00:00:00 → 00:00:02คุณกำลังเผชิญกับภาวะเสี่ยงลิ่มเลือด
00:00:02 → 00:00:06อุดตันเช่นไขมันในเลือดสูงความดันโลหิต
00:00:06 → 00:00:09สูงเบาหวานหรือกำลังทานยาละลายลิ่มเลือด
00:00:09 → 00:00:10อยู่หรือเปล่าคะ
00:00:10 → 00:00:14>> ถ้าใช่คลิปนี้คือสิ่งที่คุณต้องรู้และ
00:00:14 → 00:00:18ห้ามพลาดเด็ดขาดเพราะวันนี้สุขภาพสนทนาจะ
00:00:18 → 00:00:21พาคุณไปเจาะลึกสัญญาณเตือนอันตรายของลิ่ม
00:00:21 → 00:00:24เลือดในส่วนต่างๆของร่างกายที่หลายคนอาจ
00:00:24 → 00:00:25มองข้ามไป
00:00:25 → 00:00:29>> ฟังจบแล้วคุณจะรู้ทันสังเกตได้และปกป้อม
00:00:29 → 00:00:33ตัวเองและคนที่คุณรักให้ปลอดภัยจากภาวะ
00:00:33 → 00:00:35คุกคามนี้ได้อย่างแน่นอนค่ะ
00:00:35 → 00:00:38>> สร้างสุขภาพดีเริ่มต้นจากความเข้าใจ
00:00:38 → 00:00:41>> ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกสัญญาณเตือนต่างๆ
00:00:41 → 00:00:44ถ้าคุณไม่อยากพลาดเรื่องสุขภาพดีๆที่จะ
00:00:44 → 00:00:47ช่วยให้ชีวิตคุณดีขึ้นอย่าลืมกดติดตาม
00:00:47 → 00:00:49ช่องสุขภาพสนทนาของเราไว้นะคะ
00:00:49 → 00:00:52>> ในแต่ละวันร่างกายของเราทำงานหนักมากใน
00:00:52 → 00:00:55การรักษาความสมดุลบางทีก็ดูเหมือนว่าทุก
00:00:55 → 00:00:58อย่างปกติใช่ไหมครับคุณเกตแต่หารู้ไม่ว่า
00:00:58 → 00:01:00ภัยเงียบอย่างลิ่มเลือดที่มีประโยชน์ต่อ
00:01:00 → 00:01:03ร่างกายของเราเนี่ยก็อาจกลายมาคุกคามเรา
00:01:03 → 00:01:04ได้เหมือนกันนะครับ
00:01:04 → 00:01:07>> ใช่เลยค่ะคุณกันและหลายครั้งที่เราไม่รู้
00:01:07 → 00:01:10ด้วยซ้ำว่ามันกำลังเกิดขึ้นจนกว่าจะมี
00:01:10 → 00:01:13อาการที่ชัดเจนมากๆแล้ววันนี้ล่ะค่ะเราจะ
00:01:13 → 00:01:16มาทำความเข้าใจมันแบบง่ายๆไม่ซับซ้อนแต่
00:01:16 → 00:01:19ได้ประโยชน์เต็มๆกันค่ะว่าเจ้าลิ่มเลือด
00:01:19 → 00:01:22คืออะไรและมีสัญญาณอะไรบ้างที่เราต้องรีบ
00:01:23 → 00:01:25สังเกตเพื่อให้ก้าวทันภัยเงียบนี้ได้ทัน
00:01:25 → 00:01:28ท่วงทีค่ะคุณกันคะหลายคนอาจจะเคยได้ยิน
00:01:28 → 00:01:32ยินคำว่าลิ่มเลือดบ่อยๆนะคะแต่เกดสงสัย
00:01:32 → 00:01:35ค่ะว่ามันคืออะไรกันแน่แล้วทำไมเราถึง
00:01:35 → 00:01:38ต้องให้ความสำคัญกับมันมากขนาดนี้คะ
00:01:38 → 00:01:40>> เป็นคำถามที่ดีมากเลยครับคุณเกตคือจริงๆ
00:01:40 → 00:01:43แล้วเนี่ยเจ้าลิ่มเลือดหรือที่ภาษาบ้านๆ
00:01:43 → 00:01:46เราก็เรียกว่าก้อนเลือดแข็งๆเนี่ยมันมี
00:01:46 → 00:01:48ประโยชน์มากเลยนะครับลองนึกภาพเวลาเราหก
00:01:48 → 00:01:52ล้มหัวเข่าถลอกเลือดไหลไม่หยุดสิครับถ้า
00:01:52 → 00:01:54ไม่มีลิ่มเลือดมาช่วยอุดรอยแผลเราคงเสีย
00:01:54 → 00:01:55เลือดแย่เลย
00:01:56 → 00:01:58>> อ๋ออย่างนี้นี่เองที่เวลาเป็นแผลแล้ว
00:01:58 → 00:02:01เลือดหยุดได้ก็เพราะมีลิ่มเลือดมาช่วยนี่
00:02:01 → 00:02:01เอง
00:02:01 → 00:02:04>> ใช่เลยครับหน้าที่หลักของมันก็คือการแข็ง
00:02:04 → 00:02:07ตัวเพื่อไปอุดรอยรั่วของหลอดเลือดป้องกัน
00:02:07 → 00:02:10ไม่ให้เลือดไหลออกมากเกินไปแต่ปัญหาจะ
00:02:10 → 00:02:12เกิดก็ต่อเมื่อเจ้าลิ่มเลือดพวกนี้มันดัน
00:02:13 → 00:02:15ไปก่อตัวในจุดที่ไม่ควรอย่างในหลอดเลือด
00:02:15 → 00:02:16ของเราเองครับ
00:02:16 → 00:02:19>> หมายความว่ามันไปอุดตันในเส้นเลือดข้างใน
00:02:19 → 00:02:22ร่างกายแทนที่จะไปอุดแผลข้างนอกใช่มั้ยคะ
00:02:22 → 00:02:24>> ถูกต้องครับคุณเกตมันก็เหมือนกับก้อน
00:02:24 → 00:02:27อุดตันที่ไปขวางทางเดินของเลือดทำให้
00:02:27 → 00:02:29เลือดไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงอวัยวะ
00:02:29 → 00:02:32ต่างๆได้ตามปกติพออวัยวะส่วนนั้นขาด
00:02:32 → 00:02:35ออกซิเจนและสารอาหารมันก็จะเริ่มเสียหาย
