00:00:00 → 00:00:01มันเป็นโรคชนิดหนึ่งนะครับ ตะคริว
00:00:01 → 00:00:04หรือเป็นอาการชนิดหนึ่งที่ทำให้ชีวิตเราแย่
00:00:04 → 00:00:08เช่น ท่านนอนหลับอยู่ดีๆ ปวดมากลุกขึ้นมาดิ้นเลย
00:00:08 → 00:00:11จริงๆ แล้วมันมีสาเหตุและสามารถแก้ไขได้ด้วย
00:00:11 → 00:00:15ซึ่งมันง่ายจนท่านอาจจะคิดไม่ถึงเลยครับ
00:00:22 → 00:00:24สวัสดีครับ ผมหมอท๊อปนะครับ
00:00:24 → 00:00:26และนี่คือ DOCTOR TOP Channel
00:00:26 → 00:00:29รายการสุขภาพที่ทั้งสนุกและมีสาระครับ
00:00:30 → 00:00:33วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่อง ตะคริว
00:00:33 → 00:00:37การเป็นตะคริวนี่มันทุกทรมานและเจ็บปวดมาก
00:00:37 → 00:00:42นอนหลับอยู่ดีๆ สะดุ้งเลยปวดมาก เจ็บปวดมาก
00:00:42 → 00:00:44วันนี้เราจะมาลงลึกการเป็นตะคริวกันครับ
00:00:44 → 00:00:497 สาเหตุของการเป็นตะคริวและวิธีแก้ไข
00:00:49 → 00:00:51พร้อมทั้งวิธีป้องกันด้วยครับ
00:00:51 → 00:00:52ก่อนไปอย่าลืมกด Like กด Share
00:00:52 → 00:00:55กด Subscribe และกดกระดิ่งขอบคุณมากครับ
00:00:55 → 00:00:57โอเค เรามาเริ่มกันเลยครับ
00:00:57 → 00:00:59มันเป็นโรคชนิดหนึ่งนะครับ ตะคริว
00:00:59 → 00:01:02หรือเป็นอาการชนิดหนึ่งซึ่งมันทำให้ชีวิตเราแย่
00:01:02 → 00:01:05เช่น ท่านนอนหลับอยู่ดีๆ กำลังแบบฝันหวานอยู่เลย
00:01:05 → 00:01:07ปวดมากลุกขึ้นมาดิ้นเลย
00:01:07 → 00:01:09ทุกข์ทรมานมากใช่ไหมครับ
00:01:09 → 00:01:11หรือบางทีเรากำลังวิ่งอยู่ดีๆ
00:01:11 → 00:01:14ออกกำลังกายมีความสุขอยู่ดีๆ เป็นตะคริวขึ้นมา
00:01:14 → 00:01:17แทนที่จะได้ออกกำลังกายต่อปวดมากทรมานมาก
00:01:17 → 00:01:20บางคนแบบลงไปดิ้นไปกองกับพื้นเลย
00:01:20 → 00:01:25คราวนี้จริงๆ แล้วมันมีสาเหตุและสามารถแก้ไขได้ด้วย
00:01:25 → 00:01:28ซึ่งมันง่ายจนท่านอาจจะคิดไม่ถึงเลย
00:01:28 → 00:01:29มาเริ่มกันเลยครับ
00:01:29 → 00:01:32ข้อแรก สาเหตุการเป็นตะคริวและเป็นสาเหตุหลัก
00:01:32 → 00:01:38และพบได้บ่อยก็คือ Dehydration หรือการขาดน้ำ
00:01:38 → 00:01:41เป็นสาเหตุที่แบบที่พบได้บ่อยที่สุดนั่นเอง
00:01:41 → 00:01:45คลาสสิคมากๆ และมักพบในนักกีฬาด้วยเพราะว่าไรครับ
00:01:45 → 00:01:49บางทีนักกีฬาเล่นกีฬาเพลินมีความอดทนสูง
00:01:49 → 00:01:54แต่ไม่ได้ดื่มน้ำหรือว่าขณะที่วิ่งระยะทางไกลๆ
00:01:54 → 00:01:56ไม่จิบน้ำเลยเพราะร่างกายเราแข็งแรงไง
00:01:56 → 00:01:59ก็เราทนได้ไม่จิบน้ำเลยแบบนี้
