00:00:00 → 00:00:03This Is tha PBS podcast View the
00:00:03 → 00:00:05world vi The
00:00:05 → 00:00:08Voice พอเราไม่เข้าใจสื่อสัญญาณของลูก
00:00:08 → 00:00:12เช่นพอลูกอิ่มแต่แม่แม่ไม่รู้ว่าลูกอิ่ม
00:00:12 → 00:00:15ก็จะพยายามแบบป้อนอีกนิดนึงนะลูกกินอีก
00:00:15 → 00:00:18นิดนึงเพราะแม่แบบจะไม่สบายใจว่าลูกจะหิว
00:00:18 → 00:00:22มอย่างเงี้ยค่ะก็จะอาจไปทำให้เกิดภาวะโรค
00:00:22 → 00:00:26อ้วนในเด็กในอนาคตได้ภายหลังค้อเนี่ยคุณ
00:00:26 → 00:00:29แม่เขาจะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนภาย
00:00:29 → 00:00:32หลังค้อด้วยยบางทีอาจจะคุมตัวเองไม่ได้
00:00:32 → 00:00:35ทุบตีลูกไม่เข้าใจลูกหรือแบบอย่างในข่าว
00:00:35 → 00:00:39บางทีก็เอาลูกไปทิ้งอย่างเงี้ย
00:00:39 → 00:00:43ค่ะฟังทุกเรื่องสุขภาพอัปเดตทุกโรคภยฟัง
00:00:43 → 00:00:46รายการโรงหมอกับดิฉันสุรีพรวงสถิตพรค่ะ
00:00:46 → 00:00:50This Is to PS podcast เอาล่ะค่ะวัน
00:00:50 → 00:00:53นี้คุณผู้ฟังจะได้มาติดตามรับฟังเกี่ยว
00:00:53 → 00:00:55กับเรื่องของลูกน้อยของเราเดี๋ยวพูดคุย
00:00:55 → 00:00:58กับอาจารย์สุหทัยสิริเทพมนตรีอาจารย์
00:00:58 → 00:01:00ประจำภาควิชาการพยาบาลสูติศาสตร์
00:01:00 → 00:01:03นรีเวชวิทยาคณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัย
00:01:03 → 00:01:07มหิดลค่ะสวัสดีค่ะอาจารย์คะสวัสดีคุณ
00:01:07 → 00:01:09สุรีพรและคุณผู้ฟังทุกท่านค่ะค่ะถาม
00:01:09 → 00:01:11อาจารย์อย่างงนี้ก่อนเลยว่าในเรื่องของ
00:01:11 → 00:01:15นวัตกรรมการเรียนรู้สื่อสารสัญญาณทารก
00:01:15 → 00:01:19เนี่ยคืออะไรทำไมมันถึงเป็นนวัตกรรม่ะคะ
00:01:19 → 00:01:22อาจารย์คะหลายๆท่านอาจจะยังไม่คุ้นชินกับ
00:01:22 → 00:01:24คำนี้นะคะเอ๊ะแล้วคำว่าสื่อสัญญาณทารก
00:01:24 → 00:01:29เนี่ยคืออะไรนะคะคือเขาเป็นพฤติกรรมของ
00:01:29 → 00:01:33ของลูกหรือทารกนะคะที่เขาจะแสดงออกให้คุณ
00:01:33 → 00:01:36แม่หรือผู้เลี้ยงดูได้รับรู้ถึงความ
00:01:36 → 00:01:40ต้องการของเขาว่าเขาต้องการที่จะสื่อสาร
00:01:40 → 00:01:43บอกอะไรกับคุณแม่เนื่องจากวัยของเขาเนี่ย
00:01:43 → 00:01:46ค่ะวัยทารกใจยังไม่สามารถสื่อสารเป็นคำ
00:01:46 → 00:01:49พูดได้จะไม่เหมือนผู้ใหญ่นะคะเพราะฉะนั้น
00:01:49 → 00:01:52สิ่งที่เขาจะสื่อสารได้จะแสดงออกมาเป็น
00:01:52 → 00:01:55พฤติกรรมท่าทางหรือเสียงร้องแทนคำพูดจะ
00:01:55 → 00:01:59เป็นภาษากายของทารกค่ะที่จะใช้ในการสื่อ
00:01:59 → 00:02:03สารกับคุณแม่หรือผู้เลี้ยงดูอดังนั้นการ
00:02:03 → 00:02:06ที่คุณแม่เนี่ยจะสามารถตอบสนองต่อความ
00:02:06 → 00:02:09ต้องการของลูกได้อย่างถูกต้องจะต้องเข้า
00:02:09 → 00:02:12ใจความหมายภาษาท่าทางของลูกก่อนว่าลูก
00:02:12 → 00:02:16แสดงท่าทางแบบนี้หมายถึงอะไรคุณแม่จึงจะ
00:02:16 → 00:02:18สามารถตอบสนองต่อสิ่งที่ลูกต้องการได้
00:02:18 → 00:02:22อย่างเหมาะสมการเรียนรู้สื่อสัญญาณทารก
00:02:22 → 00:02:26จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการเลี้ยงดูเด็ก
00:02:26 → 00:02:29น้อยคนนึงให้เจริญเติบโตไปอย่างมีคุณภาพ
00:02:29 → 00:02:32ค่ะนะคะความต้องการพื้นฐานของเขาเช่น
00:02:32 → 00:02:36เมื่อลูกหิวอ่ะลูกได้กินเมื่อลูกง่วงลูก
00:02:36 → 00:02:39ได้นอนอย่างเงี้ยค่ะก็จะเป็นการส่งเสริม
00:02:39 → 00:02:42สัมพันธภาพที่ดีระหว่างแม่กับลูกให้เกิด
00:02:42 → 00:02:45ความรักความผูกพันที่ดีนะคะแล้วก็เป็นการ
00:02:45 → 00:02:50ส่งเสริมพัฒนาการตามไว้ด้วยความสำคัญตรงเ
00:02:50 → 00:02:54ค่ะจึงได้เป็นจุดริเริ่มในการศึกษาแล้วก็
00:02:54 → 00:02:59รวบรวมพฤติกรรมความต้องการของทารกในช่วง 1
00:02:59 → 00:03:03ขวบปีแรกในต่างประเทศเนี่ยเามีการศึกษา
00:03:03 → 00:03:06เรื่องนี้มาพอสมควรนะคะแต่ว่าในประเทศไทย
