00:00:48 → 00:00:49สวัสดีค่ะ
00:00:49 → 00:00:53กลับมาพบกันอีกครั้งกับรายการคุยกับหมออัจจิมานะคะ
00:00:53 → 00:00:57แน่นอนว่าทุกคนที่เปิดมารอดูเราสองคนจะต้องเป็นคนรักสุขภาพแน่ๆ
00:00:57 → 00:00:57ใช่แล้ว
00:00:57 → 00:01:02คนสมัยนี้เนี่ยอายุเขาเรียกว่า Lifestyle อายุยืนมากขึ้นนะคะ
00:01:02 → 00:01:06ทำให้เราก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มภาคภูมิ
00:01:07 → 00:01:10วันนี้คุณหมอก็เลยจะชวนเราคุยเกี่ยวกับเรื่องของผู้สูงวัยอีกแล้ว
00:01:10 → 00:01:11ใช่แล้ว
00:01:11 → 00:01:11ค่ะ
00:01:11 → 00:01:16ทำยังไงให้ห่างไกลจากภาวะสมองเสื่อมที่เรียกว่าอัลไซเมอร์
00:01:16 → 00:01:17คำนี้น่ากลัว
00:01:17 → 00:01:19ไม่อยากเป็นโรคฮิตนี้เลยคุณแนน
00:01:19 → 00:01:19ไม่อยากอ่ะ
00:01:19 → 00:01:20ใช่
00:01:20 → 00:01:23เพราะฉะนั้นเราต้องมาดูแลสมองของเราไว้
00:01:23 → 00:01:24ใช่ค่ะ
00:01:24 → 00:01:25ให้ห่างไกลจากโรคอัลไซเมอร์
00:01:25 → 00:01:27ซึ่งจริงๆมันก็ดูแลได้
00:01:28 → 00:01:32จะเป็นยังไงต้องดูรายการเราวันนี้นะคะน่าสนใจจริงๆ
00:01:32 → 00:01:34คุณผู้ชมค่ะหมอชวนคุยสัปดาห์นี้นะคะ
00:01:34 → 00:01:37คุณหมอชวนพวกเราคุยของเรื่องของคนสูงวัย
00:01:38 → 00:01:40ที่จะห่างไกลอัลไซเมอร์
00:01:40 → 00:01:44จริงๆฟังแล้วดูย้อนแย้งเพราะส่วนใหญ่เรารู้สึกว่าพอยิ่งแก่ตัวไป
00:01:44 → 00:01:46มันจะเข้าใกล้อัลไซเมอร์ใช่ไหมคะคุณหมอ
00:01:46 → 00:01:50เราก็เลยต้องคุยกันหน่อยว่าทำยังไงถึงจะสูงวัยแล้วให้ห่างไกลอัลไซเมอร์
00:01:50 → 00:01:53สำคัญมากเพราะไม่มีใครอยากจจะสูญเสียความทรงนะคะคุณหมอ
00:01:54 → 00:01:57ถ้าอย่างงั้นวันนี้เรามาทำความรู้จักกับโรคนี้กันนะคะ
00:01:57 → 00:02:02โรคอัลไซเมอร์เนี่ยมันคือโรคเกี่ยวกับอะไรแล้วอาการเขาเป็นยังไงคะคุณหมอ
00:02:02 → 00:02:05อัลไซเมอร์เนี่ยเป็นโรคสมองเสื่อมที่พบบ่อยที่สุด
00:02:05 → 00:02:08แค่เกริ่นมาก็น่ากลัวแล้วค่ะคุณหมอ
00:02:08 → 00:02:08จริงๆ
00:02:09 → 00:02:14เราจะพบว่าในกลุ่มของคนไข้ที่มีปัญหาสมองเสื่อมหรือสมองเสื่อมถอยลงเนี่ย
00:02:14 → 00:02:162 ใน 3 เขาเป็นโรคอัลไซเมอร์
00:02:17 → 00:02:21โดยเริ่มจากการสูญเสียความทรงจำก็เริ่มจากหลงลืม
00:02:21 → 00:02:21ค่ะ
00:02:21 → 00:02:26มีบุคลิกภาพหรือว่ามีพฤติกรรมหรือนิสัยบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป
00:02:26 → 00:02:31รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งเขาไม่สามารถที่จะสนทนาโต้ตอบได้
00:02:31 → 00:02:35หรือไม่สามารถที่จะใช้ชีวิตประจำวันแบบปกติได้
00:02:35 → 00:02:40จนกระทั่งจะต้องอยู่ในความดูแลของของคนอื่นก็คือไม่สามารถจะดูแลตัวเองได้
