00:00:00 → 00:00:00ค่ะ
00:00:00 → 00:00:07[เพลง]
00:00:07 → 00:00:11
00:00:11 → 00:00:11[เพลง]
00:00:11 → 00:00:14วันนี้ที่หมอจะพูดเรื่องของการแสดงออกทาง
00:00:14 → 00:00:16อารมณ์มาค่ะจะเป็นอยู่ในช่วงเด็กเล็กใน
00:00:16 → 00:00:19ช่วง 2 ถึง 5 ปีก็คือจะเป็นช่วงอนุบาลนะ
00:00:19 → 00:00:21คะซึ่งจะเป็นวัยที่เริ่มเป็นตัวของตัวเอง
00:00:21 → 00:00:25แล้วก็เผชิญกับสิ่งแวดล้อมต่างๆมากขึ้น
00:00:25 → 00:00:28ปรับตัวต่อสิ่งใหม่ๆเช่นการไปโรงเรียน
00:00:28 → 00:00:30อะไรอย่างนี้ค่ะ
00:00:30 → 00:00:33การที่เราจะช่วยให้เด็กๆนะคะจัดการอารมณ์
00:00:33 → 00:00:37ได้นะคะตั้งแต่เล็กๆเลยมีความสำคัญมากค่ะ
00:00:37 → 00:00:40เพราะว่าจะเป็นต้นทุนในการที่เด็กๆเนี่ย
00:00:40 → 00:00:43เวลาที่เขาเติบโตขึ้นในการที่จะจัดการ
00:00:43 → 00:00:45อารมณ์ให้เหมาะสมแล้วก็ปรับตัวให้ได้กับ
00:00:45 → 00:00:49ทุกๆสถานการณ์ที่จะต้องเผชิญค่ะ
00:00:49 → 00:00:53ธรรมชาติของเด็กๆเนี้ยค่ะก็จะมีความเป็น
00:00:53 → 00:00:56ตัวของตัวเองมากขึ้นเรียนรู้สิ่งต่างๆรอบ
00:00:56 → 00:00:59ตัวค่ะเด็กขวบครึ่งอย่างนี้ค่ะเขาเริ่ม
00:00:59 → 00:01:02รับรู้แล้วว่าก็อ่านี่คือตัวฉันอย่างนี้
00:01:02 → 00:01:05ค่ะจากนั้นก็เริ่มเรียนรู้ที่จะมีการรู้
00:01:05 → 00:01:08จักคนอื่นก็จะมีการรับรู้อารมณ์ที่ซับ
00:01:08 → 00:01:10ซ้อนขึ้นที่จะเป็นอารมณ์ที่เกี่ยวกับตัว
00:01:10 → 00:01:13ฉันและก็อีกคนนึงอ่ะค่ะตัวอย่างนะคะเช่น
00:01:13 → 00:01:18อารมณ์เหตุโอเคนใจอารมณ์อิจฉาอะไรอย่าง
00:01:18 → 00:01:21นี้ค่ะก็จะเป็นอารมณ์ที่ซับซ้อนขึ้นรวม
00:01:21 → 00:01:23ถึงเมื่อเขาส่งกบขึ้น 3 ขวบอะค่ะอารมณ์ก็
00:01:23 → 00:01:26จะยิ่งซับซ้อนไปอีกเพราะว่ามันก็จะมีการ
00:01:26 → 00:01:28ที่เด็กจะต้องรับรู้เรียนรู้สิ่งต่างๆ
00:01:28 → 00:01:33เพิ่มเติมเช่นกดมาตรฐานต่างๆทำคิดทำถูก
00:01:33 → 00:01:37นี้ค่ะทำผิดเด็กก็รู้สึกผิดฉันไม่ดีทั้ง
00:01:37 → 00:01:40ถูกพ่อแม่บอกว่าทำดีแล้วเดี๋ยวก็จะรู้สึก
00:01:40 → 00:01:43ภาคภูมิใจค่ะเพื่อนอารมณ์ก็จะมีความซับ
