00:00:00 → 00:00:02นี่ทุกคน รู้กันไหมว่าภาพนี้ไม่ใช่ภาพปัจจุบันนะคะ
00:00:02 → 00:00:06แต่เป็นภาพในอดีตที่เกิดขึ้นมาเมื่อ 100 กว่าปีที่แล้วค่ะ
00:00:06 → 00:00:07สวัสดีค่ะ วิวจากแชนแนล Point of View ค่ะ
00:00:07 → 00:00:08เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน
00:00:08 → 00:00:12เราเจอการระบาดระลอกใหม่ของ COVID-19 กันอีกแล้วนะคะ
00:00:12 → 00:00:15เรียกได้ว่าเราอยู่กับมันมาถึงประมาณ 16-17 เดือนกันแล้วนะ
00:00:15 → 00:00:18นับตั้งแต่ที่เราเจอการระบาดครั้งแรก
00:00:18 → 00:00:20ก็หวังว่าทุกคนจะยังสบายดีกันอยู่นะคะ
00:00:20 → 00:00:21แต่อย่างไรก็ตามค่ะ
00:00:21 → 00:00:23เนื่องจากการระบาดระลอกใหม่
00:00:23 → 00:00:25ดังนั้นวิวก็เลยมีเรื่องราวเกี่ยวกับโรคระบาด
00:00:25 → 00:00:28ที่เรียกได้ว่าร้ายแรงที่สุดในโลกมาเล่าให้ทุกคนฟังค่ะ
00:00:28 → 00:00:32ซึ่งการระบาดในครั้งนี้ต้องบอกว่าร้ายแรงมากจริง ๆ
00:00:32 → 00:00:34นั่นก็คือการระบาดของไข้หวัดสเปนนั่นเองค่ะ
00:00:34 → 00:00:36ถ้าพร้อมที่จะฟังเรื่องราวที่ทั้งสนุก
00:00:36 → 00:00:39แล้วก็ได้สาระกันแล้วก็ไปฟังกันเลยค่ะ
00:00:42 → 00:00:44ไข้หวัดสเปนคือการระบาดระลอกแรก
00:00:44 → 00:00:46ของไวรัสไข้หวัดใหญ่ค่ะ
00:00:46 → 00:00:49และต้องบอกว่านี่เป็นเรื่องใหญ่มาก ๆ ในสมัยนั้น
00:00:49 → 00:00:52เพราะว่าในช่วงเวลาที่ไข้หวัดสเปนระบาด
00:00:52 → 00:00:55มันทำให้คนตายไปมากถึง 40-50 ล้านคน
00:00:55 → 00:00:58เรียกได้ว่าไม่ว่าจะเป็น COVID-19
00:00:58 → 00:00:59Black Death
00:00:59 → 00:01:02ฝีดงฝีดาษอะไร สู้ไข้หวัดสเปนไม่ได้เลยค่ะ
00:01:02 → 00:01:05เพราะว่านี่คือคนตายไปถึง 1 ใน 3
00:01:05 → 00:01:07ของประชากรโลกในสมัยนั้นนะคะ
00:01:07 → 00:01:09และที่สำคัญค่ะ ทุกคนรู้กันไหมว่า
00:01:09 → 00:01:12ไข้หวัดสเปนไม่ได้เริ่มต้นที่สเปนนะคะ
00:01:12 → 00:01:15ต้องบอกว่าจริง ๆ สเปนแทบจะเป็นพระเอกของเรื่องนี้เลยค่ะ
00:01:15 → 00:01:17แต่ว่าน่าสงสารนะคะที่กลายเป็นแพะค่ะ
00:01:17 → 00:01:19ต้องได้ชื่อไข้หวัดสเปนไปนะคะ
00:01:19 → 00:01:22ซึ่งเดี๋ยวที่มาที่ไปของไข้หวัดสเปนเป็นยังไง
00:01:22 → 00:01:23แล้วมาได้ชื่อไข้หวัดสเปนยังไง
00:01:23 → 00:01:25เดี๋ยววิวเล่าให้ฟังทีหลังค่ะ
00:01:25 → 00:01:27แต่เรามาทำความรู้จักไข้หวัดสเปนกันก่อนดีกว่านะคะ
00:01:27 → 00:01:30เหตุการณ์การระบาดของไข้หวัดสเปนเนี่ยนะคะ
00:01:30 → 00:01:31ถ้าจะบอกว่าเกิดมานานแสนนานแล้ว
00:01:31 → 00:01:34เอาจริง ๆ วิวก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันนานขนาดนั้นค่ะ
00:01:34 → 00:01:36เพราะในช่วงเวลาการระบาดของไข้หวัดสเปน
00:01:36 → 00:01:40เพิ่งจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่โลกเข้าสู่ยุคสมัยใหม่แล้วค่ะ
00:01:40 → 00:01:45ก็คือเมื่อปี ค.ศ. 1918 หรือว่า 103 ปีที่ผ่านมา
00:01:45 → 00:01:47ถ้านับในประเทศไทยของเรา
00:01:47 → 00:01:49ก็ช่วงเวลาประมาณรัชกาลที่ 6 ของเราเนี่ยแหละค่ะ
00:01:49 → 00:01:52ซึ่งไข้หวัดสเปนเนี่ยนะคะก็เกิดจากการติดเชื้อ
00:01:52 → 00:01:54ไวรัสสายพันธุ์ A หรือว่า H1N1 นั่นเอง
00:01:55 → 00:01:57โดยที่มาของไข้หวัดสเปนก็อาจจะคล้าย ๆ
00:01:57 → 00:01:59กับไข้หวัดนกหรือ COVID-19 นี่แหละ