00:02:40 → 00:02:42คือไม่รู้สึกตัวไม่รู้เรื่องแล้ว
00:02:42 → 00:02:47ซึ่งจริงๆแล้วเนี่ยอัลไซเมอร์เนี่ยเป็นโรคที่เกิดจากมีการผิดปกติของโปรตีนบางชนิด
00:02:47 → 00:02:53ก็คือ Amyloid กับ Tau โปรตีนซึ่งไปสะสมอยู่ในเซลล์สมองบางบริเวณ
00:02:53 → 00:02:55แล้วก็ทำให้เกิดปัญหาขึ้นมา
00:02:55 → 00:03:00คราวนี้เซลล์สมองโดยปกติเขาทำงานเขาจะมีการสื่อสารส่งสารสื่อประสาท
00:03:00 → 00:03:03มาเพื่อจะให้สมองทำงานปกติ
00:03:03 → 00:03:06โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารสื่อประสาทที่เกี่ยวกับเรื่องของความจำ
00:03:06 → 00:03:08เพราะฉะนั้นแล้วเนี่ยในตัวโรคอัลไซเมอร์เองเนี่ย
00:03:08 → 00:03:12ก็จะมีปัญหาสารสื่อประสาทสมองตัวนี้มันเสียไป
00:03:12 → 00:03:17มันก็ทำให้เซลล์สมองไม่สามารถจะสื่อสารกันแล้วทำให้คนไข้มีปัญหาเรื่องของความจำ
00:03:17 → 00:03:19จริงๆอาการของผู้ป่วยเขามีหลายระยะ
00:03:20 → 00:03:25เขามีตั้งแต่ระยะเริ่มแรกที่เริ่มมีปัญหาเรื่องของความจำกับพฤติกรรม
00:03:25 → 00:03:28ระยะของเขาเนี่ยก็จะเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
00:03:28 → 00:03:33ระยะแรกเนี่ยก็จะเป็นระยะที่เขามีความผิดปกติเรื่องของการเรียนรู้ก่อน
00:03:33 → 00:03:37ก็คือเริ่มมีปัญหาเรื่องของความจำแบบน้อยๆ
00:03:37 → 00:03:42แต่ว่าคุณยังใช้ชีวิตประจำวันได้อยู่คือจำไม่ได้
00:03:42 → 00:03:43แล้วก็จะพูดซ้ำๆ
00:03:44 → 00:03:50ถามซ้ำๆและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเนี่ยเป็นเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิด
00:03:50 → 00:03:55แต่ว่าคือจำไม่ได้แต่ว่ายังไงก็ตามในกลุ่มคนที่เป็นน้อยๆเนี่ย
00:03:55 → 00:03:56เวลาที่ไปตรวจ
00:03:57 → 00:04:01ไปตรวจไปทำ Test ไปการทำการทดสอบต่างๆเนี่ย
00:04:01 → 00:04:04ทางสมองหรือทางสภาพจิตเนี่ยมันปกติ
00:04:04 → 00:04:09บางคนเขาอาจจะคิดว่าก็เป็นเพราะว่าเราอายุมากขึ้นก็เลยเราทำให้โฟกัส
00:04:09 → 00:04:13หรือว่าสมาธิเราเสียไปก็เลยทำให้เราจำไม่ได้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่
00:04:13 → 00:04:18ซึ่งเสี่ยงก็เป็นเหตุการณ์ที่เป็นความจำระยะสั้นแต่ความจำระยะยาวเรายังจำได้หมด
00:04:19 → 00:04:24เลี้ยงที่ไหนจบที่ไหนบ้านเคยอยู่ตรงไหนพวกเนี่ยจำได้ไม่มีปัญหา
00:04:25 → 00:04:27การตัดสินใจช้าลงคิดนานขึ้น
00:04:27 → 00:04:28ค่ะ
00:04:28 → 00:04:30มันไม่คล่องแคล่วเหมือนเดิมคุณแนน
00:04:31 → 00:04:36แล้วก็อารมณ์เราก็จะเปลี่ยนไปมีความวิตกกังวลมากขึ้น
00:04:36 → 00:04:38อารมณ์แปรปรวนมากขึ้น
00:04:40 → 00:04:45ถ้าอย่างงี้เนี่ยถ้าเกิดว่าเราไปตรวจเราจะได้รับการวินิจฉัยว่าเราเป็นหรือไม่เป็น