00:02:35 → 00:02:38หรือหยุดทำงานได้เลยครับซึ่งนี่แหละครับ
00:02:38 → 00:02:40คืออันตรายถึงชีวิตได้
00:02:40 → 00:02:42>> ฟังแล้วก็น่ากลัวเหมือนกันนะคะเนี่ยแสดง
00:02:42 → 00:02:45ว่าการรู้เท่าทันสัญญาณเตือนของลิ่มเลือด
00:02:45 → 00:02:48เป็นยังไงจึงสำคัญมากๆเลยใช่มั้ยคะเพราะ
00:02:48 → 00:02:50มันอาจช่วยชีวิตเราได้เลยนะ
00:02:50 → 00:02:53>> สำคัญมากครับคุณเกตวันนี้เราจะพาไปเจาะ
00:02:53 → 00:02:56ลึกอาการเตือนในแต่ละส่วนที่สำคัญกันครับ
00:02:56 → 00:02:58ว่าถ้ามันไปอุดตันที่อวัยอวะไหนจะมี
00:02:58 → 00:03:01สัญญาณอะไรที่เราต้องสังเกตเป็นพิเศษบ้าง
00:03:01 → 00:03:03เพื่อที่เราจะได้รีบไปหาคุณหมอได้ทันท่วง
00:03:04 → 00:03:04ทีครับ
00:03:04 → 00:03:07>> เอาล่ะค่ะคุณกันมาเริ่มกันที่จุดแรกที่
00:03:07 → 00:03:10หลายคนอาจจะคุ้นเคยกันดีก่อนเลยนะคะนั่น
00:03:10 → 00:03:14ก็คือลิ่มเลือดในขาหรือแขนค่ะหรือที่ภาษา
00:03:14 → 00:03:17ทางการแพทย์เรียกว่า Deep Win Trombosis
00:03:17 → 00:03:19หรือ DVT นั่นเองค่ะ
00:03:19 → 00:03:22>> ครับคุณเกตภาวะ DVT นี่เป็นอะไรที่พบได้
00:03:22 → 00:03:24บ่อยเลยนะครับโดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ต้อง
00:03:24 → 00:03:27นั่งนิ่งๆนานๆอย่างเช่นเดินทางไกล
00:03:27 → 00:03:30หรือคนที่เพิ่งผ่าตัดมาอาการที่สังเกตได้
00:03:30 → 00:03:32ง่ายๆเลยคืออะไรบ้างครับคุณเกด
00:03:32 → 00:03:35>> อาการที่ชัดเจนเลยนะคะคุณกันอันดับแรกเลย
00:03:36 → 00:03:39คืออาการปวดขาหรือน่องข้างใดข้างหนึ่งค่ะ
00:03:39 → 00:03:44ที่สำคัญคือมันมักจะปวดตึงปวดหน่วงเหมือน
00:03:44 → 00:03:47มีอะไรมาบีบหรือปวดแบบตื้อๆค่ะ
00:03:47 → 00:03:49>> คือปวดขาข้างเดียวใช่ไหมั้ครับไม่ใช่ปวด
00:03:49 → 00:03:51ทั้ง 2 ข้างเหมือนเวลาเราเดินเยอะๆ
00:03:51 → 00:03:55>> ใช่ค่ะส่วนใหญ่จะเป็นข้างใดข้างหนึ่งนะคะ
00:03:55 → 00:03:58และจะตามมาด้วยอาการบวมค่ะขาข้างนั้นจะ
00:03:58 → 00:04:02บวมขึ้นอย่างเห็นได้ชัดบางคนอาจจะบวมจน
00:04:02 → 00:04:04เห็นความแตกต่างกับขาอีกข้างหนึ่งเลยค่ะ
00:04:04 → 00:04:08แล้วก็อาจจะมีอาการแดงๆร้อนๆบริเวณที่บวม
00:04:08 → 00:04:09ด้วยนะคะ
00:04:09 → 00:04:11>> เหมือนเวลาอักเสบเลยสิครับ
00:04:11 → 00:04:14>> คล้ายๆกันค่ะบางคนอาจจะรู้สึกว่าผิว
00:04:14 → 00:04:17บริเวณนั้นอุ่นกว่าปกติด้วยแล้วก็อาจจะ
00:04:17 → 00:04:21เห็นว่าผิวหนังเปลี่ยนสีออกคล้ำๆหรือเป็น
00:04:21 → 00:04:25จ้ำๆนะคะที่สำคัญคือถ้าลองกดลงไปตรง
00:04:25 → 00:04:28บริเวณที่ปวดหรือบวมจะรู้สึกเจ็บมากเป็น
00:04:28 → 00:04:31พิเศษค่ะบางทีอาจจะเห็นเส้นเลือดปูดขึ้น
00:04:31 → 00:04:32ด้วยได้นะคะ
00:04:32 → 00:04:35>> ฟังดูแล้วก็น่ากลัวนะครับถ้าใครมีอาการ
00:04:35 → 00:04:37แบบนี้เนี่ยต้องรีบสังเกตตัวเองแล้วนะ
00:04:37 → 00:04:37ครับ
00:04:37 → 00:04:40>> ใช่ค่ะอย่าปล่อยทิ้งไว้นะคะเพราะถ้าลิ่ม
00:04:40 → 00:04:43เลือดที่ขาหลุดขึ้นไปอุดที่ปอดนี่อันตราย
00:04:43 → 00:04:46มากเลยค่ะซึ่งเป็นประเด็นถัดไปที่เราจะ
00:04:46 → 00:04:47คุยกันเลยค่ะ
00:04:47 → 00:04:49>> คุณเกดครับเมื่อกี้เราพูดถึงลิ่มเลือดที่
00:04:49 → 00:04:52ขาไปแล้วทีนี้ถ้าเจ้าลิ่มเลือดที่ว่า
00:04:52 → 00:04:55เนี่ยมันเกิดหลุดลอยตามกระแสเลือดขึ้นไป
00:04:55 → 00:04:58ที่ปอดปอดล่ะครับจะมีสัญญาณอะไรที่บ่งบอก
00:04:58 → 00:05:00ได้บ้างครับเพราะดูแล้วน่าจะเป็นเรื่องคอ
00:05:00 → 00:05:02ขาดบาดตายเลยนะเนี่ย
00:05:02 → 00:05:05>> ใช่เลยค่ะคุณกันภาวะลิ่มเลือดในปอดหรือ
00:05:05 → 00:05:08pulmonaryึเนี่ยถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการ
00:05:08 → 00:05:11แพทย์เลยนะคะเพราะอันตรายถึงชีวิตได้เลย
