00:00:00 → 00:00:05[เพลง]
00:00:05 → 00:00:09สวัสดีครับผมวีระพงษ์ทวีศักดิ์และนี่คือ
00:00:09 → 00:00:11ศัลยกรรมความสุข
00:00:12 → 00:00:39[เพลง]
00:00:39 → 00:00:42คุณผู้ฟังครับเมื่อเร็วๆนี้ผมมีโอกาสได้
00:00:42 → 00:00:46ไปคุยกับเพื่อนคนหนึ่งนะฮะก็ในระหว่างที่
00:00:46 → 00:00:50กำลังพูดคุยกันอยู่เนี่ยก็มีสายโทรศัพท์
00:00:50 → 00:00:52เข้ามานะ
00:00:52 → 00:00:55แล้วเขาก็รับโทรศัพท์หลังจากที่เขารับ
00:00:55 → 00:00:57โทรศัพท์แล้วก็พูดคุย
00:00:57 → 00:01:00กับทางปลายสายนิดหน่อยนะครับผมก็พบว่า
00:01:00 → 00:01:02เรื่องราวที่เขาพูดคุยกันอยู่เนี่ย
00:01:02 → 00:01:06เป็นเรื่องราวที่น่าจะสรุปได้ด้วยคำ
00:01:06 → 00:01:094 คำนะครับก็คือ
00:01:09 → 00:01:13เป็นเรื่องราวของคนคนนึงที่มีชีวิต
00:01:13 → 00:01:15อยู่เย็นเป็นทุกข์ครับ
00:01:15 → 00:01:19[เพลง]
00:01:19 → 00:01:21ใช่เลยครับคุณผู้ฟัง
00:01:21 → 00:01:24ไม่ได้ฟังผิดนะครับอยู่เย็นเป็นทุกข์ครับ
00:01:24 → 00:01:29เพราะว่าปกติเราคงจะคุ้นเคยกันดีนะครับ
00:01:29 → 00:01:33กับคำว่าอยู่เย็นเป็นสุขใช่ไหมครับ
00:01:33 → 00:01:36แต่ว่าเรื่องราวที่ผมได้ยินแล้วผมก็เลย
00:01:36 → 00:01:38สรุปว่าอยู่เย็นเป็นทุกข์ก็เป็นเพราะว่า
00:01:38 → 00:01:41วันนั้นก็มีนัดครับไปเจอกันกับเพื่อนนะ
00:01:42 → 00:01:44ที่ไม่ได้เจอกันนานมากก็
00:01:44 → 00:01:47ระหว่างที่กำลังพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิด
00:01:47 → 00:01:52เห็นกันทักทายถามสารทุกข์สุขดิบนะครับ
00:01:52 → 00:01:53ก็ปรากฏว่ามี
00:01:53 → 00:01:57โทรศัพท์ของเพื่อนก็ดังขึ้นมานะ
00:01:57 → 00:01:59โทรศัพท์ของเพื่อนดังขึ้นมาเนี่ยก็เป็น
00:01:59 → 00:02:03สายจากคนที่โทรเข้ามาเนี่ย
00:02:03 → 00:02:06ก็เป็นน้องเขาเองนะ
00:02:06 → 00:02:10ขอรับโทรศัพท์คุยกับน้องแป๊บนึงนะเขาก็
00:02:10 → 00:02:12คุยกันเราก็อยู่ตรงนั้นเขาก็คุยกันปกติ
00:02:12 → 00:02:16เลยนะครับเราก็เลยได้ยินบทสนทนาของเขากับ
00:02:16 → 00:02:20น้องไปด้วยนะฮะก็เป็นเพื่อนสนิทกันแล้ว
00:02:20 → 00:02:23น้องเขาผมก็รู้จักดีนะครับก็ฟังไปเรื่อยๆ
00:02:23 → 00:02:26แล้วก็สรุปใจความได้ว่า
00:02:26 → 00:02:28มันเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับว่าน้องเขา
00:02:28 → 00:02:31เนี่ยครับมาขออาศัยช่วงนี้เป็นช่วงที่
00:02:31 → 00:02:34น้องเข้ามาอาศัยอยู่ที่บ้านของเพื่อนผมนะ
00:02:34 → 00:02:36ครับเขาก็มีความจำเป็นอะไรบางอย่างก็เลย
00:02:36 → 00:02:39มาอาศัยอยู่ที่บ้านของเพื่อนนี่แหละนะ
00:02:39 → 00:02:44แล้วก็พอมาอาศัยอยู่ที่บ้านเนี่ยเพื่อนผม
00:02:44 → 00:02:47ก็มีห้องให้น้องเขาอยู่อะไรอย่างนี้แล้ว
00:02:47 → 00:02:51ก็ก็อาศัยอยู่ระยะหนึ่งแล้วนะครับระยะ
00:02:51 → 00:02:54หนึ่งแล้วแล้วก็มาทำงานแล้วน้องชายเขาก็
00:02:54 → 00:02:57ทำงานแล้วแล้วก็พออาศัยอยู่ที่บ้านสัก
00:02:57 → 00:02:59ระยะหนึ่งเนี่ยที่โทรมาคุยกันเนี่ยก็คือ
00:03:00 → 00:03:02ว่าเขาก็มีประเด็นกับน้องเขา
00:03:02 → 00:03:05คือพอมาอาศัยอยู่สักระยะหนึ่งเนี่ยมันก็
00:03:05 → 00:03:09การที่น้องมาอยู่กับที่บ้านของเขาเนี่ย
00:03:09 → 00:03:12มันทำให้เขามีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นนะ
00:03:12 → 00:03:13ฮะ
00:03:13 → 00:03:18เพราะว่าเวลาที่มีคนคนนึงมาอยู่ด้วยแล้ว
00:03:18 → 00:03:20ก็มีห้องๆนึงให้อยู่นะครับ
00:03:20 → 00:03:23น้องเขาก็มาทำงานแล้วก็
00:03:23 → 00:03:26มีชีวิตเหมือนอยู่ปกตินะฮะ
00:03:26 → 00:03:30ค่าใช้จ่ายอันนึงที่เพิ่มขึ้นก็คือ
