่อยๆสร้าง
00:00:50 → 00:00:53ภาระให้ร่างกายทีละน้อยทีละน้อยจนวันนึง
00:00:53 → 00:00:55ร่างกายก็ส่งสัญญาณเตือนออกมาเป็นความ
00:00:55 → 00:00:58เจ็บปวดหรือกลายเป็นโรคที่ต้องรักษาจริงๆ
00:00:58 → 00:00:58ไปเลยค่ะ
00:00:58 → 00:01:00>> อืมครับ
00:01:00 → 00:01:02>> การที่เราจะมาคุยกันวันนี้ก็คือเพื่อ
00:01:02 → 00:01:04สร้างความเข้าใจแล้วก็ตระหนักถึงสัญญาณ
00:01:04 → 00:01:06เหล่านั้นตั้งแต่เนิ่นๆค่ะ
00:01:06 → 00:01:09>> เยี่ยมเลยครับเพราะฉะนั้นการสำรวจเชิงลึก
00:01:09 → 00:01:12ของเราวันนี้จะพาไปรู้จักกับ 7 โรคฮิตของ
00:01:12 → 00:01:16คนขยันหรือกลุ่มอาการที่พบบ่อยในคนทำงาน
00:01:16 → 00:01:19ยุคนี้พร้อมทั้งวิธีดูแลตัวเองแบบง่ายๆ
00:01:19 → 00:01:22ที่คุณหมอเจ๊สแนะนำซึ่งเอ่อสามารถนำไป
00:01:22 → 00:01:25ปรับใช้ได้ทันทีเลยครับเป้าหมายคือทำความ
00:01:25 → 00:01:28เข้าใจรู้เท่าทันแล้วก็ป้องกันไม่ให้
00:01:28 → 00:01:30อาการเล็กน้อยเหล่านี้ลุกลามชนบั่นทอน
00:01:30 → 00:01:32คุณภาพชีวิตและการทำงานของเรานะครับ
00:01:33 → 00:01:36>> เริ่มกันที่ประเด็นแรกเลยนะคะซึ่งเอ่อน่า
00:01:36 → 00:01:38จะเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางที่สุด
00:01:38 → 00:01:39แล้วล่ะค่ะ
00:01:39 → 00:01:42>> ใช่เลยครับอันดับ 1 ตลอดกาล Office Syrม
00:01:42 → 00:01:45อาการคลาสสิคเลยคือปวดตึงเรื้อรังบริเวณ
00:01:45 → 00:01:46คอ
00:01:46 → 00:01:49บ่าไหล่หลังบางคนอาจจะลามไปถึงปวดหัวด้วย
00:01:50 → 00:01:50ซ้ำนะครับ
00:01:50 → 00:01:51>> ใช่ค่ะ
00:01:52 → 00:01:54>> ข้อมูลชี้ชัดว่าสาเหตุหลักๆมาจากการนั่ง
00:01:54 → 00:01:57ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือแม้แต่การก้ม
00:01:57 → 00:01:59เล่นมือถือนานๆเนี่ยส่งผมให้กล้ามเนื้อ
00:01:59 → 00:02:01ขาดความสมดุลอย่างชัดเจนเลย
00:02:01 → 00:02:04>> ถูกต้องค่ะกล้ามเนื้อบังมัดต้องทำงาน
00:02:04 → 00:02:07เกร็งค้างอยู่นานๆขณะที่บังมัดกลับอ่อน
00:02:07 → 00:02:10แรงลงจากการไม่ได้ใช้งานมันเลยเกิดอาการ
00:02:10 → 00:02:14ปวดเมื่อยตามมาวิธีแก้ที่คุณหมอเจตแนะนำ
00:02:14 → 00:02:17นะคะแล้วก็ถือเป็นพื้นฐานสำคัญเลยคือการ
00:02:17 → 00:02:21ปรับสภาพแวดล้อมการทำงานให้เหมาะกับสรีระ
00:02:21 → 00:02:23หรือerคonomicนั่นเองค่ะ
00:02:23 → 00:02:25>> อ๋อการจัดโต๊ะทำงาน
00:02:25 → 00:02:28>> ใช่ค่ะจอคอมพิวเตอร์ควรอยู่ในระดับสายตา
00:02:28 → 00:02:31พอดีไม่ต้องก้มหรือเงยคอคีย์บอร์ดกับ
00:02:31 → 00:02:34เมาส์ก็วางใกล้ๆตัวให้ค่อยศอกงอประมาณ 90
00:02:34 → 00:02:38องศแล้วก็สำคัญคือเก้าอี้ต้องมีพนักพิง
00:02:38 → 00:02:41รองรับหลังส่วนล่างได้ดีแล้วก็นั่งให้
00:02:41 → 00:02:43หลังชิดพนักนะคะ
00:02:43 → 00:02:46>> อืมครับนอกจากการจัดโต๊ะแล้วการเปลี่ยน
00:02:46 → 00:02:49อิริยาบถก็สำคัญไม่แพ้กันเลยนะครับข้อมูล