00:04:45 → 00:04:48เขาจะมีการแบ่งระยะของโรคหรือว่าอาการไหมคะคุณหมอ
00:04:49 → 00:04:50แต่พอเป็นระยะแรกเนี่ย
00:04:50 → 00:04:51มันอาจจะไม่ชัดเจน
00:04:51 → 00:04:52ไม่ชัดเจน
00:04:53 → 00:04:58พอระยะปานกลางนี้เขาก็จะมีการสูญเสียความทรงจำระยะสั้นและที่นี้
00:04:58 → 00:05:02แล้วก็ความรู้ทั่วๆไปก็จะค่อยๆบกพร่องไป
00:05:02 → 00:05:06เริ่มจำชื่อจำเพื่อนไม่ได้ จำคนในครอบครัวไม่ได้
00:05:06 → 00:05:11จำภรรยาจำสามีไม่ได้ จำลูกไม่ได้
00:05:11 → 00:05:14เขาจะมีความรู้สึกว่าเขาอยู่กับคนแปลกหน้าตลอดเวลา
00:05:15 → 00:05:17แล้วคราวนี้เนี่ยการพูดกันใช้ภาษา
00:05:17 → 00:05:22ตอนนี้เริ่มบกพร่องชัดเจนและคือแบบไม่สามารถจะเรียกสิ่งของที่อยู่ต่อหน้าได้
00:05:22 → 00:05:25แก้วน้ำเรียกไม่ได้ ช้อนส้อมเรียกไม่ได้
00:05:26 → 00:05:29ก็คือจะเริ่มทำกิจวัตรประจําวันลำบาก
00:05:29 → 00:05:30อย่างเช่นจะใส่เสื้อ
00:05:30 → 00:05:32ไม่รู้จะใส่ยังไง
00:05:32 → 00:05:37ติดกระดุมไม่เป็นใส่กางเกงไม่ได้ก็จะมีพฤติกรรมที่เริ่มแปรปรวนมากขึ้นเรื่อยๆ
00:05:37 → 00:05:41หรือไม่เหมาะสมเรื่อยๆที่หมอเจอบ่อยๆเวลาคนไข้มาเนี่ย
00:05:41 → 00:05:44ระยะปานกลางบางทีคืออยู่ๆก็ด่าขึ้นมา
00:05:44 → 00:05:45ค่ะ
00:05:45 → 00:05:48หรือพอรู้สึกร้อนเนี่ยถอดเสื้อผ้าเลย
00:05:49 → 00:05:53เป็นภาวะอารมณ์แปรปรวนภาวะที่ควบคุมไม่ได้
00:05:53 → 00:05:57ว่าอันนี้คือเหมาะสมอันนี้คือไม่เหมาะสม
00:05:57 → 00:05:59คือพฤติกรรมเรื่องของความไม่เหมาะสมเนี่ยมันมากขึ้น
00:06:00 → 00:06:06แล้วก็พอไปถึงระยะสุดท้ายเนี่ยอันนี้ความทรงจำทั้งระยะสั้นระยะยาวหายไปหมด
00:06:06 → 00:06:11จำอะไรไม่ได้เลยนะแล้วก็ช่วยเหลือตัวเองก็ไม่ได้ระยะที่แล้วนี่เป็นระยะก้าวร้าว
00:06:11 → 00:06:12ค่ะ
00:06:12 → 00:06:14ระยะถัดมาก็คือเป็นระยะไร้อารมณ์
00:06:16 → 00:06:17ไม่แสดงอารมณ์
00:06:17 → 00:06:20ไม่หือไม่อืออะไรทั้งสิ้นไม่ทำอะไรทั้งสิ้น
00:06:20 → 00:06:20ค่ะ
00:06:21 → 00:06:23คือนอนนิ่งๆอยู่บนเตียงเฉยๆ
00:06:23 → 00:06:25อันนี่คือเป็นภาวะสุดท้าย
00:06:25 → 00:06:30ซึ่งพอถึงภาวะเนี้ยส่วนใหญ่แล้วคนไข้จะเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อน
00:06:31 → 00:06:33ที่มาจากการที่มันไม่ได้ขยับตัวไม่ได้อะไร
00:06:33 → 00:06:36ยกตัวอย่างเช่นอาจจะเป็นปอดบวมติดเชื้อ
00:06:36 → 00:06:39หรือไม่กินอาหารก็ทำให้เกิดภาวะขาดสารอาหาร
00:06:39 → 00:06:41แล้วก็เสียชีวิตจากผลข้างเคียง
00:06:41 → 00:06:44มันมีปัจจัยอะไรที่จะเสี่ยงทำให้เราเสี่ยงเป็นพวกนี้
00:06:44 → 00:06:45แก่ลง
