00:00:01 → 00:00:19[เพลง]
00:00:19 → 00:00:19[ปรบมือ]
00:00:19 → 00:00:47[เพลง]
00:00:47 → 00:00:50tbm หรือว่า Total Body motification
00:00:50 → 00:00:54นะคะเป็นศาสตร์การรักษาแขนงหนึ่งที่มาจาก
00:00:54 → 00:00:57ประเทศอเมริกาซึ่งผู้คิดค้นก็คือดรเจ้า
00:00:57 → 00:01:00แฟรงค์ซึ่งท่านก็ได้รวบรวมเอาศาสตร์การ
00:01:00 → 00:01:02รักษาแขนอื่นๆไม่ว่าจะเป็นแพทย์แผน
00:01:03 → 00:01:07ปัจจุบันแพทย์แผนจีน Home Party ตัดการ
00:01:07 → 00:01:10จัดกระดูกนะคะหรือว่าใคร nestiology แล้ว
00:01:10 → 00:01:13ก็อีกหลายๆศาสตร์มาประยุกต์รวมกันแล้วก็
00:01:13 → 00:01:16เกิดเป็นสัตว์ใหม่ที่ชื่อว่า Total Body
00:01:16 → 00:01:19modification หรือว่า gpm นะคะซึ่งใน tbm
00:01:19 → 00:01:22เนี่ยก็มีการสอนแล้วก็การรักษาในอเมริกา
00:01:22 → 00:01:26มากกว่า 40 ปีค่ะ Concept การรักษาของ tbm
00:01:26 → 00:01:29ที่เป็นหัวใจสำคัญเลยนะคะก็คือการปรับ
00:01:29 → 00:01:32ระบบประสาทอัตโนมัติในร่างกายเวลาที่เรา
00:01:32 → 00:01:34พูดถึงระบบประสาทอัตโนมัติในร่างกายหลายๆ
00:01:34 → 00:01:37คนอาจจะไม่ค่อยคุ้นหรือว่าไม่เคยได้ยินนะ
00:01:37 → 00:01:40คะแต่มันก็จะบอกว่าระบบประสาทอัตโนมัติใน
00:01:40 → 00:01:42ร่างกายเนี่ยเป็นระบบที่สำคัญมากๆเพราะ
00:01:42 → 00:01:45ว่าเป็นระบบที่ควบคุมการทำงานของระบบอื่น
00:01:45 → 00:01:48ๆในร่างกายอีกทีนึงไม่ว่าจะเป็นการทำงาน
00:01:48 → 00:01:51ของอวัยวะทุกอวัยวะการทำงานของเซลล์การ
00:01:51 → 00:01:54ย่อยอาหารการเต้นของหัวใจการหลั่งฮอร์โมน
00:01:54 → 00:01:57การทำงานในร่างกายทุกอย่างมาจากการควบคุม
00:01:57 → 00:02:00ของระบบประสาทอัตโนมัติแล้วก็ที่ระบบนี้
00:02:00 → 00:02:02ได้ชื่อว่าเป็นระบบประสาทอัตโนมัติก็
00:02:02 → 00:02:04เพราะว่าการทำงานแบบอัตโนมัติตั้งแต่หลัง
00:02:04 → 00:02:07เกิดนะคะเพราะว่าตั้งแต่เราเกิดร่างกายก็
00:02:07 → 00:02:10มีพัฒนาการมีการหลั่งฮอร์โมนมีการเต้นของ
00:02:10 → 00:02:13หัวใจโดยอัตโนมัติเวลาเราทานอาหารเข้าไป
00:02:13 → 00:02:16ก็มีการย่อยมีการดูดซึมมีการขับถ่ายหรือ
00:02:16 → 00:02:18ว่าเวลาที่เราเติบโตขึ้นในแต่ละช่วงวัย
00:02:18 → 00:02:21ร่างกายก็มีการเปลี่ยนแปลงไปโดยอัตโนมัติ
00:02:21 → 00:02:24หน้าที่ที่สำคัญมากๆอีกอย่างหนึ่งของระบบ
00:02:24 → 00:02:26ประสาทอัตโนมัติอ่ะค่ะก็คือการควบคุมการ
