00:00:22 → 00:00:24สวัสดีค่ะ
00:00:24 → 00:00:27ได้เวลามาเจอกันอีกแล้วกับรายการคุยกับหมออัจจิมานะคะ
00:00:27 → 00:00:30สารพัดเรื่องราวที่คุณหมอจะหยิบยกมาพูดคุยกับพวกเรา
00:00:30 → 00:00:34แบบนี้เป็นประจำเลย ที่สำคัญดูแล้วเอาไปใช้ได้ทุกคน
00:00:34 → 00:00:36ทุกเพศ ทุกวัย
00:00:36 → 00:00:39จะได้สุขภาพดีสวยจากภายในสู่ภายนอกด้วย
00:00:39 → 00:00:42วันนี้คุณหมอพูดเรื่องราวที่ทุกคนดูได้
00:00:42 → 00:00:44ใช่แล้ว วันนี้ดูได้ทุกเพศทุกวัย
00:00:44 → 00:00:46แล้วก็เอาไปใช้ในการดำเนินชีวิต
00:00:46 → 00:00:49ใช่ คือวันนี้ต้องดูเลยค่ะ
00:00:49 → 00:00:52เพราะว่าคนไทยเนี่ยติดหวาน
00:00:52 → 00:00:54คำนี้เลยติดหวาน
00:00:54 → 00:00:57คุณหมอบอกว่าความหวานไม่ดีใช่ไหมคะคุณหมอ / ถูกค่ะ
00:00:57 → 00:00:59หวานเป็นภัย
00:00:59 → 00:01:01หวานเป็นภัย / ใช่
00:01:01 → 00:01:04ตายแล้ว ทุกวันนี้เราต้องกินกาแฟเย็นหวานๆ
00:01:04 → 00:01:06ทานแกงก็ต้องหวานๆ / ใช่
00:01:06 → 00:01:08ทั้งหมดนี้เป็นภัยหรอคะคุณหมอ / เป็นภัยค่ะ
00:01:08 → 00:01:10ภัยทั้งสุขภาพภายในของเรา
00:01:10 → 00:01:12แล้วก็ความสวยงามภายนอกด้วย
00:01:12 → 00:01:14น่ากลัวตรงนี้แหละ / น่ากลัว
00:01:14 → 00:01:17ที่สำคัญในช่วงที่ทุกคนที่ดูอยู่ตอนเนี้ยติดหวานกันทุกๆคนเลยนะคะ
00:01:17 → 00:01:20เพราะฉะนั้นวันนี้เนี่ยความหวานมันจะก่อให้เกิดอะไรบ้าง
00:01:20 → 00:01:22และเราจะมีวิธีการดูแลตัวเองยังไง
00:01:22 → 00:01:24ต้องดูรายการวันนี้ห้ามลุกหนีไปไหนเด็ดขาด
00:01:24 → 00:01:27ห้ามพลาดนะคะ / ใช่แล้วค่ะ
00:01:37 → 00:01:40มาค่ะได้เวลาของช่วงหมอชวนคุยวันนี้นะคะ
00:01:40 → 00:01:42หัวข้อที่คุณหมอชวนคุยน่าสนใจมาก
00:01:42 → 00:01:46คือคุณหมอคะที่แนนบอกน่าสนใจเพราะว่าจริงๆคนไทยติดหวานไงคะ
00:01:46 → 00:01:49ติดหวาน ติดเค็ม ติดรสจัด
00:01:49 → 00:01:50จริงๆ
00:01:50 → 00:01:54เพราะคุยหมอโปรยหัวมาว่าหวานเป็นภัยคุณผู้ชมต้องตั้งใจดูเลยนะคะ
00:01:54 → 00:01:57เพราะจริงๆแล้วคุณหมอบอกเลยว่าหวานมันเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
00:01:57 → 00:01:58และที่สำคัญก็คือ
00:01:58 → 00:02:02ศัตรูทั้งสุขภาพและก็ศัตรูทั้งความงาม
00:02:02 → 00:02:04มันร้ายจริงๆ ร้ายจริงๆ
00:02:04 → 00:02:07ถ้าอย่างงั้นวันนี้เราต้องมาคุยเรื่องนี้กันแบบเจาะลึกนิดนึงนะคะ
00:02:07 → 00:02:10เกี่ยวกับเรื่องของความหวานที่มันเป็นภัยกับเรา
00:02:10 → 00:02:13อันดับแรกเลยต้องถามเลยว่าหวานที่มันเป็นภัยเนี่ย