00:01:59 → 00:02:01มีโอกาสที่จะเป็นตะคริวสูงเลย
00:02:01 → 00:02:04คือมันมีหลักการที่ว่าเมื่อร่างกายขาดน้ำ
00:02:04 → 00:02:07ปลายประสาทของเราจะถูกกระตุ้น
00:02:07 → 00:02:11แล้วจะเกิดปฏิกิริยาที่กล้ามเนื้อ
00:02:11 → 00:02:13โดยส่วนใหญ่ก็จะไปเกิดที่ขาเรานั่นแหละ
00:02:13 → 00:02:15ตรงน่องตัวประจำเลยนะครับ
00:02:15 → 00:02:20มันมักจะเกิดเมื่อมีภาวะที่ 1 คือ อากาศร้อน
00:02:20 → 00:02:23เมื่ออากาศร้อนจะโดนกระตุ่นได้ง่ายเลย
00:02:23 → 00:02:29และอันที่ 2 เมื่อผสมปนเปไปกับการออกกำลังกายที่หนัก
00:02:29 → 00:02:32หรือว่ารุนรุนหรือว่ากระชากกระชั้น
00:02:32 → 00:02:36เช่น วิ่งเบาๆ อยู่วิ่งพุ่งขึ้นไปเลยแบบมีการเร่งสปีด
00:02:36 → 00:02:39แบบนี้ก็มีโอกาสที่จะเป็นตะคริวได้สูง
00:02:39 → 00:02:43และนี่ก็คือข้อแรกครับ Dehydration หรือการขาดน้ำ
00:02:43 → 00:02:47เพราะฉะนั้นอย่าลืมจิบน้ำตลอดเวลาที่ออกกำลังกาย
00:02:47 → 00:02:50มาต่อกันที่ข้อที่ 2 Mineral Deficiency
00:02:50 → 00:02:56หรือว่าภาวะการขาดสารน้ำหรือสารองค์ประกอบต่างๆ
00:02:56 → 00:03:01เช่น โซเดียม แคลเซียม แมกนีเซียมหรือว่าโพแทสเซียม
00:03:01 → 00:03:05กลุ่มพวกนี้เขาเรียกว่า Electrolytes เป็นสารที่อยู่ในน้ำต่างๆ
00:03:05 → 00:03:06ในร่างกายเราเนี่ยแหละครับ
00:03:06 → 00:03:10เมื่อมันเสียสมดุลมันจะทำให้เกิดตะคริวขึ้นได้
00:03:10 → 00:03:12แล้วถามว่าทำไมมันเกิดการเสียสมดุล
00:03:12 → 00:03:16ก็เพราะว่าเรื่องของการขาดน้ำเนี่ยแหละครับ
00:03:16 → 00:03:18เรื่องของการขาดน้ำก็ส่งจะผลต่างๆ
00:03:18 → 00:03:23ให้ทั้งภาวะตะคริว ภาวะขาดแร่ธาตุต่างๆ ที่จะเป็น
00:03:23 → 00:03:28เพราะฉะนั้นมีการวิจัยจากมหาวิทยาลัย Mount Sinai
00:03:28 → 00:03:30Mount Sinai เป็นมหาวิทยาลัยเป็นวิทยาลัยทางการแพทย์
00:03:30 → 00:03:32สอนนักเรียนแพทย์นะครับ
00:03:32 → 00:03:36เขาวิจัยออกมาว่าน้ำแร่สามารถที่จะช่วย
00:03:36 → 00:03:39ลดการเป็นตะคริวได้อย่างมีนัยยะสำคัญ
00:03:39 → 00:03:42เมื่อท่านออกกำลังกายแล้วก็ดื่มน้ำเกรือแร่ไปด้วย
00:03:42 → 00:03:46เพราะว่ามันทดแทนตัวสารพวกที่ท่านขาดไป
00:03:46 → 00:03:49เวลาเราวิ่งเวลาเราเสียเหงื่อ เราไม่ได้เสียแต่น้ำนะครับ
00:03:49 → 00:03:50เราเสียแร่ด้วย
00:03:50 → 00:03:54เพราะฉะนั้นน้ำเกรือแร่ก็เข้าไปทดแทนตรงส่วนนี้
00:03:54 → 00:03:56ก็ทำให้การเป็นตะคริวลดลง
00:03:56 → 00:03:58ยังไม่พอยังมีอาหารหลายๆ อย่าง
