00:00:00 → 00:00:03สวัสดีครับหลายคนอาจจะรู้อยู่แล้วว่าคน
00:00:03 → 00:00:06ที่มีความเสี่ยงเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ควร
00:00:06 → 00:00:08ที่จะหลีกเลี่ยงการกินน้ำตาลในปริมาณมากๆ
00:00:08 → 00:00:11กันใช่ไหมมครับแต่ก็ยังมีอีกปัจจัยหนึ่ง
00:00:11 → 00:00:13ที่เราอาจจะต้องระวังเพิ่มขึ้นไปอีกนั่น
00:00:14 → 00:00:17ก็คือโซเดียมนั่นเองนะครับถึงแม้โซเดียม
00:00:17 → 00:00:19เนี่ยจะเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย
00:00:19 → 00:00:22แต่การบริโภคมากเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อ
00:00:22 → 00:00:25สุขภาพได้ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการเพิ่ม
00:00:25 → 00:00:28ความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานนั่นเองนะ
00:00:28 → 00:00:31ครับก่อนอื่นอืต้องบอกก่อนว่าโซเดียม
00:00:31 → 00:00:33เนี่ยเป็นองค์ประกอบหลักในการควบคุมสมดุล
00:00:33 → 00:00:36ของของเหลวในร่างกายนะครับและเป็นสิ่ง
00:00:36 → 00:00:39จำเป็นต่อการทำงานของระบบต่างๆในร่างกาย
00:00:39 → 00:00:41แต่ก็เหมือนกับน้ำตาลแหละครับที่เมื่อได้
00:00:41 → 00:00:44รับในปริมาณที่สูงเกินไปเนี่ยก็อาจส่งผล
00:00:44 → 00:00:47เสียต่อร่างกายได้โดยเมื่อเราได้รับ
00:00:47 → 00:00:49โซเดียมสูงเกินไปก็จะทำให้ร่างกายกักเก็บ
00:00:50 → 00:00:52น้ำได้มากเกินไปนะครับส่งผลให้ความดัน
00:00:52 → 00:00:56โลหิตสูงขึ้นนอกจากนี้โซเดียมยังอาจทำให้
00:00:56 → 00:00:59เซลล์ในร่างกายลืดต่ออินซูลินซึ่งเป็น
00:00:59 → 00:01:01ฮอร์โมนที่ที่ทำหน้าที่นำน้ำตาลเข้าสู่
00:01:01 → 00:01:04เซลล์ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น
00:01:04 → 00:01:07ซึ่งอาจนำไปสู่โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ใน
00:01:07 → 00:01:10ที่สุดนั่นเองนะครับมีหลักฐานทาง
00:01:10 → 00:01:12วิทยาศาสตร์จำนวนมากนะครับที่ศึกษาเกี่ยว
00:01:12 → 00:01:15กับผลกระทบของเกลือต่อความเสี่ยงในการ
00:01:15 → 00:01:18เกิดโรคเบาหวานและในงานวิจัยล่าสุดที่ตี
00:01:18 → 00:01:22พิมพ์ในวารสารมาย Clinic proceeding พบ
00:01:22 → 00:01:25ว่าผู้ใหญ่ที่บริโภคโซเดียมมากกว่า 2,000
00:01:25 → 00:01:28มกรต่อวันมีความเสี่ยงในการเกิดโรคเบา
00:01:28 → 00:01:31หวานชนิดที่ 2 เพิ่มขึ้น 10 12% เมื่อ
00:01:31 → 00:01:33เทียบกับผู้ที่บริโภคโซเดียมน้อยกว่า
00:01:33 → 00:01:362,300 มิลกรัมต่อวันและจะยิ่งเสี่ยง
00:01:36 → 00:01:39เพิ่มขึ้นไปอีกในผู้ที่บริโภคโซเดียมมาก
00:01:39 → 00:01:43กว่า 4,000 มกรต่อวันนะครับซึ่งงานวิจัย