00:02:49 → 00:02:52ย้ำว่าควรลุกขึ้นยืนหรือเดินยืดเส้นยืด
00:02:52 → 00:02:56สายทุกๆประมาณ 45-60 นาทีอาจจะแค่ 2-3
00:02:56 → 00:02:59นาทีก็ได้ให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลายบ้าง
00:02:59 → 00:03:01>> ค่ะแล้วก็ควรมีการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ
00:03:01 → 00:03:05เฉพาะส่วนที่ใช้งานบ่อยๆด้วยค่ะและจุดที่
00:03:05 → 00:03:08ต้องใส่ใจเป็นพิเศษคือสัญญาณเตือนนะคะถ้า
00:03:08 → 00:03:11อาการปวดที่เป็นอยู่เริ่มมีอาการชาร้าวลง
00:03:11 → 00:03:14แขนหรือปวดรุนแรงมากจนรบกวนการนอนตอนกลาง
00:03:14 → 00:03:17คืนคืนหรือแม้แต่ปวดต่อเนื่องนานเกิน 2
00:03:17 → 00:03:19เดือนอาการแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย
00:03:19 → 00:03:22แล้วนะคะควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัย
00:03:22 → 00:03:24แล้วก็รับการรักษาที่เหมาะสมค่ะอย่าปล่อย
00:03:24 → 00:03:26ทิ้งไว้เด็ดขาด
00:03:26 → 00:03:28>> ครับผมชัดเจนครับจากเรื่องกล้ามเนื้อและ
00:03:28 → 00:03:31ท่าทางโดยรวมมาดูที่ปัญหาเฉพาะจุดที่ข้อ
00:03:31 → 00:03:34มือกันบ้างนะครับโรคที่ 2 พังผลดกดทับ
00:03:34 → 00:03:37เส้นประสาทข้อมือหรือ CLE Turnal
00:03:37 → 00:03:39Syndrome อันนี้คนทำงานที่ต้องพิมพ์เยอะ
00:03:39 → 00:03:42ๆหรือใช้เมาส์ต่อเนื่องนานๆมีความเสี่ยง
00:03:42 → 00:03:42สูงเลย
00:03:42 → 00:03:44>> ใช่ค่ะ
00:03:44 → 00:03:46>> อ่ะอาการเด่นคือรู้สึกชาหรือเหมือนมีเข็ม
00:03:47 → 00:03:50ทิ่มแป๊บๆนะครับบริเวณนิ้วโป้งนิ้วชี้
00:03:50 → 00:03:52นิ้วกลางโดยเฉพาะตอนกลางคืนหรือตอนตื่น
00:03:52 → 00:03:53นอน
00:03:53 → 00:03:56>> สาเหตุก็ตรงไปตรงมาเลยค่ะคือการใช้งานข้อ
00:03:56 → 00:03:59มูลซ้ำๆในท่าที่ไม่เหมาะสมนานๆทำให้เกิด
00:03:59 → 00:04:01การกดทับเส้นกสาทมีดที่วิ่งผ่านช่องข้อ
00:04:01 → 00:04:05มือการดูแลเบื้องต้นก็เน้นการปรับท่าทาง
00:04:05 → 00:04:07พยายามให้ข้อมืออยู่ในแนวตรงไม่หักข้อมือ
00:04:07 → 00:04:09ขึ้นหรือลงค้างไว้นานๆ
00:04:09 → 00:04:11>> อ๋อครับ
00:04:11 → 00:04:13>> แป้นพิมพ์ควรอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าข้อศอก
00:04:13 → 00:04:17เล็กน้อยเพื่อลดการกระดกข้อมือนะคะบางคน
00:04:17 → 00:04:20อาจพบว่าการใช้แผ่นรองข้อมือช่วยได้แต่
00:04:20 → 00:04:23ต้องเลือกที่ความสูงเหมาะสมไม่ดันข้อมือ
00:04:23 → 00:04:24สูงเกินไปค่ะ
00:04:24 → 00:04:29>> อืมข้อมูลยังแนะนำวิธีที่น่าสนใจคือการ
00:04:29 → 00:04:31ใส่เฝือกอ่อนพยุงข้อมือตอนนอน
00:04:31 → 00:04:32>> ค่ะใช่ค่ะ
00:04:32 → 00:04:34>> เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมืองอในท่าที่ผิด
00:04:34 → 00:04:37โดยไม่รู้ตัวแล้วก็ควรมีการพักข้อมือเป็น
00:04:38 → 00:04:41ระยะระหว่างวันถ้าใช้นานหนักๆอาจใช้น้ำ
00:04:41 → 00:04:44แข็งประคบบริเวณข้อมือสัก 10-15 5 นาที