00:01:59 → 00:02:03ก็คืออาจจะเกิดจากการติดเชื้อจากสัตว์มาสู่คนค่ะ
00:02:03 → 00:02:06โดยการอาการก็จะคล้าย ๆ กับไข้หวัดทั่วไปนั่นแหละ
00:02:06 → 00:02:11ก็คือเป็นไข้ ไอ จาม ปวดเนื้อครั่นตัว คลื่นไส้ ท้องเสีย
00:02:11 → 00:02:12อะไรก็ว่าไปค่ะ
00:02:12 → 00:02:14ซึ่งต้องบอกว่าในช่วงเวลาแรก ๆ
00:02:14 → 00:02:17ไข้หวัดสเปนตอนที่มันระบาดมันก็ดูไม่ได้ร้ายแรงอะไร
00:02:17 → 00:02:19ก็ดูเหมือนไข้หวัดทั่วไปเป๊ะเลยค่ะ
00:02:19 → 00:02:22แต่อย่างไรก็ตามนะคะ ในช่วงเวลาถัดมา
00:02:22 → 00:02:26มันก็เกิดกลายพันธุ์ขึ้นค่ะทำให้มันมีความรุนแรงมากขึ้น
00:02:26 → 00:02:27ดังนั้นเนี่ยนะคะหลังจากกลายพันธุ์
00:02:27 → 00:02:30มันก็ไปส่งผลให้คนมีอาการเลือดออก
00:02:30 → 00:02:32จากส่วนต่าง ๆ ภายในร่างกายค่ะ
00:02:32 → 00:02:34แล้วก็เสียชีวิตอย่างรวดเร็วนะคะ
00:02:34 → 00:02:35เร็วถึงขนาดไหน
00:02:35 → 00:02:38เร็วถึงขนาดที่ว่าถ้าสมมติว่าติดเชื้อตอนเช้า
00:02:38 → 00:02:40ตื่นมาจะไปทำงานอาจจะตายกลางทาง
00:02:40 → 00:02:43โดยที่ยังไปไม่ถึงที่ทำงานเลยก็ได้เหมือนกันค่ะ
00:02:43 → 00:02:46ดังนั้นต้องบอกว่าไปเร็วมาก ๆ นะคะถ้าติดไข้หวัดสเปน
00:02:46 → 00:02:49แล้วสาเหตุที่เชื้อไข้หวัดสเปนแพร่ได้อย่างรวดเร็ว
00:02:49 → 00:02:52เพราะว่ามันแพร่กระจายเหมือนไข้หวัดทั่วไปนี่แหละ
00:02:52 → 00:02:54ก็คือแพร่กระจายไปทางอากาศ
00:02:54 → 00:02:56ทีนี้เราก็พอรู้แล้วว่าไข้หวัดสเปนเป็นยังไง
00:02:56 → 00:02:57แล้วมันร้ายแรงขนาดไหน
00:02:57 → 00:02:59แต่เดี๋ยวเรามาฟังกันดีกว่าว่า
00:02:59 → 00:03:01ที่มาที่ไปของมันมาจากไหน
00:03:01 → 00:03:03ถ้าบอกว่าไม่ได้มาจากสเปนแล้วมันมาจากที่ไหน
00:03:03 → 00:03:06ต้องบอกว่าเราไม่รู้ค่ะว่าไข้หวัดสเปนมาจากไหน
00:03:06 → 00:03:09เพราะว่าในยุคสมัยที่เกิดไข้หวัดสเปน
00:03:09 → 00:03:11เรายังไม่ได้รู้จักไวรัสกันขนาดนั้นค่ะ
00:03:11 → 00:03:14คือเรายังไม่ได้มีกล้องจุทรรศน์อิเล็กตรอน
00:03:14 → 00:03:17ที่สามารถส่องไปแล้วรู้ได้ว่านี่คือไวรัส
00:03:17 → 00:03:19ที่เป็นที่มาของไข้หวัดสเปน
00:03:19 → 00:03:23เพราะว่ากล้องจุทรรศน์อิเล็กตรอนเกิดขึ้นในปี 1923
00:03:23 → 00:03:26ดังนั้นคนในสมัยนั้นก็จะต้องมีการเดากันไปต่าง ๆ นา ๆ
00:03:26 → 00:03:28ว่าไข้หวัดมันมาจากไหน
00:03:28 → 00:03:29ต้องบอกว่าไม่ใช่แค่ไข้หวัดสเปนหรอก
00:03:29 → 00:03:32ไข้หวัดทั่วไปเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามาจากไหน
00:03:32 → 00:03:35ยกตัวอย่างเช่นศัพท์คำว่า flu ที่แปลว่าไข้หวัด
00:03:35 → 00:03:37มันก็ย่อมาจากคำว่า influenza
00:03:37 → 00:03:40ซึ่งคำว่า influenza มันก็มาจากภาษาอิตาเลียน
00:03:40 → 00:03:43ซึ่งมาประมาณปี 1700 กว่า ๆ นี่แหละ
00:03:43 → 00:03:45และที่มาของศัพท์คำว่า influenza
00:03:45 → 00:03:46ก็มาจากภาษาลาตินอีกทีค่ะ
00:03:46 → 00:03:49อาจจะฟังดูงง ๆ นะคะ แต่กล่าวโดยสรุปแล้วเนี่ย
00:03:49 → 00:03:51คำว่า influenza มันคือรากศัพท์เดียวกับ
00:03:51 → 00:03:52คำว่า influencer นี่แหละ
00:03:52 → 00:03:54'influence' การมีอิทธิพลค่ะ
00:03:54 → 00:03:56แล้วถามว่ามีอิทธิพลอะไร
00:03:56 → 00:03:59สิ่งที่คนในสมัยก่อนเขาเชื่อว่ามีอิทธิพลต่อชีวิตเรา
00:03:59 → 00:04:02แล้วทำให้เกิดโรคระบาดก็คือดวงดาวบนฟ้านั่นเอง