00:01:43 → 00:01:45นี้เนี่ยเป็นการติดตามกลุ่มตัวอย่างของ
00:01:45 → 00:01:48ผู้ใหญ่ชาวอเมริกันมากกว่า 400,000 คนและ
00:01:48 → 00:01:51ในช่วงเวลาที่ติดตามผลเฉลี่ย 11.8 ปี
00:01:51 → 00:01:54เนี่ยพบว่าผู้ที่บริโภคโซเดียมสูงมีความ
00:01:54 → 00:01:57เสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2
00:01:57 → 00:02:00เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญซึ่งมีผู้เข้า
00:02:00 → 00:02:02ร่วมมากกว่า 13,000 รายที่เป็นโรคเบาหวาน
00:02:03 → 00:02:04ชนิดที่
00:02:04 → 00:02:082 และเหตุผลที่ว่าทำไมการบริโภคโซเดียม
00:02:08 → 00:02:10ที่สูงเกินไปอาจทำให้เซลล์ในร่างกายลืก
00:02:10 → 00:02:13ต่ออินซูลินได้ก็อาจเป็นไปได้หลายทางนะ
00:02:13 → 00:02:17ครับอย่างแรกคือการบริโภคโซเดียมที่สูง
00:02:17 → 00:02:19เกินไปเนี่ยจะทำให้ร่างกายกัดเก็บน้ำไว้
00:02:19 → 00:02:22ได้มากขึ้นส่งผลให้ปริมาณเลือดในร่างกาย
00:02:22 → 00:02:25เพิ่มขึ้นหัวใจเลยต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อ
00:02:25 → 00:02:28สูบฉีดเลือดนำไปสู่การอักเสบของร่างกาย
00:02:29 → 00:02:31ซึ่งอาจทำให้เซล์ในร่างกายเนี่ยดื้อต่อ
00:02:31 → 00:02:34อินซูลินได้นะครับอย่างที่ 2 คือการ
00:02:34 → 00:02:37บริโภคโซเดียมสูงจะกระตุ้นให้การหลั่ง
00:02:37 → 00:02:40ฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ควบคุมความดันโลหิต
00:02:40 → 00:02:42เพิ่มขึ้นและไปกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมน
00:02:42 → 00:02:44คอร์ติซอลซึ่งอาจทำให้เซลล์ในร่างกาย
00:02:44 → 00:02:47เนี่ยดื้อต่ออินซูลินได้นั่นเองนะครับแต่
00:02:47 → 00:02:50ถึงอย่างนั้นก็ยังจำเป็นต้องมีงานวิจัย
00:02:50 → 00:02:53เพิ่มเติมอยู่ดีนะครับและถึงแม้โซเดียมจะ
00:02:53 → 00:02:56ไม่ได้เป็นสาเหตุหลักในการทำให้เกิดโรคนะ
00:02:56 → 00:02:58ครับแต่ก็เป็นปัจจัยในการเพิ่มความเสี่ยง
00:02:58 → 00:03:01ในการเกิดโรคเบาหวัชนิที่ 2 ได้อยู่ดีนะ
00:03:01 → 00:03:04ครับเพราะการกินเกลือหรือของที่เค็มๆ
00:03:05 → 00:03:07เนี่ยอาจไปกระตุ้นให้เราอยากกินอาหารมาก
00:03:07 → 00:03:10ขึ้นนะครับและส่งผลต่อพฤติกรรมการกินต่าง
00:03:10 → 00:03:13ๆของเราอย่างคนไทยเนี่ยส่วนใหญ่มักจะปรุง
00:03:13 → 00:03:16อาหารให้รสชาติจัดๆเค็มๆแล้วก็บอกว่า
00:03:16 → 00:03:19เดี๋ยวกินกับข้าวก็น่าจะพอดีใช่ไหมมครับ
00:03:19 → 00:03:22หรือบางคนเนี่ยที่ติดการกินรสจัดเผ็ดๆ
00:03:22 → 00:03:25เค็มๆแล้วตอนเผ็ดเนี่ยก็จะแก้ด้วยการดื่ม
00:03:25 → 00:03:28น้ำอารมณ์ที่ก็จะมีทั้งน้ำตาลหรือแม้แต่
00:03:28 → 00:03:31โซเดียมเพิ่มเตเิมนะครับซึ่งทั้งหมดนี้