00:03:06 → 00:03:10ยังยังไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควรจึงคิด
00:03:10 → 00:03:13ว่าตรงเนี้ยมันเป็นสิ่งที่สำคัญในประเทศ
00:03:13 → 00:03:17ไทยควรได้รับการสนับสนุนคุณแม่ควรได้รับ
00:03:17 → 00:03:19การสอนตรงนี้เพื่อเป็นพื้นฐานในการเลี้ยง
00:03:19 → 00:03:23ดูลูกต่อไปอ่ะค่ะอืบางคนอาจจะคิดว่าเออ
00:03:23 → 00:03:25การที่มีลูกออกมาแล้วเนี่ยมันเป็นสาย
00:03:25 → 00:03:27สัมพันธ์อย่างนึงและแต่ว่าการดูแลการ
00:03:27 → 00:03:30เลี้ยงดูการเข้าใจอะไรมันยิ่งเอ่อเสริม
00:03:30 → 00:03:32เรื่องของการสร้างความสัมพันธ์แล้วก็
00:03:32 → 00:03:35ทักษะของลูกน้อยที่เขาจะเติบโตมาในอนาคต
00:03:35 → 00:03:38ซึ่งจริงๆมันก็เหมือนกับเป็นเรื่องที่
00:03:38 → 00:03:41ผนวกรวมไปด้วยใช่มั้ยคะอาจารย์ว่าใช่ๆค่ะ
00:03:41 → 00:03:44ใช่ถ้าเรารู้จักเ้าเอ้ยเสียงแบบนี้แอ๊ะๆ
00:03:44 → 00:03:47หรือหรือแบบว่าอืกำลังหิวนมแล้วเอ้ออ่าก็
00:03:47 → 00:03:49ป้อนนมอะไรอย่างเงี้ยนะใช่มั้ยคะมันก็จะ
00:03:49 → 00:03:53เป็นสื่อสายใหญ่ที่ที่บ่งบอกถึงความรัก
00:03:53 → 00:03:56จากแม่ไปสู่ลูกแล้วลูกก็สามารถรับรู้ได้
00:03:56 → 00:03:59ด้วยเช่นเดียวกันเราเรามีการทำนวัตกรรม
00:03:59 → 00:04:03สื่อการเรียนรู้ตรงนี้ยังไงบ้างคะแล้วมี
00:04:03 → 00:04:06การแบ่งเป็นประเภทอะไรบ้างคะที่คุณแม่จะ
00:04:06 → 00:04:09สามารถเอาไปเรียนรู้ได้อ่ะค่ะจุดริเริ่ม
00:04:09 → 00:04:13ที่บอกว่าคือเล็งเห็นประโยชน์มันมีจุดที่
00:04:13 → 00:04:17คิดว่าเป็นปัญหาที่สำคัญในการทำให้ริ
00:04:17 → 00:04:21เริ่มตรงนี้ก็คือว่าก่อนอื่นเนี่ยอ่าตัว
00:04:21 → 00:04:25ตัวเองเนี่ยได้มีโอกาสไปดูแลคุณแม่หลัง
00:04:25 → 00:04:29คลอดที่โรงพยาบาลค่ะก็เลยจะเห็นปัญหาใน
00:04:29 → 00:04:32หลายๆอย่างโดยเฉพาะคุณแม่มือใหม่นะคะที่
00:04:33 → 00:04:35ยังไม่ไม่มีประสบการณ์หรือว่าแบบยังไม่
00:04:35 → 00:04:39เคยเรียนรู้สื่อสัญญาณทารกตรงนี้เลยก็เลย
00:04:39 → 00:04:43จะส่งให้เป็นปัญหาและทำให้คุณแม่มือใหม่
00:04:43 → 00:04:45หรือคุณแม่ที่แบบอ่าเป็นคุณแม่ที่เคยมี
00:04:45 → 00:04:48ลูกแล้วก็ตามแต่ยังไม่เข้าใจพฤติกรรมของ
00:04:48 → 00:04:52ลูกก่อให้เกิดปัญหาการเลี้ยงดูแล้วก็เกิด
00:04:52 → 00:04:55ความเครียดสะสมอาจจะเกิดความซึมเศร้าหลัง
00:04:55 → 00:04:59คลอดได้นะคะพอเราไม่เข้าใจสื่อสัญญาณของ
00:04:59 → 00:05:03ลูกเช่นพอลูกอิ่มแต่แม่แม่ไม่รู้ว่าลูก
00:05:03 → 00:05:07อิ่มค่ะก็จะพยายามแบบปอนอีกนิดนึงนะลูก
00:05:07 → 00:05:10กินอีกนิดนึงเพราะแม่แบบจะไม่สบายใจว่า
00:05:10 → 00:05:14ลูกจะหิวมั้ยอย่างเงี้ยค่ะก็จะอาจใช่ก็จะ
00:05:14 → 00:05:19อาจไปทำให้เกิดภาวะโรคอ้วนในเด็กในอนาคต
00:05:19 → 00:05:23ได้ซึ่งสถิติน้ำหนักเด็กไทยที่มีน้ำหนัก
00:05:24 → 00:05:27เกินเกณฑ์ย้อนหลัง 5 ปีเนี่ยมีสถิติที่
00:05:27 → 00:05:31เกินเกณฑ์มาตลอดเลยอืคะคะหรือบางทีคุณแม่
00:05:31 → 00:05:35เนี่ยลูกร้องแต่ไม่สามารถปอบลูกให้หยุด
00:05:35 → 00:05:38ร้องไห้ได้ค่ะนะคะมันก็เกิดทำให้คุณแม่
00:05:38 → 00:05:42เนี่ยเกิดความทุกข์ใจมากเลยและภายหลังข้อ
00:05:42 → 00:05:44เนี่ยคุณแม่เขาจะมีการเปลี่ยนแปลงของ
00:05:44 → 00:05:49ฮอร์โมนภายหลังคลอดด้วยนะคะบางทีอาจจะคุม
00:05:49 → 00:05:53ตัวเองไม่ได้ทุบตีลูกไม่เข้าใจลูกหรือแบบ
00:05:53 → 00:05:55อย่างในขาบางทีก็เอาลูกไปทิ้งอย่างเงี้ย
00:05:55 → 00:06:00ค่ะโอ้ยค่ะใช่อืค่ะก็เลยคิดว่ามันเป็น
00:06:00 → 00:06:03ปัญหาที่สำสำคัญของประเทศอย่างหนึ่งบางที
00:06:04 → 00:06:073:00 4:00 นคุณแม่จะโทรมาและลูกเป็นแบบ
00:06:07 → 00:06:11นี้ทำอย่างไงดีเพราะฉะนั้นเราก็ทำให้เรา
00:06:11 → 00:06:14นึกย้อนไปได้ว่าอุ๊ยคืนนี้คุณแม่ยังไม่
00:06:14 → 00:06:18ได้นอนเลยค่ะอย่างเงี้ยค่ะออก็เลยคิดว่า