00:05:11 → 00:05:14อาการที่สำคัญและต้องรีบสังเกตคืออาการ
00:05:14 → 00:05:17หายใจหอบเหนื่อยเฉียบพลันค่ะคืออยู่ดีๆก็
00:05:17 → 00:05:20เหนื่อยขึ้นมาทันทีไม่ว่าจะตอนทำกิจกรรม
00:05:20 → 00:05:23เบาๆหรือแม้กระทั่งตอนพักอยู่เฉยๆก็ตาม
00:05:23 → 00:05:26>> อืมคือไม่ได้ออกกำลังกายไม่ได้ทำอะไรหนัก
00:05:26 → 00:05:29เลยแต่อยู่ๆก็เหนื่อยหอบขึ้นมา
00:05:29 → 00:05:31>> ถูกต้องเลยค่ะคุณกันและอีกอาการที่สำคัญ
00:05:32 → 00:05:34คืออาการเจ็บหน้าอกค่ะซึ่งมักจะเจ็บมาก
00:05:34 → 00:05:38ขึ้นเวลาที่เราหายใจเข้าลึกๆหรือเวลาไอ
00:05:38 → 00:05:41บางคนอาจจะเจ็บแปลบๆหรือเจ็บแบบตื้อๆก็
00:05:41 → 00:05:41ได้ค่ะ
00:05:41 → 00:05:43>> แล้วมีอาการอื่นร่วมด้วยมั้ครับ
00:05:43 → 00:05:47>> มีค่ะบางคนอาจจะมีอาการไอด้วยนะคะอาจจะ
00:05:47 → 00:05:50เป็นไอแห้งหรือบางครั้งอาจมีเสมหะป่น
00:05:50 → 00:05:53เลือดเล็กน้อยนอกจากนี้ก็อาจจะมีอาการหัว
00:05:53 → 00:05:56ใจเต้นเร็วผิ่นปกติหรือรู้สึกใจสั่นได้
00:05:56 → 00:05:59ด้วยค่ะบางรายอาจจะมีอาการวิงเวียนคล้าย
00:05:59 → 00:06:01จะเป็นลมหรือหน้ามืดได้ด้วยนะคะถ้ามี
00:06:01 → 00:06:04อาการเหล่านี้เนี่ยไม่ต้องลังเลเลยค่ะรีบ
00:06:04 → 00:06:06ไปโรงพยาบาลทันทีเลยนะคะ
00:06:06 → 00:06:08>> สัญญาณนี้ต้องจำให้ขึ้นใจเลยนะครับคุณผู้
00:06:08 → 00:06:11ฟังเพราะมันคือเรื่องความเป็นความตายได้
00:06:11 → 00:06:11เลย
00:06:11 → 00:06:14>> ถัดมาที่อวัยวะสำคัญอีกส่วนนะคะคุณกัน
00:06:14 → 00:06:17นั่นก็คือสมองค่ะถ้าลิ่มเลือดไปอุดตันที่
00:06:17 → 00:06:20สมองนี่ก็อันตรายถึงขั้นพิการหรือเสีย
00:06:20 → 00:06:22ชีวิตได้เลยนะคะโดยเฉพาะถ้าเราไปถึงโรง
00:06:23 → 00:06:26พยาบาลช้าค่ะสัญญาณเตือนของลิ่มเลือดใน
00:06:26 → 00:06:30สมองเนี่ยเรามีหลักการง่ายๆที่เรียกว่า f
00:06:30 → 00:06:33ค่ะเป็นตัวย่อที่เราควรจำให้ขึ้นใจเลยค่ะ
00:06:33 → 00:06:37>> F นี่คืออะไรครับคุณเกดฟังดูน่าสนใจนะ
00:06:37 → 00:06:39ครับเหมือนเป็นโค้ดลับช่วยชีวิตเลยนะ
00:06:39 → 00:06:39เนี่ย
00:06:39 → 00:06:42>> ใช่แล้วค่ะคุณกันตัวแรกคือ F มาจาก Face
00:06:42 → 00:06:46drooping ค่ะหมายถึงใบหน้าอ่อนแรงลงหรือ
00:06:46 → 00:06:49มีอาการปากเบี้ยวสังเกตได้จากการพยายาม
00:06:49 → 00:06:52ยิ้มหรือพยายามพูดแล้วมุมปากข้างนึงตก
00:06:52 → 00:06:55หรือยิ้มได้ไม่เท่ากันค่ะลองให้ผู้ป่วย
00:06:55 → 00:06:56ยิ้มดูนะคะ
00:06:56 → 00:06:59>> อ๋อเหมือนที่เราเคยเห็นในข่าวเลยนะครับ
00:06:59 → 00:07:01ที่อยู่ดีๆมุมปากก็ตกลงไปข้างนึงใช่เลย
00:07:01 → 00:07:05ค่ะส่วน A มาจากอารm weakness คือแขนหรือ
00:07:05 → 00:07:08ขาข้างใดข้างหนึ่งอ่อนแรงเฉียบพลันอยู่ดี
00:07:08 → 00:07:11ๆก็ยกไม่ขึ้นไม่มีแรงหรือรู้สึกฉ่าครึ่ง
00:07:11 → 00:07:14ซีกหรือไม่สามารถทำกิจกรรมที่เคยทำได้
00:07:14 → 00:07:17ง่ายๆเช่นยกของขึ้นสูงๆค่ะ
00:07:17 → 00:07:18>> แล้ว S ล่ะครับ
00:07:18 → 00:07:21>> S คือ Speech difficulty ค่ะคือมีปัญหา
00:07:21 → 00:07:25ด้านการพูดพูดลำบากพูดไม่ชัดพูดแล้วลิ้น
00:07:25 → 00:07:28แข็งหรือไม่สามารถพูดตามที่เราสั่งได้เลย
00:07:28 → 00:07:31บางคนอาจจะสับสนไม่เข้าใจคำพูดที่เราถาม
00:07:31 → 00:07:34ด้วยนะคะลองให้ผู้ป่วยพูดประโยคง่ายๆเช่น
00:07:34 → 00:07:36วันนี้อากาศดีดูค่ะ
00:07:36 → 00:07:39>> ฟังดูแล้วอาการค่อนข้างชัดเจนและน่าตกใจ
00:07:39 → 00:07:41เลยนะครับถ้าเจอแบบนี้
00:07:41 → 00:07:44>> ใช่ค่ะและตัวสุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือ T
00:07:44 → 00:07:47ค่ะ T มาจาก Time to Call emergency
00:07:47 → 00:07:50คือเวลาสำคัญที่สุดค่ะถ้าคุณสังเกตเห็น