00:02:13 → 00:02:15มันคือความหวานที่ได้มาจากอะไรคะคุณหมอคะ
00:02:15 → 00:02:18คือโดยทั่วไปโดยส่วนใหญ่เวลาที่เรารับประทานอาหารหวานๆ
00:02:18 → 00:02:21อย่างเช่น เราได้จากผลไม้อย่างเงี้ย
00:02:21 → 00:02:25ก็ส่วนใหญ่พวกนี้ก็จะเป็นกลุ่มน้ำตาล Fructose น้ำตาล Glucose
00:02:25 → 00:02:28แต่ว่ามันมีน้ำตาลอีกประเภทนึง
00:02:28 → 00:02:31ที่ใช้ในกลุ่มของอุตสาหกรรมอาหาร
00:02:31 → 00:02:34อันนี้แหละตัวร้ายหนักเลยคุณแนน
00:02:34 → 00:02:38ก็คือเป็นน้ำเชื่อมที่ทำมาจากข้าวโพด
00:02:38 → 00:02:40ซึ่งตัวน้ำเชื่อมที่ทำมาจากข้าวโพดเนี่ย
00:02:40 → 00:02:43เป็นความหวานที่เขาใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร
00:02:43 → 00:02:48เนื่องจากว่ามันมีความหวานมากกว่าน้ำตาล Fructose กับน้ำตาล Glucose
00:02:48 → 00:02:51คือถ้าเทียบโดยทั่วไปประมาณ 100 เท่าเนี่ย
00:02:51 → 00:02:54ไอกลุ่มของน้ำตาลที่มาจากน้ำเชื่อมพวกเนี้ย
00:02:54 → 00:02:57มันจะสูงขึ้นไปอีกเป็น 120 150 160 เท่า
00:02:57 → 00:03:03คือสูงกว่าเยอะเลย ซึ่งเวลาที่เอามาใช้ในอุตสาหกรรมอาหารมันทำให้ไม่ต้องใช้ปริมาณเยอะ
00:03:03 → 00:03:05ส่วนประกอบของ Fructose กับ Glucose เนี่ย
00:03:05 → 00:03:08Fructose เยอะหน่อยเอามาใช้กับพวกน้ำอัดลม
00:03:08 → 00:03:11เครื่องดื่มชูกำลังทั้งหลาย
00:03:11 → 00:03:14แล้วก็น้ำผลไม้
00:03:14 → 00:03:16กับอีกอันนึงที่เราจะนึกไม่ถึง
00:03:16 → 00:03:19คือมีการใช้น้ำเชื่อมข้าวโพดอันเนี้ย
00:03:19 → 00:03:24ที่มีน้ำตาล Fructose ต่ำกว่าตัวแรก
00:03:24 → 00:03:27แต่ว่าไอตัวนี้เนี่ยจะเอามาใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร
00:03:27 → 00:03:31ที่เป็นกลุ่มของเบเกอรี่พวกของหวานพวกโยเกิร์ตพวกไอศกรีมทั้งหลาย
00:03:31 → 00:03:34ง่ายเวลาเอามาผสม
00:03:34 → 00:03:38เพราะว่ามันเป็นกลุ่มเหมือนน้ำเชื่อมแล้วก็ไม่ต้องมีปัญหาตกตะกอนเพราะพวกนี้จะดูดน้ำ
00:03:38 → 00:03:41พอดูดน้ำมันก็จะรวมเป็นชั้นเดียว
00:03:41 → 00:03:43แล้วพวกนี้มันมีความเป็นกรด
00:03:43 → 00:03:47เพราะฉะนั้นแล้วเนี่ยมันจะช่วยเป็นสารกันบูดด้วย
00:03:47 → 00:03:49ทำให้ไม่ต้องไปใส่สารกันบูดเยอะอีก
00:03:49 → 00:03:53ประหยัด เซฟต้นทุบไปได้อีก
00:03:53 → 00:03:55แล้วมันมีประโยชน์หลายอย่างแต่ว่าจริงๆแล้วเนี่ย
00:03:55 → 00:04:00เราพูดกันอยู่เสมอว่าอาหารปรุงแต่งหรืออะไรที่แปรรูปพวกเนี้ย
00:04:00 → 00:04:03มันก่อให้เกิดการอักเสบสูง
