ทำไมการเติมน้ำตาลในนมจืดถึงไม่แนะนำ แม้ว่านมจะไม่หวานก็ตาม

5 ข้อต้องระวังก่อนดื่มนมจืด | EP235

จากช่อง : Doctor Top


ดูคำบรรยาย / View Transcript
00:00:0000:00:045 ข้อที่ท่านต้องระวังก่อนที่ท่านจะดื่มนมจืด
00:00:1100:00:14สวัสดีครับ ผมหมอท๊อป และนี่คือ DOCTOR TOP Channel
00:00:1400:00:17รายการสุขภาพที่ทั้งสนุกและมีสาระ
00:00:1800:00:22วันนี้เราจะคุยกันเรื่องของการดื่มนม
00:00:2200:00:265 ข้อที่ท่านต้องระวังก่อนที่ท่านจะดื่มนมจืด
00:00:2600:00:27ก่อนไปอย่าลืมกด Like กด Share
00:00:2700:00:30กด Subscribe และกดกระดิ่ง ขอบคุณครับ
00:00:3000:00:31สำหรับท่านที่มีเวลาน้อย
00:00:3100:00:34ผมขออนุญาตให้กระโดดไปที่ 3 นาทีสุดท้าย ผมสรุปให้เรียบร้อย
00:00:3400:00:37ส่วนท่านที่มีเวลา เราไปพร้อมๆ กันเลย
00:00:3700:00:39สำหรับเรื่องของการดื่มนมจืด
00:00:3900:00:43ต้องบอกว่านมจืดนี้มีประโยชน์มากๆ อยู่แล้ว
00:00:4300:00:49เพียงแต่ว่าถ้าเรารู้ว่าอะไรที่เราต้องระวังและอะไรที่เหมาะสม
00:00:4900:00:50หรือว่าการดื่มแบบไหนที่ดีที่สุด
00:00:5000:00:53เราก็จะยิ่งได้ประโยชน์จากมันแบบสุดๆ
00:00:5300:00:56คราวนี้ก็ต้องขอบคุณข้อมูลจาก สสส
00:00:5600:01:00สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพของประเทศไทย
00:01:0000:01:04ได้ให้ข้อมูลนี้มา ก็ลองค้นหากันดูได้
00:01:0500:01:10สำหรับข้อแรกที่ต้องระวังเลย นั่นก็คือเรื่องของการเติมน้ำตาล
00:01:1000:01:13ต้องบอกก่อนว่าในนมมีน้ำตาลอยู่แล้ว
00:01:1300:01:17แม้จะเป็นนมจืด บางคนบอกให้นมจืดจะไปมีน้ำตาลได้ไง
00:01:1700:01:20บอกนมจืดมีน้ำตาล มีไม่น้อยด้วย
00:01:2000:01:21น้ำตาลนี้มีชื่อว่าน้ำตาลแลคโตส
00:01:2100:01:26ซึ่งเป็นน้ำตาลที่ไม่มีรสหวานนั่นเอง
00:01:2600:01:29พอท่านดื่มไปท่านก็นึกว่าไม่มีน้ำตาล แต่จริงๆ มันมีน้ำตาล
00:01:2900:01:32เพราะฉะนั้นแล้วใครจะดื่มนมเป็นปริมาณมาก
00:01:3200:01:35เพื่ออยากลดความอ้วน เพื่อควบคุมเบาหวาน
00:01:3500:01:40อันนี้อาจจะเป็นแนวทางที่ผิด เพราะฉะนั้นต้องระมัดระวัง
00:01:4000:01:44สิ่งที่จะแนะนำก็คือว่าไม่ควรจะเติมน้ำตาลเพิ่มเข้าไปในนมจืดอีก
00:01:4400:01:49โดยเฉพาะปริมาณมากๆ ก็คือว่ามากกว่า 8 กรัม ต่อนม 100 cc
00:01:4900:01:53นมแก้วนึงมีประมาณ 200 cc 8 กรัม ก็ประมาณ 2 ช้อนชา
00:01:5300:01:58เพราะฉะนั้นถ้า 200 cc ก็ไม่แนะนำให้เติมมากเกินไป 3-4 ช้อนชา