00:07:50 → 00:07:54อาการใดๆที่กล่าวมาให้รีบโถแจ้ง 1669
00:07:54 → 00:07:56หรือพาผู้ป่วยไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด
00:07:56 → 00:08:00ทันทีเพราะทุกนาทีมีค่าในการรักษาโรคหลอด
00:08:00 → 00:08:03เลือดสมองยิ่งส่งถึงมือแพทย์เร็วเท่าไหร่
00:08:03 → 00:08:06ยิ่งลดความเสียหายและเพิ่มโอกาสในการฟื้น
00:08:06 → 00:08:09ตัวได้มากเท่านั้นค่ะอย่ารอให้ช้าอย่ารอ
00:08:09 → 00:08:12ให้ใครมารับรีบไปทันทีเลยนะคะคุณผู้ฟัง
00:08:12 → 00:08:15>> โอ้โห FAS นี่ทำง่ายแล้วเป็นประโยชน์มากๆ
00:08:15 → 00:08:18เลยนะครับคุณเกดคุณผู้ฟังต้องจำไว้ให้
00:08:18 → 00:08:20แม่นเลยนะครับเพื่อช่วยชีวิตทั้งตัวเอง
00:08:20 → 00:08:21และคนที่คุณรับได้เลย
00:08:21 → 00:08:24>> เราพูดถึงสมองของไปแล้วนะคะคุณกันทีนี้มา
00:08:24 → 00:08:27ที่หัวใจซึ่งเป็นอวัยวะที่สำคัญไม่แพ้กัน
00:08:27 → 00:08:30เลยค่ะถ้าลิ่มเลือดไปอุดตันที่หลอดเลือด
00:08:30 → 00:08:33หัวใจหรือที่เรารู้จักกันในชื่อกลมเหนือ
00:08:33 → 00:08:36หัวใจตายเฉียบพลันหรือแทคจะมีสัญญาณอะไร
00:08:36 → 00:08:40บ้างคะที่สำคัญคืออาการบางทีก็ไม่ชัดเจน
00:08:40 → 00:08:41อย่างที่เราคิดนะคะ
00:08:41 → 00:08:44>> ครับคุณเกดภาวะนี้ก็เป็นอีกหนึ่งภัยเงียบ
00:08:44 → 00:08:47ที่น่ากลัวมากนะครับอาการที่เด่นชัดที่
00:08:47 → 00:08:50สุดเลยคืออาการเจ็บหน้าอกอย่างรุนแรงครับ
00:08:50 → 00:08:53ซึ่งมักจะรู้สึกเหมือนถูกบีบรัดอึดอัด
00:08:53 → 00:08:56เหมือนมีของหนักมาทับหรือเหมือนมีอะไรมา
00:08:56 → 00:08:59บีบแน่นๆกลางหน้าอกเลยครับบางคนบอกว่า
00:08:59 → 00:09:01เหมือนมีช้างมาเหยียบหน้าอก
00:09:01 → 00:09:03>> เจ็บตรงกลางหน้าอกเลยใช่มั้ยคะ
00:09:03 → 00:09:06>> ใช่ครับแล้วความเจ็บปวดนี้มันมักจะเจ็บ
00:09:06 → 00:09:09ร้าวไปที่แขนซ้ายบางคนก็ร้าวไปที่คอขา
00:09:10 → 00:09:12กรรไกรหลังหรือแม้กระทั่งท้องได้ด้วยนะ
00:09:13 → 00:09:15ครับมันจะไม่ได้เจ็บแค่จุดเดียวแต่แผ่
00:09:15 → 00:09:16ขยายออกไป
00:09:16 → 00:09:18>> ไม่ใช่แค่หน้าอกอย่างเดียวใช่ไหมคะ
00:09:18 → 00:09:22>> ไม่ใช่ครับแล้วก็จะมีอาการอื่นๆร่วมด้วย
00:09:22 → 00:09:25เช่นเหงื่อออกตัวเย็นใจสั่นคลื่นไส้
00:09:26 → 00:09:29อาเจียนหายใจหอบเหนื่อยวิงเวียนหน้ามืด
00:09:29 → 00:09:32หรือบางคนก็ถึงขั้นเป็นลมหมดสติไปเลยก็มี
00:09:32 → 00:09:35ครับที่สำคัญคืออาการเหล่านี้มักจะเป็น
00:09:35 → 00:09:38แบบเฉียบพลันนะครับอยู่ดีๆก็เป็นขึ้นมา
00:09:38 → 00:09:39ไม่มีปี่มิขุ่ย
00:09:39 → 00:09:42>> เกดเคยได้ยินมาว่าอาการฮาร์ทแอทackในผู้
00:09:42 → 00:09:45หญิงกับผู้สูงอายุบางทีก็ไม่ชัดเจนเท่า
00:09:45 → 00:09:46ผู้ชายจริงมั้คะ
00:09:46 → 00:09:49>> จริงครับคุณเกดตรงนี้สำคัญมากนะครับคุณ
00:09:49 → 00:09:53ผู้ฟังในผู้หญิงผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยเบา
00:09:53 → 00:09:56หวานบางรายอาการอาจจะไม่รุนแรงเท่าหรือมา
00:09:56 → 00:09:59ในรูปที่ต่างออกไปเช่นแครู้สึกเหนื่อย
00:09:59 → 00:10:03ง่ายผิดปกติเจ็บท้องคลื่นไส้หรือปวดคอปวด
00:10:03 → 00:10:06หลังเล็กน้อยซึ่งอาจทำให้เข้าใจผิดว่า
00:10:06 → 00:10:09เป็นอาการอื่นได้ดังนั้นหากคุณมีความ
00:10:09 → 00:10:12เสี่ยงและมีอาการเหล่านี้ถึงแม้จะไม่ชัด
00:10:12 → 00:10:15เจนเหมือนในหนังก็ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
00:10:15 → 00:10:17ครับอย่าชะล่าใจเด็ดขาด
00:10:17 → 00:10:19>> นี่ล่ะค่ะคุณผู้ฟังต้องสังเกตให้ดีเลยนะ
00:10:19 → 00:10:22คะยิ่งเรามีภาวะเสี่ยงหรือทานยาละลายลิ่ง
00:10:22 → 00:10:25เลือดอยู่แล้วก็ต้องระวังเป็นพิเศษค่ะ
00:10:25 → 00:10:27>> คุณเกดครับนอกจากอวัยวะที่เราคุ้นเคยกัน