00:06:18 → 00:06:21ถ้าเรามีเครื่องมือที่ช่วยในการสนับสนุน
00:06:21 → 00:06:24ลูกหรือการเลี้ยงดูลูกตรงเนี้ยให้เข้าใจ
00:06:24 → 00:06:28ความต้องการพื้นฐานของเขามันก็จะช่วยให้
00:06:28 → 00:06:31คุณแม่เนี่ยเลี้ยงดูลูกได้ง่ายขึ้นก็เลย
00:06:31 → 00:06:34เป็นที่มาของการทำตรงนี้ขึ้นมาค่ะค่ะถ้า
00:06:34 → 00:06:36เป็นคุณแม่มือใหม่แม้กระทั่งมีลูกมาแล้ว
00:06:36 → 00:06:39บางทีอาจจะยังไม่ได้เข้าใจถึงพฤติกรรมของ
00:06:39 → 00:06:42ลูกว่าเยังมีเมีความต้องการตรงส่วนไหน
00:06:42 → 00:06:44กำลังนึกถึงอยู่ว่าถ้าเกิดเขาร้องหรือเขา
00:06:44 → 00:06:48อะไรเนี่ยเราจับยัดขวดนมอย่างเดียวเลยค่ะ
00:06:48 → 00:06:50กินนมไปก่อนเลยลูกเมันน่าจะหยุดร้องแหละ
00:06:51 → 00:06:53อะไรอย่างเงี้ยแต่จริงๆบางทีไม่ได้เป็น
00:06:53 → 00:06:57การตอบตอบสนองต่อสิ่งที่เขาแบบว่าเออตอน
00:06:57 → 00:06:59นี้ฉันไม่ไหวะอาจจะเป็นไข้อยู่อยู่หรือ
00:06:59 → 00:07:02เปล่าหรือว่ากำลังแบบรู้สึกว่าไม่สบายตัว
00:07:02 → 00:07:05ยังไงอยู่หรือเปล่าด้วยปรากฏว่าอ่ะคุณแม่
00:07:05 → 00:07:08ไม่เข้าใจค่ะใช่ค่ะอาจารย์ตรงนี้เราเรามี
00:07:08 → 00:07:12เอ่อใช้สื่อสัญญาณยังไงใช้กับเด็กแค่ไหน
00:07:12 → 00:07:14ต้องเป็นเด็กทารกเท่านั้นมั้ยหรือว่าแบบ
00:07:14 → 00:07:18อาจารย์ช่วยอธิบายให้ฟังหน่อยค่ะคือสื่อ
00:07:18 → 00:07:21สัญญาณทารที่รวบรวมมาเนี่ยจะเป็นการตอบ
00:07:21 → 00:07:24สนองความต้องการพื้นฐานของเขาในช่วง 1
00:07:24 → 00:07:28ขวบปีแรกอืนะคะในคือเพราะว่าในการเรียน
00:07:28 → 00:07:32รู้อ่านิสัยใจคอซึ่งกันและกันส่วนใหญ่จะ
00:07:32 → 00:07:35เป็นปัญหาในช่วงแรกๆเลยค่ะค่ะเพราะช่วง
00:07:35 → 00:07:37แรกเนี่ยเราต้องเรียนรู้นิสัยใจคอซึ่งกัน
00:07:38 → 00:07:40และกันระหว่างแม่ลูกหรือผู้เลี้ยงดูกับ
00:07:40 → 00:07:43ทารกนะคะเพราะฉะนั้นก็คิดว่าในช่วงหนึปี
00:07:43 → 00:07:47แรกนี่แหละเป็นช่วงที่สำคัญก็เลยได้รวบ
00:07:47 → 00:07:49รวมความต้องการพื้นฐานของเขาโดยแบ่งได้
00:07:50 → 00:07:53เป็น 6 ประเภทค่ะนะคะก็คืออันแรกเนี่ยจะ
00:07:53 → 00:07:56เป็นสื่อสัญญาณที่บอกว่าหนูกำลังหิวหิว
00:07:56 → 00:07:59แล้วนะนะคะจะเป็นสื่อสัญญาณหิวอ่ะอันต่อ
00:07:59 → 00:08:03ไปก็คือสื่อสัญญาณอิ่มนะคะค่ะอันที่ 3 จะ
00:08:03 → 00:08:07เป็นสื่อสัญญาณที่บอกคุณแม่ว่าหนูง่วงนอน
00:08:07 → 00:08:11แล้วหนูอยากพักผ่อนแล้วนะคะอันที่ 4 จะ
00:08:11 → 00:08:14เป็นสื่อสัญญาณที่บอกเกี่ยวกับความไม่สุข
00:08:14 → 00:08:18สบายอืนะคะอ่าหนูไม่สบายตัวอย่างเงี้คะ
00:08:18 → 00:08:21อันที่ 5 จะเป็นสื่อสัญญาณที่บอกเกี่ยว
00:08:21 → 00:08:25ว่าตอนเหนูกำลังมีความสุขอยู่ออนะคะแลอ่า
00:08:25 → 00:08:28แล้วอันสุดท้ายเป็นสื่อสัญญาณที่บอกกับ
00:08:28 → 00:08:31คุณแม่ว่าตอนเยหนูอยากจะเล่นด้วยหนู
00:08:31 → 00:08:34ต้องการให้คุณแม่เล่นกับหนูค่ะค่ะก็จะ
00:08:34 → 00:08:36แบ่งเป็นประมาณ 6 ประเภทค่ะอุ๊ยอาจารย์
00:08:36 → 00:08:39น่าสนใจมากอาจารย์ช่วยช่วยบอกสื่อสัญญาณ
00:08:39 → 00:08:41ทีละอย่างเลยได้มั้ยคะเริ่มจากหิวก่อนเลย
00:08:41 → 00:08:46ค่ะได้ๆค่ะคือในแต่ละสื่อสัญญาณเนี่ยจะ
00:08:46 → 00:08:49สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆนะคะคือ
00:08:49 → 00:08:52สื่อสัญญาณที่แสดงออกแบบชัดเจนอ่าอย่าง
00:08:52 → 00:08:55ที่คุณสุรีพรบอกเมื่อสักครู่อ่ะค่ะว่าไอ้
00:08:55 → 00:08:58ที่มันจะสังเกตได้ชัดเจนเช่นง่วงก็น่าจะ
00:08:58 → 00:09:01หาวแบบเนี้ยอ่าอันนี้คือสื่อสัญญาณที่
00:09:01 → 00:09:04แสดงออกแบบชัดเจนเลยโดยทั่วไปก็จะรับทราบ
00:09:04 → 00:09:08รับรู้อคะแต่จะมีอีกสื่อสัญญาณนึงที่แสดง
00:09:08 → 00:09:14ออกแบบไม่ชัดเจนด้วยนะคะโดยสื่อสัญญาณที่
00:09:14 → 00:09:18แสดงออกแบบไม่ชัดเจนเนี่ยเขาจะเกิดนำมา
