00:00:01 → 00:00:04ภูมิแพ้ฤดูฝนโรคที่เกิดจากสภาพอากาศ
00:00:04 → 00:00:08เปลี่ยนรู้ทันป้องกันก่อนป่วยรู้จักความ
00:00:08 → 00:00:12แตกต่างระหว่างภูมิแพ้ฤดูฝนและไข้หวัด
00:00:12 → 00:00:16พร้อมวิธีการรักษาโดยการแพทย์ยุค
00:00:16 → 00:00:20ใหม่ชวนรับประทาน 6 กลุ่มอาหารช่วยต้าน
00:00:20 → 00:00:23โรคภูมิแพ้ติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ใน
00:00:23 → 00:00:26รายการที่ He วันนี้
00:00:26 → 00:00:31[เพลง]
00:00:31 → 00:00:34สวัสดีค่ะขอต้อนรับเข้าสู่รายการ TNN
00:00:34 → 00:00:37Health เข้าถึงทุกสาระสุขภาพเสริมภูมิ
00:00:37 → 00:00:40คุ้มกันรู้ทันโรคไปกับ tean and Health
00:00:40 → 00:00:42ค่ะและดิฉันหมอดาวแพทย์หญิงชัดดาวจัง
00:00:42 → 00:00:46วังกรแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ครอบครัว
00:00:46 → 00:00:48พร้อมที่จะรับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ
00:00:48 → 00:00:53พาคุณผู้ชมมาเข้าถึงสาระสุขภาพดีๆกันค่ะ
00:00:53 → 00:01:04[เพลง]
00:01:04 → 00:01:07สำหรับสัปดาห์นี้ค่ะคุณผู้ชมเราจะมารู้
00:01:07 → 00:01:11จักกับโรคนะคะที่มาพร้อมกับฤดูฝนค่ะนั่น
00:01:11 → 00:01:17ก็คือรู้ทันโรคภูมิแพ้ฤดูฝนอ่อนแอก็แพ้ไป
00:01:17 → 00:01:21หลายคนนะคะสงสัยว่ามันมีโรคนี้ด้วยหรือคำ
00:01:21 → 00:01:24ตอบคือมีค่ะภูมิแพ้นะคะไม่ใช่แค่เรื่อง
00:01:24 → 00:01:28ราวของการที่คุณเนี่ยจะเป็นโรคประจำตัว
00:01:28 → 00:01:30หรือว่าโรคที่ติดมาแต่เกิดนะคะคะแต่อาจจะ
00:01:30 → 00:01:33มาจากฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงก็ได้ไปฟัง
00:01:33 → 00:01:37พร้อมๆกันค่ะภูมิแพ้ฤดูฝนเกิดจากอะไรโดย
00:01:37 → 00:01:40ทั่วไปแล้วการเกิดโรคภูมิแพ้ฤดูฝนจำแนก
00:01:40 → 00:01:44ได้ 2 สาเหตุใหญ่ๆดังนี้ 1 สภาพอากาศที่
00:01:44 → 00:01:47เปลี่ยนแปลงเช่นอุณหภูมิและความชื้นที่ไป
00:01:47 → 00:01:49กระตุ้นอาการของผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ทำ
00:01:49 → 00:01:52ให้เยื่อบุโพรงจมูกเกิดการอักเสบซึ่งส่ง
00:01:52 → 00:01:55ผลให้ประสิทธิภาพในการกรองสิ่งแปลกปลอมใน
00:01:55 → 00:01:58อากาศและการปรับอุณหภูมิอากาศก่อนเข้าสู่
00:01:58 → 00:02:02หลอดลมหรือบบทางเดินหายใจลดลง 2 สารก่อ
00:02:02 → 00:02:06ภูมิแพ้ที่เพิ่มขึ้นมากับละอองฝนและลมที่
00:02:06 → 00:02:09ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายตอบสนองโดย
00:02:09 → 00:02:13การหลั่งซารเคมีที่เรียกว่าฮิสตามีนออกมา
00:02:13 → 00:02:15ซึ่งสารตัวนี้จะไปกระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้
00:02:15 → 00:02:19หรือหอบหืดได้สำหรับสารที่ก่อให้เกิดภูมิ
00:02:19 → 00:02:23แพ้ได้แก่ไร่ฝุ่นเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก
00:02:23 → 00:02:26อาศัยอยู่ตามบริเวณที่มีการสะสมของฝุ่น
00:02:26 → 00:02:28หรืออยู่ตามเครื่องนอนโดยไร่ฝุ่นนั้น
00:02:28 → 00:02:31สามารถเติบโตได้ดีในช่วงหน้าฟนที่มีความ
00:02:31 → 00:02:35ชื้นสูงซึ่งมูนของไรฝุ่นเป็นสาเหตุของการ
00:02:35 → 00:02:38เกิดภูมิแพ้เมื่อหายใจเข้าไปจะทำให้ระบบ
00:02:38 → 00:02:41ภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานหนักและมีการ
00:02:41 → 00:02:44ผลิตแอนติบอดี้เพื่อต่อต้านารอันตรายทำ
00:02:44 → 00:02:48ให้เกิดภาวะภูมิแพ้จากไรปุ่นอีกเรื่องนึง
00:02:48 → 00:02:51ค่ะคือเส้นขนของสัตว์ไม่ว่าจะเป็นน้องหมา
00:02:51 → 00:02:54น้องแมวนะคะสุนัขแมวที่ท่านเลี้ยงไว้นั้น
00:02:54 → 00:02:57อาจจะทำให้เราเป็นโรคภูมิแพ้ฤดูฝนได้โดย
00:02:57 → 00:03:00ที่เราไม่รู้ตัวเลยค่ะเส้นคนนะคะจะมีการ
00:03:00 → 00:03:03ผลัดค่ะของสัตว์เหล่านี้โดยที่ตัวที่ทำ
00:03:03 → 00:03:06ให้เกิดภูมิแพ้ก็คือเกิดจากน้ำลายของ
00:03:06 → 00:03:09สัตว์ที่เขาค่ะจะเลียขนตัวเองและเมื่อ
00:03:09 → 00:03:13เลียที่ขนแล้วและขนหลุดนะคะร่วงไปละอองขน
00:03:13 → 00:03:17ต่างๆค่ะก็จะทำให้เกิดภูมิแพ้ในคนได้สปอ
00:03:17 → 00:03:20เชื้อราเกิดจากเชื้อราที่เติบโตได้ดีใน