00:10:28 → 00:10:31ดีแล้วยังมีอวัยวะสำคัญอื่นๆอีกนะครับที่
00:10:31 → 00:10:33ลิ่มเลือดสามารถไปอุดตันได้และมักจะถูก
00:10:33 → 00:10:37มองข้ามไปอย่างเช่นลำไส้ครับหลายคนอาจจะ
00:10:37 → 00:10:40คิดไม่ถึงว่าลิ่มเลือดก็อุดที่ลำไส้ได้
00:10:40 → 00:10:40ด้วย
00:10:40 → 00:10:43>> ใช่ค่ะคุณกันแล้วถ้าลิ่มเลือดไปอุดที่ลำ
00:10:43 → 00:10:45ไส้จะมีสัญญาณอะไรที่เราต้องสังเกตเป็น
00:10:45 → 00:10:48พิเศษบ้างคะเพราะปกติเราก็ปวดท้องบ่อยๆ
00:10:48 → 00:10:50อยู่แล้วจะแยกได้ยังไงคะ
00:10:50 → 00:10:52>> อาการที่เด่นชัดเลยนะครับคุณเกดคืออาการ
00:10:53 → 00:10:56ปวดท้องอย่างรุนแรงครับที่สำคัญคือมักจะ
00:10:56 → 00:10:59ปวดบาปเฉียบพลันปวดบิดๆปวดมากจนทนไม่ไหว
00:10:59 → 00:11:02โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังรับประทานอาหารจะ
00:11:02 → 00:11:04ยิ่งปวดมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ
00:11:04 → 00:11:07>> ทำไมถึงปวดหลังกินอาหารคะปกติก็ปวดท้อง
00:11:07 → 00:11:09หลังกินข้าวได้นี่ค่ะ
00:11:09 → 00:11:11>> เพราะว่าเวลาเรากินอาหารเลือดจะถูกส่งไป
00:11:11 → 00:11:14เลี้ยงลำไส้มากขึ้นเพื่อช่วยย่อยอาหาร
00:11:14 → 00:11:17ครับทีนี้ถ้ามีลิ่มเลือดไปอุดเลือดก็ไป
00:11:17 → 00:11:19เลี้ยงไม่คอทำให้เกิดอาการปวดรุนแรงขึ้น
00:11:19 → 00:11:23มาได้ครับซึ่งมันจะปวดผิดปกติจากอาการปวด
00:11:23 → 00:11:25ท้องทั่วไปที่เราเคยเจอครับนอกจากอาการ
00:11:25 → 00:11:29ปวดแล้วก็อาจจะมีอาการเคลื่อนไส้อาเจียน
00:11:29 → 00:11:33ท้องอืดท้องเสียร่วมด้วยได้ครับบางรายอาจ
00:11:33 → 00:11:35มีเลือดปนในอุจจาระหรือถ่ายอุจจาระเป็นสี
00:11:35 → 00:11:38คล้ำผิดปกติด้วยนะครับถ้ามีอาการปวดท้อง
00:11:38 → 00:11:41รุนแรงแบบไม่เคยเป็นมาก่อนโดยเฉพาะหลัง
00:11:41 → 00:11:43กินอาหารอย่าลังเลที่จะไปพบแพทย์ทันทีนะ
00:11:43 → 00:11:45ครับนี่เป็นภาวะฉุกเฉินครับ
00:11:45 → 00:11:48>> เป็นอาการปวดท้องที่ไม่ธรรมดาเลยใช่มั้ย
00:11:48 → 00:11:50คะฟังดูน่ากลัวตัวมากๆเลยค่ะ
00:11:50 → 00:11:53>> ถัดมาที่อวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่กรองของ
00:11:53 → 00:11:57เสียในร่างกายอย่างไตครับหลายคนอาจคิดว่า
00:11:57 → 00:12:00โรคไตมักจะมากับอาการบวมหรือปัสสาวะพิษ
00:12:00 → 00:12:04ปกติแต่จริงๆแล้วลิ่มเลือดก็สามารถไปอุด
00:12:04 → 00:12:06ตันที่หลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงไตได้นะ
00:12:06 → 00:12:06ครับ
00:12:06 → 00:12:08>> แล้วถ้าลิ่มเลือดไปอุดตันที่ไตเนี่ย
00:12:08 → 00:12:11สัญญาณเตือนมันเป็นยังไงคะคุณกันเพราะเกต
00:12:11 → 00:12:14ว่าคนส่วนใหญ่อาจจะไม่ทราบเลยว่าอาการปวด
00:12:14 → 00:12:16หลังก็อาจจะเกี่ยวกับไตได้
00:12:16 → 00:12:19>> ครับคุณเกดบางครั้งอาจจะไม่มีอาการชัดเจน
00:12:19 → 00:12:21ในระยะแรกเลยนะครับแต่ถ้ามีการอุดตัน
00:12:22 → 00:12:25รุนแรงหรือเป็นมากขึ้นอาการที่อาจพบได้
00:12:25 → 00:12:28คืออาการปวดหลังบริเวณบ้านเอวครับมักจะ
00:12:28 → 00:12:31เป็นข้างใดข้างหนึ่งหรือถ้าเป็น 2 ข้างก็
00:12:31 → 00:12:34อาจจะปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆซึ่งต่างจาก
00:12:34 → 00:12:35อาการปวดเมื่อยทั่วไปครับ
00:12:35 → 00:12:37>> คือปวดหลังคล้ายๆปวดเมื่อยทั่วไปหรือ
00:12:38 → 00:12:38เปล่าคะ
00:12:38 → 00:12:41>> อาจจะไม่เหมือนปวดเมื่อยทั่วไปครับมันจะ
00:12:41 → 00:12:44เป็นการปวดแบบผิดปกติหรือปวดรุนแรงขึ้น
00:12:44 → 00:12:46เรื่อยๆและอาจไม่ได้ดีขึ้นด้วยการพักผ่อน
00:12:46 → 00:12:49ครับที่สำคัญคือถ้าลิ่มลืมเลือดไปอุดตั่น
00:12:49 → 00:12:52ที่ไตอาจจะทำให้เกิดความดันโลหิตสูงขึ้น
00:12:52 → 00:12:55อย่างเฉียบพลันโดยไม่ทราบสาเหตุได้ด้วยนะ