00:01:5800:02:02ไม่แนะนำ คือมันหวานเกินไป น้ำตาลได้เยอะเกินไป
00:02:0200:02:05จากได้ประโยชน์จากนม กลายเป็นว่าได้โทษจากน้ำตาล
00:02:0500:02:09และน้ำตาลที่แนะนำให้ใส่ อยากจะให้ใส่เป็นกลุ่มน้ำตาลทรายแดง
00:02:0900:02:11หรือน้ำตาลอ้อยมากกว่ากลุ่มน้ำตาลขาว
00:02:1100:02:14เพราะว่าน้ำตาลขาวก็ค่อนข้างที่จะ
00:02:1400:02:16ถ้าทานเยอะไปจะมีโทษมากกว่ากลุ่มน้ำตาลทรายแดง
00:02:1600:02:19หรือน้ำตาลอ้อยนั่นเอง ก็ต้องระมัดระวัง
00:02:1900:02:20กินอย่างพอเหมาะพอควร
00:02:2000:02:23วันหนึ่งไม่ควรเกิน 6 ช้อนชานั่นเอง
00:02:2300:02:25และอีกอันนึงที่แนะนำก็คือว่า
00:02:2500:02:30ไม่ควรที่จะเติมน้ำตาลลงไปในนมที่มีความร้อนสูงๆ
00:02:3000:02:34นมที่แนะนำก็คือว่าไม่ควรจะเกิน 40-50 องศาเซลเซียส
00:02:3400:02:37ถ้าเกินแบบนี้ ไม่แนะนำให้เติมน้ำตาลลงไป
00:02:3700:02:41เพราะว่าน้ำตาลเวลาโดนความร้อนมากๆ มันก็จะโดนปฏิกิริยาต่างๆ
00:02:4100:02:44ทำให้สูญเสียคุณค่าของมันและเกิดโทษบางอย่างเกิดขึ้น
00:02:4400:02:47เพราะฉะนั้นก็แนะนำจริงๆ แบบนี้
00:02:4700:02:48เรื่องของการอย่าเติมน้ำตาลมากไป
00:02:4800:02:52และอย่าเติมน้ำตาลในนมที่ร้อนเกินไป
00:02:5200:02:54มาต่อกันที่ข้อที่ 2 บ้าง
00:02:5400:02:57นั่นคือไม่แนะนำให้เติมช็อคโกแลตลงไปในนม
00:02:5700:03:02ถามว่าทำไม เพราะว่าการเติมช็อกโกแลตมากๆ ลงไปในนม
00:03:0200:03:07จะทำให้แคลเซียมในนมไปจัดกับกรดออกซาลิกในช็อกโกแลต
00:03:0700:03:10คือถ้าเกิดนานๆ ทานที ผมคิดว่าคงไม่ได้เป็นอะไรมากมายหรอก
00:03:1100:03:14ก็ทานบ้าง แต่ถ้าเกิดเราต้องเติมช็อกโกแลตลงไปทุกวันๆ
00:03:1400:03:19มันก็จะเกิดการสะสม แคลเซียมบวกกรดออกซาลิก
00:03:1900:03:20เป็นแคลเซียมออกซาลิก
00:03:2000:03:25พวกนี้ก็จะทำให้เรื่องของการดูดซึมแคลเซียมได้น้อยลง
00:03:2500:03:27ก็จะทำให้กระดูกเราไม่แข็งแรง
00:03:2700:03:32อันที่ 2 คือถ้าเกิดมันมีเยอะๆ ก็อาจจะเกิดตกผลึกเป็นนิ่วในไตได้
00:03:3200:03:34เพราะฉะนั้นแล้วอันนี้ก็ต้องระมัดระวัง
00:03:3400:03:39ทานได้ นมใส่ช็อกโกแลตอะไรพวกนี้
00:03:3900:03:42แต่ถ้าทานทุกวันก็ไม่ค่อยแนะนำเท่าไหร่
00:03:4200:03:45ทุกอย่างควรจะทานแบบสลับผลัดเปลี่ยนกันไป
00:03:4500:03:48เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารต่างๆ ที่เหมาะสมนั่นเอง
00:03:4900:03:55มาต่อกันที่ข้อที่ 3 ที่ควรรู้ นั่นคือไม่ควรทานยาพร้อมกับนม
00:03:5500:03:58คือตัวของนมจะไปขัดขวางการดูดซึมของยา