00:03:20 → 00:03:24ที่ที่มีความชื้นโดยเฉพาะบริเวณใต้พรมและ
00:03:24 → 00:03:27ประตูไม้ที่เป็นแหล่งสะสมของเชื้อราโดย
00:03:27 → 00:03:30ไม่ทันได้สังเกตขณะเดียวกันสปเชื้อราจะ
00:03:30 → 00:03:33ลอยไปในอากาศและเข้าสู่ร่างกายผ่านการหาย
00:03:33 → 00:03:36ใจทางจมูกกระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้ซึ่งภูมิ
00:03:36 → 00:03:40แพ้จากเชื้อราสามารถเกิดขึ้นได้ทุกฤดูแต่
00:03:40 → 00:03:43ผู้ที่มีความอ่อนไวต่อโรคมักมีอาการ
00:03:43 → 00:03:47กำเริบในช่วงหน้าฝนละอองเกสรที่ลอยมากับ
00:03:47 → 00:03:50ฝนซึ่งหลายคนอาจคิดว่าละอองเกสรของพืชมัก
00:03:50 → 00:03:53จะหายไปในเวลาที่ฝนตกแต่ความจริงแล้วค่ะ
00:03:53 → 00:03:58ดรสลสวแพทย์และหัวหน้าแผนกแห่งหน่วยโรค
00:03:58 → 00:03:59ภูมิแพ้อิมมูโนวิทยา
00:03:59 → 00:04:02และโรคข้อ University at Buffalo ใน new
00:04:02 → 00:04:06york ได้อธิบายว่าละอองเกสรสามารถแตกตัว
00:04:06 → 00:04:09ได้เมื่อกระทบกับเม็ดฝนและลอยกระจายไปใน
00:04:09 → 00:04:12อากาศเมื่อฝนหยุดตกนอกจากนี้แพทย์ด้าน
00:04:12 → 00:04:15ภูมิแพ้ยังกล่าวว่าละอองพืชเป็นอันตราย
00:04:15 → 00:04:19มากสำหรับคนที่เป็นโรคหอบหืนอาการของโรค
00:04:19 → 00:04:24ภูมิแพ้ฤดูฝนได้แก่อาการของภูมิแพ้ฤดูฝน
00:04:24 → 00:04:26โดยทั่วไปผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้จากสภาพ
00:04:26 → 00:04:29อากาศที่เปลี่ยนแปลงหรือช่วงที่มีฝนตก
00:04:29 → 00:04:32อาการมักจะคล้ายกับภูมิแพ้ทั่วไปซึ่งอาจ
00:04:32 → 00:04:35เกิดขึ้นได้แม้เราจะไม่ได้อยู่ในจุดที่
00:04:35 → 00:04:37เสี่ยงต่อการเป็นภูมิแพ้โดยอาการของโรค
00:04:37 → 00:04:41ภูมิแพ้ฤดูฝนจำแนกเป็น 2 ระดับคือ 1
00:04:41 → 00:04:45อาการทั่วไปคัดจมูกน้ำมูกไหลไอจามเจ็บคอ
00:04:45 → 00:04:49มีเสมหะระคายเคืองตาน้ำตาไหล 2 อาการ
00:04:49 → 00:04:52รุนแรงใต้ตาบวมคล้ำผิวหนังอักเสบมีผืน
00:04:52 → 00:04:56ขึ้นแน่นหน้าอกหายใจติดขัดพูดลำบากทั้ง
00:04:56 → 00:04:59นี้เราประมาทกับสิ่งที่เรียกว่าภูมิแพ้
00:04:59 → 00:05:01ฤดูฝนไม่ได้ค่ะเพราะประเทศไทยมีฝนตก
00:05:01 → 00:05:05เฉลี่ยมากถึง 200 วันหรือเกินครึ่งปีด้วย
00:05:05 → 00:05:08เหตุนี้จึงทำให้เราสามารถเกิดอาการภูมิ
00:05:08 → 00:05:11แพ้อากาศได้ง่ายกว่าที่คิดซึ่งหากไม่มี
00:05:11 → 00:05:13การป้องกันอาจนำไปสู่การเป็นภูมิแพ้เรื้อ
00:05:13 → 00:05:17รังหรือพัฒนาไปเป็นโรคห่อผืดและไซนัส
00:05:17 → 00:05:20อักเสบได้ซึ่งอาการรุนแรงมากกว่าภูมิแพ้
00:05:20 → 00:05:23นะคะหากไม่ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดอาจ
00:05:23 → 00:05:26เป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต
00:05:26 → 00:05:29ได้รู้ทันกันไปแล้วนะคะว่าอาการของโรค
00:05:29 → 00:05:32ภูมิแพ้ฤดูฝนเป็นอย่างไรและในช่วงนี้นะคะ
00:05:32 → 00:05:36เรายังพูดคุยกันเรื่องของรู้ทันโรคภูมิ
00:05:36 → 00:05:39แพ้ฤดูฝนอ่อนแอร์ก็แพ้ไปค่ะและในช่วงนี้
00:05:39 → 00:05:41นะคะเราได้รับเกียรติจากแพทย์ผู้เชี่ยว
00:05:41 → 00:05:45ชาญมาไขข้อข้องใจในเรื่องของโรคภูมิแพ้
00:05:45 → 00:05:47ฤดูฝนกันมาก
00:05:47 → 00:05:51ขึ้นสวัสดีค่ะอาจารย์ขอเริ่มที่คำถามแรก
00:05:51 → 00:05:53เลยนะคะ
00:05:53 → 00:06:00[เพลง]
00:06:00 → 00:06:03เราจะแยกความแตกต่างระหว่างภูมิแพ้ฤดูฝน
00:06:03 → 00:06:06กับไข้หวัดได้อย่างไรคะ 2 โรคนี้เหมือน
00:06:06 → 00:06:08กันหรือไม่คะอาจารย์สำหรับภูมิแพ้ฤดูฝน
00:06:08 → 00:06:11กับโรคของไข้หวัดนะคะจริงๆก็มีความเหมือน
00:06:11 → 00:06:14แล้วก็ความแตกต่างกันเล็กน้อยไข้หวัดนะคะ
00:06:14 → 00:06:16เป็นการเจ็บป่วยค่ะเพราะฉะนั้นอาการหลัก
00:06:16 → 00:06:19ก็ย่อมต้องมีไข้ค่ะก็จะเป็นไข้ต่ำๆเป็นจน
00:06:19 → 00:06:23ถงไข้สูงตัวรุมๆค่ะวันละอุณหภูมิเกิน 37.5
00:06:23 → 00:06:26องศค่ะรวมกับมีอาการอ่อนเพลียปวดเมื่อย
00:06:26 → 00:06:29กล้ามเนื้อร่วมกันได้นะคะแต่ว่าไข้หวัด
00:06:29 → 00:06:30เองเนี่ยก็จะมีความคล้ายคลึงกับโรคภูมิ