00:03:30 → 00:03:32ค่าน้ำประมาณค่าน้ำค่าไฟอะไรประมาณนี้นะ
00:03:32 → 00:03:33ฮะ
00:03:33 → 00:03:36ค่าแรงค่าไฟแค่นี้เพื่อนเนี่ยเขาก็ต้อง
00:03:36 → 00:03:39เขาเกิดมีความรู้สึกว่าเขาอยากให้น้อง
00:03:39 → 00:03:39เนี่ย
00:03:39 → 00:03:45มีส่วนรับผิดชอบในในค่าใช้จ่ายอันนี้ด้วย
00:03:45 → 00:03:49นะฮะก็แค่ไม่ได้เขาก็หลังจากที่วาง
00:03:49 → 00:03:52โทรศัพท์แล้วเนี่ยเขาก็คุยให้ผมฟังนะเขา
00:03:52 → 00:03:55ก็มีความรู้สึกว่าอยากจะให้น้องเขาเนี่ย
00:03:55 → 00:03:59มีความรับผิดชอบในเรื่องบางเรื่องด้วยไม่
00:04:00 → 00:04:03งั้นก็จะแบบว่าทำตัวสบายเกินไปแล้วก็ไม่
00:04:03 → 00:04:05ได้มีความรับผิดชอบอะไรต่ออะไรเนี่ยนะ
00:04:06 → 00:04:10ประเด็นก็คือเขาก็บอกกับน้องชายว่าพอน้อง
00:04:10 → 00:04:14ชายเขามาอยู่ที่บ้านนี้เนี่ยค่าไฟมันก็
00:04:14 → 00:04:18เยอะขึ้นกว่าเดิมแบบพอสมควรนะครับเพราะ
00:04:18 → 00:04:19ว่า
00:04:19 → 00:04:23มีคนคนนึงมาอยู่ก็ต้องเปิดแอร์แล้วก็น้อง
00:04:23 → 00:04:26เขาก็เป็นคนที่ทำงานแล้วก็นอนดึกนะทำงาน
00:04:26 → 00:04:27กับคอมพิวเตอร์
00:04:27 → 00:04:30ต้องเปิดแอร์อะไรอย่างนี้เพราะว่าค่าฝ่าย
00:04:30 → 00:04:33มันก็ขึ้นเขาก็เลยบอกกับน้องเขาว่าอยาก
00:04:33 → 00:04:35ให้
00:04:35 → 00:04:38อยากให้ช่วยรับผิดชอบค่าไฟที่ขึ้นด้วย
00:04:38 → 00:04:41อะไรอย่างนี้นะให้ช่วยกันจ่ายด้วย
00:04:41 → 00:04:44แต่ว่าเท่าที่ฟังดูก็เหมือนกับน้องเขาก็
00:04:44 → 00:04:47แบบอาจจะเหมือนกับแหมแค่นี้ทำไมต้องนู่น
00:04:47 → 00:04:50นี่นั่นอะไรอย่างนี้นะฮะก็ก็คุยกันเนี่ย
00:04:50 → 00:04:53เหมือนกับว่าทำให้เขาไม่ค่อยสบายใจด้วย
00:04:53 → 00:04:55กันทั้งคู่แหละนะฮะ
00:04:55 → 00:04:58ไอ้ตัวตัวพี่ก็อยากจะให้น้องมีความรับผิด
00:04:58 → 00:05:01ชอบแต่ไอ้ตัวน้องก็มีความรู้สึกว่าเหมือน
00:05:01 → 00:05:04กับแค่นี้ทำไมต้องอย่างนู้นอย่างนี้ทำให้
00:05:04 → 00:05:07กลายเป็นว่าเหมือนจะลุกลามไปเรื่องของ
00:05:07 → 00:05:08ความ
00:05:08 → 00:05:11ความสัมพันธ์แล้วก็ทำให้มี
00:05:11 → 00:05:14เหมือนกับชีวิตก็ไม่ค่อยมีความสุขเท่า
00:05:14 → 00:05:17ไหร่นะครับแต่ประเด็นพอผมได้ยินอย่างนั้น
00:05:17 → 00:05:19ปุ๊บเนี่ยครับกำลังผมก็มีความรู้สึกว่า
00:05:19 → 00:05:22หลักๆเลยเนี่ยที่เขามีการพูดถึงก็คือ
00:05:22 → 00:05:26เรื่องของการที่ต้องทำงานกับคอมพิวเตอร์
00:05:26 → 00:05:29บางวันก็ work from home อยู่บ้านทั้ง
00:05:29 → 00:05:31วันก็เปิดแอร์
00:05:31 → 00:05:35กลางคืนก็ใช้คอมพิวเตอร์เปิดแอร์นู่นนี่
00:05:35 → 00:05:35นั่นเนี่ย
00:05:35 → 00:05:40มันเป็นเรื่องราวของชีวิตที่เพราะอากาศ
00:05:40 → 00:05:42ไม่ดีเราเปิดแอร์มันก็อยู่อย่างสบายใช่
00:05:42 → 00:05:44ไหม
00:05:44 → 00:05:46[เพลง]
00:05:46 → 00:05:49จริงๆแล้วชีวิตเนี่ยเรายินเราคุ้นกับคำ
00:05:49 → 00:05:52ว่าอยู่เย็นเป็นสุข
00:05:52 → 00:05:54แต่กรณีนี้เนี่ย
00:05:54 → 00:05:56ความเป็น
00:05:56 → 00:05:59ความขัดแย้งความสัมพันธ์สภาพที่เริ่มไม่
00:05:59 → 00:06:02ค่อยดีทำให้เขาเป็นทุกข์เนี่ยมันสืบ
00:06:02 → 00:06:04เนื่องมาจากการอยู่เย็นนะก็คือ
00:06:04 → 00:06:12การที่ชีวิตในปัจจุบันเนี่ย
00:06:12 → 00:06:29[เพลง]
00:06:29 → 00:06:32มันทำให้ผมนึกไปถึงเรื่องอื่นๆอีกมากมาย
00:06:32 → 00:06:34ก่ายกองครับคุณผู้ฟังว่า
00:06:34 → 00:06:37แท้ที่จริงแล้วในชีวิตของเราเนี่ยเราจะ
00:06:37 → 00:06:43เข้าใจผิดว่าชีวิตของเราเองจะมีความสุข
00:06:43 → 00:06:46หรือมีความทุกข์