00:04:02 → 00:04:05คือเขาเชื่อว่าเกิดจากดาวพฤหัส ดาวเสาร์
00:04:05 → 00:04:07ย้ายลักษณ์ ย้ายอะไรต่าง ๆ
00:04:07 → 00:04:08มีการเคลื่อนที่ผิดปกติ
00:04:08 → 00:04:10ก็เลยส่งผลให้เกิดโรคระบาดครั้งใหญ่
00:04:10 → 00:04:12เกิดขึ้นกับมนุษยชาติ
00:04:12 → 00:04:14อันนี้ก็คือความเชื่อของคนสมัยก่อน
00:04:14 → 00:04:16ที่เป็นที่มา ของคำว่า flu เนอะ
00:04:16 → 00:04:18ส่วนใครที่เป็นสายมูหน่อยก็อาจจะพอรู้ว่า
00:04:18 → 00:04:20เหมือนเราจะเพิ่งได้ยินว่า
00:04:20 → 00:04:22ดาวพฤหัสย้าย ๆ อะไรสักอย่าง
00:04:22 → 00:04:23ไปเมื่อประมาณปลายเดือนที่แล้วหรือเปล่า
00:04:23 → 00:04:25แต่เอาเป็นว่ามันอาจจะแค่บังเอิญเกี่ยวกัน
00:04:25 → 00:04:26เท่านั้นยังไม่พอค่ะ
00:04:26 → 00:04:29สมัยก่อนเขาก็ยังเดาอะไรไปอีกต่าง ๆ นา ๆ
00:04:29 → 00:04:30ว่าโรคระบาดอาจจะเกิดจาก
00:04:30 → 00:04:33สัตว์ฝูงใหญ่ที่ย้ายที่อยู่อย่างกระทันหัน
00:04:33 → 00:04:35เกิดจากแผ่นดินไหว เกิดจากพระเจ้าลงโทษ
00:04:35 → 00:04:37เกิดจากอะไรต่าง ๆ มากมายเลยค่ะ
00:04:37 → 00:04:38เรียกได้ว่าเดากันไปต่าง ๆ นานา
00:04:38 → 00:04:41ไม่รู้เลยว่าไข้หวัดสเปนมันมาจากไหน
00:04:41 → 00:04:43แต่สิ่งที่เรารู้แน่ ๆ นะคะก็คือ
00:04:43 → 00:04:47มันมีการจดบันทึกถึงไข้หวัดสเปนครั้งแรกที่ไหนค่ะ
00:04:47 → 00:04:50ไข้หวัดสเปนถูกเฝ้าระวังครั้งแรกที่เมืองที่ชื่อว่า
00:04:50 → 00:04:54Haskell County ในรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา
00:04:54 → 00:04:56โดยในเดือนมกราคมปี 1918
00:04:56 → 00:04:58มีคนเริ่มเห็นความผิดปกติค่ะ
00:04:58 → 00:05:00ว่ามันมีคนเจ็บป่วยมากผิดปกติ
00:05:00 → 00:05:02ถึงขนาดที่หมอท้องถิ่นบันทึกเอาไว้ว่า
00:05:02 → 00:05:06เกิดอะไรขึ้นทำไมอยู่ดี ๆ ทุกคนก็เป็นปอดบวมกันไปหมดเลย
00:05:06 → 00:05:07ทำไมเป็นไข้กันหมดเลย
00:05:07 → 00:05:11ซึ่งอันนี้ก็มีการส่งเรื่องขึ้นไปถึงสาธารณะสุข
00:05:11 → 00:05:12ระดับประเทศเหมือนกันค่ะ
00:05:12 → 00:05:15หลังจากการระบาดระลอกสองก็เกิดขึ้น
00:05:15 → 00:05:17ในช่วงเดือนมีนาคมปี 1918 เช่นกันค่ะ
00:05:17 → 00:05:20โดยคราวนี้พบในค่ายทหาร
00:05:20 → 00:05:23ก็คือค่ายทหาร Funston ซึ่งอยู่ในรัฐ Kansas เหมือนกัน
00:05:23 → 00:05:25แล้วถามว่าค่ายนี้มีฟังก์ชั่นยังไง
00:05:25 → 00:05:28นี่คือค่ายที่เขาเอาไว้ฝึกทหารก่อนที่จะส่งไปรบ
00:05:28 → 00:05:31เพราะว่าเรื่องราวทั้งหมดที่เรากำลังเล่ากันอยู่เนี่ย
00:05:31 → 00:05:33มันอยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ค่ะทุกคน
00:05:33 → 00:05:35แล้วเป็นปีสุดท้ายของสงครามโลกครั้งที่ 1 ด้วยนะคะ
00:05:35 → 00:05:37ทีนี้ครั้งแรกที่เขาพบในค่ายทหาร
00:05:37 → 00:05:39ก็คือมีทหารคนนึงเขาป่วยค่ะ
00:05:39 → 00:05:43พอป่วยก็เลยโดนส่งไปที่ห้องพยาบาลเพื่อไปรักษาตัว
00:05:43 → 00:05:46ปรากฏแป๊บเดียว ทั้งห้องพยาบาล ทั้งค่ายทหาร
00:05:46 → 00:05:49ก็ล้มป่วยกันตามกันไปหมดเลยค่ะ
00:05:49 → 00:05:52ต้องบอกว่าเป็นการระบาดที่แพร่กระจายกันเร็วมาก ๆ
00:05:52 → 00:05:53อย่างไรก็ตามค่ะ
00:05:53 → 00:05:55ข่าวนี้ไม่ได้หลุดออกมาข้างนอก
00:05:55 → 00:05:57เพราะว่าในช่วงเวลาสงคราม
00:05:57 → 00:05:59มันเป็นช่วงเวลาที่ต้องปิดข่าว