00:09:18 → 00:09:21ก่อนสื่อสัญญาณที่แสดงออกชัดเจนค่ะแต่โดย
00:09:21 → 00:09:25ทั่วไปเราจะไม่รู้ว่าอ้าวแล้วหมายถึงอะไร
00:09:25 → 00:09:28เราจะไปรู้ตอนที่ลูกแสดงออกแบบชัดเจนมา
00:09:28 → 00:09:31แล้วอย่างงี้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่หรือหรือ
00:09:31 → 00:09:34มีมาแล้วเนี่ยก็ต้องคอยสังเกตพฤติกรรมว่า
00:09:34 → 00:09:37เากำลังอยู่ในอารมณ์แบบไหนความรู้สึกแบบ
00:09:37 → 00:09:40ไหนด้วยใช่มั้ยคะใช่ๆอ๋อเริ่มจากไม่ชัด
00:09:40 → 00:09:44เจนแล้วค่อยๆชัดเจนขึ้นเรื่อยๆจนเราานมา
00:09:44 → 00:09:47แล้วแบบออแสดงว่าเออตอนนี้หิวแล้วหรือ
00:09:47 → 00:09:50อะไรอย่างงี้ใช่มั้คะต้องสังเกตอูยแล้วจะ
00:09:50 → 00:09:52สังเกตยังไงดีคะเนี่ยดูฟังดูแบบเหมือนจะ
00:09:52 → 00:09:57ยากเลยใช่ตรงตรงนี้อาจจะซับซ้อนนิดนึงแต่
00:09:57 → 00:10:00อยากให้คุณแม่หรือคุณพฟังไปโฟกัสตรงที่
00:10:00 → 00:10:04ชัดเจนจะดีกว่าแต่ว่าแต่จะจะพูดถึงเรื่อง
00:10:04 → 00:10:07สื่อสัญญาที่ไม่ชัดเจนด้วยนะคะแต่ว่าไม่
00:10:07 → 00:10:11ต้องกังวลถ้าเกิดรับรู้ตรงสื่อสัญญาณไม่
00:10:11 → 00:10:13ชัดเจนไม่ทันตรงนี้ไม่ต้องกังวลเลยเพราะ
00:10:13 → 00:10:15ว่ามันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอยู่
00:10:15 → 00:10:19เหมือนกันค่ะค่ะอืค่ะโดยแบบสื่อสัญญาณหิว
00:10:19 → 00:10:23ก่อนนะคะอ่าโดยสื่อสัญญาณที่เขจะแสดงออก
00:10:23 → 00:10:26แบบไม่ชัดเจนก่อนเนี่ยจะเริ่มต้นด้วยการ
00:10:26 → 00:10:31ยกนอนยกขาตีเบาะตีเบาะนะคะหรือว่านอนยกยก
00:10:31 → 00:10:34ขาเหยียดตรงอันเนี้ยคือสื่อสัญญาณที่ไม่
00:10:34 → 00:10:39ชัดเจนที่แสดงบอกบอกว่าหิวอนะคะถ้าเกิดทำ
00:10:39 → 00:10:43ไปสักพักนึงแล้วแล้วยังไม่ได้รับการป้อน
00:10:43 → 00:10:46นมหรืออะไรเขาก็จะทำแบบสื่อสัญญาที่ชัด
00:10:46 → 00:10:51เจนก็คือจะทำถ้าดูดนิ้วดูดปากดูดมืออื
00:10:51 → 00:10:54อันเนี้ยเราจะจะมักจะเห็นบ่อยนะคะเอามือ
00:10:55 → 00:10:58เข้าปากหรือว่าหันหน้าเข้าหาเต้านมแม่ไป
00:10:59 → 00:11:02พยายามหาว่านมอยู่ไหนหรือว่าสุดท้ายร้อง
00:11:02 → 00:11:05ไห้ออกมาค่ะอืออ่ะชัดเจนละทีนี้ร้องไห้
00:11:05 → 00:11:08ชัดเจนอยู่แล้ว่ะเมื่อไหร่จะป้อนสักทีนึง
00:11:08 → 00:11:11เออใช่โดยสเต็ปเขาจะมีสเต็ปของความหิว
00:11:11 → 00:11:15ด้วยนะคะอือ่าก็คือจะแบ่งได้เป็น 3 สเต็ป
00:11:15 → 00:11:20ใหญ่ๆคือเริ่มหิวหิวปานกลางกับหิวมากค่ะ
00:11:20 → 00:11:24นะคะโดยเริ่มหิวเนี่ยจะเริ่มจากอ้าปากดูด
00:11:24 → 00:11:29ปากนะคะแล้วหิวปานกลางจะเป็นเริ่มดูดนิ้ว
00:11:29 → 00:11:33หันหาเต้านมขยับแขนขาแล้วก็เริ่มที่จะ
00:11:33 → 00:11:37ร้องไห้ค่ะแต่พอยังไม่ได้รับนมปุ๊บเขาจะ
00:11:37 → 00:11:40แสดงออกโดยการแบบหิวมากๆและทนไม่ไหวและ
00:11:40 → 00:11:45โดยการร้องไห้หน้าแดงเลยถีบแขนขาแม่เอานม
00:11:45 → 00:11:48เข้าเต้าเข้าเต้ายังไงก็ไม่หยุดร้องแล้ว
00:11:48 → 00:11:51ก็ไม่ยอมดูดนมด้วยอันนี้คือแบบเป็นหิวมาก
00:11:51 → 00:11:55ๆออนะคะโดยคุณแม่เนี่ยไม่ควรรอจนลูกหิว
00:11:55 → 00:11:59มากขนาดนี้เพราะว่าจะทำทำให้ลูกอ่ะเป็น
00:11:59 → 00:12:03เด็กที่หงุดหงิดง่ายในอนาคตนะคะเพราะ
00:12:04 → 00:12:07ฉะนั้นควรควรที่จะเริ่มสังเกตตั้งแต่ลูก
00:12:07 → 00:12:12แบบดูดนิ้วดูดปากหันหานมและควรให้นมทันที
00:12:13 → 00:12:17นะคะไม่ควรรอจนรูกร้องไห้ไม่งั้น 1 จะไม่
00:12:17 → 00:12:20สามารถปลอบกว่าจะปลอบให้เขาหยุดร้องไห้
00:12:20 → 00:12:23ได้เนี่ก็ค่อนข้างที่จะยากค่ะโอ้โหนี่แค่
00:12:23 → 00:12:26หิวเองนะยังมีระดับด้วยนะโอ้โหมีสัญญาณ
00:12:26 → 00:12:31ต่างๆโอ้โหเออไม่ไม่ใช่ง่ายเลยนะคะเนี่ย
00:12:31 → 00:12:34ในการเลี้ยงลูกเล็กๆขนาดนี้เยิ่งแบบพึ่ง
00:12:34 → 00:12:37คลอบไปใหม่ๆเนาะโหแล้วก็แบบการนอนก็น้อย