00:06:45 → 00:06:47มันก็เสี่ยงสิค่ะเพราะทุกคนต้องแก่
00:06:47 → 00:06:50เพราะจริงๆแล้วเขาบอกว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณอายุเกิน 65 ปี
00:06:50 → 00:06:51ค่ะ
00:06:51 → 00:06:55คุณจะเพิ่มอัตราความเสี่ยงทุกๆ 5 ปี Double
00:06:57 → 00:07:00แต่ว่าอย่านึกว่าคุณอายุน้อยแล้วคุณจะไม่เป็นนะ
00:07:01 → 00:07:03อายุน้อยก็เป็นได้เริ่มได้ตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไปเลย
00:07:03 → 00:07:06คุณก็สามารถที่จะมีความเสี่ยงของการเกิดเป็นอัลไซเมอร์ได้
00:07:06 → 00:07:08โดยเฉพาะถ้ามีประวัติในครอบครัว
00:07:08 → 00:07:12มีน้ำหนักเกินมีปัญหาเรื่องของอินซูลินมีปัญหาเรื่องของเบาหวาน
00:07:12 → 00:07:15คุณมีความเสี่ยงที่จะเป็นอัลไซเมอร์เพราะว่าเบาหวานเนี่ย
00:07:15 → 00:07:17ส่งผลต่อหลอดเลือด
00:07:18 → 00:07:22หลอดเลือดส่งผลต่อกันพัฒนาการเจริญของเซลล์ต่างๆ
00:07:22 → 00:07:23โดยเฉพาะเซลล์สมอง
00:07:23 → 00:07:24ค่ะ
00:07:24 → 00:07:29หรือกรณีที่เรามีปัญหาโรคที่เกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือด
00:07:29 → 00:07:29ค่ะ
00:07:30 → 00:07:31คืออะไรที่มันเกี่ยวกับหลอดเลือดเนี่ย
00:07:31 → 00:07:34คุณก็ส่งผลต่อความเสี่ยงของอัลไซเมอร์ทันที
00:07:34 → 00:07:38การสูบบุหรี่การดื่มแอลกอฮอล์ซึ่งส่งผลต่อหลอดเลือด
00:07:38 → 00:07:40ก็จะเพิ่มความเสี่ยงของอัลไซเมอร์
00:07:40 → 00:07:42สาเหตุหนึ่งที่สำคัญของอัลไซเมอร์เนี่ย
00:07:42 → 00:07:45มาจากภาวะสารอนุมูลอิสระที่สูง
00:07:45 → 00:07:47แล้วเขาก็มีการศึกษานะว่า
00:07:48 → 00:07:51ถ้าสมมุติเราเอาสารต้านอนุมูลอิสระที่ส่งผลต่อหลอดเลือด
00:07:51 → 00:07:55ซึ่งตัวที่เขามีการศึกษามากก็เป็นวิตามินซี วิตามินอี กรดโฟลิกนะ
00:07:56 → 00:07:59รวมถึง B12 เพราะเรารู้ว่าการขาดพวกนี้
00:07:59 → 00:08:02มันจะทำให้ระดับการอักเสบในหลอดเลือดหรือ homocysteine เนี่ยสูง
00:08:02 → 00:08:05เขาพบว่าถ้าเราไปทำให้การอักเสบในหลอดเลือดลดลง
00:08:06 → 00:08:10พบว่าความเสี่ยงลดลงแต่ถ้าสมมุติว่าคุณมีอาการแล้วเนี่ย
00:08:10 → 00:08:12มันไม่สามารถจะทำให้ความจำกลับมา
00:08:13 → 00:08:17คือเราลดความเสี่ยงได้แต่ถ้ามันเสียไปแล้วเนี่ย
00:08:17 → 00:08:21มันไม่สามารถที่จะทำให้ภาวะสมองเสื่อมดีขึ้น
00:08:21 → 00:08:21ค่ะ
00:08:21 → 00:08:24หรือทำให้กับคืนสู่สภาพปกติได้
00:08:24 → 00:08:29คือมันเป็นโรคที่น่าเศร้ามากเพราะว่าปัจจุบันมันยังไม่มีวิธีรักษา
00:08:29 → 00:08:33เพราะฉะนั้นแล้วเราทำความรู้จักกันไปแล้วน่ากลัวอยู่เหมือนกันนะคะคุณหมอ
00:08:33 → 00:08:36เพราะฉะนั้นเราต้องมาดูวิธีการจะดูแลตัวเองยังไงล่ะ