00:06:31 → 00:06:33แพ้ฤดูฝนตรงที่ก็จะมีเรื่องของอาการทาง
00:06:33 → 00:06:36เดือนหายใจค่ะทางเดือนหายใจส่วนต้นก็คือ
00:06:36 → 00:06:38การที่มีน้ำมูกน้ำมุกเป็นได้ตั้งแต่น้ำ
00:06:38 → 00:06:40มุกใสน้ำมุกขุ่นไปจนถึงน้ำมุกเหลืองเขียว
00:06:40 → 00:06:44เลยทีเดียวค่ะแล้วก็คัดจมูกจามแต่ว่าไข้
00:06:44 → 00:06:46หวัดเนี่ยมักจะมีอาการไปได้ทั้งวันเลยนะ
00:06:46 → 00:06:48คะไม่เปี่ยนไม่เกี่ยวกับการที่มีอากาศ
00:06:48 → 00:06:52เปลี่ยนแปลงค่ะร่วมกับมีอาการไอค่ะคันคอ
00:06:52 → 00:06:55ระคายคอไปจนถึงเจ็บคอแล้วก็คอแดงได้ค่ะ
00:06:55 → 00:06:57เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่ามีอาการของไข้หวัด
00:06:57 → 00:07:00เนี่อาจจะต้องกินยาแล้วก็หยุดงานนะคะส่วน
00:07:00 → 00:07:04อาการภูมิแพ้หน้าฝนค่ะอาการภูมิแพ้น้าฝน
00:07:04 → 00:07:06ขึ้นชื่ออยู่แล้วว่าเป็นภูมิแพ้ทุกคนเข้า
00:07:06 → 00:07:09ใจกันว่าถ้าเป็นภูมิแพ้ก็คือการที่ร่าง
00:07:09 → 00:07:12กายเรามีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น
00:07:12 → 00:07:15ที่มากกว่าปกติมากกว่าคนทั่วไปค่ะเกิดจาก
00:07:15 → 00:07:18การที่ถูกสิ่งกระตุ้นประเภทสารก่อภูมิแพ้
00:07:18 → 00:07:21สารก่อระคายเคืองค่ะโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้า
00:07:21 → 00:07:24ภูมิแพ้หน้าฝนก็คือการที่อาการเปลี่ยน
00:07:24 → 00:07:26แปลงในช่วงหน้าฝนหน้าหนาวหรือช่วงที่มี
00:07:26 → 00:07:28อากาศเปลี่ยนแปลงของวันหรืออากาศเปลี่ยน
00:07:28 → 00:07:32แปลงตามช่วงฤดูค่ะอาการของภูมิแพ้ฤดูฝนนะ
00:07:32 → 00:07:34คะมีความคล้ายคึงกับไข้หวัดตรงที่มีคัด
00:07:34 → 00:07:38จมูกคันจมูกแต่ว่าอาการจามเนี่ยมักจะจาม
00:07:38 → 00:07:40ได้ทั้งวันจามได้เยอะมากจามติดกันหลายๆ
00:07:40 → 00:07:43ครั้งน้ำมูกส่วนใหญ่จะเป็นน้ำมูกใสนะคะ
00:07:43 → 00:07:45น้ำมูกส่วนใหญ่จะเป็นช่วงเช้าหรือช่วง
00:07:45 → 00:07:47เย็นหรือว่าช่วงที่มีอากาศเปลี่ยนแปลงของ
00:07:47 → 00:07:50ในช่วงวันค่ะอาการคันตาเนี่ยเป็นอาการ
00:07:50 → 00:07:53หลักๆของภูมิแพ้ฤดูฝนค่ะอาการคันตานั้น
00:07:53 → 00:07:56นอกจากจะคันตาแล้วยังอาจมีผืนขึ้นรอบดวง
00:07:56 → 00:07:59ตาระคายตาแล้วก็ขยิบตาบ่อยได้ด้วยค่ะแล้ว
00:08:00 → 00:08:02ก็มีอาการไอที่คล้ายกันนะคะไอแบบไอระคาย
00:08:02 → 00:08:06คอไอน้ำมูกไหลลงคอค่ะแต่ก็ไม่ได้จำเป็นจะ
00:08:06 → 00:08:08ต้องมีเสมหะหรืออาการเจ็บคอเหมือนกันเป็น
00:08:08 → 00:08:11ไข้หวัดค่ะนอกจากนั้นยังมีอาการของทาง
00:08:11 → 00:08:13เดินหายใจส่วนล่างได้อาการของทางเดินหาย
00:08:13 → 00:08:16ใจส่วนล่างก็คือการที่เรามีแน่นหน้าอกหาย
00:08:16 → 00:08:19ใจไม่สะดวกหายใจลำบากไปจนถึงหายใจมีเสียง
00:08:19 → 00:08:22บีทไม่ว่าจะเป็นช่วงวันหรือช่วงกลางคืน
00:08:22 → 00:08:24แต่ส่วนใหญ่แล้วจะมีอาการในช่วงกลางคืน
00:08:24 → 00:08:27ค่ะสุดท้ายคืออาการของระบบผิวหนังค่ะภูมิ
00:08:27 → 00:08:30แพ้ฤดูฝนอาจจะมีอาการผื่นคันขึ้นตามตัว
00:08:30 → 00:08:33ค่ะเป็นผื่นสากผื่นแดงแล้วก็ค่อนข้างคัน
00:08:33 → 00:08:37รวมถึงบางคนอาจจะเป็นลมพิษได้นะคะภูมิแพ้
00:08:37 → 00:08:42ฤดูฝนพบได้ในคนกลุ่มใดคะมีผลมาจากกรรม
00:08:42 → 00:08:45พันธ์หรือเปล่าคะจริงๆภูมิแพ้ฤดูฝนพบได้
00:08:45 → 00:08:48ในทุกกลุ่มเลยค่ะได้ตั้งแต่เด็กไปจนถึง
00:08:48 → 00:08:51วัยทำงานไปจนถึงผู้สูงอายุเลยนะคะภูมิแพ้
00:08:51 → 00:08:53ฤดูฝนส่วนหนึ่งเป็นกรรมพันธ์ค่ะแต่ก็มี
00:08:53 → 00:08:56ปัจจัยเรื่องของสิ่งแวดล้อมด้วยถ้าเป็น
00:08:56 → 00:08:58เมื่อก่อนเนี่ยอาจจะเป็นพูดถึงกรรมพันธ์
00:08:58 → 00:09:01ครึ่งนึงสิ่งแวดล้อมครึ่งหนึแต่ในช่วงนี้
00:09:01 → 00:09:03ที่มีการเปลี่ยนแปลงของอากาศหรือ climate
00:09:03 → 00:09:05Change พบว่าสิ่งแวดล้อมมีผลต่อเรื่อง
00:09:05 → 00:09:08ของภูมิแพ้ฤดูฝนมากขึ้นค่ะเพราะว่าอย่าง
00:09:08 → 00:09:11ในประเทศไทยเรามีการเปลี่ยนแปลงของฤดูฝน
00:09:11 → 00:09:13ฤดูหนาวแล้วก็ช่วงเปลี่ยนแปลงอากาศค่อน