00:04:44 → 00:04:45ช่วยลดการอักเสบได้
00:04:45 → 00:04:49>> ค่ะทีนี้ถ้าดูแลตัวเองเบื้องต้นแล้วอาการ
00:04:49 → 00:04:52ชายยังไม่ดีขึ้นหรือที่น่ากังวลกว่าคือ
00:04:52 → 00:04:55เริ่มรู้สึกว่ามืออ่อนแรงกำมือไม่แน่น
00:04:55 → 00:04:58เหมือนเดิมแบบว่าหยิบจับของเล็กๆลำบากอัน
00:04:58 → 00:05:00นี้เป็นสัญญาณว่าควรไปพบแพทย์แล้วนะคะ
00:05:00 → 00:05:03เพราะอาจจะต้องพิจารณาการรักษาที่ซับซ้อน
00:05:03 → 00:05:06ขึ้นเช่นการฉีดยาสเตีรอยด์หรือในกรณีที่
00:05:06 → 00:05:09เป็นมากอาจจะต้องผ่าตัดเพื่อตัดพังผืดออก
00:05:09 → 00:05:09ค่ะ
00:05:09 → 00:05:12>> ครับผมเชื่อมโยงแบบเรื่องการใช้งานซ้ำๆนะ
00:05:12 → 00:05:15ครับโรคที่ 3 ก็อยู่ในกลุ่มเดียวกันคือ
00:05:15 → 00:05:18เอ็นอักเสบจากการใช้งานซ้ำๆซึ่งอาจรวมถึง
00:05:18 → 00:05:19อาการนิ้วล็อคด้วย
00:05:20 → 00:05:20>> อ๋อนิ้วล็อค
00:05:20 → 00:05:23>> ใช่ครับลักษณะอาการคือเจ็บบริเวณเส้นเอ็น
00:05:23 → 00:05:26ที่ใช้งานบ่อยๆหรือในกรณีนิ้วล็อคก็คือ
00:05:26 → 00:05:30เวลางอหรือเหยียดนิ้วจะรู้สึกสะดุดติดขัด
00:05:30 → 00:05:33หรือมีเสียงคลิกร่วมกับอาการเจ็บครับ
00:05:33 → 00:05:36>> ค่ะหลักการดูแลเบื้องต้นยังคงคล้ายๆกันนะ
00:05:36 → 00:05:39คะคือต้องหยุดพักการใช้งานที่กระตุ้นให้
00:05:39 → 00:05:42เกิดอาการเจ็บทันทีเลยการประคบเย็นก็ช่วย
00:05:42 → 00:05:45ลดการอักอักเสบในระยะแรกได้การใช้อุปกรณ์
00:05:45 → 00:05:48ช่วยดามเช่นที่ดามนิ้วหรือที่รัดข้อมือก็
00:05:48 → 00:05:51ช่วยจำกัดการเคลื่อนไหวลดภาระของเส้นเอ็น
00:05:51 → 00:05:54ได้ชั่วคราวเมื่ออาการปวดหรืออักเสบทุเลา
00:05:54 → 00:05:57ค่อยๆเริ่มยืดเส้นเอ็นบริเวณนั้นเบาๆ
00:05:57 → 00:05:59อย่างช้าๆเพื่อฟื้นฟูความยืดหยุ่นค่ะ
00:05:59 → 00:06:01>> มีประโยคสำคัญที่คุณหมอเจตเน้นย้ำไว้เลย
00:06:01 → 00:06:04คืออย่าฝืนทำต่อเมื่อเริ่มรู้สึกเจ็บอัน
00:06:04 → 00:06:06นี้ดูเหมือนง่ายแต่หลายคนอาจจะมองข้ามไป
00:06:07 → 00:06:09นะครับเพราะคิดว่าเดี๋ยวก็หาย
00:06:09 → 00:06:12>> เป็นกับดักที่พบบ่อยมากค่ะการฝึกฝืนใช้
00:06:12 → 00:06:15งานต่อไปทั้งๆที่มีอาการเจ็บจะยิ่งทำให้
00:06:15 → 00:06:18การอักเสบเป็นมากขึ้นแล้วก็เรื้อรังได้
00:06:18 → 00:06:21ง่ายหากพักและดูแลตัวเองแล้วอาการยังไม่
00:06:21 → 00:06:24ดีขึ้นเจ็บต่อเนื่องหรือรบกวนการใช้ชีวิต
00:06:24 → 00:06:28ประจำวันก็ควรไปพบแพทย์นะคะการรักษาอาจมี
00:06:28 → 00:06:31ตั้งแต่การกินยาฉีดยาหรือในบางกรณีของ
00:06:32 → 00:06:34นิ้วล็อคที่รุนแรงก็อาจต้องผ่าตัดเล็กๆ
00:06:34 → 00:06:37เพื่อคลายปลอกหุ้มเส้นเอ็นค่ะ
00:06:37 → 00:06:41>> ครับผมขยับจากแขนละมือมาดูที่แกนกลางลำ
00:06:41 → 00:06:45ตัวกันบ้างครับโรคที่ 4 อันนี้ฟังดูน่า
00:06:45 → 00:06:48กังวลขึ้นมาอีกระดับกระดูกสันหลังเสื่อม
00:06:48 → 00:06:51หรือหมอนโรงกระดูกกดทับเส้นประสาทอาการ