00:01:43 → 00:01:45ซ้อนขึ้นตามวัย
00:01:45 → 00:01:50คนสำคัญที่จะช่วยเด็กๆในการที่จะจัดการ
00:01:50 → 00:01:53อารมณ์นะคะสำคัญมากๆเลยค่ะก็คือคุณพ่อคุณ
00:01:53 → 00:01:56แม่เพราะว่าในวัยเด็กเล็กค่ะพ่อแม่น่าจะ
00:01:56 → 00:01:59เป็นโลกทั้งใบของเด็กนะคะเด็กเรียนรู้
00:01:59 → 00:02:02สิ่งต่างๆผ่านทางเพียงแค่นี้หมอขออธิบาย
00:02:02 → 00:02:05เรื่องสมองเพิ่มเติมและกันค่ะในเด็กในวัย
00:02:05 → 00:02:08นี้ค่ะในวัยเด็กเล็กนกก็คือสมองส่วนคิด
00:02:08 → 00:02:12ซึ่งเป็นสมองส่วนหน้าคะจะเป็นส่วนสมองที่
00:02:12 → 00:02:16ยับยั้งชั่งใจคิดเหตุผลและก็จะเป็นส่วน
00:02:16 → 00:02:19ที่คลุมสมองส่วนอารมณ์อีกทีนึงสมองส่วน
00:02:19 → 00:02:22อารมณ์จะอยู่ล่างขวาแล้วก็อยู่ลึกว่าจะ
00:02:22 → 00:02:24เป็นสมองส่วนที่รับรู้อารมณ์ความรู้สึก
00:02:24 → 00:02:27ตอบสนองต่อสิ่งเร้าเพื่อจะบอกว่าจะต้องทำ
00:02:27 → 00:02:29ยังไงดีให้อยู่รอดซึ่งอาจจะแบบนี้กลับ
00:02:29 → 00:02:32เข้าสู้หรือว่าถอยหนีประมาณนี้ค่ะเพื่อ
00:02:32 → 00:02:35ให้ตัวเองอยู่รอดเนาะเด็กๆค่ะในวัยเด็ก
00:02:35 → 00:02:37เล็กสมองส่วนอารมณ์ทำงานในขณะที่สมองส่วน
00:02:37 → 00:02:40หน้าที่เป็นส่วนที่คิดให้เหตุผลแล้วก็คุม
00:02:41 → 00:02:44สมองส่วนอารมณ์เนี่ยยังไม่ได้พัฒนาทำงาน
00:02:44 → 00:02:47อย่างเต็มที่อ่ะค่ะเพราะฉะนั้นเนี่ยเด็กๆ
00:02:47 → 00:02:51ยังต้องอาศัยผู้ใหญ่ที่สมองส่วนหน้าพัฒนา
00:02:51 → 00:02:54เต็มที่แล้วในการประคองอารมณ์ของเด็กๆให้
00:02:54 → 00:02:58สมองส่วนอารมณ์เนี่ยสงบเพียงพอแล้วครับ
00:02:58 → 00:03:01เมื่ออารมณ์ของเด็กๆเล่นเกมคอค่ะเพื่อติ
00:03:01 → 00:03:04กรรมที่แสดงออกมาก็จะเป็นพฤติกรรมที่ที่
00:03:04 → 00:03:08สงบไม่มีพฤติกรรมก้าวร้าวค่ะ
00:03:08 → 00:03:12การจัดการอารมณ์ของเด็กเล็กนะคะหมอจะขอ
00:03:12 → 00:03:15แนะนำเป็น 3 ขั้นตอนนะคะอันดับ 1 เนี่ยมี
00:03:15 → 00:03:18ความสำคัญมากๆเลยค่ะที่คุณพ่อคุณแม่คะจะ
00:03:18 → 00:03:20ประคองอารมณ์ตัวเองจัดการอารมณ์ตัวเองให้
00:03:20 → 00:03:23สงบก่อนเพราะว่าไม่ฉะนั้นนะคะเอา