00:09:13 → 00:09:16ข้างบ่อยมากๆเลยค่ะคนที่ไม่ได้เป็นโรค
00:09:16 → 00:09:19ภูมิแพ้มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคภูมิแพ้
00:09:19 → 00:09:23ฤดูฝนได้หรือไม่อย่างไรคะขึ้นชื่อของเขา
00:09:23 → 00:09:26คือภูมิแพ้ฤดูฝนนะคะจริงๆก็คือคนที่เป็น
00:09:26 → 00:09:28ภูมิแพ้อากาศนั่นเองโดยที่ภูมิแพ้อากาศ
00:09:28 → 00:09:32ของเราได้ตั้งแต่เยื่อบุตาอักเสบโรงจบุ
00:09:32 → 00:09:34อักเสบจนถึงระบบทางเดินหายใจเพราะฉะนั้น
00:09:34 → 00:09:36คนที่เป็นภูมิแพ้อยู่แล้วจะมีปฏิกิริยา
00:09:36 → 00:09:39ไวยต่อการตอบสนองสารก่อภูมิแพ้สารก่อ
00:09:39 → 00:09:42ระคายเคืองในช่วงฤดูฝนค่ะแต่คนที่ไม่เคย
00:09:42 → 00:09:44เป็นภูมิแพ้มาก่อนก็มีความเสี่ยงจะเป็น
00:09:44 → 00:09:47ได้เหมือนกันนะคะนั่นคือการแพ้สารก่อ
00:09:47 → 00:09:50ระคายเคืองอย่างเช่นฝุ่น PM 2.5 ควันธูป
00:09:50 → 00:09:52ควันบุหรี่หรือท่อไอเสียหรือคาร์บอนบอน
00:09:52 → 00:09:55ออกไซด์นั่นเองค่ะเพราะอะไรเมื่ออากาศแปร
00:09:55 → 00:10:00ปรวนฝนตกลมหนาวมาค่ะคนจึงมักมีอาการภูมิ
00:10:00 → 00:10:02แพ้ที่คนเราเนี่ยค่ะมีอาการภูมิแพ้กำเริบ
00:10:03 → 00:10:05ในช่วงของการเปลี่ยนแปลงอากาศหรือเปลี่ยน
00:10:05 → 00:10:08แปลงของฤดูเพราะว่าการที่เข้าฤดูฝนหรือ
00:10:08 → 00:10:10ฤดูหนาวการเปลี่ยนแปลงอากาศที่เกิดขึ้น
00:10:10 → 00:10:13เร็วนั้นทั้งความชื้นและอุณหภูมิทำให้
00:10:13 → 00:10:16เยื่อบุโพงจมูกเกิดอาการอักเสพได้ง่ายค่ะ
00:10:16 → 00:10:18เมื่อเยื่อบุโพงจมูกเกิดการอักเสบนั้น
00:10:18 → 00:10:21กลไกการป้องกันตัวหรือกลไกการป้องกันของ
00:10:21 → 00:10:24จมูกนั้นเช่นการผลิตน้ำูกจะมีมากขึ้นนั่น
00:10:24 → 00:10:26คือการไวต่อการตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นนั่น
00:10:26 → 00:10:30เองเมื่อการกรองของจมูกไม่ดีค่ะไม่ว่าจะ
00:10:30 → 00:10:32เป็นเชื้อโรคสารก่อภูมิแพ้สารก่อระคาย
00:10:32 → 00:10:35เคืองก็จะเข้าไปในจมูกเราน่ายขึ้นค่ะเรา
00:10:35 → 00:10:37ก็จะเริ่มมีอาการคัดคันจามอย่างที่เห็น
00:10:37 → 00:10:41ขึ้นมาอุณหภูมิเองเมื่อแห้งเกินไปหรือว่า
00:10:41 → 00:10:44ชื้นเกินไปก็จะทำให้หลอดลมเราหรือทางเดิน
00:10:44 → 00:10:47หายใจส่วนล่างของเรามีปฏิกิริยาตอบสนองไว
00:10:47 → 00:10:50เหมือนกันค่ะจึงทำให้เกิดลักษณะของหลอดลม
00:10:50 → 00:10:52ไวหรือหลอดลมอักเสบตามมาได้ง่ายเช่นกัน
00:10:52 → 00:10:56ค่ะสาเหตุที่คนเป็นภูมิแพ้ค่ะอาจารย์ไม่
00:10:56 → 00:10:59ควรซื้อยามารับประทานเองเพราะอะไรคะเพราะ
00:10:59 → 00:11:01จริงๆแล้ว 1 เราต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าเรา
00:11:01 → 00:11:03เป็นภูมิแพ้จริงๆหรือเปล่าหรือเป็นไข้
00:11:03 → 00:11:06หวัดหลังจากนั้นก็ต้องรู้ว่าเนื่องจากว่า
00:11:06 → 00:11:09ยารักษาภูมิแพ้มีหลายขนานมากๆเลยค่ะไม่
00:11:09 → 00:11:13ว่าจะเป็นยากินยาพ่นจมูกเฉพาะที่ค่ะหรือ
00:11:13 → 00:11:16ไปจนถึงยาพ่นค่ะขยายหลอดลมค่ะเพราะฉะนั้น
00:11:16 → 00:11:191 ยากินก่อนเลยตัวยากินเองค่ะก็มีทั้งยา
00:11:19 → 00:11:23กินแก้แพ้ที่ออกฤิสั้นทำให้ง่วงนอนตัวยา
00:11:23 → 00:11:25กินแค่แพ้ที่ออกิยาวตัวนี้ไม่ง่วงนอนค่ะ
00:11:25 → 00:11:28แล้วก็จะปลอดภัยมากกว่าแล้วก็มียากิน
00:11:28 → 00:11:31เฉพาะกลุ่มด้วยค่ะเพราะฉะนั้นยากินเองอ่ะ
00:11:31 → 00:11:34ค่ะควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ค่ะส่วนยาพ่น
00:11:34 → 00:11:36จมูกนั้นสำหรับกลุ่มที่มีอาการที่ค่อน
00:11:36 → 00:11:39ข้างเยอะรุนแรงต่อเนื่องค่ะจำเป็นต้องใช้
00:11:39 → 00:11:41ยาพ้นจมูกเฉพาะที่ซึ่งเป็นสารสเตียรอยด์
00:11:42 → 00:11:44นะคะยิ่งต้องได้รับคำแนะนำค่ะแต่สำหรับคน
00:11:44 → 00:11:47ที่อาการไม่เยอะมากนะคะบางคนสามารถล้าง
00:11:47 → 00:11:50จมูกเป็นประจำทุกวันก็สามารถจะบรรเทา
00:11:50 → 00:11:52อาการได้แล้วค่ะก็ไม่ต้องถึงขั้นกินยา
00:11:52 → 00:11:55หรือใช้ยาพ่นจมูกค่ะหากมีอาการภูมิแพ้ฤดู
00:11:55 → 00:11:59ฝนค่ะแล้วไม่รับประทานยาจะหายเองได้หรือ