00:06:51 → 00:06:55ที่พบบ่อยคือปวดคอหรือปวดหลังเรื้อรังบาง
00:06:55 → 00:06:59ครั้งอาจมีอาการปวดร้าวลงแขนหรือขาร่วม
00:06:59 → 00:07:00กับอาการช้าได้
00:07:00 → 00:07:02>> อืมค่ะ
00:07:02 → 00:07:05>> สาเหตุหลักๆก็ยังธงวนเวียนอยู่กับการนั่ง
00:07:05 → 00:07:08นานๆในท่าที่ไม่เหมาะสมการยกของหนักผิด
00:07:08 → 00:07:11วิธีหรือแม้แต่การที่กล้ามเนื้อแกนกลางลำ
00:07:11 → 00:07:13ตัวไม่แข็งแรงพอที่จะช่วยพยุงกระดูกสัน
00:07:13 → 00:07:14หลัง
00:07:14 → 00:07:17>> ใช่ค่ะดังนั้นการป้องกันและดูแลจึงต้อง
00:07:17 → 00:07:19อาศัยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหลายอย่าง
00:07:19 → 00:07:22ร่วมกันเลยการออกกำลังกายเพื่อสร้างความ
00:07:22 → 00:07:25แข็งแรงให้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวหรือ cor
00:07:25 → 00:07:28muscles นี่สำคัญมากเพราะกล้ามเนื้อ
00:07:28 → 00:07:29เหล่านี้เปรียบเสมือนกรอกป้องกันให้
00:07:29 → 00:07:31กระดูกสันหลังเลยนะคะ
00:07:31 → 00:07:32>> อ๋อครับ
00:07:32 → 00:07:34>> การหลีกเลี่ยงการนั่งติดต่อกันนานเกิน
00:07:34 → 00:07:3845-60 นาทีโดยลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสาย
00:07:38 → 00:07:41บ้างก็ช่วยลดแรงกดต่อหมอนรองกระดูกได้การ
00:07:41 → 00:07:44ควบคุมน้ำหนักตัวให้ไม่เกินเกณฑ์ก็ช่วยลด
00:07:44 → 00:07:46ภาระที่กระดูกสันหลังต้องแบกรับด้วยค่ะ
00:07:46 → 00:07:49>> เรื่องการยกของนี่ก็เป็นอีกจุดที่คนมัก
00:07:49 → 00:07:50พลาดกันง่ายๆนะครับ
00:07:50 → 00:07:51>> ใช่เลยค่ะ
00:07:51 → 00:07:54>> ข้อมูลแนะนำเทคนิค hinch คือการงอหรือพับ
00:07:54 → 00:07:58ตัวที่ข้อสะโพกโดยพยายามรักษาแนวหลังให้
00:07:58 → 00:08:01ตรงแทนที่จะก้มโค้งจากส่วนหลังโดยตรง
00:08:01 → 00:08:03>> ถูกต้องค่ะอันนี้ช่วยได้เยอะเลย
00:08:03 → 00:08:05>> นอกจากนี้การเลือกใช้หมอและที่นอนที่
00:08:05 → 00:08:09เหมาะสมกับสรีระไม่นุ่มหรือขังจนเกินไปก็
00:08:09 → 00:08:11มีส่วนช่วยประคองมองแนวกระดูกสันหลังตอน
00:08:11 → 00:08:14นอนได้ดีขึ้นและการออกกำลังกายแบบแอโรบิก
00:08:14 → 00:08:18เบาๆอย่างสม่ำเสมอเช่นเดินเร็วว่ายน้ำ
00:08:18 → 00:08:20ปั่นจักรยานก็ช่วยส่งเสริมสุขภาพโดยรวม
00:08:20 → 00:08:22ของกระดูกสันหลังได้ด้วยนะครับ
00:08:22 → 00:08:25>> อาการเหล่านี้บ่งชี้ถึงภาวะกดท็อปเส้น
00:08:25 → 00:08:27ประสาทที่รุนแรงซึ่งต้องการการตรวจ
00:08:27 → 00:08:30วินิจฉัยและรักษาอย่างเร่งด่วนค่ะ
00:08:30 → 00:08:33>> โหชัดเจนและน่ากลัวจริงๆครับสัญญาณเตือน
00:08:33 → 00:08:36เหล่านี้ต่อไปโรคที่ 5 ขยับขึ้นมาที่ดวง
00:08:36 → 00:08:40ตาของเราบ้างตาแห้งและอาการจักจอหรือที่
00:08:40 → 00:08:42เรียกว่า Computer Vision Syndrome
00:08:42 → 00:08:45เรื่องนี้คนทำงานหน้าจอน่าจะคุ้นเคยกันดี
00:08:45 → 00:08:49เลยอาการมีตั้งแต่ตาแห้งแสบตาเคืองตาปวด