00:12:37 → 00:12:40อีกแล้วก็แบบความความหิวของเขาก็มีอยู่
00:12:40 → 00:12:42ตลอดเวลาด้วยใช่มั้ยคะใช่เพราะเด็กทารก
00:12:43 → 00:12:45เขาจะกระเพาะอย่างน้อยเขาจะหิวบ่อยคุณแม่
00:12:45 → 00:12:49ควรให้นมทุก 2-3 ชั่วโมงค่ะอือ่ะช่วงนี้
00:12:49 → 00:12:52ก็ต้องแบบเรียนรู้กันแหละนะคะสัญญาณต่างๆ
00:12:52 → 00:12:57เหล่านี้นะคะอ่ะทีนี้หิวนี่ยังจนกว่าเขา
00:12:57 → 00:13:00จะแบบว่าถ้าเกิดเกิดว่าเหนักมากๆค่ะหมาย
00:13:00 → 00:13:01ถึงว่าร้องจนไม่หยุดเลยหรืออะไรอย่าง
00:13:01 → 00:13:03เงี้ยป้อนเอาเข้าเต้าแล้วก็ยังไม่หยุด
00:13:03 → 00:13:05อย่างเงี้ค่ะทำยังไงได้บ้างมั้ยคะพอจะมี
00:13:05 → 00:13:09คำแนะนำนิดนึงมั้ยคะคือถ้าถ้าเกิดวิธีที่
00:13:09 → 00:13:14ใช้แล้วได้ผลจากตัวเองที่เคยใช้เนี่ยจะค้
00:13:14 → 00:13:19ๆทำท่าเหมือนไร่ลมอ่ะค่ะที่ที่ประคองตรง
00:13:19 → 00:13:22ใต้คางกับใต้รักแร้แล้วก็โน้มตัวเขาจับ
00:13:23 → 00:13:25เขานั่งก่อนนะคะแล้วก็ประคองใต้คางแล้วก็
00:13:25 → 00:13:29โน้มตัวเขาไปข้างหน้าเล็กน้อยโดยคุณแม่
00:13:29 → 00:13:31กับคุณพ่อหรือผู้เลี้ยงโดต้องใจเย็นๆนะคะ
00:13:31 → 00:13:34อย่าอย่าไปตื่นตระหนกกับการที่ลูกร้องไห้
00:13:34 → 00:13:37ค่ะอ่าเราต้องใจเย็นให้ได้ก่อนแล้วก็
00:13:37 → 00:13:40พยายามนิ่งจับเนั่งโน้มตัวแข้างหน้าแล้ว
00:13:40 → 00:13:44คุณพ่อคุณแม่ต้องใช้มือนิ่งๆในการจับอื
00:13:44 → 00:13:48อ่าจับให้นิ่งที่สุดให้โน้มตัวอยู่ประมาณ
00:13:48 → 00:13:52แบบนั้นแล้วเขาจะเงียบเองอ๋อวิธีแบบนี้
00:13:52 → 00:13:56แต่ต้องเราต้องนิ่งเราต้องนิ่งก่อนค่ะอือ
00:13:56 → 00:13:59ก็จะแบบว่าปอุ้มแล้วพลาดบาแล้วก็กตบหลัง
00:13:59 → 00:14:03โอๆอย่างงี้ออาจจะไม่ใช่ไม่หยุดอาจจะยร
00:14:03 → 00:14:05แต่ก็แล้วแล้วแต่แล้วแต่นิสัยของเด็กแต่
00:14:05 → 00:14:08ละคนแต่ส่วนใหญ่ที่ที่เคยทำมาจะใช้วิธี
00:14:08 → 00:14:12นี้ค่ะอืเอาล่ะทีนี้ก็หายรองละกินได้ดกิน
00:14:12 → 00:14:18นมได้แล้วลูกนะคะอ่ากินแล้วอิ่มค่ะเออิ
00:14:18 → 00:14:21ค่ะอิ่มเนี่ยอิ่มเนี่ยสืสัญญาณที่ไม่ชัด
00:14:21 → 00:14:24เจนของอิ่มจ้ะเขาจะแสดงออกด้วยการเหยียด
00:14:24 → 00:14:27แขนขาตรงหรือว่าแอ่นหลังการแอ่นหลัง
00:14:27 → 00:14:30พฤติกรรมหลังเนี่ยจะเป็นพฤติกรรมการต่อ
00:14:30 → 00:14:35ต้านของเด็กนะคะอ่าแล้วก็ส่วนสื่อที่ชัด
00:14:35 → 00:14:39เจนก็คือเขาจะหยุดดูดนมหรืออมหัวนมไว้เฉย
00:14:39 → 00:14:43ๆอันนี้ยคุณแม่ก็น่าจะพอทราบอยู่หรือว่า
00:14:43 → 00:14:47อ้าปากหันหน้าหนีบ้วนนมหรือบางทีก็หลับคา
00:14:47 → 00:14:51เต้าไปเลยเออก็ไม่ธรรมดานะเนี่ยเด็ก
00:14:51 → 00:14:56น้อยเอ้อออหันหันออกเลยอ่ะแบบอิ่มแล้วจ้า
00:14:56 → 00:14:58อะไรอย่างงี้อืใช่ใช่อันนี้คุณแม่ไม่ควร
00:14:58 → 00:15:01ไม่ควรบังคับเาที่จะไปกินต่อเหมือนเหมือน
00:15:01 → 00:15:04ข้างต้นที่พูดไปไม่งั้นอาจจะทำให้เา้า
00:15:04 → 00:15:07เนี่ยได้รับนมที่เกินขนาดแล้วก็เกิดการ
00:15:07 → 00:15:11แหวะนมได้อ๋อเคยเห็นเคยเห็นที่แบบแหวะนม
00:15:11 → 00:15:14มากเกินไปก็ไม่ดีเอาแล้วที่เขาพอพอเขา
00:15:14 → 00:15:17อิ่มแล้วก็ตามนั้นเลยหิวค่อยๆป้อนใหม่ว่า
00:15:17 → 00:15:20งั้นนะคใชใช่่ค่ะแล้วก็อย่าอย่าลืมที่จะ
00:15:20 → 00:15:24ไล่ลมทุกครั้งหลังหลังเขากินนมเสร็จค่ะ
00:15:24 → 00:15:27อ่าเขาบอกว่าก็แบบให้ให้เรอออกหน่อยใช่ๆ
00:15:27 → 00:15:31ค่ะต่อไปเล่นเลยค่ะเล่นอ่ะต้องการเล่น
00:15:31 → 00:15:34ด้วยใช่มยคะต้องการเล่นด้วยเนี่ยจะจะง่าย
00:15:34 → 00:15:37นิดนึงจะง่ายนิดนึงก็คือสุญานที่ไม่ชัด
00:15:37 → 00:15:40เจนก็คือเขาจะลืมตากว้างตาเป็นประกายใส่
00:15:40 → 00:15:44คุณแม่เลยอสญญาที่ชัดเจนก็คือจะมจ้องมอง
00:15:44 → 00:15:47หน้าอืเสียงเสียอ้อแอ้หรือยื่นมือเข้าหา
00:15:47 → 00:15:50คุณแม่อันนั้นจะง่ายขึ้นค่ะอ่าอันนี้ก็
