00:00:00 → 00:00:03[เสียงดนตรี]
00:00:03 → 00:00:06You're listening to Mahidol Channel Podcast.
00:00:06 → 00:00:08Listen for a better life
00:00:08 → 00:00:11ฟังเพื่อชีวิตที่ดีกว่า
00:00:11 → 00:00:14และนี่คือรายการพอดแคสต์ ของช่อง Mahidol Channel
00:00:14 → 00:00:16โดย มหาวิทยาลัยมหิดล
00:00:16 → 00:00:20[เสียงดนตรี]
00:00:20 → 00:00:24ถามน้องเล็งดีกว่าว่าตอนนั้น มีอาการอย่างไรบ้าง แพ้ท้องเยอะไหมครับ
00:00:24 → 00:00:25อุ๊ย หนัก
00:00:25 → 00:00:27ตอนแรกนึกว่าเป็นโรคกระเพาะ
00:00:27 → 00:00:28เพราะว่าดูในทีวีไง
00:00:28 → 00:00:30นางเอกจะเป็นยังไง มันจะ...
00:00:31 → 00:00:34ช่วงนั้นมันจะมีเพลงนึง ข้างบ้านชอบเปิด
00:00:34 → 00:00:35อา...
00:00:35 → 00:00:37อ้วกทีไรก็จะเปิดเพลงนี้ตลอด
00:00:37 → 00:00:40- จนถึงตอนนี้พอได้ยินเพลงนี้ - ข้างบ้านรู้ (หัวเราะ)
00:00:40 → 00:00:43จนถึงทุกวันนี้ มันขยาดไปเลย
00:00:43 → 00:00:48[เสียงดนตรี]
00:00:48 → 00:00:52ผู้หญิงมากมายเจอความเปลี่ยนแปลง ทั้งร่างกายและจิตใจ
00:00:52 → 00:00:55ปัญหาที่หลายคนสงสัยแต่ไม่มีคำตอบ
00:00:56 → 00:00:59อย่าปล่อยให้ความผิดปกติของคุณ กลายเป็นเรื่องปกติ
00:00:59 → 00:01:01ที่ส่งผลร้ายต่อสุขภาพ
00:01:02 → 00:01:06สวัสดีครับ หมอกริช นายแพทย์สกิทา ม่วงไหมทอง
00:01:06 → 00:01:08สวัสดีค่ะ หมอเล็ง
00:01:08 → 00:01:11แพทย์หญิงปณิชา จันทราพานิชกุล
00:01:11 → 00:01:17จะมาตอบทุกข้อสงสัย เคลียร์ทุกปัญหาผู้หญิงในรายการ Talk to Her
00:01:17 → 00:01:20คุยทุกเรื่องสุขภาพที่ผู้หญิงควรรู้
00:01:20 → 00:01:24[เสียงดนตรี]
00:01:26 → 00:01:28- สวัสดีครับ - สวัสดีค่ะ
00:01:28 → 00:01:31ก็พบกับพวกเราอีกเช่นเคยนะครับ กับรายการ Talk to Her
00:01:31 → 00:01:34คุยทุกเรื่องสุขภาพที่ผู้หญิงควรรู้นะครับ
00:01:34 → 00:01:37วันนี้เราจะพูดกันเรื่องอะไรนะจ๊ะน้องเล็ง
00:01:37 → 00:01:39ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับคุณแม่
00:01:40 → 00:01:41คุณแม่ที่จะมาฝากท้อง
00:01:41 → 00:01:46เราจะมาพูดกันว่า ฝากท้องต้องทำอะไร ยังไง มีอะไรข้อควรระวังหรือเปล่า
00:01:46 → 00:01:48หรือว่าต้องฝากท้องเมื่อไร
00:01:48 → 00:01:48ครับ
00:01:48 → 00:01:51ซึ่งเข้าทางพี่สกิทาเลย
00:01:51 → 00:01:52- เข้าประเด็นกันเลยดีกว่า - ครับ
00:01:52 → 00:01:56ถ้ารู้ว่าท้องแล้ว ควรจะฝากท้องเมื่อไหร่ดี
00:01:56 → 00:02:01เมื่อไหร่จะมาหาหมอกี้ได้คะ อยากเจอหมอฝากท้องหล่อ ๆ แบบนี้ค่ะ
00:02:01 → 00:02:02มาเลยจ้า
00:02:03 → 00:02:05- มาเร็วที่สุดนะครับ - มาเร็วที่สุด
00:02:05 → 00:02:09- มาเร็วที่สุด ถ้าแบบว่า - รู้ตัวตอนตี 5 มาตี 5 ครึ่ง
00:02:09 → 00:02:14โยนแบบว่า...ตัวแถบปัสสาวะทิ้ง แล้วก็วิ่งมาโรงพยาบาลเลย
00:02:14 → 00:02:16อันนั้นไม่ใช่ Emergency ขนาดนั้น
00:02:16 → 00:02:19ครับ แต่ก็คือแบบว่ามาฝากครรภ์ให้เร็วที่สุด
00:02:19 → 00:02:22เพราะว่าการฝากครรภ์ที่เร็วนี่
00:02:22 → 00:02:24ก็ช่วยให้คุณภาพของการตั้งครรภ์
00:02:24 → 00:02:28แล้วก็คุณภาพของการดูแล ระหว่างฝากท้องนี่ดีขึ้นด้วยนะครับ
00:02:28 → 00:02:32เร็วคือเมื่อไหร่ ก็คือตั้งแต่เราทราบว่าตั้งครรภ์นะครับ
00:02:32 → 00:02:34ดีที่สุดก็คือในช่วงไตรมาสแรก
00:02:34 → 00:02:36เพอร์เฟกต์สุด ดีสุด ๆ
00:02:36 → 00:02:36เพราะว่าอะไร
00:02:36 → 00:02:42เพราะว่าในช่วงไตรมาสแรก เราก็จะมีการตรวจยืนยันอายุครรภ์ที่แน่นอน
00:02:43 → 00:02:44ยืนยันอายุครรภ์ค่ะ
00:02:44 → 00:02:47เพราะว่าบางทีการนับจากรอบเดือน
00:02:47 → 00:02:52โดยเฉพาะท่านที่มีปัญหาเรื่องของ รอบเดือนไม่สม่ำเสมอ ประจำเดือนมาไม่ปกติ
00:02:52 → 00:02:56บางท่านอาจจะยังไม่ทันหยุด การคุมกำเนิดแบบเดิมอยู่เลย
00:02:56 → 00:02:58หรือฉีดยาคุมกำเนิดอะไรอย่างนี้
00:02:58 → 00:03:00แล้วก็ประจำเดือนก็อาจจะมาบ้างไม่มาบ้าง
00:03:00 → 00:03:03ทำให้การนับวันจากประจำเดือนคลาดเคลื่อน
00:03:04 → 00:03:09อันนี้ก็จะมีผลเรื่องของการดูแลการตั้งครรภ์ ว่าอายุครรภ์จริง ๆ นี่มันเท่าไหร่