00:02:26 → 00:02:30ซ่อมแซมตัวเองของร่างกายนะคะหมออยากจะบอก
00:02:30 → 00:02:32ว่าจริงๆแล้วร่างกายของมนุษย์เราทุกคน
00:02:32 → 00:02:35เนี่ยค่ะมีความสามารถในการที่จะเยียวยา
00:02:35 → 00:02:38รักษาตัวเองได้อยู่แล้วแต่เวลาที่เราป่วย
00:02:38 → 00:02:40เป็นโรคหรือว่ามีอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง
00:02:40 → 00:02:43ต่างๆเนี่ยมันเกิดจากการที่ระบบประสาท
00:02:43 → 00:02:46อัตโนมัติเนี่ยทำงานเสียสมดุลไปทำให้ร่าง
00:02:46 → 00:02:48กายของเราค่ะไม่สามารถที่จะเยียวยาไม่
00:02:48 → 00:02:51สามารถที่จะเกิดกระบวนการฟื้นฟูและซ่อม
00:02:51 → 00:02:54แซมตัวเองได้ tbm จึงเป็นสายที่ถูกคิดค้น
00:02:54 → 00:02:56ขึ้นมาเพื่อที่จะช่วยในการปรับระบบประสาท
00:02:56 → 00:02:59อัตโนมัติในตรงนี้เพื่อที่จะทำให้ร่างกาย
00:02:59 → 00:03:01ของเราเนี่ยกลับสู่สมดุลและก็เกิดการ
00:03:01 → 00:03:04รักษาเกิดการเยียวยาตัวเองแล้วก็หายจาก
00:03:04 → 00:03:13อาการเจ็บป่วยนั้นๆค่ะ
00:03:13 → 00:03:16เทคนิคการตรวจร่างกายใน tbm เนี่ยเราจะ
00:03:16 → 00:03:19ใช้ในการตรวจปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติ
00:03:19 → 00:03:21ของกล้ามเนื้อหลักๆเราก็จะใช้เป็นกล้าม
00:03:21 → 00:03:24เนื้อแขนนะคะซึ่งปฏิกิริยาตอบสนอง
00:03:24 → 00:03:27อัตโนมัติของกล้ามเนื้อจะมาจากการควบคุม
00:03:27 → 00:03:29ของระบบประสาทอัตโนมัติอีกทีนึงปกติแล้ว
00:03:29 → 00:03:32เวลาที่เราตรวจปฏิกิริยาตอบสนองของกล้าม
00:03:32 → 00:03:33เนื้อเนี่ยกล้ามเนื้อมันก็จะแข็งตัวเป็น
00:03:33 → 00:03:37ปกติแต่ถ้าหากเราแตะที่จุดเฉพาะต่างๆบน
00:03:37 → 00:03:39ร่างกายที่เชื่อมหรือว่าสัมพันธ์กับ
00:03:39 → 00:03:43อวัยวะข้างในแล้วถ้าหากอวัยวะนั้นๆมี
00:03:43 → 00:03:45ปัญหาปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติของกล้าม
00:03:45 → 00:03:47เนื้อนะคะก็จะตอบสนองโดยการที่กล้ามเนื้อ
00:03:47 → 00:03:50เนี่ยอ่อนแรงลงซึ่งจุดเฉพาะต่างๆบนร่าง
00:03:50 → 00:03:52กายที่หมอพูดถึงเนี่ยเราจะเรียกว่าเป็น
00:03:52 → 00:03:54reflex Point reflex Point ก็คือเป็น
00:03:54 → 00:03:57จุดภายนอกของร่างกายที่เชื่อมหรือว่า
00:03:57 → 00:04:00สัมพันธ์กับอวัยวะข้างในหมอยกตัวอย่าง
00:04:00 → 00:04:03เช่นจุดตับถ้าเราแตะจุดเฉพาะบนร่างกายที่
