00:00:00 → 00:00:04empo หรือฝีดาดวานอนสายพันธุ์เขต 1 หรือ
00:00:04 → 00:00:07เขต 2 เป็นอย่างไรรุนแรงแค่ไหนและเราควร
00:00:07 → 00:00:10รับมืออย่างไรต่อไปนี้คือข้อเท็จจริงและ
00:00:10 → 00:00:14คำแนะนำจากผู้เชี่ยว
00:00:14 → 00:00:17ชาญศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์สำนักข่าวไทยอสมท
00:00:18 → 00:00:20สอบถามกับอาจารย์แพทย์ที่ภาควิชาตราจาก
00:00:20 → 00:00:23วิทยาคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
00:00:23 → 00:00:25มหาวิทยาลัยมหิดลและรักษาราชการแทนผู้
00:00:25 → 00:00:28อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6
00:00:28 → 00:00:31จังหวัดชลบุรีรวมควบคุมโรคเริ่มต้นจากรู้
00:00:31 → 00:00:34จักสายพันธุ์ของ MX M เนะคะภาพรวมมันจะ
00:00:34 → 00:00:36แบ่งเป็น 2 สายพันธุ์ด้วยกันก็คือสาย
00:00:36 → 00:00:40พันธุ์เดวันกับสายพันธุ์เด 2 ซึ่งเด 1 พบ
00:00:40 → 00:00:44ในแอฟริกากลางส่วนเด 2 เนี่ยก็คือแอฟริกา
00:00:44 → 00:00:46ตะวันตกปี 2 ปีที่ผ่านมาที่เราได้ยินว่า
00:00:46 → 00:00:49มีการระบาดในยุโรปรวมถึงในประเทศไทยจะ
00:00:49 → 00:00:53เป็นเต 2 B ก็คือเป็นสายพันธุ์ที่ค่อน
00:00:53 → 00:00:56ข้างอาการจะรุนแรงน้อยจะมีผืดมีไข้ได้แต่
00:00:56 → 00:00:59ว่าจะรุนแรงในผู้ป่วยเฉพาะกลุ่มเช่นกลุ่ม
00:00:59 → 00:01:02ที่มีภูมการบกครองส่วนเด 1 คือสายพันธุ์
00:01:02 → 00:01:04ที่รุนแรงขึ้นเดวันก็จะแบ่งออกเป็น 2
00:01:04 → 00:01:09ชนิดด้วยกันก็คือเดวัน a กับเด 1 B เด 1
00:01:09 → 00:01:12a จะพบจากสัตว์สู่คนแต่ในประเทศไทยเรา
00:01:13 → 00:01:15ยังไม่มีการแพร่กระจายเชื้อตรงนี้นะคะ
00:01:15 → 00:01:20ส่วนเต 1b จะเป็นจากคนสู่คนประมาณปี 2023
00:01:20 → 00:01:23ปลายปีเป็นต้นมาถึง 2024 ประเทศคองโก
00:01:23 → 00:01:26เนี่ยอุบัติการ์ MX เนี่ยเกิดขึ้นมาใหม่
00:01:26 → 00:01:29ค่อนข้างมากก็พบว่ามันมีการกลายพันธุ์บาง
00:01:29 → 00:01:31ตำแหน่งเขก็เลยเลยตั้งชื่อว่าเป็นเด 1b
00:01:31 → 00:01:33ทาง Who เนี่ยเประกาศให้เป็นสถานการณ์
00:01:33 → 00:01:36ฉุกเฉินทางสาธารณสุขระดับประเทศที่เขา
00:01:36 → 00:01:40กลัวกันเนี่ยในเด 1 ก็คืออัตราการตายเด 1