00:04:03 → 00:04:06ถ้าใช้พวกสารปรุงแต่งพวกนี้
00:04:06 → 00:04:09มีความเป็นกรดสูง ร่างกายก็มีความเป็นกรดสูง
00:04:09 → 00:04:13ก็จะทำให้เกิดการทำงานที่ผิดปกติของร่างกายขึ้นมาได้
00:04:13 → 00:04:15อะไรได้บ้างคะคุณหมอคะ
00:04:15 → 00:04:19จริงๆแล้วความหวานที่มีผลเสียต่อสุขภาพเยอะมากเลยคุณแนน
00:04:19 → 00:04:25คือถ้าเราพูดถึงไอตัวไซรัปหรือตัวน้ำเชื่อมที่มาจากข้าวโพดเนี่ย
00:04:25 → 00:04:27ในกระบวนการผลิตสมัยก่อนเนี่ย
00:04:27 → 00:04:30มันปนเปื้อนสารปรอท
00:04:30 → 00:04:32สมัยเนี้ยจริงๆแล้วเขาดูแลกันมากขึ้นแล้ว
00:04:32 → 00:04:33ไอตัวสารปรอทเนี่ยมันลดลง
00:04:33 → 00:04:37แต่ก็ยังเจออยู่ว่าสารปรอทยังปนเปื้อนอยู่ในกลุ่มพวกนี้
00:04:37 → 00:04:40โดยเรารู้ว่าสารปรอทเนี่ยถ้ารับเข้าไปในร่างกายมากๆ
00:04:40 → 00:04:42เกิดไรขึ้นกระทบต่อระบบประสาท
00:04:42 → 00:04:44ต่อสมอง
00:04:44 → 00:04:49ไต ทำงานเกิดการเสื่อมต่อเซลล์ต่างๆพวกนี้ได้
00:04:49 → 00:04:53นอกจากนี้แล้วเนี่ยพอพูดถึงเรื่องของความหวาน
00:04:53 → 00:04:56เรานึกถึง Fructose เรานึกถึง Glucose ที่อยู่ในไซรัป
00:04:56 → 00:04:59หรือแม้กระทั่งที่เราได้รับจากความหวานอย่างอื่นก็ตาม
00:04:59 → 00:05:04เราพบว่ามันทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายมนุษย์มากมาย
00:05:04 → 00:05:06โดยเฉพาะตัว Fructose
00:05:06 → 00:05:09สมัยก่อนสมาคมเบาหวานเนี่ย
00:05:09 → 00:05:12เขาแนะนำให้ใช้ Fructose แทน Glucose
00:05:12 → 00:05:15เพราะว่าเรารู้ว่า Glucose เนี่ยเวลารับเข้าไปในร่างกายเยอะๆ
00:05:15 → 00:05:19ร่างกายจะกระตุ้นทำให้มีการสร้างฮอร์โมนอินซูลิน
00:05:19 → 00:05:22เพื่อจะทำให้ดึงน้ำตาลกลูโคสไปใช้เป็นพลังงาน
00:05:22 → 00:05:26ระดับน้ำตาลจะได้ลง ปัญหาคือพอเราทานหวานอยู่ตลอดเวลา
00:05:26 → 00:05:31ร่างกายก็สร้างอินซูลินๆๆๆสร้างอยู่นั่นแหละ
00:05:31 → 00:05:33อวัยวะที่สร้างคือตับอ่อน
00:05:33 → 00:05:36คราวนี้พอสร้างอินซูลินมาเยอะๆๆ
00:05:36 → 00:05:41มันก็เกิดอาการดื้อ เซลล์ที่เคยจับตัวกลูโคสไปใช้
00:05:41 → 00:05:42มันก็ไม่ค่อยจับ
00:05:42 → 00:05:45แต่ในขณะที่อวัยวะที่สร้างเนี่ย
00:05:45 → 00:05:48คือตับอ่อนเนี่ยมันเหนื่อยคุณแนน
00:05:48 → 00:05:51ก็เกิดภาวะตับอ่อนไม่ค่อยจะทำงาน
00:05:51 → 00:05:54เลยกลายเป็นตอนนี้เลยขาดอินซูลินไปเลย
00:05:54 → 00:05:57มันก็เลยทำให้น้ำตาลในเลือดสูง
00:05:57 → 00:05:59กลายเป็นเบาหวาน