00:03:5800:04:00ถ้าเราต้องการฤทธิ์ของยาเต็มร้อย
00:04:0000:04:02ถ้าเราทานไปพร้อมกับนมอาจจะได้เหลือ 80
00:04:0200:04:04อาจจะได้เหลือ 70 อาจจะได้เหลือ 50
00:04:0400:04:07เพราะฉะนั้นแล้วไม่แนะนำให้ทานยาพร้อมกับนม
00:04:0700:04:12ถ้าจะทานจริงๆ ก็ควรเว้นระยะห่าง 1-2 ชั่วโมง
00:04:1200:04:17เพื่อให้นมไม่ได้คงค้างอยู่ในกระเพาะอาหารออกไปแล้ว
00:04:1700:04:21เราค่อยทานยาเข้าไป แบบนี้จะโอเคมากกว่า ดูดซึมได้ดีกว่า
00:04:2100:04:26มาต่อกันข้อที่ 4 กันบ้าง ข้อควรระวังเมื่อท่านจะดื่มนมจืด
00:04:2600:04:30นั่นก็คือไม่แนะนำให้ต้มนมจืด
00:04:3000:04:33เดือดจนเป็นแบบ 100 องศา แบบนี้ไม่แนะนำเลย
00:04:3300:04:36เพราะว่าอะไร เพราะว่าการต้มนมจนเดือด
00:04:3600:04:39น้ำตาลอย่างที่ผมบอกไปช่วงแรกว่า
00:04:3900:04:43ในนมนี้แม้จะเป็นนมจืด มีน้ำตาลชื่อว่าน้ำตาลแลคโตส
00:04:4300:04:47ซึ่งน้ำตาลตัวนี้ ถ้าเกิดโดนต้มด้วยความร้อนสูงๆ จนเดือด
00:04:4600:04:48อาจจะทำให้น้ำตาลไหม้ได้
00:04:4800:04:50แล้วอย่างที่บอกอะไรก็ตามที่ไหม้
00:04:5000:04:54อะไรก็ตามที่เขาเรียกว่าโดนความร้อนนานเกินไป
00:04:5400:04:56ก็จะเกิดพวกอนุมูลอิสระขึ้น
00:04:5600:05:02สิ่งที่พวกอาจจะทำให้เรามีความเสี่ยงการเป็นมะเร็งต่างๆ มากยิ่งขึ้น
00:05:0200:05:04เพราะฉะนั้นแล้วเราไม่จำเป็นที่จะต้องไปเสี่ยง
00:05:0400:05:07และการต้มนมเดือด 100 องศา มันคงดื่มยาก
00:05:0700:05:09มันร้อนลวกปาก
00:05:0900:05:13นมที่ผมคิดว่ากำลังดื่มกำลังพอเหมาะก็คือสักประมาณ 40 องศา
00:05:1300:05:1640 -50 องศากำลังอุ่นกำลังดี
00:05:1600:05:19อย่าไปต้มให้เดือดมากจนเกินไป
00:05:1900:05:24มาต่อเป็นที่ข้อสุดท้าย ข้อที่ 5 ที่ต้องระมัดระวังคือ
00:05:2400:05:29ไม่ควรเติมน้ำมะนาวหรือน้ำส้มลงในนม
00:05:2900:05:34เพราะกรดในน้ำมะนาวหรือน้ำส้มจะทำลายโปรตีนในนมได้
00:05:3400:05:38ต้องบอกว่าในนมมีสารที่สำคัญมากมาย
00:05:3800:05:41และสารที่สำคัญเป็นอันดับต้นๆ ก็คือโปรตีน
00:05:4100:05:44โปรตีนที่ร่างกายมนุษย์ต้องการต่อวัน
00:05:4400:05:48ก็คือประมาณ 1.5-2 กรัม/กิโล
00:05:4800:05:52ซึ่งโดยส่วนใหญ่ต้องบอกว่ามักจะทานโปรตีนกันไม่ถึงนั่นเอง
00:05:5200:05:55และพอเราทานนมไปอยากได้โปรตีนใช่ไหม
00:05:5500:06:00เติมมะนาวเติมส้มลงไป ไอ้โปรตีนที่เราควรจะได้โดนทำลายเข้าอีก
00:06:0000:06:03กลายเป็นว่าเราไม่มีโปรตีนมาเสริมสร้างกล้ามเนื้อของเรา