00:08:36 → 00:08:42ให้เรามีความเสี่ยงที่มันจะห่างไกลจากโรคนี้ให้มันน้อยที่สุดเลยนะคะ
00:08:42 → 00:08:44เดี๋ยวช่วงหน้ากลับมาคุยกันต่อตอนนี้พักสักครู่ค่ะ
00:08:46 → 00:08:47หมอชวนคุยช่วงสุดท้ายค่ะ
00:08:47 → 00:08:52ช่วงนี้ของเราสนับสนุนโดย ออติซิน ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมดูแลรูปร่าง
00:08:53 → 00:08:57หน้าสวยหุ่นเป๊ะนะคะดูรายการของเราต้องดูแลตัวเองดีๆด้วย
00:08:57 → 00:08:58สมองต้องดีด้วยคุณแนน
00:08:58 → 00:09:00อันนี้สำคัญที่สุดคุณหมอค่ะ
00:09:00 → 00:09:04แนนกำลังแบบว่านั่งทบทวนอาการที่คุณหมอบอกไปเรามีบ้างไหม
00:09:04 → 00:09:05คุณแนนมีไหมอ่ะ
00:09:05 → 00:09:06มีบ้างค่ะ
00:09:06 → 00:09:07มีบ้าง
00:09:08 → 00:09:09หาเพื่อน
00:09:09 → 00:09:12แต่ยังไม่ขนาดแบบว่าเบลอนึกอะไรไม่ออกบอกไม่ถูก
00:09:12 → 00:09:16แต่ว่าสมองช้าลงกว่าตอนสาวๆเยอะคุณหมอค่ะ
00:09:16 → 00:09:21เพราะฉะนั้นเดี๋ยวช่วงนี้ราจะมาดูเรื่องของวิธีการรักษาโรคอัลไซเมอร์กับวิธีการป้องกัน
00:09:22 → 00:09:24เริ่มต้นก่อนถ้าเกิดเราป่วยเราเป็นแล้ว
00:09:24 → 00:09:28อย่างเมื่อกี้คุณหมอบอกว่ามันรักษาให้หายขาดไม่ได้
00:09:28 → 00:09:32เพราะว่าจริงๆแล้วก็ยังไม่รู้เลยว่าอัลไซเมอร์เนี่ยมันเกิดจากอะไรกันแน่
00:09:32 → 00:09:37ป้องกันก็ยากแต่เรารู้โอเคนะหลอดเลือดเนี่ยเป็นตัวการสำคัญ
00:09:37 → 00:09:41เพราะว่าหลอดเลือดถ้าไม่ดีมันก็จะนำเลือดไปเลี้ยงไม่ดีออกซิเจนไม่ดี
00:09:41 → 00:09:42มันก็เสื่อมเร็ว
00:09:42 → 00:09:43ค่ะ
00:09:43 → 00:09:46อันนี้คืออันที่เรารู้เพราะนั้นเราก็แก้ไขเฉพาะอันที่เรารู้ได้
00:09:46 → 00:09:47ค่ะ
00:09:47 → 00:09:51แต่ว่าจริงๆแล้วเนี่ยสาเหตุจริงๆเขายังไม่รู้เลยว่ามันเกิดจากอะไร
00:09:51 → 00:09:54เพราะนั้นการจะทำให้หายขาดเนี่ยยาก
00:09:54 → 00:09:56มันไม่เหมือนว่าเป็นโรคนี้กินยานี้แล้วจะหาย
00:09:56 → 00:10:01ใช่ไม่ไหวก็โอเคฉันเป็นโรคนี้เกิดจากเชื้อนี้เอายาฆ่าเชื้อโรคไปแล้วจบมันไม่ใช่
00:10:02 → 00:10:03นี่คือความยากของมัน
00:10:03 → 00:10:03ค่ะ
00:10:03 → 00:10:08เพราะฉะนั้นมันก็มีแต่ว่าการใช้ยาไปช่วยเรื่องทำให้มีการขยายตัวของหลอดเลือด
00:10:08 → 00:10:12แล้วก็การปรับเรื่องของความคิดและพฤติกรรม
00:10:12 → 00:10:16คือช่วยทำให้ผู้ป่วยเนี่ยดีขึ้นชั่วคราวนั้นการรักษาด้วยยาเนี่ย
00:10:16 → 00:10:20เรื่องของความจำเสื่อมในปัจจุบันก็จะมียาอยู่ 4 ชนิด
00:10:20 → 00:10:24ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา
00:10:25 → 00:10:30เขาก็อนุญาตให้นำยา 4 ประเภทเอามาใช้ในการรักษากลุ่มคนไข้อัลไซเมอร์ได้