00:03:09 → 00:03:12อันถัดมานะคะ หลายคนจะสงสัยว่า
00:03:12 → 00:03:14การมาฝากท้องนี่มันทำอะไร
00:03:14 → 00:03:19แต่ละไตรมาสนี่ คุณหมอดูแลคุณแม่ แล้วก็น้องที่อยู่ในท้องอย่างไรบ้าง
00:03:19 → 00:03:21ก็เริ่มตั้งแต่ไตรมาสแรกกันเลยนะครับ
00:03:21 → 00:03:23เดี๋ยวก่อน ไตรมาสแบ่งอย่างไร
00:03:23 → 00:03:24ไตรมาสแบ่งอย่างไร
00:03:25 → 00:03:29โดยปกตินี่ การตั้งครรภ์ เราก็จะ คำนวณง่าย ๆ คือประมาณ 9 เดือน
00:03:29 → 00:03:30ค่ะ
00:03:30 → 00:03:32เพราะฉะนั้น แบ่งออกเป็น 3 ไตรมาส
00:03:32 → 00:03:34ไตรมาสละ 3 เดือน
00:03:34 → 00:03:38เพราะฉะนั้น ไตรมาสแรก คือ 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์นะครับ
00:03:38 → 00:03:44ซึ่งในช่วง 3 เดือนแรกนี่ ก็ตีเสียว่าประมาณถึง 12 สัปดาห์นะครับ
00:03:44 → 00:03:50แต่ว่าในบางกรณี ก็อาจจะรวมไปถึง 14 สัปดาห์
00:03:50 → 00:03:51ในช่วงแรกนะครับ
00:03:52 → 00:03:54คล้าย ๆ อย่างที่เราพูดกันไปก็คือ
00:03:54 → 00:03:57- ยืนยันตำแหน่ง - ใช่ ยืนยันตำแหน่ง
00:03:57 → 00:04:01แล้วก็ดูจำนวนอะไรอย่างนี้เป็นต้นนะครับ
00:04:01 → 00:04:04เรื่องของการคัดกรองต่าง ๆ ก็มีความสำคัญ
00:04:04 → 00:04:09ก็จะเป็น หนึ่ง เรื่องของธาลัสซีเมีย เป็นโลหิตจางแบบหนึ่ง
00:04:09 → 00:04:12- จางแบบถ่ายทอดทางพันธุกรรม - ทางพันธุกรรมนะครับ
00:04:12 → 00:04:16สองก็คือเรื่องของความผิดปกติของโครโมโซม หรือสายพันธุกรรม
00:04:16 → 00:04:20ก็คือดูว่าโครโมโซมลูกผิดปกติหรือเปล่า เป็นการคัดกรอง
00:04:20 → 00:04:20ครับ
00:04:20 → 00:04:24สามก็คือเป็นการคัดกรองเกี่ยวกับ เรื่องของผลเลือด
00:04:25 → 00:04:31โรคเลือดที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอด ทางเพศสัมพันธ์หรือทางเลือด
00:04:31 → 00:04:32โรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์
00:04:32 → 00:04:33ใช่ แล้วก็...
00:04:33 → 00:04:36ที่สามารถถ่ายทอดไปสู่ทารกในครรภ์ได้ด้วย
00:04:36 → 00:04:40จากแม่เป็นลูกได้ เช่น HIV ซิฟิลิส นะครับ
00:04:41 → 00:04:44แล้วก็ตัว Hepatitis B ไวรัสตับอักเสบบี
00:04:44 → 00:04:48อาจจะมีเพิ่มเติมอย่างอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับ เรื่องของประวัติอะไรอย่างนี้ด้วยนะครับ
00:04:48 → 00:04:52การคัดกรองเบาหวานในช่วงตั้งครรภ์
00:04:52 → 00:04:58ซึ่งก็จะมีตรวจครั้งแรกในช่วงที่ คนไข้มาฝากครรภ์ครั้งแรก
00:04:58 → 00:05:01แล้วก็ดูค่าความเข้มข้นของเลือด
00:05:01 → 00:05:04ว่ามีเรื่องของภาวะโลหิตจาง ขาดธาตุเหล็กอะไรไหม
00:05:04 → 00:05:09อันนี้ก็จะเป็นหลัก ๆ เบื้องต้น
00:05:09 → 00:05:12พูดถึงเรื่องของไตรมาสที่ 1 บ้างนะครับ
00:05:12 → 00:05:14ช่วงแรกของการตั้งครรภ์ ถามน้องเล็งดีกว่า
00:05:14 → 00:05:17ว่าตอนนั้นมีอาการอย่างไรบ้าง แพ้ท้องเยอะไหมครับ
00:05:17 → 00:05:18อุ๊ย หนัก
00:05:19 → 00:05:20- หนัก - หนักเลยค่ะ
00:05:20 → 00:05:22ตอนไตรมาสแรกนี่
00:05:22 → 00:05:27อ้วกเยอะมาก คือพอเข้าสัปดาห์ที่ 7-8
00:05:27 → 00:05:28อ้วกแบบ...
00:05:29 → 00:05:31- คือตอนนั้นแบบเข็ดไปเลย - รับประทานอะไรไม่ค่อยได้
00:05:31 → 00:05:36คือจริง ๆ คือคุณแม่บางคนจะรู้สึก รู้สึกว่าไม่อยากกินอะไร
00:05:36 → 00:05:37โอ้ เบื่ออาหาร
00:05:37 → 00:05:40- ใช่ แต่ส่วนตัวของตัวเล็งเอง - อยากกิน
00:05:40 → 00:05:41อยากกิน
00:05:41 → 00:05:41เพราะว่าตะกละ
00:05:42 → 00:05:45ตะกละ เป็นคนตะกละอยู่แล้ว
00:05:45 → 00:05:47เข้าใจครับ ไม่ต้องเล่าก็ได้ เข้าใจ
00:05:47 → 00:05:48แล้วพอกินปุ๊บ
00:05:48 → 00:05:51สักพักมันจะแบบ…มันจะอ้วกง่าย
00:05:51 → 00:05:52ตอนแรกนึกว่าเป็นโรคกระเพาะ
00:05:52 → 00:05:55เพราะว่าดูในทีวีไง จะแบบ…
00:05:55 → 00:05:57- นางเอกเป็นไง มันจะ... - มันเหม็นไหม
00:05:58 → 00:06:00หรือมันไม่ได้เหม็น มันแค่คลื่นไส้เฉย ๆ
00:06:00 → 00:06:02ไม่ได้เหม็น คือจะรู้สึกคลื่นไส้
00:06:02 → 00:06:05ช่วงนั้นมันจะมีเพลงนึง ข้างบ้านชอบเปิด
00:06:05 → 00:06:06อา...