00:08:49 → 00:08:52ตาบางทีก็ลามไปถึงปวดศีรษะได้ครับ
00:08:52 → 00:08:55>> สาเหตุหลักเกิดจากการที่เราจ้องหน้าจอนาน
00:08:55 → 00:08:58ๆค่ะทำให้ความถี่ในการกระพริบตาลดลงไป
00:08:58 → 00:09:00กว่าครึ่งโดยไม่รู้ตัวเลย
00:09:00 → 00:09:01>> อ๋อจริงด้วย
00:09:01 → 00:09:04>> ค่ะพอกระพริบน้อยลงฟิล์มน้ำตาที่เคลือบ
00:09:04 → 00:09:07ผิวตาก็ระเหยไปเร็วขึ้นทำให้เกิดอาการตา
00:09:07 → 00:09:10แห้งและระคายเคืองตามมาวิธีป้องกันและ
00:09:10 → 00:09:12บรรเทาอาการที่คุณหมอเจตแนะนำและเป็นที่
00:09:12 → 00:09:16นิยมกันมากคือกด 20 20 ค่ะ
00:09:16 → 00:09:17>> 20 20
00:09:17 → 00:09:21>> ใช่ค่ะทำได้ง่ายๆคือทุกๆ 20 นาทีของการทำ
00:09:21 → 00:09:25งานหน้ากอให้พักสายตาโดยการมองออกไปไกลๆ
00:09:25 → 00:09:29อย่างน้อย 20 ฟุตประมาณ 6 เมตเป็นเวลา 20
00:09:29 → 00:09:32วินาทีการทำแบบนี้ช่วยให้กล้ามเนื้อตาได้
00:09:32 → 00:09:34ผ่อนคลายแล้วก็กระตุ้นให้เรากระพริพตา
00:09:34 → 00:09:36เคลือบผิวตาได้ดีขึ้นค่ะ
00:09:36 → 00:09:40>> อืมการปรับสภาพแวดล้อมก็มีส่วนช่วยได้
00:09:40 → 00:09:43เยอะเลยนะครับอย่างเรื่องแสงสว่างควรจัด
00:09:43 → 00:09:47ให้พอเหมาะไม่จ้าไปไม่มืดไปหน้าจอก็ควร
00:09:47 → 00:09:50ปรับความสว่างคอนทสให้สบายตาแล้วก็ควรวาง
00:09:50 → 00:09:53ในตำแหน่งที่ต่ำกว่าระดับสายตาเล็กน้อย
00:09:53 → 00:09:56ถ้าตัวหนังสือบนจอมันเล็กไปลองปรับ ont
00:09:56 → 00:09:59ให้ใหญ่ขึ้นดีกว่ายื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆจอ
00:09:59 → 00:10:01ซึ่งอาจจะปวดคอเพิ่มไปอีกนะครับ
00:10:01 → 00:10:05>> ใช่เลยค่ะแล้วถ้าได้ลองปรับพฤติกรรมใช้กด
00:10:05 → 00:10:0920 20 แล้วก็ปรับสภาพแวดล้อมแล้วแต่
00:10:09 → 00:10:12อาการตาแห้งแสบตาปวดตายังคงรบกวนอยู่หรือ
00:10:12 → 00:10:15เป็นมากขึ้นก็เป็นสัญญาณว่าควรไปตรวจ
00:10:15 → 00:10:18สุขภาพตากับจักษุแพทย์นะคะเพราะอาจจะมี
00:10:18 → 00:10:21ปัญหาอื่นซ่อนอยู่หรืออาจต้องการการรักษา
00:10:21 → 00:10:24เพิ่มเติมเช่นการใช้น้ำตาเทียมหรือยาหยอด
00:10:24 → 00:10:25ตาชนิดอื่นๆค่ะ
00:10:25 → 00:10:29>> ครับผมจากตาก็ลงมาที่ท้องบ้างนะครับโรค
00:10:29 → 00:10:33ที่ 6 โรคกระเพราและกรดไหลย้อนgสrtis and
00:10:33 → 00:10:38GD อาการยอดฮิตก็คือแน่นท้องท้องอืดจุก
00:10:38 → 00:10:41เสียดแสบร้อนบริเวณลิ้นปี่หรือกลางอกหรือ
00:10:41 → 00:10:43มีอาการเรือเปรี่ยว
00:10:43 → 00:10:44>> อืคุ้นเคยกันดี
00:10:44 → 00:10:48>> ใช่ครับข้อมูลชี้ว่าส่วนใหญ่มักเกิดจับ
00:10:48 → 00:10:51พฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสมเช่นกินอาหาร
00:10:51 → 00:10:55ไม่ตรงเวลากินเร็วเกินไปเคี้ยวไม่ละเอียด
00:10:55 → 00:10:57กินแล้วนอนทันทีรวมถึงความเครียดจากการทำ
00:10:58 → 00:11:00งานก็เป็นปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญด้วยครับ