00:03:23 → 00:03:26ปฏิกิริยาที่แสดงออกมาทั้งน้ำเสียงและแวว
00:03:26 → 00:03:31ตาท่าทางก็อาจจะมีความรู้สึกที่มันทุ่มทน
00:03:31 → 00:03:33จนเด็กๆรู้สึกคุกคามแล้วก็จะทำให้สมอง
00:03:33 → 00:03:36ส่วนอารมณ์ของเด็กอ่ะค่ะทำงานอย่างมากมัน
00:03:36 → 00:03:39เกี่ยวก็จะมีปฏิกิริยาที่ต่อต้านมากขึ้น
00:03:39 → 00:03:42นะคะนอกจากนั้นถ้าคุณพ่อคุณแม่เนี่ยคุม
00:03:42 → 00:03:44อารมณ์ตัวเองไม่ได้ค่ะสิ่งที่ตามมาคือมัน
00:03:44 → 00:03:47อาจจะเป็นคำพูดในเชิงลบบางอย่างเช่นคำพูด
00:03:47 → 00:03:50ดุแต่ว่าลงแดงค่ะหรือว่าเป็นคำในลักษณะ
00:03:50 → 00:03:53ปฏิเสธเด็กไล่ให้ไปอยู่ที่อื่นเลยเนี้ย
00:03:53 → 00:03:55ค่ะซึ่งอันนี้ที่หมอเคยซื้อในเด็กก็จะรู้
00:03:55 → 00:03:57สึกหวาดกลัวแล้วก็เสียใจมากแล้วก็เกิด
00:03:57 → 00:04:02ปฏิกิริยามากขึ้น Step ที่ที่สองก็คือเรา
00:04:02 → 00:04:06จะหยุดพฤติกรรมที่แสดงออกมาในทางลบอย่าง
00:04:06 → 00:04:09ไม่เหมาะสมมาค่ะซึ่งปกตินะคะเราจะใช้วิธี
00:04:09 → 00:04:12เพิกเฉยอ่ะค่ะการเพิ่มเฉยก็จะเป็นวิธีที่
00:04:12 → 00:04:15จะหยุดพฤติกรรมได้ดีค่ะการเพิกเฉยไม่ใช่
00:04:15 → 00:04:18ว่าเป็นการที่เราไม่สนใจเด็กเลยเดินหนีไป
00:04:18 → 00:04:20เลยนะคะเพียงแต่ว่าการเพิกเฉยนี่หมายถึง
00:04:20 → 00:04:24การที่เราไม่ได้ตอบสนองต่อพฤติกรรมของ
00:04:24 → 00:04:27เด็กแต่เรายังคงที่จะรับรู้ความรู้สึกของ
00:04:27 → 00:04:30เด็กนักขณะนั้นอยู่อ่ะค่ะสมมติว่าเด็ก
00:04:30 → 00:04:33ร้องโวยวายเสียงดังนะค่ะอยากได้ไอติม
00:04:33 → 00:04:36อย่างนี้ค่ะเราก็คงไม่เอาไอติมไปให้เด็ก
00:04:36 → 00:04:39เพื่อให้เด็กหยุดร้องใช่ไหมคะแต่ว่าเราก็
00:04:39 → 00:04:41คือไม่ได้ตอบสนองพฤติกรรมในสิ่งที่เด็ก
00:04:41 → 00:04:44ต้องการแต่เรายังรับรู้อารมณ์ความรู้สึก
00:04:44 → 00:04:47ของเขาอยู่เช่นเราอาจจะบอกเด็กสั้นๆว่า
00:04:47 → 00:04:50อ๋อแม่ว่าหนูโกรธอยู่แน่เลยที่ไม่ได้
00:04:50 → 00:04:53ไอติมแต่ตอนนี้หนูร้องเสียงดังแม่ฟังไม่
00:04:53 → 00:04:56เข้าใจหนูหยุดร้องก่อนแล้วเดี๋ยวเรามาคุย
00:04:56 → 00:05:00กันวิธีนี้ค่ะก็จะทำให้เด็กอ่ะรู้มีขอบ