00:05:59 → 00:06:02คราวนี้ไอตัวน้ำตาลที่สูง
00:06:02 → 00:06:06ที่มันจะกระตุ้นทำให้ตับมีการสร้างกลุ่มของไตรกลีเซอไรด์เยอะขึ้น
00:06:06 → 00:06:09พวกนี้ก็กระตุ้นทำให้เกิดมีภาวะไขมันพอกตับ
00:06:09 → 00:06:13ต่อไปก็กลายเป็นตับแข็งหรืออาจจะเกิดเป็นมะเร็งตับก็ได้
00:06:13 → 00:06:16มันก็เป็นโทษของมันอีกแบบนึง
00:06:16 → 00:06:19ทีนี้ในส่วนของ Fructose ก็เหมือนกัน
00:06:19 → 00:06:22การที่ได้รับเข้าไปในเลือดอย่างรวดเร็ว
00:06:22 → 00:06:27ไม่ต่างกัน คือตอนแรกที่สมาคมเบาหวานเขาให้เอา Fructose เข้ามาแทนเนี่ย
00:06:27 → 00:06:30เพราะเขาเชื่อว่าอันเนี้ยมันไม่กระตุ้นการสร้างอินซูลิน
00:06:30 → 00:06:33เพราะมันเข้าไปได้เลย กลายเป็นว่า
00:06:33 → 00:06:36การที่มันเข้าไปได้เลยทำให้มีระดับไตรกลีเซอไรด์
00:06:36 → 00:06:42ก็ไม่ต่างอะไรกัน ก็ไปกระตุ้นทำให้เกิดภาวะไขมันพอกตับได้
00:06:42 → 00:06:46แล้วถ้าสุดท้ายเขายังพบว่าจริงๆแล้วเนี่ยมันทำให้เกิดภาวะดื้ออินซูลินได้ด้วย
00:06:46 → 00:06:49แถม Fructose เนี่ยกรดยูริกสูงอีก
00:06:50 → 00:06:52กรดยูริกสูงทำให้เกิดอะไรได้บ้าง
00:06:52 → 00:06:57เบาหวาน ไต ทำได้อีกหลายโรค ความดันโลหิตสูง
00:06:57 → 00:07:01เสียหายไม่ได้ต่างกันเลย หวานอะไรก็ไม่ดีหมด
00:07:01 → 00:07:04จริงไม่น่าคุณหมอถึงบอกว่าหวานเป็นภัย มันเป็นภัยหมดเลย
00:07:04 → 00:07:09คุณแนนแล้วที่ 2 ตัวนี่นะ ไม่ว่าจะ Fructose หรือ Glucose เหมือนกัน
00:07:09 → 00:07:13อ้วน แต่ว่าร้ายไปกว่านั้นเนี่ย
00:07:13 → 00:07:17Fructose เราเคยคิดว่ามันดีแต่จริงๆแล้ว Fructose เนี่ยคุณแนน
00:07:17 → 00:07:20มันทำให้ไปเพิ่มไขมันในช่องท้อง
00:07:20 → 00:07:24ไขมันในช่องท้องมันร้ายกว่าไขมันใต้ผิวนะ
00:07:24 → 00:07:29ส่วนไอน้ำตาล Glucose เนี่ย ถ้ามีสูงๆแล้วเหลือมันจะไปสะสมเป็นไขมันใต้ผิวหนัง
00:07:29 → 00:07:32ตอนแรกคิดเอ๊ หรือเราควรหลีกเลี่ยงแต่ฟังไปฟังมา
00:07:32 → 00:07:34เราควรเลิกเลย ไม่ควรทานเลยด้วยซ้ำ
00:07:34 → 00:07:37ไม่ควรทานอะไรที่มันหวานเลย
00:07:37 → 00:07:41แล้วก็คนไทยเนี่ยเป็นอะไรที่ติดรสหวานมากๆ
00:07:41 → 00:07:42คือต้องเปลี่ยนอันนี้
00:07:42 → 00:07:44ยังไม่หมดเพียงแค่นี้นะคะ
00:07:44 → 00:07:46ภัยของความหวานยังมีอีก / ใช่
00:07:46 → 00:07:50ไม่ว่าจะส่งผลต่อสุขภาพของเราหรือว่าที่สำคัญเลยคือความสวยความงาม
00:07:50 → 00:07:52ที่เราทนไม่ได้
00:07:52 → 00:07:54จะเป็นอะไรเดี๋ยวเรากลับมาคุยกันต่อช่วงหน้าค่ะ