00:05:59 → 00:06:01จะมาบอกว่า ทหารประเทศเราป่วยหมดแล้ว
00:06:01 → 00:06:03เชิญมาตีได้เลย มันก็ไม่ใช่ใช่ไหม
00:06:03 → 00:06:05มันจะต้องปกปิดข่าวสารมาก ๆ
00:06:05 → 00:06:06จะต้องแอ๊บแข็งแรง
00:06:06 → 00:06:08ไม่ ทหารประเทศฉันยังไม่ได้เป็นอะไร
00:06:08 → 00:06:10ฉันยังแข็งแกร่งอยู่ ประมาณนั้นนะคะ
00:06:10 → 00:06:12ดังนั้นก็มีการปิดข่าวอะไรต่าง ๆ
00:06:12 → 00:06:15คนภายนอกก็เลยไม่รู้ค่ะว่าตอนนี้ในค่ายทหาร
00:06:15 → 00:06:17มันเริ่มมีการแพร่ระบาดออกมาแล้วนะ
00:06:17 → 00:06:19ดังนั้นเนี่ยนะคะ หลังจากที่ทหารจบจากค่ายนี้แล้ว
00:06:19 → 00:06:22ทหารก็เลยโดนส่งตัวไป 2 แบบด้วยกัน
00:06:22 → 00:06:24แบบแรกก็คือฝึกค่ายนี้เสร็จแล้ว
00:06:24 → 00:06:25ต้องเลื่อนขั้นไปฝึกค่ายอื่นต่อ
00:06:25 → 00:06:27ก็ไปฝึกที่ค่ายอื่นต่อโดยไม่ได้กักตัว
00:06:27 → 00:06:30ดังไปอีกค่ายนึง อีกค่ายนึงก็ป่วยตาม
00:06:30 → 00:06:32หรืออีกกลุ่มนึงที่เป็นกลุ่มใหญ่ ๆ เลยก็คือ
00:06:32 → 00:06:34กลุ่มที่ไปรบในสงครามโลกนั่นเอง
00:06:34 → 00:06:36ก็จะโดนส่งไปที่ยุโรป
00:06:36 → 00:06:37พอโดนส่งไปที่ยุโรป
00:06:37 → 00:06:39ก็แน่นอน ไปแพร่กระจายที่ยุโรปต่อ
00:06:39 → 00:06:42ดังนั้นเขาก็เลยบอกว่านี่คือสาเหตุที่ทำให้
00:06:42 → 00:06:45ไข้หวัดสเปนแพร่กระจายเร็วมาก แบบพรึ่บไปเลย
00:06:45 → 00:06:47เพราะว่ามันมีการเคลื่อนย้ายทหารเยอะมาก
00:06:47 → 00:06:48ในช่วงสงครามโลกค่ะ
00:06:48 → 00:06:51ประมาณว่าทหารสหรัฐอเมริกาเอาไปติดประเทศนี้
00:06:51 → 00:06:52ประเทศนี้ก็ทำแบบเดียวกัน
00:06:52 → 00:06:54ก็ขนย้ายทหารกันมั่วซั่วนะคะ
00:06:54 → 00:06:56สุดท้ายสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ
00:06:56 → 00:06:59ไข้หวัดสเปนแพร่กระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว
00:06:59 → 00:07:01อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่ากลัวก็คือ
00:07:01 → 00:07:04การระบาดในระลอกแรกมันไม่ค่อยแสดงอาการค่ะทุกคน
00:07:04 → 00:07:07เพราะว่ามันระบาดในคนอายุ 20-40 ปี
00:07:07 → 00:07:09แล้วก็เป็นคนที่ค่อนข้างแข็งแรงไง
00:07:09 → 00:07:11ดังนั้นอาการมันก็เหมือนไข้หวัดธรรมดา
00:07:11 → 00:07:14ดูไม่มีอะไรมากมาย คนตายก็น้อยมาก ๆ
00:07:14 → 00:07:17เพราะว่ามันระบาดอยู่ในกลุ่มคนที่แข็งแรงไง
00:07:17 → 00:07:20จนกระทั่งถึงช่วงเดือนกรกฏาคม ปี 1918
00:07:20 → 00:07:23คนก็ยังชิว ๆ กัน รู้สึกว่าไม่เห็นเป็นอะไรเลย
00:07:23 → 00:07:25ก็แค่เป็นหวัด ติด ๆ กันแป๊บเดียวเดียวก็หาย
00:07:25 → 00:07:26คนตายนิดเดียวเอง
00:07:26 → 00:07:29ซึ่งในช่วงเวลาที่ทุกคนชิวนี้เอง
00:07:29 → 00:07:31ก็เป็นช่วงเวลาที่เชื้อแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว
00:07:31 → 00:07:32อย่างที่วิวเล่าไปนี่แหละ
00:07:32 → 00:07:35ว่าทหารมีการส่งตัวข้ามอะไรต่าง ๆ กันด้วย
00:07:35 → 00:07:36ที่สำคัญนะคะ
00:07:36 → 00:07:39สุขอนามัยในสนามรบก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย
00:07:39 → 00:07:41เพราะว่าการรบในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1
00:07:41 → 00:07:43มันคือการรบแบบสนามเพลาะ
00:07:43 → 00:07:47ถ้าเราเคยไปดูหนังกันจะเห็นว่ามันมีการขุด ๆ เป็นหลุม