00:05:00 → 00:05:03เขตที่เหมาะสมเป็นยังไงสิ่งไหนทำได้สิ่ง
00:05:03 → 00:05:06ไหนทำไม่ได้ในขณะเดียวกันคุณพ่อคุณแม่ยัง
00:05:06 → 00:05:10รับรู้ความรู้สึกของเขาอยู่อ่ะค่ะซึ่งจะ
00:05:10 → 00:05:13ทำให้เด็กสงบได้ง่ายขึ้นนะค่ะข้อที่สามก็
00:05:13 → 00:05:16คือการสอนเด็กในการจัดการอารมณ์มาค่ะการ
00:05:16 → 00:05:19ที่เราจะสอนเด็กจัดการอารมณ์เนี่ยสิ่ง
00:05:19 → 00:05:22สำคัญคือเหมือนคุณพ่อคุณแม่เลยนะค่ะก็คือ
00:05:22 → 00:05:24จะต้องเข้าใจอารมณ์ก่อนว่าอารมณ์ที่เกิด
00:05:24 → 00:05:27ขึ้นเป็นยังไงนะคะการที่เด็กได้พูดมันออก
00:05:27 → 00:05:30มาสิ่งนี้จะช่วยได้มากเลยงั้นเราจะช่วย
00:05:30 → 00:05:34ถามเด็กอ่ะค่ะเช่นถามว่าหนุกรู้สึกยังไง
00:05:34 → 00:05:36เพราะอะไรเขาถึงรู้สึกแบบนี้อะไรอย่างนี้
00:05:36 → 00:05:39ค่ะอ่ะซึ่งเด็กๆอาจจะบอกว่าหนูรู้สึกโกรธ
00:05:40 → 00:05:43อยู่หนูก็เลยตีน้องเป็นต้นนะคะการที่เขา
00:05:43 → 00:05:46ได้เล่าออกมาเขาก็จะรู้สึกว่าคุณพ่อคุณ
00:05:46 → 00:05:49แม่เข้าใจอยู่นะคะแล้วเด็กๆเขาก็จะได้
00:05:49 → 00:05:52เรียบเรียงด้วยว่าอารมณ์ที่มันท่วมท้น
00:05:52 → 00:05:54เนี่ยมันเกิดอะไรขึ้นข้างในอ่ะค่ะใน
00:05:54 → 00:05:57ระหว่างที่เด็กๆอารมณ์ท่วมท้นนะค่ะคุณพ่อ
00:05:57 → 00:06:00คุณแม่อาจจะลองดูค่ะถ้าเขาพอจะสงบก่อ
00:06:00 → 00:06:02สร้างรับฟังเราอยู่บ้างนะคะก็ไม่อาจจะ
00:06:02 → 00:06:05ช่วยสอนได้เลยเช่นหายใจเข้าออกลึกๆเช้า
00:06:05 → 00:06:09พร้อมแม่นะคะอ้าหนูโกรธอยู่เดี๋ยวเรามา
00:06:09 → 00:06:11นับ 1-10 พร้อมกันอะไรอย่างนี้ค่ะซึ่ง
00:06:11 → 00:06:14วิธีเหล่านี้ก็จะทำให้เด็กสงบได้ง่ายขึ้น
00:06:14 → 00:06:17นะคะหากคุณพ่อคุณแม่ท่านใดนะคะต้องการมา
00:06:17 → 00:06:20ติดต่อเพื่อที่จะปรึกษาปัญหาอารมณ์
00:06:20 → 00:06:23พฤติกรรมของเด็กๆค่ะสามารถติดต่อได้ที่
00:06:23 → 00:06:27คลินิกจิตเวชเด็กและวัยรุ่นอาคารภปรชั้น
00:06:27 → 00:06:3112 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทยค่ะ
00:06:31 → 00:06:36อ่ะ
00:06:36 → 00:06:53[เพลง]