00:03:58 → 00:04:02ที่จะช่วยป้องกันการขาดแร่พวกนี้
00:04:02 → 00:04:09เช่น กล้วย Sweet potato Spinach ผักโขม โยเกิร์ตต่างๆ
00:04:09 → 00:04:11หรือว่าพวกถั่วต่างๆ นะครับห
00:04:11 → 00:04:14พวกนี้เขาเรียกว่าเป็น Muscle friendly mineral
00:04:14 → 00:04:17เป็นสารอาหารที่แบบร่างกายชอบมากเลย
00:04:17 → 00:04:20ถ้าท่านกินพวกนี้ โอกาสที่จะเป็นตะคริวก็ต่ำนะครับ
00:04:20 → 00:04:22อาจจะกินก่อนออกกำลังกาย
00:04:22 → 00:04:25แล้วก็กินเรื่องน้ำเกรือแร่เพิ่มเติมเข้าไปด้วย
00:04:25 → 00:04:27และนี่ก็คือข้อที่ 2 ครับ
00:04:27 → 00:04:30มาต่อกันที่ข้อที่ 3 ครับ
00:04:30 → 00:04:35ข้อที่ 3 ก็คือ Pregnancy หรือภาวะท้องนั่นเอง
00:04:35 → 00:04:39ก็คือตั้งครรภ์จะมีโอกาสการเป็นตะคริวสูง
00:04:39 → 00:04:42แต่มักจะเป็นในช่วงที่เขาเรียกว่า
00:04:42 → 00:04:44Second หรือ Third trimester
00:04:44 → 00:04:47ก็คือช่วงเดือนที่ 4 ถึงเดือนที่ 9
00:04:47 → 00:04:51ช่วงนี้มีโอกาสที่จะเป็นตะคริวได้สูง
00:04:51 → 00:04:53สาเหตุก็เกิดมาจากว่า
00:04:53 → 00:04:56ในช่วงที่ตั้งครรภ์เดือนที่ 4 ถึงเดือนที่ 9
00:04:57 → 00:05:01ร่างกายของคุณแม่จะมีภาวะแมกนีเซียม
00:05:01 → 00:05:04และก็โพแทสเซียมต่ำลงกว่าปกติ
00:05:04 → 00:05:06ก็ไม่ได้เป็นทุกคนแต่มีหลายคนที่เป็น
00:05:06 → 00:05:08เพราะฉะนั้นการแก้ไขก็คืออะไรครับ
00:05:08 → 00:05:11ก็คือ 1. ดื่มน้ำให้มาก
00:05:11 → 00:05:172. ทานยาในกลุ่มที่สามารถช่วยเพิ่มแมกนีเซียมได้
00:05:17 → 00:05:20ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ควรปรึกษาแพทย์นะครับ
00:05:20 → 00:05:24อย่าไปซื้อยามาทานเองก็น่าจะทำให้ดีขึ้น
00:05:24 → 00:05:28เพราะว่าขณะที่เราตั้งครรภ์อยู่แล้วเราเป็นตะคริว
00:05:28 → 00:05:32มันทุกข์ทรมาร มันปวด มันทรมานหลากหลาย
00:05:32 → 00:05:35เพราะฉะนั้นก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมว่าแก้ไขได้ก็คือ
00:05:35 → 00:05:37มีน้ำไว้จิบตลอด
00:05:37 → 00:05:40แล้วก็ถ้าเป็นเยอะจริงๆ ปรึกษาแพทย์
00:05:40 → 00:05:42อาจจะตรวจเลือดดูว่ามีเกรือแร่
00:05:42 → 00:05:44หรือว่าแมกนีเซียมต่ำรึเปล่า
00:05:44 → 00:05:46ก็อาจจะได้ทดแทนตรงส่วนนี้ไปได้
00:05:46 → 00:05:48และนี่ก็คือข้อที่ 3 ครับ
00:05:49 → 00:05:51มาต่อกันที่ข้อที่ 4 ครับ
00:05:51 → 00:05:53ข้อที่ 4 เขาเรียกว่า Overuse
00:05:53 → 00:05:57ก็คือการใช้กล้ามเนื้อนานกว่าปกติ