00:06:06 → 00:06:08แล้วมาเปิดตอนที่อ้วกพอดี
00:06:08 → 00:06:11แล้วอ้วกทีไร ก็จะเปิดเพลงนี้ตลอด
00:06:11 → 00:06:14- จนถึงตอนนี้พอได้ยินเพลงนี้ - ข้างบ้านรู้ (หัวเราะ)
00:06:14 → 00:06:16จนถึงทุกวันนี้ มันขยาดไปเลย
00:06:17 → 00:06:18แต่โชคดีที่เป็นคนตะกละ
00:06:19 → 00:06:21- ก็เลยกินได้ กินได้ - กินได้เยอะ
00:06:21 → 00:06:22พอกินแล้วก็ออก
00:06:22 → 00:06:25จำได้ว่าช่วง 3-4 เดือนแรก ลดน้ำหนักลง
00:06:25 → 00:06:25อืม
00:06:26 → 00:06:28เพราะฉะนั้น คุณแม่บางคนจะกังวลมากว่า
00:06:28 → 00:06:32ตายแล้ว ฉันกินแล้วฉันอ้วกตลอด สารอาหารจะไม่ไปเลี้ยงลูก
00:06:32 → 00:06:32โอ้
00:06:33 → 00:06:36ซึ่งจริง ๆ แล้วเด็ก ๆ ในช่วงไตรมาสแรก
00:06:37 → 00:06:38อาจจะยังไม่ได้สร้างกล้ามเนื้อ
00:06:38 → 00:06:40เขายังไม่ต้องการอะไรมากขนาดนั้น
00:06:40 → 00:06:46แล้วโดยธรรมชาติ เขาก็จะสามารถดึงเอาสารอาหารไปใช้ได้
00:06:46 → 00:06:46เก่ง ๆ
00:06:46 → 00:06:50ถ้าเกิดว่าคุณแม่ไม่ได้แบบว่า สุขภาพแย่มากจริง ๆ
00:06:50 → 00:06:53หรือว่าทุพโภชนาการ
00:06:53 → 00:06:55แล้วตอนนั้นคุณหมอให้ยา
00:06:55 → 00:06:57ก็ใช้หลายตัวเหมือนกัน
00:06:57 → 00:07:00- ยาแก้อาเจียนใช้ไป 3-4 ขนาด - ยาแก้แพ้ท้อง แก้อาเจียน
00:07:00 → 00:07:00ครับ
00:07:00 → 00:07:02สุดท้ายก็ต้องกินยาโรคกระเพาะผสม
00:07:02 → 00:07:04กินรวดเดียว 3-4 ตัว
00:07:04 → 00:07:05ก็ยังไม่ค่อยดีขึ้น
00:07:05 → 00:07:06โอ้
00:07:06 → 00:07:09บางทีฮอร์โมนเราก็ชนะทุกสิ่ง
00:07:09 → 00:07:11แต่ก็ต้องกินเพราะรู้สึกว่า พอกินแล้ว มันเหมือนจะดีขึ้น
00:07:11 → 00:07:13- มันก็ดีขึ้นนิดนึง - ไม่งั้นก็อ้วกตลอดเวลา
00:07:13 → 00:07:14มันก็จะช่วยบรรเทาอาการเนอะ
00:07:14 → 00:07:18มันก็จะมีแบบ…ยากลุ่มแก้แพ้ท้อง
00:07:18 → 00:07:20ซึ่งอาจจะทำให้ง่วงนอน
00:07:20 → 00:07:22ก็มีข้อดีตรงที่อาจจะได้หลับพักผ่อน
00:07:22 → 00:07:25- ง่วงแล้วหลับไปเลย ใช่ ๆ - ใช่ แต่ว่าก็ทำงานไม่ได้
00:07:25 → 00:07:28แล้วก็ยากลุ่มที่แก้อาเจียนโดยตรงนะครับ
00:07:29 → 00:07:33แล้วก็อาจจะเสริมกลุ่มเกี่ยวกับ โรคยากระเพาะอาหารเข้าไป
00:07:33 → 00:07:36ขึ้นอยู่กับว่า อาจจะมีเรื่องของกลุ่มอาการกรดไหลย้อนขึ้น
00:07:36 → 00:07:38ใช่ บางคนเป็นด้วย
00:07:38 → 00:07:39ใช่ เพราะว่าฮอร์โมนการตั้งครรภ์
00:07:39 → 00:07:42อาจจะทำให้เหมือนเป็น กรดไหลย้อนได้ง่ายขึ้นด้วย
00:07:43 → 00:07:45- หูรูดต่าง ๆ มันคลายตัวเนอะ - ใช่
00:07:45 → 00:07:45โอเคครับ
00:07:45 → 00:07:48เพราะฉะนั้น คุณแม่ไม่ต้องตกใจ เป็นสิ่งที่เจอได้
00:07:48 → 00:07:50ส่วนตัวนี่ โอ้โฮ แพ้ท้องยาว
00:07:50 → 00:07:52แต่ไม่ถึงกับต้องนอนโรงพยาบาล
00:07:52 → 00:07:54ไม่ ไม่ขนาดนั้น
00:07:54 → 00:07:57- ซึ่งบางคนค่ะ อ้วก… - รุนแรงมาก
00:07:57 → 00:07:59พอกินไม่ได้ อันนั้นจะขาดสารอาหาร ขาดน้ำด้วยซ้ำ
00:07:59 → 00:08:00ขาดน้ำ ขาดสารอาหาร
00:08:00 → 00:08:02ก็เลยต้องมาโรงพยาบาลเพื่อแบบ...
00:08:02 → 00:08:06อาจจะต้องแอดมิด แล้วก็ให้ยาประคับประคอง ให้น้ำเกลือช่วงหนึ่ง
00:08:06 → 00:08:08พอเริ่มดีขึ้น ก็อาจจะให้กลับบ้านไป
00:08:08 → 00:08:11ปัญหาอย่างอื่น ก็อาจจะเช่น
00:08:11 → 00:08:16อาจจะมีเลือดออกกะปริบกะปรอย ในช่วงการตั้งครรภ์แรก ๆ ได้
00:08:16 → 00:08:21ถ้าไม่แน่ใจ ก็อาจจะต้องให้คุณหมอตรวจดูเช็กดู
00:08:21 → 00:08:26ทีนี้อาหารสำหรับคุณแม่ ที่มีเรื่องของการแพ้ท้อง
00:08:27 → 00:08:30ตอนนั้นนี่ ได้รับคำแนะนำยังไงบ้างไหมเอ่ย
00:08:30 → 00:08:31แล้วมันไม่สำเร็จไป
00:08:31 → 00:08:33คือโดยทั่วไปนี่ เราก็จะแนะนำว่า
00:08:34 → 00:08:37ให้รับประทานอาหารจืด ๆ แห้ง ๆ
00:08:37 → 00:08:41แล้วก็อาจจะรับประทานพวกแครกเกอร์ ของกรอบ ๆ อะไรอย่างนี้
00:08:41 → 00:08:45ที่มันไม่ได้มีรสชาติรุนแรงมากนัก
00:08:45 → 00:08:46รับประทานง่าย ๆ
00:08:46 → 00:08:48โอเค อาหารอ่อนย่อยง่ายนี่มีส่วน
00:08:48 → 00:08:51ถ้ากินเป็นพวกอาหารย่อยยาก มันก็จะอยู่ในกระเพาะนาน
00:08:51 → 00:08:54แล้วก็จะยิ่งทำให้แบบ…พร้อมอ้วกได้ตลอดเวลา
00:08:54 → 00:08:58ตอนนั้นใช้วิธีว่า คิดถึงเมนูอันไหนแล้วอยากกิน
00:08:58 → 00:08:59แต่ไม่ได้อยากกินอะไรแปลก ๆ