00:11:59 → 00:12:03ไม่คะถ้ามีอาการเพคเล็กน้อยอ่าก็คืออาการ
00:12:03 → 00:12:06น้อยกว่า 4 วันต่อสัปดาห์ของคัดคันจามค่ะ
00:12:06 → 00:12:08อาจจะล้างจมูกเป็นประจำค่ะด้วยน้ำเกลือ
00:12:08 → 00:12:110.9% Normal าลายค่ะก็สามารถบรรเทา
00:12:11 → 00:12:14อาการได้แต่ถ้าเกิดอาการของคุณมากค่ะก็
00:12:14 → 00:12:17คือมากกว่า 4 วันต่อสัปดาห์ก็จะต้องเริ่ม
00:12:17 → 00:12:20ใช้ยากินแก้แพ้ค่ะยาพ่นจมูกหรือการใช้ยา
00:12:20 → 00:12:23กลุ่มเฉพาะที่ค่ะสำหรับกลุ่มที่มีอาการ
00:12:23 → 00:12:25น้อยนะคะสามารถบรรเทาอาการได้ด้วยการใช้
00:12:25 → 00:12:28น้ำเกลือล้างจมูกค่ะน้ำเกลือล้างจมูกก็
00:12:28 → 00:12:31คือ 0.9 เ Normal ซาลายค่ะมักจะขายเป็น
00:12:31 → 00:12:34ขวด 100 ซีซีหรือขวดลิตรการล้างจมูกก็คือ
00:12:34 → 00:12:37การใช้ไซลิ้งนะคะดูดน้ำเกลือล้างผ่านจมูก
00:12:37 → 00:12:40ค่ะฉีดน้ำเกลือเข้าไปบนจมูกตรงๆเพื่อชะ
00:12:40 → 00:12:43ล้างสารก่อระคายเคืองสารก่อภูมแพ้หรือน้ำ
00:12:43 → 00:12:45มูกที่มีสารอักเสบออกอีกด้านนึงค่ะแนะนำ
00:12:46 → 00:12:48ให้ล้างเป็นประจำทุกวันอย่างน้อยวันละ 1
00:12:48 → 00:12:50ครั้งก่อนนอนหรือถ้าช่วงไหนน้ำมุกมากก็
00:12:50 → 00:12:52อาจจะล้าง 2 เวลาเป็นช่วงเช้ากับก่อนนอน
00:12:52 → 00:12:55ไปเลยนะคะเพื่อความสะอาดของโรงจมูกเพื่อ
00:12:55 → 00:12:57กำจัดสารกร่อระคายเครื่องแล้วก็กำจัดสาร
00:12:58 → 00:13:01ก่อภูมิแพ้ออกจากร่างกายค่ะเด็กทารกไปจน
00:13:01 → 00:13:03ถึงเด็กโตก็สามารถใช้น้ำเกลือล้างจมูกได้
00:13:03 → 00:13:08นะคะผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ฤดูฝนหากไม่
00:13:08 → 00:13:11รับการรักษาหรือเข้ารับการรักษาที่ล่าช้า
00:13:11 → 00:13:14ค่ะจะส่งผลให้เกิดโรคแทรกซ้อนอะไรได้บ้าง
00:13:14 → 00:13:18คะสำหรับโรคภูมิแพ้ฤดูฝนเนี่ยจริงๆแล้วก็
00:13:18 → 00:13:20ไม่ใช่โรคที่ก่ออันตรายถึงชีวิตนะคะแต่ก็
00:13:21 → 00:13:23เป็นโรคที่ทำให้กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำ
00:13:23 → 00:13:26วันเรามากมายเลยเพราะว่าก่อความรำคาญค่ะ
00:13:26 → 00:13:29อาจจะทำให้เราเสียบุคลิกขาดความมั่นใจค่ะ
00:13:29 → 00:13:32ไปจนถึงทำให้คนตกใจในยุคโควิดของเราอาจจะ
00:13:32 → 00:13:35ทำให้คนตกใจว่าอุ้ยเราเป็นโควิดหรือเปล่า
00:13:35 → 00:13:38ค่ะเพราะฉะนั้นการรักษาอย่างต่อเนื่องถูก
00:13:38 → 00:13:41วิธีจะลดภาวะแทรกซ้อนได้ค่ะการไม่เข้ารับ
00:13:41 → 00:13:45การรักษาหากเป็นอาการของทางเดินหายใจส่วน
00:13:45 → 00:13:48บนก็คืออาการกลุ่มคัดจมูกคันจมูกคันตาตรง
00:13:48 → 00:13:50นี้อาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อแทรกซ้อน
00:13:50 → 00:13:53เป็นหวัดเรื้อรังเป็นไซนัสอักเสบไปจนถึง
00:13:53 → 00:13:56ต่อมอดินอยอักเสบค่ะซึ่งทำให้เกิดการนอน
00:13:56 → 00:14:00กรนแล้วก็รบกวนการนอนได้ค่ะสำหรับไซนัส
00:14:00 → 00:14:02อักเสบเองเมื่อเป็นนานๆก็จะทำให้เกิดการ
00:14:02 → 00:14:05อักเสบอาจจะมีไข้แล้วก็น้ำมุกข้นเขียวตาม
00:14:05 → 00:14:08มาค่ะกลายเป็นโรคเรื้อรังในระยะยาวซึ่งทำ
00:14:08 → 00:14:10ให้เกิดอาการปวดศีรษะปวดตามหน้าจมูกมี
00:14:10 → 00:14:13กลิ่นเหม็นหรือทำให้เราไม่ได้กลิ่นอาหาร
00:14:13 → 00:14:16ก็เป็นไปได้ค่ะสำหรับทางเดินหายใจส่วน
00:14:16 → 00:14:19ล่างถ้าเกิดเรามีอาการแน่นหน้าอกหายใจไม่
00:14:19 → 00:14:22สะดวกบ่อยๆค่ะอาจจะส่งผลกระทบต่อการใช้
00:14:22 → 00:14:24ชีวิตประจำวันของเราไม่ว่าจะเป็นการขึ้น
00:14:24 → 00:14:27บันไดค่ะการออกกำลังกายค่ะซึ่งส่งผลต่อ
00:14:28 → 00:14:31การกินการนอนของของเราในอนาคตด้วยถ้าเกิด
00:14:31 → 00:14:33อาการรุนแรงอาจจะทำให้สมรรถภาพทางปอดของ
00:14:33 → 00:14:36เราลดลงได้ค่ะกลายเป็นโรคปอดเรื้อรังระยะ
00:14:36 → 00:14:39ยาวค่ะแล้วปัจจุบันค่ะอาจารย์มีวิธีการ
00:14:39 → 00:14:43รักษาโรคภูมิแพ้ฤดูฝนด้วยวิธีการใดบ้างคะ
00:14:43 → 00:14:46การรักษาที่ดีที่สุดนะคะ 1 เลยก็คือเรา
00:14:46 → 00:14:49พยายามหลีกเลี่ยงหรือการกำจัดสารก่อภูมิ