00:11:00 → 00:11:03>> เพราะฉะนั้นการปรับพฤติกรรมการกินและการ
00:11:03 → 00:11:05ใช้ชีวิตจึงเป็นหัวใจหลักในการจัดการ
00:11:05 → 00:11:08ปัญหานี้ค่ะพยายามกินอาหารให้เป็นเวลาอาจ
00:11:08 → 00:11:11จะ 3 มื้อหลักหรือแบ่งเป็นมื้อย่อยๆ 4-5
00:11:11 → 00:11:14มื้อเพื่อไม่ให้ท้องว่างนานเกินไปแล้วก็
00:11:14 → 00:11:17ไม่ควรกินจนอิ่มแน่นเกินไปในแต่ละมื้อที่
00:11:17 → 00:11:20สำคัญคือเคี้ยวอาหารให้ช้าลงละเอียดขึ้น
00:11:20 → 00:11:22เพื่อลดภาระของกระเพาะอาหารและหลังกิน
00:11:22 → 00:11:24อาหารเสร็จไม่ควรล้มตัวลงนอนหรือเอนกาย
00:11:24 → 00:11:27ทันทีนะคะควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 3
00:11:27 → 00:11:28ช่โมงก่อนเข้านอนค่ะ
00:11:28 → 00:11:31>> อ๋อ 3 ช่โมงเลยนะครับแล้วก็ต้องระวัง
00:11:31 → 00:11:33เรื่องอาหารเครื่องดื่มที่เป็นตัวกระตุ้น
00:11:33 → 00:11:34ด้วยใช่ไหมครับ
00:11:34 → 00:11:39>> 2 แก้วต่อวันชาน้ำอัดลมแอลกอฮอล์อาหาร
00:11:39 → 00:11:42ทอดอาหารมันจัดอาหารรสเผ็ดจัดอาหารหมัก
00:11:42 → 00:11:45ดองรวมถึงผลไม้รสเปรี้ยวจัดแล้วก็
00:11:45 → 00:11:47ช็อกโกแลตในบางคนค่ะ
00:11:47 → 00:11:49>> โอ้โหเยอะเหมือนกันนะครับเนี่ย
00:11:49 → 00:11:49>> ค่ะ
00:11:50 → 00:11:53>> สำหรับผู้ที่มีอาการกรดไหลย้อนตอนกลางคืน
00:11:53 → 00:11:56การลองหนุนหัวเตียงให้สูงขึ้นประมาณ 10-15
00:11:56 → 00:12:00ซม.เน้นว่าเป็นการยกพื้นเตียงด้านหัวนะคะ
00:12:00 → 00:12:03ไม่ใช่แค่ใช้หมอนสูงๆซ้อนกันอาจช่วยป้อง
00:12:03 → 00:12:06กันไม่ให้กรดไหลย้อนขึ้นมาได้แต่หากปรับ
00:12:06 → 00:12:09พฤติกรรมแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นหรือมี
00:12:09 → 00:12:12อาการรุนแรงเช่นอาเจียนเป็นเลือดถ่ายดำ
00:12:12 → 00:12:15อันนี้ต้องรีบไปพกแพทย์ทันทีเลยค่ะ
00:12:15 → 00:12:18>> ครับผมน่ากลัวครับมาถึงประเด็นสุดท้าย
00:12:18 → 00:12:20ซึ่งอาจจะไม่ได้เป็นโรคทางกายโดยตรงแต่
00:12:21 → 00:12:23ส่งผลกระทบทั้งร่างกายและจิตใจอย่างมาก
00:12:23 → 00:12:27นั่นคือโรคที่ 7 ภาวะหมดไฟหรือเบิร์นอั
00:12:27 → 00:12:30ค่ะอาการไม่ได้มีแค่ความเหนื่อยล้าทางกาย
00:12:30 → 00:12:32แต่รวมถึงความเหนื่อยล้าทางใจรู้สึกหมด
00:12:32 → 00:12:37พลังสมาธิลดลงนอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิท
00:12:37 → 00:12:39รู้สึกเฉยชาหมดความกระตือรือร้นหรือแรง
00:12:39 → 00:12:43บันดาลใจในการทำงานและชีวิตไปเลยค่ะภาวะ
00:12:43 → 00:12:46นี้มักเกิดจากการทำงานหนักติดต่อกันเป็น
00:12:46 → 00:12:49เวลานานโดยที่ร่างกายและจิตใจไม่ได้รับ
00:12:49 → 00:12:52การพักผ่อนฟื้นฟูอย่างเพียงพอและมีคุณภาพ
00:12:52 → 00:12:55มันคือความเครียดเรื้อรังที่สับสนกว่าจะ
00:12:55 → 00:12:56รับไหว
00:12:56 → 00:12:59วิธีการจัดการจึงต้องดูแลทั้ง 2 มิติเลย
00:12:59 → 00:13:02ค่ะเริ่มจากการสร้างขอบเขตระหว่างเรื่อง
