00:00:00 → 00:00:02อยู่ในช่วงนี้เราจะมาคุยกันถึงเรื่องของ
00:00:02 → 00:00:05อาการที่ไม่พึงประสงค์จากการได้รับยา
00:00:05 → 00:00:09กัญชาเกินขนาดครับในร่างกายของคนเรานะ
00:00:09 → 00:00:11ครับไม่ได้รับการชาเข้าไปเนี่ยก็จะมีการ
00:00:11 → 00:00:14ตอบสนองที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลไม่
00:00:14 → 00:00:17ว่าจะเป็นการตอบสนองด้านร่างกายและการตอบ
00:00:17 → 00:00:20สนองด้านจิตใจแต่ในคนที่ได้รับยากัญชา
00:00:20 → 00:00:23เกินขนาดเนี่ยจะมีอาการผิดปกติได้ 2 รูป
00:00:24 → 00:00:27แบบนะครับก็คือภาวะพิษเฉียบพลันและก็ภาวะ
00:00:27 → 00:00:30พิษเรื้อรังนั้นเองครับภาวะพิษเฉียบพัน
00:00:30 → 00:00:35ประกอบด้วยวิ่งเวียนศีรษะมึนงงง่วงซึม
00:00:35 → 00:00:39เฉื่อยชากล้ามเนื้ออ่อนแรงสับสนวิตกกังวล
00:00:39 → 00:00:43เกิดอาการตกใจง่ายไม่มีสมาธิพูดไม่ชัด
00:00:43 → 00:00:47คลื่นไส้อาเจียนปวดท้องนอกจากนี้ยังพบราย
00:00:48 → 00:00:50งานการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายและหัวใจ
00:00:50 → 00:00:54เต้นผิดจังหวะและอาจเสียชีวิตได้ภาวะพิษ
00:00:54 → 00:00:57ด้วยร่างประกอบด้วยมีผลรบกวนระบบภูมิคุ้ม
00:00:57 → 00:01:00กันของร่างกายทำให้ติดเชื้อง่ายและเพิ่ม
00:01:00 → 00:01:02ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอด
00:01:02 → 00:01:06เลือดทำให้มีบุตรยากประจำเดือนมาผิดปกติ
00:01:06 → 00:01:10ถ้าใช้ขนาดตั้งครรภ์จะทำให้ทารกมีรูปร่าง
00:01:10 → 00:01:12ผิดปกติได้แล้วก็เสี่ยงต่อการคลอดก่อน
00:01:12 → 00:01:16กำหนดมีผลต่อระบบประสาทพฤติกรรมก้าวร้าว
00:01:16 → 00:01:20ทำร้ายคนอื่นและหวาดระแวงได้หากคุณผู้ชม
00:01:20 → 00:01:23รู้สึกว่ามีผลข้างเคียงจากการใช้ยากัญชา
00:01:23 → 00:01:26เที่ยงเล็กน้อยนะครับก็สามารถจะปฐมพยาบาล
00:01:26 → 00:01:29เบื้องต้นด้วยวิธีดังต่อไปนี้ครับถ้ารู้
00:01:29 → 00:01:33สึกว่ามีอาการปากแห้งคอแห้งหมอแนะนำให้
00:01:33 → 00:01:36ดื่มน้ำเปล่าตามปริมาณมากๆครับแต่ถ้าเกิด
00:01:36 → 00:01:38ว่ามีอาการวิงเวียนศีรษะคลื่นไส้อาเจียน
00:01:38 → 00:01:41และนำให้ดื่มเครื่องดื่มที่มีขิงเป็นส่วน
00:01:41 → 00:01:44ผสมก็จะช่วยบรรเทาอาการลงได้ครับหากลอง
00:01:44 → 00:01:48ปฐมพยาบาลแล้วยังพบอาการของภาวะพิษของการ
00:01:48 → 00:01:52ชาควรต้องรีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อที่แพทย์