00:08:13 → 00:08:16กลับมาคุยกันต่อในเรื่องของหวานเป็นภัยนะคะ
00:08:16 → 00:08:19เรารู้แล้วว่าความหวานที่มันเป็นภัยได้จากอะไรบ้าง
00:08:19 → 00:08:21แล้วก็มันก่อให้เกิดโรคอะไรได้บ้าง
00:08:21 → 00:08:25นอกจากนั้นคุณหมอยังบอกว่าความหวานยังเป็นภัยหรือเป็นศัตรูของความงาม
00:08:25 → 00:08:26ศัตรูตัวร้ายเลยคุณแนน
00:08:26 → 00:08:28ทำไมอะคะคุณหมอ
00:08:28 → 00:08:31คุณแนนว่าผิวหนังถ้าจะสวยเนี่ยอะไรสำคัญ
00:08:31 → 00:08:33น้ำมันต้องมีน้ำใต้ผิวหนัง
00:08:33 → 00:08:351. ต้องมีน้ำ 2. ต้องมีอะไรอีก
00:08:35 → 00:08:36คอลลาเจน
00:08:36 → 00:08:39คอลลาเจน อะถูก 3. ต้องมีอะไรดี
00:08:39 → 00:08:42อะไรถึงจะทำให้แบบว่าดูเปล่งปลั่ง
00:08:42 → 00:08:44อะไรละคราวเนี้ย
00:08:44 → 00:08:45นอกจากน้ำกับคอลลาเจนแล้วยังมีอะไรอีก
00:08:45 → 00:08:46น้ำ คอลลาเจน เลือดฝาด
00:08:46 → 00:08:47อ๋อ เลือดฝาด
00:08:47 → 00:08:50หลอดเลือดต้องดี
00:08:50 → 00:08:55ถ้าจะให้หน้าสวยผิวจะต้องใสขาวเนียนไม่มีจุดด่างดำ
00:08:55 → 00:09:00คุณแนนรู้ไหมว่าความหวานเนี่ยมันทำลายทั้งหมดที่พูดนี่มาเลย
00:09:00 → 00:09:014 ข้อนี้ / ใช่
00:09:01 → 00:09:03ทำลายหมดเลย / ค่ะ
00:09:03 → 00:09:08เพราะว่าจริงๆแล้วเนี่ยพอร่างกายเราได้รับ Fructose กับได้รับ Glucose เข้าไปเยอะๆ
00:09:08 → 00:09:09สิ่งที่มันเกิดขึ้นคือ
00:09:09 → 00:09:14มันจะเกิดปฏิกิริยาที่เราเรียกว่า Age คำที่แปลว่าแก่อะ
00:09:14 → 00:09:21แล้วก็ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเนี่ยมันจะไปทำลายพวกโปรตีนกับไปทำลายพวกไขมัน
00:09:21 → 00:09:24ผนังเยื่อหุ้มเซลล์จะต้องมีส่วนประกอบของพวกโปรตีนพวกไขมัน
00:09:24 → 00:09:27พวกนี้พอมันไปทำลายทำให้เกิดตัวไกลเคชั่น
00:09:27 → 00:09:30ทำให้เกิดการอักเสบของเซลล์
00:09:30 → 00:09:33และสิ่งที่มันเกิดขึ้นก็คือสารอนุมูลอิสระ
00:09:33 → 00:09:35ผิวก็เหมือนกัน
00:09:35 → 00:09:38ความหวานกลายเป็นว่าไปเร่งให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง
00:09:38 → 00:09:40ตัวที่จะไปคือคอลลาเจน
00:09:40 → 00:09:44Elastin ความยืดหยุ่นของผิว
00:09:44 → 00:09:48ทั้งความอวบอิ่ม ทั้งความตึง ทั้งความเด้งดึ๋ง
00:09:48 → 00:09:51ของผิวไปหมดเลย
00:09:51 → 00:09:53ยิ่งถ้าเกิดว่าถูกแดดด้วยแล้ว
00:09:53 → 00:09:56กลายเป็นว่าจุดด่างดำยิ่งมาเร็วมาก
00:09:56 → 00:10:00เพราะว่าผิวมันอ่อนแออยู่แล้วการอักเสบก็เยอะสารอนุมูลอิสระก็เยอะ