00:08:59 → 00:09:01ไม่ ส่วนตัวไม่มี
00:09:01 → 00:09:05ที่พี่กี้ถามเพราะว่า คนไข้บางคนหรือคุณแม่บางคนฝากท้อง
00:09:05 → 00:09:08มาฝากท้องแล้วรู้สึกอยากกินอะไรแปลก ๆ เช่น อยากกินดิน
00:09:08 → 00:09:10หรืออยากกินถ่าน อยากกินสบู่
00:09:10 → 00:09:10ใช่
00:09:10 → 00:09:11[หัวเราะ]
00:09:11 → 00:09:14บางคนอยากกินสิ่งที่ไม่ใช่อาหาร
00:09:14 → 00:09:16ซึ่งเจอได้
00:09:16 → 00:09:18มันเกิดจากฮอร์โมนตั้งครรภ์
00:09:18 → 00:09:20แล้วเขาบอกว่า มันเป็นเหมือนสัญญาณอย่างหนึ่งว่า
00:09:20 → 00:09:22- ร่างกายขาดธาตุเหล็ก - ขาดสารอาหาร
00:09:22 → 00:09:23ขาดสารอาหารบางตัว
00:09:23 → 00:09:27อันนั้นก็ให้บอกคุณหมอ เพื่อคุณหมอจะได้ให้ยาบางตัว
00:09:27 → 00:09:31ที่จะใช้ช่วยประคับประคอง ให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
00:09:31 → 00:09:34ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือว่าในไตรมาสแรกนี่
00:09:34 → 00:09:37คุณหมอก็อาจจะยังไม่ได้ให้ ยาบำรุงเลือดที่มีธาตุเหล็ก
00:09:37 → 00:09:39หรือว่าพวกแคลเซียมอะไรอย่างนี้นะครับ
00:09:39 → 00:09:42เพราะว่ายังแพ้ท้องเยอะ
00:09:42 → 00:09:44แล้วก็มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร
00:09:44 → 00:09:47ซึ่งตัวธาตุเหล็กหรือแคลเซียมพวกนี้
00:09:47 → 00:09:51มันก็อาจจะมีผลในการรบกวน ระบบทางเดินอาหาร
00:09:51 → 00:09:54- ทำให้ท้องอืด - ใช่ ก่อให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ง่าย
00:09:54 → 00:09:56ท้องอืดได้ง่ายนะครับ
00:09:56 → 00:09:57ท้องผูกได้ง่าย
00:09:57 → 00:10:02- เพราะฉะนั้น ก็อาจจะรอให้คุณแม่... - อาการพวกนี้ดีขึ้น
00:10:02 → 00:10:03ใช่ แล้วก็อายุครรภ์มากขึ้น
00:10:03 → 00:10:07เพราะฉะนั้นนี่ สำหรับคุณแม่ไตรมาสแรก
00:10:07 → 00:10:09ก็อาจจะมีเรื่องของแพ้ท้องนะครับ
00:10:09 → 00:10:13เรื่องของการดูแลตัวเอง หรือว่าการพยายามที่จะบำรุงครรภ์นี่
00:10:14 → 00:10:16- อาจจะ... - ยังไม่จำเป็น
00:10:16 → 00:10:17ใช่ ขึ้นอยู่กับกรณี
00:10:17 → 00:10:19ถ้าเกิดว่ายังแพ้ท้องเยอะนะครับ
00:10:20 → 00:10:21อาการรุนแรงมาก
00:10:21 → 00:10:23รับประทานอะไรไม่ได้เลย ขาดน้ำ อย่างนี้
00:10:23 → 00:10:25ก็อาจจะต้องไปพบแพทย์นะครับ
00:10:26 → 00:10:29เพื่อรักษาอาการนั้น อาการแพ้ท้องรุนแรงนะครับ
00:10:29 → 00:10:32แต่ถ้าเกิดว่ายังพอรับประทานได้อยู่นะครับ
00:10:33 → 00:10:36ก็ในช่วงนี้นี่ก็คือ รับประทานอาหารได้ตามปกติ
00:10:36 → 00:10:39แล้วก็รับประทานตัวโฟลิกที่คุณหมอให้ไป
00:10:39 → 00:10:40ไม่ต้องกลัวในแง่ว่า
00:10:41 → 00:10:46รับประทานไม่ค่อยได้ ลูกจะไม่เจริญเติบโต ไม่ได้รับสารอาหาร ไม่ต้องกลัว
00:10:46 → 00:10:47เอ้า จบไตรมาสแรก
00:10:47 → 00:10:53เข้าสู่ไตรมาสที่ 2 ซึ่งไตรมาสที่ 2 นี่ เราจะดูแลอะไรยังไงให้กับคุณแม่
00:10:53 → 00:10:56ที่ตั้งครรภ์ในช่วงนี้บ้างนะคะพี่กี้
00:10:56 → 00:10:59ทีนี้พอเข้ามาช่วงของไตรมาสที่ 2
00:10:59 → 00:11:05เราก็จะเริ่มให้ยาบำรุงเลือด ที่มีส่วนของธาตุเหล็กนะครับ
00:11:05 → 00:11:07แล้วก็แคลเซียมนะครับ
00:11:08 → 00:11:14ในเรื่องของเขาเรียกว่าการทดแทนแคลเซียม ให้มีปริมาณเพียงพอ
00:11:14 → 00:11:16แล้วก็บำรุงกระดูกคุณแม่นะครับ
00:11:16 → 00:11:19ซึ่งอันนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละกรณีด้วย
00:11:19 → 00:11:23ขึ้นอยู่กับว่าคุณแม่รับประทานอาหาร ที่มีแคลเซียมเพียงพอหรือเปล่า
00:11:23 → 00:11:30ซึ่งอาหารที่มีแคลเซียมนี่ก็จะได้แก่ พวกนม ปลาเล็กปลาน้อย ชีส อะไรแบบนี้ครับ
00:11:30 → 00:11:31ผลิตภัณฑ์จากนมต่าง ๆ
00:11:31 → 00:11:35ซึ่งจริง ๆ แล้วอาหารไทยส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อย
00:11:36 → 00:11:37ไม่ค่อยมีแคลเซียมเยอะเท่าไหร่
00:11:37 → 00:11:41ถ้าเราพิจารณาแล้วไม่เพียงพอ ก็อาจจะให้แคลเซียมเสริม
00:11:41 → 00:11:42ครับ
00:11:42 → 00:11:45แต่ว่าผลเสียของแคลเซียมก็คือ ท้องอืด
00:11:46 → 00:11:46ใช่
00:11:46 → 00:11:49แล้วก็อาจจะรบกวนการดูดซึมของธาตุเหล็ก
00:11:49 → 00:11:52เพราะฉะนั้นอาจจะต้องรับประทานคนละเวลา
00:11:52 → 00:11:54อย่างเช่น รับประทานธาตุเหล็กตอนเช้า