00:15:50 → 00:15:54ง่ายค่ะต่อไปเริ่มรู้สึกแบบว่าง่วงแล้ว
00:15:54 → 00:15:58อยากจะนอนง่วงง่วงนี่ก็ถ้าไม่ชัดเจนน่ะจะ
00:15:58 → 00:16:01จะเป็นขมวดคิ้วย่นหน้าผากก่อนเออนะคะหรือ
00:16:01 → 00:16:06บางทีก็หลับหลับตาแน่นเลยอืแต่พอแม่ยัง
00:16:06 → 00:16:08ไม่รู้อีกเขาก็จะแบบแอ่นหลังอย่างที่บอก
00:16:09 → 00:16:12ว่าเป็นพิธการต่อต้านแอ่นหลังร้องไห้ผลัก
00:16:12 → 00:16:16แม่แล้วก็หาวค่ะหรือบางทีก็หลับคาไปเลย
00:16:16 → 00:16:18เออหลับไปเลยลูกง่าย
00:16:18 → 00:16:22ดดีเออเขาคก็ยังสามารถมีมีการแบบว่า
00:16:22 → 00:16:25พยายามส่งสัญญาณจริงๆเนาะทั้งแบบการแบบ
00:16:25 → 00:16:28เออต่อต้านทั้งแบบแอนหลังอะไรก็แล้วอย่าง
00:16:28 → 00:16:31เงี้ยเออจะนอนแล้วแต่จริงๆก็นอนไปเลยลูก
00:16:31 → 00:16:33เพราะว่าน้องนอนอยู่บนเบาะอยู่แล้วนะคะ
00:16:33 → 00:16:36อ่ะอาการพอใจมีความสุขอันนี้น่าจะแบบ
00:16:36 → 00:16:40สังเกตได้ไม่ยากเนาะใช่ถ้าเกิดสื่อสญาณ
00:16:40 → 00:16:42ที่ไม่ชัดเจนเขาจะวางมือไว้ใกล้หน้าตอนเา
00:16:42 → 00:16:46นอนค่ะวางมือไว้ใกล้ใบหน้าหรือว่าหลัง
00:16:46 → 00:16:49หลังจากตื่นเนี่ยเขาจะไม่ร้องไห้โยเยเลย
00:16:49 → 00:16:51เขาจะลืมตาเงียบๆอยู่คนเดียวมองนู่นมอง
00:16:51 → 00:16:55นี่อันนี้คือเขามีความสุขหรือบางทีถ้าชัด
00:16:55 → 00:16:58เจนน่ะเขาจะส่งแบบส่งเสียงอ้อแอ้ยิ้มตอบ
00:16:58 → 00:17:01หรือบางทีก็จะดูดนิ้วนะคะอืออันนี้เดาว่า
00:17:01 → 00:17:04แม่ซื้ออาจมาเล่นด้วยค่ะ
00:17:04 → 00:17:07อาจารย์บางทีก็อาจจะมีมีคำกล่าวแบบนั้น
00:17:07 → 00:17:09เหมือนกันเคยได้ยินเออๆมีแม่ซื้อมาเล่น
00:17:09 → 00:17:13ด้วยดีๆๆฝากด้วยอะไรอย่างงี้เออๆๆอ๋อเป็น
00:17:13 → 00:17:16แบบนี้นี่เองนะคะเออถ้ามีพอใจมีความสุขก็
00:17:16 → 00:17:19สบายคุณแม่หน่อยนะคะอาจจะแบบว่าแต่ถ้า
00:17:19 → 00:17:22เริ่มโยเยเมื่อไหร่เอาและนะคะทีเนี้ยตรง
00:17:22 → 00:17:24อีกอันนึงเนี่ยพฤติกรรมอีกอันนึงเนี่ยที่
00:17:24 → 00:17:27โอ้โหเป็นหวงมากเลยบางทีเราไม่ทันสังเกต
00:17:27 → 00:17:30คิดอาจจะไม่คิดว่าหรือว่าแบบอ่ะแต่ถ้า
00:17:30 → 00:17:32เกิดว่าแตะตัวหรืออะไรอย่าเงี้ยจะรู้เลย
00:17:32 → 00:17:34เออไม่สบายอาการเขคหรือการแสดงออก
00:17:34 → 00:17:37พฤติกรรมของเขาเป็นยังไงคะอาจารย์คือถ้า
00:17:37 → 00:17:39ไม่สุขสบายเนี่ยอย่างที่บอกว่าถ้าสื่อ
00:17:39 → 00:17:43สัญญาณไม่ชัดเจนเขาจะกางนิ้วมืออืกางนิ้ว
00:17:43 → 00:17:47มือของเค้าหรือแบบนอนไม่สนิทดิ้นไปมาตื่น
00:17:47 → 00:17:52บ่อยนะคะหรือบางทีจะนิ่วหน้าหรือร้องไห้
00:17:52 → 00:17:55ออกมาเลยค่ะอือันเนี้ยคุณแม่ต้องสหมั่น
00:17:55 → 00:17:58สังเกตพฤติกรรมของเขาแล้วก็หาสาเหตุว่า
00:17:58 → 00:18:01เอ้ยท้องอืดหรือเปล่าถ้าสมมุติว่าท้องอืด
00:18:01 → 00:18:05เนี่ยจะต้องดูหน้าท้องเ้าประกอบด้วยว่ามี
00:18:05 → 00:18:10ท้องแข็งท้องป่องท้องกลางหรือเปล่าอืก็ก็
00:18:10 → 00:18:13อันนี้คือต้องสังเกตกันหน่อยเพราะว่าบาง
00:18:13 → 00:18:16ทีอาจเอาจจะแบบไม่ใช่แค่เ่อไม่สบายตัว
00:18:16 → 00:18:18หรือไม่สบายหรือแบบว่ารู้สึกแบบไม่ไม่
00:18:18 → 00:18:21ค่อยสบอารมณ์บางทีอาจจะมีอย่างอื่นร่วม
00:18:21 → 00:18:24ด้วยเช่นอาการไ่านะคะหรือว่าอาจจะมีอาการ
00:18:24 → 00:18:27แบบเอ๊ะเาท้องเสียหรือเปล่าท้องอืดหรือ
00:18:27 → 00:18:29เปล่าโอโหอันนี้ตรงจุดนี้ค่อนข้างที่จะ
00:18:29 → 00:18:33ต้องดูแลค่ะต้องมันสังเกตเป็นพิเศษใช่ค่ะ
00:18:33 → 00:18:36อในส่วนของการที่คุณแม่จากที่เคยโทรหา
00:18:36 → 00:18:39อาจารย์ 3:00 4:00 อย่างเงี้ยเออเอาเอา
00:18:39 → 00:18:41เครื่องมือตัวนี้ไปใช้แล้วเป็นยังไงบ้าง
00:18:41 → 00:18:45คะอาจารย์คือเราเราเอาไปทดลองเป็นวิจัยมา
00:18:45 → 00:18:48แล้วในคุณแม่หลังคลอดโดยจะแบ่งคุณแม่เป็น