00:10:30 → 00:10:37แต่นอกจากนี้แล้วเนี่ยมันก็ยังมีการนำเอาสารสมุนไพรเอามาใช้ในการรักษาอัลไซเมอร์
00:10:37 → 00:10:38ยกอย่างเช่นใบแปะก๊วย
00:10:38 → 00:10:39ค่ะ
00:10:39 → 00:10:41ซึ่งเรารู้ว่าใบแปะก๊วยช่วยเรื่องความจำ
00:10:41 → 00:10:41ค่ะ
00:10:41 → 00:10:46แล้วก็เขาพบว่ามันช่วยบรรเทาอาการแต่ว่าการศึกษาในเรื่องเนี้ย
00:10:46 → 00:10:50มันก็ยังไม่ชัดเจนนอกจากนี้มีอะไรอีก
00:10:50 → 00:10:56วิตามินอE โดยสารวิตามินE ที่เอามาใช้เนี่ยมันต้องใช้ในปริมาณสูง
00:10:56 → 00:10:59แต่ว่ามันก็อาจจะไปเพิ่มปัญหาอื่นๆได้
00:10:59 → 00:11:02เพราะอาจจะทำให้เลือกเนี่ยมีการแข่งตัวน้อยลง
00:11:02 → 00:11:06นอกจากนี้แล้วเนี่ยก็มีการรักษาอารมณ์และพฤติกรรมที่รุนแรงของคนไข้
00:11:06 → 00:11:10โดยใช้กลุ่มพวกการรักษาทางโรคจิตหรือจิตเวชเข้ามาช่วยนะคะ
00:11:10 → 00:11:15ซึ่งอันนี้เนี่ยก็ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเขาก็จะมาดูว่าควรจะใช้ยาอะไร
00:11:15 → 00:11:20หรือรักษาโดยไม่ใช้ยาหรือรักษามุ่งเน้นที่การกระตุ้นสมอง
00:11:20 → 00:11:23ซึ่งการกระตุ้นสมองก็จะมีหลายแบบคุณแนน
00:11:23 → 00:11:24ศิลปะบำบัด
00:11:24 → 00:11:25ค่ะ
00:11:25 → 00:11:26ดนตรีบำบัด
00:11:26 → 00:11:31การใช้สัตว์เลี้ยงก็ได้หรือเป็นการบำบัดโดยการระลึกถึงเรื่องราวในอดีต
00:11:31 → 00:11:37อย่างเช่นอาจจะให้ทำกิจกรรมดูภาพถ่ายหรือทำกิจกรรมอะไรในอดีต
00:11:37 → 00:11:41ที่คนไข้ชอบหรืออะไรที่เขาแบบคุ้นเคยมาในอดีต
00:11:41 → 00:11:46อะไรที่เป็นความทรงจำที่ดีในอดีตของเขาก็เอามาใช้ช่วยนะ
00:11:46 → 00:11:48หรือบางทีอาจจะต้องสร้างสถานการณ์
00:11:48 → 00:11:53ซึ่งไปกระตุ้นการรับรู้หรือไปกระตุ้นการมองเห็นกระตุ้นการเคลื่อนไหว
00:11:53 → 00:11:55หรือกระตุ้นการสัมผัส
00:11:55 → 00:11:59เพื่อจะทำให้คนไข้เขาอยู่ในสภาวะที่เขาพยายาม
00:11:59 → 00:12:01ที่จะกระตุ้นความทรงจำเขากลับมา
00:12:02 → 00:12:05ซึ่งจริงแล้วนี้มันก็ไม่ง่ายเลยนะคุณแนนไม่ง่ายๆ
00:12:05 → 00:12:06ค่ะ
00:12:06 → 00:12:11อันนี้ที่สำคัญคุณแนนคือการดูแลผู้ป่วยเป็นเป็นเรื่องสำคัญมากๆ
00:12:11 → 00:12:17คือคนที่ดูแลผู้ป่วยจะต้องเข้าใจต้องยอมรับไม่ทอดทิ้งคือต้องรู้การดำเนินของโรค
00:12:17 → 00:12:21ว่าการดำเนินการของโรคมันเป็นยังไงคนไข้ต้องการความช่วยเหลือยังไง
00:12:21 → 00:12:24ยิ่งอยู่ในระยะท้ายๆเนี่ยจะดูแลยากมาก
00:12:24 → 00:12:28งั้นคนที่ดูแลเองเนี่ยต้องอดทนต้องไม่ทอดทิ้งคนไข้
00:12:28 → 00:12:31เพราะว่าถ้าเขาทอดทิ้งคนไข้อาการคนไข้ยิ่งแย่ลง
00:12:31 → 00:12:34เพราะเขาจะยิ่งรู้สึกว่าเขาเหมือนอยู่คนเดียว
00:12:34 → 00:12:34ค่ะ