00:10:00 → 00:10:03และก็ที่สำคัญคือเวลาที่
00:10:03 → 00:10:04มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง
00:10:04 → 00:10:07พวกนี้อาจจะทำให้เกิดการปัสสาวะบ่อย
00:10:07 → 00:10:10ร่างกายขาดน้ำ
00:10:11 → 00:10:14ขาดน้ำผิวก็ดูเหี่ยวแห้ง
00:10:14 → 00:10:17คอลลาเจนคือส่วนประกอบที่สำคัญของหลอดเลือด
00:10:17 → 00:10:22มันก็ทำให้เส้นเลือดเราเนี่ยไม่ได้นำระบบไหลเวียนที่ดี
00:10:22 → 00:10:25ไม่ได้ทำให้เกิดระบบขับถ่ายของเสียที่ดี
00:10:25 → 00:10:27ก็เป็นตัวที่ทำให้เกิดผิวแก่อย่างรวดเร็ว
00:10:28 → 00:10:31นี่แหละคือภัยของความหวานระดับเซลล์
00:10:31 → 00:10:34มิน่าล่ะจะสังเกตุคนที่เขาอ้วนมากๆ
00:10:34 → 00:10:36ผิวพรรณก็จะไม่สวยนะคะคุณหมอ / ใช่ๆ
00:10:36 → 00:10:38กระดำกระด่าง
00:10:38 → 00:10:40เพราะมาจากอย่างงี้นี่เอง / มาจากอย่างงี้แหละ
00:10:40 → 00:10:43โห คือฟังแล้วรู้สึกเลยว่ามันน่ากลัวนะคะ
00:10:43 → 00:10:47ไม่ว่าจะเป็นต่อสุขภาพหรือเรื่องของความงาม
00:10:47 → 00:10:53แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้โลกของเราถูกเลี้ยงด้วยน้ำตาลเลยทั้งนั้นเลยคุณหมอขา
00:10:53 → 00:10:56อาหาร เครื่องดื่ม ขนมทุกสิ่งอย่าง
00:10:56 → 00:11:01แล้วคุณแนนนะไอตัวน้ำตาลที่เข้าไปในร่างกายที่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูง
00:11:01 → 00:11:04ที่ไปมีผลต่อตับอ่อนที่เราพูดกันตอนต้นเนี่ย
00:11:04 → 00:11:06พอตับอ่อนมันทำงานแย่ๆ
00:11:06 → 00:11:08คุณแนนรู้ไหมระบบอะไรเสียอีกอัน
00:11:08 → 00:11:10ระบบย่อย
00:11:10 → 00:11:13พอทำให้ระบบย่อยมีปัญหา การดูดซึมไม่ดี
00:11:13 → 00:11:15มันก็จะขาดวิตามินต่างๆ
00:11:15 → 00:11:18มันก็มีผลต่อการทำงานของเซลล์ผิว
00:11:18 → 00:11:21โอ้โห ฟังดูแล้วคุณหมอขาความหวานอัตรายจริงๆ
00:11:21 → 00:11:24แนนขอเปลี่ยนไปทานสารพวกให้ความหวานแทนได้ไหมคะ
00:11:24 → 00:11:27พวกนี้ไม่ต่างอะไรกับพวกน้ำเชื่อม ไซรัป
00:11:27 → 00:11:31มันเป็นอุตสาหกรรมแปลงรูปอาหารเหมือนกันคุณแนน
00:11:31 → 00:11:34แล้วมันก็เป็นตัวที่สร้างให้เกิดสารอักเสบในร่างกายสูง
00:11:34 → 00:11:36แย่กว่าอีก
00:11:36 → 00:11:37สรุปคือไม่ดีสักอย่าง
00:11:37 → 00:11:39สรุปคือหวานไม่ดีทุกอย่างเลย
00:11:39 → 00:11:40คุณแนนไม่ดีเลย
00:11:40 → 00:11:47อย่างงี้เราจะมีวิธีการปฏิบัติตัวยังไงให้เราแบบสามารถห่างไกลจากความหวานเป็นภัยเหล่านี้ได้บ้างอะคะคุณหมอ
00:11:47 → 00:11:49หมอว่าต้องเลิกนิสัยชอบหวาน