00:04:03 → 00:04:06เชื่อมหรือว่าสัมพันธ์กับตับถ้าเกิดว่า
00:04:06 → 00:04:08เราตัดที่จุดนั้นแล้วกล้ามเนื้อของเรามี
00:04:09 → 00:04:11การอ่อนแรงลงก็หมายความว่าตับเนี่ยมีการ
00:04:11 → 00:04:14ทำงานที่ไม่สมดุลเกิดขึ้นซึ่งเราก็จะมี
00:04:14 → 00:04:17การแก้ต่อไปซึ่งการตรวจร่างกายใน tbm จะ
00:04:17 → 00:04:20มีความไวหรือว่าความ sensitive ค่อนข้าง
00:04:20 → 00:04:22มากยกตัวอย่างเช่นถ้าเกิดว่าจุดตับเนี่ย
00:04:22 → 00:04:25ถ้าเกิดว่ามีการเสียสมดุลที่ตับเพียงแค่
00:04:25 → 00:04:301-2% ใน tba เราก็จะตรวจเจอแล้วในขณะที่
00:04:30 → 00:04:32ถ้าเป็นการตรวจเลือดถ้าเราจะตรวจเจอว่ามี
00:04:32 → 00:04:35ค่าตับขึ้นมีการทำงานของตับที่เสียไปตับ
00:04:35 → 00:04:38จะต้องเสียสมดุลไปกว่า 40% แล้วถึงจะตรวจ
00:04:38 → 00:04:40เจอถ้าเกิดว่าเป็นการเสียสมดุลแค่ 1-2%
00:04:40 → 00:04:43ผลการตรวจเลือดเราก็จะยังไม่เจอนั้นจึง
00:04:43 → 00:04:45เป็นสาเหตุหนึ่งว่าถ้าไปเวลาที่เรามี
00:04:45 → 00:04:48อาการไม่สบายต่างๆไม่ว่าจะเป็นปวดหัวนอน
00:04:48 → 00:04:51ไม่หลับเหนื่อยเพลียเรื้อรังหรืออะไรต่าง
00:04:51 → 00:04:54ๆแล้วเราอาจจะไปตรวจเลือดไปเช็คอัพแต่ว่า
00:04:54 → 00:04:56ผลเลือดเนี่ยอาจจะยังปกติอยู่ได้นะคะ
00:04:56 → 00:05:00สำหรับวิธีการรักษาใน tbm นะคะเราก็จะใช้
00:05:00 → 00:05:03เทคนิคการกระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติที่
00:05:03 → 00:05:07บริเวณไขสันหลังของคนไข้ที่เป็นจุดเฉพาะ
00:05:07 → 00:05:10ที่เชื่อมโยงกับอวัยวะที่มีการเสียสมดุล
00:05:10 → 00:05:12นั้นๆเหมือนกับเป็นการรีเซ็ตหรือว่าเป็น
00:05:12 → 00:05:15การปรับการทำงานของอวัยวะนั้นๆใหม่เราจะ
00:05:15 → 00:05:18มีเครื่องมือในการเคาะกระตุ้นและนอกจาก
00:05:18 → 00:05:20การตรวจร่างกายโดยใช้ reflex Point แล้ว
00:05:20 → 00:05:22เนี่ยใน tba เราจะมีการใช้สิ่งที่เรียก
00:05:22 → 00:05:25ว่า vial นะคะ whiel ก็คือเป็นหลอดแก้ว
00:05:25 → 00:05:28ที่บรรจุน้ำที่ถูกชาร์จด้วยพืชแม่เหล็กไฟ
00:05:28 → 00:05:32ฟ้าในพลังงานที่ตรงกับประสานบางอย่างไม่
00:05:32 → 00:05:37ว่าจะเป็นอาหารสารเคมีสารก่อภูมิแพ้หรือ
00:05:37 → 00:05:39ว่าจะเป็นในกลุ่มของเชื้อโรคอย่างไวรัส
00:05:39 → 00:05:41หรือแบคทีเรียเพื่อที่จะนำมาใช้ในการตรวจ
00:05:41 → 00:05:45เช็คว่าเรามีปฏิกิริยาหรือว่ามีอาการแพ้