00:05:57 → 00:06:03เช่น การวิ่งมาราธอนหรือการวิ่งระยะทางยาวนาน
00:06:03 → 00:06:04ซึ่งต้องบอกงี้
00:06:04 → 00:06:09มันอาจจะเกิดตะคริวในขณะที่ท่านวิ่งอยู่เลยก็ได้
00:06:09 → 00:06:14อันนี้สามรถจะลดการเป็นตะคริวได้โดยการ Warm up ให้ดี
00:06:14 → 00:06:19และการดิ่มน้ำหรือจิบน้ำไปตลอดช่วงออกกำลังกาย
00:06:19 → 00:06:22คือแนะนำให้จิบไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ซดเฮือกอย่างงี้
00:06:22 → 00:06:25จิบไปเรื่อยๆ จะดีกว่ากินรวดเดียวเยอะๆ
00:06:25 → 00:06:29เพราะฉะนั้นถ้าท่านจะออกกำลังกายที่มีระยะทางยาวไกล
00:06:29 → 00:06:31หรือว่าเวลานาน
00:06:31 → 00:06:33การเตรียมพร้อมเครื่องดื่มเกรือแร่
00:06:33 → 00:06:36มีสารน้ำทดแทนแล้วก็การ Warm up
00:06:36 → 00:06:38จะทำให้การเกิดตะคริวลดลงนะครับ
00:06:38 → 00:06:43อันที่ 2 อาการตะคริวเกิดหลังจากที่เราวิ่งเสร็จไปแล้ว
00:06:43 → 00:06:45วิ่งเสร็จไปแล้วเราก็พักไปครึ่งชั่วโมง
00:06:45 → 00:06:48ชั่วโมงหนึ่งอยู่ดีๆ ตะคริวขึ้นเพราะอะไร
00:06:49 → 00:06:52อันนี้ท่านก็คือไม่ได้ Warm down ครับ
00:06:52 → 00:06:54หรือไม่ได้ทำการ Stretching นั่นเองนะครับ
00:06:54 → 00:06:57ถ้าเกิดเราออกกำลังกายในระยะเวลายาวนาน
00:06:57 → 00:07:00กล้ามเนื้อมันจะเกิดการแบบ เขาเรียกว่า Contraction
00:07:00 → 00:07:02ก็คือแบบรัดกันอยู่
00:07:02 → 00:07:04ใยกล้ามเนื้อมันรัดกันค้างอยู่ไม่ยอมคลายออก
00:07:04 → 00:07:09ท่านต้อง Stretching คือยืดให้ใยกล้ามเนื้อมันแยกออก
00:07:09 → 00:07:12และอันต่อมาก็คือการขาดน้ำนั่นเองครับ
00:07:12 → 00:07:15คือกล้ามเนื้อก็หดเกร็งแล้วท่านก็ดื่มน้ำไม่พอเพียงอีก
00:07:15 → 00:07:17ก็ยิ่งทำให้เกิดตะคริวขึ้นได้
00:07:17 → 00:07:20เพราะฉะนั้นอย่าลืมการ Stretching หรือการยืดเหยียด
00:07:20 → 00:07:24และการดื่มน้ำหลังการออกกำลังกายยาวนานอย่างเพียงพอ
00:07:24 → 00:07:26ก็จะทำให้การเป็นตะคริวลดลงครับ
00:07:26 → 00:07:28มาต่อกันที่ข้อที่ 5 ครับ
00:07:28 → 00:07:31Exercise intensity หมายความว่า
00:07:31 → 00:07:33การออกกำลังกายหนักกว่าปกติ
00:07:33 → 00:07:35มันต่างกับข้อเมื้อกี้นะครับ
00:07:35 → 00:07:40ข้อเมื่อกี้คือนานกว่าปกติแต่อันนี้คือหนักกว่าปกติ
00:07:40 → 00:07:41หนักกว่าปกติหมายความว่าอะไร
00:07:41 → 00:07:45คือมีการจังหวะกระชากกระชั้นหรือการเร่ง
00:07:45 → 00:07:48เช่น ให้ท่านคิดว่าท่านกำลังวิ่งช้าๆ อยู่แล้วก็พุ่งออกไป