00:06:46 → 00:06:50มันจะไปขึ้นอยู่กับความเย็นความร้อนความ
00:06:50 → 00:06:52อึดอัดความสบายใจ
00:06:52 → 00:06:55หรือเปล่าหรือจริงๆแล้วมันขึ้นอยู่กับ
00:06:55 → 00:06:57ขึ้นอยู่กับอะไร
00:06:57 → 00:07:00แล้วประจวบกับเมื่อไม่นานเนี่ยครับคุณผู้
00:07:00 → 00:07:05ฟังมีอีกวันนึงผมก็มีโอกาสได้ไป
00:07:05 → 00:07:08บรรยายในสถานที่ที่หนึ่งนะครับซึ่งสถาน
00:07:08 → 00:07:11ที่ที่หนึ่งที่ผมไปบรรยายบ่อยๆถ้าคุณผู้
00:07:11 → 00:07:13ฟังที่ฟังรายการศัลยกรรมความสุขบ่อยๆนะ
00:07:13 → 00:07:17ครับผมก็จะมีเล่าเรื่องเรื่องหนึ่งให้ฟัง
00:07:17 → 00:07:19บ่อยๆว่าที่ที่หนึ่งที่ผมไปบรรยายบ่อยๆก็
00:07:19 → 00:07:22คือในเรือนจำ
00:07:22 → 00:07:25ก็ในเรือนจำก็แน่นอนก็คือพูดง่ายๆก็คือ
00:07:25 → 00:07:26คุกใช่ไหมครับ
00:07:27 → 00:07:29แล้วก็คนที่อยู่ในคุกก็คือเป็นผู้ต้องขัง
00:07:29 → 00:07:31ที่ทำความผิด
00:07:31 → 00:07:35ทำความผิดแล้วก็ต้องถูกจองจำอยู่ในคุก
00:07:35 → 00:07:37เวลาที่เราเข้าไปบรรยายในคุกเนี่ยเราก็จะ
00:07:37 → 00:07:38พบว่า
00:07:38 → 00:07:43ผู้ต้องขังเขาก็จะสีหน้าก็ไม่ค่อยจะมี
00:07:43 → 00:07:47ความสุขเท่าไหร่ใช่ไหมบางที่ผมล่าสุดที่
00:07:47 → 00:07:50ผมไปผมก็ถามเลยบอกเป็นยังไงชีวิตนี้
00:07:50 → 00:07:53เขาก็มองหน้าเราปลัดประหลาดประมาณว่าอยู่
00:07:53 → 00:07:56ในคุกแล้ว
00:07:56 → 00:07:59ถามว่าชีวิตเป็นยังไงจะให้มีความสุขหรือ
00:07:59 → 00:08:01นะผมก็เลยบอกเขาบอกว่า
00:08:01 → 00:08:05ถ้าเกิดว่าถ้าอย่างนั้นเนี่ยวันนี้เรา
00:08:05 → 00:08:09อยู่ในคุกแล้วเราก็มีความทุกข์
00:08:09 → 00:08:12ลองจินตนาการดูว่าถ้าเราได้กลับบ้านไป
00:08:12 → 00:08:15เนี่ยเราจะมีความสุขไหมนะ
00:08:15 → 00:08:17ก็มีลูกศิษย์คนหนึ่งที่เป็นผู้ต้องขังเขา
00:08:17 → 00:08:21ก็ตอบมาแบบงงๆว่าอ้าว
00:08:21 → 00:08:24อยู่ในคุกก็ต้องมีความทุกข์และถ้าเราได้
00:08:24 → 00:08:27กลับบ้านไปเราก็ต้องมีความสุขสิก็เหมือน
00:08:27 → 00:08:30กับเรื่องปกตินะครับคุณผู้ฟัง
00:08:30 → 00:08:32เพราะเป็นอย่างนั้นปุ๊บผมก็เลยถามต่อไป
00:08:32 → 00:08:35ว่าอ้าวถ้าบอกว่าวันนี้อยู่ในคุกมีความ
00:08:35 → 00:08:38ทุกข์ถ้าเราได้กลับบ้านเราก็ต้องมีความ
00:08:38 → 00:08:41สุขเนี่ยผมถามกลับไปว่าถ้าอย่างนั้นลอง
00:08:41 → 00:08:42นึกย้อนกลับไป
00:08:42 → 00:08:45ชีวิตของเราก่อนที่เราจะทำความผิดก่อนที่
00:08:45 → 00:08:47เราจะต้องถูกจองจำในคุกเนี่ย
00:08:47 → 00:08:51ชีวิตก่อนหน้านั้นก็คือเราก็อยู่ที่บ้าน
00:08:51 → 00:08:53เราก็เคยอยู่ที่บ้านมาก่อนนานแล้วตั้งแต่
00:08:53 → 00:08:56เด็กตั้งแต่เกิดมาหลายสิบปีเนี่ยผมบอกเขา
00:08:57 → 00:08:59ว่าลองนึกดูซิว่าชีวิตในสมัยตอนที่เรา
00:08:59 → 00:09:02อยู่ที่บ้านตอนนั้นเนี่ยเราเคยมีความ
00:09:03 → 00:09:05ทุกข์หรือไม่
00:09:05 → 00:09:09พอเขานึกสักพักหนึ่งเขาก็พยักหน้าก็บอก
00:09:09 → 00:09:11ว่าเออก็มีนะ
00:09:11 → 00:09:14ในสมัยก่อนตอนที่อยู่ที่บ้านเนี่ย
00:09:14 → 00:09:17ยังมีอิสรภาพยังไม่ได้ถูกจองจำอยู่ในบ้าน
00:09:17 → 00:09:18ก็มี
00:09:18 → 00:09:22ก็มีความถูกเหมือนกัน
00:09:22 → 00:09:26ผมก็เลยถามสรุปอีกทีนึงว่าถ้าอย่างนั้น
00:09:26 → 00:09:28แสดงว่าชีวิตคนเราเนี่ย
00:09:28 → 00:09:33มันจะมีความสุขหรือมีความทุกข์เนี่ยมัน
00:09:33 → 00:09:35ขึ้นอยู่กับว่าเราอยู่ที่ไหนหรือเปล่า
00:09:35 → 00:09:38หรือมันขึ้นอยู่กับอะไรกันแน่
00:09:38 → 00:09:41เพราะตอนนี้เราคิดว่าถ้าอยู่ในคุกก็ต้อง