00:12:55 → 00:12:58ครับอยู่ดีๆความดันก็พุ่งสูงปรี๊ดขึ้นมา
00:12:58 → 00:13:00ถังๆที่ปกติไม่ได้เป็นอะไร
00:13:00 → 00:13:03>> โอ้ความดันขึ้นสูงแบบกระทันหันเนี่ยนะ
00:13:03 → 00:13:06>> ใช่ครับและถ้าปล่อยไว้จนไต่เริ่มทำงานผิด
00:13:06 → 00:13:10ปกติก็อาจจะมีอาการอื่นๆตามมาเช่นบวมตาม
00:13:10 → 00:13:14เนื้อตัวโดยเฉพาะที่หน้าแขนขาเพราะไตขับ
00:13:14 → 00:13:16น้ำและเกลือส่วนเกินไม่ได้หรือมีปัสสาวะ
00:13:16 → 00:13:20ผิดปกติเช่นปัสสาวะน้อยลงปัสสาวะเป็นฟอง
00:13:20 → 00:13:23มากๆหรือสีเปลี่ยนไปร่วมกับอาการอ่อน
00:13:23 → 00:13:25เพลียวิงเวียนครับถ้าคุณมีอาการปวดหลัง
00:13:25 → 00:13:28ผิดปกติร่วมกับความดันขึ้นสูงเฉียบพลัน
00:13:28 → 00:13:31หรืออาการไตผิดปกติอื่นๆควรรีบไปตรวจกับ
00:13:31 → 00:13:32แพทย์นะครับ
00:13:32 → 00:13:35>> ฟังดูแล้วโรคไตก็มีอาการที่ซับซ้อนเหมือน
00:13:35 → 00:13:37กันนะคะการสังเกตอาการที่แตกต่างไปจาก
00:13:37 → 00:13:39เดิมจึงสำคัญมากๆเลยค่ะ
00:13:39 → 00:13:42>> มาถึงอวัยวะสุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้กันนะ
00:13:42 → 00:13:46ครับคุณเกตนั่นก็คือตับครับหลายคนอาจไม่
00:13:46 → 00:13:49รู้ว่าลิ่มเลือดก็สามารถไปอุดตันที่หลอด
00:13:49 → 00:13:52เลือดดำที่นำเลือดออกจากตับได้ด้วยซึ่ง
00:13:52 → 00:13:56ภาวะนี้เรียกว่าบัชารีsyนrมครับแล้ว
00:13:56 → 00:13:58สัญญาณเตือนที่ตับมันจะเป็นยังไงคะคุณกัน
00:13:59 → 00:14:01เพราะตับเป็นอวัยวะที่สำคัญมากๆเลยนะคะ
00:14:01 → 00:14:04>> อาการที่พบบ่อยเลยนะครับคุณเกดคืออาการ
00:14:04 → 00:14:07ปวดท้องบริเวณชายโครงด้านขวาครับซึ่งเป็น
00:14:07 → 00:14:11ตำแหน่งของตับบางคนอาจจะปวดตื้อๆปวดหน่วง
00:14:11 → 00:14:15ตลอดเวลานอกจากนี้ตับอาจจะโตขึ้นหรือมี
00:14:15 → 00:14:18อาการท้องมารคือมีน้ำในช่องท้องทำให้ท้อง
00:14:18 → 00:14:21บวมเป่งขึ้นมาอย่างผิดสังเกตครับ
00:14:21 → 00:14:23>> แสดงว่าถ้าปวดท้องด้านขวาและท้องบวมผิด
00:14:23 → 00:14:25ปกติอาจจะต้องระวังใช่มั้ยคะ
00:14:26 → 00:14:29>> ใช่เลยครับและอีกอาการที่สังเกตได้ชัดคือ
00:14:29 → 00:14:32ตัวเหลืองตาเหลืองหรือที่เรียกว่าดีซ่าน
00:14:32 → 00:14:35ครับเพราะตับทำงานผิดปกติทำให้ไม่สามารถ
00:14:35 → 00:14:38ขับของเสียออกจากร่างกายได้ตามปกติจึงมี
00:14:39 → 00:14:41สารสีเหลืองคั่งอยู่ในร่างกายครับผิวจะ
00:14:41 → 00:14:44ออกเหลืองๆตาขาวก็จะเหลืองด้วยครับ
00:14:44 → 00:14:47>> อืมเหมือนคนที่เป็นโรคตับอื่นๆเลยนะคะถูก
00:14:47 → 00:14:51ต้องครับนอกจากนี้ก็อาจจะมีอาการคลื่นไส้
00:14:51 → 00:14:53อาเจียนอ่อนเพลียหรือรู้สึกไม่สบายตัว
00:14:53 → 00:14:57ทั่วไปได้ด้วยครับภาวะนี้ก็ถือว่ารุนแรง
00:14:57 → 00:15:00และต้องการรักษาที่รวดเร็วเช่นกันครับหาก
00:15:00 → 00:15:03มีอาการปวดท้องร่วมกับตัวเหลืองตาเหลือง
00:15:03 → 00:15:07หรือท้องบวมผิดปกติไม่ควรรอนะครับควรพบ
00:15:07 → 00:15:08แพทย์ด่วน
00:15:08 → 00:15:10>> ฟังมาถึงตรงนี้คุณผู้ฟังคงพอจะเห็นแล้วนะ
00:15:10 → 00:15:13คะว่าลิ่มเลือดนี้เป็นไผ่เงียบที่ไปได้
00:15:13 → 00:15:16ทั่วร่างกายจริงๆและมีอาการที่หลากหลาย
00:15:16 → 00:15:19มากๆเลยค่ะการใส่ใจสังเกตตัวเองจึงสำคัญ
00:15:19 → 00:15:20ที่สุดค่ะ
00:15:20 → 00:15:23>> คุณเกตครับเมื่อเราทราบสัญญาณเตือนไปแล้ว
00:15:23 → 00:15:26ทีนี้เรามาดูกันดีกว่าครับว่าใครบ้างที่
00:15:26 → 00:15:28จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดภาวะลิ่ม
00:15:28 → 00:15:30เลือดได้ง่ายกว่าคนอื่นบ้างครับเพื่อให้
00:15:30 → 00:15:33เราได้ระมัดระวังตัวเองและคนใกล้ชิดได้ดี
00:15:33 → 00:15:34ยิ่งขึ้นครับ