00:07:47 → 00:07:49แล้วก็ให้ทหารไปหมกตัวในหลุม
00:07:49 → 00:07:51แล้วก็ซุ่มยิงกัน อะไรแบบนี้ใช่ไหมคะ
00:07:51 → 00:07:54ซึ่งหลุมนี้ก็เป็นหลุมเปียก ๆ เต็มไปด้วยหนู
00:07:54 → 00:07:57ดังนั้นเหมาะมากกับการที่เชื้อโรคมันจะแพร่กระจาย
00:07:57 → 00:08:00นี่ยังไม่นับว่าในค่ายทหารสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1
00:08:00 → 00:08:03เขานอนกันเบียด ๆ ในโรงนอน
00:08:03 → 00:08:06ดังนั้นบอกเลยว่านี่คือสถานการณ์ที่ทุกคนติดกันไปหมดแล้ว
00:08:06 → 00:08:08แต่ทุกคนไม่รู้ตัวว่าตัวเองติด
00:08:08 → 00:08:12แค่รู้สึกว่าเป็นหวัดหรือเปล่า ติดหรือยัง
00:08:12 → 00:08:13อย่างไรก็ตามค่ะ
00:08:13 → 00:08:17เรื่องราวทั้งหมดเปลี่ยนไปในช่วงปลายปี 1918
00:08:17 → 00:08:19ในช่วงกันยายนถึงธันวาคม
00:08:19 → 00:08:22อยู่ดี ๆ เชื้อโรคมันก็กลายพันธุ์ขึ้นมาเสียอย่างนั้นเลยค่ะ
00:08:22 → 00:08:26ตอนนั้นเริ่มมีการรายงานเคสว่ามันมีเคสหนักมาก
00:08:26 → 00:08:29ที่อยู่ดี ๆ ก็ตาย อยู่ดี ๆ ก็เป็นอะไร
00:08:29 → 00:08:31บางคนหน้าฟ้าไปแล้วเพราะว่าเป็นหนัก
00:08:31 → 00:08:33ถึงขนาดว่าหายใจไม่ได้ หน้าฟ้านะคะ
00:08:33 → 00:08:36หรือบางคนไปแตะตัวไม่ได้เลยเพราะว่าเจ็บปวดทรมานมาก
00:08:36 → 00:08:38เรียกได้ว่าในช่วงปลายปีเนี่ยนะคะ
00:08:38 → 00:08:41คนเจ็บปวดล้มตายกันเป็นใบไม้ร่วงเลย
00:08:41 → 00:08:45ถึงขนาดที่ทำพิธีศพกันไม่ทัน ต้องกอง ๆ กันเอาไว้ตรงนั้น
00:08:45 → 00:08:48โดยเวลาสี่เดือนที่ระบาด เอาแค่สหรัฐอเมริกานะ
00:08:48 → 00:08:51มีคนตายไปหลายแสนมากเลยทีเดียวค่ะ
00:08:51 → 00:08:53เทียบกับสงครามโลกครั้งที่ 1
00:08:53 → 00:08:56ที่ทหารอเมริกาตายไปแค่แสนกว่าคนเท่านั้นเอง
00:08:56 → 00:08:58เรียกได้ว่าไข้หวัดสเปนทำร้ายทหารอเมริกา
00:08:58 → 00:09:00มากกว่าการออกไปรบซะอีกค่ะ
00:09:00 → 00:09:00ถึงอย่างนั้นนะคะ
00:09:00 → 00:09:04สหรัฐอเมริกาก็ยังพยายามปิดข่าวไม่ให้คนรู้ว่า
00:09:04 → 00:09:05มันมีการป่วย มันมีการอะไรนะ
00:09:05 → 00:09:08สิ่งที่เขาทำก็คือแถลงข่าวโกหกไปเรื่อย ๆ
00:09:08 → 00:09:10ประมาณว่ามันไม่ได้เป็นอะไรทุกคน
00:09:10 → 00:09:13มันไม่มีอะไรอันตราย ไม่มีคนตายจากโรคนี้หรอก
00:09:13 → 00:09:15แต่ประชาชนไม่ได้โง่นะคะ ประชาชนเขาก็รู้สึกว่า
00:09:15 → 00:09:18ทำไมรัฐบาลประกาศแล้วมันไม่เหมือนกับสิ่งที่ฉันเห็นกับตาละ
00:09:18 → 00:09:23ฉันไม่เชื่อ อันนี้ไม่จริงมั่ง อันนี้โกหก อันนี้ก็น่าจะโกหกด้วย
00:09:23 → 00:09:25รัฐบาลน่าจะโกหกทุกอย่างเลย
00:09:25 → 00:09:28สุดท้ายค่ะ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือคนกลัวกันไปหมด
00:09:28 → 00:09:30ถึงขนาดที่จะคุยกับใครก็ไม่กล้าคุย
00:09:30 → 00:09:32จะหายใจเต็มปอดก็ไม่กล้าหายใจ
00:09:32 → 00:09:33จะออกจากบ้านก็ไม่กล้าออก
00:09:33 → 00:09:36เรียกได้ว่าปั่นป่วนกันไปหมดเลยทีเดียวค่ะ
00:09:36 → 00:09:39ถ้ายังนึกกันไม่ออกว่าสมัยนั้นคนเขากลัวกันขนาดไหน
00:09:39 → 00:09:40ให้ไปดูบันทึกส่วนตัว
00:09:40 → 00:09:42ของหัวหน้าฝ่ายโรคติดต่อในสมัยนั้นค่ะ
00:09:42 → 00:09:44เขาเขียนในบันทึกเอาไว้เลยบอกว่า
00:09:44 → 00:09:47ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปมนุษยชาติน่าจะหายไป
00:09:47 → 00:09:49หมดสิ้นภายในไม่กี่สัปดาห์ต่อจากนี้นี่แหละ