00:11:54 → 00:11:56รับประทานแคลเซียมตอนเย็น หลังอาหารทั้งคู่
00:11:56 → 00:11:58- ให้แยกจากกัน - ใช่ ๆ
00:11:58 → 00:12:01ปัญหาอีกอย่างหนึ่งของตัวแคลเซียมคือ
00:12:01 → 00:12:05บางคนกินแล้วท้องอืด ก็จะมาถามว่า ดื่มนมแทนได้ไหม
00:12:05 → 00:12:05จริง ๆ ได้เนอะ
00:12:06 → 00:12:07จริง ๆ ได้ครับ
00:12:07 → 00:12:10ถ้าเกิดว่าปกติดื่มนมได้ ไม่แพ้นมวัวอะไรอย่างนี้
00:12:10 → 00:12:12ก็สามารถดื่มนมได้
00:12:12 → 00:12:15แต่ก็...ปริมาณก็ไม่ควรมากเกินเหมือนกัน
00:12:15 → 00:12:20ซึ่งคือเขา…มันก็เหมือนมีวิจัยนะว่า ถ้าคุณแม่ที่ไม่เคยดื่มนมวัวมาก่อน
00:12:20 → 00:12:21ก็ไม่แนะนำให้ดื่ม
00:12:21 → 00:12:23แล้วมากินนมวัวอย่างเดียวตอนตั้งครรภ์นี่
00:12:23 → 00:12:28เขาบอกว่าลูกก็จะมีอัตราการเสี่ยง กับการแพ้นมวัวมากขึ้น
00:12:28 → 00:12:30แล้วแต่ว่าเป็นคนที่ทานอยู่แล้ว
00:12:30 → 00:12:32- ก็กินต่อได้ ไม่มีปัญหา - ก็เป็นแหล่งหนึ่ง ใช่
00:12:32 → 00:12:35หรือว่าเป็นนมถั่วเหลืองก็พอช่วยได้ครับ
00:12:35 → 00:12:36ส่วนตัวก็กินนมถั่วเหลือง
00:12:37 → 00:12:40จริง ๆ กินนมวัวอยู่แล้ว แต่ว่าเราก็กลัวลูกแพ้
00:12:40 → 00:12:41ก็เลยกินนมถั่วเหลือง
00:12:41 → 00:12:45กินเช้ากล่อง เย็นกล่อง เพราะว่าตอนนั้น ก็ยังแพ้ท้องอยู่ต่อเนื่อง
00:12:45 → 00:12:47กินแคลเซียมไม่ได้เลย
00:12:47 → 00:12:48ธาตุเหล็กก็กินไม่ได้
00:12:48 → 00:12:51ก็เลยกินนมเสริมเอา
00:12:52 → 00:12:56ก็จะเป็นกรณีศึกษาสำหรับ ผู้ที่มีอาการแพ้ท้องรุนแรง
00:12:56 → 00:12:58แพ้เยอะ แพ้ยาวจริง ๆ
00:12:58 → 00:12:58ครับ
00:12:59 → 00:13:01แล้วก็ในช่วงของไตรมาสที่ 2
00:13:02 → 00:13:04ในทางการแพทย์ที่สำคัญก็คือในเรื่องของ
00:13:04 → 00:13:10การตรวจอัลตราซาวด์ เพื่อดูความผิดปกติของทารกในครรภ์
00:13:10 → 00:13:13ซึ่งก็จะเป็นช่วงที่เขามี การสร้างอวัยวะต่าง ๆ ครบแล้ว
00:13:14 → 00:13:18อย่างสักประมาณ 20 สัปดาห์ น้องก็จะหนักสักประมาณ 300 กรัม
00:13:18 → 00:13:21โครงสร้างต่าง ๆ นี่ คล้าย ๆ คนตัวเล็ก ๆ แล้ว
00:13:21 → 00:13:25- มีเล็บ มีอะไร - ตัวจิ๋ว ๆ เริ่มเห็นมือ เห็นหน้าบางส่วน
00:13:25 → 00:13:27- ถูกต้อง - แขนขาเริ่มเห็นชัดเจนขึ้น
00:13:27 → 00:13:32เพราะฉะนั้น ทางอัลตราซาวด์ เราก็จะสามารถ มองเห็นอวัยวะภายนอกอวัยวะภายในได้
00:13:33 → 00:13:34ได้ชัดเจนขึ้น
00:13:34 → 00:13:37แล้วก็ถ้าเกิดว่ามีความผิดปกติอะไรที่รุนแรง
00:13:38 → 00:13:39ก็สามารถตรวจพบได้
00:13:39 → 00:13:41รวมถึงเรื่องของการวินิจฉัยก่อนคลอด
00:13:41 → 00:13:46ในกรณีที่มีผลคัดกรองที่ผิดปกติ
00:13:46 → 00:13:48จริง ๆ การวินิจฉัยก่อนคลอดนี่
00:13:48 → 00:13:51สามารถทำได้ตั้งแต่ไตรมาสแรกแล้ว
00:13:51 → 00:13:52แต่ทำไมไม่ทำคะ
00:13:52 → 00:13:55ก็ถ้าเกิดว่าสร้างตั้งแต่ไตรมาสแรก
00:13:55 → 00:13:57เราก็สามารถจะเลือกทำได้
00:13:57 → 00:13:59เราอาจจะเลือกตรวจตั้งแต่ไตรมาสแรก
00:13:59 → 00:14:01ซึ่งเป็นวิธีเจาะชิ้นเนื้อรก
00:14:01 → 00:14:03หรือไปตรวจไตรมาส 2
00:14:03 → 00:14:05ครับ ซึ่งก็จะเป็นเรื่องของการเจาะน้ำคร่ำ
00:14:05 → 00:14:10ก็สำหรับการตรวจคัดกรองภาวะ ดาวน์ซินโดรมในไตรมาสแรก
00:14:10 → 00:14:12- หรือโครโมโซมผิดปกติ - ใช่
00:14:12 → 00:14:14คือจริง ๆ เราจะใช้ชื่อว่า
00:14:14 → 00:14:18การตรวจคัดกรองความผิดปกติของ โครโมโซมหรือสารพันธุกรรม
00:14:18 → 00:14:20แต่ว่าหลัก ๆ เลย
00:14:20 → 00:14:23ตัวที่มีความแม่นยำสูงที่สุด ก็คือเรื่องของดาวน์ซินโดรม
00:14:24 → 00:14:28เพราะฉะนั้นก็มีอีกชื่อหนึ่งว่า การตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรม
00:14:28 → 00:14:30ซึ่งการตรวจคัดกรองนี่
00:14:30 → 00:14:33มันก็จะมีทั้งช่วงไตรมาสแรก แล้วก็ช่วงไตรมาสที่ 2
00:14:33 → 00:14:37ส่วนใหญ่ก็คือจะคัดกรองในช่วง 11-13 สัปดาห์ 6 วัน
00:14:37 → 00:14:40- ตีสักประมาณ 11-14 สัปดาห์ - ใช่
00:14:40 → 00:14:41ในช่วงไตรมาสที่ 2
00:14:42 → 00:14:46ถ้าเกิดว่าไตรมาสแรกไม่ได้ทำการตรวจคัดกรอง
00:14:46 → 00:14:49ไม่ได้ทำการตรวจวินิจฉัย
00:14:49 → 00:14:52ก็จะมีอีกช่วงหนึ่งที่สามารถทำได้ ก็คือช่วงไตรมาสที่ 2
00:14:52 → 00:14:55เป็นการเจาะเลือด แต่ว่าตรวจคนละตัวกับช่วงไตรมาสแรก