00:09:41 → 00:09:43มีความทุกข์ถ้าเราได้กลับไปอยู่บ้านเราจะ
00:09:43 → 00:09:46มีความสุขแต่ในความเป็นจริงแล้ว
00:09:46 → 00:09:50เราก็เคยอยู่ที่บ้านและตอนที่อยู่ที่บ้าน
00:09:50 → 00:09:52เราก็มีความทุกข์
00:09:52 → 00:09:55แสดงว่าเราจะสุขหรือเราจะมันขึ้นอยู่กับ
00:09:55 → 00:09:57ว่าเราอยู่ที่ไหนหรือเปล่า
00:09:57 → 00:10:01พอเขาคิดสักระยะหนึ่งเขาก็ตอบว่า
00:10:01 → 00:10:04จริงๆแล้วมันทำให้เขาเกิดการเรียนรู้ว่า
00:10:04 → 00:10:07ชีวิตเขาจะมีความสุขหรือทุกข์มันไม่ได้
00:10:07 → 00:10:09ขึ้นอยู่กับว่าอยู่ที่ไหนไม่ได้ขึ้นอยู่
00:10:09 → 00:10:14กับว่าอยู่ในอยู่ในเรือนจำหรือว่าอยู่ที่
00:10:14 → 00:10:15บ้าน
00:10:15 → 00:10:18แล้วเขาก็สรุปได้ด้วยตัวเองเลยครับคุณผู้
00:10:18 → 00:10:21ฟังว่าแท้ที่จริงแล้วชีวิตเราจะสุขหรือ
00:10:21 → 00:10:24ทุกข์มันอยู่ข้างในเราเนี่ยอยู่ในอยู่ใน
00:10:24 → 00:10:27ใจเราอยู่ในความคิดเรานั่นเอง
00:10:27 → 00:10:29นั่นหมายความว่าอะไรผมก็ได้บอกเขาว่านั่น
00:10:29 → 00:10:30หมายความว่า
00:10:30 → 00:10:35ตอนนี้วันนี้ณขณะนี้เราอยู่ในคุก
00:10:35 → 00:10:39แล้วถ้าเกิดใจเราบอกว่าในเมื่อเราจะต้อง
00:10:39 → 00:10:41อยู่ในคุกเนี่ยผมถามว่า
00:10:41 → 00:10:46แล้วเราสามารถที่จะอยู่ในคุกโดยที่เรามี
00:10:46 → 00:10:49ความสุขได้หรือไม่
00:10:49 → 00:10:51ถ้าไม่ขึ้นอยู่กับสถานที่แล้ว
00:10:51 → 00:10:53มันขึ้นอยู่กับใจเราขึ้นอยู่กับความคิด
00:10:53 → 00:10:57เราเนี่ยเขาก็บอกว่าน่าจะได้นะ
00:10:57 → 00:10:59วันนั้นผมก็เลยเริ่มกระบวนการด้วยการบอก
00:10:59 → 00:11:03ว่าใช่เลยครับชีวิตคนเราจะสุขหรือทุกข์
00:11:03 → 00:11:05มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับ
00:11:05 → 00:11:08ปัจจัยภายนอกเลยเป็นหลักปัจจัยภายนอกอาจ
00:11:09 → 00:11:10จะช่วยอาจจะเสริม
00:11:10 → 00:11:15แต่จริงๆแล้วปัจจัยภายนอกเนี่ยมันกลาย
00:11:15 → 00:11:19เป็นว่าปัจจัยภายนอกเอื้อให้มีความสุขแต่
00:11:19 → 00:11:23คนบางคนก็มีความทุกข์ได้นะครับ
00:11:23 → 00:11:26ถ้าใจเขาข้างในเป็นทุกข์
00:11:26 → 00:11:29พอเขาเข้าใจอย่างนี้ปุ๊บผมก็เลยชวนว่าถ้า
00:11:29 → 00:11:32อย่างนั้นวันนี้เรามาลองดูไหมว่า
00:11:32 → 00:11:35เราจะพอมีวิธียังไงที่จะทำให้เราอยู่ใน
00:11:35 → 00:11:39เรือนจำติดคุกอยู่เนี่ยแต่มีความสุขได้
00:11:39 → 00:11:44หลังจากนั้นก็พอเขาเริ่มปุ๊บเปิดใจปุ๊บผม
00:11:44 → 00:11:48ก็ให้เขาลงมือทำกิจกรรมทันทีครับวันนั้น
00:11:48 → 00:11:51ผมเตรียมกิจกรรมไปสองสามอย่างครับคุณผู้
00:11:51 → 00:11:54ฟังก็เป็นกิจกรรมเกี่ยวกับเรื่องศิลปะ
00:11:54 → 00:11:58เรื่องดนตรีอะไรเนี่ยซึ่งพอเขาเปิดใจแล้ว
00:11:58 → 00:12:01เขาก็ลองทำดูนะครับคุณผู้ฟังเขาก็พบว่า
00:12:01 → 00:12:05เออมันน่าประหลาดใจนะครับที่เดิมเขาคิด
00:12:05 → 00:12:08ว่าเขาติดคุกอยู่แล้วเขาก็มีความถูกเนี่ย
00:12:08 → 00:12:11แต่พอเขาเปิดใจ
00:12:11 → 00:12:14ลองดูซิว่าเราอยู่นี้เราจะทำยังไงให้เรา
00:12:14 → 00:12:17มีความสุขได้ไหมแล้วก็ทดลองทำอะไรบาง
00:12:17 → 00:12:17อย่าง
00:12:17 → 00:12:21ให้เขาทดลองทำงานศิลปะบางอย่างนะครับ
00:12:21 → 00:12:24เพราะจิตใจเขาจดจ่อกับงานศิลปะ
00:12:24 → 00:12:28กับการวาดรูปกับการระบายสี
00:12:28 → 00:12:32ช่วงวินาทีนั้นนะครับมันทำให้ใจเขาเนี่ย
00:12:32 → 00:12:35ลืมความทุกข์แล้วก็ความคิดที่วนๆอยู่กับ
00:12:35 → 00:12:40ความทุกข์นะแล้วมาอยู่กับเนี้ยศิลปะตรง
00:12:40 → 00:12:45หน้าเนี่ยแล้วใจเขาก็นิ่งแล้วเขาก็พบว่า