00:11:49 → 00:11:52ต้องนึกไว้เสมอว่าพวกนี้คือยาพิษ สารทำให้เราแก่
00:11:52 → 00:11:56ทำให้เราสวยน้อยลง ทำให้เราเป็นโรค
00:11:56 → 00:11:57ต้องคิดอยู่ตลอดเวลา
00:11:57 → 00:12:00นอกจากนี้แล้วเนี่ย ถ้าสมมุติเราอยากจะทานอาหารที่ให้ความหวาน
00:12:00 → 00:12:05เลือกทานผลไม้ ทานคู่กับพวกไฟเบอร์ของมัน
00:12:05 → 00:12:08มันก็จะทำให้การดูดซึมน้ำตาลเข้าไปในร่างกายช้าลง
00:12:08 → 00:12:10มันก็จะลดการเกิดปัญหาพวกนี้
00:12:10 → 00:12:13แล้วก็ทานอาหารที่มีความหวานน้อยลง
00:12:13 → 00:12:16ที่สำคัญคือถ้าสมมุติเราได้รับน้ำตาลในระดับสูง
00:12:16 → 00:12:18เกินที่จะไปสะสมเป็นไขมัน
00:12:18 → 00:12:20ออกกำลังกาย
00:12:20 → 00:12:24ที่คุณหมอบอก เอาไขมันไม่ดีออกไป
00:12:24 → 00:12:26แล้วเอาไขมันดีเข้ามาก็คือออกกำลังกาย / ใช่ๆ
00:12:26 → 00:12:29อันนี้ก็เหมือนกันถ้าเยอะเกินไป
00:12:29 → 00:12:32จะต้องมีไขมันเยอะเกิน ก็รู้เลยออกกำลังกาย
00:12:32 → 00:12:35ใช้เปลี่ยนให้มันเป็นพลังงานไปซะ
00:12:35 → 00:12:39บาลานส์พยายามปรับสมดุลการทำงานของร่างกาย
00:12:39 → 00:12:42มันก็จะใช้ได้ เพราะว่าผลไม้ก็ยังสำคัญ
00:12:42 → 00:12:45มันยังต้องใช้เกลือแร่ต่างๆที่อยู่ในผลไม้
00:12:45 → 00:12:50วันนี้เราจะได้วิธีการสกรีนการรับประทานที่ถูกต้องแล้วนะคะ
00:12:50 → 00:12:53จะได้ไม่เสพความหวานเข้าร่างกายจนเกินไป
00:12:53 → 00:12:56เพราะพิษภัยมันเยอะเหลือเกิน / ใช่ค่ะ
00:12:56 → 00:12:58เยอะจริงๆยิ่งฟังยิ่งน่ากลัวนะคะคุณหมอขา
00:12:58 → 00:13:02แต่เราก็ต้องดูให้ทันและที่สำคัญก็ต้องดูแลตัวเอง
00:13:02 → 00:13:04ให้ห่างไกลจากโรคต่างๆที่จะมาจากความหวานด้วยนะคะ
00:13:04 → 00:13:06รู้เท่าทันความหวาน / ใช่
00:13:06 → 00:13:09หวานคือยาพิษ
00:13:09 → 00:13:11หวานคือยาพิษท่องไว้
00:13:11 → 00:13:14ผู้หญิงสวยๆก็จะเป็นพิษร้ายแรงนะคะ
00:13:14 → 00:13:16วันนี้หมดเวลาแล้วค่ะ
00:13:16 → 00:13:20คุณผู้ชมคนไหนที่ชมรายการตอนนี้สนุกสนาน พลาดตอนที่แล้วไป
00:13:20 → 00:13:22ชมย้อนหลังได้ผ่านทางยูทูปนะคะ
00:13:22 → 00:13:25เสิร์ชชื่อรายการก็เจอ แล้วมีเป็นหลายร้อยตอนมาก
00:13:25 → 00:13:27จะดูกี่รอบก็ได้
00:13:27 → 00:13:30ดูเมื่อไหร่ก็ได้ ดูกี่รอบก็ได้
00:13:30 → 00:13:35แต่ก็อย่าลืมว่าดูแล้วต้องเอาไปปฏิบัติตามด้วยจะได้แข็งแรงกันนะคะ
00:13:35 → 00:13:37วันนี้หมดเวลาแล้วค่ะ พบกันใหม่ครั้งหน้านะคะ
00:13:37 → 00:13:40คุณหมอและแนนลาไปก่อน สวัสดีค่ะ