00:15:34 → 00:15:37>> เป็นคำถามที่ดีมากเลยค่ะคุณกันกลุ่มแรก
00:15:37 → 00:15:40เลยนะคะคือผู้ที่เพิ่งเข้ารับการผ่าตัด
00:15:40 → 00:15:43ใหญ่หรือผู้ที่นอนติดเตียงนานๆค่ะเพราะ
00:15:43 → 00:15:45การไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกายทำให้
00:15:45 → 00:15:47เลือดไหลเวียนช้าลงเพิ่มความเสี่ยงการ
00:15:47 → 00:15:49เกิดลิ่มเลือดได้ง่ายขึ้นค่ะ
00:15:49 → 00:15:52>> อ๋อเหมือนเวลาเรานั่งเครื่องบินนานๆก็มี
00:15:52 → 00:15:54ความเสี่ยงใช่ไหมครับหรืออย่างผู้สูงอายุ
00:15:54 → 00:15:56ที่ต้องนอนโรงพยาบาลนานๆก็จะเสี่ยงเป็น
00:15:56 → 00:15:57พิเศษใช่ไหมครับ
00:15:57 → 00:16:01>> ใช่เลยค่ะคุณกันผู้ที่เดินทางไกลๆโดยยาน
00:16:01 → 00:16:04พาหนะที่ต้องนั่งนิ่งๆเป็นเวลานานๆก็มี
00:16:04 → 00:16:06ความเสี่ยงเช่นกันค่ะดังนั้นถ้าต้องเดิน
00:16:06 → 00:16:10ทางไกลๆอย่าลืมขยับแข้งขยับขาบ่อยๆนะคะ
00:16:10 → 00:16:13นอกจากนี้ผู้หญิงที่ใช้ยาคุมกำเนิดบาง
00:16:13 → 00:16:16ชนิดก็เพิ่มความเสี่ยงได้นะคะหรือแม้แม้
00:16:16 → 00:16:18แต่ผู้สูงอายุก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตาม
00:16:19 → 00:16:21วัยเพราะหลอดเลือดก็เสื่อมสภาพลงตามกาล
00:16:21 → 00:16:22เวลาค่ะ
00:16:22 → 00:16:24>> แล้วคนที่มีโรคประจำตัวล่ะครับคุณเกดมี
00:16:24 → 00:16:26ความเสี่ยงด้วยมั้ครับ
00:16:26 → 00:16:29>> มีแน่นอนค่ะโดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว
00:16:29 → 00:16:32เกี่ยวกับหลอดเลือดและหัวใจเช่นโรคไขมัน
00:16:32 → 00:16:35ในเลือดสูงโรคความดันโลหิตสูงโรคเบาหวาน
00:16:35 → 00:16:38หรือโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะค่ะโรคเหล่านี้
00:16:39 → 00:16:41ล้วนส่งผลต่อสภาพหลอดเลือดทำให้ง่ายต่อ
00:16:41 → 00:16:43การเกิดลิ่มเลือดอุดตันมากกว่าคนทั่วไป
00:16:43 → 00:16:44ค่ะ
00:16:44 → 00:16:46>> แล้วพฤติกรรมในชีวิตประจำประจำวันอย่าง
00:16:46 → 00:16:47การสูบบุหรี่ล่ะครับ
00:16:47 → 00:16:49>> ผู้ที่สูบบุหรี่ก็จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยง
00:16:49 → 00:16:52สูงเช่นกันค่ะเพราะสารเคมีในบุหรี่ทำลาย
00:16:52 → 00:16:55ผนังหลอดเลือดทำให้ลิ่มเลือดก่อตัวได้
00:16:55 → 00:16:58ง่ายขึ้นและสุดท้ายคือผู้ที่มีประวัติ
00:16:58 → 00:17:00ครอบครัวที่เคยเป็นลิ่มเลือดอุดตันก็มี
00:17:01 → 00:17:03ความเสี่ยงสูงขึ้นเช่นกันค่ะอาจจะมีความ
00:17:03 → 00:17:06ผิดปกติทางพันธุกรรมที่ทำให้เกิดลิ่ม
00:17:06 → 00:17:07เลือดได้ง่ายกว่าคนทั่วไปค่ะ
00:17:07 → 00:17:10>> คุณผู้ฟังลองสำรวจตัวเองและคนใกล้ชิดดูนะ
00:17:10 → 00:17:12ครับว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้บ้าง
00:17:12 → 00:17:15หรือเปล่าเพื่อจะได้ระมัดระวังและดูแลตัว
00:17:15 → 00:17:17เองได้ดียิ่งขึ้นไปอีกขั้นครับ
00:17:17 → 00:17:20>> คุณกันคะหลังจากที่เราได้ทราบสัญญาณเตือน
00:17:20 → 00:17:23และกลุ่มเสี่ยงไปแล้วคำถามสำคัญที่สุดที่
00:17:23 → 00:17:26ผู้ฟังทุกคนคงอยากรู้คือแล้วถ้าเราหรือคน
00:17:27 → 00:17:29ใกล้จัวสงสัยว่ามีอาการของลิ่มเลือด
00:17:29 → 00:17:32อุดตันขึ้นมาจริงๆเนี่ยเราควรทำยังไงคะ
00:17:32 → 00:17:35>> คำตอบเดียวเลยนะครับคุณเกตนั่นก็คือรีบไป
00:17:35 → 00:17:38พบแพทย์ทันทีครับนี่คือสิ่งสำคัญที่สุด
00:17:38 → 00:17:40ที่เราอยากเน้นย้ำในวันนี้เลยครับ
00:17:40 → 00:17:43>> สำคัญมากๆเลยใช่มั้คะห้ามรอหรือรักษาตัว
00:17:43 → 00:17:44เองเด็ดขาด
00:17:44 → 00:17:47>> เด็ดขาดขาดเลยครับคุณเกตอย่ารอช้าแม้แต่
00:17:47 → 00:17:50นาทีเดียวหรือพยายามวินิจฉัยและรักษาเอง
00:17:50 → 00:17:53เด็ดขาดนะครับเพราะภาวะลิ่มเลือดอุตตัน