00:01:52 → 00:01:54จะได้วินิจฉัยอาการที่ไม่พึงประสงค์และ
00:01:55 → 00:01:57ให้การดูแลรักษาการในเบื้องต้นได้ทันท่วง
00:01:57 → 00:02:01ทีทั้งนี้อย่าลืมนำมีการรักษาและข้อมูล
00:02:01 → 00:02:04การใช้กัญชาทางการแพทย์ที่ครบถ้วนอย่าง
00:02:04 → 00:02:07ที่หมอได้ให้ข้อมูลไปแล้วนะครับว่าสาร
00:02:07 → 00:02:10สกัดกัญชาที่นำมาใช้ทางการแพทย์นั้นมี
00:02:10 → 00:02:14ทั้งสารที่ SC และสารจีดีแค่จึงต้องรู้
00:02:14 → 00:02:17ว่าอาการที่ไม่พึงประสงค์นั้นเกิดจากการ
00:02:17 → 00:02:20ที่ผู้ป่วยได้ใช้สารกัญชาตัวไหนมาบ้างและ
00:02:20 → 00:02:23สุดท้ายสำหรับข้อมูลที่นำมาฝากกันในวัน
00:02:23 → 00:02:26นี้เป็นเรื่องของอาหารที่มีการชาเป็นส่วน
00:02:26 → 00:02:29ประกอบด้วยในปัจจุบันเราได้เห็นนะครับว่า
00:02:29 → 00:02:33มีเมนูอาหารสุขภาพที่มีส่วนประกอบจากการ
00:02:33 → 00:02:36ชาร์มะขายกันอย่างแพร่หลายโดยเฉพาะเมนู
00:02:36 → 00:02:40จากใบก็และลำต้นของกัญชาไม่ถูกจัดเป็นยา
00:02:40 → 00:02:42เสพติดและสามารถนำมาใช้ประโยชน์เพื่อ
00:02:42 → 00:02:45สุขภาพได้แต่ต้องนำวัตถุดิบมาจากต้นที่
00:02:45 → 00:02:48ได้รับอนุญาตให้ปลูกถูกต้องตามกฎหมายเท่า
00:02:48 → 00:02:51นั้นในการประกอบอาหารที่มีการชาเป็นส่วน
00:02:51 → 00:02:54ผสมนะครับสิ่งสำคัญก็คือต้องมีการตรวจวัด
00:02:54 → 00:02:58ระดับสารที่ HC ขึ้นเป็นสารมึนเมาในการชา
00:02:58 → 00:03:01พร้อมเมื่อไหร่ก็ตามที่มีสารทีเอสซีพบมาก
00:03:01 → 00:03:04เกินไปในอาหารเนี่ยจะทำให้ผู้บริโภคเกิด
00:03:04 → 00:03:07ผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์จากการใช้
00:03:07 → 00:03:09กัญชาได้อย่างที่หมอได้เล่าให้ฟังไปก่อน
00:03:09 → 00:03:12หน้านี้ครับโดยปัจจัยที่ทำให้อาหารแต่ละ
00:03:12 → 00:03:15ชนิดมีปริมาณสารทีเอสซีที่แตกต่างกัน
00:03:15 → 00:03:20ประกอบไปด้วยอายุของใบอายุของใบอ่อนกับใบ
00:03:20 → 00:03:23แก่ของใบกัญชาก็จะมีปริมาณสารทีเอสซีที่
00:03:23 → 00:03:27แตกต่างกันปริมาณสารทีเอสซีที่ใส่ในอาหาร
00:03:27 → 00:03:30ควรจะใส่ในปริมาณที่เหมาะสมโดยเฉพาะถ้า
00:03:30 → 00:03:32เกิดการชายอยู่ในรูปที่เป็นผงแห้งเนี่ย
00:03:32 → 00:03:35ควรจะใส่ในปริมาณที่น้อยกว่าปกติครับ
00:03:35 → 00:03:40กรรมวิธีการปรุงการทอดผัดจะดึงสารทีเอสซี