00:09:49 → 00:09:52เรียกได้ว่าร้ายแรงกว่าสมัยปัจจุบันนี้หลายเท่าเลยทีเดียว
00:09:52 → 00:09:55แต่มันก็มีสิ่งหนึ่งเหมือนกันค่ะ ที่เหมือนกับสมัยปัจจุบันก็คือ
00:09:55 → 00:09:59ในยุคสมัยนั้นก็มีการรณรงค์ให้ใส่หน้ากากอนามัย
00:09:59 → 00:10:01เพื่อป้องกันการติดเชื้ออะไรต่าง ๆ
00:10:01 → 00:10:03สมัยนั้นนี่ถึงขนาดที่รณรงค์กันว่า
00:10:03 → 00:10:06ให้ใส่สองชั้นซ้อนกันเลยทีเดียว
00:10:06 → 00:10:08ก็เรียกได้ว่าถึงสมัยปัจจุบันเราจะบอกว่า
00:10:08 → 00:10:08นี่คือ New Normal
00:10:08 → 00:10:10แต่มันก็คือ New Normal ที่วนกลับมาอีกครั้ง
00:10:10 → 00:10:12หลังจากช่วงยุคไข้หวัดสเปนนี่แหละค่ะ
00:10:12 → 00:10:14ความโชคดีของไข้หวัดสเปน
00:10:14 → 00:10:16ที่มันอาจจะแตกต่างกับ COVID-19 ของเรานิดนึงก็คือ
00:10:16 → 00:10:19ถึงมันจะระบาดเร็วมาก ระบาดแรงมาก
00:10:19 → 00:10:22แต่ว่าการระบาดของมันจบลงเร็วมาก ๆ เลยทีเดียว
00:10:22 → 00:10:26เพราะว่าในปี 1919 การระบาดระลอก 3 ก็มาถึง
00:10:26 → 00:10:28และในระลอกนี้คนก็เหมือนป่วยกันน้อยลง
00:10:28 → 00:10:29ตายกันน้อยลง
00:10:29 → 00:10:32เหมือนเชื้อโรคอยู่ดี ๆ ก็แรงน้อยลงเสียอย่างนั้นเลย
00:10:32 → 00:10:33อย่างไรก็ตามค่ะ
00:10:33 → 00:10:36การระบาดในระลอก 3 นี้แม้แทบจะไม่มีอะไร
00:10:36 → 00:10:38ส่งผลอะไรต่าง ๆ แล้ว
00:10:38 → 00:10:41แต่เขาว่ากันว่าการระบาดครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อโลก
00:10:41 → 00:10:43ต่อมนุษยชาติหนักมากถึงขนาดที่
00:10:43 → 00:10:47นี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่ 2 เลยทีเดียว
00:10:47 → 00:10:50เพราะว่ามันดันมีคนสำคัญมาก ๆ ของโลกในสมัยนั้น
00:10:50 → 00:10:52ติดไข้หวัดสเปนในระลอกนี้
00:10:52 → 00:10:55นั่นคือก็ประธานธิบดี Woodrow Willson
00:10:55 → 00:10:56ของสหรัฐอเมริกา
00:10:56 → 00:10:58หลายคนอาจจะจำกันได้จากคลิปที่วิวเล่าถึง
00:10:58 → 00:11:01สงครามโลกครั้งที่ 1 และ สงครามโลกครั้งที่ 2
00:11:01 → 00:11:02ก็คือในช่วงจบสงครามโลกครั้งที่ 1
00:11:02 → 00:11:05มันมีการเซ็นสนธิสัญญากันขึ้นมาฉบับนึงใช่ไหมคะ
00:11:05 → 00:11:07ก็คือสนธิสัญญาแวร์ซายส์นั่นเอง
00:11:07 → 00:11:11ที่เซ็นกันขึ้นในวันที่ 3 เมษายน ปี 1919
00:11:11 → 00:11:13ซึ่งรายละเอียดในสัญญาก็จะเป็นรายละเอียดที่บอกว่า
00:11:13 → 00:11:15ประเทศแพ้สงครามต้องทำอะไรบ้าง
00:11:15 → 00:11:17ประเทศชนะสงครามจะได้อะไรบ้าง ต่าง ๆ ค่ะ
00:11:17 → 00:11:20เรียกได้ว่าเป็นเหมือนตัวหยุดสงครามว่าอย่างนั้นเถอะ
00:11:20 → 00:11:23ปรากฏว่าในระหว่างที่เขากำลังจะเซ็นสนธิสัญญากัน
00:11:23 → 00:11:26ในขณะที่เขากำลังดูสนธิสัญญากันอยู่ว่า
00:11:26 → 00:11:28จะต้องเอาข้อไหนออก จะต้องเอาข้อไหนเข้า
00:11:28 → 00:11:30จะต้องบังคับประเทศแพ้เยอะขนาดไหนดี
00:11:30 → 00:11:33คุณ Woodrow Willson เป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา
00:11:33 → 00:11:36เป็นฝ่ายที่เรียกร้องสันติภาพมาก ๆ
00:11:36 → 00:11:38เป็นฝ่ายที่ต้องการให้ทุกคนสงบศึก เจรจา
00:11:38 → 00:11:41เอานะทุกคนใจเย็น ๆ อย่าไปกดดันเขาเยอะเลย
00:11:41 → 00:11:43เบาหน่อย เบาได้เบานะ อะไรแบบนี้
00:11:43 → 00:11:45อยู่ดี ๆ เขาก็ล้มลงไปเลย