00:14:55 → 00:14:56ก็คือแล็บคนละแล็บ
00:14:56 → 00:14:56อืม
00:14:56 → 00:14:58- แต่มันมีหลาย… - สารเคมีคนละตัว
00:14:58 → 00:14:59ใช่ ๆ
00:14:59 → 00:15:05ทีนี้มันก็อาจจะมีการตรวจคัดกรอง เรื่องของภาวะคลอดก่อนกำหนด
00:15:05 → 00:15:10วัดความยาวของตัวปากมดลูกเพิ่มเติมว่า
00:15:10 → 00:15:14ใครมีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน โดยพิจารณาร่วมกับประวัติด้วยอะไรอย่างนี้
00:15:14 → 00:15:18อันถัดมาก็เป็นเรื่องของโภชนาการ ช่วงไตรมาสที่ 2
00:15:18 → 00:15:22ช่วงไตรมาสที่ 2 จริง ๆ นี่ คุณแม่ก็จะเริ่มรับประทานได้มากขึ้นนะครับ
00:15:22 → 00:15:25สำหรับการรับประทานอาหารที่แนะนำ
00:15:25 → 00:15:29จริง ๆ จะคล้ายคลึงกับ การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพให้ดี
00:15:29 → 00:15:32นั่นก็คือว่ารับประทานอาหารให้ครบทุกหมวดหมู่
00:15:32 → 00:15:36ลดแป้ง น้ำตาลนะครับ
00:15:36 → 00:15:37ลดให้สัดส่วนน้อยลง
00:15:37 → 00:15:39แล้วก็งดอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ
00:15:39 → 00:15:41ใช่ครับ
00:15:41 → 00:15:46นอกจากนั้นก็คือรับประทานผักผลไม้เยอะขึ้น ดื่มน้ำเยอะ ๆ
00:15:46 → 00:15:47อันนี้สำคัญ
00:15:47 → 00:15:47ครับ
00:15:47 → 00:15:52เพราะว่าคุณแม่จะสังเกตว่า ตัวเองจะเริ่มท้องผูกมากขึ้น
00:15:52 → 00:15:53ถูกต้อง
00:15:53 → 00:15:57เพราะว่าร่างกายจะเริ่มกักเก็บน้ำมากขึ้น
00:15:57 → 00:15:59พอกักเก็บนานมากขึ้น อึก็จะแข็ง
00:16:00 → 00:16:02พออึแข็ง ก็ทำให้ถ่ายลำบากมากขึ้น
00:16:02 → 00:16:02ครับ
00:16:02 → 00:16:06ดังนั้นการกินอาหารพวกกากใย หรือว่าดื่มน้ำเยอะ ๆ
00:16:06 → 00:16:10ก็จะช่วยทำให้การขับถ่ายคล่องขึ้น ไม่เป็นริดสีดวง
00:16:10 → 00:16:12ริดสีดวงจะได้ไม่ตามมา
00:16:12 → 00:16:15ซึ่งก็จะเป็นบ่อยเลยนะ ช่วงคนท้องนี่ ริดสีดวงนะครับ
00:16:16 → 00:16:18อีกอันคือเรื่องกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
00:16:18 → 00:16:21ช่วงตั้งครรภ์นี่ มันจะเพิ่มความเสี่ยงอยู่แล้วนะครับ
00:16:21 → 00:16:24เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่าดื่มน้ำไม่เพียงพอ
00:16:24 → 00:16:29อั้นปัสสาวะ มันก็มีโอกาสที่จะเกิด เรื่องของกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
00:16:29 → 00:16:30หรือกรวยไตอักเสบตามมา
00:16:30 → 00:16:35ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของการตั้งครรภ์ ของการคลอดก่อนกำหนดอะไรอย่างนี้ด้วย
00:16:35 → 00:16:37ส่วนถ้าต้องการรายละเอียดมากกว่านี้
00:16:37 → 00:16:40ก็ไปติดตามที่รายการ Food Choice
00:16:40 → 00:16:43ตอน อาหารบำรุงครรภ์ตามไตรมาส
00:16:43 → 00:16:44ทางช่อง Mahidol Channel เหมือนกัน
00:16:44 → 00:16:47ถูกต้อง ขายของ
00:16:48 → 00:16:50- ไตรมาส 3 ไตรมาสสุดท้าย - ไตรมาส 3
00:16:50 → 00:16:55ครับผม ก็ช่วงนี้การเจริญเติบโต ของทารกในครรภ์ก็จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
00:16:55 → 00:16:56ตัวใหญ่เร็วเลย
00:16:56 → 00:16:5930 สัปดาห์ก็ได้สักประมาณ 1.5 กิโลกรัม
00:16:59 → 00:17:011.3-1.5 กิโลกรัม อย่างน้อย 1.3 กิโลกรัม
00:17:01 → 00:17:02อย่างน้อย 1.3 กิโลกรัมครับ
00:17:02 → 00:17:08แล้วก็ถ้าเกิดว่าช่วงประมาณ 34-35 สัปดาห์ ก็จะประมาณ 2.5 กิโลกรัมแล้ว
00:17:08 → 00:17:10ประมาณ 2 กิโลกรัมกว่า ๆ แล้ว
00:17:10 → 00:17:11ใช่ครับ
00:17:11 → 00:17:13- คือตามเกณฑ์ปกติ - ถูกต้อง
00:17:13 → 00:17:16เพราะฉะนั้น ในช่วงของไตรมาสที่ 3
00:17:16 → 00:17:25ส่วนใหญ่ที่คุณหมอจะค่อนข้างแนะนำ ระมัดระวังก็คือเรื่องของการคลอดก่อนกำหนด
00:17:25 → 00:17:30เพราะฉะนั้น อาการที่จะต้องสังเกตก็คือ อาการเจ็บครรภ์
00:17:30 → 00:17:31เจ็บครรภ์เป็นอย่างไร
00:17:31 → 00:17:32เจ็บครรภ์เป็นอย่างไร เจ็บครรภ์...
00:17:32 → 00:17:33เคยเจ็บไหม
00:17:34 → 00:17:35ไม่เคย
00:17:35 → 00:17:38แล้วมาถามฉันทำไม
00:17:38 → 00:17:41เธอจะต้องบอกสิ ผู้เคยมีอาการเจ็บครรภ์
00:17:41 → 00:17:43เจ็บท้อง เคย ๆ
00:17:43 → 00:17:45ถ้าคุณแม่ที่ไม่เคยตั้งครรภ์ ไม่เคยเจ็บท้องมาก่อน
00:17:45 → 00:17:47จะรู้สึกคล้าย ๆ ปวดท้องเมน
00:17:47 → 00:17:47อา...