00:01:40 → 00:01:43เนี่ยอัตราการตายอยู่ที่ประมาณ 3-10 เพ
00:01:43 → 00:01:45อาการของทั้ง 2 สายพันธุ์เหมือนหรือต่าง
00:01:45 → 00:01:48กันมั้ยครับตอมน้ำเหลืองโตมีไข้มีเหมือน
00:01:48 → 00:01:51กันได้ทั้งเขด 1 เขด 2 เขด1วันเนี่ยจำนวน
00:01:51 → 00:01:53ผืนก็จะมีที่หน้าที่ฝ่ามือขึ้นมาพร้อมๆ
00:01:53 → 00:01:56กันแล้วก็หน้าตาผืนจะเหมือนกันเช่นถ้า
00:01:56 → 00:01:58เป็นตุ่มน้ำก็เป็นตุ่มน้ำทั้งหมดถ้าเป็น
00:01:58 → 00:02:00ตุ่มหนองก็เป็นตุ่มหนองทั้งหมดแล้วก็มี
00:02:00 → 00:02:03การลามไปที่ตัวอันนี้เป็นลักษณะของเขด 1
00:02:03 → 00:02:05ในส่วนของเขด 2B เนี่ยจำนวนจะน้อยกว่า
00:02:06 → 00:02:08แล้วก็จะไม่ได้เด็ดที่หน้าที่ฝ่ามือจะ
00:02:08 → 00:02:11เด่นที่บริเวณที่สัมผัสเช่นบริเวณรอบรู
00:02:11 → 00:02:14ทวารบริเวณอววเพศก็อาจจะมีผืนขึ้นตรงนั้น
00:02:14 → 00:02:17ก่อนหลังจากนั้นก็จะมีผืนขึ้นกระจายตาม
00:02:17 → 00:02:19ตัวแต่ว่าจำนวนผืนก็มักจะน้อยกว่าแต่ว่า
00:02:19 → 00:02:22อย่างไรก็ตามถ้าประชาชนคนทั่วไปที่มีผืน
00:02:22 → 00:02:25แล้วเราไม่แน่ใจเราไม่รู้เราเป็นเขดไหนก็
00:02:25 → 00:02:27รีบมาโรงพยาบาลอันนี้ดีที่สุดค่ะโรค MX
00:02:27 → 00:02:30ติดต่อกันง่ายแค่ไหนครับมันไม่ใช่ไม่ว่า
00:02:30 → 00:02:33ติดกันง่ายๆหรือการเดินตามสวนทางกันก็ไม่
00:02:33 → 00:02:36ได้ว่าติดกันง่ายค่ะส่วนใหญ่ก็คือแนบชิด
00:02:36 → 00:02:39หรือใช้ของร่วมกับผู้ป่วยหรือมีการพูดคุย
00:02:39 → 00:02:42หรือหัวเราะพ่นกันใส่กันมีการสัมผัสแบบ
00:02:42 → 00:02:46กอดรัดนะคะโดยที่เราอาจจะมีแผลเชื้อมัน
00:02:46 → 00:02:49สามารถเข้ามาทางช่องทางนั้นได้นอกจากนี้
00:02:50 → 00:02:52จะมีสารคัดหลังถ้าเราเลี้ยงสัตว์ตระกูล
00:02:52 → 00:02:55โรเดนเนี่ยก็ต้องระวังยังไม่ได้น่ากลัว
00:02:55 → 00:02:57ถึงขนาดเหมือนโควิดซึ่งโควิดมันจะคนละ
00:02:57 → 00:03:00เรื่องเลยนะคะโควิดเนี่ยคือการหายใจหรือ
00:03:00 → 00:03:02ลาอองฝอยขนาดเล็กแพร่กระจายได้ง่ายกว่าใน
00:03:02 → 00:03:05ส่วนของเอหรือฝีดาดลิงเนี่ยก็ยังเหมือน
00:03:05 → 00:03:08เดิมก็คือผ่านการสัมผัสเป็นหลักก็จะมี
00:03:08 → 00:03:10เรื่องการสัมผัสทางเพศสัมพันธ์การสัมผัส