00:06:0300:06:08ทำให้เราขาดโปรตีนไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์นั่นเอง
00:06:0800:06:12และนี่ก็คือ 5 ข้อที่ท่านควรระมัดระวังเมื่อท่านดื่มนมจืด
00:06:1200:06:15อย่างที่บอกนมจืดเป็นสิ่งที่ดี
00:06:1500:06:19ถ้าท่านดื่มได้ถูกต้องและเข้าใจข้อไหนควรระวังนั่นเอง
00:06:2000:06:22คราวนี้ผมขออนุญาตสรุป
00:06:2200:06:265 ข้อควรระวังเมื่อท่านจะดื่มนมจืด
00:06:2600:06:30อันนี้ต้องขอบคุณข้อมูลจาก สสส
00:06:3000:06:33สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
00:06:3300:06:39ก็มีข้อมูลให้เราอ่านชัดเจน อันนี้ผมก็นำมาเล่าสู่กันฟังนั่นเอง
00:06:3900:06:43ข้อแรก ก็คือไม่ควรเติมน้ำตาลมากเกินไปลงในนมจืด
00:06:4300:06:47เพราะในนมจืดโดยปกติมันมีน้ำตาลอยู่แล้ว
00:06:4700:06:49ท่านก็บอกมันไม่หวาน จะมีน้ำตาลได้ไง
00:06:4900:06:53มันมี เขาชื่อน้ำตาลแลคโตส ซึ่งเป็นน้ำตาลที่ไม่หวาน
00:06:5300:06:56แปลว่าการดื่มนมจืด เราก็ได้น้ำตาลอยู่แล้ว
00:06:5600:06:59ถ้าดื่มมากไปก็จะอ้วนได้ ไม่ใช่ดื่มนมแล้วจะลดความอ้วนได้
00:06:5900:07:01จะคุมน้ำหนักก็ต้องทานอย่างพอเพียง
00:07:0100:07:04ถ้าเรายิ่งใส่น้ำตาลลงไปอีกโดยเป็นปริมาณมาก
00:07:0400:07:08เขาไม่แนะนำให้มากเกินกว่า 8 กรัม ในนม 100 cc
00:07:0800:07:10นมแก้วใหญ่ๆ ประมาณ 200 cc
00:07:1000:07:12เพราะฉะนั้นไม่ควรจะเกินซัก 16 กรัม
00:07:1200:07:17แปลว่าประมาณสัก 3-4 ช้อนชา ไม่ควรจะเติมลงไปแล้ว
00:07:1700:07:19เพราะว่ามันคงจะหวานมากๆ จนเกินไป
00:07:1900:07:23และอีกอันนึงคือเวลาเติม ไม่ควรจะเติมในนมที่ร้อนมากๆ
00:07:2300:07:27แนะนำว่านมไม่ควรเกิน 50 องศา อย่างนี้เติมได้
00:07:2700:07:29ถ้าร้อนกว่านี้ไม่แนะนำแล้ว
00:07:2900:07:31เพราะว่าน้ำตาลอาจจะเปลี่ยนโดนทำลาย
00:07:3100:07:34โดนมีปฏิกิริยา อาจจะมีผลเสียกับร่างกายได้
00:07:3400:07:39ข้อที่ 2 ที่ควรรู้นั่นคือไม่ควรเติมช็อกโกแลตลงในนม
00:07:3900:07:42คือถามว่านานๆ ทีกินได้ไหม กินได้ เติมช็อคโกแลตลงไปในนม
00:07:4200:07:44แต่ถ้าทานบ่อยๆ มันจะเกิดอะไรขึ้น
00:07:4400:07:48คือตัวแคลเซียมในนมจะไปจับกับกรดออกซาลิกในช็อกโกแลต
00:07:4800:07:50ทำให้เกิดแคลเซียมออกซาลิก
00:07:5000:07:53ถ้าเรานานๆ ทานที มันก็ไม่เป็นไรเท่าไหร่
00:07:5300:07:56แต่ถ้าเราทานบ่อยๆ บางทีมันไปตกผลึกกลายเป็นนิ่วบ้าง
00:07:5600:08:00และการไปบ่อยไอ้ตัวแคลเซียมออกซาลิก