00:17:47 → 00:17:50จะปวดบีบ แล้วก็คลาย
00:17:50 → 00:17:52- บีบแล้วก็คลาย
00:17:52 → 00:17:54ยิ่งบางคน พอท้องใหญ่ขึ้นค่ะ
00:17:54 → 00:17:55เขาเรียกว่าเจ็บครรภ์เตือน
00:17:56 → 00:17:58จะมีบีบแล้วก็คลาย มันจะหน่วง
00:17:58 → 00:18:01บีบจากข้างบนแล้วก็หน่วงลงข้างล่าง ใช่
00:18:01 → 00:18:05แล้วก็สิ่งที่บ่งบอกว่าเริ่มไม่โอเคแล้วคือ จะสม่ำเสมอ
00:18:05 → 00:18:08บีบคลาย บีบคลาย บีบคลาย
00:18:08 → 00:18:11ถ้าเป็นนาน ๆ ที เช่น ครึ่งชั่วโมงเป็นทีนึง
00:18:11 → 00:18:14เป็น ๆ หาย ๆ นอนพักแล้วหายไปอะไรอย่างนี้
00:18:14 → 00:18:16อันนี้เขาเรียกว่าอาจจะเป็นเตือน ใช่
00:18:16 → 00:18:20แต่ถ้าสม่ำเสมอทุก 5-10 นาที นอนพักแล้วมันมา
00:18:20 → 00:18:22อันนั้นเราก็ต้องไปโรงพยาบาล
00:18:22 → 00:18:23ถี่ขึ้น แรงขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ
00:18:23 → 00:18:28- หรือว่ามีมูกเลือด มีน้ำเดิน - ออกจากช่องคลอด
00:18:28 → 00:18:30น้ำเดินนี่ต้องเตือนอีกนิดนึง
00:18:30 → 00:18:33- เพราะว่าน่าจะเคย - ปัสสาวะเยอะ?
00:18:33 → 00:18:36บางคนน้ำเดินนี่ ดูหนังเยอะไง
00:18:36 → 00:18:39หมายถึงว่า ละครเรา เวลาน้ำเดินที
00:18:40 → 00:18:44เดิน ๆ โอ๊ะ...คุณอภิสิทธิ์ น้ำ...ออกมา
00:18:44 → 00:18:46- บางคนไม่ได้เยอะขนาดนั้น - ไม่ได้เยอะขนาดนั้น
00:18:46 → 00:18:49มันจะเป็นลักษณะเป็นน้ำ ๆ เปื้อนทางช่องคลอดก็มี
00:18:49 → 00:18:53แล้วคนไข้ก็จะนึกว่า น้ำเดินต้องเยอะแบบในหนัง
00:18:53 → 00:18:55- บางคนก็ไม่เยอะมาก - บางคนไม่เยอะ
00:18:55 → 00:19:00ซึ่งมันจะเป็นน้ำเหมือนคล้าย ๆ ปัสสาวะ ที่ออกมาจากช่องคลอดโดยที่เราไม่รู้ตัว
00:19:01 → 00:19:04- บางคนไม่แน่ใจก็มาตรวจดีกว่า - ครับ
00:19:04 → 00:19:07แล้วไม่จำเป็นว่าต้องครรภ์ครบกำหนด ถึงจะมีน้ำเดิน
00:19:07 → 00:19:13บางคนอายุครรภ์ 30 สัปดาห์ 32 สัปดาห์ ก็อาจจะมีน้ำเดินก่อนกำหนดได้
00:19:13 → 00:19:13ใช่
00:19:13 → 00:19:14ซึ่งอันนี้เป็นภาวะที่อันตราย
00:19:14 → 00:19:18ครับ เพราะฉะนั้นมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง ในสามอย่างนี้
00:19:18 → 00:19:21- หนึ่ง เจ็บท้องสม่ำเสมอ - เจ็บท้อง
00:19:21 → 00:19:23สอง มีน้ำเดิน
00:19:23 → 00:19:27สาม มีมูกเลือดออกทางช่องคลอดนะครับ
00:19:27 → 00:19:29บางคนจะแถมว่าลูกไม่ดิ้น
00:19:29 → 00:19:30ลูกไม่ดิ้น
00:19:30 → 00:19:34ทีนี้เมื่อไหร่ถึงจะบอกว่าลูกไม่ดิ้น ลูกจะไม่ได้ดิ้นตลอดเวลาถูกไหม
00:19:34 → 00:19:40เพราะฉะนั้น โดยทั่วไปถ้าเกิดว่า ไม่ได้เป็นครรภ์ความเสี่ยงสูง
00:19:40 → 00:19:43เราก็จะให้นับง่าย ๆ วันนึงให้ได้ 10 ครั้งนี่ถือว่าโอเคแล้ว
00:19:43 → 00:19:45Count to Ten ใช้คำว่า Count to Ten
00:19:45 → 00:19:48อันแรกก่อน เราจะรู้เมื่อไหร่ว่าลูกดิ้น
00:19:48 → 00:19:51เพราะถ้าไตรมาสแรก เดินไปหาหมอบอกว่าลูกไม่ดิ้น
00:19:51 → 00:19:54หมอเชิญกลับบ้านเลย
00:19:54 → 00:19:56ถ้ารู้สึกว่าลูกดิ้นนี่ หมอจะแปลกใจ
00:19:56 → 00:19:58อาจจะให้ส่งไปอีกแผนกนึง
00:19:58 → 00:19:59ครับ
00:19:59 → 00:20:03ส่วนใหญ่นี่ก็จะเริ่มรู้สึกลูกดิ้น ขึ้นอยู่กับท้องแรกท้องหลัง
00:20:03 → 00:20:05ท้องหลังก็จะรู้สึกเร็วกว่านิดนึงนะครับ
00:20:05 → 00:20:09เอาโดยประมาณคือประมาณ 5 เดือน 20 สัปดาห์
00:20:09 → 00:20:12ก็มักจะ…ไม่ว่าจะท้องแรกท้องหลัง จะเริ่มรู้สึกแล้วนะครับ
00:20:12 → 00:20:17แต่ว่าท้องหลังนี่ ก็อาจจะแบบสัก 18-19 สัปดาห์บางทีก็เริ่มรู้สึก
00:20:17 → 00:20:19อันนี้ขึ้นอยู่กับผนังหน้าท้องคนไข้ด้วย
00:20:19 → 00:20:26คือถ้าคนไข้ผอม ลูกดิ้นนิดนึง ก็จะรู้สึกได้เร็วอะไรอย่างนี้
00:20:26 → 00:20:29แล้วก็ที่บอกว่า ครรภ์ท้องหลังจะรู้สึกได้เร็วเพราะว่า
00:20:29 → 00:20:32คุณแม่มีประสบการณ์ รู้ว่าอันนี้ลูกดิ้นลูกตอด
00:20:32 → 00:20:36จำไว้ว่าจะเริ่มรู้ว่าลูกดิ้นประมาณ 5 เดือน สำหรับท้องแรก
00:20:36 → 00:20:39ท้องหลังก็จะประมาณ 17-18 สัปดาห์
00:20:39 → 00:20:39ถูกต้อง
00:20:39 → 00:20:42แต่บางคนถ้าผนังหน้าท้องหนาก็เคยเจอ
00:20:42 → 00:20:44นานกว่านั้นก็เป็นไปได้
00:20:44 → 00:20:45กลับมาที่อาการที่ต้องมา
00:20:45 → 00:20:46ครับ
00:20:46 → 00:20:48อันสุดท้ายก็คือเรื่องลูกดิ้นน้อย
00:20:48 → 00:20:48อา...