00:03:10 → 00:03:12ในบ้านใช้ของร่วมกันเพราะฉะนั้นมันไม่ได้
00:03:12 → 00:03:15ติดต่อกันง่ายหรือการพูดคุยใกล้ชิดก็มี
00:03:15 → 00:03:18ความเสี่ยงผู้ป่วยถ้ามีการติดเชื้อบริเวณ
00:03:18 → 00:03:21ในคอถ้ามีการพูดคุยในระยะใกล้ๆเช่น 1
00:03:21 → 00:03:24เมตรก็อาจจะติดต่อได้ติดต่อผ่านละอองฝอย
00:03:24 → 00:03:26ขนาดใหญ่แต่อย่างไรก็ตามคนที่มีความ
00:03:27 → 00:03:29เสี่ยงก็คือคนที่พูดคุยใกล้ชิดโดยไม่ใส่
00:03:29 → 00:03:32หน้ากากอนามัยเป็นเวลานานแต่พฤติกรรม
00:03:32 → 00:03:34เสี่ยงยังเป็นปัจจัยสำคัญเรามีพฤติกรรม
00:03:34 → 00:03:37เสี่ยงหรือเปล่าประเทศไทยส่วนใหญ่ที่เป็น
00:03:37 → 00:03:40ผู้ป่วยเป็นกลุ่มภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
00:03:40 → 00:03:42ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่ติดเชื้อ hiv อาจจะ
00:03:43 → 00:03:46แนบชิดสัมผัสกับคนแปลกหน้าซึ่งก่อนเขาจะ
00:03:46 → 00:03:49มีอาการก็สามารถแพร่ได้ไม่ว่าจะเป็นเด 1
00:03:49 → 00:03:52หรือเด 2 ติดต่อหลักก็คือการสัมผัสจากการ
00:03:52 → 00:03:54มีเพศสัมพันธ์เพราะฉะนั้นก็แนะนำให้หลีก
00:03:54 → 00:03:56เลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับคนไม่รู้จัก
00:03:56 → 00:03:59หรือว่าคนแปลกหน้าหรือว่าการที่มีผู้นอน
00:03:59 → 00:04:01หลายๆคนอย่างเงี้เพราะว่าถุงยางอนามัยก็
00:04:01 → 00:04:03ไม่สามารถป้องกันได้นะคะมันเป็นการสัมผัส
00:04:03 → 00:04:06ภายนอกได้เหมือนกันอันดับ 2 ก็คือถ้าเรา
00:04:06 → 00:04:08รู้จักคนที่กลับมาจากประเทศดังกล่าวเนี่ย
00:04:08 → 00:04:11ก็ต้องระวังเป็นพิเศษในการจะไปสัมผัสเขา
00:04:11 → 00:04:14ไม่ว่าจะด้วยทางวิธีไหนเช่นโดยเฉพาะ
00:04:14 → 00:04:15เรื่องการมีเพศสัมพันธ์ก็คือการสัมผัส
00:04:15 → 00:04:19ใกล้ชิดนะคะดังนั้นวิธีป้องกัน empo คือ
00:04:19 → 00:04:21การเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยงสิ่งที่ดีที่
00:04:21 → 00:04:24สุดคือการป้องกันเราก็คงไม่ต้องไปแนบชิด
00:04:24 → 00:04:26กับคนที่เราไม่รู้จักที่สำคัญคือเราไม่
00:04:26 → 00:04:29ควรใช้ของร่วมกันกับคนอื่นที่เราไม่ไม่
00:04:29 → 00:04:32รู้จักเหมือนกันการทำความสะอาดการใส่หน้า