00:12:45 → 00:12:48ในความนิ่งนี้มันทำให้เขาแล้วก็อยู่กับ
00:12:48 → 00:12:51ปัจจุบันที่งานศิลปะเนี่ยอยู่กับการว่า
00:12:51 → 00:12:54ลากเส้นการระบายสีไปเรื่อยๆเนี่ย
00:12:54 → 00:12:57นิ่งแล้วก็แล้วก็มีความสุข
00:12:57 → 00:12:59วันนั้นเนี่ยครับคุณผู้ฟัง
00:12:59 → 00:13:03มันทำให้เขาพบว่าอ๋อมันมีวิธีแล้วมันมี
00:13:03 → 00:13:06อุปกรณ์มันมีเครื่องมือช่วย
00:13:06 → 00:13:11ทำให้เรามีจิตใจที่มีความสุขได้แม้
00:13:11 → 00:13:14กระทั่งในวันที่เราติดคุกอยู่ครับคุณผู้
00:13:14 → 00:13:15ฟัง
00:13:15 → 00:13:17วันนั้นเนี่ยพอเขาเริ่มเรียนรู้อย่างนั้น
00:13:18 → 00:13:20ปุ๊บหลังจากนั้นเนี่ย
00:13:20 → 00:13:23ผมก็บอกไว้เลยว่าในระหว่างที่เรากำลัง
00:13:23 → 00:13:26อยู่ในเรือนจำหรือติดคุกอยู่เนี่ยเราก็
00:13:26 → 00:13:30สามารถที่จะทำให้ตัวเองมีความสุขได้แล้ว
00:13:30 → 00:13:32นี่เป็นแค่ตัวอย่างและผมก็บอกว่าหลังจาก
00:13:32 → 00:13:35นี้เนี่ยเราก็สามารถเอาสิ่งที่เราได้
00:13:35 → 00:13:38เรียนรู้เนี่ยไปแล้วก็ไปทดลองปฏิบัติใน
00:13:38 → 00:13:41ชีวิตในช่วงเวลาที่เราอยู่ในเรือนจำหรือ
00:13:41 → 00:13:45อยู่ในคุกมันอย่างน้อยมันก็ทำให้เราไม่จม
00:13:45 → 00:13:48อยู่ในความทุกข์และก็มีความสงบมีความนิ่ง
00:13:48 → 00:13:50แล้วก็มีความสุขได้
00:13:50 → 00:13:54เห็นไหมครับว่าอันนี้เริ่มจากประเด็นที่
00:13:54 → 00:14:00ผมบอกว่าอยู่เย็นก็เป็นทุกข์นะฮะแต่ว่า
00:14:00 → 00:14:04ถึงแม้ว่าเราจะอยู่ในที่ร้อนก็คือในคุก
00:14:04 → 00:14:06เนี่ยมันร้อนรุ่มใช่ไหมแต่เราก็สามารถ
00:14:06 → 00:14:08เป็นสุขได้เหมือนกัน
00:14:08 → 00:14:10เดี๋ยวเราจะพักสักครู่นะครับคุณผู้ฟัง
00:14:10 → 00:14:14แล้วช่วงหน้าเรามาดูซิว่าแล้วไอ้ชีวิตที่
00:14:14 → 00:14:17อยู่เย็นเป็นทุกข์หรือว่าอยู่ร้อนเป็นสุข
00:14:17 → 00:14:21เนี่ยมันยังมีแง่มุมอื่นๆที่ชวนให้เราคิด
00:14:21 → 00:14:23หรือว่าชวนให้เราค้นหาอีกหรือไม่นะครับ
00:14:23 → 00:14:26ช่วงนี้เราจะพักสักครู่ครับ
00:14:26 → 00:14:52[เพลง]
00:14:52 → 00:15:05
00:15:05 → 00:15:12[เพลง]
00:15:12 → 00:15:20
00:15:20 → 00:15:29[เพลง]
00:15:29 → 00:15:30[ปรบมือ]
00:15:30 → 00:15:40[เพลง]
00:15:40 → 00:16:20
00:16:20 → 00:16:32[เพลง]
00:16:32 → 00:16:40
00:16:40 → 00:17:07[เพลง]
00:17:07 → 00:17:16
00:17:16 → 00:17:26[เพลง]
00:17:26 → 00:17:46
00:17:46 → 00:17:58[เพลง]
00:17:58 → 00:18:07
00:18:07 → 00:18:17[เพลง]
00:18:18 → 00:18:20ครับคุณผู้ฟังวันนี้เราก็ว่าด้วยเรื่อง
00:18:20 → 00:18:23ของอยู่เย็นแทนที่จะเป็นสุขกลับเป็นทุกข์
00:18:23 → 00:18:27นะครับแต่ว่าในสภาวะในสถานที่บางที่ที่
00:18:27 → 00:18:31ไม่ได้เย็นนะมันร้อนนะมันร้อนรุ่มเพราะ
00:18:31 → 00:18:34โดนจองจำอยู่ในคุกโดนลงโทษโดนกักขังอยู่
00:18:34 → 00:18:38เนี่ยเราก็ยังสามารถเป็นสุขได้ครับคราว
00:18:38 → 00:18:41นี้เรามาลองดูซิว่าคุณหรือเปล่าครับคนใน
00:18:41 → 00:18:44ยุคปัจจุบันเนี่ยเราจะพบว่าสภาวะแบบนี้
00:18:44 → 00:18:45เนี่ย
00:18:45 → 00:18:49ถ้าเรามองดูให้ดีๆเราค้นหาให้ดีๆเราจะพบ
00:18:49 → 00:18:52ว่ามันไม่ใช่แค่ว่าเรื่องของอยู่เย็นอยู่
00:18:52 → 00:18:53ร้อน
00:18:53 → 00:18:57หรือว่าจะเป็นสุขเป็นทุกข์มันไม่ได้ร้อน
00:18:57 → 00:18:59หรือเย็นอย่างเดียวแล้วครับมันยังมี
00:18:59 → 00:19:01เรื่องอื่นๆอีกมากมายแต่ว่าในทำนองเดียว
00:19:01 → 00:19:04กันนะครับยกตัวอย่างเช่นคุณผู้ฟังครับผม
00:19:04 → 00:19:07เคยมีเพื่อนคนหนึ่งเขาก็โพสต์ใน