00:18:48 → 00:18:502 กลุ่มคือกลุ่มที่ได้รับการสอนสื่อ
00:18:50 → 00:18:53สัญญาณกับกลุ่มที่ได้รับการดูแลตามปกติ
00:18:53 → 00:18:56ที่จะไม่มีการสอดสือสัญญาณทารกตัวนี้ค่ะ
00:18:56 → 00:18:59นะคะแล้วก็อ่าคุณแม่ที่ได้รับการสอนเนี่ย
00:18:59 → 00:19:02จะสอนตั้งแต่อยู่ในโรงพยาบาลเลยนะคะแล้ว
00:19:03 → 00:19:06ก็ติดตามสามารถเปิดช่องทางให้ปรึกษาปัญหา
00:19:06 → 00:19:09ในการเลี้ยงดูหรือท่าทางของทารกได้อืแล้ว
00:19:09 → 00:19:14ก็วัดผลที่ 1 เดือนหลังคลอดนะคะโดยพบว่า
00:19:14 → 00:19:16ที่ 1 เดือนหลังค้อนเนี่ยคุณแม่ที่ได้รับ
00:19:16 → 00:19:20การสอนสื่อสัญญาณทารกเนี่ยจะมีความสามารถ
00:19:20 → 00:19:23ในการตอบสนองความต้องการของลูกได้มากกว่า
00:19:23 → 00:19:27และอีกอีกมุมนึงก็คือจะเกิดความรักความ
00:19:27 → 00:19:30ผูกพันที่สุกว่าคุณแม่ที่ไม่ได้รับการสอน
00:19:30 → 00:19:34ค่ะอ๋อคืออันนี้อันนี้คือได้ทำเป็น 2
00:19:34 → 00:19:36section ด้วยกันคือคนที่ใช้กับคนที่ไม่
00:19:36 → 00:19:39ได้ใช้สื่อสัญญาณตัวนี้ก็ก็จะได้เข้าใจ
00:19:39 → 00:19:43มากขึ้นว่าเอ่อเขามีลักษณะท่าทางหรือ
00:19:43 → 00:19:46พฤติกรรมยังไงใช่มั้ยคะอ๋อแล้วพอพอเข้าใจ
00:19:46 → 00:19:48มากขึ้นก็ทำให้ความรู้สึกของคุณแม่เนี่ย
00:19:48 → 00:19:51ใชค่ะอาจจะลดทอนความหงุดหงิดหรืออะไร
00:19:51 → 00:19:53เงี้ยกลายเป็นเรื่องของความเข้าใจมากขึ้น
00:19:53 → 00:19:56โอใช่ค่ะจะเข้าใจไม่จะไม่หงุดหงิดว่าเอ๊ะ
00:19:56 → 00:19:59ลูกร้องอีกแล้วอะไรเงี้ยอเข้าใจว่าอลูก
00:19:59 → 00:20:02ต้องสื่ออะไรเงี้ค่ะค่ะท้ายนี้ค่ะอาจารย์
00:20:02 → 00:20:05อยากฝากอะไรถึงคุณผู้ฟังหน่อยมั้ยคะค่ะก็
00:20:05 → 00:20:08อยากจะฝากถึงคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านหรือคุณ
00:20:09 → 00:20:11ผู้ฟังผู้เลี้ยงดูทุกท่านนะคะว่าการ
00:20:11 → 00:20:14เลี้ยงดูทารกคนนึงเนี่ยเป็นสิ่งที่สำคัญ
00:20:14 → 00:20:18มากโดยเฉพาะทารกในช่วงขวบปีแรกนะคะเพราะ
00:20:18 → 00:20:21ว่าช่วงวัยเยเป็นช่วงวัยพื้นฐานของชีวิต
00:20:21 → 00:20:26ในการเจริญเติบโตต่อไปในอนาคตนะคะถ้าได้
00:20:26 → 00:20:29รับการเลี้ยงดูที่ดีแล้วก็เหมาะสมจะช่วย
00:20:29 → 00:20:31ส่งเสริมให้ลูกเนี่ยเติบโตไปอย่างมี
00:20:31 → 00:20:35คุณภาพแล้วก็มีพัฒนาการที่ตามวัยนะคะดัง
00:20:35 → 00:20:38นั้นผู้เลี้ยงดูหรือคุณพ่อคุณแม่เนี่ยควร
00:20:38 → 00:20:41จะให้ความสำคัญแล้วก็ความเข้าใจในสิ่งที่
00:20:41 → 00:20:44ลูกต้องการจะสื่อสารตั้งแต่ในขวบปีแรกเลย
00:20:44 → 00:20:47ทั้งๆที่เขาจะยังสื่อสารไม่ได้แต่แต่มัน
00:20:48 → 00:20:50เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะเรียนรู้เพราะ
00:20:50 → 00:20:53ฉะนั้นก็อยากฝากตรงนี้ไว้ให้คุณพ่อคุณแม่
00:20:53 → 00:20:56หมั่นสังเกตพฤติกรรมความต้องการของลูก
00:20:56 → 00:20:58เพื่อที่จะได้ตอบสนองต่อลูกก็อย่างถูก
00:20:58 → 00:21:02ต้องค่ะค่ะนี้ก็เป็นสิ่งดีๆนะคะที่เรียก
00:21:02 → 00:21:04ว่าได้สร้างสรรค์นวัตกรรมเอาเทคโนโลยีมา
00:21:04 → 00:21:07ผสมผสานบวกกับเรื่องของการนำสิ่งที่เกิด
00:21:07 → 00:21:10ขึ้นจริงเป็นปัญหาจริงๆแล้วก็เอามาทำให้
00:21:11 → 00:21:13เกิดประโยชน์นะคะแล้วก็เป็นไปในทิศทางที่
00:21:13 → 00:21:16ดีแล้วก็ทำให้เด็กรู้สึกมีความปลอดภัย
00:21:16 → 00:21:18เกิดความอบอุ่นในครอบครัวด้วยเช่นเดียว
00:21:18 → 00:21:21กันนะคะวันนี้ต้องขอบคุณอาจารย์สุหทัยค่ะ
00:21:21 → 00:21:23ที่มาร่วมพูดคุยในรายการและให้ความรู้กับ
00:21:23 → 00:21:25เราในวันนี้ด้วยนะคะขอบคุณค่ะอาจารย์คะ
00:21:25 → 00:21:28ค่ะขอบคุณมากค่ะสวัสดีค่ะเอาล่ะค่ะคุณผู้
00:21:28 → 00:21:31ฟังคะหมดเวลาแล้วนะคะกับรายการโรงหมอของ
00:21:31 → 00:21:33เราในวันนี้นะคะพบกันใหม่ครั้งหน้าค่ะวัน