00:08:0000:08:03มันก็จะทำให้เราดูดซึมแคลเซียมได้ไม่ดีเพียงพอ
00:08:0300:08:05เพราะมันไปจับกันเรียบร้อยแล้ว
00:08:0500:08:08ก็ทำให้เราขาดแคลเซียม มีกระดูกเปราะอะไรอย่างนี้ได้
00:08:0800:08:12เพราะฉะนั้นทานได้ไหม ทานได้ แต่อย่าทำบ่อยเท่านั้นเอง
00:08:1200:08:15ทานทุกวันอย่างนี้ไม่แนะนำ นมจืดก็นมจืดดีกว่า
00:08:1500:08:18อย่าไปเติมอะไรให้มันมากมายจนเกินไป
00:08:1800:08:23มาต่อกันที่ข้อที่ 3 นั่นคือไม่ควรทานยาพร้อมกับนม
00:08:2300:08:26เพราะยาจะดูดซึมได้น้อยกว่าเดิม
00:08:2600:08:29ทำให้ความเข้มข้นของยาที่เราต้องการไม่ถึงปริมาณที่เราต้องการ
00:08:2900:08:32อาจจะลดคุณภาพลงเหลือ 80% 70% 50% ได้
00:08:3200:08:36เพราะฉะนั้นระมัดระวัง ถ้าดื่มนมให้เว้น 1-2 ชั่วโมง
00:08:3600:08:38ค่อยทานกันนั่นเอง
00:08:3800:08:44มาต่อกันที่ข้อที่ 4 บ้าง นั่นคือไม่ควรต้มจนเดือดถึง 100 องศาเซลเซียส
00:08:4400:08:48เพราะว่าน้ำตาลในนมอย่างที่บอก
00:08:4800:08:51นมจืดก็มีน้ำตาล น้ำตาลแลคโตสที่ไม่หวาน
00:08:5100:08:54ถ้าโดนต้มไปเรื่อยๆ เป็นไง น้ำตาลก็ไหม้
00:08:5400:08:57อะไรก็ตามที่ไม่ก็ทำให้เกิดสารก่อมะเร็งได้
00:08:5700:08:59เพราะฉะนั้นระมัดระวัง
00:08:5900:09:03มาต่อกันที่ข้อที่ 5 นั่นก็คือไม่ควรเติมมะนาว
00:09:0300:09:06ไม่ควรเติมน้ำส้มลงไปในนม
00:09:0600:09:10ถามว่าเพราะอะไร เพราะว่ากรดจากมะนาว กรดจากส้ม
00:09:1000:09:14ทำปฏิกิริยาอาจจะทำลายโปรตีนในนมได้
00:09:1400:09:16ซึ่งโปรตีนเป็นโปรตีนชั้นดีเลยในนม
00:09:1600:09:18เราอุตส่าห์ทานเพื่อให้ได้โปรตีน
00:09:1800:09:23เราดันไปเติมของที่ทำลายโปรตีน แบบนี้เราเสียดายของ
00:09:2300:09:27เพราะฉะนั้นแล้วนี่ก็พยายามทานนมจืดแบบสบายๆ ดีกว่า
00:09:2700:09:31โดยส่วนตัวผมก็แนะนำว่าถ้าท่านอยากจะทานนมจืด
00:09:3100:09:34ก็เป็นนมจืดวันนึงก็สักแก้วนึงนะ
00:09:3400:09:36อย่าไปเยอะเกินกว่านั้น เพราะอาจจะอ้วนได้
00:09:3600:09:39โดยส่วนตัวแนะนำแค่แก้วเดียว วันละ 200 cc
00:09:3900:09:41อาจจะทานตอนเช้าหรือทานก่อนนอนก็ได้
00:09:4100:09:44ถ้าทานก่อนนอน อาจจะทำให้ท่านหลับสบายดี
00:09:4400:09:47เพราะว่ามีเรื่องของเมลาโทนินอยู่ในตัวนมจืด
00:09:4700:09:50โดยเฉพาะนมอุ่นๆ ไม่ใช่นมร้อนนะ
00:09:5000:09:53นมองศาที่แนะนำก็สักประมาณ 40-50 องศานั่นเอง
00:09:5300:09:56ก็ขอให้ทุกท่านดื่มนมอย่างมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง
00:09:5600:09:57สวัสดีครับ