00:19:07 → 00:19:09โซเชียลมีเดียนะครับว่า
00:19:09 → 00:19:11โอ้ช่วงนี้เนี่ย
00:19:11 → 00:19:14เหงาจังเลยนะเหงาจังเลยเพราะอะไรเพราะว่า
00:19:14 → 00:19:17ไม่ได้ไปไหนไม่ได้ไปสังสรรค์กับเพื่อน
00:19:17 → 00:19:21แล้วก็ต้องต้องอยู่คนเดียวอ่ะไม่สามารถ
00:19:21 → 00:19:23ที่จะไปสั่งแสงกับเพื่อนก็คืออยู่คนเดียว
00:19:24 → 00:19:26ก็เลยบอกว่าเหงา
00:19:26 → 00:19:29คุณฟังเห็นไหมครับว่าอันนี้ก็เป็นอีกแง่
00:19:29 → 00:19:33คิดนึงอีกมุมมองหนึ่งของชีวิตที่จะมีความ
00:19:33 → 00:19:35สุขหรือมีความทุกข์
00:19:35 → 00:19:39เพราะคนคนนึงเพราะจำเป็นต้องอยู่คนเดียว
00:19:39 → 00:19:42ไม่สามารถไปสังสรรค์กับใครได้ก็เลยบอกว่า
00:19:42 → 00:19:44ตัวเองเหงาจังเลย
00:19:44 → 00:19:48เหงาก็คือว่ามีความทุกข์ใช่ไหมครับแต่คุณ
00:19:48 → 00:19:51วางเชื่อไหมครับว่าในขณะเดียวกันเลยครับ
00:19:51 → 00:19:56ผมก็เห็นเพื่อนบางคนนะใน Social Media
00:19:56 → 00:19:58ก็โพสต์บอกว่า
00:19:58 → 00:20:00วันนี้รู้สึกว่า
00:20:00 → 00:20:04ไม่มีความสุขแล้วก็เหงาเหมือนกัน
00:20:04 → 00:20:08ทั้งๆที่อยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย
00:20:08 → 00:20:12เออเอาสิครับคนๆหนึ่งโพสต์ว่าเหงาเพราะ
00:20:12 → 00:20:13ว่าอยู่คนเดียวครับ
00:20:13 → 00:20:18แต่ในขณะซึ่งคนอีกคนหนึ่งเพื่อนอีกคน
00:20:18 → 00:20:19หนึ่ง
00:20:19 → 00:20:21ก็อยู่ท่ามกลางกับมนุษย์แล้วก็ผู้คนเยอะ
00:20:21 → 00:20:25แยะมากมายนะครับแต่ก็ยังโพสต์ใน
00:20:25 → 00:20:26โซเชียลมีเดีย
00:20:26 → 00:20:31แล้วก็บอกว่าตัวเองเนี่ยเหงาเหลือเกิน
00:20:31 → 00:20:34คุณว่าเห็นไหมครับว่ามันเข้าทำนองเดียว
00:20:34 → 00:20:37กับการอยู่ร้อนอยู่เย็น
00:20:37 → 00:20:40จะเป็นสุขหรือเป็นทุกข์เนี่ยมันก็ไม่ได้
00:20:40 → 00:20:43ขึ้นอยู่กับว่าอยู่ในที่ที่ร้อนหรือที่
00:20:43 → 00:20:44เย็น
00:20:44 → 00:20:47ตอนนี้คือความเหงาเนี่ยกลายเป็นว่าความ
00:20:47 → 00:20:51เหงาเนี่ยมันก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเรา
00:20:51 → 00:20:53ต้องอยู่คนเดียวหรือ
00:20:53 → 00:20:57ถึงจะเหงาแต่ในความเป็นจริงคนจำนวนมาก
00:20:57 → 00:21:01ครับอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายเลยนะแต่ก็
00:21:01 → 00:21:04รู้สึกว่าเหงาแล้วก็โดดเดี่ยวแล้วก็รู้
00:21:04 → 00:21:06สึกเหมือนไม่มีใคร
00:21:06 → 00:21:10แสดงว่าสิ่งที่จะมาควบคุมก็กลับไปเรื่อง
00:21:10 → 00:21:11เดิมอีกนะครับก็คือ
00:21:11 → 00:21:16สิ่งที่อยู่ภายในก็คือความคิดของเรานั่น
00:21:16 → 00:21:16เอง
00:21:16 → 00:21:21ที่เป็นตัวบอกว่าเราจะมีความสุขหรือมี
00:21:21 → 00:21:25ความทุกข์เราจะรู้สึกว่าโดดเดี่ยวหรือว่า
00:21:25 → 00:21:28เหงาเศร้าหรือว่าเราจะรู้สึกว่า
00:21:28 → 00:21:32บางคนการที่ได้อยู่คนเดียว
00:21:32 → 00:21:36สำหรับเขาก็กลายเป็นความสุขก็ได้นะครับ
00:21:36 → 00:21:39เพราะเขารู้สึกว่าเออมันสงบดีนะมันไม่
00:21:39 → 00:21:42ต้องวุ่นวายอย่างนี้ก็คือ
00:21:42 → 00:21:45การที่จะมีความสุขหรือทุกข์มันไม่ได้ขึ้น
00:21:45 → 00:21:49อยู่กับว่าต้องอยู่คนเดียวหรืออยู่หลายคน
00:21:49 → 00:21:52เพราะคนบางคนอยู่คนเดียวก็มีความสุขได้
00:21:52 → 00:21:57คนจำนวนมากอยู่ท่ามกลางผู้คนก็รู้สึกเหงา
00:21:57 → 00:22:01แต่ขณะที่อีกคนบางคนอยู่ท่ามกลางผู้คนก็
00:22:01 → 00:22:04รู้สึกว่าสนุกสนานเพลิดเพลินดีอย่างนี้
00:22:04 → 00:22:05เป็นต้นนะ
00:22:05 → 00:22:09ครับรายการศัลยกรรมความสุขก็รายการที่เรา