00:07:49 → 00:07:51หยุดแล้วก็พุ่ง หยุดแล้วก็พุ่ง
00:07:51 → 00:07:53คือกล้ามเนื้อของเรา
00:07:53 → 00:07:56ถ้าเราแบบแข็งแรงหรือแข็งแกร่งเพียงพอ
00:07:56 → 00:07:59หรือการ Sprint หรือการเร่งความเร็วอะไรพวกนี้
00:07:59 → 00:08:02เราก็ยังพอรับไหว แต่ถ้าร่างกายเราแบบ
00:08:02 → 00:08:05เขาเรียกว่าไม่ได้ฝึกหรือไม่ได้เทรนมาเป็นอย่างดี
00:08:05 → 00:08:08กล้ามเนื้อเรามันจะแบบเหมือนตกใจ
00:08:08 → 00:08:11พอตกใจปุ๊บมันหดเลย
00:08:11 → 00:08:14พอกล้ามเนื้อหดก็คือสภาวะการเป็นตะคริว
00:08:14 → 00:08:16คือท่านจะสังเกตว่าถ้าท่านเป็นตะคริว
00:08:16 → 00:08:18พอคลำที่ขาจะเป็นก้อนๆ
00:08:18 → 00:08:21เพราะเกิดจากใยกล้ามเนื้อมันหดรวมเป็นก้อนเป็นกำ
00:08:21 → 00:08:26เป็นเหมือนไตแข็งๆ ก็จะค่อนข้างจะเจ็บ
00:08:26 → 00:08:31เพราะฉะนั้นการที่ท่านจะออกกำลังกายแบบการ Sprint
00:08:31 → 00:08:36หรือการแบบกระชากไปหรือว่าพุ่งในเสี้ยวพริบตา
00:08:37 → 00:08:39ขอให้ท่านฟิตก่อนนิดนึงอย่าเพิ่งใจร้อน
00:08:39 → 00:08:41ถ้าท่านฟิตผมว่าไม่เป็นไร
00:08:41 → 00:08:44แต่ถ้าท่านไม่ฟิตโอกาสบาดเจ็บมีสูง
00:08:44 → 00:08:46และนี่ก็คือข้อที่ 5 ครับ
00:08:46 → 00:08:48มาต่อกันที่ข้อที่ 6 ครับ
00:08:48 → 00:08:52ข้อที่ 6 Sitting or Standing All days
00:08:52 → 00:08:57หมายความว่า ท่านนั่งหรือยืนทั้งวัน
00:08:57 → 00:09:01มีโอกาสที่หลังจากท่านเลิกนั่งหรือเลิกยืนแบบนั้นแล้ว
00:09:01 → 00:09:04สักพักแล้วเกิดตะคริวขึ้นมาถามว่าเพราะอะไรครับ
00:09:05 → 00:09:05ก็ต้องบอกงี้ครับ
00:09:05 → 00:09:08มนุษย์เราไม่ได้ออกแบบมาให้ยืนอย่างเดียวทั้งวัน
00:09:08 → 00:09:10หรือนั่งอย่างเดียวทั้งวัน
00:09:10 → 00:09:13มนุษย์เราออกแบบมาให้มีการเคลื่อนไหว
00:09:13 → 00:09:20ถ้าท่านไม่เคลื่อนไหวกล้ามเนื้อจะเกิดภาวะทำงานไม่ถูกต้อง
00:09:20 → 00:09:23ภาวะ Malfunction ตัว Muscle fiber หรือใยกล้ามเนื้อ
00:09:23 → 00:09:28จะเกิดภาวะ Hyperactive นั่นก็คือการหกเกร็งตลอดเวลา
00:09:28 → 00:09:30คือมันพยายามี่จะหด พยายามที่จะเกร็ง
00:09:30 → 00:09:33พยายามที่จะทำงาน คือภาวะ Hyperactive นั่นเอง
00:09:33 → 00:09:35ซึ่งตะคริวมันก็เกิดจากสาเหตุนี่แหละ
00:09:35 → 00:09:38ก็คือกล้ามเนื้อไม่ยอมผ่อนคลายนะครับ
00:09:38 → 00:09:40ถ้ากล้ามเนื้อท่านผ่อนคลาย ท่านจะไม่เป็นตะคริว
00:09:40 → 00:09:42แต่ถ้ากล้ามเนื้อหดเกร็ง ท่านจะเป็นตะคริว