00:13:02 → 00:13:05งานกับชีวิตส่วนตัวให้ชัดเจนขึ้นเช่น
00:13:05 → 00:13:08กำหนดเวลาเลิกงานที่แน่นอนแล้วก็พยายามทำ
00:13:08 → 00:13:11ให้ได้จริงปิดการแจ้งเตือนเกี่ยวกับงาน
00:13:11 → 00:13:14นอกเวลางานกำหนดช่วงเวลาที่ไม่รับการติด
00:13:14 → 00:13:17ต่อเรื่องงานหรือลองใช้เทคนิคการบริหาร
00:13:17 → 00:13:20เวลาอย่างโปรโมดคือทำงาน 25 นาทีเราพัก 5
00:13:20 → 00:13:23นาทีสลับกันไปก็ช่วยให้มีช่วงเบรคสั้นๆ
00:13:23 → 00:13:26สม่ำเสมอไม่ลากยาวจนเกินไปค่ะ
00:13:26 → 00:13:28>> การพักผ่อนที่มีคุณภาพก็สำคัญมากๆเลยนะ
00:13:28 → 00:13:31ครับข้อมูลไม่ได้หมายถึงแค่การนอนหลับ
00:13:31 → 00:13:33เท่านั้นแต่รวมถึงกิจกรรมผ่อนคลายอื่นๆ
00:13:33 → 00:13:37ด้วยอย่างเช่นการหาเวลาออกไปเดินเล่นรับ
00:13:37 → 00:13:40แสงแดดอ่อนๆตอนเช้าสัก 10-15 นาทีซึ่ง
00:13:40 → 00:13:42ช่วยเรื่องนาฬิกาชีวิตและวิตามินดี
00:13:43 → 00:13:44>> อืม
00:13:44 → 00:13:45ค่ะ
00:13:45 → 00:13:49>> หรือการฝึกหายใจลึกๆช้าๆอย่างเทคนิค 4 7
00:13:49 → 00:13:558 หายใจเข้า 4 กลั้น 7 ผ่อนออก 8 ทำซ้ำ
00:13:55 → 00:13:59ซักสัก 3-4 รอบก็ช่วยให้รู้สึกสงบลงได้
00:13:59 → 00:14:02หรือแม้แต่การใช้เวลาสัก 5 นาทีเขียน
00:14:02 → 00:14:05ระบายความคิดความรู้สึกหรือสิ่งที่กังวล
00:14:06 → 00:14:08ลงในสมุดบันทึกก็เป็นการปลดปล่อยที่ดี
00:14:08 → 00:14:09เหมือนกันนะครับ
00:14:09 → 00:14:13>> ใช่ค่ะการหางานอดิเรกหรือกิจกรรมที่ชอบทำ
00:14:13 → 00:14:16นอกเวลางานเพื่อเป็นการชาร์จพลังใจก็
00:14:16 → 00:14:20จำเป็นนะคะและที่ไม่ควรมองข้ามเลยคือการ
00:14:20 → 00:14:23ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอซึ่งมีผลดีทั้ง
00:14:23 → 00:14:25ต่อร่างกายและจิต
00:14:25 → 00:14:28คำแนะนำทั่วไปคือออกกำลังกายแบบแอโรบิก
00:14:28 → 00:14:32เช่นเดินเร็ววิ่งเหยาะว่ายน้ำปั่งจักรยาน
00:14:32 → 00:14:36ให้ได้รวม 150 นาทีต่อสัปดาห์ควบคู่ไปกับ
00:14:36 → 00:14:38การฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหรือเวท
00:14:38 → 00:14:41training อย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์
00:14:41 → 00:14:43>> อ๋อต้องมีทั้ง 2 แบบ
00:14:43 → 00:14:46>> ค่ะการออกกำลังกายช่วยกระตุ้นการหลังสาร
00:14:46 → 00:14:49สืบประสาทที่ดีเช่นเอนฟินซึ่งช่วยลดความ
00:14:49 → 00:14:52เครียดและทำให้อารมณ์ดีขึ้นได้จริงซึ่ง
00:14:52 → 00:14:54น่าสนใจว่ามันก็ไปช่วยป้องกันปัญหาอย่าง
00:14:54 → 00:14:56อฟิศ syndrome หรือปัญหาหลังได้ด้วย
00:14:56 → 00:14:59เหมือนกันเรียกว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า
00:14:59 → 00:15:00มากค่ะ
00:15:00 → 00:15:03>> ฟังดูแล้วปัญหาสุขภาพทั้ง 7 อย่างนี้มัก
00:15:03 → 00:15:05จะดูเป็นเรื่องใกล้ตัวและพบได้บ่อยในหมู่
00:15:05 → 00:15:08คนทำงานนะครับแต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่แก้ไข