00:22:09 → 00:22:12ก็จะเน้นเรื่องนี้นะครับว่าชีวิตคนเราจะ
00:22:12 → 00:22:15มีความสุขหรือทุกข์มันขึ้นอยู่กับวิธีคิด
00:22:15 → 00:22:18ขึ้นอยู่กับมุมมองขึ้นอยู่กับคมความคิด
00:22:18 → 00:22:22ของตัวเราเองแล้วมันทำให้ผมนึกถึงไปลามไป
00:22:22 → 00:22:24อีกหลายเรื่องเลยนะครับเกี่ยวกับเรื่อง
00:22:24 → 00:22:26ของความสุขความทุกข์ของคนเนี่ยครับ
00:22:26 → 00:22:30อย่างเช่นเพื่อนบางคนหรือเราก็จะเห็นคน
00:22:30 → 00:22:34มากมายในสังคมใช่ไหมครับที่เวลาที่เขาบอก
00:22:34 → 00:22:38ว่าช่วงนี้มันมีหนังหนังใหม่เข้ามานะมา
00:22:38 → 00:22:40ฉายในโรงหนังเนี่ยเวลาจะไปดูหนังเนี่ยเขา
00:22:40 → 00:22:43ก็จะต้องโทรชวนเพื่อน
00:22:43 → 00:22:45ไปดูหนังกันนะ
00:22:45 → 00:22:48หนังเรื่องนี้ดีมากเลยไปเราไปนัดกันไปดู
00:22:48 → 00:22:49หนังกันนะ
00:22:49 → 00:22:52คือเขามีความคิดว่าถ้าจะไปดูหนังต้องไปดู
00:22:52 → 00:22:55กับเพื่อนๆนะ
00:22:55 → 00:23:00ครับผมก็มีเพื่อนอีกคนนึงครับเขาจะบอกเลย
00:23:00 → 00:23:03ว่าเวลาที่เข้าไปดูหนังเนี่ย
00:23:03 → 00:23:06เขาไม่ชอบไปดูหนังกับเพื่อนนะ
00:23:06 → 00:23:08สำหรับเขาเนี่ยการไปดูหนังคือต้องไปดูคน
00:23:08 → 00:23:12เดียวครับเออพอเขาพูดอย่างนี้เพื่อนๆก็
00:23:12 → 00:23:15เลยยกมาเป็นประเด็นพูดคุยกันในหมู่เพื่อน
00:23:15 → 00:23:18อ้าวทำไมอย่างนั้นน่ะเกิดอะไรขึ้นนะฮะ
00:23:18 → 00:23:22เขาก็บอกว่ามุมมองของเขานะก็คือ
00:23:22 → 00:23:25เวลาที่เราไปดูหนัง
00:23:25 → 00:23:29เราก็ต้องจดจ่ออยู่บนจอหนังจอภาพยนตร์
00:23:29 → 00:23:34แล้วก็ติดตามดูตัวละครที่เขาจะพูดต่างๆ
00:23:34 → 00:23:36เขาพูดคุยกันหรือว่าเนื้อเรื่องเขาจะเดิน
00:23:36 → 00:23:39ประเด็นยังไงอะไรอย่างนี้นะก็คือว่าเรา
00:23:39 → 00:23:40เนี่ย
00:23:40 → 00:23:44เขาไม่เข้าใจว่าทำไมไปดูหนังต้องไปกับ
00:23:44 → 00:23:45เพื่อน
00:23:45 → 00:23:47เพราะในโรงหนังเราไม่ได้คุยกับใครอยู่
00:23:47 → 00:23:51แล้วแล้วในโรงหนังเขาก็การพูดคุยจน
00:23:51 → 00:23:53กระทั่งมีเสียงไปรบกวนคนอื่นนี่ก็เป็น
00:23:53 → 00:23:55เรื่องเป็นเรื่องไม่ดีด้วยนะเป็นเรื่อง
00:23:55 → 00:23:59เสมมารยาทด้วยซ้ำไปเขาก็เลยบอกว่าอ้าวถ้า
00:23:59 → 00:24:02เป็นอย่างนั้นแล้วทำไมเวลาไปดูหนังต้องไป
00:24:02 → 00:24:06กับเพื่อนก็ต้องต่างคนต่างไปดูสินะ
00:24:06 → 00:24:09แล้วเพื่อนอีกคนก็จะเสนอว่า
00:24:09 → 00:24:12ใช่เวลาไปดูหนังเนี่ยเราต้องไปดูคนเดียว
00:24:12 → 00:24:16หมายถึงว่าเราต้องจดจ่ออยู่ที่บนจอก็จริง
00:24:16 → 00:24:19แต่ว่าการที่ไปดูกับเพื่อนเพราะหลังจากดู
00:24:19 → 00:24:22เสร็จแล้วเราก็จะได้มา
00:24:22 → 00:24:26พูดคุยฮะมาแลกเปลี่ยนมุมมองกันเฮ้ยเป็นไง
00:24:26 → 00:24:29หนังเรื่องนี้ดีไม่ดีชอบไม่ชอบเนี่ยฉาก
00:24:29 → 00:24:31นั้นจำได้ไหมอะไรอย่างเงี้ยเขาก็บอกว่า
00:24:31 → 00:24:34นี่คือสาเหตุที่ต้องไปดูกับเพื่อนนะหลัง
00:24:34 → 00:24:35จากนั้นมามันจะได้คุยกัน
00:24:35 → 00:24:38ส่วนในเพื่อนที่ชอบไปดูคนเดียวก็จะอ้าง
00:24:38 → 00:24:42บอกว่าก็จะอธิบายต่อนะบอกว่าก็
00:24:42 → 00:24:45ในเมื่อเวลาดูเราต้องดูคนเดียวแต่ว่าดู
00:24:45 → 00:24:49เสร็จแล้วเราก็จะมาคุยกันเนี่ยก็คือเขา
00:24:49 → 00:24:52เสนอวิธีว่าก็ตอนไปดูก็ต่างคนต่างไปดู
00:24:52 → 00:24:53แล้วกันนะ
00:24:53 → 00:24:56ดูเสร็จแล้วค่อยมานัดเจอกันแล้วค่อยมาคุย
00:24:56 → 00:24:58กันเรื่องหนังอะไรอย่างนี้
00:24:58 → 00:25:05ว่าชีวิตที่มีความทุกข์ของคนแต่ละคนหรือ
00:25:05 → 00:25:08ชีวิตที่มีความสุขของคนแต่ละคนเนี่ย