00:09:42 → 00:09:46เพราะฉะนั้นแล้วการที่ท่านนั่งนานๆ ทั้งวัน
00:09:46 → 00:09:48หรือยืนนานๆ ทั้งวันเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม
00:09:48 → 00:09:50ในชีวิตมนุษยชาติอยู่แล้วนะครับ
00:09:50 → 00:09:52เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมแนะนำคือ
00:09:52 → 00:09:54ถ้าท่านสักชั่วโมงหนึ่ง
00:09:54 → 00:09:58ท่านควรจะลุกมายืดเส้นยืดสายสัก 5-10 นาที
00:09:58 → 00:09:59จะทำให้การทำงานดีขึ้นด้วย
00:09:59 → 00:10:03นั่งเฉยๆ 2-3 ชั่วโมง ส่วนใหญ่ทำงานไม่ค่อยดี
00:10:03 → 00:10:07หรือถ้าท่านยืนนานแบบ 2-3 ชั่วโมง ผมไม่แนะนำ
00:10:07 → 00:10:09อาจจะยืนสักชั่วโมงหนึ่งแล้วอาจจะมานั่ง
00:10:09 → 00:10:12หรือถ้าว่าท่านจำเป็นต้องยืนหลายชั่วโมงจริงๆ
00:10:12 → 00:10:14อาจจะต้องซอยเท้าหรือขยับเท้า
00:10:14 → 00:10:16หรือมีการ Movement ไม่ยืนนิ่งๆ
00:10:16 → 00:10:19เพราะยืนนิ่งๆ กล้ามเนื้อมันจะหดเกร็ง
00:10:19 → 00:10:22บางทีอาจจะแถมเส้นเลือดขอดมาด้วยนะครับ
00:10:22 → 00:10:26เพราะฉะนั้นอันนี้ก็คือสาเหตุข้อที่ 6 ครับ
00:10:26 → 00:10:28มาต่อกันที่ข้อที่ 7 ครับ
00:10:28 → 00:10:32ข้อที่ 7 เป็นเรื่องของยา
00:10:32 → 00:10:35มียาหลายตัวที่ทำให้เป็นตะคริวได้
00:10:35 → 00:10:38ยาที่ทำให้เป็นตะคริวและพบบ่อยมากที่สุดก็คือ
00:10:38 → 00:10:42ยาลดความดันกลุ่มยาขับปัสสาวะ
00:10:42 → 00:10:44เพราะการขับปัสสาวะออกไปจะทำให้ร่างกายขาดน้ำ
00:10:44 → 00:10:47ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของตะคริวและไม่พอครับ
00:10:47 → 00:10:52ทำให้เกรือแร่เกิดภาวะไม่สมดุลหรือ Imbalance นั่นเอง
00:10:52 → 00:10:54ก็ทำให้เกิดตะคริวกันไปกันใหญ่เลย
00:10:54 → 00:10:56เพราะฉะนั้นถ้าท่านเกิดตะคริวบ่อย
00:10:56 → 00:11:00อาจจะจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนชนิดยาลดความดัน
00:11:00 → 00:11:02ถามว่ามียาอย่างอื่นไหม บอกว่ามีครับ
00:11:02 → 00:11:04มียาอีกหลายตัวเลยเยอะมาก
00:11:04 → 00:11:06แต่ว่ายาที่พบบ่อยลองลงมา
00:11:06 → 00:11:10เช่น ยาลดไขมันบางตัว ยาแก้โรคกระดูกพรุนบางตัว
00:11:10 → 00:11:12ยาแก้หอบหืดบางตัวก็มีนะครับ
00:11:12 → 00:11:14เพราะฉะนั้นถามว่าสังเกตอย่างไร
00:11:14 → 00:11:15ให้สังเกตง่ายๆ ครับ
00:11:15 → 00:11:17ถ้าเกิดท่านทานยาตัวนั้นมาตั้งนานแล้วเพิ่งมาเป็นตะคริว
00:11:17 → 00:11:19อาจจะไม่ใช่