00:20:48 → 00:20:51วิธีนับ นับ Count to Ten
00:20:51 → 00:20:52ถ้าเกิดไม่ใช่ความเสี่ยงสูง
00:20:52 → 00:20:53ครับ
00:20:53 → 00:20:54แล้วถ้าเป็นความเสี่ยงสูงล่ะคะ
00:20:54 → 00:20:57ความเสี่ยงสูงนี่ เราอาจจะให้นับเป็นกิจจะลักษณะ
00:20:57 → 00:20:59มีการจดบันทึกอะไรอย่างนี้ครับ
00:20:59 → 00:21:05แล้วก็ให้เวลา 2 ชั่วโมง แล้วก็มีการนับอย่างชัดเจนนะครับ
00:21:05 → 00:21:09โดยทั่วไปนี่ก็ได้ประมาณ 10 ครั้ง ภายใน 2 ชั่วโมง
00:21:09 → 00:21:14ทีนี้นี่ อาจจะต้องแยกระหว่างเจ็บท้อง ลูกดิ้น กับลมในลำไส้
00:21:14 → 00:21:15ลำไส้ตีกัน
00:21:15 → 00:21:21แต่ส่วนใหญ่ ถ้าลมในลำไส้กับลูกดิ้นนี่ อาจจะเป็นกรุ๊ปเดียวกันได้
00:21:21 → 00:21:23เพราะว่ามันก็อาจจะแป๊บ ๆ อะไรอย่างนี้
00:21:23 → 00:21:27แต่ว่าพออายุครรภ์มากขึ้นนี่ ก็จะเริ่มรู้สึกแล้วว่า
00:21:28 → 00:21:32ลูกดิ้นนี่มันจะรุนแรงกว่าลมในท้องเยอะมาก ใช่ไหมครับ
00:21:32 → 00:21:33- เพราะเด็กตัวใหญ่ - ใช่
00:21:33 → 00:21:35ดิ้นทีก็แบบ...โอ้โฮ ปึ้กปั้ก ปึ้กปั้ก
00:21:35 → 00:21:40แต่ว่าท้องแข็งนี่ มันจะแบบ…เป็นอยู่นาน แล้วก็เป็นทั่ว ๆ มดลูก
00:21:40 → 00:21:44เป็นสักประมาณเกือบ 1 นาที ตีสักประมาณ 50 วินาที-1 นาทีอะไรอย่างนี้
00:21:44 → 00:21:48มันจะเป็นแบบลักษณะ กล้ามเนื้อมันค่อย ๆ บีบลงมา
00:21:48 → 00:21:50แล้วสักพักก็คลาย
00:21:50 → 00:21:51แล้วก็บีบใหม่
00:21:51 → 00:21:53แต่ลูกดิ้นจะเป็นลักษณะแบบตึ้ก ๆ
00:21:53 → 00:21:57บางทีก็อาจจะต่อเนื่องได้ ขึ้นอยู่กับลีลาของแต่ละคน
00:21:58 → 00:21:59ครับ สำหรับในช่วงไตรมาสที่ 3
00:21:59 → 00:22:04การดูแลครรภ์ก็คือมาฝากครรภ์ตามนัดนี่แหละ
00:22:04 → 00:22:07แล้วก็รับประทานยาที่คุณหมอให้อย่างสม่ำเสมอ
00:22:08 → 00:22:11- สังเกตอาการผิดปกติ - ที่เราบอกไปเมื่อสักครู่ 4 อย่าง
00:22:11 → 00:22:12ครับ
00:22:12 → 00:22:19นอกจากนี้ ในช่วงนี้ก็อาจจะมีความผิดปกติ หรือภาวะแทรกซ้อนบางอย่างที่จะเกิดขึ้นได้
00:22:19 → 00:22:24ในบางกรณี บางท่านอาจจะมีเลือดออกทางช่องคลอด
00:22:24 → 00:22:26ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของรกเกาะต่ำ
00:22:27 → 00:22:28รกเกาะต่ำ เกาะผิดปกติ
00:22:28 → 00:22:29ครับ
00:22:29 → 00:22:35แล้วนอกจากนี้ กลุ่มครรภ์แฝด หรือว่าการตั้งครรภ์ที่มีมากกว่า 1 คน
00:22:35 → 00:22:37ก็อาจจะต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
00:22:37 → 00:22:41สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ ที่มีภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ อย่างเช่น
00:22:41 → 00:22:45เบาหวาน ความดัน มีโรคประจำตัวนะครับ
00:22:45 → 00:22:51อันนี้ก็จะต้องได้รับ การดูแลติดตามอย่างสม่ำเสมอ
00:22:51 → 00:22:53- อย่าง exclusive - ถูกต้อง
00:22:53 → 00:22:57แล้วบางทีก็ไม่ใช่คุณหมอที่ฝากครรภ์ท่านเดียว
00:22:57 → 00:22:59อาจจะมีทางหมออายุรกรรม คุณหมอแผนกอื่นร่วมด้วย
00:22:59 → 00:23:02มาช่วยปรับน้ำตาลหรือความดันร่วมด้วย
00:23:02 → 00:23:04วันนี้ก็น่าจะครบถ้วนกระบวนความ
00:23:04 → 00:23:04ครับ
00:23:04 → 00:23:05สำหรับการฝากครรภ์
00:23:05 → 00:23:11หรือว่าเรื่องราวเกี่ยวกับการฝากท้อง ในตั้งแต่ไตรมาสแรกจนถึงไตรมาสสุดท้าย
00:23:11 → 00:23:14- ครับ โดยเฉพาะสำหรับคุณแม่มือใหม่เนอะ - ใช่
00:23:14 → 00:23:20ก็ใครท่านใดชอบ Content เกี่ยวกับวันนี้นะคะ อย่าลืมกด Like กด Share
00:23:20 → 00:23:24แชร์ไปบนหน้า Feed ตัวเองหรือว่า อาจจะแชร์ให้เพื่อน ๆ ที่กำลังตั้งครรภ์อยู่
00:23:24 → 00:23:29หรือว่าคนที่สนใจให้ได้รู้ข้อมูลกันถ้วนหน้า
00:23:29 → 00:23:34ครับผม แล้วก็ถ้าเกิดว่าอยากจะให้เรา หาคำตอบเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพของผู้หญิง
00:23:34 → 00:23:37เรื่องไหนก็สามารถจะ comment เข้ามา
00:23:37 → 00:23:39หรือ Inbox เข้ามาได้นะคะ
00:23:39 → 00:23:41ก็วันนี้นะคะ เราสองคนก็ขอตัวไปก่อนนะคะ
00:23:41 → 00:23:43เจอกันคลิปหน้านะคะ
00:23:43 → 00:23:44บาย ๆ
00:23:44 → 00:23:48[เสียงดนตรี]
00:23:48 → 00:23:50พบกับรายการ Talk to Her
00:23:51 → 00:23:54คุยทุกเรื่องสุขภาพที่ผู้หญิงควรรู้
00:23:54 → 00:23:56ที่ Mahidol Channel Podcast
00:23:56 → 00:23:59ผ่านช่องทาง Facebook Mahidol Channel
00:23:59 → 00:24:01YouTube Mahidol Channel
00:24:01 → 00:24:02Apple Podcasts
00:24:02 → 00:24:03Spotify
00:24:03 → 00:24:04Anchor
00:24:05 → 00:24:05Joox
00:24:06 → 00:24:08ดำเนินรายการโดยสูตินรีแพทย์
00:24:08 → 00:24:13จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
00:24:15 → 00:24:17ความรู้ทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้
00:24:18 → 00:24:19มหาวิทยาลัยมหิดล
00:24:19 → 00:24:20ปัญญาของแผ่นดิน