00:14:49 → 00:14:52แพ้ค่ะที่เป็นตัวกระตุ้นของเราเนี่ยออก
00:14:52 → 00:14:56ก่อนค่ะถ้าเราแพ้ PM 2.5 แพ้ควันธูปควัน
00:14:56 → 00:14:58บุหรี่เราก็พยายามหลีกเลี่ยงอยู่ในพื้น
00:14:58 → 00:15:00ที่สีเขียวหรือที่ที่มีเครื่องฟอกอากาศ
00:15:00 → 00:15:03หรือการอยู่ในอาคารค่ะนอกนั้นเราคงต้อง
00:15:03 → 00:15:06อาศัยการใช้ยาช่วยตามคำแนะนำของแพทย์นะคะ
00:15:06 → 00:15:09ไม่ว่าจะเป็นยากินแก้แพ้แบบออกฤทธิ์สั้น
00:15:09 → 00:15:12ยากินแก้แพ้แบบออกฤทธิ์ยาวที่ไม่ง่วงนอน
00:15:12 → 00:15:15ยาพ่นจมูกเฉพาะที่แล้วก็ยาพิเศษเฉพาะที่
00:15:15 → 00:15:19ค่ะแต่ในปัจจุบันค่ะเรามีเซรุ่มรักษาภูมิ
00:15:19 → 00:15:21แพ้ที่เรียกว่าอิมมูนเปีซึ่งช่วยให้คุณ
00:15:22 → 00:15:25หายจากภูมิแพ้ฤดูฝนได้ดียิ่งขึ้นด้วยนะคะ
00:15:25 → 00:15:29ผู้ที่มีอาการภุมิแพ้ฤดูฝนนั้นจะมีวิธี
00:15:29 → 00:15:33ป้องกันได้อย่างไรรบ้างคะสำหรับการป้อง
00:15:33 → 00:15:35กันภูมิแพ้ฤดูฝนที่ดีที่สุดค่ะอันที่ 1
00:15:35 → 00:15:38ก็คือการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้สารก่อ
00:15:38 → 00:15:41ระคายเคืองค่ะอันที่ 2 ก็คือล้างจมูกเป็น
00:15:41 → 00:15:44ประจำค่ะด้วยน้ำเกลือ 0.9% Normal ลาย
00:15:44 → 00:15:48ค่ะอันที่ 3 ก็คือใช้ยาตามคำแนะนำของ
00:15:48 → 00:15:51แพทย์ให้เหมาะสมค่ะ 4 ก็คือออกกำลังกาย
00:15:51 → 00:15:53เป็นประจำเพื่อเสริมสร้างภูมิคุกกันของ
00:15:53 → 00:15:56เราให้ดียิ่งขึ้นค่ะขอคำแนะนำจากอาจารย์
00:15:56 → 00:16:00ค่ะในการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงปลอดภัยจาก
00:16:00 → 00:16:04โรคร้ายในช่วงหน้าฝนค่ะเริ่มจากการที่
00:16:04 → 00:16:06หลีกเลี่ยงแล้วก็กำจัดสารก่อภูมิแพ้ค่ะ
00:16:06 → 00:16:08ไม่ว่าจะเป็นสารกรอบภูมิแพ้ในอากาศหรือ
00:16:08 → 00:16:11สารกอระคายเครื่องสำหรับสารกรอบภูมิแพ้
00:16:11 → 00:16:13ที่เราจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงแล้วก็กำจัดก็
00:16:13 → 00:16:16คือ 1 คือไรฝุ่นค่ะเราพบว่าคนไทยแพ้ไร
00:16:16 → 00:16:18ฝุ่นมากที่สุดค่ะซึ่งไรฝุ่นกับการเปลี่ยน
00:16:18 → 00:16:21แปลงของฤดูการเปลี่ยนแปลงของอากาศทำให้
00:16:21 → 00:16:24เกิดอาการของภูมิแพ้ฤดูฝนมากที่สุดการ
00:16:24 → 00:16:26หลีกเลี่ยงรฝุ่นที่ดีที่สุดคือ 1 ซักผ้า
00:16:26 → 00:16:29ปูที่นอนด้วยน้ำร้อนค่ะอุณหภูมิ 5 55-60
00:16:29 → 00:16:33องศของเครือกซักผ้า 2 ใช้ผ้าปูที่นอนกัน
00:16:33 → 00:16:35ไรฝุ่นหรือผ้าทอยยาแัดแ่นค่ะเพื่อไม่ให้
00:16:35 → 00:16:38ไรฝุ่นฟุ้งขึ้นมาในห้องของเรา 3 ทำให้
00:16:38 → 00:16:41ห้องนอนของเรามีอากาศถ่ายเทสะดวกที่สุด
00:16:41 → 00:16:43ค่ะโดยการใช้เครื่องป้ออากาศที่มีระบบการ
00:16:43 → 00:16:47กรองแบบเป้าิตร 4 ก็คือเราจัดอานาบริเวณ
00:16:47 → 00:16:49ห้องนอนเราค่ะให้มีเฟอร์นิเจอร์ที่เก็บ
00:16:49 → 00:16:51กักไรฝุ่นให้น้อยที่สุดพยายามหลีกเลี่ยง
00:16:51 → 00:16:54ม่าหรือพรมที่มีนาหนานะคะแล้วก็ 5 เรา
00:16:54 → 00:16:56อย่ากระโดดเล่นวนที่นอนกันค่ะไลฝุ่นจะได้
00:16:56 → 00:17:00ไม่ฟุ้งแต่สุดท้ายตัวตัวสเปรย์กำจัดไร
00:17:00 → 00:17:02ฝุ่นอาจจะไม่ได้ผลดีเท่าที่ควรใช้เครื่อง
00:17:02 → 00:17:05ดูดไรฝุ่นหรือดูดฝุ่นออกไปเลยดีกว่าค่ะ
00:17:05 → 00:17:08สำหรับสาเหตุที่ 2 ของการที่เราจะมีภูมิ
00:17:08 → 00:17:11แพ้ฤดูฝนนะคะก็คือการที่เราแพ้ละอองหญ้า
00:17:11 → 00:17:14เกสรดอกไม้หรือว่าขนสัตว์ค่ะตรงนี้ก็ต้อง
00:17:14 → 00:17:16เป็นลักษณะการหลีกเลี่ยงแล้วก็การกำจัด
00:17:16 → 00:17:19อย่างเหมาะสมการใช้เครื่องฟ่ออากาศคือการ
00:17:19 → 00:17:22ที่ฝ้ออากาศแล้วดีที่สุดค่ะในการกำจัดสาร
00:17:22 → 00:17:24กร่อภูมิแพ้อื่นๆส่วนสารก่อระคายเคือง
00:17:24 → 00:17:28เช่น PM 2.5 ช่วงไหนที่มี PM 2.5 สูงๆ
00:17:28 → 00:17:31ตรวจค่า aqi ก่อนออกจากบ้านทุกครั้งนะคะ
00:17:31 → 00:17:34ถ้ามีค่า aqi สูงๆพยายามหลีดเลี่ยงการออก
00:17:34 → 00:17:36จากบ้านค่ะถ้าจำเป็นต้องออกนะคะพยายามใส่