00:03:32 → 00:03:34เนี่ยก็เพิ่มโอกาสในการพัฒนาปัจจัยเสี่ยง
00:03:34 → 00:03:37ที่จะทำให้เกิดโรคได้แม้จะไม่ได้โดยตรงก็
00:03:37 → 00:03:42ตามนะครับแน่นอนเรารู้ว่าการจำกัดปริมาณ
00:03:42 → 00:03:44เกลือสามารถลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและ
00:03:44 → 00:03:47หลอดเลือดและความดันโลหิตสูงได้แต่การ
00:03:47 → 00:03:50ศึกษานี้ก็ได้แสดงให้เห็นว่าการควบคุมการ
00:03:50 → 00:03:53บริโภคโซเดียมก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงใน
00:03:53 → 00:03:56การเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้เช่นกันนะ
00:03:56 → 00:03:59ครับดังนั้นถ้าหากเราอยากจะลดความความ
00:03:59 → 00:04:01เสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2
00:04:01 → 00:04:04เนี่ยเราก็ควรจะจำกัดการบริโภคโซเดียมให้
00:04:04 → 00:04:07อยู่ในปริมาณที่พอเหมาะหรือเหลือไม่เกิน
00:04:07 → 00:04:102,300 มกรต่อวันถ้าให้เปรียบเทียบเนี่ย
00:04:10 → 00:04:13ก็เท่ากับเกือบประมาณ 1 ช้อนชาเท่านั้น
00:04:13 → 00:04:17เองนะครับซึ่งการจำกัดปริมาณโซเดียมทำได้
00:04:17 → 00:04:20โดยการลดการบริโภคอาหารที่มีโซเดียมสูง
00:04:20 → 00:04:25เช่นอาหารแปรรูปอาหารสำเร็จรูปฟาสฟู้ดและ
00:04:25 → 00:04:29อาหารทอดเป็นต้นนะครับแต่ถ้าเราอยากจะกิน
00:04:29 → 00:04:32เนี่ยก็ควรอ่านฉลากโภชนาการก่อนซื้อหรือ
00:04:32 → 00:04:34กินนะครับเพื่อที่เราเนี่ยจะได้กะปริมาณ
00:04:34 → 00:04:37โซเดียมที่กินได้และถ้าเป็นไปได้เนี่ยการ
00:04:37 → 00:04:40ทำอาหารกินเองที่บ้านก็น่าจะดีที่สุดนะ
00:04:40 → 00:04:42ครับเพราะเราเนี่ยจะสามารถควบคุมปริมาณ
00:04:42 → 00:04:45เครื่องปรุงได้นั่นเองนะครับนอกจากการลด
00:04:45 → 00:04:48การบริโภคโซเดียมแล้วเนี่ยยังมีปัจจัย
00:04:48 → 00:04:50อื่นๆอีกนะครับที่ช่วยลดความเสี่ยงในการ
00:04:50 → 00:04:54เกิดโรคเบาหวานได้เช่นการควบคุมน้ำหนัก
00:04:54 → 00:04:57การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและการกิน
00:04:57 → 00:05:00อาหารที่หลากหลายและมีประโยชน์ต่อร่างกาย
00:05:00 → 00:05:02นะครับและยิ่งเราทำสิ่งเหล่านี้ร่วมกัน
00:05:02 → 00:05:05ทั้งการจำกัดการบริโภคโซเดียมการออกกำลัง
00:05:05 → 00:05:08กายการกินอาหารให้หลากหลายก็จะทำให้เรา
00:05:08 → 00:05:11เนี่ยห่างไกลจากการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่
00:05:11 → 00:05:142 ได้นั่นเองนะครับสุดท้ายนี้ต้องขอ
00:05:14 → 00:05:17ขอบคุณท่านผู้ชมท่านผู้ฟังที่ติดตามกันจน
00:05:17 → 00:05:26มาถึงตอนนี้แล้วเจอกันใน Episode ต่อไป
00:05:26 → 00:05:28[เพลง]
00:05:28 → 00:05:31ครับ