00:11:19 → 00:11:22แต่ถ้าเกิดท่านเพิ่งทานยาตัวนี้เลย
00:11:22 → 00:11:25แล้วก็เป็นตะคริวมาตลอดเลยหลังจากทานยาตัวที่ได้รับมาใหม่
00:11:25 → 00:11:28ก็ให้สงสัยว่าอาจจะเป็นสาเหตุครับ
00:11:28 → 00:11:32และนี่คือ 7 ข้อที่จะเป็นสาเหตุให้ท่านเป็นตะคริว
00:11:32 → 00:11:34พร้อมวิธีแก้ไข
00:11:34 → 00:11:37ก่อนจากกันไปผมขออนุญาตทวนทั้งหมด 7 ข้อครับ
00:11:37 → 00:11:40สาเหตุข้อแรก Dehydration หรือการขาดน้ำ
00:11:41 → 00:11:42กินน้ำให้เพียงพอนะครับ
00:11:42 → 00:11:44ข้อที่ 2 Mineral Deficiency
00:11:44 → 00:11:50หรือการมีภาวะไม่สมดุลของเกรือแร่ในร่างกาย
00:11:50 → 00:11:54ข้อที่ 3 Pregnancy หรือภาวะตั้งครรภ์
00:11:54 → 00:11:56โดยเฉพาะเดือนที่ 4 ถึงเดือนที่ 9
00:11:57 → 00:12:00จะมีภาวะเรียกว่าแมกนีเซียมต่ำ
00:12:00 → 00:12:04ก็จะทำให้มีโอกาสทำให้เป็นตะคริวสูง
00:12:04 → 00:12:08ข้อที่ 4 Overuse การใช้กล้ามเนื้อนานกว่าปกติ
00:12:08 → 00:12:12เช่น การวิ่งระยะทางยาวมากๆ โดยที่ไม่มีการ Warm up
00:12:12 → 00:12:16พอวิ่งเสร็จไม่มีการ Warm down หรือ Stretching
00:12:16 → 00:12:19ข้อที่ 5 Exercise intensity
00:12:19 → 00:12:22คือการออกกำลังกายที่หนักมากเกินไป
00:12:22 → 00:12:24มีจังหวะ Sprint หรือกระชากกระชั้นมากเกินไป
00:12:24 → 00:12:27จนร่างกายไม่สามารถที่จะรับไหวนะครับ
00:12:27 → 00:12:31ก็ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการกระตุกหดเกร็ง
00:12:32 → 00:12:35ข้อที่ 6 การนั่งทั้งวันหรือการยืนทั้งวัน
00:12:35 → 00:12:36โดยไม่มีการขยับร่างกาย
00:12:36 → 00:12:40ทำให้ร่างกายมีภาวะ Malfunction
00:12:40 → 00:12:42เกิดภาวะ Hyperactive
00:12:42 → 00:12:46เขาเรียกว่าทำงานแบบหนักรุงแรงเกินไปของใยกล้ามเนื้อ
00:12:46 → 00:12:50ทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็งและเป็นภาวะให้เกิดตะคริว
00:12:50 → 00:12:58และข้อสุดท้ายยาลดความดัน เช่น ยาขับปัสสาวะ
00:12:58 → 00:13:01ยาลดไขมันบางตัว ยาแก้โรคกระดูกพรุน
00:13:01 → 00:13:04และยาแก้โรคหอบหืดบางตัว
00:13:04 → 00:13:07ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อย่าลืมปรึกษาแพทย์ด้วยนะครับ
00:13:07 → 00:13:10ก็ขอให้ทุกท่านสุขภาพดีแข็งแรงทุกๆ คน
00:13:10 → 00:13:12ก่อนไปอย่าลืมกด Like กด Share
00:13:12 → 00:13:13กด Subscribe และกดกระดิ่งนะครับ
00:13:13 → 00:13:15ขอบคุณมาก สวัสดีครับ