00:12:34 → 00:12:40แต่ในขณะเดียวกันคุณแนนรู้ไหมคนที่ดูแลผู้ป่วยเองก็มีความสำคัญมาก
00:12:40 → 00:12:42ที่เราจะต้องดูแลตัวเราด้วย
00:12:42 → 00:12:42ใช่
00:12:42 → 00:12:43ค่ะ
00:12:43 → 00:12:47เพราะว่าถ้าเราไม่ดูแลตัวเองเนี่ยเราอาจจะเกิดภาวะซึมเศร้าได้
00:12:48 → 00:12:48จริงๆ
00:12:49 → 00:12:52พอยิ่งเกิดภาวะซึมเศร้าตัวเราเองก็อาจจะแย่ลง
00:12:52 → 00:12:52ค่ะ
00:12:52 → 00:12:55นั่นหมายความว่าตัวเราเองก็จะต้องดูแลตัวเอง
00:12:55 → 00:12:57มีวิธีที่จะคลายความเครียดคลายความทุกข์
00:12:57 → 00:13:04อาจจะต้องมีช่วงหยุดดูแลเขาหาคนอื่นมาดูแลตัวเองแล้วตัวเองได้มีช่วงพักบ้าง
00:13:04 → 00:13:04ค่ะ
00:13:04 → 00:13:10เพื่อจะทำให้เราสามารถจะดูแลผู้สูงอายุดูแลพ่อแม่เราให้ตลอดรอดฝั่งไปได้
00:13:11 → 00:13:12สำคัญจริงๆ
00:13:12 → 00:13:12ใช่ๆ
00:13:12 → 00:13:15ในเรื่องของการรักษาผู้ป่วยอัลไซเมอร์คือต้องเข้าใจ
00:13:16 → 00:13:19เข้าใจมากๆแล้วก็ดูแลอย่างใกล้ชิดทีนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดเลย
00:13:19 → 00:13:24ก็คือเราสามารถป้องกันได้ไหมคะให้ห่างไกลจากอัลไซเมอร์ได้
00:13:24 → 00:13:25ดูแลหลอดเลือด
00:13:25 → 00:13:26สำคัญมาก
00:13:26 → 00:13:28เพราะเรารู้อยู่อย่างเดียวแหละว่า
00:13:28 → 00:13:33ใช่เรารู้ว่าหลอดเลือดต้องดีเพราะว่าหลอดเลือดมันเป็นตัวที่ทำให้ไปเลี้ยงเซลล์สมอง
00:13:33 → 00:13:33ค่ะ
00:13:33 → 00:13:35นั่นหมายความว่าเราจะต้องดูแลเลือดเราให้ดี
00:13:35 → 00:13:38ลดตัวอะไรก็ตามที่ทำให้หลอดเลือดเราแย่ลง
00:13:38 → 00:13:41เราพูดกันอยู่ตลอดเวลาในรายการบุหรี่
00:13:41 → 00:13:42เหล้า
00:13:44 → 00:13:47ป้องกันภาวะที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุต่อเซลล์สมอง
00:13:48 → 00:13:51ควรจะรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในสัดส่วนที่พอเหมาะนะ
00:13:51 → 00:13:55มีตัวไขมันดีนะที่ช่วยเรื่องของสุขภาพหลอดเลือด
00:13:56 → 00:13:58อะไรที่ช่วยสุขภาพหลอดเลือดเนี่ยทำเลย
00:13:58 → 00:13:58ค่ะ
00:13:58 → 00:14:00หมั่นออกกำลังกายนะ
00:14:00 → 00:14:04เพราะเขาพบว่าการออกกำลังกายเนี่ยช่วยเพิ่มระบบไหลเวียน
00:14:04 → 00:14:07พอระบบไหลเวียนดีเลือดก็ไปเลี้ยงสมองดี
00:14:08 → 00:14:11เพราะฉะนั้นแล้วเนี่ยการออกกำลังกายก็เป็นตัวนึงที่ช่วย
00:14:11 → 00:14:14ในเรื่องของการลดอัลไซเมอร์
00:14:14 → 00:14:14ค่ะ
00:14:14 → 00:14:17คราวนี้เขาถามว่าแล้วควรจะออกกำลังกายนานเท่าไหร่ล่ะ
00:14:17 → 00:14:21เขามีการศึกษาเหมือนกันก็คือให้ออกกำลังกายอย่างน้อย 20 ถึง 30 นาที
00:14:21 → 00:14:22ค่ะ
00:14:22 → 00:14:26ให้เหนื่อยแล้วก็ออกกำลังกายอย่างน้อยใน 2 ครั้งต่อสัปดาห์ขึ้นไป