00:04:32 → 00:04:35กากอนาไมล้างมือบ่อยๆการดูแลสุขภาพก็จะ
00:04:35 → 00:04:38เป็นสิ่งที่ดีที่สุดนะคะโดยเฉพาะกลุ่มคน
00:04:38 → 00:04:42ที่มีความเสี่ยงสูงเช่นผู้ป่วย HIV คน
00:04:42 → 00:04:45กลุ่มเยค่ะก็จะมีบางกลุ่มที่ไม่ยอมทานยา
00:04:45 → 00:04:48ต้านไวรัสเมื่อไหร่ก็ตามที่ท่านไม่ทานยา
00:04:49 → 00:04:52เนี่ยถ้าได้รับเชื้อเข้าไปจะทำให้มีอาการ
00:04:52 → 00:04:55รุนแรงแล้วสุดท้ายแล้วก็ทำให้มีโอกาสเสีย
00:04:55 → 00:04:57ชีวิตได้สูงอ่ะค่ะสิ่งที่ดีที่สุดคือการ
00:04:57 → 00:05:00ป้องกันเราก็ไม่ควรที่จะแนบชิดใกล้ชิดกับ
00:05:01 → 00:05:03คนที่แปะหน้าไม่รู้จักเป็นประเด็นสำคัญนะ
00:05:03 → 00:05:06ค่ะแล้ววัคซีนล่ะครับจำเป็นต้องฉีดมั้
00:05:06 → 00:05:08ครับวัคซีนปัจจุบันนี้เป็นวัคซีนชนิด
00:05:08 → 00:05:11วัคซีนตัวเป็นประสิทธิภาพอาจจะไม่ได้สูง
00:05:11 → 00:05:14มากที่ประมาณ 60-70 per ก็แสดงว่าคนที่
00:05:14 → 00:05:17ฉีดวัคซีนก็เป็นซ้ำได้แต่ว่าอาการเนี่ย
00:05:17 → 00:05:20อาจจะรุนแรงน้อยลงปัจจุบันทาง Who นะคะ
00:05:20 → 00:05:23เขาแนะนำการฉีดวัคซีนในผู้ที่มีความ
00:05:23 → 00:05:26เสี่ยงเช่นคนที่อายุเกิน 18 ปีขึ้นไปที่
00:05:26 → 00:05:30มีคู่นอนหลายคนที่มีเรื่องโรคติดต่อทาง
00:05:30 → 00:05:32เพศสัมพันธ์ภายในระยะเวลาใกล้ๆนี้อย่าง
00:05:32 → 00:05:35เงี้ยค่ะแล้วก็ปัจจุบัน Who ก็ยังไม่ได้
00:05:35 → 00:05:37แนะนำให้บุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านฉีด
00:05:37 → 00:05:40วัคซีนตัวนี้นะคะแต่ว่าแนะนำในบุคลากรการ
00:05:40 → 00:05:42แพทย์ที่มีความเสี่ยงคนที่ทำงานเกี่ยวกับ
00:05:42 → 00:05:45แหบเก็บสิ่งส่งตรวจคนที่มีโอกาสที่จะ
00:05:45 → 00:05:47สัมผัสต่างๆแล้วการเดินทางไปต่างประเทศ
00:05:47 → 00:05:50ล่ะครับประเทศที่มีการประกาศส่วนใหญ่จะ
00:05:50 → 00:05:53เป็นทางประเทศแอฟริกาแต่ก็ไม่ใช่ว่าพอไป
00:05:53 → 00:05:56แล้วแล้วเราจะมีติดกลับมาได้เนาะมันก็
00:05:56 → 00:05:58ต้องมีพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงเข้าไป
00:05:58 → 00:06:01เกี่ยวข้องด้วยด้วยส่วนคนที่สงสัยจะป่วย
00:06:01 → 00:06:04เออกสังเกตอาการและอย่าชะล่าใจผู้ที่รู้