00:05:45 → 00:05:47ต่อสารหรือว่าสิ่งเหล่านั้นหรือไม่นะคะ
00:05:47 → 00:05:50หมอยกตัวอย่างเช่นถ้าเกิดว่าเรานำ vio นำ
00:05:50 → 00:05:53วัวมาวางไว้ที่กลางอกแล้วทำให้ปฏิกิริยา
00:05:53 → 00:05:55ของกล้ามเนื้อเนี่ยมีการอ่อนแรงลงก็หมาย
00:05:55 → 00:05:57ถึงว่าเรามีอาการแพ้หรือว่าเรามี
00:05:57 → 00:06:01ปฏิกิริยาที่ไม่ดีต่อนมวัวและใน ppm
00:06:01 → 00:06:03เนี่ยเราก็จะมีเทคนิคในการปรับในเรื่อง
00:06:03 → 00:06:06ของภูมิแพ้โดยเฉพาะด้วยค่ะหลังจากการทำ
00:06:06 → 00:06:09tbm นะคะร่างกายของคนไข้เนี่ยจะถูกปรับ
00:06:09 → 00:06:11เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูแล้วก็ซ่อมแซมร่าง
00:06:11 → 00:06:14กายตัวเองซึ่งในกระบวนโครงการนี้ค่ะเราก็
00:06:14 → 00:06:17อาจจะมีการให้อาหารเสริมหรือว่าสารอาหาร
00:06:17 → 00:06:21เพิ่มเติมที่คนร่างกายของคนไข้ขาดเพื่อ
00:06:21 → 00:06:23เข้าไปช่วยกระบวนการซ่อมแซมร่างกายตัวเอง
00:06:23 → 00:06:26ที่เกิดขึ้นหลังการทำ tpa นี้นะคะซึ่งใน
00:06:27 → 00:06:29tbm เราก็จะมีเทคนิคในการเช็คว่าร่างกาย
00:06:29 → 00:06:33คนไข้ขาดสารอาหารตัวไหนบ้างนะคะและเราก็
00:06:33 → 00:06:37สามารถที่จะเช็คได้ว่าร่างกายของคนไข้ขาด
00:06:37 → 00:06:39สารอาหารตัวนั้นเป็นปริมาณเท่าไหร่ต้อง
00:06:39 → 00:06:41กินเพิ่มเท่าไหร่ต่อวันเพื่อที่จะช่วยให้
00:06:41 → 00:06:44ร่างกายคนไข้เข้าสู่สมดุลได้ดีที่สุดแล้ว
00:06:45 → 00:06:46ก็ฟื้นตัวเองได้ดีที่สุดค่ะ
00:06:46 → 00:06:55[เพลง]
00:06:55 → 00:06:57ปกติแล้วในช่วงในช่วงแรกของการรักษานะคะ
00:06:57 → 00:07:00หมอจะนัดคนไข้มาติดตามการรักษาแล้วก็ทำ
00:07:00 → 00:07:03อย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์ส่วนที่ว่าจะ
00:07:03 → 00:07:06ต้องรักษากี่ครั้งก็จะขึ้นอยู่กับภาวะ
00:07:06 → 00:07:10แล้วก็ความซับซ้อนของอาการคนไข้ในภาวะที่
00:07:10 → 00:07:12คนไข้ร่างกายไม่ได้มีปัญหามากหรือว่า
00:07:12 → 00:07:14อาการของไข้ไม่ได้มีความซับซ้อนมากเนี่ย
00:07:14 → 00:07:18เพียงทำเทคนิคการปรับในขั้นพื้นฐานเนี่ย
00:07:18 → 00:07:20ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ร่างกายของคนไข้
00:07:20 → 00:07:23เนี่ยมีอาการดีขึ้นนะคะแต่ว่าในคนไข้ที่
00:07:23 → 00:07:27มีภาวะอาการเจ็บป่วยหลายระบบนะคะหรือว่า
00:07:27 → 00:07:29ค่อนข้างซับซ้อนเนี่ยเราก็อาจจะต้องทำ