00:14:26 → 00:14:28จะพบว่าลดความเสี่ยง
00:14:28 → 00:14:292 ครั้งต่อสัปดาห์เอง
00:14:30 → 00:14:31อันนี้ช่วยลดความเสี่ยงได้
00:14:31 → 00:14:37แล้วก็นอนหลับให้ดีเพราะการนอนหลับเป็นการซ่อมแซมเซลล์ของร่างกาย
00:14:37 → 00:14:38โดยเฉพาะเรื่องของเซลล์สมองด้วย
00:14:38 → 00:14:39ค่ะ
00:14:39 → 00:14:41ควบคุมอย่าเกิดภาวะเบาหวาน
00:14:41 → 00:14:42เบาหวานเมื่อไหร่แล้วหลอดเลือดเสีย
00:14:43 → 00:14:45มันก็ต้องควบคุมกันรับประทานอาหาร
00:14:45 → 00:14:48อย่านอนดึกเพราะว่านอนดึกก็ทำให้เรามีปัญหาอิซูลินได้
00:14:48 → 00:14:53มีงานวิจัยที่พบว่าถ้าเรามีฝึกสมองอยู่ตลอดเวลาเราจะกระฉับกระเฉง
00:14:53 → 00:14:56ทั้งเรื่องของร่างกายทักษะการใช้ความคิด
00:14:56 → 00:14:59อย่างเช่นอะไรบ้างอ่านหนังสือ
00:15:00 → 00:15:01เขียนหนังสือ
00:15:01 → 00:15:01ค่ะ
00:15:02 → 00:15:03เรียนรู้ภาษาใหม่ๆ
00:15:04 → 00:15:05เล่นดนตรี
00:15:05 → 00:15:06ค่ะ
00:15:06 → 00:15:10เล่นเทนนิส เล่นเกมส์นี้ช่วยเยอะนะมันจะเดี๋ยวนี้มันจะมีในแอพมือถือ
00:15:10 → 00:15:12มันจะมีเกมส์ฝึกสมอง
00:15:12 → 00:15:12ให้เราได้คิด
00:15:12 → 00:15:14เกมตอบปัญหาเกมต่อคำศัพท์
00:15:15 → 00:15:18ฝึกอะไรก็ตามที่เป็นฝึกการทำงานของสมองให้มากขึ้น
00:15:18 → 00:15:21ก็คือไม่ให้สมองขี้เกียจนั่นแหละใช่ไหมคะคุณหมอ
00:15:22 → 00:15:24วันนี้เราได้ความรู้เยอะมากเอาจริงๆ
00:15:24 → 00:15:26แล้วฟังแล้วเนี่ยมันไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวเลยนะคะคุณหมอ
00:15:26 → 00:15:27ใช่
00:15:27 → 00:15:30ทุกคนมีเสี่ยงแล้วก็มีโอกาสที่จะเป็น
00:15:30 → 00:15:33เพราะฉะนั้นเราต้องมาดูแลหลอดเลือดของเราให้แข็งแรงเอาไว้
00:15:33 → 00:15:34ค่ะ
00:15:34 → 00:15:37จะได้ห่างไกลจากอัลไซเมอร์เมื่อเราเข้าสู่ช่วงเวลานั้นนะคะ
00:15:38 → 00:15:42ขอให้คนแข็งแรง แข็งแรงแล้วก็ไม่สูญเสียความทรงจำดีๆไปนะคะ
00:15:42 → 00:15:44วันนี้หมดเวลาแล้วค่ะ
00:15:44 → 00:15:46ครั้งหน้าคุณหมอจะชวนพวกเราคุยเรื่องเกี่ยวกับอะไร
00:15:46 → 00:15:49มาติดตามได้กับรายการคุยกับหมออัจจิมา
00:15:49 → 00:15:51ฝากเอาไว้นะคะใครอยากจะปรึกษาปัญหาสุขภาพ
00:15:52 → 00:15:56มีโรคที่แบบเป็นแล้วรักษาไม่หายสักทีหรือมีปัญหาคับข้องใจ
00:15:56 → 00:16:00สามารถแอดไลน์มาได้เรามี Official LINE ของทางรายการนะคะ
00:16:00 → 00:16:03มี@นำก่อนนะคะแล้วก็ Dr.atchima
00:16:03 → 00:16:06ก็ปรึกษาได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นนะคะ
00:16:06 → 00:16:09วันนี้หมดเวลาแล้วนะคะคุณหมอและแนนลาไปก่อน
00:16:09 → 00:16:10สวัสดีค่ะ