00:17:53 → 00:17:55เป็นเรื่องร้ายแรงที่ต้องได้รับการ
00:17:55 → 00:17:57วินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและได้รับ
00:17:57 → 00:18:00การรักษาอย่างทันท่วงทีครับการล่าช้าแม้
00:18:00 → 00:18:03เพียงไม่กี่นาทีก็อาจสร้างความเสียหาย
00:18:03 → 00:18:06ร้ายแรงต่ออวัยวะหรือถึงขั้นคุกคามชีวิต
00:18:06 → 00:18:07ได้เลยครับ
00:18:07 → 00:18:09>> ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งมีโอกาสรักษาได้มาก
00:18:09 → 00:18:10เท่านั้นใช่มั้คะ
00:18:10 → 00:18:13>> ใช่เลยครับเมื่อไปถึงโรงพยาบาลแพทย์จะทำ
00:18:13 → 00:18:16การตรวจวินิจฉัยอย่าอย่างละเอียดเช่นตรวจ
00:18:16 → 00:18:19เลือดตรวจอัลตราasซoundหรือเซrเยเพื่อยืน
00:18:19 → 00:18:21ยันว่าเป็นลิ่มเลือดจริงหรือไม่และอยู่
00:18:21 → 00:18:24ที่ไหนจากนั้นจะวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
00:18:24 → 00:18:27ที่สุดให้ครับบางกรณีอาจต้องให้ยาละลาย
00:18:27 → 00:18:30ลิ่มเลือดหรือทำหัถการอื่นๆซึ่งต้องอยู่
00:18:30 → 00:18:32ในความดูแลของแพทย์เท่านั้นครับ
00:18:32 → 00:18:35>> ดังนั้นถ้ามีสัญญาณเตือนที่น่าสงสัยตาม
00:18:35 → 00:18:39ที่เราคุยกันไปให้จำไว้เสมอว่าอย่ารอช้า
00:18:39 → 00:18:42รีบไปหาหมอให้เร็วที่สุดนะคะคุณผู้ฟัง
00:18:42 → 00:18:45เพราะการรู้ทันและรีบไปหาหมอคือการตัดสิน
00:18:45 → 00:18:47ใจที่ถูกต้องที่สุดค่ะ
00:18:47 → 00:18:51>> วันนี้สุขภาพสนทนาของเราได้พาคุณผู้ฟังมา
00:18:51 → 00:18:54ทำความรู้จักกับภัยเงียบที่ชื่อว่าลิ่ม
00:18:54 → 00:18:57เลือดและสัญญาณเตือนที่สำคัญในอวัยวะต่าง
00:18:57 → 00:18:59ๆของร่างกายอย่างละเอียดเลยนะครับไม่ว่า
00:19:00 → 00:19:05จะเป็นที่ขาปอดสมองหัวใจลำไส้ไต่หรือแม้
00:19:05 → 00:19:06กระทั่งตับ
00:19:06 → 00:19:08>> ใช่ค่ะและเรายังได้คุยกันถึงกลุ่มเสี่ยง
00:19:08 → 00:19:11ต่างๆด้วยนะคะการรู้ทันสัญญาณเหล่านี้รวม
00:19:11 → 00:19:13ถึงการทราบว่าเราอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือ
00:19:13 → 00:19:16ไม่เป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถ
00:19:16 → 00:19:20ป้องกันดูแลตัวเองและคนที่เรารักให้พ้น
00:19:20 → 00:19:22จากอันตรายของภาวะลิ่มเลือดอุดตันได้
00:19:22 → 00:19:25เพราะการสังเกตเล็กๆน้อยๆในชีวิตประจำวัน
00:19:25 → 00:19:27ของเรานี่แหละค่ะที่ช่วยชีวิตได้
00:19:27 → 00:19:30>> อย่ารอให้สายเกินไปนะครับถ้าคุณหรือคน
00:19:30 → 00:19:33ใกล้ตัวมีอาการที่น่าสงสัยหรืออยู่ใน
00:19:33 → 00:19:36กลุ่มเสี่ยงหรือไม่ก็ควรหมั่นสังเกตอาการ
00:19:36 → 00:19:39ตัวเองอยู่เสมอและที่สำคัญที่สุดคือเมื่อ
00:19:39 → 00:19:42มีอาการผิดปกติเกิดขึ้นอย่าลังเลที่จะ
00:19:42 → 00:19:45ปรึกษาแพทย์ทันทีครับเพราะสุขภาพของคุณ
00:19:45 → 00:19:46สำคัญที่สุดนะครับ
00:19:47 → 00:19:49>> สร้างสุขภาพดีเริ่มต้นจากความเข้าใจ
00:19:49 → 00:19:53>> หากคุณผู้ฟังมีคำถามข้อสงสัยหรืออยากให้
00:19:53 → 00:19:55เราพูดคุยกันในประเด็นสุขภาพไหนเป็นพิเศษ
00:19:55 → 00:19:58อย่าลืมคอมเมนต์บอกเราได้ที่ใต้คลิปนี้
00:19:58 → 00:20:00หรือแชร์ประสบการณ์ของคุณกับเราได้เลยนะ
00:20:00 → 00:20:03ครับพวกเราอ่านทุกคอมเมนต์ครับ
00:20:03 → 00:20:05>> และถ้าคิดว่าคลิปนี้มีประโยชน์อย่าลืมกด
00:20:05 → 00:20:08ไลค์กดแชร์เพื่อให้ข้อมูลดีๆนี้ไปถึงคน
00:20:08 → 00:20:11ที่คุณรักและคนอื่นๆที่ต้องการความรู้นี้
00:20:11 → 00:20:12ด้วยนะคะ
00:20:12 → 00:20:15>> สำหรับวันนี้ผมและคุณเกตต้องขอลาคุณผู้
00:20:15 → 00:20:16ฟันไปก่อนนะครับ
00:20:16 → 00:20:20>> พบกันใหม่ในสุขภาพสนทนาตอนหน้าค่ะสวัสดี
00:20:20 → 00:20:21ค่ะ
00:20:21 → 00:20:23>> สวัสดี