00:07:29 → 00:07:33เทคนิคที่มีความเฉพาะขึ้นกับคนในคนไข้นาน
00:07:33 → 00:07:41ๆค่ะ
00:07:41 → 00:07:45เนื่องจาก tpm เป็นการปรับสมดุลร่างกายใน
00:07:45 → 00:07:47ทุกระบบนะคะดังนั้นจึงสามารถที่จะช่วยใน
00:07:48 → 00:07:50การเจ็บป่วยหรือว่าโรคเรื้อรังได้ในทุก
00:07:50 → 00:07:52เกือบทุกภาวะไม่ว่าจะเป็นภูมิแพ้
00:07:53 → 00:07:56ภูมิเพี้ยนเพราะว่าฮอร์โมนไม่สมดุลโรคเบา
00:07:56 → 00:07:58หวานหรือว่าโรคเรื้อรังอื่นๆก็สามารถที่
00:07:58 → 00:08:01จะใช้ tbm ในการปรับสมดุลร่างกายได้หรือ
00:08:01 → 00:08:04ว่าแม้แต่ในคนที่ยังไม่ปวดหรือว่ายังไม่
00:08:04 → 00:08:07ได้มีอาการก็สามารถที่จะมาทำ pba เพื่อ
00:08:07 → 00:08:11เป็นการเช็คร่างกายว่าเริ่มมีส่วนไหนหรือ
00:08:11 → 00:08:13ว่าเริ่มมีร่างกายหรือว่าเริ่มมีปัญหา
00:08:13 → 00:08:15อะไรที่ไม่สมบูรณ์หรือเปล่าเพราะว่าถ้า
00:08:15 → 00:08:17เกิดเราเจอปัญหาเนี่ยเราก็จะได้รีบแก้
00:08:17 → 00:08:19หรือว่ารีบปรับสมดุลเพื่อที่จะเป็นการ
00:08:19 → 00:08:22ป้องกันไม่ให้เกิดโรคหรือว่าอาการตามมา
00:08:22 → 00:08:25ข้อดีของ tbm ก็คือเป็นการรักษาเป็นการ
00:08:25 → 00:08:28แก้ที่ต้นเหตุของโรคก็คือแก้ไขตั้งแต่
00:08:28 → 00:08:30เรื่องความไม่สมดุลของร่างกายที่เป็น
00:08:30 → 00:08:33สาเหตุหรือว่าเป็นต้นเหตุของอาการเจ็บ
00:08:33 → 00:08:35ป่วยต่างๆที่คนไข้มีเลข tbm เนี่ยเราจะ
00:08:35 → 00:08:38มองว่าอาการเจ็บปวดเนี่ยเป็นเหมือนสัญญาณ
00:08:38 → 00:08:40เตือนของร่างกายว่ามีบางอย่างเนี่ยที่ผิด
00:08:40 → 00:08:44ปกติในร่างกายให้เรากลับไปดูแลดังนั้น
00:08:44 → 00:08:47สิ่งที่เราต้องทำไม่ใช่การที่จะกินยา
00:08:47 → 00:08:49เพื่อที่จะกดอาการนั้นไว้เช่นเวลาเป็น
00:08:49 → 00:08:53ภูมิแพ้ก็ทานยาแก้แพ้ยากดภูมิคุ้มกันหรือ
00:08:53 → 00:08:56ว่าเวลาที่ปวดหัวก็ทานแต่ยาแก้ปวดอันนี้
00:08:56 → 00:08:59มันจะเป็นเพียงการกดอาการเอาไว้และเมื่อ
00:08:59 → 00:09:01ใดก็ตามที่เราทำอย่างนั้นนะคะในครั้งต่อๆ
00:09:01 → 00:09:04ไปร่างกายของเราจะส่งสัญญาณเตือนที่ดัง
00:09:04 → 00:09:07ขึ้นเรื่อยๆก็คืออาการเจ็บป่วยที่เป็นมาก
00:09:07 → 00:09:10ขึ้นเรื่อยๆเพื่อที่จะเป็นตัวเตือนให้เรา
00:09:10 → 00:09:13ค่ะหันกลับมาใส่ใจหรือว่ามาดูแลรักษา
00:09:13 → 00:09:16อาการเจ็บป่วยตั้งแต่ต้นเหตุอย่างแท้จริง
00:09:16 → 00:09:35[เพลง]