00:17:36 → 00:17:38หน้ากากอนามัย 2 ชั้นหรือใช้เครื่องเฟอก
00:17:38 → 00:17:41อากาศแบบพกพาค่ะการอยู่ในอาคารการใช้
00:17:41 → 00:17:43เครื่องเฟอกอากาศระบบ hea Future ก็
00:17:43 → 00:17:46สามารถช่วยในการกำจัด PM 2.5 ได้เช่นกัน
00:17:46 → 00:17:49ค่ะสำหรับคำแนะนำที่ดีที่สุดในการดูแล
00:17:49 → 00:17:52สุขภาพตนเองให้ปลอดภัยจากภูมิแพ้ฤดูฝน
00:17:52 → 00:17:55หรือการดูแลตัวเองในช่วงฤดูฝน 1 ก็คือกิน
00:17:55 → 00:17:58อาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ค่ะโดย
00:17:58 → 00:18:00เฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่มีสารต้านอนุมูล
00:18:00 → 00:18:03อิสระวิตามินบีวิตามินซีและฟิช Oil ค่ะ
00:18:03 → 00:18:06อันที่ 2 ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอค่ะร่าง
00:18:06 → 00:18:09กายเราจะได้มีภูมิต้านทานในการกำจัดเชื้อ
00:18:09 → 00:18:12โรค 3 พยายามที่ทำจิตใจให้ปลอดโปร่งโล่ง
00:18:12 → 00:18:15สบายกำจัดความเครียดให้เหมาะสมแล้วก็อย่า
00:18:15 → 00:18:18ลืมพักผ่อนให้เพียงพอนะคะขอบพระคุณ
00:18:18 → 00:18:20อาจารย์ค่ะที่มาให้ความรู้ความเข้าใจใน
00:18:20 → 00:18:25เรื่องของโรคภูมิแพ้ฤดูฝนค่ะและในช่วงนี้
00:18:25 → 00:18:28นะคะเราจะมารู้จักกับ 6 กลุ่มอาหารที่
00:18:28 → 00:18:32ช่วยตั้โรคภูมิแพ้กัน 1 กลุ่มวิตามินซี
00:18:32 → 00:18:35วิตามินซีมีบทบาทในการป้องกันการหลัง
00:18:35 → 00:18:38ฮิสตามีนซึ่งเป็นสารสำคัญในร่างกายที่ก่อ
00:18:38 → 00:18:41ให้เกิดภูมิแพ้อากาศและการแพ้ต่างๆอาหาร
00:18:41 → 00:18:45เพิ่มวิตามินซีมีในผักใบเขียวเช่นตำลึง
00:18:45 → 00:18:48ผักโขมบรอกโคลี่กะหล่ำปีในผลไม้รสเปรี้ยว
00:18:48 → 00:18:51เช่นสับปะรดส้มสตรอเบอร์รี่มะนาวโดยวัตถุ
00:18:51 → 00:18:54ดิบเหล่านี้สามารถดัดแสลงเมนูได้ตามที่
00:18:54 → 00:18:58คุณต้องการ 2 กลุ่มวิตามินเอช่วยในเรื่อง
00:18:58 → 00:19:00การสร้างเนื้อเยื่อและช่วยเสริมสร้าง
00:19:00 → 00:19:03เยื่อบุต่างๆของร่างกายบรรเทาอากาศเมื่อ
00:19:03 → 00:19:06ได้รับสารกระตุ้นภูมิแพ้ได้อาหารเพิ่ม
00:19:06 → 00:19:09วิตามิน a พบมากในกลุ่มผักผลไม้ที่มีสี
00:19:09 → 00:19:12เขียวเข้มสีส้มหรือสีเหลืองเช่นฟักทอง
00:19:12 → 00:19:15แครอทมะละกอสุกมะม่วงสุกมะเขือเทศเป็นต้น
00:19:15 → 00:19:183 กลุ่มโปรตีนสามารถช่วยสร้างภูมิคุ้ม
00:19:18 → 00:19:21กันร่างกายได้เพราะหน่วยย่อยที่เล็กที่
00:19:21 → 00:19:24สุดของโปรตีนคือกรดอะมิโนซึ่งเป็นสาร
00:19:24 → 00:19:27สำคัญในการนำไปสร้างภูมิคุ้มกันต่างๆ
00:19:27 → 00:19:29อาหารเพิ่มโปรตีนพบมากในเนื้อสัตว์ที่
00:19:29 → 00:19:32เป็นเนื้อล้วนอย่างเนื้ออกไก่เนื้อหมูและ
00:19:32 → 00:19:37ไข่ไก่นอกจากนี้ก็ยังพบได้ในถั่วต่างๆ 4
00:19:37 → 00:19:40กลุ่มโอเมก้า 3 จะช่วยลดการอักเสบเพิ่ม
00:19:40 → 00:19:43พูมคุ้มกันให้ร่างกายและยังสามารถต่อสู้
00:19:43 → 00:19:46กับกลุ่มเชื้อโรคหรือสารแปลกปลอมที่เข้า
00:19:46 → 00:19:49สู่ร่างกายได้เป็นอย่างดีสำหรับอาหาร
00:19:49 → 00:19:51เพิ่มโอเมก้า 3 คุณสามารถเลือกรับประทาน
00:19:51 → 00:19:55ได้จากปลาทะเลน้ำลึกเช่นปลลาทูปลาทูหน้า
00:19:55 → 00:19:58ปลาแซลมอนปลากระพงซึ่งอาหารกลุ่มนี้อาจมี
00:19:58 → 00:20:01ส่วนไปกระตุ้นอาการภูมิแพ้ได้ดังนั้นควร
00:20:01 → 00:20:04ตรวจสอบให้แน่นอนก่อนว่าคุณแพ้อาหารทะเล
00:20:04 → 00:20:07หรือไม่นะคะส่วนกรดไขมันโอเมก้า 3 ก็มี
00:20:07 → 00:20:10ประโยชน์เช่นกันพบมากในเมล็ดทานตะวัน
00:20:10 → 00:20:13เมล็ดฟักทองถั่วเหลืองและผักใบสีเขียว
00:20:13 → 00:20:16เข้มซิลิเนียมซิลิเนียมเป็นสารอาหารค่ะ
00:20:17 → 00:20:19ที่ช่วยในเรื่องของระบบภูมิคุ้มกันช่วย
00:20:19 → 00:20:22กระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น
00:20:22 → 00:20:25ลดอาการการเกิดภูมิแพ้ด้วยสำหรับ
00:20:25 → 00:20:28ซิลิเนียมนะคะจะพบมากในอาหารกลุ่มหอมหอม
00:20:28 → 00:20:29แดง
00:20:29 → 00:20:326 กลุ่มฟลาโวนอยด์สารชนิดนี้เป็นสารต้าน
00:20:32 → 00:20:35อาการแท้และลดการอักเสบช่วยหยับหยงการ