00:06:04 → 00:06:07ตัวมีความเสี่ยงไม่ว่าจะมีไข้หรือว่ามี
00:06:07 → 00:06:10ผืนแล้วก็ตัวเองมีประวัติเสี่ยงด้วยว่ามี
00:06:10 → 00:06:14การสัมผัสมาหรือว่าการสัมผัสจากคู่นอนที่
00:06:14 → 00:06:17มีผื่นหรือว่าการสัมผัสจากคนที่สงสัยฝี
00:06:17 → 00:06:20ดาดลิงนะคะหรือว่าเราไปสัมผัสเสี่ยงจาก
00:06:20 → 00:06:22การมีเพศสัมพันธ์กับคนไม่รู้จักอย่าเงี้ย
00:06:22 → 00:06:25ค่ะแล้วเรามีอาการที่ผิดปกติแนะนำให้รีบ
00:06:25 → 00:06:27มาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลในระยะก่อนมีอาการ
00:06:27 → 00:06:30เขาจะมีอาการด้วยเรื่องมีไข้ก่อนพอมีไข้
00:06:30 → 00:06:34เสร็จก็จะมีเจ็บคอมีปวดกล้ามเนื้อแล้ว
00:06:34 → 00:06:36ส่วนเรื่องผืดเนี่ยจะค่อยขึ้นการขึ้นของ
00:06:37 → 00:06:39ผืดเนี่ยตอนแรกอาจจะเป็นผื่นนูนก่อนหลัง
00:06:39 → 00:06:43จากนั้นก็เป็นตุ่มใสๆแล้วก็อาจจะมีหนอง
00:06:43 → 00:06:46แล้วก็ตกสะเก็ดลักษณะผืดเนี่ยก็จะขึ้น
00:06:46 → 00:06:50ตั้งแต่บริเวณใบหน้าแขนขาแล้วก็อาจจะพบ
00:06:50 → 00:06:54ที่บริเวณอวัยวะสุพันธ์ได้คนที่รู้ตัวว่า
00:06:54 → 00:06:57มีความเสี่ยงที่จะติดโรคฝีดาดลิงเนี่ยคิด
00:06:57 → 00:07:01ว่าถ้ามีอาการก็แนะนำให้รีบมาพบแพทย์นะคะ
00:07:01 → 00:07:04แล้วก็กลุ่มที่เราจะเน้นย้ำก็คือภุมิคุ้ม
00:07:04 → 00:07:07กันบกพร่องหรือภูมิคุ้มกันที่ต่ำเช่นมี
00:07:07 → 00:07:10เชื้อ H นะคะก็ขอให้ท่านน่ะค่ะทานยาต้าน
00:07:10 → 00:07:14ไวรัสอย่างสม่ำเสมอส่วนกลุ่มอื่นเช่น
00:07:14 → 00:07:17กลุ่มเด็กหญิงตั้งครรภ์ถ้าความเสี่ยงท่าน
00:07:17 → 00:07:20ไม่มีโอกาสที่จะรับโรคเนี้ยก็คือน้อยมาก
00:07:20 → 00:07:23รู้ทันรับมือตามข้อเท็จจริงช่วยให้เข้าใจ
00:07:23 → 00:07:25และลดความเสี่ยงได้โดยไม่ตื่นตระหนกนะ
00:07:25 → 00:07:28ครับส่งเรื่องน่าสงสัยแจ้งเตือนภัยข้อมูล
00:07:28 → 00:07:30เท็จเพียงแอด Line ศูนกลัวก่อนแชร์ไว้นะ
00:07:30 → 00:07:33ครับเข้าไปที่เพิ่มเพื่อนแล้วค้นหา @s
00:07:33 → 00:07:35and Share ยังมีอีกหลายเรื่องน่าสงสัย
00:07:35 → 00:07:38บนสังคมออนไลน์หากได้รับอะไรมาอย่าเพิ่ง
00:07:38 → 00:07:40แชร์ต่อร่วมตรวจสอบไปด้วยกันกับชั่วก่อน
00:07:41 → 00:07:44แชร์