00:15:08 → 00:15:11ไม่ได้เลยหัวใจสำคัญอยู่ที่การตระหนักรู้
00:15:11 → 00:15:13แล้วก็การลงมือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ
00:15:13 → 00:15:15น้อยๆอย่างต่อเนื่องนี่เอง
00:15:15 → 00:15:18>> ถูกต้องค่ะการดูแลตัวเองเหล่านี้ไม่ควร
00:15:18 → 00:15:20มองว่าเป็นการเบียดเบียนเวลาทำงานหรือ
00:15:20 → 00:15:22เป็นเรื่องไม่จำเป็นนะคะแต่มันคือการลง
00:15:22 → 00:15:25ทุนเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาวซึ่งจะส่งผล
00:15:25 → 00:15:28ให้เราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วก็
00:15:28 → 00:15:31มีความสุขมากขึ้นด้วยดังที่คุณหมอเจตได้
00:15:31 → 00:15:34สรุปไว้อย่างน่าสนใจว่าปัญหาสุขภาพของคน
00:15:34 → 00:15:36ทำงานจำนวนมากไม่ได้เกิดจากตัวเนื้องาน
00:15:36 → 00:15:39โดยตรงแต่เกิดจากการที่เราละเลยสัญญาณ
00:15:39 → 00:15:42เตินเล็กๆน้อยๆแล้วก็ไม่ได้ดูแลร่างกาย
00:15:42 → 00:15:44อย่างเหมาะสมต่อเนื่องเป็นเวลานานมากกว่า
00:15:44 → 00:15:45ค่ะ
00:15:45 → 00:15:48>> อืมครับงั้นขอสรุปภาพรวมอีกครั้งนะครับ
00:15:48 → 00:15:51วันนี้เราได้สำรวจ 7 ปัญหาสุขภาพยอดฮิต
00:15:51 → 00:15:54ของคนทำงานยุคใหม่ตั้งแต่อาการทางกล้าม
00:15:54 → 00:15:57เนื้อและกระดูกสันหลังอย่างออฟฟิศsyนrม
00:15:57 → 00:16:00พังผืดกดทับเส้นประสาทข้อมือเอ็นอักเสบ
00:16:00 → 00:16:03และปัญหาหลังไปจนถึงอาการทางตาทางระบบการ
00:16:03 → 00:16:06ย่อยอาหารอย่างตาแห้งจากจอโรคกระเพาะและ
00:16:06 → 00:16:10กรดไหลย้อนและสุดท้ายคือภาวะทางจิตใจที่
00:16:10 → 00:16:13ส่งผลต่อร่างกายอย่างภาวะหมดไฟซึ่งคำแนะ
00:16:13 → 00:16:17นำสำคัญจากคุณหมอเจตที่เอ่อกวั่นครานทุก
00:16:17 → 00:16:19ประเด็นคือการเริ่มต้นดูแลตัวเองจากสิ่ง
00:16:19 → 00:16:22เล็กๆที่ทำได้ทุกวันไม่ว่าจะเป็นการพัก
00:16:22 → 00:16:26สายตาการลุกยืดเส้นการปรับท่าทางการใส่ใจ
00:16:26 → 00:16:29เรื่องอาหารการกินการหาเวลาพักผ่อนและการ
00:16:29 → 00:16:33ออกกำลังกายนะครับค่ะและในขณะที่เราได้
00:16:33 → 00:16:35เรียนรู้วิธีดูแลสุขภาพกายและใจในฐานะ
00:16:36 → 00:16:39ปัดเจกบุคคลไปแล้วมีคำถามนึงที่น่าชวนคิด
00:16:39 → 00:16:42ต่อแล้วก็อยากจะทิ้งท้ายไว้ให้ไปใคร่ครวญ
00:16:42 → 00:16:44กันนะคะนั่นคือนอกเหนือจากการปรับเปลี่ยน
00:16:45 → 00:16:47พฤติกรรมส่วนบุคคลแล้ววัฒนธรรมองค์กรหรือ
00:16:47 → 00:16:50สภาพแวดล้อมในที่ทำงานเองมีบทบาทมากน้อย
00:16:50 → 00:16:53แค่ไหนในการส่งเสริมหรือบรรทสุขภาพของ
00:16:53 → 00:16:56พนักงานที่ทุ่มเททำงานเราจะสามารถร่วมกัน
00:16:56 → 00:16:59สร้างบรรยากาศการทำงานที่สนับสนุนสุขภาวะ
00:16:59 → 00:17:01ที่ดีอย่างยั่งยืนได้อย่างไรบ้างนี่เป็น
00:17:01 → 00:17:04คำถามที่น่าจะนำไปสู่การพูดคุยและหาทาง
00:17:04 → 00:17:08ออกในระดับที่กว้างขึ้นต่อไปค่ะ