00:20:35 → 00:20:38ปล่อยสารฮิสตินซึ่งเป็นตัวกระตุ้นอาการ
00:20:38 → 00:20:42ภูมิแพ้ได้อาหารเพิ่มลาวนอยพบมากใน
00:20:42 → 00:20:45กระเทียมและพืชตระกูลหอมอย่างหอมหัวใหญ่
00:20:45 → 00:20:49หอมหัวแดงและในแครอทผักกาดหอมแอปเปิลเป็น
00:20:49 → 00:20:52ต้นนอกจากการรับประทานอาหารต้านโรคภูมิ
00:20:52 → 00:20:54แพ้เหล่านี้แล้วอย่าลืมออกกำลังกายพัก
00:20:54 → 00:20:57ผ่อนให้เพียงพอและหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น
00:20:57 → 00:20:59อาการร่วมด้วยเพื่อให้ให้คุณมีร่างกายที่
00:20:59 → 00:21:03แข็งแรงและไกลโรคอย่างแท้จริงค่ะนอกจาก
00:21:03 → 00:21:05นี้นะคะหมอดาวก็ยังมีเทคนิคในการออกกำลัง
00:21:05 → 00:21:08กายว่าจะออกกำลังกายอย่างไรที่จะเอาชนะ
00:21:08 → 00:21:11โรคภูมิแพ้ได้สำหรับคนที่เป็นโรคภูมิแพ้
00:21:12 → 00:21:15นะคะไม่ใช่เพียงแค่ภูมิแพ้หน้าฝนภูมิแพ้
00:21:15 → 00:21:17ทั่วๆไปด้วยค่ะควรเลือกออกกำลังกายชนิด
00:21:17 → 00:21:20แอโรบิซึ่งแอโรบิค่ะหลายคนฟังแล้วจะชวน
00:21:20 → 00:21:24นึกถึงการไปเต้นแอโรบิกลางลานสาธารณะซึ่ง
00:21:24 → 00:21:26ไม่ใช่แค่นั้นค่ะการออกกำลังกายแบบแอโรบิ
00:21:27 → 00:21:29ก็คือการออกกำลังกายที่ทำให้หัวใจเต้น
00:21:29 → 00:21:32สม่ำเสมอการหายใจเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ
00:21:32 → 00:21:35ด้วยซึ่งอย่างน้อยนะคะควรจะต้องออกกำลัง
00:21:35 → 00:21:39กายชนิดแอโรบิค่ะ 30 นาทีนะคะต่อวันและ
00:21:39 → 00:21:42ถ้าจะให้ดีค่ะอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์
00:21:42 → 00:21:46ด้วยค่ะการออกกำลังกายแบบอบิมีดังนี้ 1
00:21:46 → 00:21:51วิ่ง 2 เดินเร็ว 3 ขึ้นลงบันได 4 ว่ายน้ำ
00:21:51 → 00:21:545 ขี่จักรยานฝืดก็คือเป็นจักรยานที่ปรับ
00:21:54 → 00:21:57น้ำหนักได้อย่างเช่นใน Fitness Center
00:21:57 → 00:21:59นะคะหรือศูนย์การออกกำ
00:21:59 → 00:22:046 เตะฟุตบอล 7 เล่นเทนนิส 8 แนิวต้า 9
00:22:04 → 00:22:07บาสเกตบอลนอกจากนี้ดรซาร God fry ผู้
00:22:07 → 00:22:09เขียนหนังสือขายดีติดอันดับของ The New
00:22:09 → 00:22:12York Times อย่าง The Hormone care
00:22:12 → 00:22:16ยังแนะนำการออกกำลังกายทางเลือกเช่นโยคะ
00:22:16 → 00:22:19ชี่กงไทกที่ช่วยเยียวยาโรคภูมิแพ้ว่าการ
00:22:19 → 00:22:23ออกกำลังกายทางเลือกเช่นโยคะช่วยให้ปอดทำ
00:22:23 → 00:22:26งานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งยังช่วย
00:22:26 → 00:22:29ส่งออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆในร่างกาย
00:22:29 → 00:22:31และช่วยเปิดระบบทางเดินหายใจจึงทำให้การ
00:22:31 → 00:22:35หายใจคล่องขึ้นเป็นอย่างไรกันบ้างคะกับ
00:22:35 → 00:22:38สาระสุขภาพดีๆที่ tn นำมาฝากคุณผู้ชมใน
00:22:38 → 00:22:41วันนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณผู้ชมจะ
00:22:41 → 00:22:44สามารถนำสาระสุขภาพดีๆที่ได้ค่ะไปดูแลตัว
00:22:44 → 00:22:48เองและครอบครัวให้มีสุขภาพที่แข็งแรงกัน
00:22:48 → 00:22:51และขอบคุณคุณผู้ชมนะคะที่ติดตามรับชมราย
00:22:51 → 00:22:54การ TE มาโดยตลอดรายการค่ะคุณผู้ชมสามารถ
00:22:55 → 00:22:57ติดตามรับชมรายการ TNN Health ได้เป็น
00:22:57 → 00:23:02ประจำค่ะเวลาดีทุกวันเสาร์ 15:00 น -
00:23:02 → 00:23:0715:30 นที่นี่ TNN ช่อง 16 ที่สำคัญนะคะ
00:23:07 → 00:23:11ต้องไม่ลืมกดไลค์กดแชร์กด Subscribe กด
00:23:11 → 00:23:14ติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้หมอดาวและทีม
00:23:14 → 00:23:17งาน TNN Health ในช่องทางโซเชียล Network
00:23:17 → 00:23:19ต่างๆค่ะไม่ว่าจะเป็น YouTube tiktok
00:23:19 → 00:23:22Instagram Facebook LINE official
00:23:22 → 00:23:25เพื่อที่จะเข้าถึงทุกสาระสุขภาพเสริมภูมิ
00:23:25 → 00:23:28คุ้มกันรู้ทันโรคไปด้วยกันค่ะแล้ววันนี้
00:23:28 → 00:23:31นะคะหมอดาวและรายการ TNN Health ต้องขอ
00:23:31 → 00:23:34ตัวลาคุณผู้ชมไปก่อนสำหรับวันนี้สวัสดี
00:23:34 → 00:23:36ค่ะ
00:23:36 → 00:24:04[เพลง]