00:21:33 → 00:21:36นี้ลาไปก่อนสวัสดีค่ะ This Is Toy PBS
00:21:36 → 00:21:39podcast ผลการสำรวจพบผู้สูงอายุใช้สื่อ
00:21:39 → 00:21:41ออนไลน์เพิ่มขึ้นแต่อะไรเป็นเรื่องที่น่า
00:21:41 → 00:21:44กังวลสำหรับคนวัยนี้รองศาสตราจารย์ดร
00:21:44 → 00:21:46นันทิยาดวงภุมเมศประธานศูนย์วิชาการด้าน
00:21:46 → 00:21:49การรู้เท่าทันสื่อของผู้สูงอายุมาเล่าให้
00:21:49 → 00:21:52ฟังครับจากการสำรวจล่าสุดนะคะเราจะเห็น
00:21:52 → 00:21:56ว่าผู้สูงอายุเนี่ยใช้สื่อออนไลน์มากขึ้น
00:21:56 → 00:21:59คือท่านก็เก่งขึ้นด้วยในการใช้สื่อนะคะใน
00:21:59 → 00:22:03ขณะที่สื่ออื่นๆอย่างเช่นสื่อบุคคลสื่อ
00:22:03 → 00:22:05โทรทัศน์สื่อวิทยุท่านก็ยังเปิดรับอยู่นะ
00:22:05 → 00:22:08คะแต่ว่าสถิติที่ผ่านมาเนี่ยล่าสุดเลยเรา
00:22:09 → 00:22:12พบว่าสื่อออนไลน์เนี่ยเพิ่มขึ้นทั้งทั้ง
00:22:12 → 00:22:15ในเอ่อผู้สูงอายุในกรุงเทพทั้งในต่าง
00:22:15 → 00:22:17จังหวัดเนี่ยเพิ่มขึ้นเหมือนๆกันเลยพอ
00:22:17 → 00:22:20ท่านใช้สื่อออนไลน์เพิ่มขึ้นเนี่ยเราก็
00:22:20 → 00:22:24สำรวจอีกตัวนึงเแล้วก็พบว่าผลกระทบจากการ
00:22:24 → 00:22:27ใช้สื่อโดยรวมเนี่ยมันเกิดอะไรขึ้นเราก็
00:22:27 → 00:22:30พบว่า 70% เลยเนี่ยท่านถูกหลอกให้ซื้อ
00:22:30 → 00:22:35สินค้าภาษาเราก็คือไม่ตรงปกเนาะคือไม่มี
00:22:35 → 00:22:37คุณภาพอะไรอย่างเงี้ยอันนี้เนี่ย
00:22:37 → 00:22:40เปอร์เซ็นต์ขึ้นแบบว่าอย่างก้าวกระโดดคือ
00:22:40 → 00:22:44ประมาณ 70% เลยอ่ะค่ะที่ถูกหลอกตรงเนี้ย
00:22:44 → 00:22:48ค่ะในขณะที่ที่ผ่านๆมามันจะอยู่ประมาณ 30
00:22:48 → 00:22:5240% ค่ะล่าสุดเนี่ย 70% เราเราเห็นเลย
00:22:52 → 00:22:56ว่าการที่ท่านเข้าสู่โลกออนไลน์มากขึ้น
00:22:56 → 00:23:00ตรงเนี้ยมันก็อาจจะมีผลนะคะเพราะว่าท่าน
00:23:00 → 00:23:04อาจจะตามไม่ทันในการดูเนาะว่าเวลามันผ่าน
00:23:04 → 00:23:08มาทางจอต่างๆทางออนไลน์เนี่ยมันก็ดูดีไป
00:23:08 → 00:23:11หมดแต่เราก็ไม่แน่ใจพอได้พอท่านสั่งออกมา
00:23:11 → 00:23:14มันก็ผลสำรวจก็อะไเลยเป็นอย่างเงี้ยค่ะ
00:23:14 → 00:23:18ที่น่ากลัวมากๆเลยเนี่ยอีกอีกอันนึงที่
00:23:18 → 00:23:21เราพบนะคะค่ะที่แนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีเลย
00:23:21 → 00:23:25ก็คือว่าโอกาสที่ผู้สูงอายุจะให้ข้อมูล
00:23:25 → 00:23:28ส่วนตัวค่ะข้อมูลส่วนบุคคลบัตประชาชนอะไร
00:23:28 → 00:23:31อย่างเงี้ยค่ะมันเพิ่มขึ้นค่ะถึงแม้ว่าจะ
00:23:31 → 00:23:34ไม่ได้เพิ่มขึ้นแบบว่าก้าวกระโดดมากแต่
00:23:34 → 00:23:36ว่ามันเพิ่มขึ้นทุกปีเลยค่ะเราลองเทียบ
00:23:36 → 00:23:38ข้อมูลเอ่อผู้สูงอายุในกรุงเทพฯที่เรา
00:23:39 → 00:23:42สำรวจใช่มั้ยคะกับผู้สูงอายุในภูมิภาค
00:23:42 → 00:23:45ต่างๆเนี่ยค่ะที่เราสำรวเราลองมาคำนวณ
00:23:45 → 00:23:48เทียบข้อมูลกันดูเนี่ยสัดส่วนการถูกหลอก
00:23:48 → 00:23:51เนี่ยไม่แพ้กันเลยค่ะไม่ไม่ไม่ต่างกันน่า
00:23:51 → 00:23:54แปลกใจใช่มั้ยคะผลออกมาอันนี้เรายังแปลก
00:23:54 → 00:23:56ใจเลยว่าเราคิดว่าคนในเมืองเนี่ยจะต้อง
00:23:56 → 00:23:59ถูกหลอกน้อยกว่าถูกมั้ยคะเพราะว่าแบบเปิด
00:23:59 → 00:24:02รับข้อมูลนู่นนี่มีเค้าเรียกอะไรเข้าถึง
00:24:02 → 00:24:05ข้อมูลความทันสมัยของข้อมูลเนี่ยน่าจะได้
00:24:05 → 00:24:07เร็วกว่าคนที่อยู่ต่างจังหวัดแต่ไม่เป็น
00:24:07 → 00:24:10อย่างนั้นเลย
00:24:10 → 00:24:15ค่ะ This Is Toy PBS
00:24:15 → 00:24:18podcast ติดตามรายการทางเว็บไซต์และ
00:24:18 → 00:24:21แอปพลิเคชันของ Thai PBS podcast
00:24:21 → 00:24:24spotify Sou Cloud Google podcast
00:24:24 → 00:24:27Apple podcast และ YouTube Channel ไย
00:24:27 → 00:24:31PBS podcast ท้า PBS podcast View
00:24:31 → 00:24:34the world via The
00:24:34 → 00:24:43[เพลง]
00:24:43 → 00:24:46Voice