00:11:45 → 00:11:48ซึ่งจากอาการทั้งหมด คนก็สันนิฐานกันว่า
00:11:48 → 00:11:50เขาน่าจะติดไข้หวัดสเปนนี่แหละ
00:11:50 → 00:11:54เขาก็เลยล้มไป ก็เลยไม่ได้มาดูเนื้อหาในสนธิสัญญาต่อ
00:11:54 → 00:11:56เขาก็เลยบอกกันว่าในสนธิสัญญาแวร์ซายส์
00:11:56 → 00:11:59พอขาดคนที่เป็นธรรมเนี่ยนะคะ ล้มไป
00:11:59 → 00:12:02ตัวสนธิสัญญาแวร์ซายมันก็เลยไม่ค่อยเป็นธรรม
00:12:02 → 00:12:03แล้วก็ไม่ค่อยสมานฉันท์เท่าไหร่ค่ะ
00:12:03 → 00:12:06สุดท้ายสนธิสัญญาแวร์ซายส์ตัวนี้เองนี่แหละ
00:12:06 → 00:12:08ก็ไปบีบคั้นพวกเยอรมัน อะไรต่าง ๆ
00:12:08 → 00:12:11จนกระทั่งเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ต่อมา
00:12:11 → 00:12:14ดังนั้นเขาก็บอกกันว่าอาจจะเป็นไปนะที่ไข้หวัดสเปน
00:12:14 → 00:12:17คือสาเหตุที่ทำให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้นมานี่แหละ
00:12:17 → 00:12:18อย่างไรก็ตามนะคะ
00:12:18 → 00:12:20สุดท้ายไข้หวัดสเปนก็สิ้นสุดไป
00:12:20 → 00:12:22หลังจากที่พบการระบาดครั้งแรกได้ทั้งหมด
00:12:22 → 00:12:2415 เดือนด้วยกันนะคะ
00:12:24 → 00:12:26ต้องบอกว่าคนในสมัยนั้นอยู่กับไข้หวัดสเปน
00:12:26 → 00:12:28น้อยกว่าพวกเราอยู่กับ COVID-19 ซะอีกค่ะ
00:12:28 → 00:12:30แต่ว่าความเสียหายของไข้หวัดสเปน
00:12:30 → 00:12:31หนักหนามาก ๆ ค่ะ
00:12:31 → 00:12:34เพราะว่าในช่วงเวลา 15 เดือนที่ระบาดไป
00:12:34 → 00:12:35บอกเลยว่ามีคนตายไปเยอะมาก
00:12:35 → 00:12:38เอาตัวเลขที่เราคุ้น ๆ กันที่วิวพูดตั้งแต่ต้นคลิป
00:12:38 → 00:12:41ก็คือมีคนตายไป 40-50 ล้านคน
00:12:41 → 00:12:43แต่บางหลักฐานเขาบอกว่ามันมีคนติดนะ
00:12:43 → 00:12:46แต่อาจจะไม่ตาย รวมทั้งหมดผู้ได้รับผลกระทบ
00:12:46 → 00:12:49ประมาณ 100 ล้านคนเลยทีเดียวค่ะ
00:12:49 → 00:12:52ก็เรียกได้ว่าส่งผลกระทบต่อโลกใบนี้มากจริง ๆ
00:12:52 → 00:12:53อย่างไรก็ตามนะคะ
00:12:53 → 00:12:55เล่ามาถึงตรงนี้ทุกคนก็น่าจะยังติดค้าง
00:12:55 → 00:12:57คำถามนึงอยู่ใช่ไหมที่วิวยังไม่ได้ตอบ
00:12:57 → 00:13:00ก็คือทำไมโรคนี้มันถึงเรียกว่าไข้หวัดสเปน
00:13:00 → 00:13:01ในเมื่อมันไม่ได้เริ่มที่สเปน
00:13:01 → 00:13:03สาเหตุก็เพราะว่าในช่วงเวลานั้น
00:13:03 → 00:13:05ที่เขารบซัดกันนัวอยู่ในยุโรป
00:13:05 → 00:13:08มันมีประเทศนึงเป็นกลางค่ะ นั่นก็คือประเทศสเปนนั่นเอง
00:13:08 → 00:13:10พอสเปนไม่ได้ไปรบอะไรกับเขา
00:13:10 → 00:13:12แล้วมันเกิดโรคระบาดขึ้นในสเปน
00:13:12 → 00:13:14สเปนก็เลยไม่จำเป็นต้องปิดข่าวไง
00:13:14 → 00:13:17สเปนก็เลยเป็นประเทศแรกที่ประโคมข่าวเต็มที่
00:13:17 → 00:13:19ประมาณว่า ทุกคนมันมีไข้หวัดแล้ว ระวังนะ
00:13:19 → 00:13:22ทุกคน มันมีโรคระบาดร้ายแรง จงระวังนะ
00:13:22 → 00:13:24ที่สำคัญนะคะ ในยุคสมัยนั้น
00:13:24 → 00:13:26กษัตริย์ Alfonso ที่ 13 แห่งสเปน
00:13:26 → 00:13:27ก็ติดไข้หวัดสเปนไปด้วยค่ะ
00:13:27 → 00:13:29ดังนั้นข่าวไข้หวัดสเปนในสเปน
00:13:29 → 00:13:32ก็เลยออกข่าวเยอะมาก ๆ เลยทีเดียวค่ะ
00:13:32 → 00:13:33ถ้าเราจะพูดกันจริง ๆ นะ ต้องบอกว่า
00:13:33 → 00:13:35ชื่อไข้หวัดสเปนมันไม่ควรจะย่อมาจาก
00:13:35 → 00:13:37"ไข้หวัดที่เกิดที่สเปน"
00:13:37 → 00:13:39แต่ว่ามันน่าจะย่อมาจาก