00:25:08 → 00:25:12มันมีความแตกต่างหลากหลายมากแต่ที่สำคัญ
00:25:12 → 00:25:16ที่สุดเนี่ยมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเรา
00:25:16 → 00:25:17อยู่ที่ไหน
00:25:17 → 00:25:22เราถึงมันไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวว่าอยู่ที่
00:25:22 → 00:25:26ไหนถึงจะมีความสุขอยู่แบบไหนถึงจะมีความ
00:25:26 → 00:25:27สุข
00:25:27 → 00:25:31เพราะทั้งหลายทั้งหมดเนี่ยไม่ว่าจะอยู่
00:25:31 → 00:25:35ที่ไหนไม่ว่าจะที่ร้อนที่เย็นไม่ว่าจะ
00:25:35 → 00:25:38เป็นสถานที่ท่องเที่ยวหรือที่ทำงาน
00:25:38 → 00:25:41ไม่ว่าจะเป็นโรงหนังหรือว่าคอนเสิร์ตฟัง
00:25:42 → 00:25:42เพลง
00:25:42 → 00:25:46อะไรก็ได้ครับแต่ว่าความสุขมันไม่ได้ขึ้น
00:25:46 → 00:25:49อยู่กับพวกนั้นจริงๆความสุขมันขึ้นอยู่
00:25:49 → 00:25:54กับข้างในก็คืออยู่ที่ใจเราอยู่ที่ความ
00:25:54 → 00:25:58คิดเราอยู่ที่ความชอบของเราเนี่ยเป็นการ
00:25:58 → 00:25:59ส่วนตัว
00:25:59 → 00:26:02ถ้าใครบอกว่าชอบอยู่คนเดียวแล้วมีความสุข
00:26:02 → 00:26:06สงบก็ต้องเป็นแบบนั้น
00:26:06 → 00:26:08แล้วก็ไม่ต้องประหลาดใจว่าแล้วทำไมคนอื่น
00:26:08 → 00:26:13เวลาที่เขามีความสุขหรือจะมีความสบายใจก็
00:26:13 → 00:26:14ต้องอยู่กับเพื่อนหลายคน
00:26:14 → 00:26:18ส่วนหนึ่งคนที่อยู่กับเพื่อนหลายคนแล้วมี
00:26:18 → 00:26:21ความสุขก็ไม่ต้องประหลาดใจว่าเฮ้ยคนนี้
00:26:21 → 00:26:25เก็บตัวนะคือมนุษย์เราเป็นแบบนี้เรามี
00:26:25 → 00:26:30ความมีความชอบมีความไม่ชอบที่ที่หลากหลาย
00:26:30 → 00:26:34แล้วจริงไม่เป็นข้อสรุปครับคุณผู้ฟังของ
00:26:34 → 00:26:37ตอนนี้ที่บอกว่า
00:26:37 → 00:26:40อยู่เย็นเป็นสุขก็คือ
00:26:40 → 00:26:43จะเป็นสุขต้องอยู่เย็นเสมอไม่ใช่
00:26:43 → 00:26:47เพราะอยู่ในที่ร้อนก็ได้
00:26:47 → 00:26:50อยู่ที่บ้านมีความสุขอยู่ในคุกมีความ
00:26:50 → 00:26:52ทุกข์ไม่ใช่
00:26:52 → 00:26:56อยู่ในคุกเนี่ยเรื่องทำความผิดเรื่องถูก
00:26:56 → 00:26:58จองจำเป็นอีกเรื่องหนึ่งแต่พอเราต้องอยู่
00:26:58 → 00:27:02ในคุกอยู่ในเรือนจำถูกจองจำเราก็มีความ
00:27:02 → 00:27:07สุขได้ถ้าเรารู้จักที่จะมีวิธีในการวาง
00:27:07 → 00:27:08จิตวางใจ
00:27:08 → 00:27:12หรือว่าอยู่คนเดียวอยู่กับคนอื่น
00:27:12 → 00:27:15ทั้งหลายทั้งมวลครับคุณผู้ฟังเป็นไปตาม
00:27:15 → 00:27:20แนวคิดของรายการ podcast ศัลยกรรมความสุข
00:27:20 → 00:27:25เลยครับว่าชีวิตคนเราจะดีขึ้นหรือแย่ลงจะ
00:27:25 → 00:27:28มีความสุขหรือมีความทุกข์
00:27:28 → 00:27:32มันขึ้นอยู่กับแง่คิดมุมมองแล้วก็ขึ้น
00:27:32 → 00:27:36อยู่กับคมความคิดของตัวเราเองนะครับ
00:27:36 → 00:27:38อันนี้ก็เป็น Concept หลักของรายการ
00:27:38 → 00:27:40ศัลยกรรมความสุขอยู่แล้วนะครับที่เราจะ
00:27:40 → 00:27:43เน้นให้เรามีความสุขมากขึ้นนะมีความทุกข์
00:27:43 → 00:27:45น้อยลงนะครับ
00:27:45 → 00:27:47ต้องขอบพระคุณคุณผู้ฟังนะครับที่ติดตาม
00:27:47 → 00:27:51ฟัง podcast ของศัลยกรรมความสุข
00:27:51 → 00:27:55เสมอมานะครับเราก็จะพบกับแง่คิดมุมมอง
00:27:55 → 00:27:57ต่างๆเหล่านี้ที่ทำให้ชีวิตเรามีความสุข
00:27:57 → 00:28:00มากขึ้นอย่างนี้นะครับวันนี้ผมวีระพงษ์
00:28:00 → 00:28:05ทวีศักดิ์ต้องลาไปก่อนนะครับสวัสดีครับ
00:28:05 → 00:28:08ติดตามรายการทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น
00:28:08 → 00:28:13ของไทย
00:28:13 → 00:28:16และ YouTube Channel Thai PBS
00:28:16 → 00:28:22beautiful
00:28:22 → 00:28:28[เพลง]