00:03:40 → 00:03:44ออกมาได้ดีและการส้มอบด้วยความร้อนก็จะทำ
00:03:44 → 00:03:47ให้มีสารทีเอชซีสูงเช่นกันส่วนการรับ
00:03:47 → 00:03:50ประทานใบสดสามารถรับประทานได้โดยไม่มีสาร
00:03:50 → 00:03:54PHP และยังมีคำแนะนำจากกรมการแพทย์แผน
00:03:54 → 00:03:57ไทยและแพทย์ทางเลือกเกี่ยวกับการใช้การ
00:03:57 → 00:04:00ชายในการปรุงอาหารโดยเมนูบหลังจากที่ปรุง
00:04:00 → 00:04:03ด้วยกัญชาควรเป็นอาหารที่มีรสเผ็ดร้อน
00:04:03 → 00:04:08เช่นแกงเผ็ดต้มยำแกงไก่เป็นต้นช่วย
00:04:08 → 00:04:11กระตุ้นเลือดลมได้ดีซึ่งสมุนไพรในกลุ่ม
00:04:11 → 00:04:15นี้ที่นำมาใช้ร่วมกันจะเป็นพวกตะไคร้พริก
00:04:15 → 00:04:19ขิงหอมแดงพริกไทยและกระเทียมส่วนกลุ่มคน
00:04:19 → 00:04:22ที่ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนผสมของการ
00:04:22 → 00:04:26ชาก็คือคนที่มีประวัติแพ้กัญชาสตรีมี
00:04:26 → 00:04:29ครรภ์สตรีที่กำลังให้นมบุตรคนที่กำลังกิน
00:04:29 → 00:04:32ยาละลายลิ่มเลือดหรือคนที่มีภาวะตับหรือ
00:04:32 → 00:04:36ไตบกพร่องและที่สำคัญนะครับห้ามให้ในเด็ก
00:04:36 → 00:04:38ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีเด็กถ่ายครับหมอจะ
00:04:38 → 00:04:41ขอย้ำอีกครั้งนะครับว่าถึงแม้กันชายเนี่ย
00:04:41 → 00:04:44จะเป็นพืชที่รู้จักกันมาอย่างยาวนานแต่
00:04:44 → 00:04:46การจะนำมาใช้งานในปัจจุบันเนี่ยควรจะต้อง
00:04:46 → 00:04:49อยู่ใต้การดูแลของแพทย์ประจำตัวอยู่สม่ำ
00:04:49 → 00:04:52เสมอครับและที่สำคัญนะครับอย่าลืมติดตาม
00:04:52 → 00:04:55ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องของการชาทาง
00:04:55 → 00:04:58การแพทย์อย่างมีวิจารณญาณถ้ามีข้อสงสัย
00:04:58 → 00:05:01เพิ่มเติมให้หาคำอ้างจากหน่วยงานของรัฐ
00:05:01 → 00:05:04ไม่ว่าจะเป็นกรมการแพทย์หรือกรมการแพทย์
00:05:04 → 00:05:06แผนไทยและแพทย์ทางเลือกเพื่อที่เราจะได้
00:05:06 → 00:05:09รับข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของการชาทางการ
00:05:09 → 00:05:12แพทย์อย่างถูกต้องและปลอดภัยครับขอบคุณ
00:05:12 → 00:05:15ที่ติดตามรับชมเทียนเอ็นเทลนะครับอย่าลืม
00:05:15 → 00:05:17กด like กด Share กด Subscribe กดกระดิ่ง
00:05:17 → 00:05:21ในทุกช่องทางออนไลน์ของ TNN ช่อง 16
00:05:21 → 00:05:24เพื่อให้ไม่พลาดรายการสดและคลิปวีดีโอที่
00:05:24 → 00:05:28น่าสนใจอีกมากมายครับอ่ะ