00:13:39 → 00:13:42"ไข้หวัดที่ออกข่าวครั้งแรกที่สเปน" มากกว่าค่ะ
00:13:42 → 00:13:45นี่ก็คือสาเหตุที่ไข้หวัดนี้เรียกว่าไข้หวัดสเปน
00:13:45 → 00:13:46อย่างไรก็ตามค่ะ
00:13:46 → 00:13:49ต้องบอกว่าในสเปนก็ไม่ได้เรียกสิ่งนี้ว่าไข้หวัดสเปน
00:13:49 → 00:13:50แต่ว่าในสเปนเรียกไข้หวัดนี้ว่า
00:13:50 → 00:13:52ไข้หวัดฝรั่งเศส เพราะเขาเชื่อกันว่า
00:13:52 → 00:13:54มันจะต้องแพร่มาจากฝรั่งเศสแน่ ๆ เลย
00:13:54 → 00:13:57หรือในประเทศเซเนกัลก็จะเรียกไข้หวัดสเปน
00:13:57 → 00:13:59ว่าไข้หวัดบราซิล เพราะว่าเซเนกัลเชื่อว่า
00:13:59 → 00:14:01ไข้หวัดนี้มันมาจากบราซิล
00:14:01 → 00:14:03หรือในบราซิลเองก็เรียกไข้หวัดนี้ว่า
00:14:03 → 00:14:04ไข้หวัดเยอรมัน
00:14:04 → 00:14:07เพราะบราซิลเชื่อว่ามันจะต้องเป็นพวกเยอรมันแน่
00:14:07 → 00:14:08ที่เอามาติดเรา
00:14:08 → 00:14:10นอกจากการเรียกชื่อไข้หวัดนี้เป็นเชื่อประเทศแล้ว
00:14:10 → 00:14:13ในบราซิลก็ยังมีการตั้งชื่อเล่นให้กับไข้หวัดสเปนด้วยค่ะ
00:14:13 → 00:14:16โดยเขาตั้งชื่อว่า Naples Soldier
00:14:16 → 00:14:20ก็คือเป็นชื่อเพลงโอเปร่าที่มีชื่อเสียงมาก ๆ ในสมัยนั้น
00:14:20 → 00:14:22เป็นเพลงที่ฮิตติดตลาดในยุคนั้น
00:14:22 → 00:14:25ใครฟังก็ชอบ ใครฟังก็ติดหู
00:14:25 → 00:14:27ไข้หวัดนี้มันเหมือนเพลง Naples Soldier เลย
00:14:27 → 00:14:28คือฟังปุ๊บก็ติดปั๊บ
00:14:28 → 00:14:30นี่ก็ได้รับเชื้อปุ๊บก็ติดปั๊บ
00:14:30 → 00:14:33นี่ก็เป็นเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับไข้หวัดสเปน
00:14:33 → 00:14:35ที่วิวเก็บมาเล่าให้ทุกคนฟังในวันนี้ค่ะ
00:14:35 → 00:14:37ก็หวังว่าทุกคนจะได้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับ
00:14:37 → 00:14:39โรคระบาดในอดีตมากขึ้นนะคะ
00:14:39 → 00:14:42ส่วนสำหรับตอนนี้วิวก็หวังว่าทุกคนจะปลอดภัยนะคะ
00:14:42 → 00:14:43แล้วก็รักษาเนื้อรักษาตัว
00:14:43 → 00:14:46แล้วก็หวังว่าเราจะผ่านวิกฤต COVID-19 ครั้งนี้
00:14:46 → 00:14:47ไปอย่างรวดเร็วค่ะ
00:14:47 → 00:14:49สำหรับวันนี้ถ้าใครชื่นชอบคลิปนี้
00:14:49 → 00:14:50อย่าลืมกดไลก์เป็นกำลังใจให้วิว
00:14:50 → 00:14:52แล้วก็กดแชร์เพื่อชวนเพื่อน ๆ มาดูด้วยกันนะคะ
00:14:52 → 00:14:53แล้วพบกันใหม่โอกาสหน้าค่ะ
00:14:53 → 00:14:54บ๊ายบาย
00:14:54 → 00:14:55สวัสดีค่ะ
00:14:55 → 00:14:57เป็นไงกันบ้างคะทุกคน ฟังเรื่องราวนี้กันไป
00:14:57 → 00:15:00สำหรับวิวเนี่ยนะคะ ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงมาก ๆ
00:15:00 → 00:15:02หลาย ๆ คนอาจจะเห็นโซเชียลมีเดียอื่น ๆ ของวิวแล้ว
00:15:02 → 00:15:06ว่าวิวมีโอกาสได้ไปสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่ติดเชื้อนะคะ
00:15:06 → 00:15:07แต่ว่าไม่ต้องห่วงค่ะ
00:15:07 → 00:15:08ตอนนี้วิวไปตรวจมาเรียบร้อยแล้ว
00:15:08 → 00:15:10ยังไม่ได้มีอาการอะไรออกมานะคะ
00:15:10 → 00:15:12ตอนนี้ก็ยังรอผลอยู่
00:15:12 → 00:15:14ซึ่งวันที่คลิปวิดิโอนี้ออกก็น่าจะรู้ผลแล้วละค่ะ
00:15:14 → 00:15:18นอกจากนี้วันนั้นก็น่าจะเป็นวันที่วิวพ้นจากการกักตัวแล้ว
00:15:18 → 00:15:20ก็หวังว่าจะไม่มีอะไรค่ะ
00:15:20 → 00:15:21วันนี้ลาไปก่อนแล้วกันนะคะทุกคน
00:15:21 → 00:15:22บ๊ายบาย
00:15:22 → 00:15:24สวัสดีค่ะ